ชัยชนะผ่านทางหายนะ (2 พงศาวดาร 33:1-25)
หลักการที่ 1: ความชอบธรรมของพระเจ้ามีชัยชนะผ่านทางการปกครองที่ไม่ชอบธรรม
ชัยชนะผ่านทางพระสัญญา (2 พงศาวดาร 34–36)
หลักการที่ 2: ความชอบธรรมของพระเจ้ามีชัยชนะผ่านทางพระสัญญาของพระองค์
ถึงแม้ว่าโยสิยาห์ทรงปกครองอย่างสัตย์ซื่อ
แต่ความดื้อดึงของยูดาห์นำไปสู่การเป็นทาส
สวัสดีครับ พี่น้องในพระคริสต์ทุกท่าน
บทเรียนก่อน เราได้เห็นจุดจบของอาณาจักรอิสราเอลฝ่ายเหนือไปแล้ว และบทเรียนวันนี้ เราจะได้เห็นจุดจบของอาณาจักรยูดาห์ฝ่ายใต้กันบ้าง ในพระธรรม 2 พงศาวดาร บทที่ 33-36 ครับ โดยมีหัวข้อ คือ “หนทางของยูดาห์ไปสู่การตกเป็นเชลย”
ทุกวันนี้ เราจะเห็นภาพของผู้คนหรือกลุ่มต่าง ๆ ออกมาเรียกร้องความชอบธรรมให้กับตนเองหรือบุคคลที่พวกเขาคิดว่า สมควรได้รับความชอบธรรม ภายใต้แนวคิดที่ว่า ทุกคนมีความชอบธรรมในบางสิ่งบางอย่าง ขอบคุณพระเจ้าที่คนไทยมีเสรีภาพในการแสดงออกเพื่อเรียกร้องความชอบธรรมโดยสันติวิธีครับ
อย่างไรก็ตาม ในสายพระเนตรของพระเจ้าแล้ว ไม่มีมนุษย์สักคนที่ชอบธรรมเลย พระองค์เพียงผู้เดียวทรงชอบธรรมอย่างสมบูรณ์แบบในพระลักษณะและพระราชกิจ โดยพระคุณ พระองค์ได้ประทานความชอบธรรมของพระองค์แก่ทุกคนที่เชื่อวางใจในพระองค์ และเชื่อวางใจในพระเยซูพระบุตรของพระองค์ เราจึงมีความหวังเสมอ เพราะความชอบธรรมของพระองค์ที่อยู่ในเรามีชัยชนะเหนือการทำลายของบาป
บทเรียนวันนี้แบ่งออกเป็นสองส่วน ได้แก่
มนัสเสห์ทรงขึ้นเป็นกษัตริย์ต่อจากเฮเซคียาห์ราชบิดา เมื่อมีพระชนมายุสิบสองพรรษา ถึงแม้พระองค์จะได้ทรงเห็นการปกครองของเฮเซคียาห์ที่อยู่ในทางของพระเจ้า แต่พระองค์กลับทรงทำสิ่งที่ชั่วร้ายมากในสายพระเนตรขององค์พระผู้เป็นเจ้า ตามแบบอย่างอันน่าชิงชังของชาวคานาอัน มนัสเสห์ทรงยอมให้บาปล่วงล้ำเข้าไปในพระทัยของพระองค์ ด้วยเหตุนี้ พระองค์จึงทรงเลือกกระทำสิ่งที่ชั่วร้าย แทนที่จะทรงสานต่อการฟื้นฟูฝ่ายจิตวิญญาณจากราชบิดาของพระองค์
