ชัยชนะเหนือคำสาปแช่ง

FollowHisSteps.com
 

ชีวิตของเราในโลกนี้ บางครั้งเราต้องหวาดกลัวกับสิ่งร้าย ๆ ที่จะเกิดขึ้นกับเรา เพราะเราไม่รู้ว่าชีวิตเราในภายภาคหน้าจะเป็นอย่างไร ทุกคนอยากประสบความสำเร็จ แต่ในความเป็นจริงหลาย ๆ คนก็ประสบความล้มเหลว คนส่วนใหญ่ในโลกนี้ก็รู้สึกว่าตัวเองล้มเหลว

มีคำสาปแช่งที่เกิดขึ้นกับมนุษย์และแผ่นดินนี้ อะไรที่เป็นสาเหตุของคำสาปแช่ง? และพระทรงประทานวิธีที่จะทำให้คำสาปแช่งเหล่านี้หมดไปได้อย่างไร?

 

1. การไม่เชื่อฟัง

ในปฐมกาลบทที่ 3 ข้อที่ 1-7 ได้บอกแก่เราอย่างชัดเจน

ตั้งแต่วันที่ 1-5 พระเจ้าทรงสร้างสิ่งต่าง ๆ มากมาย จนกระทั่งวันที่ 6 พระองค์ทรงสร้างมนุษย์ขึ้นมา และได้ทรงมอบสรรพสิ่งที่พระองค์ทรงสร้างไว้ตั้งแต่วันแรกมา เพื่อให้มนุษย์ได้ครอบครอง มนุษย์ได้รับพรอย่างมากมาย ลองคิดดูนะครับถ้าพระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ตั้งแต่วันแรก มนุษย์คงจะลำบากมาก เพราะจะไม่มีอะไรเลยในโลกนี้ แต่พระเจ้ามิได้ทรงกระทำเช่นนั้น แต่พระองค์ทรงให้มนุษย์ครอบครองสรรพสิ่งที่ทรงสร้าง

ต่อมา งูได้มาล่อลวงเอวาและอาดัม ด้วยคำถามที่ว่า "จริงหรือ?" หลอกล่อให้มนุษย์อยากที่จะฉลาดเหมือนพระเจ้า ทั้งที่ความเป็นจริงพระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ตามพระฉายาของพระองค์อยู่แล้ว มีปัญญาอยู่แล้ว แต่อาดัมและเอวาหวังจะได้รับปัญญา พี่น้องรู้หรือไม่ว่าการเชื่อฟังสำคัญกว่าสิ่งหลาย ๆ สิ่ง ปัญญาเป็นสิ่งที่ดี แต่การเชื่อฟังพระเจ้าดียิ่งกว่า เพราะในโลกนี้มีสิ่งต่าง ๆ มากมายที่ล่อลวงมนุษย์ ว่าทำสิ่งนี้ดี ทำสิ่งนี้จะรวยแน่นอน แต่หลายสิ่งเหล่านั้นเป็นเหตุให้เราทำผิดต่อพระเจ้า การไม่เชื่อฟังนี่เองที่ทำให้อาดัมและเอวาต้องเสียสิ่งดี ๆ ที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้ให้

"16 พระองค์ตรัสแก่หญิงนั้นว่า 'เราจะเพิ่มความทุกข์ลำบากขึ้นมากมาย ในเมื่อเจ้ามีครรภ์ และคลอดบุตร ถึงกระนั้นเจ้ายังปรารถนาสามี และเขาจะปกครองตัวเจ้า'
17 พระองค์จึงตรัสแก่อาดัม {แปลว่า มนุษย์} ว่า 'เพราะเหตุเจ้าเชื่อฟังคำพูดของภรรยา และกินผลไม้ที่เราห้าม แผ่นดินจึงต้องถูกสาป เพราะตัวเจ้า เจ้าจะต้องหากินบนแผ่นดินด้วยความทุกข์ลำบากจนตลอดชีวิต' " (ปฐมกาล 3:16-17)

