การนมัสการ

FollowHisSteps.com
 

ขอบคุณพระเจ้าที่ข้าพเจ้าได้มีโอกาสมาที่นี่อีก และได้พบกับผู้ปกครองท่านหนึ่ง ซึ่งไม่สบายเป็นโรคเส้นเลือดในสมองแตกนานมาแล้ว ข้าพเจ้าได้เห็นว่าพระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐาน สรรเสริญพระเจ้า

เบื้องลึกมีมิติฝ่ายวิญญาณอยู่เบื้องหลังสิ่งเหล่านั้น และสิ่งนี้ทำให้เรามั่นใจว่าพระเจ้าทรงอยู่เบื้องหลังทุกอย่าง พระเจ้าทรงครอบครองทุกอย่างไว้ เราจึงสามารถวางใจพระเจ้าได้ พระองค์ทรงแทรกแซงชีวิตของเราในทุก ๆ รายละเอียด ถ้าเรามีเวลานั่งลงใคร่ครวญ เราจะสัมผัสได้ว่าพระเจ้าทรงอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทุก ๆ อย่าง พระองค์ทรงพระชนม์อยู่ และพระองค์ไม่ได้ทรงนั่งมองเราอยู่ห่าง ๆ และคอยให้คะแนนเราว่าทำดี แต่พระองค์อยู่กับเรา พระวิญญาณของพระองค์อยู่ในเรา เราเป็นเหมือนเรือนดิน เรามีของมีค่าอยู่ในภาชนะดิน คือ พระวิญญาณของพระเจ้าที่อยู่ในเรา

วันนี้ จะคุยกันเรื่องของการนมัสการ ข้าพเจ้าแบ่งปันเรื่องนี้หลายครั้ง แต่ข้าพเจ้าเชื่อว่าเราไม่ได้อยู่ที่เดิม แต่จะลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น เพราะการนมัสการเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างเรากับพระเจ้าโดยตรง

การนมัสการครั้งที่เราได้รับการสัมผัสจากพระเจ้ามากที่สุด เป็นเช่นไร? เราได้รับความชื่นใจและสันติสุขอย่างไร? บางคนอาจจะพบว่าเป็นช่วงเวลาที่ทุกข์ใจ หรือยามที่มีปัญหา

การนมัสการ ไม่ใช่ศาสตร์ที่จะเรียนรู้ด้วยสมอง แต่เป็นสิ่งที่จะต้องเรียนรู้ด้วยชีวิต

 

พระคัมภีร์กล่าวเกี่ยวกับการนมัสการหลายตอน และตอนหนึ่งที่เด่น คือ ครั้งที่พระเยซูตรัสกับหญิงชาวสะมาเรีย

23 แต่วาระนั้นใกล้เข้ามาแล้ว และบัดนี้ก็ถึงแล้ว คือเมื่อผู้ที่นมัสการอย่างถูกต้องจะนมัสการพระบิดา ด้วยจิตวิญญาณและความจริง เพราะว่าพระบิดาทรงแสวงหาคนเช่นนั้นนมัสการพระองค์
24 พระเจ้าทรงเป็นพระวิญญาณ และผู้ที่นมัสการพระองค์ ต้องนมัสการด้วยจิตวิญญาณและความจริง (ยอห์น 4:23-24)

ชีวิตบนโลกนี้ เรามีกาย ใจ และวิญญาณ และสิ่งที่อยู่ในโลกนี้ มีทั้งสิ่งที่เรามองเห็น และสิ่งที่เรามองไม่เห็น

ตาเป็นสิ่งที่เราใช้ในการเห็นสิ่งทางกายภาพ ดังนั้นเราจึงเห็นพระเจ้าไม่ได้ นอกจากพระเจ้าได้ทรงสำแดงแก่เราในรูปของสิ่งที่มองเห็นได้ ดังเช่นการที่พระองค์ทรงเสด็จมาบังเกิดเป็นมนุษย์ หรือการที่พระองค์ทรงให้ทูตสวรรค์มาปรากฏให้เราเห็น นี่เป็นสิ่งที่อยู่ในพระคัมภีร์ และเป็นอยู่ในปัจจุบัน เพราะพระองค์ทรงดำรงอยู่กาลก่อน ปัจจุบัน และอนาคต พระองค์ทรงเหมือนเดิมวานนี้ วันนี้ และสืบไปเป็นนิตย์

