การศึกษาพระคัมภีร์แบบ Homiletics

FollowHisSteps.com
 

วันนี้จะมาศึกษาวิธีการศึกษาพระคัมภีร์รูปแบบหนึ่ง ซึ่งสามารถนำมาใช้กันในชีวิตประจำวันได้ เรียกว่า Homiletics

การศึกษาพระคัมภีร์ด้วยวิธีนี้ ผู้แบ่งปันเรียนรู้มาจากกลุ่มศึกษาพระคัมภีร์ BSF เป็นวิธีที่สามารถใช้ในการศึกษาพระคัมภีร์ส่วนตัว และสามารถนำไปใช้ในการเตรียมตัวสอน เตรียมตัวแบ่งปันได้ด้วย เป็นวิธีที่ดีมาก จึงอยากให้ลองได้ใช้กัน

การศึกษาพระคัมภีร์ด้วยวิธีนี้ื มีขั้นตอนทั้งหมด 6 ขั้นตอน ได้แก่

  1. Content
  2. Divisions
  3. Summary Sentence
  4. Lesson
  5. Application

จะใช้เป็นตัวอย่างในการศึกษาร่วมกันในวันนี้ คือ ในเรื่อง "คนทำงานในสวนองุ่น" ซึ่งปรากฎอยู่ในพระธรรมมัทธิวบทที่ 20

"1 ด้วยแผ่นดินสวรรค์อุปมาเหมือนเจ้าของสวนคนหนึ่ง ออกไปจ้างคนทำงานในสวนองุ่นของตนแต่เวลาเช้าตรู่
2 ครั้นตกลงกับลูกจ้างวันละเดนาริอันแล้ว จึงใช้ให้ไปทำงานในสวนองุ่น
3 พอเวลาประมาณสามโมงเช้า เจ้าของสวนก็ออกไปอีก เห็นคนอื่นยืนอยู่เปล่าๆ กลางตลาด
4 จึงพูดกับเขาว่า 'ท่านทั้งหลายจงไปทำงานในสวนองุ่นด้วยเถิด เราจะให้ค่าจ้างแก่พวกท่านตามสมควร' แล้วเขาก็พากันไป
5 พอเวลาเที่ยงวัน และเวลาบ่ายสามโมง เจ้าของสวนก็ออกไปอีก ทำเหมือนก่อน
6 ประมาณบ่ายห้าโมงก็ออกไปอีกครั้งหนึ่ง พบอีกพวกหนึ่งยืนอยู่ จึงพูดกับเขาว่า 'พวกท่านยืนอยู่ที่นี่เปล่าๆ วันยังค่ำทำไม'
7 เขาตอบว่า 'เพราะไม่มีใครจ้างพวกข้าพเจ้า' เจ้าของสวนบอกว่า 'ท่านทั้งหลาย จงไปทำงานในสวนองุ่นด้วยเถิด'
8 ครั้นถึงเวลาพลบค่ำ เจ้าของสวนจึงสั่งเจ้าพนักงานว่า 'จงเรียกคนทำงานมา และให้ค่าจ้างแก่เขา ตั้งแต่คนมาทำงานสุดท้าย จนถึงคนที่มาคนมาแรก'
9 คนที่มาทำงานเวลาประมาณบ่ายห้าโมงนั้น ได้ค่าจ้างคนละหนึ่งเดนาริกัน
10 ส่วนคนที่มาแรกนึกว่า เขาคงจะได้มากกว่านั้น แต่ก็ได้คนละหนึ่งเดนาริอันเหมือนกัน
11 เมื่อเขารับเงินไปแล้วก็บ่นต่อว่าเจ้าของสวน
12 ว่า 'พวกที่มาสุดท้ายได้ทำงานชั่วโมงเดียว และท่านได้ให้ค่าจ้างแก่เขาเท่ากันกับพวกเรา ที่ทำงานตรากตรำกลางแดดตลอดวัน'
13 ฝ่ายเจ้าของสวนก็ตอบแก่คนหนึ่งในพวกนั้นว่า 'สหายเอ๋ย เรามิได้โกงท่านเลย ท่านได้ตกลงกันแล้ว วันละหนึ่งเดนาริอัน มิใช่หรือ
14 รับค่าจ้างของท่านไปเถิด เราพอใจจะให้คนที่มาทำงานหลังที่สุดนั้นเท่ากันกับท่าน
15 เราจะใช้เงินทองของเราตามใจของเราเองไม่ได้หรือ ทำไมท่านอิจฉาเมื่อเห็นเราใจดี'
16 อย่างนั้นแหละ คนที่เป็นคนสุดท้ายจะกลับเป็นคนต้น และคนที่เป็นคนต้นจะกลับเป็นคนสุดท้าย" (มัทธิว 20:1-16)

