ผู้ส่งสารที่มาถึงในเวลาที่เหมาะสม
หลักการที่ 1: พระเจ้าไม่ได้ทรงประเมินความสำเร็จอย่างที่มนุษย์ประเมิน
ข้อความที่มาถึงในเวลาที่เหมาะสม
หลักการที่ 2: เราได้รับความหวังผ่านทางองค์บริสุทธิ์ คือ พระเยซูคริสต์
พระเจ้าทรงชำระและเรียกผู้เผยพระวจนะอิสยาห์
ให้ประกาศว่า องค์บริสุทธิ์ทรงเป็นความหวังเดียว
สวัสดีครับ พี่น้องในพระคริสต์ทุกท่าน
ยินดีต้อนรับเข้าสู่มินิซีรีส์ สำรวจพระธรรมอิสยาห์ ซึ่งจะมีทั้งหมดสี่ตอนครับ วันนี้เราจะมาสำรวจตอนแรกด้วยกัน ในหัวข้อ “พันธกิจและข้อความของอิสยาห์”
เรื่องราวชีวิตของพี่น้องเป็นอย่างไรบ้างครับ? ไม่ว่าคำตอบจะเป็นอย่างไร ผมก็ขอหนุนใจพี่น้องว่า พระเจ้าทรงรู้จักเราเป็นอย่างดี พระองค์จะทรงถักทอทุกสิ่ง รวมถึงการตัดสินใจ บุคลิกลักษณะ และประสบการณ์ชีวิตของเรา เพื่อทรงทำให้เกิดผลดีตามพระประสงค์อันยอดเยี่ยมของพระองค์ครับ
ถึงแม้บางครั้งความจริงนี้ก็อาจเข้าใจได้ยาก แต่ผ่านทางพันธกิจและข้อความของอิสยาห์ เราจะเห็นความจริงนี้ได้อย่างชัดเจนครับ
บทเรียนวันนี้แบ่งออกเป็นสองส่วน ได้แก่
“นิมิตเกี่ยวกับยูดาห์และเยรูซาเล็มซึ่งอิสยาห์บุตรอาโมศเห็นในช่วงรัชกาลของอุสซียาห์ โยธาม อาหัส และเฮเซคียาห์ กษัตริย์แห่งยูดาห์ ...” (อิสยาห์ 1:1)
มีการสันนิษฐานกันว่า อาโมศบิดาของอิสยาห์เป็นพี่ชายหรือน้องชายของกษัตริย์อุสซียาห์ ดังนั้น อิสยาห์จึงอาจอยู่ในกลุ่มชนชั้นสูง มีฐานะเป็นหลานของกษัตริย์ และสามารถเข้าเฝ้ากษัตริย์ได้อย่างสะดวก
“ข้าพเจ้าและบุตรทั้งหลายที่องค์พระผู้เป็นเจ้าประทานแก่ข้าพเจ้าอยู่ที่นี่แล้ว เราคือหมายสำคัญและสัญลักษณ์ในอิสราเอลจากพระยาห์เวห์ผู้ทรงฤทธิ์ผู้ประทับบนภูเขาศิโยน” (อิสยาห์ 8:18)
ในพระธรรมอิสยาห์ บทที่ 7 และ 8 เราจะพบว่า อิสยาห์แต่งงานกับผู้เผยพระวจนะหญิง และมีบุตรชายอย่างน้อยสองคน คือ เชอารยาชูบ และมาเฮอร์ชาลาลหัชบัส พระเจ้าทรงตั้งชื่อให้กับบุตรชายของอิสยาห์ ซึ่งสำแดงถึงสิทธิอำนาจของพระองค์เหนือชีวิตของเขา นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงใช้ชื่อเหล่านี้เป็นหมายสำคัญและสัญลักษณ์ในอิสราเอล
ในพระธรรมอิสยาห์บทที่ 20 พระเจ้าตรัสกับอิสยาห์ว่า
“... เจ้าจงถอดเสื้อผ้ากระสอบออกจากกาย และถอดรองเท้าออก ...” (อิสยาห์ 20:2)