มนัสเสห์ทรงเป็นกษัตริย์ที่ทรงปกครองอาณาจักรยูดาห์ยาวนานที่สุด คือ 55 ปี แต่น่าเสียดายที่พระองค์ก็ทรงเป็นกษัตริย์ที่ชั่วร้ายที่สุดเช่นกัน พระองค์ทรงสร้างสถานบูชาบนที่สูง แท่นบูชาพระบาอัล และเสาเจ้าแม่อาเชราห์ขึ้นมาใหม่ และนมัสการดวงดาว นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงสร้างแท่นบูชาสำหรับพระต่าง ๆ ในพระวิหารของพระเจ้า ซึ่งควรเป็นสถานที่สำหรับนมัสการพระเจ้า พร้อมทั้งนำโอรสของพระองค์เองมาเผาบูชายัญ เล่นคาถาอาคม ทำนายโชคชะตาราศี ใช้เวทมนตร์ และปรึกษาคนทรงกับหมอผี มนัสเสห์ทรงชักนำชาวยูดาห์และชาวเยรูซาเล็มให้หลงผิดไป ถึงแม้จะมีผู้เผยพระวจนะมาเตือน แต่พระองค์ก็ไม่ทรงรับฟัง เพราะทรงรักบาปมากกว่าพระเจ้า
สิ่งที่มนัสเสห์ทรงกระทำนั้น ยั่วยุพระพิโรธของพระเจ้า ดังนั้น พระเจ้าจึงทรงส่งแม่ทัพของกษัตริย์อัสซีเรียมาสู้รบ กองทัพอัสซีเรียจับมนัสเสห์ไปเป็นเชลย เอาเบ็ดเกี่ยวจมูก พันธนาการด้วยโซ่ตรวนทองสัมฤทธิ์ และคุมตัวไปยังบาบิโลน ในความทุกข์ลำบาก มนัสเสห์ทรงถ่อมพระทัยลงอย่างยิ่งและทรงร้องขอความเมตตาจากพระเจ้า พระเจ้าทรงนำมนัสเสห์มาถึงทางตัน เพื่อมนัสเสห์จะทรงตระหนักว่า พระองค์ทรงต้องการพระเจ้า
โดยพระเมตตา พระเจ้าทรงสดับฟังและทรงตอบคำทูลวิงวอน พระองค์ให้มนัสเสห์ได้กลับคืนสู่กรุงเยรูซาเล็มและราชอาณาจักรอีกครั้งหนึ่ง มนัสเสห์จึงทรงสำนึกว่า พระยาห์เวห์ทรงเป็นพระเจ้า
บาปใดทำให้ดวงตาของคุณมืดบอดจากความจริงหรือไม่? คุณตัดสินใจในบางเรื่องที่ทำให้คุณออกห่างจากพระเจ้าหรือไม่? ขอให้คุณรีบกลับใจและกลับมาหาพระเจ้าโดยเร็ว เพื่อคุณจะสามารถแยกแยะสิ่งดีออกจากสิ่งชั่วได้ แล้วเลือกทำสิ่งดี เพราะหนทางของพระเจ้าถูกต้องเสมอ
เวลานี้ มนัสเสห์ทรงเปลี่ยนไปเป็นคนละคน พระองค์ทรงพยายามแก้ไขความผิดที่พระองค์เคยทรงกระทำ แม้กระนั้น ผลของบาปก็ยังคงหลงเหลืออยู่ในอาณาจักรของพระองค์ ซึ่งต้องใช้เวลาในการสร้างใหม่ กล่าวคือ ถึงแม้พระองค์จะทรงกำจัดรูปเคารพต่าง ๆ และรื้อฟื้นการนมัสการพระเจ้า ...
“แต่ประชากรยังคงถวายเครื่องบูชาตามสถานบูชาบนที่สูงทั้งหลาย เพียงแต่ถวายแด่พระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกเขา” (2 พงศาวดาร 33:17)
หลังจากที่ผู้คนถูกชักนำให้หลงผิดเป็นเวลานาน แม้พวกเขาจะกลับมานมัสการพระเจ้า แต่ก็ไม่ได้นมัสการในหนทางที่ถูกต้อง ขอให้เราสำรวจตนเองเช่นกันว่า เรานมัสการพระเจ้าในหนทางที่ถูกต้องหรือไม่?
