พลังแห่งการถวาย

FollowHisSteps.com
 


7 อย่าหลงเลย ท่านจะหลอกลวงพระเจ้าไม่ได้ เพราะว่าผู้ใดหว่านอะไรลง ก็จะเกี่ยวเก็บสิ่งนั้น
8 ผู้ที่หว่านในย่านเนื้อหนังของตน ก็จะเกี่ยวเก็บความเปื่อยเน่าจากเนื้อหนังนั้น แต่ผู้ที่หว่านในย่านพระวิญญาณ ก็จะเกี่ยวเก็บชีวิตนิรันดร์จากพระวิญญาณนั้น
9 อย่าให้เราเมื่อยล้าในการทำดี เพราะว่าถ้าเราไม่ท้อใจแล้ว เราก็จะเกี่ยวเก็บในเวลาอันสมควร
10 เหตุฉะนั้นเมื่อเรามีโอกาสให้เราทำดีต่อคนทั้งปวง และเฉพาะอย่างยิ่งต่อคนที่อยู่ในครอบครัวของความเชื่อ (กาลาเทีย 6:7-10)


ข้าพเจ้าเคยแท้งลูก 3 ครั้ง แต่ละครั้งเจ็บปวด ข้าพเจ้าเสียใจมาก แม้ว่าจะได้ดูแลขณะตั้งครรภ์เป็นอย่างดี รวมถึงฉีดยาป้องกัน และได้ออกจากงานหลังจากแท้งครั้งที่สองแล้ว แต่ก็ยังคงแท้งอีกเป็นครั้งที่สาม

หลังจากนั้น แพทย์ได้ตรวจดู และพบว่ามดลูกของข้าพเจ้ามีขนาดเล็กผิดปกติ จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัด และแม้ว่าจะผ่าตัด แต่โอกาสมีลูกได้ก็เพียงแค่ 50% ข้าพเจ้าเสียใจมาก เมื่อพบกับอาจารย์ท่านหนึ่ง ท่านก็หนุนใจว่านางซาราห์สามารถมีลูกได้เมื่ออายุมาก แม้กระนั้น ข้าพเจ้าก็ยังคงรู้สึกหมดหวัง

ชีวิตของข้าพเจ้าสุขสบายมาตลอด มีฐานะที่ดี แต่แล้วชีวิตของข้าพเจ้าก็ตกต่ำลง และในช่วงเวลาที่ตกต่ำลงนั้นเอง ข้าพเจ้าก็ตัดสินใจรับใช้พระเจ้า และพระเจ้าก็สำแดงความยิ่งใหญ่ของพระองค์

ข้าพเจ้าภาวนาจากพระธรรมอพยพ

25 จงปรนนิบัติพระเจ้าของเจ้า แล้วพระองค์จะทรงอวยพรแก่อาหารและน้ำของเจ้า เราจะบันดาลให้โรคต่างๆหายไปจากท่ามกลางพวกเจ้า
26 จะไม่มีการแท้งลูก หรือเป็นหมันในดินแดนของเจ้า เราจะให้เจ้ามีอายุยืนนาน (อพยพ 23:25-26)

และท้ายสุด ข้าพเจ้าก็มีบุตรสาว ปัจจุบันบุตรสาวของข้าพเจ้ามีอายุได้ 18 ปีแล้ว

เราต้องขอบคุณพระเจ้า เพราะพระเจ้าได้ทรงประทานสิ่งดีแก่เรา

ไม่ต้องถามว่า "ทำไม?" แต่ขอที่เราจะรับด้วยท่าทีที่ขอบพระคุณ

พระคำของพระเจ้าตอนนี้ (กาลาเทีย 6:7-10) สอนให้เราแบ่งสิ่งที่ดีต่อคนทั้งปวง ซึ่งเป็นหน้าที่ของเราทั้งหลาย ขอที่เราจะรับใช้พระเจ้าอย่างสัตย์ซื่ออย่างเสมอต้นเสมอปลาย ไม่ต้องมองดูคนรอบข้าง แต่ขอที่เราจะสัตย์ซื่อกับพระเจ้า แล้วพระเจ้าจะอวยพรเรา