เราทุกคนประกอบด้วย กาย ใจ และวิญญาณ

ส่วนของร่างกาย เราสามารถเข้าใจได้ดี เพราะเราเห็นทุกวัน แต่ส่วนใจกับวิญญาณเป็นอะไรที่ใกล้เคียงกัน

ใจ คือ soul ซึ่งประกอบด้วย mind, emotion และ will เป็นสามส่วน บางครั้งก็มีการใช้คำว่า "ใจ" หรือ "จิตใจ" ปะปนกัน และบางครั้งมีการใช้คำว่า soul แทนจิตวิญญาณ

แต่คำว่า spirit ลึกกว่านั้น เราทุกคนมีจิตวิญญาณ เมื่อพระเยซูคริสต์ทรงไถ่เรา จิตวิญญาณของเราก็ตื่นขึ้นมาจากความตาย

ตอนที่อาดัมทำบาป ไม่เชื่อฟังพระเจ้า อาดัมก็ยังสามารถทำงานได้ เพราะร่างกายไม่ตาย แต่จิตวิญญาณของเขาได้ตายไปแล้ว เพราะว่าจิตวิญญาณของเขาแยกออกจากพระเจ้า

เมื่อเราต้อนรับพระเยซู จิตวิญญาณเราเป็นขึ้น พระองค์ทรงประทานให้กับเราใหม่ ทำให้เรามีสัมพันธ์กับพระวิญญาณบริสุทธิ์

หลายครั้งที่ข้าพเจ้าอ่านพระคัมภีร์ ข้าพเจ้าสงสัยว่าจิตวิญญาณอยู่ที่ใด เพราะจิตใจเราก็พอจะจับได้

เราเคยตื่นนอนแล้วพบว่าข้างในชีวิตมีเสียงเพลงหรือไม่?

ครั้งหนึ่ง ข้าพเจ้าตื่นขึ้นมา แล้วมีเสียงเพลง ข้าพเจ้าก็สงสัยว่าใครร้องนี่ เพราะจัง เป็นเสียงเพลงที่ร้องอยู่ข้างใน

บางครั้งในแต่ละวัน ข้าพเจ้ารู้สึกว่ามีใครร้องเพลงอยู่ข้างใน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ข้าพเจ้ามีความสัมพันธ์ที่ดีกับพระเจ้า

หลายคนมีประสบการณ์ประมาณนี้ แต่อาจลืมไป ไม่ได้ใส่ใจ จิตวิญญาณเป็นสิ่งที่อยู่ลึก ๆ ข้างในเราทุกคน

เวลาพระเจ้าสัมผัสเรา พระเจ้าสัมผัสได้ทุกส่วน ทั้งทางกาย เช่นรักษาโรค ทางใจ เช่นใส่ความคิด แต่จิตวิญญาณเป็นส่วนของเนื้อแท้ ที่จะดำรงอยู่ และที่เราจะใช้ในการเข้าเฝ้าพระเจ้า

การนมัสการจะต้องออกมาจากทั้งหมดของเรา

 

เราเป็นบุตรของพระเจ้าใช่หรือไม่? ไม่ว่าอะไรเกิดขึ้นก็ตาม แม้ว่าเราทำบาปเลวร้ายที่สุด เราก็ยังเป็นบุตรของพระเจ้าใช่หรือไม่? พระเจ้าทรงรักเราด้วยรักนิรันดร์ใช่หรือไม่?

