การเรียกไปสู่การเชื่อฟังที่มีราคาสูง
หลักการที่ 1: พระเจ้าทรงจัดเตรียมสิ่งที่จำเป็นสำหรับการเชื่อฟังการเรียกของพระองค์
ประสบการณ์ของการเชื่อฟังที่มีราคาสูง
หลักการที่ 2: พระเจ้าทรงทำงานในเรา ผ่านทางเรา และเพื่อเรา เมื่อการเชื่อฟังมีราคาสูง
เยเรมีย์เผยพระวจนะที่ยากเพื่อเตือนและสอน
ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังจากยูดาห์เป็นเชลย
สวัสดีครับ พี่น้องในพระคริสต์ทุกท่าน
ยินดีต้อนรับเข้าสู่มินิซีรีส์สำรวจงานเขียนของเยเรมีย์ครับ ซึ่งมีทั้งหมด 3 ตอน คือ ตอนที่ 1 กับ 2 มีเนื้อหาเกี่ยวกับพระธรรมเยเรมีย์ และตอนที่ 3 มีเนื้อหาเกี่ยวกับพระธรรมเพลงคร่ำครวญ วันนี้เราจะมาสำรวจตอนแรกด้วยกันครับ ในหัวข้อ “พันธกิจและข้อความของเยเรมีย์”
ภาพวาด “เยเรมีย์กำลังคร่ำครวญเพราะการล่มสลายของเยรูซาเล็ม” (Jeremiah Lamenting the Destruction of Jerusalem) เป็นผลงานชิ้นหนึ่งที่มีชื่อเสียงมากของแร็มบรันต์ ปัจจุบันผลงานชิ้นนี้ได้รับการจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่งในประเทศเนเธอแลนด์ครับ ภาพวาดดังกล่าวแสดงให้เห็นชีวิตของเยเรมีย์ได้อย่างชัดเจนครับ เนื่องจากชีวิตของเขาเต็มไปด้วยเหตุการณ์ของความทุกข์ยาก ความขัดแย้ง การถูกข่มเหง และวิกฤติ ผู้คนจึงตั้งฉายาให้เขาว่า “ผู้เผยพระวจนะที่ร่ำไห้”
เยเรมีย์เป็นผู้เผยพระวจนะคนสุดท้ายที่พระเจ้าทรงส่งให้ไปประกาศแก่ยูดาห์ว่า พวกเขาได้ทำบาปต่อพระเจ้า และการพิพากษากำลังจะมาถึงพวกเขา แต่พวกเขาไม่ยอมกลับใจ ในที่สุด พวกเขาก็ถูกพิพากษา
ตลอดช่วงเวลา 40 ปีที่เยเรมีย์เผยพระวจนะ มีคนที่ตั้งใจฟังถ้อยคำของเขาเพียงแค่ 2 คนเท่านั้น คือ บารุค และเอเบดเมเลค ส่วนคนอื่น ๆ นอกจากจะไม่ฟังถ้อยคำของเขาแล้ว ยังใส่ร้ายเขา จับเขาเข้าคุก และขู่ฆ่าเขาอีกด้วย แม้กระนั้นเขาก็ยังคงอดทนบากบั่นด้วยความซื่อสัตย์ในการเชื่อฟังพระเจ้า
เมื่ออ่านพระธรรมเยเรมีย์ หลายท่านอาจจะไม่เข้าใจ เพราะพระธรรมเล่มนี้ไม่ได้ดำเนินเรื่องตามลำดับเวลา อีกทั้งยังผสมผสานกันระหว่างคำเผยพระวจนะ บทกวี และการเล่าเรื่อง โดยไม่มีรูปแบบที่แน่นอน อย่างไรก็ตาม ความจริงอย่างหนึ่งที่เราเห็นได้ชัดในชีวิตของเยเรมีย์ ผ่านทางพระธรรมเล่มนี้ คือ การเรียกที่เปี่ยมด้วยพระคุณของพระเจ้า ครอบคลุมถึงการเชื่อฟังที่มีราคาสูง
บทเรียนวันนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่
