ข้อความถึงคนยูดาห์ (อิสยาห์ 1–12)
หลักการที่ 1: องค์บริสุทธิ์ประทานความหวังที่แน่นอนแก่คนที่วางใจในพระองค์
ข้อความถึงคนทั้งโลก (อิสยาห์ 13–39)
หลักการที่ 2: คำเตือนจากองค์บริสุทธิ์ให้โอกาสที่จะเลือกระหว่างการพิพากษาและความหวัง
พระเจ้าตรัสผ่านอิสยาห์ในเรื่องการพิพากษา
และเรื่องพระเมสสิยาห์ผู้ที่ประทานความหวัง
สวัสดีครับ พี่น้องในพระคริสต์ทุกท่าน
เรายังอยู่ด้วยกันในมินิซีรีส์ สำรวจพระธรรมอิสยาห์ นะครับ วันนี้จะเป็นตอนที่สอง หัวข้อก็คือ “พระสัญญาแห่งการพิพากษา และข้อความแห่งความหวัง”
ในปีพุทธศักราช 2554 ประเทศไทยประสบปัญหาอุทกภัยครั้งรุนแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์ พี่น้องชาวไทยจำนวนมากจากทุกภาคของประเทศต่างก็ได้รับความเดือดร้อน พี่น้องผู้เชื่อในคริสตจักรต่าง ๆ จึงยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือผู้คน ซึ่งไม่มีที่พักอาศัยและขาดแคลนอาหาร การสำแดงความรักในครั้งนั้น ทำให้หลายท่านตัดสินใจที่จะต้อนรับพระเยซูเป็นพระผู้ช่วยให้รอด แม้ในท่ามกลางความสูญเสียและความยากลำบาก แต่ความชื่นชมยินดีก็ยังสามารถเกิดขึ้นได้ ขอบคุณพระเจ้าสำหรับเรื่องอัศจรรย์เช่นนี้ครับ
ในพระธรรมอิสยาห์ 39 บทแรก เราจะเห็นภาพเหตุการณ์ที่ยากลำบากผสมผสานกับพระสัญญาอันยิ่งใหญ่ที่ให้กำลังใจ ซึ่งบทเรียนวันนี้แบ่งออกเป็นสองส่วน ได้แก่
“โอ ชนชาติบาปหนา ประชากรผู้แบกความผิดไว้อย่างมากมายหนักหนา เผ่าพันธุ์ผู้กระทำชั่ว ลูกหลานของความเสื่อมทราม! พวกเขาได้ละทิ้งองค์พระผู้เป็นเจ้า หมิ่นประมาทองค์บริสุทธิ์แห่งอิสราเอล และหันหลังให้พระองค์” (อิสยาห์ 1:4)
คนยูดาห์ไม่สนใจในความยุติธรรมและคนที่ถูกกดขี่ข่มเหง แต่พวกเขารับสินบนและไม่ให้ความยุติธรรมแก่คนที่บริสุทธิ์ หญิงชาวศิโยนหยิ่งผยองและทำตาชม้อยชม้าย ประชาชนทำบาป บ้านเมืองเต็มไปด้วยการกราบไหว้รูปเคารพเหมือนกับในเมืองโสโดม ทุกสิ่งกลับตาลปัตร ถึงขั้นที่พวกเขาเรียกชั่วว่าดี และเรียกดีว่าชั่ว
คนยูดาห์กระทำชั่ว ในขณะที่พวกเขายังคงถือปฏิบัติตามพิธีกรรมทางศาสนาอยู่นั้น พระเจ้าก็ตรัสแก่พวกเขาว่า
“... เครื่องบูชาทั้งหลายของเจ้ามีความหมายอะไรสำหรับเรา? เราเอียนเครื่องเผาบูชา เราเอือมแกะผู้และไขมันของสัตว์อ้วนพี เราไม่ได้พอใจกับเลือดแพะแกะหรือเลือดวัว” (อิสยาห์ 1:11)
