ไบเบิล...หนังสือมหัศจรรย์

FollowHisSteps.com
 

เมื่อเราเห็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำงานได้อย่างน่าอัศจรรย์ เราก็ไม่ยากที่จะเข้าใจได้เลยทันทีว่า

"มันไม่มีทางที่จะเกิดขึ้นเองได้เลย มันจะต้องมีผู้สร้าง และผู้ที่สร้างหรือประดิษฐ์มันขึ้นมานั้น ก็ต้องเป็นคนที่มีสติปัญญามาก"

เช่นเดียวกัน... เมื่อเราเห็นมนุษย์ที่สร้างเครื่องคอมพิวเตอร์ เราก็ไม่สามารถที่จะโต้แย้งได้เลยว่า

"เบื้องหลังของมนุษย์ที่ชาญฉลาดนี้จะต้องมีผู้หนึ่งที่สร้างเขาขึ้นมา และผู้สร้างนี้จะต้องยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน" ....

และนี่คือความจริงที่เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่า มี พระเจ้า ที่ทรงสร้ามนุษย์ขึ้นมาจริง ๆ

มนุษย์เราเป็นสิ่งมีชีวิตสิ่งเดียวในโลกที่มีศักยภาพในการพูด (คือการนำเอาความคิดในใจออกมาเป็นภาษาหรือเรียบเรียงเป็นถ้อยคำเพื่อสื่อสารให้ฝ่ายตรงข้ามเข้าใจ)  แน่นอน... เมื่อมนุษย์พูดได้นั่นแสดงให้เห็นว่า พระเจ้าผู้ทรงสร้างเขาขึ้นมาก็พูดได้เช่นกัน

และวันนี้พระเจ้าผู้ทรงสร้างมนุษย์ก็ได้นำคำพูดของพระองค์มาบันทึกเป็นหนังสือเล่มหนึ่งเพื่อสื่อสารกับมนุษย์ เพื่อไห้มนุษย์ทราบว่าพระองค์ทรงเป็นอย่างไร ? สร้างมนุษย์ขึ้นมาทำไม ? และพระองค์ทรงต้องการอะไรจากมนุษย์ ?...

ถ้าเช่นนั้นหนังสือที่เป็นคำพูดของพระเจ้าคือเล่มไหนล่ะ ?...

นั่นก็คือ พระคริสต์ธรรมคัมภีร์ นั่นเอง

อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เราสามารถมั่นใจได้ว่าเป็นถ้อยคำของพระเจ้าที่บันทึกเป็นตัวอักษรจริง ๆ ?

 

1. เพราะเป็นหนังสือเล่มเดียวในโลกที่บรรดาผู้เขียนต่างก็ยอมรับว่า พระเจ้าทรงอยู่เบื้องหลังนการบันทึกข้อความเหล่านี้ (2 ทิโมธี 3.16)

"พระคัมภีร์ ทุกตอนได้รับการดลใจจากพระเจ้า และ เป็นประโยชน์ในการสอน การตักเตือนว่ากล่าว การปรับปรุงแก้ไขคนให้ดี และการอบรมในทางธรรม" (2ทิโมธี 3:16)

ถ้ามีใครคิดว่า พระคัมภีร์เป็นถ้อยคำของมนุษย์ไม่ใช่ของพระเจ้า ก็เท่ากับกำลังบอกว่าผู้เขียนพระคัมภีร์เล่มนี้เป็น "คนโกหก" เพราะผู้เขียนทุกคนต่างก็ยอมรับว่า พวกเขาทำหน้าที่เหมือนกับเลขาบันทึกคำของเจ้านายเท่านั้น

พระคัมภีร์เล่มย่อย 66 เล่ม ประกอบกันขึ้นมีอายุประมาณ 3,500 ปี ใช้เวลารวบรวมทั้งหมด 1,500 ปี  มีคนที่เขียนประมาณ 40 คน คนที่เขียนเหล่านั้นบางคนก็ต่างยุคต่างสมัย บางคนก็พูดกันคนละภาษา บางคนไม่รู้จักกันเลย ข้อมูลที่พวกเขาบันทึกก็ต่างกัน แต่เมื่อนำเมื่อนำ 66 เล่มมารวมกันกลับมีการสอดคล้องกัน ไม่ขัดแย้งกันแม้แต่น้อยและเสริมสร้างกันเป็นเรื่องเดียวกันได้อย่างน่าอัศจรรย์