“นี่คือถ้อยคำของเยเรมีย์บุตรฮิลคียาห์ เยเรมีย์เป็นปุโรหิตคนหนึ่งอยู่ที่อานาโธทในเขตเบนยามิน พระดำรัสขององค์พระผู้เป็นเจ้ามาถึงเยเรมีย์ในปีที่สิบสามของรัชกาลโยสิยาห์ ... และตลอดรัชกาลเยโฮยาคิม ... จนถึงเดือนที่ห้าของปีที่สิบเอ็ดแห่งรัชกาลเศเดคียาห์ ... เมื่อชาวกรุงเยรูซาเล็มถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลย” (เยเรมีย์ 1:1-3)
เยเรมีย์เริ่มต้นทำพันธกิจในรัชสมัยของโยสิยาห์ ซึ่งเป็นกษัตริย์องค์สุดท้ายของยูดาห์ที่ทรงดำเนินในทางของพระเจ้า เวลานั้น อัสซีเรียที่ได้พิชิตอาณาจักรอิสราเอลมาแล้ว เป็นมหาอำนาจของโลก แต่บาบิโลนค่อย ๆ เรืองอำนาจขึ้นมา จนสามารถบดขยี้อัสซีเรียได้สำเร็จ และขึ้นเป็นมหาอำนาจใหม่ของโลก
ขณะนั้น ยูดาห์เสื่อมทรามลงทางศีลธรรม กล่าวคือ ผู้คนกราบไหว้รูปเคารพและบูชายัญลูกชายลูกสาว พวกเขานมัสการพระเจ้าเพียงผิวเผินและไม่จริงใจ ทุกคนล้วนทำสิ่งที่ชอบในสายตาของตัวเอง
พระดำรัสของพระเจ้ามาถึงเยเรมีย์ว่า
“เรารู้จักเจ้าตั้งแต่ก่อนที่เราจะปั้นเจ้าในครรภ์มารดา ก่อนเจ้าจะคลอดออกมา เราได้แยกเจ้าไว้แล้ว เราได้แต่งตั้งเจ้าให้เป็นผู้เผยพระวจนะแก่ประชาชาติทั้งหลาย” (เยเรมีย์ 1:5)
พระเจ้าทรงเป็นผู้เริ่มต้นของการเรียก โดยที่เยเรมีย์เป็นผู้ตั้งรับ
ในพระวจนะข้อนี้ เราจะเห็นการมีส่วนร่วมของพระเจ้าในชีวิตของเยเรมีย์ 4 ประการ ได้แก่ พระเจ้าทรงรู้จักเขา ปั้นเขา แยกเขา และแต่งตั้งเขา เรามาศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้กันเลยครับ
ประการที่ 1 พระเจ้าทรงรู้จักเยเรมีย์ กล่าวคือ พระองค์ทรงเลือกเขา ซึ่งเป็นจริงสำหรับเราเช่นกัน พระธรรมโรมกล่าวว่า
“เพราะบรรดาผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกไว้ล่วงหน้าแล้ว พระองค์ก็ทรงกำหนดไว้ก่อนแล้วให้เป็นเหมือนพระบุตรของพระองค์ ...” (โรม 8:29)
ประการที่ 2 พระเจ้าทรงปั้นเยเรมีย์ในครรภ์มารดา กล่าวคือ พระองค์ทรงทราบงานเฉพาะเจาะจงที่พระองค์จะทรงเรียกให้เขาทำ พระองค์ทรงออกแบบและปั้นเยเรมีย์ในวิถีทางที่เขาจะสามารถทำงานของพระองค์ได้สำเร็จ ซึ่งเป็นจริงสำหรับเราเช่นกัน พระธรรมสดุดีกล่าวว่า
“ข้าพระองค์สรรเสริญพระองค์ เพราะพระองค์ทรงสร้างข้าพระองค์อย่างมหัศจรรย์และน่าครั่นคร้าม ฝีพระหัตถ์ของพระองค์อัศจรรย์ ข้าพระองค์ทราบดี โครงร่างของข้าพระองค์ไม่ได้ซ่อนเร้นจากพระองค์ เมื่อข้าพระองค์ถูกสร้างขึ้นในที่ลี้ลับ เมื่อข้าพระองค์ถูกถักทอขึ้นในห้วงลึกแห่งแผ่นดินโลก” (สดุดี 139:14-15)
