เพื่อน

FollowHisSteps.com
 


"12 พระบัญญัติของเรา คือให้ท่านทั้งหลายรักกัน เหมือนดังที่เราได้รักท่าน
13 ไม่มีผู้ใดมีความรักที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ คือการที่ผู้หนึ่งผู้ใดจะสละชีวิตของตนเพื่อมิตรสหายของตน
14 ถ้าท่านทั้งหลายประพฤติตามที่เราสั่งท่าน ท่านก็จะเป็นมิตรสหายของเรา
15 เราจะไม่เรียกท่านทั้งหลายว่าบ่าวอีก เพราะบ่าวไม่ทราบว่านายทำอะไร แต่เราเรียกท่านว่ามิตรสหาย เพราะว่าทุกสิ่งที่เราได้ยินจากพระบิดาของเรา เราได้สำแดงแก่ท่านแล้ว
16 ท่านทั้งหลายไม่ได้เลือกเรา แต่เราได้เลือกท่านทั้งหลาย และได้แต่งตั้งท่านทั้งหลายไว้ให้ท่านไปเกิดผล และเพื่อให้ผลของท่านคงอยู่ เพื่อว่าเมื่อท่านทูลขอสิ่งใดจากพระบิดาในนามของเรา พระองค์จะได้ประทานสิ่งนั้นให้แก่ท่าน
17 สิ่งที่เราสั่งท่านทั้งหลายไว้ก็คือ ท่านจงรักกันและกัน" (ยอห์น 15:12-17)


1. นิยามของคำว่าเพื่อนโดยทั่วไป

ในความคิดของเรา นิยามของคำว่าเพื่อนคืออะไร? มีคำจำกัดความต่าง ๆ กันไป

มีคนหนึ่ง ให้คำนิยามของเพื่อน ดังนี้

เพื่อน คือ กระดาษทิชชู...เมื่อยามที่เราร้องไห้ไม่หยุด

เพื่อน คือ หัวไหล่...ให้เราซับ เมื่อเรารู้สึกย่ำแน่

เพื่อน รับฟังทุกอย่าง...เวลาเรามีเรื่องจะพูด

เพื่อน คือ สัดาห์ เมื่อคุ ต้องการวัน

เพื่อน คือ ไม้ดามหัวใจ...เวลาที่คุอกหัก

เพื่อน คือ กาว...เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างดูจะแตกสลาย

เพื่อน คือ แสงอาทิตย์...เมื่อฝนไม่หยุดตก

เพื่อน คล้ายกับแม่...หากเราต้องขึ้นโรงพัก

เพื่อน คือ โทรศัพท์เมื่อคุ ไม่สามารถออกจากบ้านได้

เพื่อน คือ มือ...เมื่อเรารู้สึกเปล่าเปลี่ยว...

เพื่อน คือ ปีก ... หากคุอยากจะบิน

เพื่อน จะเข้าใจเราทุกอย่าง โดยปราศจากคำถามว่าทำไม

เพื่อน คือ หู...เพื่อเอาไว้ฟังทุกเรื่อง (โดยเฉพาะเรื่องลับๆ)

เพื่อน คือ แอสไพริน...เมื่อเราปวดหัว

 

2. พระคัมภีร์กล่าวถึงเพื่อนอย่างไร?

เราจำเป็นต้องมีเพื่อนหรือไม่? แน่นอน มนุษย์เรามีความจำเป็นที่จะต้องมีเพื่อน พระเจ้าทรงสร้างอาดัมขึ้นมา และสร้างเอวาให้เป็นเพื่อนด้วย

พระเจ้าทรงสร้างเราให้อยู่ในสังคม ให้มีการติดต่อสื่อสาร

พระเจ้าสร้างเราไม่เพียงแต่ให้เรารักพระเจ้า นมัสการพระเจ้า แต่พระบัญญัติพระเจ้าจะต้องรักเพื่อนบ้าน

"35 มีบาเรียนผู้หนึ่งในพวกเขาทดลองถามพระองค์ว่า
36 'อาจารย์เจ้าข้า ในธรรมบัญญัตินั้นข้อใดสำคัญที่สุด'
37 พระเยซูทรงตอบเขาว่า 'จงรักพระองค์ผู้เป็นพระเจ้าของเจ้าด้วยสุดใจสุดจิตของเจ้า และด้วยสิ้นสุดความคิดของเจ้า
38 นั่นแหละเป็นพระบัญญัติข้อใหญ่ และข้อต้น
39 ข้อที่สองก็เหมือนกัน คือ จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง' " (มัทธิว 22:35-39)