I. Content

ขั้นตอนนี้ เป็นการที่สรุปคำของพระคัมภีร์แต่ละข้อออกมา เป็นการสำรวจดูว่าพระคัมภีร์ตอนดังกล่าวมีใจความสำคัญอะไรบ้าง สิ่งสำคัญคือ ควรจะใช้คำตามพระคัมภีร์เลย โดยไม่เปลี่ยนคำพูด อาจจะตัดบางส่วนได้ แต่ไม่ควรจะเปลี่ยนคำที่ใช้

ตัวอย่างในพระคัมภีร์ตอนนี้ คือ

1. สวรรค์ อุปมา เจ้าของสวน จ้างคนงาน เช้าตรู่
2. เดนาริอัน/วัน ใช้งาน
3. 3 โมงเช้า เจ้าของสวน เห็นคนยืนเปล่า ๆ
4."ทำงาน ให้ค่าจ้างตามควร" ไป
5. 12.00 15.00 เจ้าของไปอีก
6. 17.00 ออกอีก พบคน "ยืนเปล่า ๆ ทำไม"
7. "ไม่มีใครจ้าง" เจ้าของสวน "ไปทำงาน"
8. พลบค่ำ เรียกคนให้ค่าจ้าง สุดท้าย --> คนแรก
9. มา 17.00 ได้ 1 เดนาริอัน
10. คนแรกนึกว่าได้มากกว่า แต่ได้ 1
11. รับเงิน บ่น
12. พวกสุดท้าย ทำชั่วโมงเดียว ได้เท่ากลางแดดตลอดวัน
13. เจ้าของ "เราไม่ได้โกง ตกลง 1 เดนาริอัน/วัน"
14. "รับไป พอใจให้เท่ากัน"
15. "ใช้เงินตามใจ ทำไมอิจฉา เราใจดี"
16. คนสุดท้ายเป็นคนต้น

II. Divisions

ขั้นตอนนี้ จะเป็นการแบ่งพระคัมภีร์ตอนที่กำลังศึกษาออกเป็นกลุ่ม ๆ ตามใจความ ไม่ควรมีหลายส่วนเกินไปนัก และไม่จำเป็นต้องใช้คำตามพระคัมภีร์ก็ได้ แต่สรุปเป็นประโยคที่ทำให้เราเข้าใจได้ง่าย

ตัวอย่างจากพระคัมภีร์ตอนนี้ คือ

ตอนแรก เป็นส่วนที่มีการเรียกคนมาทำงาน คือ ข้อที่ 1-7 อาจตั้งชื่อว่า "แผ่นดินสวรรค์อุปมาเหมือนเจ้าของสวนออกไปจ้างคนงานตั้งแต่เช้าตรู่ 09.00 12.00 15.00 17.00 ค่าจ้าง 1 เดนาริอันต่อวัน"
ตอนที่สอง เป็นส่วนตอนที่มีการให้ค่าจ้าง ได้แก่ข้อ 8-16 อาจตั้งชื่อว่า "เจ้าของสวนให้ค่าจ้างทุกคนเท่ากัน ไม่ว่าจะทำงานเช้าตรู่ หรือชั่วโมงเดียว"

III. Summary Sentence

เป็นการสรุปจากพระคัมภีร์ทั้งตอนออกมาเป็นประโยคที่ไม่ยาวนัก เพื่อที่จะให้สามารถเข้าใจได้ว่ามาจากส่วนใดของพระคัมภีร์

ตัวอย่างเช่น

"แผ่นดินสวรรค์เปรียบเหมือนเจ้าของสวนจ้างคนงานต่างเวลา สุดท้ายได้ค่าจ้างเท่ากันทั้งคนต้นและคนปลายตามที่ตกลง"