นี่เป็นภาพของคนที่เคร่งศาสนา ซึ่งเสแสร้งเป็นอีกคนเฉพาะพระพักตร์พระเจ้า แต่ในเวลาอื่นพวกเขากลับดำเนินชีวิตที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
ถึงแม้พระเจ้าจะทรงเกลียดชังความชั่ว แต่พระองค์ยังทรงประสงค์ให้พวกเขากลับใจ พระองค์ตรัสว่า
“... มาเถิด เรามาตกลงกัน แม้บาปของเจ้าจะเป็นสีแดงก่ำ ก็จะขาวสะอาดเหมือนหิมะ แม้บาปเหล่านั้นเป็นสีแดงเข้ม ก็จะขาวเหมือนสำลี หากเจ้าเต็มใจและเชื่อฟัง เจ้าจะได้กินผลดีที่สุดจากผืนแผ่นดิน” (อิสยาห์ 1:18-19)
นี่คือเรื่องราวของการกลับใจและการฟื้นฟูสภาพ ซึ่งฝังตัวอยู่ในการพิพากษา
พระเจ้าประทานความหวังที่แน่นอน ผ่านทางการไถ่บาป ซึ่งเราจะพบได้ในพระธรรมอิสยาห์ บทที่ 6 และเราก็ได้ศึกษาด้วยกันในบทเรียนที่แล้ว
ในบทที่ 7–12 เราจะพบว่า พระเจ้าประทานความหวังที่แน่นอนแก่ประชากรของพระองค์ ทั้งในเวลานั้นและในเวลานี้ ผ่านทางพระสัญญาและหมายสำคัญ
อาหัสทรงเผชิญกับเหตุการณ์ที่ตึงเครียด เพราะข้าศึกมารุกราน พระเจ้าจึงตรัสผ่านทางอิสยาห์ว่า
“ให้ระวัง นิ่งสงบ อย่ากลัวเลย อย่าเสียขวัญ ...” (อิสยาห์ 7:4)
บรรดากษัตริย์ที่มารุกรานทรงมุ่งทำลายล้างอาหัส แต่พระเจ้าทรงสำแดงว่า
“… จะไม่เป็นไปเช่นนั้น จะไม่เกิดขึ้น” (อิสยาห์ 7:7)
พระเจ้าตรัสย้ำให้อาหัสทรงตั้งมั่นในความเชื่อ และอย่าทรงแสวงหาความช่วยเหลือจากชาติอื่น ๆ พระเจ้าตรัสแก่อาหัสว่า
“ ‘... หากเจ้าไม่ตั้งมั่นในความเชื่อ เจ้าก็ไม่อาจยืนอยู่ได้เลย’ ” (อิสยาห์ 7:9)
พระเจ้าประทานข้อเสนออันเหลือเชื่อแก่อาหัสว่า
“จงขอหมายสำคัญจากพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า ไม่ว่าจะในที่ลึกที่สุดหรือในที่สูงที่สุดก็ได้” (อิสยาห์ 7:11)
แต่อาหัสตรัสตอบอย่างคนเคร่งศาสนาว่า
“... เราจะไม่ทูลขอ เราจะไม่ทดลององค์พระผู้เป็นเจ้า” (อิสยาห์ 7:12)
อาหัสไม่ได้ทรงตระหนักว่า การไม่เชื่อฟังพระเจ้าเป็นการทดลองความอดกลั้นพระทัยของพระเจ้า
ถึงแม้อาหัสจะไม่ทรงขอหมายสำคัญ แต่พระเจ้าก็ยังประทานหมายสำคัญ ดังต่อไปนี้
หมายสำคัญแรก คือ อิมมานูเอล ซึ่งแปลว่า “พระเจ้าทรงอยู่กับเรา”
“ฉะนั้นองค์พระผู้เป็นเจ้าเองจะประทานหมายสำคัญแก่ท่าน คือ หญิงพรหมจารีคนหนึ่งจะตั้งครรภ์และคลอดบุตรชาย และจะเรียกบุตรนั้นว่าอิมมานูเอล” (อิสยาห์ 7:14)