ในพระธรรมปัญญาจารย์ได้บอกให้เราทราบถึงความสำคัญของการที่มีเพื่อน

"9 สองคนดีกว่าคนเดียว เพราะว่าเขาทั้งสองได้รับผลของงานดี
10 ด้วยว่าถ้าคนหนึ่งล้มลง อีกคนหนึ่งจะได้พะยุงเพื่อนของตนให้ลุกขึ้น แต่วิบัติแก่คนนั้นที่อยู่คนเดียวเมื่อเขาล้มลง และไม่มีผู้อื่นพะยุงยกเขาให้ลุกขึ้น
11 อนึ่ง ถ้าสองคนนอนอยู่ด้วยกัน เขาก็อบอุ่น แต่ถ้านอนคนเดียวจะอุ่นอย่างไรได้เล่า
12 แม้คนหนึ่งสู้คนเดียวได้ สองคนคงสู้เขาได้แน่ เชือกสามเกลียวจะขาดง่ายก็หามิได้
" (ปัญญาจารย์ 4:9-12)

พระธรรมตอนนี้กำลังบอกถึงความจำเป็นของการมีเพื่อน

  1. สองคนดีกว่าคนเดียว เพราะผลของงานของทั้งสองจะออกมาดี
  2. สองคนดีกว่าคนเดียว เพราะว่าจะมีกำลังมากกว่า สามารถช่วยเหลือกันได้ ช่วยเตือนกันและกัน และเมื่อผู้หนึ่งล้มลง อีกคนก็จะสามารถช่วยได้ สามารถประคองกันได้ แม้ว่าการล้มลงอาจเป็นเพราะสาเหตุใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นการทดลอง ปัญหาส่วนตัว ขาดความสัมพันธ์กับพระเจ้า แต่พระวจนะของพระเจ้าให้เราพะยุงช่วยเหลือกันและกัน
  3. สองคนดีกว่าคนเดียว เพราะว่าเมื่อมีเพื่อนก็จะได้รับความอบอุ่น ทั้งทางร่างกาย และทางใจ มีคนที่คอยอยู่เคียงข้าง ไปไหนไปด้วยกัน มั่นใจว่าจะมีผู้ที่คอยช่วยเหลือเรา คอยหนุนน้ำใจเรา ยามท้อแท้ใจก็มีผู้ที่ปลอบโยนด้วยพระคำของพระเจ้า

สุดท้าย เมื่อเรารักกัน อยู่ร่วมกัน ก็จะไม่มีใครทำให้ความสัมพันธ์ขาดลงได้

 

3. ตัวอย่างของเพื่อนในพระคัมภีร์

ในพระคัมภีร์มีแบบอย่างของเพื่อนที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นโมเสสและโยชูยา ดาวิดกับโยนาธาน ดาเนียลและเพื่อน ๆ รวมถึงเปาโลกับสิลาส ฯลฯ

พระเยซูคริสต์ทรงเป็นแบบอย่างให้แก่เรา ทรงเป็นพระเจ้า เสด็จมาในโลก ทรงประสูติในรางหญ้า ต่ำต้อย เพื่อให้คนทุกชนชั้นสามารถมาหาพระองค์ได้ พระเยซูคริสต์มิได้ทรงเลือกเฉพาะคนที่มีฐานะดีเท่านั้น ทรงคบคนทุกชนชั้น ทรงคบกับคนเก็บภาษี หญิงล่วงประเวณี คนยากจน ทรงพร้อมที่จะเป็นเพื่อนกับทุกคน ทรงคบหากับคนทุกชนชั้น ไม่ว่าจะจนหรือร่ำรวย ทุกคนมีสิทธิที่จะเข้าเฝ้าพระองค์ได้ เป็นสหายของพระองค์ได้

พระเยซูคริสต์ทรงสละชีวิตเพื่อมิตรสหายของพระองค์ เพื่อเราทั้งหลายซึ่งเป็นคนบาป แล้วเราทั้งหลาย เราจะสละอะไรเพื่อมิตรสหายของเราได้บ้าง? เราจะสละเวลา สละแรงกาย สละสิ่งต่าง ๆ ที่เรามีให้แก่เพื่อนได้หรือไม่?