IV. Lesson

เป็นส่วนที่เราจะได้มีโอกาสพิจารณาว่า เราได้รับสิ่งใดจากพระคัมภีร์ตอนนี้ พระคัมภีร์กำลังจะบอกกับเราอย่างไร หรือพระคัมภีร์ตอนนี้เราจะแบ่งปันอะไรให้กับผู้ที่เราเตรียมจะสอนบ้าง โดยบทเรียนอาจจะมีหลายประเด็น ขึ้นอยู่กับเรา

ตัวอย่าง ในพระคัมภีร์ตอนนี้ มีประเด็นที่สำคัญ คือ

  • เจ้าของสวนออกไปในตลาด เพราะอยากที่จะให้คนที่ถูกจ้างทุก ๆ คนได้รับค่าจ้าง ให้มีรายได้ เช่นกัน พระเยซูทรงเสด็จมาในโลกเพื่อที่จะนำคนให้มารู้จักกับพระองค์ เพื่อคนทั้งหลายจะได้รับความรอด
  • ค่าจ้างที่ได้รับ จะมากหรือน้อย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการงานที่ทำ แต่ขึ้นกับความใจดีของเจ้าของสวน ไม่ควรที่คนที่มาก่อนจะอิจฉาคนที่มาทีหลังเพราะความใจดีของเจ้าของสวน เช่นกัน ความรอดของเรามิได้ขึ้นอยู่กับความดีของเรา แต่ขึ้นอยู่กับพระคุณของพระเจ้า ไม่ว่าจะมารู้จักพระเจ้าเราหรือช้า ก็ได้รับความรอดเท่ากัน และไม่ควรที่คนที่มารู้จักพระเจ้าก่อนจะอิจฉาคนที่มาเชื่อพระเจ้าทีหลัง
  • เราต้องระวัง เมื่อมาเป็นคริสเตียนแล้ว ที่จะติดสนิทกับพระเจ้า รับใช้พระเจ้า เพราะถ้าหากมิเป็นเช่นนั้น คนที่มาก่อนก็อาจจะกลายเป็นคนสุดท้ายได้

V. Application

เป็นขั้นตอนที่เราจะได้ใคร่ครวญว่า พระคัมภีร์ตอนนี้จะสามารถนำไปประยุกต์ชีวิตประจำวันได้อย่างไร

ตัวอย่างเช่น จากพระคัมภีร์ตอนนี้ มีประเด็นที่เราสามารถนำไปประยุกต์ใช้ ได้แก่

  • แม้ว่าการงานจะไม่ได้มีผลต่อความรอด แต่เมื่อพระเจ้าทรงมอบหมายงานให้แก่เรา เราก็ควรที่จะตั้งใจทำงานของเราอย่างเต็มที่
  • เมื่อพระเจ้าทรงเสด็จมาเพื่ออยากให้มนุษย์ได้รับความรอด เราจึงควรที่จะหมั่นประกาศ และอธิษฐานเพื่อจิตวิญญาณของคนรอบข้างของเราจะรับความรอด
  • เราจะรักษาความเชื่ออย่างไร เพื่อจะไม่กลายเป็นคนปลาย ก็โดยการเรียนรู้พระคำของพระเจ้า นำมาใช้ และนำมาสอน หนุนใจ

 

นส. กุลกันยา วงศ์สันติชน

คำแบ่งปันเซลล์เพื่อคุณ คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 30/01/2009

เรื่อง วิธีการศึกษาพระคัมภีร์แบบ Homiletics

สรุปโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์

 

  • ถ้าท่านอ่านแล้ว มีความปรารถนาที่จะเปิดใจออก อธิษฐานทูลเชิญพระเยซูคริสต์เสด็จเข้ามาในชีวิตของท่าน และเป็นพระเจ้าของท่าน กรุณาไปที่หน้า คำอธิษฐาน

  • ถ้าคุณอ่านแล้วสนใจ กรุณาติดต่อคริสตจักรใกล้บ้านท่านได้เลยครับ หรือถ้าหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ก็ติดต่อโดยตรงได้ที่อีเมลของผมเลยครับ ton@followhissteps.com

FollowHisSteps.com

ได้รับการสนับสนุน Web Hosting จาก SPAComputer.com, ThaWang.com