แผนการของพระเจ้าสำหรับทุกคน

FollowHisSteps.com
 

ความเชื่อถือทั่วไป

คนเราทุกคนต่างยอมรับว่า  มนุษย์ และสรรพสิ่งทั้งปวงอยู่ภายใจกฎธรรมชาติ  ภายใต้กฎธรรมชาตินี้เอง  เราจึงมีความเห็นว่า  ทุกสิ่งในโลกนี้ไม่มีอะไรยั่งยืนถาวร  มีสุขมีทุกข์  มีโศกเศร้าและความตาย

บางคนกล่าวว่า  ถ้าพระเจ้ามีจริง  ทำไมพระองค์จึงอนุญาตให้มีความทุกข์  มีปัญหาเกิดขึ้นในชีวิตและสังคม  ด้วยเหตุนี้เองมนุษย์จึงไม่ยอมรับว่า  พระเจ้าเป็นพระลักษณะบุคคลที่มีพระประสงค์จะช่วยเหลือให้มนุษย์ได้สัมผัสกับความรักของพระองค์

"พระองค์ได้สร้างมนุษย์ทุกชาติ  สืบสายโลหิตอันเดียวกันให้อยู่ทั่วพิภพโลก  เพื่อเขาจะได้แสวงหาพระเจ้า  และมุ่งหวังจะคลำหาให้พบพระองค์  ที่จริงพระองค์มิทรงอยู่ห่างไกลจากเราทุกคนเลย"

กิจการ17:26,27

 

ความคิดและเหตุผลของมนุษย์

โดรธรรมชาติแล้ว  มนุษย์มีสติปัญญาความสามารถในการให้เหตุผลในขอบเขตที่จำกัด  จึงสรุปได้ว่า

  1. เนื่องจากไม่มีใครยิ่งใหญ่กว่ามนุษย์ด้วยกันได้  มนุษย์จึงไม่ต้องรับผิดชอบการกระทำของตนเองต่อผู้ใด
  2. บาปกับบุญเป็นของคู่กัน  ซึ่งถือว่าเป็นธรรมชาติของมนุษย์ไปเสียแล้ว  เราจึงไม่จำเป็นที่จะต้องดิ้นรนให้หลุดพ้น  เพียงแต่หวังไว้ว่า  เมื่อทำดีก็จะได้ดี  ทำชั่วก็จะได้ชั่ว  แต่ถ้าทำทั้งดีทั้งชั่ว  ไม่รู้ว่าจะได้อะไร
  3. โลกนี้กำลังเปลี่ยนแปลงไปในทางที่เลวร้าย  เราจึงต้องพยายามช่วยตัวเองให้หลุดพ้นจากสิ่งชั่วร้ายเหล่านั้น  โดยอาศัยความดีของตนเอง  หรือยึดหลักคำสอนศาสนาต่าง ๆ เป็นที่พึ่ง
  4. ทุกสิ่งที่เรามองเห็นด้วยสายตาและสัมผัสได้ด้วยกายนั้น  ล้วนแต่เกิดขึ้นมาตามธรรมชาติ

 

ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นเองได้หรือ?

สิ่งใด ๆ ก็ตามที่ถูกสร้างขึ้น  ย่อมมีผู้สร้าง  เป็นสภาพซึ่งแสดงให้เห็นถึงพระผู้สร้างที่ยิ่งใหญ่และทรงไว้ซึ่งฤทธานุภาพ

"ในปฐมกาล  พระเจ้าทรงเนรมิตสร้างฟ้าและแผ่นดิน"

ปฐมกาล1:1

พระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์นั้นได้เนรมิตให้มีสรรพสัตว์สรรพสิ่งเกิดขึ้น  และให้มีชีวิตอยู่บนแผ่นดินโลกตามชนิดของมัน 

พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ตามพระฉายาของพระองค์ขึ้นในโลก  พระองค์ทรงรักเขา และประทานทุกอย่างให้แก่เขาตามที่เขาต้องการ  เพื่อที่เขาจะมีชีวิตอยู่อย่างสันติสุข

