สัญญาณเตือนภัย (วิวรณ์ 6)

FollowHisSteps.com
 

(23/05/2008 Midnight Cell)

เหตุการณ์ในปัจจุบัน  พบว่ามีภัยพิบัติอันตรายมากมาย  อาทิเช่น  พายุไซโคลนนากีส ถล่มพม่า  ซึ่งมีผู้เสียชีวิตมากมายร่วมแสน  และ แผ่นดินไหวในประเทศจีน  ที่รุนแรงมากจนมีผู้เสียชีวิตเป็นหลายหมื่น  สิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ จะพบว่ารุนแรงมากเป็นประวัติการณ์  ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าจะมีความเสียหายมากมายเช่นนี้ นอกจากที่  เหตุการณ์ที่ผ่านมา เช่น สึนามิ  ได้เคยเกิดขึ้นแล้ว และมีการตื่นตัวกันระยะเวลาหนึ่ง  อีกไม่นานก็ลืมสิ่งที่เกิดขึ้น จนเกิดเหตุการณ์ใหม่ขึ้นมา  สิ่งเหล่านี้  ทำให้เราจะต้องพิจารณาพระธรรมวิวรณ์ให้ดี

จากพระคัมภีร์วิวรณ์บทที่ 6 ขอให้เรามาพิจารณาร่วมกัน

 

(เนื่องจากมีผู้ที่ผมเคารพท่านหนึ่ง ได้ให้ความเห็นว่า การตีความพระธรรมตอนนี้ อาจจะมีความเห็นแตกต่างกันไป  อยากให้เสนอมุมมองต่าง ๆ  ดังนั้นผมจึงขออนุญาตเสริมคำอธิบายจาก อมตธรรมร่วมสมัย ฉบับอธิบาย ร่วมด้วยครับ  เพื่อให้ผู้อ่านได้เข้าใจมากขึ้น  โดยจะใช้เป็นตัวหนังสือสีน้ำเงินตัวเอียงครับ  แต่ผมขออยากหนุนใจนะครับ  ไม่ว่าจะตีความแบบใดก็ตาม  เราก็อย่าลืมเป้าหมายหลักของผู้เขียนพระธรรมวิวรณ์นี้นะครับ โดยสำหรับวิวรณ์ตั้งแต่บทที่ 4 เป็นต้นไป  จะเป็นข่าวสารสำหรับคริสตจักร  ซึ่งท่านยอห์นได้เขียนขึ้น เพื่อเป็นการเตือนสติคริสเตียนที่เฉื่อยชา และหนุนใจผู้ที่อดทนต่อสู้ในโลกนี้อย่างสัตย์ซื่อ  โดยท่านยอห์นได้เขียนหลักของพระธรรมวิวรณ์ ไว้ในตอนต้นของพระธรรมวิวรณ์  คือ

"ความสุขมีแก่ผู้ที่อ่านและแก่บรรดาผู้ที่ฟังคำเผยพระวจนะ แล้วประพฤติตามสิ่งต่างๆที่เขียนไว้ในนั้น เพราะว่าเวลานั้นใกล้เข้ามาแล้ว" (วิวรณ์ 1:3 ThaiTSV2002)

และ ผมก็อยากจะหนุนใจนะครับ  ว่า "เวลานั้นใกล้เข้ามาแล้ว" จริง ๆ ครับ

ผมจะขอยกข้อความเกี่ยวกับการตีความพระธรรมวิวรณ์ จากหนังสือ อมตธรรมร่วมสมัย ฉบับอธิบาย มาให้พิจารณากันก่อนนะครับ)

ตลอดหลายศตวรรษมานี้  การตีความพระธรรมวิวรณ์พัฒนาขึ้นมาเป็นสี่แนวทางด้ายกัน (ได้แก่  ทัศนะที่ถือว่าเป็นเรื่องอดีต  ทัศนะที่ถือว่าเป็นเรื่องอนาคต  ทัศนะที่ถือว่าเป็นเรื่องประวัติศาสตร์ และ ทัศนะแบบอุดมคติ)  แต่ละแนวทางก็มีผู้สนับสนุนที่ทรงความสามารถ  แต่ก็ไม่มีแนวทางใดสามารถพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นแนวทางที่ถูกต้องแนวทางเดียวที่จะอ่านพระธรรมเล่มนี้  อย่างไรก็ตาม  โดยสรุปแล้ว  คำถามนำไปใช้ขั้นพื้นฐานที่สุดของแต่ละแนวทาง ก็คือ  ถามตัวคุณเองว่า "การตีความอย่างนี้ จะช่วยให้ฉันเป็นสาวกที่ดี่ขึ้นของพระเยซูคริสต์ในวันนี้หรือไม่ ?"