ประการที่ 3 พระเจ้าทรงแยกเยเรมีย์ กล่าวคือ พระองค์ทรงแยกเขาไว้ เพื่อให้ทำงานเฉพาะเจาะจง และเพื่อพระประสงค์อันบริสุทธิ์และพิเศษของพระองค์ ซึ่งเป็นจริงสำหรับเราเช่นกัน พระธรรมเอเฟซัสกล่าวว่า
“เพราะเราทั้งหลายเป็นผลงานของพระเจ้าซึ่งทรงสร้างในพระเยซูคริสต์เพื่อให้ทำการดีที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้ล่วงหน้าให้เราทำ” (เอเฟซัส 2:10)
ประการที่ 4 พระเจ้าทรงแต่งตั้งเยเรมีย์ให้เป็นผู้เผยพระวจนะแก่ประชาชาติทั้งหลาย ซึ่งเป็นการเรียกพิเศษและจำเพาะของเยเรมีย์
เยเรมีย์ทูลตอบพระเจ้าว่า
“... ข้าแต่พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิต ข้าพระองค์ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไร เพราะข้าพระองค์ยังเด็กเกินไป” (เยเรมีย์ 1:6)
เยเรมีย์กลัวว่า ตนจะมีคุณสมบัติ ความสามารถ และประสบการณ์ไม่เพียงพอสำหรับการทำตามพระประสงค์ของพระเจ้า แต่พระองค์ตรัสตอบเยเรมีย์ว่า
“... อย่าพูดว่า ‘ข้าพระองค์ยังเด็กเกินไป’ เจ้าต้องไปพบทุกคนที่เราใช้เจ้าไป ไม่ว่าเราสั่งอย่างไร เจ้าต้องพูดไปตามนั้น อย่ากลัวพวกเขาเลย เพราะเราอยู่กับเจ้าและจะช่วยกู้เจ้า ...” (เยเรมีย์ 1:7-8)
พระเจ้าทรงอธิบายภาระหน้าที่ของเยเรมีย์ดังนี้
“ดูเถิด วันนี้เราแต่งตั้งเจ้าไว้เหนือบรรดาประชาชาติและอาณาจักรต่าง ๆ ให้รื้อออกและทลายลง ให้ทำลายและโค่นล้ม ให้สร้างและปลูก” (เยเรมีย์ 1:10)
ภาระหน้าที่ 6 อย่างของเยเรมีย์ คือ รื้อ ทลาย ทำลาย โค่นล้ม สร้าง และปลูก ซึ่ง 4 อย่างแรกเป็นคำเชิงลบที่เล็งถึงการพิพากษา และยากสำหรับการป่าวประกาศ อย่างไรก็ตาม ภาระหน้าที่ของเยเรมีย์ก็จบลงที่การสร้างและปลูก พระคุณของพระเจ้าเป็นบทสรุปตามตัวอักษรในประโยคนี้
พระเจ้าทรงอธิบายเพิ่มเติมถึงการเรียกของเยเรมีย์ ผ่านทางนิมิต 2 อย่าง
นิมิตอย่างแรก คือ กิ่งอัลมอนด์ ซึ่งต้นอัลมอนด์เป็นต้นไม้ชนิดแรกที่จะแตกหน่อในฤดูใบไม้ผลิ ต้นอัลมอนด์กำลังเฝ้ารอฤดูใบไม้ผลิให้มาถึงฉันใด พระเจ้าก็ทรงกำลังเฝ้ารอทุกสิ่งให้เป็นไปตามพระวจนะของพระองค์ฉันนั้น
