รักไม่มีวันตาย

FollowHisSteps.com
 


8 ในที่สุดนี้ ท่านทั้งหลายจงเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เห็นอกเห็นใจกัน รักกันฉันพี่น้อง มีจิตใจอ่อนโยนและอ่อนน้อม
9 อย่าทำการร้ายตอบแทนการร้าย อย่าด่าตอบการด่า แต่ตรงกันข้ามจงอวยพรแก่เขา ด้วยว่าพระองค์ได้ทรงเรียกให้ท่านกระทำเช่นนั้น เพื่อท่านจะได้รับพระพร
10 เพราะว่า ผู้ที่จะรักชีวิต และปรารถนาที่จะเห็นวันดี ก็ให้ผู้นั้นยั้งลิ้นของตนไม่พูดสิ่งชั่ว และห้ามปากไม่ให้พูดเป็นอุบายล่อลวง
11 ให้เขาละความชั่วและกระทำความดี ให้เขาใฝ่หาสันติสุขและมุ่งดำเนินไป
12 เพราะว่าพระเนตรขององค์พระผู้เป็นเจ้าเฝ้าดูคนชอบธรรม และพระกรรณของพระองค์ทรงสดับคำอ้อนวอนของเขา แต่พระพักตร์ของพระองค์ไม่เป็นมิตรกับคนทั้งหลายที่ทำความชั่ว
13 ถ้าท่านทั้งหลายใฝ่ใจประพฤติความดี ผู้ใดจะทำร้ายท่าน
14 แต่ถึงแม้ว่าท่านทั้งหลายต้องทนทุกข์ เพราะเหตุประพฤติการชอบธรรม ท่านก็เป็นสุข อย่ากลัวเขา และอย่าคิดวิตกไปเลย
15 แต่ในใจของท่าน จงเคารพนับถือ พระคริสต์ว่าเป็น องค์พระผู้เป็นเจ้า จงเตรียมตัวไว้ให้พร้อมเสมอ เพื่อท่านจะสามารถตอบทุกคนที่ถามท่านว่า ท่านมีความหวังใจเช่นนี้ด้วยเหตุผลประการใด แต่จงตอบด้วยใจสุภาพและด้วยความนับถือ
16 และให้ความสำนึกผิดชอบของท่านไม่เป็นเหตุติท่าน เพื่อว่าเมื่อท่านถูกใส่ร้าย คนที่กล่าวร้ายความประพฤติดีของท่านในพระคริสต์ จะต้องได้รับความอับอาย
17 เพราะว่า การได้รับความทุกข์เพราะทำความดี ถ้าเป็นที่ชอบพระทัยพระเจ้า ก็ดีกว่าจะต้องทนอยู่เพราะการประพฤติชั่ว
18 ด้วยว่าพระคริสต์ก็ได้สิ้นพระชนม์ ครั้งเดียวเท่านั้นเพราะความผิดบาป คือพระองค์ผู้ชอบธรรมเพื่อผู้ไม่ชอบธรรม เพื่อจะได้ทรงนำเราทั้งหลายไปถึงพระเจ้า ฝ่ายกายพระองค์จึงสิ้นพระชนม์ แต่ฝ่ายวิญญาณทรงคืนพระชนม์
19 และโดยทางวิญญาณ พระองค์ได้เสด็จไปประกาศพระวจนะแก่วิญญาณที่ติดคุกอยู่
20 ซึ่งในกาลก่อนไม่ได้เชื่อฟังพระเจ้า คราวเมื่อพระเจ้าทรงโปรดงดโทษไว้ในสมัยโนอาห์ ขณะที่ท่านกำลังต่อเรือใหญ่ ในนั้นมีน้อยคน คือทางน้ำนั้นแปดคนรอดชีวิตจากน้ำท่วม
21 บัดนี้พิธีบัพติศมาก็ช่วยท่านทั้งหลายให้รอดเช่นเดียวกัน มิใช่เป็นการชำระมลทินทางกาย แต่ให้มีจิตสำนึกว่าชอบจำเพาะพระพักตร์พระเจ้า โดยที่พระเยซูคริสต์ได้ทรงเป็นขึ้นมาจากความตาย
22 พระองค์เสด็จสู่สวรรค์ และทรงสถิตอยู่เบื้องขวาพระหัตถ์ของพระเจ้าแล้ว มีพวกทูตสวรรค์และศักดิเทพ และอิทธิเทพทั้งหลายอยู่ใต้อำนาจของพระองค์ทั้งสิ้น (1เปโตร 3:8-22)