อิสยาห์เดินเปลือยกายและเท้าเปล่าตลอดสามปี ซึ่งเป็นหมายสำคัญและลางร้ายแก่อียิปต์และคูช ด้วยเหตุนี้ อิสยาห์จึงไม่ได้เพียงแค่กล่าวข้อความจากพระเจ้า แต่เขายังดำเนินชีวิตเพื่อเป็นข้อความนั้นด้วย ซึ่งสะท้อนถึงการยอมจำนนต่อพระเจ้าโดยสิ้นเชิง
เชื่อกันว่า อิสยาห์อาจเป็นวีรบุรุษแห่งความเชื่อที่ถูกกล่าวถึงในพระธรรมฮีบรูว่า
“... บางคนถูกเลื่อยเป็นสองท่อน ...” (ฮีบรู 11:37)
อิสยาห์ผู้ซึ่งเกิดในราชวัง ยอมสละความสะดวกสบาย สละสิทธิต่าง ๆ สละเสื้อผ้า และสละแม้กระทั่งชีวิต ไม่ว่าเขาจะต้องสละอะไร เขาก็ยังคงซื่อสัตย์ต่อพระเจ้า
ในมาตรฐานของมนุษย์ ชีวิตของอิสยาห์พบแต่ความผิดหวัง ดังนั้น เรื่องราวของเขาจึงอาจไม่ใช่เรื่องราวที่ใคร ๆ ต้องการ แต่ในมาตรฐานของพระเจ้าแล้ว ...
“แผ่นดินโลกไม่ควรค่ากับคนเช่นนี้เลย ...” (ฮีบรู 11:38)
ในฐานะหลานของกษัตริย์ อิสยาห์อยู่ในตำแหน่งที่ผู้คนให้ความเคารพนับถือ แต่พระเจ้าทรงเรียกให้เขายอมจำนนต่อชีวิตและอิทธิพลของตนเอง เพื่อตอบสนองต่อการเรียกของพระเจ้าด้วยการกล่าวพระวจนะ ซึ่งผู้คนจะเพิกเฉยต่อถ้อยคำของเขา
“ในปีที่กษัตริย์อุสซียาห์สิ้นพระชนม์ ข้าพเจ้าได้เห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าประทับบนบัลลังก์อันสูงส่งและเป็นที่เทิดทูน ชายฉลองพระองค์ปกคลุมทั่วพระวิหาร เหนือพระองค์มีเสราฟิม แต่ละตนมีหกปีก สองปีกปกหน้า สองปีกปกเท้า และอีกสองปีกบินไปมา ต่างร้องขานรับต่อ ๆ กันว่า ‘บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ คือพระยาห์เวห์ผู้ทรงฤทธิ์ ทั่วโลกเต็มไปด้วยพระเกียรติสิริของพระองค์’ ” (อิสยาห์ 6:1-3)
เนื่องด้วยความเย่อหยิ่ง อุสซียาห์จึงทรงล่วงล้ำเข้าไปในพระวิหารของพระเจ้า เพื่อเผาเครื่องหอมบนแท่น ทำให้พระองค์ทรงเป็นโรคเรื้อนจนสิ้นพระชนม์ และทรงถูกตัดขาดจากพระวิหารของพระเจ้า ในปีที่อุสซียาห์สิ้นพระชนม์ พระเจ้าจอมกษัตริย์ทรงสำแดงพระองค์เองแก่อิสยาห์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่อิสยาห์ได้เห็นพระเจ้า พร้อมกับพระเกียรติสิริของพระองค์
พระเจ้าพระบิดาตรัสในพระธรรมอพยพว่า
“... เจ้าไม่อาจเห็นหน้าเราเพราะมนุษย์เห็นเราแล้วไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้” (อพยพ 33:20)
