Wisdom of God

FollowHisSteps.com
 

ก่อนอื่น อยากให้อยู่ในท่าสบาย ๆ แล้วคิดถึงในอดีต ว่ามีสิ่งใดหรือไม่ที่เราคิดว่าเป็นเรื่องยากในชีวิต เป็นเรื่องที่เรามีความรู้สึกว่า ทำไมพระเจ้าที่ทรงบอกว่าทรงมีแผนการที่ดีในชีวิตของเรา จึงอนุญาตให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น? ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งกับเพื่อน โรคภัยไข้เจ็บต่าง ทั้ง ๆ ที่เราเชื่อฟังพระเจ้าแล้ว ทำไมสิ่งเหล่านี้จึงเกิดขึ้น? หลายครั้ง ชีวิตของเราเจอกับเรื่องราวเหล่านี้

พระเจ้าทรงมีพระประสงค์ในชีวิตเรา สิ่งที่พระองค์จัดเตรียมนั้นไม่ใช่เพียงแค่ปัจจุบัน แต่เป็นนิจนิรันดร์

ภาษาอังกฤษ dictionary ฉบับ Webster ได้แปลคำว่า "Wisdom" ว่า "to know" หรือ "to see"

ดังเช่นเมื่อมีรุ่นน้องปรึกษารุ่นพี่ รุ่นพี่ก็สามารถให้คำแนะนำได้ เพราะเขามองภาพออก เขารู้ และเขามองเห็นแล้วว่า น่าจะเกิดสิ่งใดขึ้นต่อไป เนื่องจากเขามีประสบการณ์มาก่อน

มีผู้ที่ให้คำจำกัดความถึงพระปัญญาของพระเจ้าว่า "Wisdom of God is attribute of God whereby He produces the best possible results by the best possible means"

"พระเกียรติและพระสิริจงมีแด่พระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระเจริญอยู่นิรันดร์ ผู้ทรงเป็นองค์อมตะ ซึ่งมิได้ปรากฏพระองค์ ผู้ทรงเป็นพระเจ้าแต่องค์เดียวสืบๆไปเป็นนิตย์ อาเมน" (1ทิโมธี 1:17)

พระองค์เป็นพระเจ้าที่ทรงอยู่นิรันดร์ ทรงอยู่ตั้งแต่เริ่มแรก ทรงอมตะ สิ่งเหล่านี้ทำให้เรามีความเข้าใจมากขึ้นได้อย่างไร?

อยากจะขอเล่าเรื่องราวของบุคคลหนึ่ง เขาเป็นนักฟุตบอล ได้ทำงานเป็นโค๊ชสอนเด็ก แล้วพระเจ้าทรงเรียกให้เขาเรียนพระคริสต์ธรรม เขาก็เชื่อฟัง เขาตัดสินใจที่จะถวายตัวรับใช้พระเจ้าเต็มตัว โดยภรรยาจะเป็นผู้เลี้ยงลูก ซึ่งเขามีลูกเล็ก 3 คน

แต่ละวัน เขาก็จะเตรียมตัวตอนเช้าเรียบร้อย เรียน ทำงาน กลับมาก็เล่นกับลูก เมื่อดึก ๆ จึงทำการบ้าน แล้วจึงนอน เขาทำหน้าที่อย่างเต็มที่ งานรับใช้ของเขาเติบโตขึ้น แต่งานเขาก็หนักมากขึ้น จนถึงจุด ๆ หนึ่งเขาก็รู้สึกว่าอยากที่จะเลิก ไม่อยากเรียนต่อ

วันหนึ่ง ขณะเขานั่งในห้องเรียน เขาเหม่อลอย ไม่ได้จดจ่อกับสิ่งที่เรียน แล้วจู่ ๆ ก็มีมือที่แตะที่ไหล่ของเขา เขาจึงรู้สึกตัวว่าในห้องนั้นไม่มีใครอยู่แล้ว เหลือเขาอยู่คนเดียว เพราะคนอื่นออกไปหมดแล้ว เขาจึงได้บอกกับอาจารย์ที่แตะไหล่เขาว่าเขาอยากเลิกเรียน อาจารย์จึงบอกให้เขากลับบ้าน พักผ่อน รับประทานอาหารให้อิ่ม นอนให้พอ