ทำนองเดียวกัน องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงบัญชาไว้ว่า คนที่ประกาศข่าวประเสริฐควรได้รับการเลี้ยงชีพด้วยข่าวประเสริฐนั้น (1โครินธ์ 9:14)

คนที่ประกาศข่าวประเสริฐ คือ คนที่ทำงานของพระเจ้า ควรได้รับการเลี้ยงดู และพระเจ้าทรงเป็นผู้ที่รับรอง

ขณะที่ข้าพเจ้าเริ่มบุกเบิกคริสตจักรที่มหาชัยในช่วงแรก ข้าพเจ้าและสามีไม่มีเงินเดือน ข้าพเจ้าทำงานด้วยหัวใจ กินอยู่ที่คริสตจักร แล้วพระเจ้าทรงทอดพระเนตรเห็น พระวิญญาณของพระองค์ทรงเห็น ได้มีแพทย์ท่านหนึ่งได้ถวายแก่ข้าพเจ้า

ครั้งหนึ่ง ขณะที่ข้าพเจ้าตั้งครรภ์ มีรถปลาทำปลาตกอยู่ข้างทาง ซึ่งเป็นไข่ปลาริวกิวถุงใหญ่ สามีของข้าพเจ้าพยายามวิ่งตามรถไป แต่ไม่ทัน จึงได้ให้ข้าพเจ้ารับประทาน เป็นประโยชน์ต่อทารกในครรภ์

เราหว่านอะไร เราก็จะเก็บเกี่ยวสิ่งนั้น ถ้าเราหว่านการติฉินนินทา ก็จะเกิดความแตกแยก เราต้องหว่านสิ่งดี หว่านคำหนุนใจ พระเจ้าประทานสิ่งดีแก่เรา สร้างเรามาดีทุกคน เราต้องหนุนใจซึ่งกันและกัน อย่าสูญเสียสิ่งนี้

ฉะนั้นเราควรอุปการะคนอย่างนั้น เพื่อเราจะได้เป็นผู้ร่วมงานกันในสัจธรรม (3ยอห์น 8)

เราต้องอุปการะคนเหล่านั้น เราต้องเป็นส่วนหนึ่งในการทำดีต่อครอบครัวของผู้เชื่อ แล้วเราจะเก็บเกี่ยวในเวลาที่เหมาะสม

ข้าพเจ้าเคยค้างค่าเช่าของคริสตจักร ข้าพเจ้าทำงานทุกอย่างที่คริสตจักร ข้าพเจ้าคุกเข่าต่อพระเจ้า ขอเสียงการ้อง ขอบคุณพระเจ้า เมื่อข้าพเจ้าลุกขึ้นมา มีเสียงการ้อง 3 ครั้ง ข้าพเจ้ารู้สึกขอบคุณพระเจ้า และทันใดนั้นเอง ก็มีคนกดออดหน้าบ้าน และมอบเงิน 2 หมื่นบาทให้แก่ข้าพเจ้า เพื่อใช้ในการจ่ายค่าเช่า

หากเราทำดี เราจะได้บำเหน็จจากพระเจ้าแน่นอน ขอให้เราทำดีต่อไป วางใจพระเจ้า และเมื่อเราหว่านแล้ว อย่าจดจ้องที่พระพร เพราะชีวิตอาจจะแย่ลงซึ่งเป็นการทดสอบจากพระเจ้า แต่ขอที่เราจะมั่นใจ ยืนหยัดที่จะถวายต่อไป แล้วพระเจ้าจะอวยพรเราอย่างมากมาย