อย่างไรก็ตาม อิสยาห์ยังคงมีชีวิตอยู่ได้ เพราะพระเจ้าที่เขาเห็น คือ พระเยซู พระเจ้าพระบุตร ดังที่พระเยซูตรัสในพระธรรมยอห์นว่า
“อิสยาห์กล่าวเช่นนี้เพราะเขาเห็นพระเกียรติสิริของพระเยซูและกล่าวถึงพระองค์” (ยอห์น 12:41)
นิมิตดังกล่าวทำให้อิสยาห์ถ่อมใจลง และเปลี่ยนชีวิตของเขาโดยสิ้นเชิง เมื่อได้เห็นพระเกียรติสิริของพระเจ้าแล้ว การตอบสนองของเขา คือ ความยำเกรง เขาร้องว่า
“... วิบัติแก่ข้าพเจ้า! ข้าพเจ้าพินาศแล้ว! เพราะข้าพเจ้าเป็นคนที่ริมฝีปากไม่สะอาด และใช้ชีวิตในหมู่ชนชาติที่มีริมฝีปากไม่สะอาด และตาของข้าพเจ้าได้เห็นองค์กษัตริย์คือพระยาห์เวห์ผู้ทรงฤทธิ์” (อิสยาห์ 6:5)
สิ่งที่อิสยาห์สารภาพนั้น เป็นจริงสำหรับมนุษย์ทุกคน เมื่ออยู่เฉพาะพระพักตร์พระยาห์เวห์ผู้ทรงฤทธิ์
พระองค์ทรงตอบสนองต่อการสารภาพบาปของอิสยาห์ ด้วยการไถ่บาปให้เขาโดยพระคุณ
“แล้วเสราฟิมตนหนึ่งบินมาหาข้าพเจ้า มีถ่านลุกโชนซึ่งใช้คีมคีบมาจากแท่นบูชาอยู่ในมือ ทูตสวรรค์นั้นใช้ถ่านแตะริมฝีปากข้าพเจ้า และกล่าวว่า ‘ดูเถิด ถ่านนี้แตะริมฝีปากของเจ้าแล้ว ความผิดของเจ้าถูกลบไป และบาปของเจ้าได้รับการอภัยแล้ว’ ” (อิสยาห์ 6:6-7)
เมื่ออิสยาห์ตระหนักถึงบาปและความพินาศที่เป็นผลของบาป เขาจึงตอบสนองด้วยการสารภาพบาป แล้วพระเจ้าก็ประทานการอภัย ขอให้เราตระหนักถึงบาปและความพินาศที่เป็นผลของบาป พร้อมทั้งตอบสนองเช่นเดียวกับอิสยาห์นะครับ
“แล้วข้าพเจ้าได้ยินพระสุรเสียงขององค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า ‘เราจะส่งผู้ใดไป? และใครจะไปเพื่อเรา?’ ข้าพเจ้ากราบทูลว่า ‘ข้าพระองค์อยู่ที่นี่ ขอทรงส่งข้าพระองค์ไปเถิด!’ ” (อิสยาห์ 6:8)
เมื่อพระเจ้าทรงเรียกอิสยาห์ เขาก็ตอบรับทันที โดยไม่มีการต่อรองใด ๆ ถึงแม้เขาจะยังไม่รู้ว่า พระเจ้าจะทรงเรียกให้เขาทำพันธกิจใดก็ตาม
พระเจ้าตรัสกับอิสยาห์ว่า
“… จงไปบอกชนชาตินี้ว่า ‘จงฟังแล้วฟังเล่าแต่จะไม่มีวันเข้าใจ ดูแล้วดูเล่าแต่จะไม่มีวันเห็น’ จงทำให้จิตใจของชนชาตินี้ดื้อด้านไป ทำให้หูของพวกเขาตึง และปิดตาของพวกเขาเสีย มิฉะนั้นแล้วพวกเขาจะได้เห็นกับตา ได้ยินกับหู เข้าใจด้วยจิตใจ และหันกลับมาและได้รับการรักษาให้หาย” (อิสยาห์ 6:9-10)