นี่คือความเลวร้ายที่มนุษย์มิได้เชื่อฟังพระเจ้า จึงต้องถูกลงโทษ

กษัตริย์ซาอูลก็เช่นเดียวกัน ซาอูลถูกถอดออกจากการเป็นกษัตริย์ ใน 1ซามูเอล 15 หลังจากที่ซาอูลรบกับชาวอามาเลข พระเจ้าตรัสให้ซาอูลทำลายทุกสิ่ง แต่ในที่สุดกษัตริย์ซาอูลก็ไม่ได้ทำลาย แต่กลับไว้ชีวิตกษัตริย์เมืองนั้น และยังเก็บสัตว์ดี ๆ เก็บของมีค่าไว้ จึงเป็นเหตุให้ซามูเอลกล่าวแก่ซาอูลว่า

"22 และซามูเอลกล่าวว่า 'พระเจ้าทรงพอพระทัยในเครื่องเผาบูชา และเครื่องสัตวบูชามาก เท่ากับการที่จะเชื่อฟังพระสุรเสียงของพระองค์หรือ ดูเถิด ที่จะเชื่อฟังก็ดีกว่าเครื่องสัตวบูชา และซึ่งจะสดับฟังก็ดีกว่าไขมันของบรรดาแกะผู้ 23 เพราะการกบฏก็เป็นเหมือนบาปแห่งการถือฤกษ์ถือยาม และความดื้อดึงก็เป็นเหมือนบาปชั่ว และการไหว้รูปเคารพ เพราะเหตุที่ท่านทอดทิ้งพระวจนะของพระเจ้า พระองค์จึงทรงถอดท่านออกจากตำแหน่งกษัตริย์' " (1ซามูเอล 15:22-23)

ซาอูลมีข้ออ้างที่ดีมากที่จะไม่กระทำตามคำสั่งของพระเจ้า ก็คือ เพื่อที่จะเอาสัตว์เหล่านี้ไว้เป็นเครื่องบูชาถวายแด่พระเจ้า ข้ออ้างของกษัตริย์ซาอูลดูเหมือนดี แต่พระเจ้ามิได้ทรงพอพระทัย และได้ถอดท่านออกจากการเป็นกษัตริย์ในที่สุด เพียงแค่ไม่เชื่อฟังเท่านั้น

แต่ว่าพระเจ้าทรงรักมนุษย์ พระองค์ทรงช่วยให้มนุษย์ต้องพ้นจากโทษเหล่านี้

"18 ฉะนั้น การพิพากษาลงโทษได้มาถึงคนทั้งปวง เพราะการละเมิดครั้งเดียวฉันใด การกระทำอันชอบธรรมครั้งเดียว ก็นำการปลดปล่อย และชีวิตมาถึงทุกคนฉันนั้น 19 เพราะว่า คนเป็นอันมากเป็นคนบาป เพราะคนคนเดียวที่มิได้เชื่อฟังฉันใด คนเป็นอันมากก็เป็นคนชอบธรรม เพราะพระองค์ผู้เดียวที่ได้ทรงเชื่อฟังฉันนั้น" (โรม 5:18-19)

พระเยซูคริสต์เจ้าทรงเชื่อฟังพระบิดา ทรงมาเกิดมนุษย์ และสิ้นพระชนม์ที่ไม้กางเขน เพราะการเชื่อฟังของพระองค์นี้เองทำให้เราพ้นจากคำสาปแช่งของการไม่เชื่อฟังของอาดัมและเอวา สรรเสริญพระเจ้า

2. การฆ่ากัน

การฆ่ากันเป็นความบาป และนำคำสาปแช่งมาสู่มนุษย์ ดังตัวอย่างที่พระคัมภีร์กล่าวไว้ ในเรื่องราวของคาอินและอาเบล

"8 ฝ่ายคาอินก็พูดชวนอาแบลน้องชายของตน ว่า 'เราไปนากันเถอะ' เมื่ออยู่ที่นาด้วยกัน คาอินก็โถมเข้าฆ่าอาแบลน้องชายของตนเสีย 9 พระเจ้าตรัสถามคาอิน ว่า 'อาแบลน้องชายของเจ้าอยู่ที่ไหน' คาอินจึงทูลว่า 'ข้าพระองค์ไม่ทราบ ข้าพระองค์หรือเป็นผู้ดูแลน้อง' 10 พระองค์ตรัสว่า 'เจ้าทำอะไรไป โลหิตของน้องเจ้าส่งเสียงร้องฟ้องขึ้นมาจากดิน 11 บัดนี้ เจ้าจะต้องถูกสาปจากที่ดินที่ได้อ้าปากรับโลหิตน้องจากมือเจ้า 12 ต่อไป เมื่อเจ้าทำนาจะไม่เกิดผลมาก เจ้าจะต้องหลบหนี และพเนจรไปในโลก' " (ปฐมกาล 4: 8-12)