พรที่เราได้รับ คือ สันติสุข ความชื่นชมยินดี กำลัง

ถ้าเราหว่านและปลูกแม้เพียงเมล็ดเดียว ผลที่ออกมาก็มีมากกว่านั้นมาก จนสามารถกินและแจกจ่ายได้

วิธีเพิ่มประสิทธิภาพของการถวาย ได้แก่

 

1. พลังแห่งการอารักขา

เราไม่ใช่เจ้าของของสิ่งของในโลกนี้ พระเยซูคริสต์ทรงเป็นเจ้าของทั้งทรัพย์สมบัติและชีวิตของเรา พระเจ้าทรงจัดการดูแลชีวิตเรา เรามีหน้าที่ในการดูแลสิ่งที่พระเจ้าให้กับเรา เราเป็นผู้อารักขา

 

2. พลังแห่งการให้

ข้าพเจ้าได้วางแบบอย่างไว้ให้ท่านทุกอย่างแล้ว ให้เห็นว่าโดยทำงานเช่นนี้ควรจะช่วยคนที่มีกำลังน้อย ระลึกถึงพระวาทะของพระเยซูเจ้า ซึ่งพระองค์ตรัสว่า 'การให้เป็นเหตุให้มีความสุขยิ่งกว่าการรับ' (กิจการ 20:35)

6 นี่แหละคนที่หว่านเพียงเล็กน้อยก็จะเกี่ยวเก็บได้เพียงเล็กน้อย คนที่หว่านมากก็จะเกี่ยวเก็บได้มาก
7 ทุกคนจงให้ตามที่เขาได้คิดหมายไว้ในใจ มิใช่ให้ด้วยนึกเสียดาย มิใช่ให้ด้วยการฝืนใจ เพราะว่าพระเจ้าทรงรักคนนั้นที่ให้ด้วยใจยินดี
8 และพระเจ้าทรงฤทธิ์อาจประทานของดีทุกสิ่งอย่างอุดมแก่ท่านทั้งหลาย เพื่อให้ท่านมีทุกสิ่งทุกอย่างเพียงพอสำหรับตัวเสมอ ทั้งจะมีสิ่งของบริบูรณ์สำหรับงานที่ดีทุกอย่างด้วย(2โครินธ์ 9:6-8)

นี่คือพระสัญญาที่พระองค์ทรงประทานให้แก่เรา

หลักการของโลกนี้ คือ เก็บน้อยก็เหลือน้อย เก็บมากก็เหลือมาก ลืมเก็บก็ลืมเหลือ ไม่เก็บก็ไม่เหลือ

แต่หลักการของพระเจ้า ยิ่งจำหน่ายยิ่งได้ ยิ่งถวาย ยิ่งหว่านยิ่งเก็บเกี่ยว ยิ่งยึดติดสิ่งที่มีเราจะขัดสน นี่เป็นหลักความจริง ยิ่งไม่มีต้องยิ่งให้ ยิ่งอ่อนกำลังต้องยิ่งรับใช้

ข้าพเจ้าเคยขาดกำลัง แต่เมื่อข้าพเจ้ายอมต่อพระเจ้า ประกาศข่าวประเสริฐ ข้าพเจ้าก็มีกำลังอย่างมาก และเมื่อมีผู้รับเชื่อ ก็จะเป็นเหมือนรางวัลใหญ่ยิ่งกว่าลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง

การเชื่อฟังและทำตามเป็นสิ่งสำคัญ ต้นไม้ต้องมีการตัดกิ่งและเด็ดกิ่งเพื่อให้เจริญงอกงาม เช่นเดียวกัน พระเจ้าอาจทรงลิดเราบ้าง และตกแต่งให้เราสวยขึ้นมา