พระวิญญาณนั้นเป็นพยานร่วมกับวิญญาณจิตของเราทั้งหลายว่า เราทั้งหลายเป็นบุตรของพระเจ้า (โรม 8:16)

ช่วงหนึ่งในชีวิต ข้าพเจ้าฝึกที่จะอธิษฐานวิงวอนทุกอย่าง ตามพระธรรมเอเฟซัส

จงอธิษฐานวิงวอนทุกอย่าง จงขอโดยพระวิญญาณทุกเวลา ทั้งนี้จงระวังตัวด้วยความเพียรทุกอย่าง จงอธิษฐานเพื่อธรรมิกชนทุกคน (เอเฟซัส 6.18)

ข้าพเจ้าฝึกให้ภายในของข้าพเจ้าอธิษฐาน แล้วข้าพเจ้าพบว่าข้าพเจ้ามาถึงจุดหนึ่งที่ภายในเราอธิษฐานโดยที่เราคิดเรื่องอื่นได้ เป็นการที่จิตวิญญาณภายในอธิษฐานอยู่เป็นภาษาวิญญาณ

พระเจ้าทรงเป็นพระวิญญาณ พระองค์สัมผัสจิตวิญญาณ และพระองค์ทรงเรียกให้เรานมัสการพระเจ้าจากที่นั้น เพราะที่นั่นเราจะรับการสำแดงจากพระเจ้าได้เช่นกัน

หลายครั้งเราอาจได้รับการแตะต้องทางวิญญาณ ได้รับการสัมผัส แต่เราอาจไม่รู้สึกตัว และพระเจ้าแสวงหาคนที่จากที่ลึกที่สุดที่จะนมัสการพระองค์

7 เมื่อเสียงน้ำแก่งตก ที่ลึกก็กู่เรียกที่ลึก บรรดาคลื่นและระลอกของพระองค์ท่วมข้าพระองค์แล้ว
8 กลางวันพระเจ้าทรงบัญชาความรักมั่นคงของพระองค์ และกลางคืนเพลงของพระองค์อยู่กับข้าพเจ้า เป็นคำอธิษฐานต่อพระเจ้าแห่งชีวิตของข้าพเจ้า (สดุดี 42:7-8)

หลายครั้งเรามีอารมณ์รักพระเจ้า มนัสการพระเจ้า ตั้งใจที่จะนมัสการอย่างที่สุด ตั้งใจที่จะถวายตัว แต่แท้ที่จริงแล้ว มีสิ่งที่มากกว่านั้นอยู่ภายใน พระเจ้าทรงสำแดงแก่เราที่ตรงนั้นได้

ขณะเดียวกัน ข้าพเจ้าหนุนใจว่า เราจะต้องเป็นผู้ที่อ่านพระคำของพระเจ้า สะสมพระวจนะไว้ในความคิดด้วย เพราะทั้งหมดเป็น package เดียวกัน อย่าเปิดลึกฝ่ายวิญญาณอย่างเดียว เพราะในการเปิดฝ่ายวิญญาณ เราเปิดรับหมด เรารับจากสิ่งต่าง ๆ ทั้งจากพระเจ้า และที่ไม่ใช่มาจากพระองค์ได้

 

ครั้งหนึ่ง ข้าพเจ้าได้มีโอกาสไปแบ่งปันในค่ายแห่งหนึ่ง ข้าพเจ้าสอน workshop เรื่อง การอธิษฐาน และสงครามฝ่ายวิญญาณ ซึ่งมีคนร่วมกว่า 400 คน หลังจากเสร็จจากค่าย เมื่อข้าพเจ้ากลับถึงบ้าน ข้าพเจ้าก็พบว่าน้องในบ้านก็มีปัญหาทะเลาะกัน ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรก ทุกครั้งที่ข้าพเจ้าทำในสิ่งที่เป็นเรื่องของฝ่ายวิญญาณ ก็จะมีเรื่องเกิดขึ้นเสมอ