พระเจ้าทรงเรียกให้อิสยาห์เป็นผู้เผยพระวจนะของพระองค์แก่คนยูดาห์ และกล่าวคำพยากรณ์ถึงอนาคตด้วย อย่างไรก็ตาม พระเจ้าก็ทรงบอกอิสยาห์ล่วงหน้าว่า ผู้คนที่เขาจะไปเผยพระวจนะนั้น จะไม่รับฟังและไม่เข้าใจถ้อยคำของเขา
อิสยาห์เป็นผู้ส่งสารที่มาถึงในเวลาที่เหมาะสม พระเจ้าทรงเรียกเขาให้ทำพันธกิจที่ยากลำบาก เขาจะต้องทำงานอย่างโดดเดี่ยว ถึงแม้จะมีผู้เผยพระวจนะหลายคนที่รับใช้ในช่วงชีวิตของอิสยาห์ ซึ่งรวมถึงโยนาห์ อาโมส โฮเชยา และมีคาห์ แต่ไม่มีหลักฐานว่า เขาได้ติดต่อกับผู้เผยพระวจนะเหล่านั้น ถึงแม้พระเจ้าจะทรงนำอิสยาห์ซึ่งเป็นคนที่มั่งมีและได้รับการนับถือ ให้กลายเป็นคนที่ยากจนและถูกปฏิเสธ แต่อิสยาห์ก็ไม่ย่อท้อ เพราะเขารู้จักพระเจ้าผู้ที่เขากำลังรับใช้อยู่ ถึงแม้สายตาของมนุษย์อาจประเมินว่า การรับใช้ของอิสยาห์ล้มเหลว แต่ในสายพระเนตรของพระเจ้า พระองค์ไม่ได้ทรงประเมินความสำเร็จอย่างที่มนุษย์ประเมิน
เวลานี้ คุณกำลังเปรียบเทียบกับคนอื่นในเรื่องความสำเร็จของการรับใช้หรือไม่? ขอให้ระลึกอยู่เสมอว่า เราไม่ได้มีหน้าที่ในการประเมินว่า เราประสบความสำเร็จในการรับใช้มากน้อยเพียงไร แต่เรามีหน้าที่ในการประเมินว่า เราซื่อสัตย์ในการรับใช้มากน้อยเพียงไร เพราะมาตรวัดความสำเร็จในการรับใช้ของเรา คือ ความซื่อสัตย์ของเราต่อพระเจ้า
ใจความสำคัญประการแรกของคำเผยพระวจนะของอิสยาห์ คือ องค์บริสุทธิ์ ขอให้เรากลับมาที่พระธรรมอิสยาห์บทที่ 1 อีกครั้งนะครับ
“นิมิตเกี่ยวกับยูดาห์และเยรูซาเล็มซึ่งอิสยาห์บุตรอาโมศเห็น ...” (อิสยาห์ 1:1)
พระธรรมอิสยาห์ทั้งเล่ม คือ ทั้ง 66 บทนั้น อิสยาห์ได้รับนิมิตเดียว ซึ่งมีข้อความสำคัญ คือ “องค์บริสุทธิ์ทรงเป็นความหวังเดียวของเรา”
พระธรรมอิสยาห์นำเสนอในรูปแบบที่หลากหลาย เช่น บทกวี วรรณกรรมพยากรณ์ และเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ทั้งหมดนี้สื่อข้อความเดียวเท่านั้น คือ องค์บริสุทธิ์ทรงเป็นความหวังเดียวของเรา ซึ่งเป็นความจริงสำคัญที่มาในเวลาที่เหมาะสมสำหรับผู้คนในสมัยปัจจุบัน เช่นเดียวกับในสมัยของอิสยาห์
องค์บริสุทธิ์ทรงเป็นศูนย์กลางของพระธรรมอิสยาห์ อิสยาห์นำให้เราเผชิญหน้ากับความบริสุทธิ์ของพระเจ้า พระองค์ทรงปราศจากบาป ขาวสะอาด ถูกต้อง ชอบธรรม และสัตย์ซื่ออย่างสมบูรณ์แบบเสมอ
ในบทที่ 1 องค์บริสุทธิ์ทรงแจ้งความผิดแก่ชนชาติที่บาปหนา เพราะการกระทำชั่วของพวกเขา