พรแห่งการถวาย 6 ประการ ได้แก่

1. การถวายสิบลด

นี่เป็นหน้าที่ของคริสเตียน

8 จะฉ้อพระเจ้าหรือ แต่เจ้าทั้งหลายได้ฉ้อเรา แต่เจ้ากล่าวว่า 'เราทั้งหลายฉ้อพระเจ้าอย่างไร' ก็ฉ้อในเรื่องทศางค์(หรือ สิบชักหนึ่ง) และเครื่องบูชานั่นซี
9 เจ้าทั้งหลายต้องถูกสาปแช่งด้วยคำสาปแช่ง เพราะเจ้าทั้งหลายทั้งชาติฉ้อเรา
10 พระเจ้าจอมโยธาตรัสว่า จงนำทศางค์ เต็มขนาดมาไว้ในคลัง เพื่อว่าจะมีอาหารในนิเวศของเรา จงลองดูเราในเรื่องนี้ดูทีหรือว่า เราจะเปิดหน้าต่างในฟ้าสวรรค์ให้เจ้า และเทพรอย่างล้นไหลมาให้เจ้าหรือไม่
11 เราจะขนาบตัวที่ทำลายให้แก่เจ้า เพื่อว่ามันจะไม่ทำลายผลแห่งพื้นดินของเจ้า และผลองุ่นในไร่นาของเจ้าจะไม่ร่วง พระเจ้าจอมโยธาตรัสดังนี้แหละ (มาลาคี 3:8-11)

เราต้องสัตย์ซื่อในการถวายสิบลด เพราะเงินที่เราได้ไม่ใช่เงินของเรา เป็นของพระเจ้า พระองค์ต้องการเพียงแค่ 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง

นี่เป็นประตูแห่งพรที่พระเจ้าจะให้แก่เรา

ถ้าเราไม่ถวาย ถือว่าเราไม่เชื่อฟัง และพระเจ้าจะเรียกคืนจากเรา

นี่เป็นหลักการพื้นฐานของคริสเตียน ถ้าเรารักพระองค์ นมัสการพระองค์แต่ไม่ถวาย เราก็ไม่ได้รักจริง

พระเจ้าดูท่าทีในใจ เราไม่สามารถหลอกพระเจ้าได้ พระเจ้าทรงทราบที่ลับและที่แจ้ง ขอที่เราจะถวายแด่พระเจ้า

เมื่อเราเริ่มหว่าน เริ่มถวาย ขอที่เราจะให้ด้วยใจที่ถูกต้อง พระเจ้าจะอวยพรเราแน่นอน

24 บางคนยิ่งจำหน่ายยิ่งมั่งคั่ง บางคนยิ่งยึดสิ่งที่ควรจำหน่ายไว้ยิ่งขัดสนก็มี
25 บุคคลที่ใจกว้างขวางย่อมได้รับความมั่งคั่ง บุคคลที่รดน้ำ เขาเองจะรับการรดน้ำ (สุภาษิต 11:24-25)

ถ้าเราถวาย ขอที่เราถวายอย่างเต็มใจ ถวายด้วยท่าทีที่ถูกต้อง พระเจ้าไม่ต้องการเงินของเรา แต่พระเจ้าร้องการหัวใจที่เชื่อฟัง

การที่เราไม่ถวายสิบลด เท่ากับเราประกาศว่าเงินทั้งหมดเป็นของเรา แล้วเราจะพบกับความเดือดร้อนแน่นอน

ขอที่เราจะถวายด้วยใจกว้างขวาง แล้วพระเจ้าจะเป็นรั้วโอบล้อมชีวิตของเรา อุดรอยรั่วรอบชีวิตของเรา

เงินทุกบาททุกสตางค์เป็นของพระเจ้า เรายอมรับเช่นนั้นหรือไม่? ยอมรับหรือไม่ว่าเมื่อเรามีเงินมากหรือน้อย เราก็จะให้แด่พระเจ้า?