แต่มนุษย์คู่แรกจองโลก  ได้ทรยศต่อพระเจ้า โดยการขัดขืนคำสั่งและไม่เชื่อฟังพระองค์  เลือกวิธีตามชีวิตตามใจตนเอง  แทนที่จะเคารพและดำเนินชีวิตตามน้ำพระทัยของพระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์ซึ่งได้สร้างเขามา

"ทุกคนทำบาป และเสื่อมจากพระสิริของพระเจ้า"

โรม3:23

 

ความบาปคืออะไร

ความบาป  คือ  การประพฤติตามตัณหาของเนื้อหนัง และประพฤติตามความพึงพอใจของตนเป็นใหญ่

พระเจ้าได้ทรงสร้างมนุษย์ขึ้นมา  โดยมีพระประสงค์ที่จะให้เขาเป็นมิตรสหายกับพระองค์  แต่เพราะความอวดดีจอบหอง  มนุษย์ได้เลือกวิถีชีวิตตามแนวทางเดินของตนเอง  และแสวงหาที่พึ่งของเขา  โดยไม่สนใจพระเจ้า

ความบาป  เป็นต้นเหตุให้มนุษย์ไม่สามารถมีความสัมพันธ์กับพระผุ้สร้าง

พระเจ้าเป็นองค์บริสุทธิ์และดีเลิศ  ในขณะที่มนุษย์เป็นคนบาป และคนชั่ว  ความแตกต่างระหว่างทั้งสองนั้นยิ่งใหญ่  เปรียบเสมือนหุบเหวอันลึกและกว้างใหญ่กั้นทั้งสอบให้ไกลกัน

มนุษย์ไม่เคยละความพยายามหาวิธีที่จะข้ามหุบเหวมรณะนี้ไปหาพระเจ้า  และมีชีวิตอันสมบูรณ์นั้นให้ได้โดยวิธีต่าง ๆ  เช่น  การทำความดี มีศีลธรรม  ยึดหลักปรัชญาต่าง ๆ  แต่มนุษย์ไม่มีทางที่จะประสบความสำเร็จด้วยตัวเองได้เลย

"ความบาปชั่วของเจ้าทั้งหลาย ได้กระทำให้เกิดการแตกแยกระหว่างเจ้ากับพระเจ้า  และบาปของเจ้าทั้งหลายได้บังพระพักตร์ของพระองค์เสียจากเจ้า  พระองค์จึงมิได้ยิน"

อิสยาห์59:2

จิตใจจึงตกอยู่ใต้อำนาจมืด

"เพราะว่าเขาได้เอาความจริงเรื่องของพระเจ้ามาแลกกับความเท็จ  และได้นมัสการและปรนนิบัติสิ่งที่พระองค์ได้ทรงสร้างไว้ แทนพระองค์ผู้ทรงสร้าง"

โรม1:25

 

แต่ พระเจ้าทรงรักท่าน

โดยความรักของพระเจ้า

"เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก  จนได้ประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์  เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้น  จะมิได้พินาศ  แต่มีชีวิตนิรันดร์  เพราะว่าพระเจ้าทรงให้พระบุตรเข้ามาในโลก  มิใช่เพื่อพิพากษาโลก  แต่เพื่อช่วยกู้โลกให้รอดโดยพระบุตรนั้น"

ยอห์น3:16,17

 

พระเยซูคริสต์ยอมตายเพื่อไถ่ความบาปผิดของเรา

พระเจ้าทรงเตรียมทางอันเป็นทางเดียวเท่านั้น...มนุษย์ต้องเลือกเอาเองว่า จะรับหรือไม่ยอมรับ

"แต่พระเจ้าทรงสำแดงความรักของพระองค์แก่เราทั้งหลาย  คือขณะที่เรายังเป็นคนบาปอยู่นั้น  พระคริสต์ได้ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเรา  ด้วยว่าพระคริสต์ก็ได้สิ้นพระชนม์ครั้งเดียวเท่านั้นเพราะความผิดบาป  คือพระองค์ผู้ชอบธรรมเพื่อผู้ไม่ชอบธรรม  เพื่อจะได้ทรงนำเราทั้งหลายไปถึงพระเจ้า"