ครั้งหนึ่ง ข้าพเจ้าได้ทำการปลดปล่อยฝ่ายวิญญาณ ซึ่งบางคนมอบตัวให้กับพระกว่าร้อยชื่อ มีเบื้องหลังเต็มไปด้วยเรื่องของวิญญาณ เห็นผีเป็นประจำ พวกเราที่อยู่ในคริสตจักร เราได้รับการปกป้อง เลยไม่ค่อยมีประสบการณ์ เพราะมีการปกป้องที่ดี แต่คนเหล่านั้นจะไวต่อเรื่องวิญญาณมาก หลังจากข้าพเจ้าอธิษฐานให้กับเขา เมื่อกลับบ้านข้าพเจ้าก็ขอพระเจ้าปกป้องข้าพเจ้ากับสามีของข้าพเจ้าด้วยเช่นกัน และพบว่าในคืนนั้น น้องในบ้าน 2 คนฝันเห็นผีพร้อมกัน เหมือนกัน

เมื่อข้าพเจ้าทำสิ่งที่เกี่ยวกับเรื่องวิญญาณ ข้าพเจ้าเดาได้ว่าจะมีเรื่องผิดปกติเกิดขึ้น บางครั้งถึงขนาดที่น้องในบ้านถูกผีเข้า

พระเจ้าไม่ได้ให้เราไปตีรันฟันแทงกับวิญญาณชั่ว แต่พระเจ้าให้เราต่อสู้กับมัน

เพราะว่าเราไม่ได้ต่อสู้กับเนื้อหนังและเลือด แต่ต่อสู้กับเทพผู้ครอง ศักดิเทพ เทพผู้ครองพิภพในโมหะความมืดแห่งโลกนี้ ต่อสู้กับเหล่าวิญญาณที่ชั่วในสถานฟ้าอากาศ (เอเฟซัส 6:12)

เรามีจิตวิญญาณข้างในที่สามารถติดต่อกับพระเจ้า ในการนมัสการด้วยจิตวิญญาณและความจริง เราจะได้รับการสำแดงและแตะต้องจากพระเจ้าว่าเราเป็นที่โปรดปรานของพระองค์ และพระองค์ทรงรักเรา

เวลาที่เราแสดงความรัก เช่น ลูกแสดงความรักต่อพ่อ พ่อจะอยากแสดงออกกลับหาลูกหรือไม่? พระเจ้าทรงตอบสนองเราในการนมัสการ และมิติที่จะทำให้การนมัสการตื่นเต้น คือ เมื่อเรานมัสการและสัมผัสได้ว่าพระเจ้าทรงอยู่กับเรา

ไม่ว่าใครจะแบ่งปันเช่นไรถึงประสบการณ์ สิ่งเหล่านั้นเป็นองค์ประกอบที่ดี ทำให้เรารู้สึกว่าการนมัสการพระเจ้าเป็นสิ่งดีเยี่ยม แต่พระเจ้าต้องการส่วนลึกที่สุดของเราที่จะนมัสการ เพราะนี่เป็นแก่นที่สุด

หลายครั้งข้าพเจ้ามีประสบการณ์ในการนมัสการที่ประทับใจ ครั้งเหล่านั้นมักจะเป็นช่วงของการนมัสการที่ข้าพเจ้าจดจ่อมาก จนข้าพเจ้าลืมไปเลยว่าคนรอบข้างเป็นเช่นไร มีเพียงแต่พระเจ้าอยู่ข้างหน้า

หนังสือ Audience of One ได้กล่าวถึงว่า การนมัสการจะตรงต่อพระเจ้า และประสบการณ์ในการนมัสการที่สุดยอดของข้าพเจ้าเป็นเช่นนี้ ทั้งหมดในชีวิตเรา ไม่ว่าจะทำอะไร เราจะไม่สนใจสิ่งแวดล้อมรอบข้าง และข้าพเจ้าสัมผัสเสมอว่าพระเจ้าอยู่ข้างหน้าจริง ๆ

เมื่อเราฟังเรื่องการนมัสการ ความใฝ่ฝันของเรา คือเราอยากจะลงลึกกับพระเจ้า และพระเจ้าต้องการที่จะให้เราจะเข้าลึก ๆ กับพระองค์ พระองค์ทรงต้องการพาเราไป

 