 


"วิวรณ์ของพระเยซูคริสต์ที่พระเจ้าประทานแก่พระองค์ เพื่อสำแดงต่อบรรดาผู้รับใช้ของพระองค์เกี่ยวกับสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นในเร็วๆนี้ และพระองค์ทรงใช้ทูตสวรรค์ไปแจ้งกับยอห์นผู้รับใช้ของพระองค์" (วิวรณ์ 6:1 ThaiTSV2002)


ตั้งแต่ วิวรณ์ 6:1 เป็นต้นไป  เป็นการพิพากษาชุดแรกจากทั้งหมด 3 ชุด  แต่ละชุดมี 7 อย่าง  โดยอีก 2 ชุด คือ แตร และขัน  ขณะที่ตราแต่ละดวงถูกเปิดออก  พระคริสต์ผู้เป็นองค์พระเมษโปดก ก็เคลื่อนเหตุการณ์ ซึ่งจะนำไปสู่บั้นปลายของประวัติศาสตร์มนุษย์  หนังสือม้วนนี้จะยังเปิดไม่ครบถ้วนจนกว่าจะแกะตราดวงที่เจ็ด  เนื้อหาสาระในหนังสือม้วนเผยให้เห็นถึงความเสื่อมทรามของมนุษย์  และแสดงให้เห็นสิทธิอำนาจของพระเจ้าเหนือเหตุการณ์แห่งประวัติศาสตร์ของมนุษย์

 


"ข้าพเจ้าก็เห็น และนี่แน่ะ ม้าสีขาวตัวหนึ่งออกมา ผู้ที่ขี่ม้าตัวนั้นถือธนู และได้รับมอบมงกุฎ แล้วท่านก็ออกไปอย่างมีชัย และเพื่อจะได้ชัยชนะ" (วิวรณ์ 6:2 ThaiTSV2002)


ตราดวงที่หนึ่ง  พบว่า สอดคล้องกับการเสด็จมาครั้งแรกของพระเยซูคริสต์  ซึ่งพระองค์ทรงมีชัยชนะเรียบร้อยแล้ว  และสำเร็จเรียบร้อยแล้ว

(มีความเห็นแตกต่างกัน ว่าผู้ที่ขี่คือใคร  ส่วนใหญ่ จะตีความว่าเป็นพระเยซูคริสต์  แต่มีท่านแย้งว่าน่าจะไม่ใช่พระคริสต์  ดังเช่นในคำอธิบายของ อมตธรรมร่วมสมัย ฉบับอธิบาย  มีความเห็นว่าไม่น่าจะใช่พระคริสต์  กรุณาอ่านข้างล่าง ที่คำอธิบายของ วิวรณ์ 6:7-8)

 


"3 เมื่อพระองค์ทรงแกะตราดวงที่สอง ข้าพเจ้าก็ได้ยินสิ่งมีชีวิตที่สองร้องว่า 'มาเถอะ'
4 และม้าอีกตัวหนึ่งเข้ามา เป็นม้าสีแดงสด ผู้ที่ขี่ม้าตัวนี้ได้รับมอบหมายให้เอาสันติภาพไปจากแผ่นดินโลก เพื่อให้คนรบราฆ่าฟันกัน และท่านผู้นี้ได้รับมอบดาบใหญ่เล่มหนึ่ง" (วิวรณ์ 6:3-4 ThaiTSV2002)


จากปัจจุบัน พบว่าเกิดการรบราฆ่าฟันกันมากมาย  สันติภาพที่แท้จริงหาได้ยากมากในยุคปัจจุบัน  ดังนั้น ตราดวงที่สองน่าจะเป็นสิ่งที่สำเร็จแล้ว