สำหรับอาหัสแล้ว หมายสำคัญนี้ หมายถึง พระเจ้าจะประทานหมายสำคัญแก่อาหัส ผ่านทางบุตรชายคนหนึ่ง ซึ่งพระเจ้าจะตรัสแก่บุตรชายคนนั้นว่า พระองค์จะทรงอยู่กับเขา ถึงแม้เราจะไม่รู้ว่า หมายสำคัญนี้สำเร็จอย่างไรในเวลาของอิสยาห์และอาหัส แต่เรารู้อย่างชัดแจ้งว่า หมายสำคัญนี้สำเร็จในการประสูติของพระเยซู หมายสำคัญนี้เตือนใจเราทุกคนว่า ไม่ว่าเรากำลังเผชิญกับสถานการณ์เช่นไร เราก็สามารถตั้งมั่นในความเชื่อได้ เพราะพระบุคคลของพระเจ้าในพระเยซู
หมายสำคัญที่สอง คือ อิสยาห์และบุตรชายทั้งสอง
“ข้าพเจ้าและบุตรทั้งหลายที่องค์พระผู้เป็นเจ้าประทานแก่ข้าพเจ้าอยู่ที่นี่แล้ว เราคือหมายสำคัญและสัญลักษณ์ในอิสราเอลจากพระยาห์เวห์ผู้ทรงฤทธิ์ผู้ประทับบนภูเขาศิโยน” (อิสยาห์ 8:18)
บุตรชายคนแรกมีชื่อว่า เชอารยาชูบ ซึ่งแปลว่า “ผู้ที่เหลืออยู่จะกลับมา” บุตรชายคนที่สองมีชื่อว่า มาเฮอร์ชาลาลหัชบัส ซึ่งแปลว่า “ปล้นอย่างรวดเร็ว เป็นเหยื่อโดยฉับพลัน” อย่างไรก็ตาม ชื่ออิสยาห์แปลว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นความรอด” เมื่อเราเห็นชื่อของพวกเขา ขอให้เราระลึกว่า ถึงแม้ศัตรูจะวางแผนทำสงคราม แต่แผนเหล่านั้นจะถูกขัดขวาง เพราะพระเจ้าทรงอยู่กับเรา และพระองค์ทรงเป็นความรอดของเรา
หมายสำคัญที่สาม คือ รายละเอียดเกี่ยวกับบุตรชายที่พระเจ้าประทาน
“ด้วยว่ามีเด็กคนหนึ่งเกิดมาเพื่อเรา มีบุตรชายคนหนึ่งที่ประทานแก่เรา และการปกครองจะอยู่บนบ่าของเขา และเขาจะได้รับการขนานนามว่า ‘ที่ปรึกษามหัศจรรย์ พระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์ พระบิดานิรันดร์ องค์สันติราช’ การปกครองอย่างสันติของบุคคลนั้นจะรุ่งเรืองขึ้นไม่สิ้นสุด พระองค์จะทรงครอบครองเหนือบัลลังก์ และอาณาจักรของดาวิด ทรงสถาปนาและผดุงอาณาจักรนั้นไว้ ด้วยความยุติธรรมและความชอบธรรม ตั้งแต่เวลานั้นตราบนิรันดร์ ... ” (อิสยาห์ 9:6-7)
หมายสำคัญที่สี่ คือ หน่อที่งอกขึ้นมาจากตอของเจสซี
“หน่อหนึ่งจะงอกขึ้นมาจากตอของเจสซี กิ่งหนึ่งจะเกิดผล จากรากของเขา พระวิญญาณขององค์พระผู้เป็นเจ้าจะประทับอยู่เหนือผู้นั้น คือองค์พระวิญญาณแห่งสติปัญญาและความเข้าใจ พระวิญญาณแห่งคำปรึกษาและอานุภาพ พระวิญญาณแห่งความรู้และความยำเกรงองค์พระผู้เป็นเจ้า และเขาผู้นั้นจะปีติยินดีในความยำเกรงองค์พระผู้เป็นเจ้า ...” (อิสยาห์ 11:1-3)