เขารู้สึกว่าเขาได้รับใช้พระเจ้าเต็มที่ แต่ตอนนี้ เขาไม่มีเงินที่จะจ่ายค่าใช้จ่ายต่าง ๆ มีปัญหารอบตัวอย่างมากมาย ทำไมสิ่งเหล่านี้จึงเกิดขึ้น? พระองค์บอกว่าทรงมีแผนการที่ดีเลิศให้แก่ชีวิตของเราไม่ใช่หรือ? คำที่ professor พูดเสมอ ว่า "Wisdom of God is attribute of God whereby He produces the best possible results by the best possible means" ทั้ง ๆ ที่เขาไม่เคยจด แต่สิ่งนี้ก็เข้ามาในความคิดของเขา

มีชีวิตของอีกคนหนึ่ง เขามีหน้าที่สับรางรถไฟ เขาดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข บ้านของเขาในชานเมือง และเขาทำงานที่เนินเขา เมื่อเวลากลางวัน ลูกของเขาจะวิ่งเอาอาหารมาให้ทุกวัน

วันหนึ่ง ขณะที่ลูกของเขากำลังจะเอาอาหารมาให้เช่นปกติ ขาของลูกเขาเกิดติดกับรางรถไฟ รถไฟกำลังวิ่งมาเร็วมาก เขามีทางเลือกสองทาง คือ จะสับรางเพื่อให้รถไฟไม่มาวิ่งทับลูกของเขา แต่ชีวิตของคนในรถไฟจะอันตราย หรือไม่ก็สับรางเพื่อให้รถไฟวิ่งมาทับลูกของเขา แล้วคนในรถไฟหลายร้อยคนจะรอด

สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ต้องคิดต้องตัดสินใจอย่างมาก จะรู้ได้อย่างไรว่าลูกของเขาอาจจะเติบใหญ่เป็นผู้รับใช้ที่ยิ่งใหญ่ก็เป็นได้ หรือคนในรถไฟขบวนนั้นอาจจะมีผู้ที่กำลังคิดยาต้านไวรัสเอดส์ได้ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่โลกได้อย่างมาก สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่มนุษย์เราไม่สามารถรู้ได้ แต่พระเจ้าทรงทราบทุกสิ่ง ทรงมีแผนการที่เกินความเข้าใจ

คำว่าพระปัญญาของพระเจ้า เป็นความคมชัด เป็นสิ่งที่พระองค์ทรงเห็นตั้งแต่เริ่มต้นจนสุดปลาย พระองค์ทรงมีแผนการที่เกินความเข้าใจของเรา เพื่อประโยชน์ในนิรันดร์กาลของเรา

สิ่งหนึ่งที่เราสามารถทราบถึงพระปัญญาของพระเจ้าได้ คือ สิ่งทรงสร้าง เมื่อเรามองในธรรมชาติ เราจะเห็นถึงอัศจรรย์และความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า

"1 ฟ้าสวรรค์ประกาศพระสิริของพระเจ้า และภาคพื้นฟ้าสำแดงพระหัตถกิจของพระองค์
2
วันส่งถ้อยคำให้แก่วัน และคืนแจ้งความรู้ให้แก่คืน
3 วาจาไม่มี ถ้อยคำก็ไม่มี และไม่มีใครได้ยินเสียงฟ้า
4 ถึงกระนั้นเสียงฟ้าก็ออกไปทั่วแผ่นดินโลก และถ้อยคำก็แพร่ไปถึงสุดปลายพิภพ พระองค์ทรงตั้งเต็นท์ไว้ให้ดวงอาทิตย์ ณ ที่นั้น
5 ซึ่งออกมาอย่างเจ้าบ่าวออกมาจากห้องโถงของเขา และวิ่งไปตามวิถีด้วยความชื่นบานอย่างชายฉกรรจ์
6 ดวงอาทิตย์ขึ้นมาจากสุดปลายฟ้าสวรรค์ข้างหนึ่ง และโคจรไปถึงที่สุดปลายอีกข้างหนึ่ง ไม่มีสิ่งใดสามารถซ่อนให้พ้นจากความร้อนของมันได้
7 กฎหมายของพระเจ้ารอบคอบ และฟื้นฟูจิตวิญญาณ กฎเกณฑ์ของพระเจ้านั้นแน่นอน
กระทำให้คนรู้น้อยมีปัญญา
" (สดุดี 19:1-7)