 


"5 เมื่อพระองค์ทรงแกะตราดวงที่สาม ข้าพเจ้าก็ได้ยินสิ่งมีชีวิตที่สามร้องว่า 'มาเถอะ' แล้วข้าพเจ้าเห็น และนี่แน่ะ ม้าดำตัวหนึ่งเข้ามา และผู้ที่ขี่ม้าตัวนี้ถือตราชู
6 แล้วข้าพเจ้าก็ได้ยินเหมือนอย่างเสียงพูดดังออกมาจากท่ามกลางสิ่งมีชีวิตทั้งสี่นั้นว่า 'ข้าวสาลีราคาลิตรละหนึ่งเดนาริอัน(หนึ่งเดนาริอัน เท่ากับค่าแรงของคนทำงาน ในหนึ่งวัน) ข้าวบาร์เลย์สามลิตรต่อหนึ่งเดนาริอัน แต่เจ้าอย่าทำอันตรายน้ำมันและน้ำองุ่น' " (วิวรณ์ 6:5-6 ThaiTSV2002)


ผู้ขี่ม้า ถือตราชู  เพื่อให้เราพิจารณาให้ดีถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้น

หนึ่งทะนานเท่ากับหนึ่งลิตร  โดยปกติหนึ่งเดนาริอันเป็นจำนวนเงินที่จ้างคนงานให้ทำงานวันหนึ่งและจะสามารถซื้อข้าวสาลีได้มากถึง 8 ทะนาน ()

ในปัจจุบัน  พบว่า ประเทศไทย ราคาของข้าวแพงมากขึ้นเรื่อย ๆ    และจากพระคัมภีร์ได้บอกแก่เราว่า ต่อไป ข้าวสาลีจะราคาแพงมาก และขาดแคลน  แต่ว่าน้ำมันและน้ำองุ่นจะไม่ขาดแคลนเท่าข้าวสาลี  แม้ในการคาดการณ์ของมนุษย์จะพบว่าน้ำมันน่าจะขาดแคลน  แต่พระคัมภีร์ได้บอกแก่เราอย่างชัดเจนว่า แม้ว่าน้ำมันจะแพง แต่จะไม่หมดแน่นอน   ขอให้เรามีสติปัญญาในการณ์มองอนาคตต่อไป

 


"7 เมื่อพระองค์ทรงแกะตราดวงที่สี่ ข้าพเจ้าก็ได้ยินเสียงสิ่งมีชีวิตตัวที่สี่ร้องว่า 'มาเถอะ'
8 แล้วข้าพเจ้าเห็น และนี่แน่ะ ม้าสีกะเลียวตัวหนึ่ง ผู้ที่ขี่ม้าตัวนี้มีชื่อว่ามัจจุราช และแดนคนตายก็ติดตามมาด้วย พระองค์ทรงให้ทั้งสองนี้มีอำนาจเหนือแผ่นดินโลกหนึ่งในสี่ส่วน ที่จะทำลายได้ด้วยคมดาบ ด้วยความอดอยาก ด้วยโรคระบาด และด้วยสัตว์ร้ายแห่งแผ่นดิน" (วิวรณ์ 6:7-8 ThaiTSV2002)


ตราดวงที่ 4 นี้ จะพบว่า เริ่มมีความเกี่ยวข้องกับความตายโดยตรง  โดยมัจจุราช และแดนคนตาย จะทำลายชีวิตของคน 1 ใน 4 ของโลก  จากนี้ไป เราจะเห็นตัวเลขของคนตายมากขึ้นเรื่อย ๆ  จากเหตุการณ์ 4 อย่างด้วยกัน  ได้แก่  คมดาบ (สงคราม การฆ่าฟันกัน)  อดอยาก โรคระบาด และสัตว์ร้ายแห่งแผ่นดิน

เมื่อตีความ  สัตว์ร้ายแห่งแผ่นดิน  อาจจะสามารถแปลว่าเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติต่าง ๆ  ซึ่งจากเหตุการณ์พายุนากีส และแผ่นดินไหวในประเทศจีน พบว่า  มีผู้คนตายเป็นจำนวนมากในระยะเวลาเพียงไม่นาน และเป็นสิ่งที่ป้องกันไม่ได้  จึงอาจจะรวมอยู่ในกรณีนี้