เมื่อมีการฆ่ากัน โลหิตของผู้บริสุทธิ์ต้องหลั่งบนพื้นดิน แผ่นดินนั้นก็จะได้รับคำสาปแช่ง

ปัจจุบัน จะเห็นได้ว่า มีการฆ่ากันตายมากมาย มีเหตุการณ์ร้าย ๆ อยู่ทั่วแผ่นดิน นี่เอง เป็นเหตุให้แผ่นดินได้รับคำสาปแช่ง ทำนาก็ไม่เกิดผลมาก ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นกับทุกประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเทศใหญ่หรือประเทศเล็ก ก็มีการหลั่งโลหิตทั้งสิ้น

ที่ข้างบริษัทของผมเองก็มีเหตุการณ์หนึ่งเช่นกัน มีการยิงกันตาย เพียงเพราะด้วยเรื่องเจ้าหนี้ลูกหนี้เท่านั้น

สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อมีการฆ่ากัน คือ แผ่นดินถูกสาป ความบาปได้เกิดขึ้น

"และมาถึงพระเยซูผู้กลางแห่งพันธสัญญาใหม่ และมาถึงพระโลหิตประพรมที่มีเสียงร้องอันเปี่ยมด้วยคุณ ไม่เหมือนเสียงโลหิตของอาแบล" (ฮีบรู 12:24)

พระคัมภีร็ตอนนี้ได้กล่าวถึงโลหิตของโลหิตด้วยกัน

โลหิตแรกคือ โลหิตของอาแบล เมื่อโลหิตของอาแบลได้ตกลงถึงดิน โลหิตนั้นก็ฟ้องถึงพระเจ้า และพระเจ้าก็ทรงสาปแช่งแผ่นดิน นำมาซึ่งการลงโทษ

แต่ตรงกันข้าม โลหิตของพระเยซูคริสต์ ได้หลั่งออกเช่นเดียวกัน เป็นโลหิตของผู้บริสุทธิ์เช่นกัน ได้ส่งเสียงร้องถึงพระเจ้าเช่นกัน แต่ไม่ใช่การแช่งสาป การหลั่งโลหิตของพระเยซูคริสต์นี้ ได้ส่งผลให้เกิดเสียงร้องอันเปี่ยมด้วยคุณ นำคุณมาสู่แผ่นดินโลก สรรเสริญพระเจ้า เพราะ โลหิตของพระคริสต์เป็นโลหิตที่ให้อภัย เป็นโลหิตที่เปี่ยมไปด้วยความรักอันยิ่งใหญ่ เป็นโลหิตที่ไถ่ชีวิตเราให้พ้นคำแช่งสาป ไม่มีการแช่งสาปอีกต่อไปภายใต้โลหิตของพระเยซูคริสต์ เพราะเราได้รับการไถ่

นี่คือเคล็ดลับของชีวิตเรา ถ้าเรายึดมั่นในพระสัญญา พระโลหิตของพระองค์ก็จะช่วยเรา เพราะโลหิตของพระองค์เปี่ยมด้วยคุณ ไม่เหมือนโลหิตของอาแบล ขอบคุณพระเจ้า

เมืองอามาลองก้า เดิมเป็นแผ่นดินที่แห้งแล้งมาก แต่ต่อมาภายหลัง หลังจากที่เกิดการฟื้นฟู ทั้งเมืองได้มาเชื่อพระเจ้า แม้แต่หัวหน้าชุมชน ปีใหม่มีการจัดฉลองนมัสการพระเจ้า หลังจากนั้นเมืองก็กลับอุดมสมบูรณ์มากทีเดียว จนหลายประเทศสนใจ ว่าเมืองนี้มีอะไรดี มีปุ๋ยอะไร หรือมีเคล็ดลับอะไร แต่เมื่อได้ไปพิสูจน์ กลับพบว่า เมืองนี้เชื่อในพระเยซูคริสต์เจ้า แล้วพระเจ้าอวยพรแผ่นดินของเขา อวยพรพืชผลของเขา คนที่มาวิจัยก็ได้กลับไปด้วยความผิดหวัง เพราะว่ามิได้มีสูตรอะไรที่พิเศษเลย แต่เพียงเพราะพวกเขามีความเชื่อ ความเชื่อในโลหิตพระเยซูคริสต์เจ้า ที่ได้ไถ่เมืองนี้จากคำสาปแช่ง