เราต้องให้ สัตย์ซื่ออย่างเสมอต้นเสมอปลาย พระพรแห่งการหว่านอย่างสัตย์ซื่อ ถวายแด่พระเจ้าเถิด แล้วพระองค์จะปกป้องเรา พระองค์จะเป็นรั้วป้องกันสิ่งร้ายแก่เรา

2. ถวายเพื่อพันธกิจของพระเจ้า

16 ถึงแม้เมื่อข้าพเจ้าอยู่ที่เมืองเธสะโลนิกา พวกท่านก็ได้ฝากของมาช่วยหลายครั้งหลายหน
17 มิใช่ว่าข้าพเจ้าปรารถนาจะได้รับของให้ แต่ว่าข้าพเจ้าอยากให้ท่านได้ผลกำไรในบัญชีของท่านมากขึ้น
18 ข้าพเจ้าได้รับครบ และมากกว่านั้นอีก ข้าพเจ้าก็อิ่มอยู่เพราะได้รับของจากเอปาโฟรดิทัส ซึ่งพวกท่านส่งไปให้ เป็นกลิ่นหอม เป็นเครื่องบูชาที่ทรงโปรดและพอพระทัยของพระเจ้า
19 และพระเจ้าของข้าพเจ้าจะประทานสิ่งสารพัดที่พวกท่านขาดอยู่นั้น จากทรัพย์อันรุ่งเรืองของพระองค์ในพระเยซูคริสต์ (ฟิลิปปี 4:16-19)

การถวายแด่พระเจ้าเป็นสิ่งสำคัญ แล้วพระเจ้าจะอวยพรเราอย่างทวีคูณ

เมื่อมีการหว่าน ก็จะมีการเก็บเกี่ยวอย่างแน่นอน นี่คือหลักความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และพระพรแห่งการหว่าน จะเกิดหลังจากการถวายสิบลดเท่านั้น

พระวิญญาณทรงทำกิจภายในเราตามฤทธิ์เดชที่ประกอบกิจในชีวิตของเรา ขอที่เราจะมีผลในการถวาย แล้วเราจะได้รับพระพรในบัญชีของเรา

3. การถวายเพื่อสร้างคริสตจักร

7 พระเจ้าจอมโยธาตรัสดังนี้ว่า จงพิจารณาดูว่าเจ้ามีความเป็นอยู่อย่างไร
8 พระเจ้าตรัสว่า จงขึ้นไปที่เนินเขาและนำไม้มาสร้างพระนิเวศ เราจะมีความพอใจในพระนิเวศนั้น และเราจะได้รับเกียรติ
9 เจ้าทั้งหลายหวังได้มาก แต่นี่แน่ะก็ได้น้อย และเมื่อเจ้านำผลมาบ้านของเจ้า เราก็เป่ามันไปเสีย พระเจ้าจอมโยธาตรัสว่า ทำไมเป็นอย่างนั้นเล่า ก็เพราะนิเวศของเราพังทลายอยู่ ฝ่ายเจ้าต่างก็สาละวนอยู่กับเรื่องบ้านของตน
10 เพราะฉะนั้น ท้องฟ้าที่อยู่เหนือเจ้าจึงยั้งน้ำค้างไว้เสีย และโลกก็ยึดพืชผลของมันไว้เสีย (ฮักกัย 1:7-11)

คริสตจักรเป็นหัวใจของพระเจ้า ขอที่เราจะดูแลพระนิเวศน์ของพระเจ้า อย่ามัวแต่ดูแลบ้านของเรา เราต้องรักคริสตจักรของพระองค์ ช่วยดูแล ช่วยประหยัด แล้วนี่จะเป็นพระพรอย่างมหาศาล

ยิ่งถวายมากขึ้น ด้วยใจ ไม่ใช่ด้วยการโอ้อวด แล้วพระเจ้าจะอวยพรแก่เราอย่างแน่นอน

4. การถวายเพื่อช่วยคนขัดสน

เรารักพระเจ้า แต่เห็นพี่น้องขัดสนแล้วไม่ดูแลเอาใจใส่ ก็ไม่ถูกต้อง เราต้องแสดงออกด้วยการช่วยเหลือ