คำว่านมัสการ ภาษากรีก ให้ความหมายว่า การแสดงความรัก ความจงรักภักดี เหมือนสุนัขเลียมือนาย เป็นการแสดงความรักต่อผู้ที่สูงส่งกว่าเรา เป็นความรักความเทิดทูน

ข้าพเจ้ามีสุนัขผู้ใหญ่ และสุนัขเด็ก ข้าพเจ้าชอบลูบหัวสุนัข แสดงความรัก ชอบแจกขนมกับเด็ก บางครั้งเด็ก ๆ และสุนัขก็วิ่งมาพร้อมกัน ข้าพเจ้าพบว่าทุกครั้งที่ข้าพเจ้าไป สุนัขจะพยายามวิ่งเข้ามาและเลียมือของข้าพเจ้า แสดงความจงรักภักดี

แต่ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่คนหนึ่งที่บ้านของข้าพเจ้าเคยบอกกับข้าพเจ้าว่า สุนัขไม่เคยยุ่งกับเขาเลย เพราะเขาไม่เคยยุ่งกับมัน เนื่องจากเขามีลูกอ่อน

ทำให้ข้าพเจ้านึกถึงความหมายของการนมัสการ การนมัสการเป็นการแสดงความรักต่อพระเจ้า เหมือนกับการที่สุนัขเลียมือเจ้านาย

เราเป็นบุตรของพระเจ้า พระวิญญาณเป็นพยานว่าเราเป็นบุตรของพระองค์ และการนมัสการเป็นการแสดงความรักต่อพระองค์ เราจึงสามารถนมัสการพระเจ้าได้ลึกเท่ากับที่เรารักพระองค์ เราไม่สามารถนมัสการพระเจ้าได้ไกลกว่านั้น ถ้ามากกว่านั้นจะเป็นการแสดง ไม่ใช่การนมัสการ การนมัสการเป็นการแสดงความรักของเราออกมา ไม่ว่าจะเป็นการร้องเพลง หรือเป็นการเต้นรำก็ตาม

ถ้าเราได้เข้าร่วมสัมมนา เราจะพบมีการนมัสการด้วยการเต้นรำ และการโบกธง ซึ่งเป็นการบันดาลใจที่ดี บางทีก็มีการนมัสการด้วยการวาดรูป ซึ่งใจของเขาจะจดจ่อในการวาดรูป หรืออาจนมัสการด้วยดนตรี

การนมัสการไม่ใช่สิ่งที่ใช้คั่นเวลารอคน ไม่ใช่เอาไว้เติมให้กำหนดการของเราเต็ม ไม่ได้เอาไว้เพื่อรวมคนให้เป็นหนึ่ง แต่เป็นการที่เราแต่ละคนจะแสดงความรักต่อพระเจ้า

 

เรานมัสการในบริบทใดก็ได้ บางครั้งเราอาจรู้สึกการร้องเพลงชีวิตคริสเตียนช่างแสนจะน่าเบื่อ ช่วงหนึ่งที่ข้าพเจ้าอดอาหารอธิษฐาน วันหนึ่ง มีการเทศนาและมีการนมัสการดังเช่นทุกครั้ง มีการร้องเพลงชีวิตคริสเตียนเช่นทุกครั้ง ซึ่งปกติข้าพเจ้าจะรู้สึกเบื่อ แต่ในวันนั้น ข้าพเจ้ากลับมีสภาพที่ถ่อมใจมาก ข้าพเจ้าร้องเพลง และรู้สึกว่าการนมัสการนั้นดีมาก ไม่อยากให้เพลงจบ และในการเทศนา ข้าพเจ้าก็ได้รับพระพรมาก เพราะข้างในของข้าพเจ้าเปิดมาก เมื่อพระเจ้าตรัส เราจะสามารถเก็บในสิ่งที่ปกติเราเก็บไม่ได้ เพราะเราหิวกระหาย เรายอม เราอยู่ในสภาพที่ถ่อมใจ การนมัสการคือสิ่งนี้ และเป็นของแต่ละคน