นอกจากนี้  จากข่าวได้ระบุว่า สถานที่เกิดเหตุในพม่าและจีน  ล้วนเป็นดินแดนที่เป็นแหล่งของการเพาะปลูกข้าว  ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้การกันดานอาหาร ความอดอยากมากขึ้นเรื่อย ๆ

เมื่อศึกษาพระธรรมวิวรณ์ต่อไป  เรื่อง ตราดวงที่ 5-7  แตร และขัณฑ์  ซึ่งเป็นพระพิโรธของพระเจ้า  จะรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ  ตลอด ซึ่งจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

 

ตั้งแต่ วิวรณ์ 6:2 เป็นต้นไป  เมิ่อแกะตราสี่ดวงแรก  ม้าสี่ตัวก็ปรากฎขึ้น  ม้าเหล่านี้หมายถึงการพิพากษาของพระเจ้า  ในความบาปและการขบถของประชาชน  พระเจ้าเป็นผู้นำทิศทางประวัติศาสตร์มนุษย์  ทรงใช้แม้กระทั่งศัตรูของพระองค์ทำให้น้ำพระทัยสำเร็จ  ม้าสี่ตัวเป็นการชิมลางของการพิพากษาขั้นสุดท้ายที่จะมาถึง  บางคนมองว่าบทนี้คู่ขนานกับคำตรัสบนภูเขามะกอกเทศ (มัทธิว 24)  ภาพของม้าสี่ตัวพบในเศคาริยาห์ 6:1-8 ด้วย

วิวรณ์ 6:2-8  จะพบว่า ม้าแต่ละตัวมีสีต่าง ๆ กัน  บางคนกล่าวว่า ม้าขาวคือชัยชนะ และผู้ขับขี่ ก็คือพระคริสต์ (เพราะต่อมาพระคริสต์ทรงม้าขาวสู่ชัยชนะ ในวิวรณ์ 19:11)  แต่ในเมื่อม้าอีก 3 ตัวเกี่ยวข้องกับการพิพากษาและการทำลาย  ม้าขาวกับผู้ขับขี่จึงไม่น่าเป็นพระคริสต์  ม้าทั้งสี่เป็นส่วนหนึ่งของการพิพากษาของพระคริสต์ที่ทรงเปิดเผยให้รู้  จึงเป็นการเร่งไป หากพระคริสต์จะทรงม้าขาวออกมาในตอนนี้ในฐานะผู้พิชิต  ม้าสีอื่นเป็นสัญลักษณ์ของการพิพากษาต่าง ๆ กัน  คือ  สีแดงหมายถึงการสงคราม  การนองเลือด  สีดำหมายถึงการกันดารอาหาร  และม้าสีหม่น คือ ความตาย  ข้าวสาลีและข้าวบาร์เล่ย์มีราคาสูง หมายถึงสภาพการกันดารอาหาร  แต่สภาพเลวร้ายที่สุดยังมาไม่ถึง

 


"9 เมื่อพระองค์ทรงแกะตราดวงที่ห้า ข้าพเจ้าก็เห็นดวงวิญญาณทั้งหลายที่ใต้แท่นบูชา ซึ่งเป็นวิญญาณของคนทั้งหลายที่ถูกฆ่าเพราะพระวจนะของพระเจ้า และเพราะคำพยานที่เขายึดถือนั้น
10 เขาทั้งหลายร้องเสียงดังว่า 'ข้าแต่องค์เจ้านาย ผู้บริสุทธิ์และสัตย์จริง อีกนานเท่าใดพระองค์จึงจะทรงพิพากษา และแก้แค้นต่อคนทั้งหลายที่อยู่บนแผ่นดินโลกซึ่งหลั่งเลือดของเรา'
11 แล้วพระองค์ประทานเสื้อคลุมสีขาวแก่พวกเขาแต่ละคน และทรงบอกให้พักต่อไปอีกหน่อยหนึ่ง จนกว่าผู้ร่วมรับใช้และพี่น้องของเขาจะถูกฆ่าเหมือนอย่างพวกเขาครบจำนวน" (วิวรณ์ 6:9-11 ThaiTSV2002)