พระเยซูพระเมสสิยาห์จะมาจากเชื้อสายของดาวิด พระองค์ทรงยิ่งใหญ่กว่าศัตรูที่อาหัสทรงกำลังเผชิญ ความหวังจะเกิดขึ้นในท่ามกลางถ้อยแถลงเรื่องการพิพากษา
หลักข้อเชื่อเรื่องพระเจ้าพระบุตร
พระเยซูทรงเป็นพระบุคคลที่สองในตรีเอกภาพ ซึ่งเราเรียกว่า พระเจ้าพระบุตร
พระเยซูประสูติจากหญิงพรหมจารี พระองค์ทรงได้รับพระนามว่า พระเยซู เพราะพระองค์จะทรงช่วยประชากรของพระองค์ให้พ้นจากบาปทั้งหลายของเขา และพระองค์ทรงเป็นองค์อิมมานูเอล
พระเยซูทรงเป็นมนุษย์อย่างสมบูรณ์ และทรงเป็นพระเจ้าอย่างสมบูรณ์
พระเยซูทรงเป็นผู้ปกครองที่อิสยาห์พยากรณ์ถึง ผู้ซึ่งจะทรงปกครองชั่วนิรันดร์
ความหวังในพระคัมภีร์ไม่ใช่การมองโลกในแง่ดี หรือการคาดว่า จะได้รับบางสิ่งที่ต้องการ เพราะความหวังในพระคัมภีร์เป็นความหวังที่แน่นอน พระเจ้าประทานหมายสำคัญต่าง ๆ มากมายแก่เรา เพื่อเราจะสามารถนิ่งสงบ ตั้งมั่นในความเชื่อ และก้าวเดินต่อไปได้ โดยการวางใจให้พระองค์ทรงดูแลเรา
ความหวังของคุณอยู่ที่ไหน? คุณให้สิ่งอื่นยิ่งใหญ่กว่าพระเจ้าหรือไม่? สิ่งใดที่คุณหลงผิดคิดว่า จริงแท้กว่าพระเจ้าและพระสัญญา? เรื่องใดที่พระเจ้าทรงกำลังเชิญชวนให้คุณวางใจในพระองค์? เมื่อเราเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก ขอให้เราใคร่ครวญถึงหมายสำคัญในอดีตที่พระเจ้าประทานแก่เรา แทนที่จะขอหมายสำคัญใหม่ ๆ พร้อมทั้งทูลขอให้พระองค์ทรงสำแดงแก่เราว่า หมายสำคัญเหล่านั้นยืนยันสถานการณ์ของเราอย่างไร และยืนยันมุมมองของเราเกี่ยวกับพระองค์อย่างไร พระเยซูคริสต์องค์บริสุทธิ์ประทานความหวังที่แน่นอนแก่ทุกคนที่วางใจในพระองค์เสมอ
การพิพากษาที่แน่นอนประการแรก กล่าวถึงการพิพากษาที่แน่นอนสำหรับแต่ละชนชาติ ในพระธรรมอิสยาห์ บทที่ 13–23 พระเจ้าตรัสถึงชนชาติบาบิโลน อัสซีเรีย ฟีลิสเตีย โมอับ ดามัสกัส คูชหรือเอธิโอเปีย อียิปต์ เอโดม อาระเบีย เยรูซาเล็ม และไทระ บทสรุปที่เราได้จากพระดำรัสของพระเจ้า คือ พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าของทุกชนชาติ และจะทรงพิพากษาแต่ละชนชาติโดยสิทธิอำนาจอันชอบธรรม