ในบทที่ 5 องค์บริสุทธิ์ทรงพิพากษาบาป
ในบทที่ 6 องค์บริสุทธิ์ทรงไร้ขอบเขต และทั่วโลกเต็มไปด้วยพระเกียรติสิริของพระองค์
ในบทที่ 8 องค์บริสุทธิ์ทรงเป็นสถานนมัสการ เราควรยำเกรงพระองค์
ในบทที่ 10-14 องค์บริสุทธิ์ทรงมีสิทธิอำนาจสูงสุด และทรงมีแผนการสำหรับทุกชนชาติ
พระเจ้าทรงเตือนถึงการพิพากษาแก่ผู้ที่พยายามพึ่งพาตนเอง และไม่พึ่งพาพระองค์ พระองค์ไม่ทรงมีผู้ใดเทียบได้ ไม่ทรงมีที่ปรึกษา หรือไม่ทรงมีครู พระองค์ไม่ทรงเหน็ดเหนื่อยหรืออ่อนล้า พระองค์ทรงสร้างความสว่าง และประทานความเจริญรุ่งเรือง
และในบทที่ 41 องค์บริสุทธิ์ทรงมีชัยชนะ
ใจความสำคัญประการที่สองของคำเผยพระวจนะของอิสยาห์ คือ ความหวังเดียว
องค์บริสุทธิ์ทรงสัญญาว่า จะทรงสร้างประชากรที่บริสุทธิ์
ในบทที่ 6 องค์บริสุทธิ์ทรงทำให้อิสยาห์บริสุทธิ์ด้วยการไถ่บาป
ในบทที่ 25 องค์บริสุทธิ์ประทานความหวัง และทรงประกาศว่า ทรงเป็นที่ลี้ภัยของผู้ยากไร้ เป็นที่พักพิงสำหรับคนขัดสน เป็นป้อมกำบังจากพายุ เป็นร่มเงาหลบความร้อน พระองค์จะทรงกลืนความตายไปชั่วนิรันดร์ พระองค์ทรงซับหยาดน้ำตาจากทุกใบหน้า และจะทรงขจัดความอัปยศอดสูของประชากรของพระองค์
ในบทที่ 26 องค์บริสุทธิ์ประทานสันติสุข และทรงปกป้องจิตใจที่แน่วแน่ไว้ในสันติภาพอันสมบูรณ์
ในบทที่ 28 องค์บริสุทธิ์ทรงได้รับการเรียกว่า พระยาห์เวห์องค์เจ้าชีวิต พระองค์ทรงสามารถทำได้ทุกสิ่ง พระองค์ทรงสัญญาว่า จะทรงวางศิลาก้อนหนึ่งไว้ในศิโยนเป็นศิลามุมเอกล้ำค่า เหมาะเป็นรากฐานอันมั่นคง ผู้ที่วางใจจะไม่มีวันท้อแท้ ซึ่งแท้จริงแล้ว องค์บริสุทธิ์จะทรงทำลายความตาย
ในบทต่อ ๆ มา องค์บริสุทธิ์ทรงสัญญาว่า จะประทานความรอด โดยการกลับใจและการหยุดพัก เราจะรอด ถ้ากำลังของเราอยู่ที่การสงบนิ่งและการวางใจ
องค์บริสุทธิ์ทรงปลอบโยนประชากรของพระองค์ ด้วยการไถ่บาปให้พวกเขา พระองค์ประทานกำลังแก่ผู้อ่อนล้า ทรงเรียกผู้คนสู่ความชอบธรรม ทรงเบิกตาของคนตาบอด ทรงปลดปล่อยเชลยจากคุก ทรงลบล้างการล่วงละเมิดและไม่ทรงจดจำบาปของเราอีกต่อไป
ในบทที่ 48 องค์บริสุทธิ์ทรงสอนเราว่า สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเราคืออะไร ถ้าเพียงแต่เราใส่ใจในพระบัญชา สันติสุขก็จะหลั่งไหลดั่งแม่น้ำ และความชอบธรรมเหมือนคลื่นในทะเล