อาโมนทรงขึ้นเป็นกษัตริย์ต่อจากมนัสเสห์ เมื่อมีพระชนมายุ 22 พรรษา
“อาโมนทรงทำสิ่งที่ชั่วในสายพระเนตรขององค์พระผู้เป็นเจ้าตามอย่างมนัสเสห์ราชบิดา ทรงนมัสการและถวายเครื่องบูชาแก่รูปเคารพทั้งหมดที่มนัสเสห์ได้สร้างขึ้น แต่ไม่ได้ทรงถ่อมพระองค์ลงต่อหน้าองค์พระผู้เป็นเจ้าเหมือนมนัสเสห์ราชบิดา ...” (2 พงศาวดาร 33:22-23)
ถึงแม้อาโมนจะไม่ทรงปฏิรูปการปกครอง แต่ความชอบธรรมของพระเจ้าก็มีชัยชนะ หลังจากอาโมนทรงครองราชย์ได้สองปี อาโมนก็ทรงถูกข้าราชบริพารปลงพระชนม์
มนัสเสห์และอาโมนทรงเลือกที่จะปกครองตนเอง ซึ่งการปกครองตนเองนั้น เป็นคำโกหกของซาตานที่ว่า คุณสามารถเป็นพระเจ้าเองได้ และหนทางของคุณดีที่สุด
ในชีวิตของคุณมีช่วงใดหรือไม่ ซึ่งคุณหลงผิดคิดว่า หนทางของคุณดีกว่าหนทางของพระเจ้า? ถ้าความชอบธรรมของพระเจ้ามีชัยชนะในหัวใจของคุณแล้ว ชีวิตของคุณจะเปลี่ยนไปอย่างไร?
หนทางที่ถูกต้องของพระเจ้า คือ หนทางที่ดีที่สุดเสมอสำหรับมนุษย์ทุกคน
โยสิยาห์ทรงขึ้นเป็นกษัตริย์ต่อจากอาโมนราชบิดา เมื่อมีพระชนมายุได้แปดพรรษา โยสิยาห์ทรงทำสิ่งที่ถูกต้องในสายพระเนตรของพระเจ้า และดำเนินตามแบบอย่างของดาวิดโดยไม่หันเหไปทางขวาหรือทางซ้าย
ในปีที่แปดแห่งรัชกาลของพระองค์ พระองค์ทรงเริ่มแสวงหาพระเจ้าของดาวิดผู้เป็นบรรพบุรุษ และในปีที่สิบสองแห่งรัชกาลทรงเริ่มชำระยูดาห์และเยรูซาเล็ม กำจัดสถานบูชาบนที่สูงทั้งหลาย เสาเจ้าแม่อาเชราห์ รูปเคารพแกะสลัก และรูปเคารพหล่อทั้งปวง พระองค์ทรงชำระดินแดนให้ปลอดรูปเคารพทั้งในอาณาจักรยูดาห์ และในเมืองต่าง ๆ ที่อาณาจักรอิสราเอลเคยปกครองด้วย ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในขณะที่ผู้เผยพระวจนะเศฟันยาห์ เยเรมีย์ และฮาบากุกกำลังรับใช้พระเจ้า
จากนั้น โยสิยาห์ทรงแต่งตั้งชาฟานและมาอาเสอาห์ผู้ปกครองเมืองกับอาลักษณ์โยอาห์ ให้ซ่อมแซมพระวิหารของพระยาห์เวห์พระเจ้าของพระองค์ คนเหล่านี้ไปพบมหาปุโรหิตฮิลคียาห์และมอบเงินที่คนนำมาถวายในพระวิหารของพระเจ้าให้เขา เพื่อนำไปจ่ายให้คนงาน ซึ่งชนเลวีที่เป็นยามประตูได้รับเงินเหล่านี้จากผู้คนที่เหลืออยู่ในอิสราเอล และผู้คนในยูดาห์