นอกจากพระเจ้าทรงประกาศถ้อยแถลงเรื่องคำพิพากษาแล้ว พระองค์ยังประทานความหวังด้วย พระองค์ทรงสำแดงพระกรุณา พร้อมทั้งประทานพระสัญญาแห่งการพักสงบและสันติภาพ ตัวอย่างเช่น ในพระธรรมอิสยาห์ บทที่ 16 พระองค์ทรงสัญญาว่า “ราชบัลลังก์หนึ่งจะได้รับการสถาปนาขึ้นด้วยความรัก ผู้หนึ่งจากวงศ์วานของดาวิด จะนั่งบนบัลลังก์นั้นด้วยความซื่อสัตย์ เป็นผู้ตัดสินอย่างยุติธรรม และส่งเสริมความชอบธรรม”
การพิพากษาที่แน่นอนประการที่สอง กล่าวถึงการพิพากษาที่แน่นอนสำหรับคนทั้งโลก ในพระธรรมอิสยาห์ บทที่ 24–27 โดยเป็นวรรณกรรมพยากรณ์ กล่าวคือ ในบทที่ 24 กล่าวถึงการที่พระเจ้าจะทรงทิ้งโลกให้ร้าง และทำให้มันย่อยยับ องค์บริสุทธิ์จะทรงพิพากษาอย่างเที่ยงธรรม ในขณะที่บทที่ 25 และ 26 กล่าวถึงการสรรเสริญและความหวัง ซึ่งเป็นความหวังสำหรับคนที่วางใจในพระเจ้าท่ามกลางถ้อยแถลงแห่งการพิพากษา
ความหวังที่แน่นอนประการแรก กล่าวถึงวิบัติ ในพระธรรมอิสยาห์ บทที่ 28–35
“วิบัติแก่มงกุฎดอกไม้แห่งเกียรติยศของเหล่าคนขี้เมาแห่งเอฟราอิม วิบัติแก่ดอกไม้อันร่วงโรย แก่ความงามอันเชิดหน้าชูตาของเอฟราอิม ... มงกุฎดอกไม้แห่งเกียรติยศของเหล่าคนขี้เมาแห่งเอฟราอิมนั้น จะถูกเหยียบย่ำใต้ฝ่าเท้า” (อิสยาห์ 28:1, 3)
ถึงแม้พระวจนะตอนนี้จะเริ่มต้นด้วยคำว่า “วิบัติ” แต่ก็เป็นข้อความแห่งความหวัง เพราะในวันที่มงกุฎดอกไม้นั้นถูกเหยียบย่ำ ไม่ใช่ทุกคนจะถูกทำลายโดยการพิพากษา แต่ผู้คนบางส่วนจะได้รับการช่วยกู้ให้รอด และ ...
“ในวันนั้นพระยาห์เวห์ผู้ทรงฤทธิ์จะเป็นมงกุฎอันทรงสง่าราศี เป็นมงกุฎดอกไม้ที่งดงามสำหรับชนหยิบมือที่เหลืออยู่ของพระองค์” (อิสยาห์ 28:5)
พระเจ้าประทานความหวังในท่ามกลางวิบัติ และความหวังดังกล่าวพบได้ในองค์บริสุทธิ์ คือ พระเยซู ความหวังที่พระเยซูประทานไม่ได้เกี่ยวข้องกับชีวิตของเราในอนาคตเท่านั้น แต่เกี่ยวข้องกับชีวิตของเราในปัจจุบันด้วย ซึ่งเป็นความหวังที่อยู่ในโลกที่แตกสลายและล้มลงในบาป พระเยซูทรงเป็นกำลังและความรอดของเรา
ความหวังที่แน่นอนประการที่สอง กล่าวถึงความหวังที่แน่นอนของเฮเซคียาห์ที่ทรงเชื่อในพระสัญญาของพระเจ้า