มมุติว่าผมวาดรูปใบหน้าของชายคนหนึ่งเก็บไว้ และหลังจากนั้นผมก็เอาแผ่นกระดาษเล็ก ๆ 10 แผ่นมาเขียนส่วนประกอบของใบหน้ารูปละ 1 แผ่น แต่ละแผ่นต่างกัน บางแผ่นเป็นรูปดวงตา  บางแผ่นเป็นรูปปาก, คิ้ว , จมูก, ไฝ , หนวด, โครงหน้า,ทรงผม, 10 คน คนละแผ่น หลังจากนั้นผมก็ให้ทั้ง 10 คน เขียนรูปตามที่ตนเองได้รับมาประกอบกันในกระดานดำคุณคิดว่ารูปใบหน้าที่ 10 คนร่วมกันวาดจะเหมือนกับรูปใบหน้าที่ผมเก็บไว้ไหม ?... เหมือนแน่ ๆ ... เพราะอะไร ?... นั่นก็เพราะข้อมูลมาจากคนคนเดียวกันแหล่งเดียวกัน ถึงแม้ 10 คนจะได้รับข้อมูลแตกต่างกัน  แต่เมื่อนำมารวมกันกลับเสริมสร้างกันได้อย่างงดงามและนี่ก็คือความมหัศจรรย์ของพระคัมภีร์  ที่ถึงแม้ 40 คน จะเขียนต่างกัน แต่กลับสอดคล้องกัน เสริมสร้างและหนึ่งเดียวกันได้อย่างงดงาม เพราะแหล่งความคิดของพระคริสต์ธรรมคัมภีร์มาจากบุคคลเดียวกันนั่นคือ พระเจ้า ผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และจักรวาล นั่นเอง

 

2. เพราะเป็นหนังสือเล่มเดียวในโลกที่มีมาตรฐานศีลธรรมที่สูงกว่าหนังสือเล่มใดในโลก

ระคัมภีร์ที่ไม่เคยลดมาตรฐานศีลธรรมตลอดมาทุกยุคทุกสมัย ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ไม่มีการเห็่นแก่หน้าผู้ใด ไม่มีการออมชอมต่อความผิดบาป ถ้ามนุษย์คนใดมีใจเป็นกลางถ้าได้อ่านพระคัมภีร์ก็จะปฏิเสธไม่ได้เลยว่า มาตรฐานศีลธรรมของพระคัมภีร์สอดคล้องกับมาตรฐานลึก ๆ ของจิตใจมนุษย์จริง ๆ

 

3. เพราะเป็นหนังสือเล่มเดียวในโลกที่ถูกต้องตามประวัติศาสตร์และวิทยาศาสตร์ที่มนุษย์ค้นพบทุกประการ

ไม่ว่าใครที่เป็นนักโบราณคดีก็ไม่สามารถที่จะโต้แย้งได้เลยว่า เมื่อจะศึกษาเกี่ยวกับอารยธรรมตะวันตก  หรือที่มาของเผ่าพันธุ์ของมนุษยชาติ จะต้องมีพระคริสต์ธรรมคัมภีร์เป็นหนังสืออ้างอิงอยู่ข้างกาย

และไม่ว่าใครก็ตามที่ศึกษาเกี่ยวกับชีวประวัติของนักวิทยาศาสตร์ 300 คนที่มีอิทธิพลต่อโลกใบนี้ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ในจำนวนนักวิทยาศาสตร์เหล่านี้มีถึง 262 คนที่ยอมรับว่า พระคริสต์ธรรมคัมภีร์เป็นถ้อยคำของพระเจ้า และเป็นหนังสือที่การค้นพบทางวิทยาศาสตร์ในแต่ละยุคสอดคล้องกับความจริงที่ได้บันทึกไว้ในพระคริสต์ธรรมคัมภีร์ทุกประการ

 

4. เพราะเป็นหนังสือเล่มเดียวในโลกที่มีอิทธิพลต่อโลกใบนี้มากที่สุด

นี่เป็นความจริงที่ปรากฏอยู่ในหน้าจริงของประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติที่ไม่มีใครกล้าที่จะปฏิเสธได้เลย... โรงพยาบาลแห่งแรกของโลก มหาวิทยาลัยแห่งแรกของโลก เกิดขึ้นก็เพราะหนังสือเล่มนี้  โลกของจิตรกรรมปฏิมากรรม ดนตรี เพลงที่ยิ่งใหญ่ เกิดขึ้นได้ก็เพราะหนังสือเล่มนี้  การเลิกทาส การที่สิทธิสตรีเกิดขึ้น การทัดเทียมกันในคุณค่าของความเป็นมนุษ์ เกิดขึ้นได้ก็เพราะหนังสือเล่มนี้  คนท้อแท้ได้รับพลัง คนทุกข์ใจได้รับการปลอบประโลม คนสิ้นหวังได้รับความหวังใหม่  คนชั่วกลับกลายเป็นคนใหม่ คนกลัวตายกลับกลายเป็นคนกล้าเผชิญกับความตายด้วยความล้าหาญก็เพราะหนังสือเล่มนี้