3. คำพูดด้านลบเป็นคำแช่งสาป

ตัวอย่างของคำพูดด้านลบที่เป็นคำสาปแช่ง ปรากฎอยู่ในพระธรรมปฐมกาลบทที่ 9
"20 โนอาห์เริ่มเป็นชาวไร่ และทำสวนองุ่น
21 ท่านได้ดื่มเหล้าองุ่นเมา แล้วก็นอนเปลือยกายอยู่ที่เต็นท์ของท่าน
22 ฮามผู้เป็นบิดาคานาอันเห็นบิดาของตนเปลือยกายอยู่ จึงบอกพี่น้องทั้งสองที่อยู่ภายนอก
23 เชมกับยาเฟทก็เอาผ้าพาดบ่า แล้วทั้งสองคนก็เดินหันหลังเข้าไปปกปิดกายของบิดาที่เปลือยอยู่ โดยมิได้หันหน้าดูกายของบิดาที่เปลือยอยู่นั้น
24 เมื่อโนอาห์สร่างเมาแล้ว รู้ว่าบุตรสุดท้องทำกับท่านอย่างไร
25 จึงพูดว่า 'คานาอันจงถูกแช่ง ให้เป็นทาสแสนเลวของพี่น้อง' " (ปฐมกาล 9:20-25)

โนอาห์เพียงแค่พูดประโยคเดียวเท่านั้น แต่ส่งผลต่อมามากมาย เพราะตั้งแต่นั้น ตระกูลของฮาม ได้แก่ชนชาติคานาอัน ก็ตกเป็นทาสของพี่น้องตลอด

ชีวิตของเราเช่นกัน บางครั้งเราพูดโดยไม่คิด แต่สิ่งเหล่นั้นเกิดผลร้าย หรือบางคนอาจจะรับคำพูด คำในแง่ลบแบบไม่ตั้งใจ แล้วเกิดผลร้ายกับชีวิตกับเรา

แต่ว่าในพระธรรมยากอบได้บอกไว้ว่า

"9 เราทั้งหลายสรรเสริญองค์พระผู้เป็นเจ้า และพระบิดาด้วยลิ้นนั้น และด้วยลิ้นนั้นเราก็แช่งด่ามนุษย์ผู้ซึ่งพระเจ้าทรงสร้างไว้ตามพระฉายาของพระองค์
10 คำสรรเสริญองค์พระผู้เป็นเจ้าและคำแช่งด่าก็ออกมาจากปากเดียวกัน ดูก่อนพี่น้องของข้าพเจ้า ไม่ควรให้เป็นเช่นนั้น" (ยากอบ 3:9-10)

พระเจ้าทรงสร้างสิ่งต่าง ๆ ด้วยพระดำรัสของพระองค์ เพียงพระองค์ตรัส ทุกสิ่งก็เกิดขึ้น มีเพียงมนุษย์เท่านั้นที่พระองค์ทรงสร้างด้วยผงคลีดิน

ดังนั้น ขออย่าให้ปากของเราพูดคำแช่งด่าเลย แต่ให้ปากของเราพูดถึงแต่สิ่งดี ๆ พูดสรรเสริญพระเจ้า พูดขอบพระคุณพระเจ้าดีกว่าที่จะพูดสิ่งไร้สาระ พูดหยาบคาย พูดเล่นไม่เป็นเรื่อง เพราะคำพูดเหล่านั้นนำมาสู่การพิพากษา เป็นคำสาปแช่ง ส่งผลแก่เราอย่างที่เราคาดไม่ถึง

ในชีวิตของเรา บางครั้งพ่อแม่ก็ด่าว่าลูก บางครั้งก็ไม่ได้คิดอะไร แต่พูดออกไปในทางที่ไม่ดี เช่น "เป็นอย่างนี้ชีวิตก็คงจะไม่เจริญ" ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะปลูกฝังเด็กโดยไม่รู้ตัว จึงอยากจะให้เราพูดถึงสิ่งซึ่งสร้างสรรค์ อย่าพูดคำแช่งด่า เพราะสิ่งเหล่านี้จะส่งผลโดยที่เราไม่รู้ตัวเลยทีเดียว เช่น ถ้าลูกเรียนไม่เก่ง ก็ให้เราอธิษฐานขอพระเจ้าประทานสติปัญญาในการเรียน เป็นคำอวยพรแทนคำแช่งด่า