พระชนม์ชีพของเฮเซคียาห์เต็มไปด้วยช่วงเวลาของการพึ่งพา การถ่อมพระทัย และการวางพระทัย อย่างไรก็ตาม พระชนม์ชีพของพระองค์ก็มีช่วงเวลาของความหยิ่งผยองด้วยเช่นกัน แต่พระเจ้าก็ประทานความหวังแก่เฮเซคียาห์ทุกช่วงเวลา พระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐานและประทานพระคุณแก่เฮเซคียาห์ ถ้าพี่น้องท่านใดยังไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับพระชนม์ชีพของเฮเซคียาห์ พี่น้องสามารถย้อนกลับไปศึกษาในบทเรียนที่ 16 ได้ครับ
ถึงแม้ชีวิตของเราจะไม่สมบูรณ์แบบเช่นเดียวกับเฮเซคียาห์ แต่พระเจ้ายังคงประทานความหวัง พระองค์ทรงเข้ามาแทรกแซงชีวิตของเราด้วยพระคุณ ผ่านทางพระบุคคลของพระเยซู
การที่พระเจ้าทรงแจ้งเตือนเรื่องบาป คือ การกระทำแห่งพระคุณ เพื่อให้เรารู้ว่า เรากำลังกบฏต่อพระองค์ และเข้าใจว่า พระองค์ทรงคาดหวังความชอบธรรม การแจ้งเตือนเรื่องบาปมาพร้อมกับคำเชิญชวนให้เรากลับใจและวางใจในพระองค์ พร้อมทั้งเตือนใจเราว่า เราไม่จำเป็นต้องตกอยู่ในบาป แต่เราสามารถหันหนีจากบาปได้
ในขณะที่เราเผชิญหน้ากับความจริงแห่งการพิพากษาและพระสัญญาแห่งความหวัง เราก็เป็นเหมือนกับอาหัสและเฮเซคียาห์ที่มาถึงจุดที่ต้องตัดสินใจแล้วว่า เราจะวางใจในพระสัญญาของพระเจ้า แล้วหันไปหาองค์บริสุทธิ์ผู้ที่ประทานความหวัง เพื่อพักพิงในพระองค์ และโอบกอดความหวังที่พระองค์ทรงยื่นเสนอ หรือว่าเราจะหันหนีจากพระเจ้า และปฏิเสธหมายสำคัญที่พระองค์ประทาน
อิสยาห์ประกาศวันแห่งความย่อยยับ แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ยื่นเสนอความหวังอันเหลือเชื่อ เพราะพระเจ้าได้ทรงจัดเตรียมหนทางไว้สำหรับมนุษย์ทุกคน ผ่านทางพระเยซูพระบุตรของพระองค์ เพื่อทุกคนที่เชื่อในพระเยซูจะรอดพ้นจากการพิพากษา และกลับมามีความสัมพันธ์ที่ดีกับพระเจ้า พร้อมทั้งได้รับชีวิตนิรันดร์ เมื่อพระเจ้าทรงเชิญชวนให้คุณโอบกอดความหวังที่แน่นอน คุณยินดีที่จะตอบรับคำเชิญชวนของพระองค์หรือไม่?
พระเจ้าตรัสผ่านอิสยาห์ในเรื่องการพิพากษา
และเรื่องพระเมสสิยาห์ผู้ที่ประทานความหวัง
ข้อความสำคัญ คือ
ขอสันติสุขของพระเจ้าดำรงอยู่กับพี่น้องทุกท่านครับ สวัสดีครับ
ธีรยสถ์ นิมมานนท์
เติมเต็มชีวิตด้วยข้อคิดหนุนใจ
ประชากรแห่งพระสัญญา: อาณาจักรแตกแยก
บทเรียนที่ 19: อิสยาห์ ตอนที่ 2 พระสัญญาแห่งการพิพากษา และข้อความแห่งความหวัง
(อิสยาห์ 1–39)
หมายเหตุ: ข้อพระคัมภีร์ที่อ้างอิง มาจากฉบับอมตธรรมร่วมสมัย (Thai New Contemporary Version) โดยองค์การอมตธรรม หากไม่ได้ระบุว่ามาจากฉบับอื่น