คนนำนมัสการที่เก่ง อาจสามารถจับบรรยากาศ และดึงที่ประชุมให้เข้าสู่การนมัสการ เขาจะจับได้ว่าพระเจ้าสถิตอยู่ และนำนมัสการไปตามการทรงสถิตของพระเจ้า แล้วทุกคนจะสัมผัสได้ แม้ว่าจะไม่เข้าใจเหตุผล

เมื่อเราแสดงความรัก เราจะต้องพบหน้ากับคนคนนั้น การนมัสการก็เป็นการที่เราแสดงความรักต่อพระพักตร์ของพระเจ้า ในการนมัสการเราจะต้องพบพระเจ้า

บางครั้ง เมื่อนมัสการในคริสตจักร ตัวนมัสการ แต่ในความคิดกลับคิดเรื่องอื่น นี่ไม่ใช่การนมัสการ

การนมัสการ ที่ลึกที่สุด จิตวิญญาณของเราจะอยู่กับพระเจ้า พระองค์ทรงเป็นผู้ชม และเราแสดงความรู้สึกทั้งหมดของเราแด่พระองค์ และเมื่อเราให้พระองค์ พระองค์ก็ทรงรับการนมัสการ

พระองค์ทรงสำแดงวิถีแห่งชีวิตแก่ข้าพระองค์ ต่อพระพักตร์พระองค์มีความชื่นบานอย่างเปี่ยมล้น ในพระหัตถ์ขวาของพระองค์มีความเพลิดเพลินอยู่เป็นนิตย์ (สดุดี 16:11)

ในการนมัสการเราจะพบพระองค์ และภายในเราจะมีสันติสุข รู้สึกอิ่มใจ

ผู้นำนมัสการระดับโลก มักจะมีหน้าตาดี ดูไม่แก่ แม้อายุจะเยอะ เพราะเขาจะมีความสุข หน้าตาอิ่มเอิบ ซึ่งนี่เป็นผลพลอยได้

พระเจ้าปรารถนาความสัมพันธ์กับเรา และการนมัสการก็เป็นประตูหนึ่งที่เราจะมีความสัมพันธ์กับพระเจ้าที่ลึกซึ้ง

ใครเคยนมัสการพระเจ้าส่วนตัวบ้าง? เราสามารถนมัสการพระเจ้าส่วนตัวได้ อาจใช้ซีดีอะไรก็ได้ อะไรที่เราอยากเทออกมาให้พระเจ้า ให้เราปลดปล่อยออกมาให้หมด เพราะยิ่งเราปลดปล่อย เราจะพบว่าภายในของเราได้รับการเติมเต็ม

เมื่อเราร้องสุด ๆ ทุกสิ่งข้างในของเราจะได้รับการปลดปล่อย โบยบิน มีเสรีภาพ การนมัสการพระเจ้าส่วนตัวจะช่วยเรามาก การนมัสการที่โบสถ์อาจไม่เพียงพอ เนื่องจากปัจจัยหลายสิ่ง แต่การนมัสการพระเจ้าส่วนตัวจะเป็นการตอบชีวิตของเรา

เราสามารถนมัสการพระเจ้าได้ในทุกเวลา ไม่ว่าจะขับรถ อยู่บนรถไฟฟ้า สิ่งนี้จะช่วยเรามาก เพื่อที่เราจะสัมผัสถึงการทรงสถิตของพระเจ้า

 

พระเจ้าทรงสถิตใกล้ทุกคนที่ร้องทูลพระองค์ ทุกคนที่ร้องทูลพระองค์ด้วยใจจริง (สดุดี 145:18)

เมื่อเรานมัสการ เราจะรู้ว่าพระเจ้าทรงสถิตอยู่ด้วย เพราะพระคำของพระเจ้ากล่าวไว้เช่นนั้น สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นเมื่อเรานมัสการ

การนมัสการพระเจ้า จะช่วยให้เราลงลึก เราจะหิวกระหายหาพระเจ้ามากขึ้น อย่าปล่อยให้ตัวเองเฉยชา อย่าปล่อยตัวเองกับกระแสของงาน หรือกระแสของทีวี ความบันเทิงทั้งหลาย