ในห้องเรียน เราอาจมีเพื่อนมากมาย แต่คนที่เป็นเพื่อนสนิทก็จะมีไม่มีคน จะเป็นคนที่เข้าใจ เป็นคนที่มีนิสัยคล้ายคลึงกัน ในที่นี้ก็เช่นกัน ทุกคนเป็นเพื่อนกัน แต่เมื่อรับประทานอาหาร เราก็เลือกที่จะนั่งกับคนที่สนิท แม้กระนั้นก็ตาม เราทุกคนเป็นเพื่อนกันทั้งหมด

ในที่นี้บางคนอาจเลือกที่ไม่คบใคร มีหลายคนที่อาจมีนิสัยที่ไม่น่ารัก พระเจ้าสอนให้เรารู้ว่า แม้ว่าเขาจะไม่น่ารัก แต่เราก็ควรที่จะคบหา พูดคุยกับเขา เพราะบัญญัติใหม่ที่พระเจ้าทรงประทานให้แก่เรา คือ ให้เรารักกันและกัน

"เราให้บัญญัติใหม่ไว้แก่เจ้าทั้งหลาย คือให้เจ้ารักซึ่งกันและกัน เรารักเจ้าทั้งหลายมาแล้วอย่างไร เจ้าจงรักกันและกันด้วยอย่างนั้น" (ยอห์น 13:34)

มีพระคัมภีร์ตอนหนึ่งที่มักจะใช้ในงานแต่งงานเสมอ คือ

"4 ความรักนั้นก็อดทนนานและกระทำคุณให้ ความรักไม่อิจฉา ไม่อวดตัว ไม่หยิ่งผยอง
5 ไม่หยาบคาย ไม่คิดเห็นแก่ตนเองฝ่ายเดียว ไม่ฉุนเฉียว ไม่ช่างจดจำความผิด
6 ไม่ชื่นชมยินดีเมื่อมีการประพฤติผิด แต่ชื่นชมยินดีเมื่อประพฤติชอบ
7 ความรักทนได้ทุกอย่างแม้ความผิดของคนอื่น และเชื่อในส่วนดีของเขาอยู่เสมอ และมีความหวังอยู่เสมอ และทนต่อทุกอย่าง" (
1โครินธ์ 13:4-7)

พระคัมภีร์ตอนนี้ ไม่ใช่มีไว้สำหรับงานแต่งงานเท่านั้น แต่มีไว้สำหรับในชีวิตประจำวันด้วยเช่นกัน

เมื่อแต่งงาน ภรรยาหรือสามีก็เป็นสิ่งสำคัญ แต่เพื่อนก็ยังคงสำคัญเช่นกัน จึงเป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวังที่จะแบ่งเวลาให้ดี อย่าใช้เวลากับภรรยาหรือสามีจนทิ้งเพื่อน หรืออย่าใช้เวลากับเพื่อนมากจนเกินไปจนครอบครัวมีปัญหา

โยนาธานกับดาวิด เป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องของความรักกันระหว่างเพื่อน

"1 อยู่มาเมื่อดาวิดทูลซาอูลเสร็จแล้ว จิตใจของโยนาธานก็ผูกสมัครรักใคร่กับจิตใจของดาวิด และโยนาธานก็รักเธออย่างรักชีวิตของท่านเอง
2 และวันนั้นซาอูลก็ทรงกักตัวเธอไว้ ไม่ยอมให้เธอกลับไปบ้านบิดาของเธอ
3 แล้วโยนาธานก็กระทำพันธสัญญากับดาวิด เพราะท่านรักเธออย่างกับรักชีวิตของท่านเอง
4 โยนาธานก็ถอดเสื้อคลุมออกมอบให้แก่ดาวิด พร้อมทั้งเครื่องใช้ แม้ดาบ คันธนู และเข็มขัดก็ประทานให้ด้วย
5 และดาวิดก็ออกไปกระทำความสำเร็จไม่ว่าซาอูล จะใช้เธอไป ณ ที่ใด ดังนั้นซาอูลจึงทรงตั้งเธอให้อยู่เหนือนักรบทั้งหลาย การกระทำดังนี้เป็นที่ชอบในสายตาของประชาชน และในสายตาของข้าราชการของซาอูลด้วย (
1ซามูเอล 18:1-5)

โยนาธานเป็นเจ้าชาย แต่ดาวิดเป็นลูกคนเลี้ยงแกะ สามัญชน โยนาธานไม่ได้คบเฉพาะคนที่อยู่ในวัง แต่คบกับดาวิดด้วย

เราทั้งหลายเช่นกัน อย่าคบเฉพาะกับเพื่อนที่เป็นคริสเตียนเท่านั้น แต่เราควรที่คบกับเพื่อนที่ทำงาน เพื่อนที่กำลังทุกข์โศก กำลังมีปัญหา ติดยาเสพติด ต้องการความช่วยเหลือ