นิมิตอย่างที่สอง คือ หม้อน้ำที่กำลังเดือดพล่าน เอียงเทลงมาจากทางทิศเหนือ ซึ่งหมายถึง พระเจ้าทรงกำลังจะเรียกกองทัพของบรรดาอาณาจักรทางเหนือ โดยเล็งถึงกองทัพบาบิโลน เพื่อมาพิพากษายูดาห์ เพราะความชั่วร้ายของเขา โทษฐานที่ได้ละทิ้งพระองค์ไป ถวายเครื่องเผาบูชาแก่พระต่าง ๆ และนมัสการสิ่งที่มือของเขาได้สร้างขึ้น การพิพากษาสำเร็จตามพระวจนะเมื่อ 586 ปีก่อนคริสต์ศักราช
พระเจ้าตรัสกับเยเรมีย์ว่า
“เจ้าจงเตรียมตัวให้พร้อม! ยืนขึ้นพูดกับพวกเขาตามที่เราสั่ง อย่ากลัวพวกเขา มิฉะนั้นเราจะทำให้เจ้ากลัวเมื่ออยู่ต่อหน้าพวกเขา วันนี้เราได้ทำให้เจ้าแข็งแกร่งเหมือนเมืองป้อมปราการ เหมือนเสาเหล็กและกำแพงทองสัมฤทธิ์ ที่จะยืนต้านทานต่อทั้งดินแดน คือต่อบรรดากษัตริย์ยูดาห์ ข้าราชการ ปุโรหิต และประชากรทั้งปวง พวกเขาจะต่อสู้เจ้า แต่จะไม่ชนะ เพราะเราอยู่กับเจ้า เราจะช่วยกู้เจ้า ...” (เยเรมีย์ 1:17-19)
ความกล้าหาญและกำลังในการทำตามพระบัญชา ไม่ได้มาจากจิตตานุภาพหรืออำนาจของความตั้งใจของเยเรมีย์เอง แต่มาจากพระเจ้าทั้งสิ้น การสถิตด้วยของพระเจ้าจะปกป้องเยเรมีย์และช่วยให้เขาสามารถทำตามการเรียกที่มีราคาสูงได้สำเร็จ
พระเจ้าทรงกำลังเรียกให้คุณมุ่งหน้าสู่ความท้าทายในเรื่องใด เพื่อเป็นตัวแทนของพระองค์ และกล่าวเพื่อพระองค์? หากตอนนี้คุณกำลังเหน็ดเหนื่อย ท้อแท้ หรือหวาดหวั่นว่า งานที่พระเจ้าทรงเรียกให้คุณทำนั้นยากเกินไป ผมขอหนุนใจคุณว่า พระเจ้าสถิตกับคุณในทุกสิ่งที่คุณทำ และพระองค์ยังทรงจัดเตรียมสิ่งที่จำเป็นสำหรับการเชื่อฟังการเรียกของพระองค์ด้วยครับ
หลังจากที่เยเรมีย์ได้รับการเรียกจากพระเจ้า เขาก็ปฏิบัติหน้าที่ทันที เขาเริ่มประกาศพระวจนะที่ยากแก่ประชากรที่ไม่ซื่อสัตย์ของพระองค์ เขาประกาศพระวจนะว่า
“... บรรพบุรุษของเจ้าเห็นเรามีข้อเสียตรงไหนหรือ จึงได้หลงเตลิดไปไกลจากเราเช่นนี้? พวกเขาได้ไปติดตามรูปเคารพอันไร้ค่า และทำให้ตัวเองไร้ค่าไป” (เยเรมีย์ 2:5)
ในพระธรรมเยเรมีย์ตั้งแต่บทที่ 3 จนถึงข้อแรกของบทที่ 4 พระเจ้าตรัสซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อให้อิสราเอลกลับใจว่า
“... ‘อิสราเอลผู้ไม่ซื่อเอ๋ย กลับมาเถิด’ ... ‘หันกลับมาเถิด ประชากรที่ไม่ซื่อสัตย์ ... เพราะเราเป็นสามีของเจ้า’ ... ‘กลับมาเถิด ประชากรผู้ไม่ซื่อสัตย์ เราจะรักษาเจ้าจากการหลงผิด’ ... ‘อิสราเอลเอ๋ย หากเจ้าจะหันกลับมา หากเจ้าจะกลับมาหาเรา’ ...” (เยเรมีย์ 3:12, 14, 22; 4:1)
แม้กระนั้นพวกเขาก็ไม่ใส่ใจในพระวจนะดังกล่าว พระเจ้าจึงทรงประกาศคำพิพากษาว่า