มีคำกล่าวว่า "Garbage in, Garbage out" หากเราดูละครน้ำเน่ามาก ๆ เราจะเริ่มคิดอะไรไม่ค่อยดี

ขอที่เราจะนมัสการพระเจ้า แม้บางครั้งเวลาของเราอาจน้อย แต่ขอที่เราจะจัดเวลาให้กับการนมัสการ

เพราะว่าถ้าผู้ใดฟังพระวจนะ และไม่ได้ประพฤติตาม ผู้นั้นก็เป็นเหมือนคนที่ดูหน้าของตัวในกระจกเงา (ยากอบ 1:23)

ถ้าเรารู้ว่าดี แต่ไม่ได้ทำ เราก็เป็นเช่นนี้ เพราะเราไม่ได้ให้พระคำของพระเจ้าเปลี่ยนแปลงชีวิตของเรา

การนมัสการเป็นสิ่งที่สุดยอด ไม่ต้องรอให้ใครเชิญเราไป แต่เราสามารถนมัสการได้เป็นการส่วนตัว

วันหนึ่ง ในวัน good Friday วันนั้นคนไม่เยอะมาก ความใกล้ชิดจึงมีมาก โบสถ์แห่งนั้นทำกิจกรรมแบบเรียบง่าย แต่เมื่อข้าพเจ้ากลับมา ข้าพเจ้ารู้สึกไม่อิ่ม อยากนมัสการอีก

เนื่องจากห้องนอนของข้าพเจ้าติดกับห้องนอนของน้อง ๆ และข้าพเจ้าก็สั่งว่าสี่ทุ่มครึ่งจะต้องปิดไฟและนอนหลับ แต่วันนั้น ข้าพเจ้าได้หยิบกีตาร์ และร้องเพลงเสียงดัง น้องคนหนึ่งทนไม่ไหว ก็หยิบกีตาร์มานมัสการพระเจ้าร่วมกันกับข้าพเจ้า

ที่บ้านของข้าพเจ้า ทุกเช้าจะมีการนมัสการพระเจ้า บ่อยครั้งข้าพเจ้ารู้สึกว่าน้อง ๆ หนืดมาก ต้องค่อย ๆ ลากขึ้นภูเขา แต่ข้าพเจ้าก็ต้องช่วย เพราะสิ่งที่ติดตัวมากับเขา คือเขาเหล่านั้นจะมี self-esteem ที่ต่ำมาก การนมัสการจะทำให้เขาจดจ่อที่ความจริง ว่าเขาทุกคนมีค่า แม้แต่คนที่ไม่ได้เป็นคริสเตียนก็สัมผัสได้ว่าการนมัสการช่วยเขาให้ดีขึ้น การนมัสการเป็นเคล็ดลับที่ช่วยให้เราเติบโต

แม้เราอาจไม่เข้าใจเรื่องจิตวิญญาณ ก็ไม่เป็นไร แต่ให้เรารู้ว่าเรามี และจิตวิญญาณเรารอด และเมื่อเรานมัสการพระเจ้า เราจะเข้าใจในสิ่งเหล่านี

 

อ. ตรูจิตต์ นีเดอเรอร์

คำแบ่งปันรายการเพื่อคุณ คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 01/05/2011

เรื่อง การนมัสการ

สรุปโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

 

  • ถ้าท่านอ่านแล้ว มีความปรารถนาที่จะเปิดใจออก อธิษฐานทูลเชิญพระเยซูคริสต์เสด็จเข้ามาในชีวิตของท่าน และเป็นพระเจ้าของท่าน กรุณาไปที่หน้า คำอธิษฐาน

  • ถ้าคุณอ่านแล้วสนใจ กรุณาติดต่อคริสตจักรใกล้บ้านท่านได้เลยครับ หรือถ้าหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ก็ติดต่อโดยตรงได้ที่อีเมลของผมเลยครับ ton@followhissteps.com