นอกจากนี้ คำสาปแช่งต่าง ๆ บางทีก็มาจากศัตรูด้วย เช่น มีคนทัก หรือหมอดูทักในสิ่งที่ไม่ดี ให้เราปฏิเสธตัดสายสัมพันธ์ในนามพระเยซูคริสต์

ขอบคุณพระเจ้า ที่เรามีวิธีที่จะหลุดพ้นจากคำแช่งสาปจากคำพูดนี้ โดยพระเยซูคริสต์เจ้า

"พระองค์ทรงฉีกกรมธรรม์ซึ่งได้ผูกมัดเราด้วยบัญญัติต่างๆ ซึ่งขัดขวางเรา และได้ทรงหยิบเอาไปเสียให้พ้น โดยทรงตรึงไว้ที่กางเขน" (โคโลสี 2:14)

บัญญัติต่าง ๆ คือคำสาปแช่งที่ขัดขวางชีวิตเรา แต่พระเยซูคริสต์เจ้า ได้ทรงหยิบเอาไปเสีย โดยตรึงไว้ที่กางเขนกับพระองค์ เราจึงพ้นคำแช่งสาป ฮาเลลูยา

4. วางใจในมนุษย์ ไม่ได้วางใจในพระเจ้า จึงถูกสาป

ตัวอย่างนี้ ปรากฎชัดในพระธรรมเยเรมีย์บทที่ 17 ข้อ 5-6

"5 พระเจ้าตรัสดังนี้ว่า 'คนที่วางใจในมนุษย์ และให้เนื้อหนังเป็นมือของเขา และใจของเขาหันออกจากพระเจ้า คนนั้นก็เป็นที่แช่งสาป
6 เขาเป็นเหมือนพุ่มไม้ที่อยู่ในทะเลทราย และไม่เห็นความดีอันใดมาถึงเลย เขาจะอาศัยอยู่ในแผ่นดินที่แตกระแหงที่ในถิ่นทุรกันดาร ในแผ่นดินเค็มที่ไม่มีคนอาศัย' " (เยเรมีย์ 17:5-6)

มนุษย์เราส่วนใหญ่จะวางใจในสติปัญญา ความรู้ นักวิชาการ นายแพทย์ วางใจในมนุษย์ว่าเขาจะสามารถช่วยเราได้ แต่พระเจ้าทรงสอนให้เราวางใจพระเจ้ามากกว่ามนุษย์ เพราะนี่คือแหล่งพระพร

กษัตริย์ดาวิด มีแบบอย่างชีวิตที่ดี แม้ว่าเขาจะเคยแพ้ แต่ในที่สุดก็จะชนะเสมอ เพราะเขามีเคล็ดลับ คือ เขาจะนึกถึงพระเจ้าก่อนที่จะทำสิ่งใด เช่นเดียวกัน เราควรจะอธิษฐานต่อพระเจ้าก่อนทุกสิ่งที่เราจะทำ

แต่ถ้าเราไม่วางใจพระเจ้า แต่กลับวางใจมนุษย์ เราก็จะได้รับคำแช่งสาปโดยอัตโนมัติ

ขอบคุณพระเจ้า เราสามารถพ้นคำแช่งสาปนี้ได้ โดยเพียงแค่เราวางใจในพระเจ้า เชื่อและวางใจในพระเยซูคริสต์เจ้า ผู้ทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน และทรงฟื้นขึ้นจากความตาย พระองค์ทรงเป็นที่ปรึกษามหัศจรรย์ของเรา

"7 คนที่วางใจในพระเจ้าย่อมได้รับพระพร คือ ผู้ที่ความวางใจของเขาอยู่ในพระเจ้า
8 เขาเป็นเหมือนต้นไม้ที่ปลูกไว้ริมน้ำ ซึ่งหยั่งรากของมันออกไปข้างลำน้ำ เมื่อแดดส่องมาถึงก็ไม่กลัว เพราะใบของมันคงเขียวอยู่เสมอ และไม่กระวนกระวายในปีที่แห้งแล้ง เพราะมันไม่หยุดที่จะออกผล" (เยเรมีย์ 17:7-8)