วันนี้ วันอีสเตอร์ เป็นวันที่เราระลึกถึงการฟื้นพระชนม์ของพระองค์ และเมื่อเรามานมัสการพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ เราก็จะรู้ว่าพระองค์ทรงรักเรามากเพียงไร

ความรักที่เราเคยมีต่อพระเจ้าตายไปแล้วหรือยัง? วันที่เราต้อนรับพระองค์ผ่านมานานเพียงไร? แล้วความรักที่เรามียังคงร้อนรนอยู่หรือไม่?

สำหรับบางคน ความรักอาจยังไม่ตาย แต่ขอแช่ช่องแช่แข็ง (freeze) ไว้ก่อน ซึ่งแท้จริงแล้วช่องแช่แข็งมีไว้สำหรับของที่ตายแล้ว

ขอที่เราจะฟื้นใจใหม่ ความรักของพระเจ้าใหม่สดอยู่เสมอ แต่ความรักที่เรามีต่อพระองค์เล่า ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่? หรือตายไปแล้ว?

พระเจ้าทรงสร้างเรามาอยู่ในโลกนี้ พระประสงค์ของพระองค์ไม่ใช่ให้เรารักสิ่งของของโลกนี้ แล้วลืมความรักพระองค์

19 อย่าส่ำสมทรัพย์สมบัติไว้สำหรับตัวในโลก ที่อาจเป็นสนิมและที่แมลงกินเสียได้ และที่ขโมยอาจขุดช่องลักเอาไปได้
20 แต่จงส่ำสมทรัพย์สมบัติไว้ในสวรรค์ ที่ไม่มีแมลงจะกินและไม่มีสนิมจะกัด และที่ไม่มีขโมยขุดช่องลักเอาไปได้
21 เพราะว่าทรัพย์สมบัติของท่านอยู่ที่ไหน ใจของท่านก็อยู่ที่นั่นด้วย (มัทธิว 6:19-21)

ผู้ที่ครอบครองโลกคือมารซาตาน การงานของมารในโค้งสุดท้าย ก็คือการที่มันจะมาล่อล่วง ลัก ฆ่า และทำลาย ผู้ที่พระเจ้าทรงรัก นั่นคือ มนุษย์นั่นเอง

อนุสรณ์แห่งความรักที่มีมากมายในโลกนี้ ตัวอย่างที่ชัดที่สุด คือ ทัชมาฮาล ซึ่งเป็นอนุสรณ์สถานที่ถูกสร้างโดยกษัตริย์อินเดียพระองค์หนึ่งที่ชื่ออรชุมันท์ พานุ เพคุม เพื่อระลึกถึงพระมเหสีของพระองค์ ที่มีนามว่ามุมตัช มาฮาล ที่สิ้นพระชนม์หลังให้กำเนิดทายาทองค์ที่ 14 อนุสรณ์สถานแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาอย่างอลังการ แต่เบื้องหลังของการสร้างก็ต้องอาศัยหยาดเหงื่อแรงกายของคนจำนวน 2 หมื่นคน เป็นเวลาถึง 20 ปี เพียงเพื่อระลึกถึงคนคนหนึ่งเท่านั้น