วันหนึ่งขณะที่พวกเขานำเงินซึ่งประชากรถวายเข้าพระวิหารออกมา ปุโรหิตฮิลคียาห์พบม้วนหนังสือพระบัญญัติของพระเจ้า ซึ่งประทานผ่านทางโมเสส ฮิลคียาห์มอบหนังสือแก่ราชเลขาชาฟาน ชาฟานจึงนำไปถวายแด่กษัตริย์ ชาฟานทูลรายงานความคืบหน้าของการซ่อมแซมพระวิหาร แล้วอ่านหนังสือนั้นต่อหน้ากษัตริย์ หนังสือดังกล่าวอาจเป็นเบญจบรรณทั้งห้าเล่ม หรืออาจเป็นเพียงส่วนหลัก ๆ ของพระธรรมเฉลยธรรมบัญญัติ
เมื่อโยสิยาห์ได้ทรงฟังเนื้อความในหนังสือบทบัญญัตินั้นก็ทรงฉีกฉลองพระองค์ นี่อาจเป็นครั้งแรกที่พระองค์ทรงได้ยินพระบัญญัติของพระเจ้า และการได้ยินพระบัญญัติก็ส่งผลต่อพระองค์อย่างรุนแรง การอ่านหรือการฟังพระวจนะส่งผลต่อคุณอย่างไร? การถูกเปิดเผยบาปทำให้คุณรู้สึกอย่างไร ระหว่างสำนึกผิดหรือโกรธเคือง? ขอให้เราขอบคุณที่พระวจนะสำแดงให้เราเห็นหนทางที่ถูกต้องของพระเจ้านะครับ
หลักข้อเชื่อเรื่อง "ความชอบธรรม"
ความชอบธรรมเป็นการทำสิ่งที่ถูกต้อง และพระเจ้าเพียงผู้เดียวทรงชอบธรรม
ปัญหาก็คือ เราไม่สามารถทำสิ่งที่ชอบธรรมตามที่พระเจ้าทรงต้องการได้ ถ้าเราทำสิ่งที่ถูกต้องในสายตาของโลก หัวใจของเราก็กำลังปรารถนาสิ่งที่ไม่ได้ถวายเกียรติแด่พระเจ้า
พระเจ้าทรงทราบข้อจำกัดของเรา จึงได้ประทานความชอบธรรมที่เราไม่สามารถทำได้ ผ่านทางการถวายเครื่องบูชาที่สมบูรณ์แบบ คือ พระเยซูพระบุตรของพระเจ้า
เมื่อเราเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ ความชอบธรรมของพระเจ้าก็กลายเป็นของเรา สิ่งนี้ไม่ได้หมายความว่า เราจะไม่ทำบาปอีก หรือเราจะสามารถดำเนินชีวิตอย่างชอบธรรมด้วยตนเองได้ แต่ทำให้เราเข้าใจว่า เรามีความจำเป็นมากเพียงไรที่จะให้พระเจ้าทรงครอบครองหัวใจและทุกอย่างในชีวิตเรา
โยสิยาห์ทรงบัญชาให้กลุ่มข้าราชบริพารไปถามพระเจ้า เพื่อจะทรงทราบรายละเอียดมากขึ้นเกี่ยวกับสิ่งที่บันทึกไว้ในหนังสือบทบัญญัตินั้น เพราะพระองค์ทรงเข้าพระทัยในพระสัญญาของพระเจ้าเรื่องความยุติธรรม พระเจ้าจึงทรงตอบผ่านทางผู้เผยพระวจนะหญิงฮุลดาห์ว่า
“เนื่องจากจิตใจของเจ้าน้อมรับ และเจ้าได้ถ่อมตัวลงต่อหน้าพระเจ้าเมื่อได้ยินสิ่งที่เรากล่าวไว้เกี่ยวกับสถานที่นี้และประชากร และเพราะเจ้าถ่อมตัว ฉีกเสื้อผ้า และร่ำไห้ต่อหน้าเรา เราได้ยินแล้ว องค์พระผู้เป็นเจ้าประกาศดังนี้ เราจะรวบรวมเจ้าไปอยู่กับบรรพบุรุษและเจ้าจะถูกฝังอย่างสงบสุข ไม่ต้องเห็นหายนะทั้งปวงซึ่งเราจะนำมายังสถานที่นี้และประชาชนเหล่านี้ ...” (2 พงศาวดาร 34:27-28)