 

5. เพราะเป็นหนังสือเล่มเดียวในโลกที่บอกจุดประสงค์ของพระเจ้าที่มีต่อมนุษย์โลก

หนังสือเล่มนี้ได้บอกถึงจุดแรกเริ่มของมนุษย์ได้อย่างถูกต้องชัดเจน หนังสือเล่มนี้ได้บันทึกว่า  พระเจ้าทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งปวง และสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดก็คือมนุษย์ (เพราะมนุษย์ถูกสร้างให้ เหมือนกับพระเจ้า "เหมือน" ไม่ใช่ "เป็น" ถ้ามีใครว่าผมหน้าเหมือนลิงถึงแม้ผมไม่ชอบ อย่างน้อยก็ดีหน่อย เพราะผมไม่ใช่ลิง แค่เหมือน แต่ถ้ามีคนว่าผมหน้าเหมือนคนผมคงไม่ชอบแน่ เพราะผมเป็นคนอยู่แล้ว ทำไมต้องเหมือนคนด้วย)

พระเจ้าให้มนุษย์มีอิสระในในการปกครองตนเอง โดยพระองค์ทรงบอกว่า ถ้าพวกเขาใช้อิสระที่พระเจ้าให้ได้อย่างถูกต้อง เขาจะต้องพบกับปัญหา และ จะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง  และเรื่องน่าเศร้าก็เกิดขึ้นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน นั่นก็คือมนุษย์ทุกคนต่างก็ใช้อิสระในการเลือกในทางที่ผิดเขาจึงต้องพบกับความทุกข์ในชีวิต

ดังนั้พระเจ้าจึงทรงเขียนหนังสือเล่มนี้เพื่อให้เขาทราบว่า พระเจ้าทรงรักเขาและปรารถนาจะก้ไขชีวิตของเขา ช่วยเหลือชีวิตของเขา  โดยทรงประทานพระเยซูคริสต์  พระบุตรพระองค์เดียวของพระองค์เข้ามาในโลก  มารับสภาพเป็นมนุษย์  เพื่อใช้ร่างกายของพระองค์รับโทษแทนทุกคนที่สำนึกว่าเป็นคนบาป  และถ่อมใจหันกลับมายอมรับพระคุณความรอดจากพระองค์

 

ท่านผู้อ่านที่รัก... จากเหตุผลข้างต้นคงจะเพียงพอที่ทำให้ท่านเห็นและเข้าใจได้ว่า  พระคริสต์ธรรมคัมภีร์เป็นหนังสือที่มหัศจรรย์และเป็นถ้อยคำของพระเจ้าจริง ๆ

เวลานี้ท่านเป็นคนหนึ่งที่กำลังไม่เข้าใจเกี่ยวกับชีวิตใช่ไหม ?

เวลานี้ท่านเป็นคนหนึ่งที่ไม่ทราบว่าฉันอยู่ในโลกนี้เพื่ออะไร ? อะไรคือความหมายของชีวิตอยู่ใไหม ?

เวลานี้ท่านกำลังพบกับปัญหาของชีวิตอยู่ใช่ไหม ? ...

อ่านพระคริสต์ธรรมคัมภีร์ซิ... ท่านจะได้คำตอบเช่นคนนับหลายล้านคนทั่วโลกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันที่ได้รับคำตอบชีวิตจากหนังสือเล่มนี้อย่างแน่นอน

 

อ.นิกร สิทธิจริยาภรณ์

http://www.ccma.i-p.com

 

  • ถ้าท่านอ่านแล้ว มีความปรารถนาที่จะเปิดใจออก อธิษฐานทูลเชิญพระเยซูคริสต์เสด็จเข้ามาในชีวิตของท่าน และเป็นพระเจ้าของท่าน  กรุณาไปที่หน้า คำอธิษฐาน

  • ถ้าคุณอ่านแล้วสนใจ กรุณาติดต่อคริสตจักรใกล้บ้านท่านได้เลยครับ หรือถ้าหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ก็ติดต่อโดยตรงได้ที่อีเมลของผมเลยครับ ton@followhissteps.com

 

FollowHisSteps.com

ได้รับการสนับสนุน Web Hosting จาก SPAComputer.com, ThaWang.com