ถ้าเราวางใจในพระเจ้า เราก็จะไม่ต้องกระวนกระวาย แม้รอบ ๆข้างเราจะเลวร้ายเท่าไร เราจะไม่เป็นไร เราจะเป็นดังต้นไม้ที่จะเขียวเสมอ แม้จะโดนแดดส่องเพียงไร เราก็จะไม่หวั่นไหว แต่จะยิ่งกลับเขียวสด และเราจะไม่ต้องกระวนกระวายกลัวจะแห้งแล้ง

ผมมีเรื่องอยากจะเป็นพยาน ผมมีโอกาสที่ได้ทำธุรกิจส่วนตัว พี่น้องเชื่อไหมครับ ว่าในยามที่โลกกำลังวุ่นวาย เศรษฐกิจกำลังถดถอย หลายบริษัทต้องลดพนักงาน แต่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา กลับมี order มากถึงขนาดที่ไม่เคยมีมาก่อน เป็น order ที่ใหญ่ที่สุด ใหญ่กว่าที่เคยได้รับในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังดีเสียอีก นี่คือการเลี้ยงดูของพระเจ้า เพียงแค่เราวางใจในพระเจ้าเท่านั้น

 

5. ประพฤติตามบัญญัติไม่ครบถ้วน จึงถูกสาป

มนุษย์ทุกคนพยายามที่จะทำดี นั่นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่ปัญหาคือมนุษย์ไม่สามารถทำดีได้ครบถ้วน และพระคัมภีร์ได้กล่าวไว้ชัดเจนว่า ถ้าเราทำผิดเพียงข้อเดียง ก็เท่ากับว่าเราได้ถูกสาปแช่งแล้ว

"เพราะว่า คนทั้งหลายซึ่งพึ่งการประพฤติตามธรรมบัญญัติ ก็ถูกแช่งสาป เพราะพระคัมภีร์เขียนไว้ว่า ทุกคนที่มิได้ประพฤติตามข้อความทุกข้อ ที่เขียนไว้ในหนังธรรมบัญญัติ ก็ถูกแช่งสาป" (กาลาเทีย 3:10)

ศาสนาต่าง ๆ สอนให้เราเป็นดี แต่ปัญหามิได้เป็นจากว่าศาสนาดีหรือไม่ แต่เป็นจากว่าไม่มีใครที่จะสามารถทำตามสิ่งที่ศาสนาสอนได้อย่างครบถ้วน และเมื่อมนุษย์ไม่สามารถทำตามบัญญัติได้อย่างครบถ้วน เขาก็ถูกสาปแช่งแล้ว

แต่ขอบคุณพระเจ้า ความเชื่อในองค์พระเยซูคริสต์เจ้า ทำให้เราพ้นจากคำสาปแช่งนี้

"11 เป็นที่ประจักษ์ชัดอยู่แล้วว่า ไม่มีผู้ใดเป็นคนชอบธรรมในสายพระเนตรของพระเจ้า ด้วยธรรมบัญญัติได้เลย เพราะว่า 'คนชอบธรรมจะมีชีวิตดำรงอยู่โดยความเชื่อ'
12 แต่ธรรมบัญญัติไม่ได้อาศัยความเชื่อ เพราะผู้ที่ประพฤติตามธรรมบัญญัติ ก็จะได้ชีวิตดำรงอยู่โดยธรรมบัญญัตินั้น
13 พระคริสต์ทรงไถ่เราให้พ้นความแช่งสาปแห่งธรรมบัญญัติ โดยการที่พระองค์ทรงยอมถูกแช่งสาปเพื่อเรา (เพราะพระคัมภีร์เขียนไว้ว่า ทุกคนที่ต้องถูกแขวนไว้บนต้นไม้ต้องถูกสาปแช่ง)
14 เพื่อพระพรทางอับราฮัม จะได้มาถึงคนต่างชาติทั้งหลาย เพราะพระเยซูคริสต์ เพื่อเราจะได้รับพระวิญญาณตามพระสัญญาโดยความเชื่อ" (กาลาเทีย 3:11-14)

คำสาปทำให้เกิดอะไรในชีวิตเรา ?

พระธรรมเฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 28 ข้อที่ 15-57 ได้กล่าวไว้อย่างชัดเจนถึงผลของคำสาปแช่งที่จะเกิดขึ้น ซึ่งได้แก่ การทำงาน ตระกูล ทรัพย์สิน การเดินทาง กิจการธุรกิจ โรคร้าย ความตาย ไข้อักเสบ ภัยธรรมชาติ พ่ายแพ้ โรคที่รักษาไม่ได้ ไม่มีความเจริญ ถูกโกง ถูกปล้น ครอบครัวแตกแยก ทรัพย์สินถูกทำลาย เป็นบ้า ฝีร้าย ตกเป็นทาส ลงทุนมากกำไรน้อย ค่าใช้จ่ายมาก ผลตอบแทนไม่เหลือ ลูกหลานตกเป็นเชลย ผลกำไรต้องตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้อื่น คนอื่นจะสูงขึ้นแต่เราจะต่ำลง ขัดสน ต้องขอยืมผู้อื่น เป็นหางไม่เป็นหัวหน้าสักที สิ่งเลยร้ายมากมายเหล่านี้จะเป็นคำสาปแช่ง

แต่ขอบคุณพระเจ้า พระองค์ทรงมาเพื่อเราทั้งหลายจะมีชีวิต และมีชีวิตที่ครบบริบูรณ์ เป็นชีวิตที่พ้นจากคำสาปแช่ง ได้รับพระพร และเป็นชีวิตที่พระองค์ตรัสว่าดี

พี่น้องครับ ถึงเวลาที่เราจะบอกลาคำสาปแช่งได้ พระวจนะคำของพระเจ้าเป็นความจริง และเมื่อเรารู้ความจริง และเชื่อในความจริงนั้น คำสาปแช่งก็จะไม่มีอำนาจอีกต่อไป นี่เป็นสิ่งยิ่งใหญ่ที่ทำให้เราต้องขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับพระคุณอันยิ่งใหญ่ของพระองค์

คำสาปแช่งจากการไม่เชื่อฟังพระเจ้าก็จะหมดไป เพราะพระเยซูคริสต์เจ้าได้ทรงเชื่อฟัง ทำให้เราเป็นคนชอบธรรม

คำสาปแช่งจากโลหิตของมนุษย์ก็จะหมดไป เพราะพระโลหิตของพระเยซูคริสต์ทรงชำระล้างเรียบร้อยแล้ว

คำสาปแช่งจากคำพูดก็จะหมดไป เพราะพระเยซูคริสต์ทรงฉีกทิ้ง ตึงที่กางเขน และทรงให้พระวจนะแก่เรา

คำสาปแช่งที่เกิดจากการไม่วางใจพระเจ้าก็จะหมดไป เพราะเราไว้วางใจพระเยซูคริสต์เจ้า

คำสาปแช่งที่เกิดจากการประพฤติตามบัญญัติไม่ครบถ้วนก็จะหมดไป เพราะความเชื่อในองค์พระเยซูคริสต์ทำให้เราพ้นจากคำแช่งสาปนี้

พี่น้องครับ คำสาปแช่งจะไม่มีอีกต่อไป ขอพระเจ้าอวยพร

 

ผป. วิวัฒน์ วุฒิกุลเจริญวงศ์

เทศนาฟื้นฟู หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ที่คริสตจักรแม่ปิง

เมื่อวันที่ 07/02/2009

เรื่อง ชัยชนะเหนือคำสาปแช่ง

สรุปโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์

 

หมายเหตุ:

  • ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ
  • ต้องขอบพระคุณ ผป. วิวัฒน์ ที่กรุณาให้ผมดู script คำเทศนา เพื่อใช้ในการสรุปครั้งนี้ครับ ซึ่งคำเทศนานี้ผมได้รับพรมากทีเดียวครับ

 

  • ถ้าท่านอ่านแล้ว มีความปรารถนาที่จะเปิดใจออก อธิษฐานทูลเชิญพระเยซูคริสต์เสด็จเข้ามาในชีวิตของท่าน และเป็นพระเจ้าของท่าน กรุณาไปที่หน้า คำอธิษฐาน

  • ถ้าคุณอ่านแล้วสนใจ กรุณาติดต่อคริสตจักรใกล้บ้านท่านได้เลยครับ หรือถ้าหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ก็ติดต่อโดยตรงได้ที่อีเมลของผมเลยครับ ton@followhissteps.com

FollowHisSteps.com

ได้รับการสนับสนุน Web Hosting จาก SPAComputer.com, ThaWang.com