โยสิยาห์จึงทรงเรียกผู้อาวุโสของยูดาห์และเยรูซาเล็มทุกคนมารวมกัน พระองค์เสด็จไปยังพระวิหารพร้อมประชากรทั้งปวง และทรงอ่านทุกถ้อยคำในหนังสือพันธสัญญาซึ่งพบในพระวิหาร โยสิยาห์ทรงเรียกร้องให้คนทั้งปวงในอิสราเอลปรนนิบัติพระยาห์เวห์พระเจ้าของพวกเขา พวกเขาติดตามพระยาห์เวห์พระเจ้าของบรรพบุรุษของพวกเขาตลอดรัชกาลของโยสิยาห์
ในวันที่สิบสี่เดือนที่หนึ่ง โยสิยาห์ทรงนำให้ประชาชนฉลองปัสกาตามที่พระเจ้าทรงบัญชา พวกเขาจึงร่วมฉลองปัสกา เพื่อเตือนความจำว่า พระเจ้าทรงเลือกพวกเขาผ่านทางความสัมพันธ์แห่งพันธสัญญาเพื่อให้ถวายเกียรติแด่พระองค์อย่างไร ซึ่งพวกเขาต้องปฏิบัติตามหนทางที่ถูกต้องของพระเจ้า โยสิยาห์ได้ทรงรื้อฟื้นปัสกาขึ้นมา และพระวิหารก็ได้รับการชำระจนสะอาด พร้อมสำหรับการนมัสการพระเจ้า
หลังจากที่โยสิยาห์ทรงจัดระเบียบพระวิหารเรียบร้อยแล้ว กษัตริย์เนโคแห่งอียิปต์ยกทัพมา และโยสิยาห์กรีธาทัพออกไปรบกับพระองค์ เนโคทรงส่งผู้นำสาส์นมายังโยสิยาห์ความว่า พระองค์ไม่ได้ทรงยกทัพมาโจมตียูดาห์ แต่ทรงมารบกับศัตรูของพระองค์ คือ บาบิโลน พร้อมกับเตือนไม่ให้โยสิยาห์ทรงขัดขวางกองทัพอียิปต์
โยสิยาห์ไม่ยอมฟังพระบัญชาของพระเจ้าที่ตรัสผ่านเนโค แต่กลับทรงปลอมตัวเข้าสู่สงคราม พลธนูยิงถูกกษัตริย์โยสิยาห์ และพระองค์ก็สิ้นพระชนม์หลังจากทหารนำพระองค์กลับสู่เยรูซาเล็มแล้ว เหตุการณ์นี้เตือนใจเราว่า เราต้องจดจ่อที่พระเจ้าและพึ่งพาพระองค์ทุกวัน
กษัตริย์สี่องค์หลังจากรัชสมัยของโยสิยาห์นั้น ทรงปฏิเสธหนทางที่ถูกต้องของพระเจ้า และทำสิ่งที่ชั่วในสายพระเนตรของพระเจ้า ในขณะที่การคุกคามของบาบิโลนค่อย ๆ รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงเวลานี้เองที่ผู้เผยพระวจนะเยเรมีย์ ฮาบากุก และเอเสเคียลกำลังรับใช้พระเจ้าอยู่
กษัตริย์องค์แรก คือ เยโฮอาหาส ราชโอรสคนสุดท้องของโยสิยาห์
“เมื่อเยโฮอาหาสขึ้นเป็นกษัตริย์ พระองค์ทรงมีพระชนมายุ 23 พรรษา และทรงครองราชย์อยู่ในกรุงเยรูซาเล็มสามเดือน” (2 พงศาวดาร 36:2)