“... เรากำลังนำภัยพิบัติมาจากทางเหนือ เป็นหายนะร้ายแรง” (เยเรมีย์ 4:6)
เยเรมีย์ช้ำใจ เพราะประชากรของพระเจ้าได้ปฏิเสธพระองค์ เขาจึงคร่ำครวญว่า
“โอย ทุกข์เหลือเกิน ทรมานเหลือเกิน! ข้าพเจ้าทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวด โอย หัวใจของข้าพเจ้าร้าวราน! หัวใจของข้าพเจ้าสะทกสะท้านอยู่ภายใน ข้าพเจ้าไม่อาจสงบนิ่ง เพราะข้าพเจ้าได้ยินเสียงแตร ได้ยินเสียงโห่ร้องคะนองศึก หายนะกระหน่ำเข้ามาติด ๆ กัน ...” (เยเรมีย์ 4:19-20)
นอกจากเยเรมีย์จะรับภาระหนักและช้ำใจ อันเนื่องมาจากการเชื่อฟังที่มีราคาสูงแล้ว เขายังต้องเผชิญหน้ากับความเป็นจริงที่แสนเจ็บปวดด้วย
เราจะข้ามไปยังบทที่ 37-45 เพื่อไปสำรวจชีวิตส่วนตัวของเยเรมีย์ รวมถึงการถูกข่มเหง และการทนทุกข์ในช่วงก่อน ระหว่าง และหลังจากที่เยรูซาเล็มล่มสลายครับ
“ทั้งเศเดคียาห์และข้าราชบริพาร ตลอดจนบรรดาประชากรของดินแดนนั้นไม่ได้ใส่ใจในพระวจนะขององค์พระผู้เป็นเจ้าซึ่งตรัสผ่านผู้เผยพระวจนะเยเรมีย์” (เยเรมีย์ 37:2)
ไม่มีใครในยูดาห์ที่ใส่ใจในถ้อยคำของเยเรมีย์เลย นอกจากนี้ ผู้คนยังจับเยเรมีย์ขังคุก และโบยตีเขาในคุกด้วย
ในบทที่ 38 เยเรมีย์ถูกหย่อนลงไปในบ่อที่มีแต่โคลน เพื่อปล่อยให้ตายที่นั่น
ในบทที่ 39 เยเรมีย์เผชิญกับภัยพิบัติด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาได้เตือนผู้คนมาตลอดช่วงเวลา 40 ปี เขาเผชิญกับการล่มสลายของเยรูซาเล็ม การทำลายพระวิหาร และการตกเป็นเชลยของประชากรของพระเจ้า
เรื่องเลวร้ายยังไม่จบเพียงแค่นั้น ในบทที่ 40-45 หลังจากที่เยรูซาเล็มล่มสลาย เยเรมีย์ก็กล่าวเตือนผู้คนที่เหลืออยู่ว่า
“ชนหยิบมือที่เหลือของยูดาห์เอ๋ย องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ตรัสสั่งพวกท่านแล้วว่า ‘อย่าไปที่อียิปต์’ จงมั่นใจในข้อนี้ คือข้าพเจ้าขอเตือนท่านในวันนี้” (เยเรมีย์ 42:19)
อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่ใส่ใจในถ้อยคำของเยเรมีย์อีกเช่นเคย ด้วยเหตุนี้ เยเรมีย์จึงถูกบีบบังคับให้ใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ในฐานะเชลยในอียิปต์
เส้นทางชีวิตของเยเรมีย์ เดินทางจากคุกไปสู่การใกล้ตาย การทำลายล้าง และการเป็นเชลย ซึ่งหลายท่านอาจจะมองว่า เส้นทางชีวิตของเขาน่าเศร้าสลด แต่ถ้าเรามองอีกมุม เราก็จะพบความจริงในเรื่องการสถิตด้วยของพระเจ้า ซึ่งผู้เชื่อทุกคนสามารถนำความจริงนี้ไปประยุกต์ใช้ได้ โดยเฉพาะในเวลาที่ถูกข่มเหงหรือทนทุกข์