ในบทที่ 49 องค์บริสุทธิ์ไม่เคยทรงลืมเรา พระองค์ได้ทรงสลักชื่อของเราไว้บนฝ่าพระหัตถ์ ผู้ที่หวังในพระองค์จะไม่ผิดหวัง
ในบทที่ 51 องค์บริสุทธิ์ประทานความรอดที่จะดำรงอยู่เป็นนิตย์ ความชอบธรรมของพระองค์จะไม่สิ้นสุดเลย
ในบทที่ 53 องค์บริสุทธิ์จะทรงบดขยี้ผู้รับใช้ที่ทนทุกข์ หลังจากที่ชีวิตจิตใจของเขาต้องทุกข์ทรมานแล้ว เขาจะได้เห็นแสงสว่างแห่งชีวิต และเขาจะพึงพอใจ โดยความรู้ของเขา คือ ผู้รับใช้ที่ชอบธรรมของพระองค์จะทำให้คนเป็นอันมากกลายเป็นผู้ชอบธรรม และเขาจะแบกความชั่วช้าของคนเหล่านั้น
พันธสัญญาใหม่ได้บอกกับเราว่า ศิลามุมเอก ผู้รับใช้ที่ทนทุกข์ ผู้ที่ปกครองด้วยความชอบธรรม ผู้ที่เบิกตาของคนตาบอด และผู้ที่ปลดปล่อยเชลยจากคุก คือ พระเยซูคริสต์ พระเยซูทรงเป็นเครื่องบูชาไถ่บาปสำหรับเราทุกคน พระชนม์ชีพ การสิ้นพระชนม์ การคืนพระชนม์ และการเสด็จสู่สวรรค์ของพระองค์ ล้วนเป็นเหตุการณ์ที่กำหนดวิถีชีวิตของทุกคน เพราะวันหนึ่ง ทุกชีวิตจะคุกเข่าลงนมัสการพระนามของพระเยซู และทุกลิ้นจะยอมรับว่า พระเยซูคริสต์คือองค์พระผู้เป็นเจ้า
ผู้คนมากมายฝากความหวังของตนเองไว้กับหลายสิ่งหลายอย่างในโลกนี้ เช่น ผู้ปกครองบ้านเมือง แนวคิด สิทธิพิเศษ ความรู้ ความมั่งมี หน้าที่การงาน การแต่งงาน เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ถ้าเราฝากความหวังไว้กับสิ่งเหล่านั้น สักวันหนึ่งเราก็จะพบความผิดหวัง เพราะหนทางเดียวที่เราจะได้รับความหวังที่แท้จริง คือ ผ่านทางพระเยซูคริสต์องค์บริสุทธิ์
ขอเชิญพี่น้องมาสำรวจพระธรรมอิสยาห์อีกสามตอนข้างหน้าด้วยกันต่อนะครับ เพื่อเราจะได้ชื่นชมยินดีในการค้นพบความจริงด้วยกันว่า องค์บริสุทธิ์ทรงเป็นความหวังเดียวของเรา
พระเจ้าทรงชำระและเรียกผู้เผยพระวจนะอิสยาห์
ให้ประกาศว่า องค์บริสุทธิ์ทรงเป็นความหวังเดียว
ข้อความสำคัญ คือ
ขอสันติสุขของพระเจ้าดำรงอยู่กับพี่น้องทุกท่านครับ สวัสดีครับ
ธีรยสถ์ นิมมานนท์
เติมเต็มชีวิตด้วยข้อคิดหนุนใจ
ประชากรแห่งพระสัญญา: อาณาจักรแตกแยก
บทเรียนที่ 18: อิสยาห์ ตอนที่ 1 พันธกิจและข้อความของอิสยาห์
(อิสยาห์ 1–66)
หมายเหตุ: ข้อพระคัมภีร์ที่อ้างอิง มาจากฉบับอมตธรรมร่วมสมัย (Thai New Contemporary Version) โดยองค์การอมตธรรม หากไม่ได้ระบุว่ามาจากฉบับอื่น