เราควรดูแลผู้รับใช้ของพระเจ้า ดูแลครอบครัว ดูแลความเป็นอยู่

บุตรสาวของข้าพเจ้า เมื่อเป็นเด็ก เคยถามข้าพเจ้าว่า เหตุไรข้าพเจ้าต้องรับใช้ ต้องลำบาก แต่ปัจจุบันบุตรสาวของข้าพเจ้ากลับเป็นผู้ที่หนุนใจและเป็นพรแก่ข้าพเจ้าในการรับใช้

26 ก่อนที่พระองค์ทรงสร้างแผ่นดินโลกทั้งไร่นา หรือก่อนผงคลีแรกของพิภพ
27 เมื่อพระองค์ทรงสถาปนาฟ้าสวรรค์เราอยู่ที่นั่นแล้ว เมื่อพระองค์ทรงลากเส้นรอบวงบนพื้นมหาสมุทร (สุภาษิต 8:26-27)

พระคำของพระเจ้าเป็นฤทธิ์เดช สามารถวินิจฉัยความคิดและจิตใจ ขอเรามีท่าทีจิตใจที่อยากช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

5. การดูแลบุพการี

เราต้องตอบแทนพระคุณผู้ที่เลี้ยงดูเรา ต้องดูแลบุพการีของเรา อย่าให้มานึกเสียดายหลังจากที่ท่านจากไป ขอที่เราจะทำดีขณะที่ท่านยังมีชีวิตอยู่

6. การเสียภาษีกับบ้านเมือง

เราต้องเสียภาษี อย่าโกงภาษี

1 ทุกคนจงยอมอยู่ใต้บังคับของผู้ที่มีอำนาจปกครอง เพราะว่าไม่มีอำนาจใดเลยที่มิได้มาจากพระเจ้า และผู้ที่ทรงอำนาจนั้น พระเจ้าทรงแต่งตั้งขึ้น
2 เหตุฉะนั้นผู้ที่ขัดขืนอำนาจนั้น ก็ขัดขืนผู้ซึ่งพระเจ้าทรงแต่งตั้งขึ้น และผู้ที่ขัดขืนนั้นจะต้องถูกพิพากษาลงโทษ
3 เพราะว่าผู้ครอบครองนั้นไม่น่ากลัวเลยสำหรับคนที่ทำความดี แต่ว่าเป็นที่น่ากลัวสำหรับคนที่ทำความชั่ว ท่านไม่อยากจะกลัวผู้มีอำนาจหรือ ถ้าเช่นนั้นก็จงประพฤติแต่ความดี แล้วท่านก็จะได้เป็นที่พอใจของผู้มีอำนาจนั้น (โรม 13:1-3)

การโกงภาษี คือการปล้นชาติ เราต้องสัตย์ซื่อ

เมื่อเราอยู่ในบ้านเมือง เราต้องเคารพกฎหมายบ้านเมือง

การให้ในข้อ 2-6 ไม่เกี่ยวกับสิบลด เป็นเงินต่างหากที่เราถวายแด่พระเจ้า

 

3. พลังแห่งการทำงาน

เมื่อเรามีพลังแห่งการให้ เราต้องมีพลังแห่งการทำงาน

พระเจ้าจึงทรงให้มนุษย์นั้นอยู่ในสวนเอเดน ให้ทำและรักษาสวน (ปฐมกาล 2:15)

อาดัมไม่ได้ว่างงาน แต่เขาได้รับมอบหมายให้ดูแลและรักษาสวนด้วย

การทำงานไม่ใช่การสาปแช่ง แต่เป็นการอวยพร การทำงานจึงเป็นการนมัสการ ขอที่เราจะทำงานให้เป็นที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้า

เราควรทำงานด้วยความชื่นบาน ทำด้วยความชื่นชมยินดี ด้วยใจขอบพระคุณที่พระองค์ทรงประทานงานให้เรา