พระเจ้าทรงสัญญากับเยเรมีย์ตั้งแต่บทที่ 1 ว่า พระองค์จะทรงอยู่กับเขา และจะทรงช่วยกู้เขา ซึ่งในสถานการณ์ที่ยากลำบาก พระเจ้าก็ทรงสำแดงให้เยเรมีย์เห็นว่า พระองค์สถิตกับเขาเสมอ
ในบทที่ 37 ถึงแม้เยเรมีย์จะถูกขังคุกและโบยตี แต่กษัตริย์ก็ทรงลดโทษให้เขา คุมตัวเขาไว้ที่ลานทหารรักษาพระองค์ และอนุมัติขนมปังจากถนนคนทำขนมปังให้ทุกวัน
ในบทที่ 38 ถึงแม้เยเรมีย์จะติดในบ่อโคลนและไม่มีใครใส่ใจในถ้อยคำของเขาเลย แต่พระเจ้าก็ทรงส่งเอเบดเมเลคชาวคูชมาช่วยเขา
ในบทที่ 39 ถึงแม้เยเรมีย์จะเผชิญกับฝันร้าย นั่นคือ เยรูซาเล็มล่มสลาย แต่พระเจ้าก็ทรงทำให้บาบิโลนไว้ชีวิตเขาและเอเบดเมเลค เพราะพวกเขาวางใจในพระองค์
ในบทที่ 40-45 ถึงแม้เยเรมีย์จะตกเป็นเชลยในอียิปต์ แต่เขายังคงซื่อสัตย์ในการสั่งสอนพระวจนะของพระเจ้าต่อไป
ด้วยฤทธิ์อำนาจแห่งการสถิตด้วยของพระเจ้า เยเรมีย์ได้ทำตามการเรียกที่มีราคาสูงของพระเจ้าจนสำเร็จในชีวิตของเขา
ชีวิตของเยเรมีย์เป็นตัวอย่างของพระราชกิจแห่งการชำระให้บริสุทธิ์ของพระเจ้า ซึ่งพระองค์ทรงกระทำจนสำเร็จในชีวิตของเขา ไม่ว่าเราจะพบกับสถานการณ์ใด เช่น ความสุขหรือความทุกข์ ความสมหวังหรือความผิดหวัง ความชื่นชมยินดีหรือความเจ็บปวดรวดร้าว พระเจ้าก็จะทรงใช้ทุกสถานการณ์ในชีวิตของเรา เพื่อทรงปั้นแต่งและชำระบุคลิกลักษณะของเราให้บริสุทธิ์ พร้อมทั้งทรงทำให้พระประสงค์ที่ยิ่งใหญ่ของพระองค์สำเร็จในชีวิตของเรา
การเชื่อฟังมีราคาสูงแน่นอนครับ ผมจึงขอหนุนใจพี่น้องด้วยความจริงที่ว่า พระเจ้าจะทรงทำงานในเรา ผ่านทางเรา และเพื่อเรา ทั้งหมดนี้ก็เพื่อประโยชน์ของเรา และเพื่อพระเกียรติสิริของพระองค์ครับ
เยเรมีย์เผยพระวจนะที่ยากเพื่อเตือนและสอน
ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังจากยูดาห์เป็นเชลย
ข้อความสำคัญ คือ
ขอสันติสุขของพระเจ้าดำรงอยู่กับพี่น้องทุกท่านครับ สวัสดีครับ
ธีรยสถ์ นิมมานนท์
เติมเต็มชีวิตด้วยข้อคิดหนุนใจ
ประชากรแห่งพระสัญญา: อาณาจักรแตกแยก
บทเรียนที่ 25: งานเขียนของเยเรมีย์ ตอนที่ 1 พันธกิจและข้อความของเยเรมีย์
(เยเรมีย์ 1; 34–45)
หมายเหตุ: ข้อพระคัมภีร์ที่อ้างอิง มาจากฉบับอมตธรรมร่วมสมัย (Thai New Contemporary Version) โดยองค์การอมตธรรม หากไม่ได้ระบุว่ามาจากฉบับอื่น