จากนั้น กษัตริย์อียิปต์ก็ทรงปลดเยโฮอาหาสจากราชบัลลังก์ และแต่งตั้งเอลียาคิมพี่ชายของเยโฮอาหาสขึ้นเป็นกษัตริย์ พร้อมกับเปลี่ยนนามพระองค์เป็นเยโฮยาคิม ส่วนเยโฮอาหาสทรงถูกเนโคคุมตัวไปที่อียิปต์
“เมื่อเยโฮยาคิมขึ้นเป็นกษัตริย์ พระองค์ทรงมีพระชนมายุ 25 พรรษา และทรงครองราชย์อยู่ในกรุงเยรูซาเล็มสิบเอ็ดปี พระองค์ทรงทำสิ่งที่ชั่ว ในสายพระเนตรของพระยาห์เวห์พระเจ้าของพระองค์” (2 พงศาวดาร 36:5)
กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์แห่งบาบิโลนมาโจมตีและจับเยโฮยาคิมพันธนาการด้วยโซ่ตรวนทองสัมฤทธิ์ คุมตัวไปยังบาบิโลน ซึ่งเป็นไปได้ว่า ดาเนียลก็เป็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่ถูกนำตัวจากยูดาห์ไปยังบาบิโลนด้วยเช่นกัน ดังที่เราจะเห็นรายละเอียดเพิ่มเติมในพระธรรมดาเนียล 1:1
“เมื่อเยโฮยาคีนขึ้นเป็นกษัตริย์ พระองค์ทรงมีพระชนมายุสิบแปดพรรษา และทรงครองราชย์อยู่ในกรุงเยรูซาเล็มสามเดือนสิบวัน พระองค์ทรงทำสิ่งที่ชั่วในสายพระเนตรขององค์พระผู้เป็นเจ้า” (2 พงศาวดาร 36:9)
กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ให้นำตัวเยโฮยาคีนไปยังบาบิโลน พร้อมกับของมีค่าทั้งปวงจากพระวิหารขององค์พระผู้เป็นเจ้า และตั้งเศเดคียาห์ลุงของเยโฮยาคีนเป็นกษัตริย์ครองยูดาห์และเยรูซาเล็ม
“เมื่อเศเดคียาห์ขึ้นเป็นกษัตริย์ พระองค์ทรงมีพระชนมายุ 21 พรรษา และทรงครองราชย์อยู่ในกรุงเยรูซาเล็มสิบเอ็ดปี” (2 พงศาวดาร 36:11)
เศเดคียาห์ไม่ได้ทรงฟังผู้เผยพระวจนะเยเรมีย์ และกบฏต่อเนบูคัดเนสซาร์ ยิ่งกว่านั้นผู้นำทั้งหมดของปุโรหิตและของประชาชนก็ไม่ซื่อสัตย์ต่อพระเจ้ามากยิ่งขึ้น หันไปทำตามขนบธรรมเนียมอันน่าชิงชังของชนชาติต่าง ๆ และสร้างมลทินแก่พระวิหารของพระเจ้า
“พระยาห์เวห์พระเจ้าของบรรพบุรุษของพวกเขาได้ส่งทูตของพระองค์มาเตือนพวกเขาครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะพระองค์ทรงสงสารประชากรและที่ประทับของพระองค์ แต่เหล่าประชากรก็เยาะเย้ยบรรดาทูตของพระเจ้า ลบหลู่พระดำรัสของพระองค์ และหมิ่นประมาทผู้เผยพระวจนะทั้งหลาย จนพระพิโรธขององค์พระผู้เป็นเจ้าพลุ่งขึ้นต่อประชากรของพระองค์จนไม่อาจระงับยับยั้งได้อีกต่อไป” (2 พงศาวดาร 36:15-16)