ชีวิตเราต้องทำงานของพระเจ้าที่ทรงมอบหมายให้เราทำในโลกนี้

ถ้าเรารู้สึกได้รับความกดดันอย่างมาก ขอที่เราจะอธิษฐานขอสันติสุข ขอให้พระเจ้าช่วยให้เรารอคอยอย่างมีความสุข แล้วเราจะเติบโต อย่าเป็นตามสถานการณ์

มือที่หย่อนเป็นเหตุให้เกิดความยากจน แต่มือที่ขยันขันแข็งกระทำให้มั่งคั่ง (สุภาษิต 10:4)

เราเข้าสู่กฎแห่งพระพร ไม่ใช่เกิดจากความสามารถหรือความเก่ง

 

4. พลังแห่งการพึ่งพาพระเจ้า

7 คนที่วางใจในพระเจ้าย่อมได้รับพระพร คือผู้ที่ความวางใจของเขาอยู่ในพระเจ้า
8 เขาเป็นเหมือนต้นไม้ที่ปลูกไว้ริมน้ำ ซึ่งหยั่งรากของมันออกไปข้างลำน้ำ เมื่อแดดส่องมาถึงก็ไม่กลัว เพราะใบของมันคงเขียวอยู่เสมอ และไม่กระวนกระวายในปีที่แห้งแล้ง เพราะมันไม่หยุดที่จะออกผล (เยเรมีย์ 17:7-8)

ในปีที่แห้งแล้งก็จะออกผล เพราะเราหยั่งรากลึกในพระธรรม ด้วยการติดสนิท การนมัสการ การสัตย์ซื่อในการถวาย ขอที่เราจะมีความเชื่อ แล้วพระเจ้าจะอวยพรเรา

เมื่อเราติดตามพระเจ้า ขอที่เราจะไม่ละทิ้งพระเจ้ากลางคัน อย่าให้เป็นเช่นนั้น เราต้องเดินหน้าต่อไป

ภายใต้สภาวะกดดัน เศรษฐกิจย่ำแย่ หลายคนก็กลัว เครียด แต่พระพรของพระเจ้ามาวันต่อวัน ขอที่เราจะพึ่งพาพระองค์วันต่อวัน ติดสนิทและอธิษฐานกับพระเจ้าวันต่อวัน

ขอที่เราจะให้พระเยซูคริสต์เป็นศูนย์กลาง ฤทธิ์เดชของพระเจ้ายิ่งใหญ่ แล้วเราจะสามารถยืนหยัดกับสถานการณ์ ผ่านพ้นสิ่งต่างๆ ได้

เราต้องเดินสู่คานาอันที่เต็มด้วยความบริบูรณ์มั่งคั่ง เดินกับพระเจ้า พึ่งฤทธิ์เดชของพระเจ้า ทำตามพระคำอย่างสัตย์ซื่อ แม้สถานการณ์จะดูแล พระเจ้าทรงสัตย์ซื่อ แล้วเราจะเห็นคานาอันในไม่ช้านี้ อย่าทิ้งพระเจ้ากลางคัน

 

อ. โปรดปราน ศรีสุข

คำแบ่งปันรายการเพื่อคุณ คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 08/05/2011

เรื่อง พลังแห่งการถวาย

สรุปโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

 

  • ถ้าท่านอ่านแล้ว มีความปรารถนาที่จะเปิดใจออก อธิษฐานทูลเชิญพระเยซูคริสต์เสด็จเข้ามาในชีวิตของท่าน และเป็นพระเจ้าของท่าน กรุณาไปที่หน้า คำอธิษฐาน

  • ถ้าคุณอ่านแล้วสนใจ กรุณาติดต่อคริสตจักรใกล้บ้านท่านได้เลยครับ หรือถ้าหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ก็ติดต่อโดยตรงได้ที่อีเมลของผมเลยครับ ton@followhissteps.com