โรม5:8 , เปโตร3:18

 

ทรงถูกฝังไว้ที่อุโมงค์ 3 วัน

บนไม้กางเขน  พระองค์ได้ถูกลงโทษเพราะความบาปของเรา

พระเยซูคริสต์ทรงตายเพื่อความบาปของเราทั้งหลาย  ทรงถูกฝังไว้

 

ทรงเป็นขึ้นมาจากความตาย

"องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นขึ้นมาจากความตายแล้วจริง ๆ"

ลูกา24:34

พระองค์ได้เป็นขึ้นมามีชีวิตอีก  หลังจากตายได้สามวัน  ตรงตามที่พระองค์ได้บอกสานุศิษย์ไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว

 

ทรงปรากฏแก่สาวก

พระองค์ได้ทรงปรากฏแก่ท่านเปโตร  และแก่อัครสาวกสิบสองคน  และครั้งสุดท้ายทรงปรากฏแก่ผู้ติดตามมากกว่า 500 คนในคราวเดียวกัน

 

ขอเชิญท่านพิจารณาดูพระสัญญาของพระเจ้า

  • "ในผู้อื่นความรอดไม่มีเลย  ด้วยนามอื่นซึ่งเขาทั้งหลายรอดได้  ไม่ทรงโปรดให้มีท่ามกลางมนุษย์ทั่วใต้ฟ้า" (กิจการ4:12)

  • "แต่ส่วนบรรดาผู้ที่ต้อนรับพระองค์  ผู้เชื่อในนามพระองค์  พระองค์ก็ทรงประทานสิทธิ์ให้เป็นบุตรของพระเจ้า" (ยอห์น1:12)

  • "เราเป็นทางนั้น  เป็นความจริง และเป็นชีวิต  ไม่มีผู้ใดถึงพระบิดาได้นอกจากจะมาทางเรา" (ยอห์น14:16)

 

ท่านต้องทำอะไรบ้างเพื่อจะได้รับการอภัยบาป

  1. ต้องยอมรับว่าท่านเป็นคนบาป และต้องการความช่วยเหลือจากพระเจ้า
  2. ยินดีที่จะกลับใจเสียใหม่  และละทิ้งความบาปทั้งสิ้น
  3. อธิษฐานเชิญพระเยซูคริสต์เข้ามาประทับในจิตใจ  เป็นพระผู้ช่วยให้รอดของท่าน  และให้พระองค์ทรงเป็นผุ้ควบคุมชีวิตของท่าน

พระเยซูทรงเรียกท่าน...เชิญรับพระเยซูคริสต์โดยการเชื้อเชิญพระองค์เป็นส่วนตัว..

"นี่แน่ะ  เรายืนเคาะอยู่ที่ประตู  ถ้าผู้ใดได้ยินเสียงของเราและเปิดประตู  เราจะเข้าไปหาผู้นั้น"

ลูกา24:34

 

เดอะ ไบเบิล ลิค ไทยแลนด์

 

  • ถ้าท่านอ่านแล้ว มีความปรารถนาที่จะเปิดใจออก อธิษฐานทูลเชิญพระเยซูคริสต์เสด็จเข้ามาในชีวิตของท่าน และเป็นพระเจ้าของท่าน  กรุณาไปที่หน้า คำอธิษฐาน

  • ถ้าคุณอ่านแล้วสนใจ กรุณาติดต่อคริสตจักรใกล้บ้านท่านได้เลยครับ หรือถ้าหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ก็ติดต่อโดยตรงได้ที่อีเมลของผมเลยครับ ton@followhissteps.com

 

FollowHisSteps.com

ได้รับการสนับสนุน Web Hosting จาก SPAComputer.com, ThaWang.com