เมื่อพูดถึงหนังในประเทศไทย ก็มีมากมาย เรื่องที่ทุกคนรู้จักกันดีก็คือ คู่กรรม หรือแม้แต่สถานที่ต่าง ๆ เช่น พระที่นั่งบางแห่ง ก็ถูกสร้างเพื่อภรรยาที่ท่านรัก

สิ่งหนึ่งที่่น่าคิด คือ ความรักเหล่านั้นก็ตายไปกับบุคคลที่ตายไปแล้ว แต่ความรักที่เรารู้จัก พระองค์ทรงฟื้นพระชนม์ขึ้นมาแล้ว และทรงพระชนม์อยู่ ความรักของพระเจ้านี้ไม่มีวันตาย

แล้วความรักที่เรามีต่อพระเจ้า ที่แสดงออกผ่านทางการดำเนินชีวิตของเรา เป็นอย่างไรบ้าง? ความรักของเราตายไปแล้วหรือยัง? เรามาโบสถ์เพียงแค่ไม่อยากถูกทักว่าหายหน้าหายตาไปหรือไม่? หรือมาเพียงเพราะอยากเจอเพื่อนหรือไม่? ความตื่นเต้นกับพระเจ้าหมดไปแล้วหรือไม่?

พระลักษณะของพระเจ้าที่อยู่ในเราเป็นเช่นไร?

 

1. ผู้ที่มีความรักพระเจ้าอยู่ในชีวิต คือ ผู้ที่รู้ว่าพระเจ้าที่เราเชื่อ ทรงพระชนม์อยู่กับเรา

พระองค์ไม่ได้ตายจากไปเหมือนพระอื่น ๆ ที่ตายไปแล้วถูกสร้างเป็นอนุสรณ์ แต่พระองค์ทรงพระชนม์อยู่กับเราทุก ๆ ที่

จากปฐมกาล ตั้งแต่เริ่มต้น พระเจ้าทรงดำรงอยู่ก่อนสิ่งใด ๆ ในโลกนี้ และทรงเนรมิตสร้างทุกสิ่ง เราทุกคนล้วนถูกสร้างจากผงคลีดิน แต่พระเจ้าทรงใส่ชีวิต จิตวิญญาณแก่เรา และทรงใส่พระฉายาของพระองค์ไว้ในชีวิตของเรา

พระเยโฮวาห์พระเจ้าทรงปั้นมนุษย์ด้วยผงคลีดิน ทรงระบายลมปราณแห่งชีวิตเข้าทางจมูกของเขา และมนุษย์จึงเกิดเป็นจิตวิญญาณมีชีวิตอยู่ (ปฐมกาล 2:7)

พระเจ้าจึงทรงสร้างมนุษย์ขึ้นตามพระฉายาของพระองค์ ตามพระฉายาของพระเจ้านั้น พระองค์ทรงสร้างมนุษย์ขึ้น และได้ทรงสร้างให้เป็นชายและหญิง (ปฐมกาล 1:27)

พระลักษณะของพระเจ้า อาทิเช่น พระองค์ทรงบริสุทธิ์ ทรงเป็นความรัก ทรงยุติธรรม เป็นต้น แต่สิ่งที่ผู้ที่ไม่เชื่อพระเจ้าจะเห็นได้ชัดผ่านทางชีวิตของเรา คือ ความรัก พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าแห่งความรัก แล้วเราได้สำแดงความรักให้คนรอบข้างมากน้อยเพียงไร?