สิ่งทรงสร้าง เป็นสิ่งที่ซับซ้อน ยิ่งใหญ่ แสดงถึงความยิ่งใหญ่ของพระผู้สร้าง ถ้าผู้ใดเรียนสายวิทยาศาสตร์ก็จะยิ่งเห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น ได้เห็นความสลับซับซ้อนของเซลล์ผ่านทางกล้องจุลทรรศน์ ได้มองเห็นความยิ่งใหญ่ของจักรวาล

"ข้าแต่พระเจ้า พระราชกิจของพระองค์มากมายจริง ๆ พระองค์ทรงสร้างการงานนั้นทั้งสิ้นด้วยพระปัญญา แผ่นดินโลกมีสิ่งที่ทรงสร้างเต็มหมด" (สดุดี 104:24)

"10 พระเจ้าทรงให้การปรึกษาของชาติต่างๆเปล่าประโยชน์ พระองค์ทรงให้แผนงานของชนชาติทั้งหลายไร้ผล
11 คำปรึกษาของพระเจ้าตั้งมั่นคงเป็นนิตย์ พระดำริในพระทัยของพระองค์อยู่ทุกชั่วชาติพันธุ์" (สดุดี
33:10-11)

ในเหตุต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นล้วนอยู่ในแผนการของพระองค์

ในพันธสัญญาเดิม มีเหตุการณ์ต่าง ๆ มากมาย มีปัจจัยที่เกิดจากการเชื่อฟังหรือการดื้อดึงของมนุษย์ พระเจ้าทรงมีประประสงค์ในแต่ละเหตุการณ์ ทรงครอบครองทุกสิ่ง มีสิทธิอำนาจเด็ดขาด และพระปัญญาที่ยิ่งใหญ่ของพระเจ้าที่เราสามารถเห็นได้ชัดเจน คือ การทรงไถ่ของพระเยซูคริสต์

แผนการของพระเจ้านั้น มิได้เพื่อประโยชน์ของเราแค่ในปัจจุบัน แต่ไปจนถึงอนาคต จนถึงนิรันดร์กาลด้วย พระองค์จึงทรงส่งพระเยซูคริสต์มา เพื่อสิ้นพระชนม์แทนเรา เป็นแผนการที่เกินความเข้าใจของมนุษย์ เป็นเรื่องที่มนุษย์อาจคิดว่าโง่เขลา แต่นี่เป็นพระปัญญาของพระเจ้า เพื่อปลดปล่อยเราจากการเป็นทาสของความบาป

"โดยพระองค์ ท่านจึงอยู่ในพระเยซูคริสต์ เพราะพระเจ้าทรงตั้งพระองค์ให้เป็นปัญญาและความชอบธรรมของเรา และเป็นผู้ทรงชำระเราให้บริสุทธิ์ และทรงเป็นผู้ไถ่เราไว้ให้พ้นบาป" (1โครินธ์ 1:30)

เรามีความเข้าใจว่า การที่เรารอด ก็รอดโดยพระคุณ เพราะความเชื่อ เป็นพระคุณของพระเจ้า ไม่มีผู้ใดที่สมควรจะได้รับความรอด แต่นี่เป็นแผนการของพระเจ้าที่ทรงต้องการให้ผู้ที่รับฟังข่าวประเสริฐแล้วกลับใจ ได้รับความรอด