เมื่อพิจารณา  ตราดวงที่ห้าอาจจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว เพราะในปัจจุบัน มีผู้รับใช้ ต้องถูกข่มเหงเพราะข่าวประเสริฐมากมาย  เพียงแต่ยังไม่ควบจำนวน

 

วิวรณ์ 6:9  แท่นบูชานั้น หมายถึง แท่นบูชาในพระวิหารที่สัตว์ถูกนำมาถวายบูชาลบล้างบาปที่เชิงแท่นบูชา แทนที่จะเป็นเลือดของสัตว์  ยอห์นกลับมองเป็นวิญญาณของผู้พลีชีพ เพื่อการประกาศข่าวประเสริฐ  ซึ่งคนเหล่านี้ได้รับคำบอกเล่าว่าจะมีคนสูญเสียชีวิตเพราะความเชื่อในพระคริสต์อีก (วิวรณ์ 6:11)  ในท่ามกลางสงครามการกันดารอาหาร  การกดขี่ข่มเหงและความตาย  คริสเตียนจะได้รับการเรียกร้องให้ยืนหยัดมั่นคงในสิ่งที่เขาเชื่อ  ผู้ที่อดทนจนถึงที่สุดเท่านั้นจึงจะได้รับรางวัลจากพระเจ้า (มาระโก 13:13)

วิวรณ์ 6:9-11  ผู้พลีชีพเพื่อความเชื่อ  ต้องการให้พระเจ้านำความยุติธรรมมาสู่โลก  แต่เขาได้รับคำบอกกล่าวให้รอคอย  พระเจ้าไม่ได้ทรงรอคอยให้ถึงจำนวนที่แน่นอนจำนวนหนึ่ง  แต่พระองค์ทรงสัญญาว่าคนที่ทนทุกข์และตายเพื่อความเชื่อจะไม่ถูกลืม  พระเจ้าจะให้เกียรติยศแก่เขาเป็นรายบุคคล  เราอาจจะอยากได้รับความยุติธรรมทันที  เช่นเดียวกับผู้พลีชีพเพื่อความเชื่อเหล่านี้  แต่เราต้องอดทน  พระเจ้าทรงกระทำสิ่งต่าง ๆ ตามเวลาของพระองค์  และพระองค์ทรงสัญญาว่าจะให้ความยุติธรรม  การทนทุกข์เพื่ออาณาจักรของพระเจ้าจะไม่เสียเปล่า

 


"12 เมื่อพระองค์ทรงแกะตราดวงที่หก ข้าพเจ้าเห็นแผ่นดินไหวยิ่งใหญ่ ดวงอาทิตย์กลายเป็นสีดำมืด เหมือนกับเสื้อผ้าขนสัตว์ที่ใช้ไว้ทุกข์ และดวงจันทร์วันเพ็ญก็กลายเป็นเหมือนกับสีเลือด
13 และดวงดาวทั้งหลายในท้องฟ้าก็ตกลงมาบนพื้นดิน เหมือนกับต้นมะเดื่อที่ถูกลมแรงพัดจนผลที่ยังไม่สุกหล่นลงมา
14 ท้องฟ้าก็หายไปเหมือนกับหนังสือที่ถูกม้วนเก็บ และภูเขาทุกลูกและเกาะทุกเกาะก็ถูกเคลื่อนไปจากที่เดิม
15 แล้วกษัตริย์ทั้งหลายในโลก พวกคนใหญ่คนโต บรรดานายทหารใหญ่ พวกเศรษฐี พวกผู้มีอำนาจ และทุกคนทั้งที่เป็นทาสหรือเสรีชน ต่างซ่อนตัวอยู่ในถ้ำและโขดหินตามภูเขา
16 พวกเขาร้องบอกกับภูเขาและโขดหินว่า 'จงล้มทับเราเถิด จงซ่อนเราไว้ ให้พ้นจากพระพักตร์ของพระองค์ผู้ประทับอยู่บนพระที่นั่ง และจากพระพิโรธของพระเมษโปดก
17 เพราะว่าวันสำคัญแห่งพระพิโรธของพระองค์มาถึงแล้ว และใครจะสามารถยืนหยัดอยู่ได้เล่า' " (วิวรณ์ 6:1-17 ThaiTSV2002)