ลักษณะที่เป็นแบบอย่างของความรักระหว่างดาวิดและโยนาธาน ได้แก่

1. ทั้งคู่มีความผูกพันทางใจ

พระคัมภีร์กล่าวไว้ชัดเจนว่า โยนาธานรักดาวิดเหมือนกับที่รักชีวิตของท่าน ดังเช่นกับความรักที่พระเยซูคริสต์ตรัสสอนให้รักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง โยนาธานกับดาวิดมีความผูกพันทางใจ รักใคร่ต่อกัน

เราและเพื่อน ๆ มีความผูกพันเช่นนี้หรือไม่? แม้ว่าเราอาจเติบโตกันมาด้วยกัน รู้จักกันมานาน แต่อาจไม่รู้ใจกัน

สิ่งที่เราควรจะมีเสมอ คือ การใส่ใจกันและกัน

ถ้าเราสนิทกัน ก็ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมากมาย แต่ก็สามารถดูแล้วเข้าใจกันได้ ใจถึงกัน ใจผูกพัน

2. ความสัมพันธ์กของทั้งคู่มีพระเจ้าเป็นศูนย์กลาง

ความสัมพันธ์ของดาวิดและโยนาธานมีพระเจ้าเป็นศูนย์กลาง เขาทั้งสองกระทำพันธสัญญาต่อกัน

ยิ่งเราใกล้ชิดพระเจ้า รักพระเจ้า เราก็จะรักเพื่อนของเราเช่นกัน และเมื่อเราให้พระเจ้าเป็นศูนย์กลาง ความสัมพันธ์ของเราก็จะแน่นแฟ้น

3. เป็นความรักที่มีการตอบสนอง

ความรักเป็นการกระทำ "จงรักกันด้วยการกระทำและความจริง"

"ลูกทั้งหลายเอ๋ย อย่าให้เรารักกันด้วยคำพูดและด้วยปากเท่านั้น แต่จงรักกันด้วยการกระทำและด้วยความจริง" (1ยอห์น 3:18)

เราจะรักอย่างเดียวไม่ได้ แต่จะต้องมีการแสดงออกด้วย

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเพื่อนรักเราถ้าหากเขาไม่แสดงออกต่อเรา

ทุกวันนี้เรารักเพื่อนด้วยความจริงใจหรือไม่?

หลายคนที่พยายามแสวงหาสิ่งต่าง ๆ เพื่อตนเอง แสวงหาหน้าที่การงานที่ดี แสวงหาคู่พระพร แต่กลับไม่เคยที่จะใส่ใจพี่น้องได้เลย คบเพื่อนแต่เฉพาะผู้ที่ตอบสนองความต้องการของตนเองได้เท่านั้น

แต่ขอที่เราจะใส่ใจผู้อื่นมากขึ้น แคร์ความรู้สึกของกันและกันมากขึ้น และใช้ความเป็นเพื่อน สำแดงความรักให้แก่เพื่อนที่ไม่เป็นคริสเตียน สำแดงความรักของพระเจ้าให้แก่เขา รักเพื่อนขณะที่เขามีชีวิตอยู่ ขณะที่มีลมหายใจ

สุดท้ายนี้ สิ่งที่อยากจะฝาก คือ ขอที่เรารักซึ่งกันและกัน และ ขอที่เราเรียนรู้ที่จะรักผู้อื่นก่อน เรารักเพราะพระเจ้าทรงรักเราก่อน

 

ศจ. ทิวาพร ราชรักษ์

คำเทศนา เช้าวันอาทิตย์ ในทริปเพื่อคุณ ณ เขาใหญ่ฟ้าใสรีสอร์ท

เมื่อวันที่ 21/02/2010

เรื่อง เพื่อน

สรุปโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

 

  • ถ้าท่านอ่านแล้ว มีความปรารถนาที่จะเปิดใจออก อธิษฐานทูลเชิญพระเยซูคริสต์เสด็จเข้ามาในชีวิตของท่าน และเป็นพระเจ้าของท่าน กรุณาไปที่หน้า คำอธิษฐาน

  • ถ้าคุณอ่านแล้วสนใจ กรุณาติดต่อคริสตจักรใกล้บ้านท่านได้เลยครับ หรือถ้าหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ก็ติดต่อโดยตรงได้ที่อีเมลของผมเลยครับ ton@followhissteps.com