"15 เหตุฉะนั้นท่านจงระมัดระวังในการดำเนินชีวิตให้ดี อย่าให้เหมือนคนไร้ปัญญา แต่ให้เหมือนคนมีปัญญา
16 จงฉวยโอกาส เพราะว่าทุกวันนี้เป็นกาลที่ชั่ว
17 เหตุฉะนั้นอย่าเป็นคนโง่เขลา แต่จงเข้าใจน้ำพระทัยขององค์พระผู้เป็นเจ้าว่าเป็นอย่างไร" (เอเฟซัส
5:15-17)

เราจะต้องดำเนินชีวิตอย่างระมัดระวัง และมีปัญญา

 

มี 3 ประการที่อยากฝากเอาไว้ เพื่อเป็นการตอบสนองต่อพระปัญญาของพระเจ้า ได้แก่

1. ให้เราเริ่มต้นด้วยการยำเกรงพระเจ้า

"ความยำเกรงพระเจ้า เป็นบ่อเกิดของ ความรู้ คนโง่ย่อมดูหมิ่นปัญญาและคำสั่งสอน" (สุภาษิต 1:7)

การที่เราจะตอบสนองพระปัญญาของพระเจ้า จะต้องเริ่มต้นโดยการกลัวพระเจ้า เพื่อที่เราจะให้พระองค์นำหน้าเรา เพื่อเราจะยอมรับรู้พระองค์ในทุกทางของเรา

2. ให้เราเติบโตกับพระคำของพระเจ้า

เมื่อเรายำเกรงพระเจ้า เราจำเป็นต้องเติบโตกับพระคำของพระเจ้า

"97 แหม ข้าพระองค์รักพระธรรมของพระองค์จริงๆ เป็นคำภาวนาของข้าพระองค์วันยังค่ำ
98 พระบัญญัติของพระองค์กระทำให้ ข้าพระองค์ฉลาดกว่าศัตรูของข้าพระองค์ เพราะพระบัญญัตินั้นอยู่กับข้าพระองค์เสมอ
99 ข้าพระองค์มีความเข้าใจมากกว่าบรรดา ครูของข้าพระองค์ เพราะบรรดาพระโอวาทของพระองค์เป็น คำภาวนาของข้าพระองค์
100 ข้าพระองค์เข้าใจมากกว่าคนสูงอายุ เพราะข้าพระองค์รักษาข้อบังคับของพระองค์" (สดุดี
119:97-100)

"15 และตั้งแต่เด็กมาแล้ว ที่ท่านได้รู้พระคัมภีร์อันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งสามารถสอนท่านให้ถึงความรอดได้โดยความเชื่อในพระเยซูคริสต์
16 พระคัมภีร์ ทุกตอนได้รับการดลใจจากพระเจ้า และ(หรือ ทุกตอนที่ได้รับการดลใจจากพระเจ้า ก็) เป็นประโยชน์ในการสอน การตักเตือนว่ากล่าว การปรับปรุงแก้ไขคนให้ดี และการอบรมในทางธรรม
17 เพื่อคนของพระเจ้าจะพรักพร้อมที่จะกระทำการดีทุกอย่าง" (
2ทิโมธี 3:15-17)

ให้เราพร้อมที่จะเชื่อฟังพระเจ้า ไม่ใช่เพียงแค่รู้อย่างเดียว อย่าให้เราอ่านพระคัมภีร์ เฝ้าเดี่ยว เป็นเพียงกิจวัตร แต่ขอที่เราจะอ่านแล้ว รับรู้แล้ว กระทำตามด้วย เพื่อจะเป็นเหมือนคนสร้างบ้านบนศิลา มีรากฐานที่มั่นคง

3. ถ้ารู้สึกว่าขาดสิ่งใด ให้เราทูลขอพระเจ้าด้วยความเชื่อ

ถ้าผู้ใดรู้สึกว่าขาดปัญญา ให้เราขอต่อพระเจ้า และให้เราวางใจในพระเจ้า พระเจ้าจะทรงประทานสติปัญญาให้แก่เรา และเมื่อเราขอแล้ว อย่าสงสัย ให้เราเชื่อ