เมื่อพระสัญญาแห่งความรอดถูกเพิกเฉย พระสัญญาแห่งการพิพากษาก็จะสำเร็จ พระเจ้าทรงนำชาวบาบิโลนมาปราบยูดาห์ พวกเขาสังหารชายหนุ่มในสถานนมัสการ ไม่ไว้ชีวิตแม้กระทั่งเด็ก ผู้หญิง และคนแก่ บรรดาคนที่เหลืออยู่ผู้รอดชีวิตจากคมดาบก็ถูกจับกุมตัวไปเป็นเชลยที่บาบิโลน
ผ่านทางการไม่เชื่อฟัง การทำลายล้าง การเนรเทศ และการตกเป็นเชลย ความหวังก็ยังมีอยู่
“แผ่นดินได้ชื่นชมกับสะบาโตแห่งการหยุดพักตลอดช่วงปีที่เริศร้างอยู่จนครบเจ็ดสิบปีตามที่องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสไว้ผ่านทางเยเรมีย์” (2 พงศาวดาร 36:21)
ในปีแรกของรัชกาลกษัตริย์ไซรัสแห่งเปอร์เซียร์ พระเจ้าทรงกระทำให้พระดำรัสของพระองค์ที่ตรัสผ่านทางเยเรมีย์สำเร็จ โดยการดลพระทัยกษัตริย์ไซรัสให้ทรงประกาศว่า
“... พระยาห์เวห์พระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์ได้ประทานราชอาณาจักรทั้งสิ้นของโลกนี้แก่ข้าพเจ้า และได้ทรงมอบหมายให้ข้าพเจ้าสร้างพระวิหารถวายแด่พระองค์ที่เยรูซาเล็มในเขตยูดาห์ ผู้ใดในหมู่พวกท่านที่เป็นประชากรของพระเจ้า ขอให้พระยาห์เวห์พระเจ้าของเขาสถิตกับเขาและให้เขากลับไปเถิด” (2 พงศาวดาร 36:23)
คุณแสวงหาคำตอบที่ถูกต้องจากที่ใดในการตัดสินใจแต่ละครั้ง? คุณกำลังติดตามโลกหรือพระเจ้า? คุณมุ่งมั่นที่จะติดตามพระเจ้าหมดทั้งใจใช่หรือไม่? ถ้าใช่ คุณก็มั่นใจได้เลยว่า พระเจ้าจะทรงนำคุณไปสู่หนทางที่ถูกต้องในทุกการตัดสินใจของคุณ
ผู้เชี่ยวชาญในโลกนี้ยังมีข้อบกพร่อง แต่พระเจ้าไม่เคยทรงมีข้อบกพร่อง ดังนั้น แทนที่จะพึ่งพาผู้คนและติดตามหนทางของโลกนี้ ขอให้เราพึ่งพาและติดตามพระเจ้าผู้ทรงบริสุทธิ์และชอบธรรมอย่างสมบูรณ์แบบทุกเวลาและทุกหนทางนะครับ
โยสิยาห์ทรงปกครองอาณาจักรอย่างซื่อตรง
แต่ยูดาห์ยังคงตกเป็นเชลยเพราะความดื้อดึง
ข้อความสำคัญ คือ
ขอสันติสุขของพระเจ้าดำรงอยู่กับพี่น้องทุกท่านครับ สวัสดีครับ
ธีรยสถ์ นิมมานนท์
เติมเต็มชีวิตด้วยข้อคิดหนุนใจ
ประชากรแห่งพระสัญญา: อาณาจักรแตกแยก
บทเรียนที่ 17: หนทางของยูดาห์ไปสู่การตกเป็นเชลย
(2 พงศ์กษัตริย์ 21–25; 2 พงศาวดาร 33–36)
หมายเหตุ: ข้อพระคัมภีร์ที่อ้างอิง มาจากฉบับอมตธรรมร่วมสมัย (Thai New Contemporary Version) โดยองค์การอมตธรรม หากไม่ได้ระบุว่ามาจากฉบับอื่น