ตราดวงที่ 6  น่าจะยังไม่เกิดขึ้น  แต่จะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

 

วิวรณ์ 6:12  ดวงตราดวงที่หก เปลี่ยนฉากกลับมาเป็นภาพบนโลกนี้  การพิพากษาทั้งห้าตอนแรกมุ่งไปที่พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งโดยเฉพาะ  แต่การพิพากษาครั้งนี้เป็นสากล  ทุกคนจะหวาดกลัวเมื่อโลกนี้สะเทือนสะท้าน

วิวรณ์ 6:15-17  เมื่อได้เห็นพระเจ้าประทับเหนือพระที่นั่ง  มนุษย์ทุกคนทั้งผู้ใหญ่ผู้น้อยต่างพากันตกใจกลัว  ต่างร้องให้ภูเขาพังลงมาทับตน  เพื่อจะได้ไม่ต้องเผชิญการพิพากษาของพระเมษโปดก  ภาพอันแจ่มชัดนี้มิได้มุ่งให้ผู้เชื่อตกใจ  เพราะสำหรับผู้เชื่อ  พระเมษโปดก คือ พระผู้ช่วยผู้อ่อนสุภาพ  แต่สำหรับขุนพล จักรพรรดิ หรือกษัตริย์ซึ่งแต่ก่อนไม่ยำเกรงพระเจ้า  และหยิ่งผยอง ไม่เชื่อในพระเจ้า  จะต้องเผชิญกับพระพิโรธของพระองค์  ไม่มีใครที่ปฏิเสธพระเจ้าจะอยู่รอดในวันแห่งพระพิโรธ  แต่ผู้ที่เป็นของพระคริสต์จะได้รับรางวัลแทนการลงโทษ  คุณเป็นของพระคริสต์หรือไม่ ?  ถ้าเป็น  คุณก็ไม่จำเป็นต้องกลัววาระสุดท้ายนี้

 

"ความสุขมีแก่ผู้ที่อ่านและแก่บรรดาผู้ที่ฟังคำเผยพระวจนะ แล้วประพฤติตามสิ่งต่างๆที่เขียนไว้ในนั้น เพราะว่าเวลานั้นใกล้เข้ามาแล้ว" (วิวรณ์ 1:3 ThaiTSV2002)

อยากให้เราพิจารณาตัวเราเองให้ดีว่า  เราควรจะให้ความสำคัญแก่สิ่งใด  เราพร้อมที่จะเผชิญกับเหตุการณ์ต่าง ๆ หรือไม่  เพราะว่าเราไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้นเมื่อใด  พระคัมภีร์ไม่ได้บอกเราเพื่อให้เรากลัว  แต่พระเจ้าได้ทรงสำแดง เพื่อให้เราเตรียมพร้อม  ให้เราพิจารณาให้ดีว่าเราพร้อมแล้วหรือยัง !!!!!!!

 

อ.ประดิษฐ์ พรกีรติกุล

คำแบ่งปัน Midnight Cell เมื่อวันที่ 23/05/2008

เรื่อง สัญญาณเตือนภัย (วิวรณ์ บทที่ 6)

สรุปโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์

 

เอกสารอ้างอิง

อมตธรรมร่วมสมัย ฉบับอธิบาย (Life Application Study Bible - New Testament, Thai Edition.)

 

  • ถ้าท่านอ่านแล้ว มีความปรารถนาที่จะเปิดใจออก อธิษฐานทูลเชิญพระเยซูคริสต์เสด็จเข้ามาในชีวิตของท่าน และเป็นพระเจ้าของท่าน  กรุณาไปที่หน้า คำอธิษฐาน

  • ถ้าคุณอ่านแล้วสนใจ กรุณาติดต่อคริสตจักรใกล้บ้านท่านได้เลยครับ หรือถ้าหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ก็ติดต่อโดยตรงได้ที่อีเมลของผมเลยครับ ton@followhissteps.com

 

FollowHisSteps.com

ได้รับการสนับสนุน Web Hosting จาก SPAComputer.com, ThaWang.com