"5 ถ้าผู้ใดในพวกท่านขาดสติปัญญา ก็ให้ผู้นั้นทูลขอจากพระเจ้า ผู้ทรงโปรดประทานให้แก่คนทั้งปวงด้วยพระกรุณาและมิได้ทรงตำหนิ แล้วผู้นั้นก็จะได้รับสิ่งที่ทูลขอ
6 แต่จงให้ผู้นั้นทูลขอด้วยความเชื่อ อย่าสงสัยเลย เพราะว่าผู้ที่สงสัยเป็นเหมือนคลื่นในทะเลซึ่งถูกลมพัดซัดไปมา
7 ผู้นั้นจงอย่าคิดว่าจะได้รับสิ่งใดจากพระเจ้าเลย
8 เขาเป็นคนสองใจไม่มั่นคงในบรรดาทางที่ตนประพฤตินั้น" (ยากอบ
1:5-8)

ท่าทีของการเชื่อฟัง คือ ตั้งใจแต่แรกว่า ไม่ว่าพระเจ้าจะให้เราไปในทางใด เราจะไปในทางนั้นตามที่พระองค์ทรงนำ

 

ให้เรา rest and trust วางใจพระเจ้าอย่างสุดใจ เพราะว่าเราอยู่ในพระหัตถ์ของพระเจ้าที่แสนดี พระเจ้าผู้ทรงเป็นความรัก ผู้ที่ทรงทราบทุกสิ่ง ทรงมีฤทธานุภาพที่จะนำไปถึงผลที่จะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตของเราอย่างแน่นอน และจะเป็นสิ่งที่มีคุณค่า มีความหมายสูงสุดในชีวิตของเรา

อยากให้มีโอกาสที่จะคิดถึงเรื่องราวในชีวิตของเรา ว่ามีเรื่องใดที่เรารู้สึกว่าไม่เข้าใจในแผนการของพระเจ้า ว่าทำไมพระองค์จึงให้เกิดสิ่งนี้ ขอที่เราจะนำสิ่งที่เราเรียนรู้ ว่าพระเจ้าเรายิ่งใหญ่ ทรงล้ำลึก พระปัญญาของพระองค์ก็เกินความเช้าใจ ให้เราเชื่อวางใจพระองค์ ว่าพระองค์จะทรงดูแลนำพาชีวิตของเราอย่างแน่นอน

อยากฝากพระธรรมตอนนี้ ให้เราใคร่ครวญ

"โอ พระปัญญาและความรอบรู้ของพระเจ้านั้น ล้ำลึกเท่าใด ข้อตัดสินของพระองค์นั้นเหลือที่จะหยั่งรู้ได้ และทางของพระองค์ก็เหลือที่จะสืบเสาะได้" (โรม 11:33)

 

Reference: http://www.livingontheedge.org/lotecommunity/media/audio/july09audio6.php

 

กุลกันยา วงศ์สันติชน

คำแบ่งปันเซลล์เพื่อคุณ คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 10/07/2009

เรื่อง พระปัญญาของพระเจ้า

สรุปโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

 

  • ถ้าท่านอ่านแล้ว มีความปรารถนาที่จะเปิดใจออก อธิษฐานทูลเชิญพระเยซูคริสต์เสด็จเข้ามาในชีวิตของท่าน และเป็นพระเจ้าของท่าน กรุณาไปที่หน้า คำอธิษฐาน

  • ถ้าคุณอ่านแล้วสนใจ กรุณาติดต่อคริสตจักรใกล้บ้านท่านได้เลยครับ หรือถ้าหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ก็ติดต่อโดยตรงได้ที่อีเมลของผมเลยครับ ton@followhissteps.com

FollowHisSteps.com

ได้รับการสนับสนุน Web Hosting จาก SPAComputer.com, ThaWang.com