ความรัก เป็นพระลักษณะของพระเจ้าที่เราจะเป็นได้มากที่สุด เพราะเราคงจะไม่สามารถที่จะบริสุทธิ์เช่นเดียวกับพระองค์ได้ เพราะนิสัยของความบาปอาจยังติดตัวเราอยู่ หรือเราคงจะไม่สามารถยุติธรรมดังเช่นพระองค์ได้ ซึ่งทั้งความบริสุทธิ์และความยุติธรรมก็เป็นสิ่งที่เราจะต้องขอพระเจ้าช่วยอยู่เสมอ แต่สิ่งที่จะสำแดงว่าเรามีพระฉายของพระเจ้าได้ชัดเจนสุด คือ ความรัก เราสามารถแบ่งปันความรักให้ผู้อื่นได้

ขอที่เราจะละสิ่งที่ชั่ว เราจะต้องต่อสู้สิ่งเหล่านี้ และสำแดงความรักของพระองค์ผู้ทรงดำรงอยู่ในชีวิตของเรา ขอที่เราจะต่อสู้ เพื่อดำเนินชีวิตที่จะให้คนอื่นเห็นพระเจ้าที่ทรงพระชนม์ในชีวิตของเรา

ในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ได้บอกความจริงแก่เรา ว่าพระเจ้าทรงพระชนม์อยู่กับเรา เราไม่ได้อยู่บนโลกนี้โดยลำพัง เราไม่ได้ต่อสู้ พยายามทำดีด้วยกำลังของเราเอง แต่พระองค์ทรงช่วยเรา

เพราะว่าเจ้าประเสริฐในสายตาของเรา และได้รับเกียรติและเรารักเจ้า เราจึงให้คนเพื่อแลกกับเจ้า ให้ชนชาติทั้งหลายเพื่อแลกกับชีวิตของเจ้า (อิสยาห์ 43:4)

เราอยู่ในสายพระเนตรของพระองค์อยู่เสมอ เราประเสริฐในสายพระเนตรของพระองค์ และพระองค์ทรงรักเรา การที่เราดำเนินชีวิตในโลกนี้ พระเจ้าไม่ได้ปล่อยเราตามยถากรรม แม้เราอาจมีคำถามสงสัย ว่าทำไมชีวิตเราต้องเผชิญปัญหามากมาย? ทำไมพระเจ้าไม่ทรงช่วยเหลือ? ทำไมพระเจ้าจึงทรงอยู่ไกลเหลือเกิน? ความรู้สึกเช่นนี้ทำให้ความรักที่เรามีต่อพระเจ้าลดน้อยลง แต่ความจริง คือ พระองค์ทรงรักเรา และเราอยู่ในสายพระเนตรของพระองค์เสมอ

18 พระเยซูจึงเสด็จเข้ามาใกล้ แล้วตรัสกับเขาว่า "ฤทธานุภาพทั้งสิ้นในสวรรค์ก็ดี ในแผ่นดินโลกก็ดี ทรงมอบไว้แก่เราแล้ว
19 เหตุฉะนั้น ท่านทั้งหลายจงออกไปสั่งสอนชนทุกชาติ ให้รับบัพติศมาในพระนามแห่งพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์
20 สอนเขาให้ถือรักษาสิ่งสารพัดซึ่งเราได้สั่งพวกท่านไว้ ดูเถิด เราจะอยู่กับท่านทั้งหลายเสมอไป จนกว่าจะสิ้นโลก เอเมน" (มัทธิว 28:18-20)

เราทุกคนที่ได้ต้อนรับพระเยซูคริสต์แล้ว ถ้อยคำที่พระองค์ตรัสกับเรายังอยู่กับเราเสมอหรือไม่? พระองค์ทรงพระชนม์อยู่ ทรงสถิตอยู่กับเรา ความรักของพระองค์ไม่ได้ไปไหน ความรักของพระเจ้าอยู่กับเราตลอดเวลา

 

2. ผู้ที่มีความรักของพระเจ้าอยู่ในชีวิต เห็นความรักได้ชัดเจนที่กางเขน

พระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระเจ้าที่เสด็จมาบังเกิดเป็นมนุษย์ ซึ่งการเสด็จมาของพระองค์ เป็นแผนการที่พระองค์ได้ทรงจัดเตรียมไว้แล้วตั้งแต่ก่อนที่จะทรงสร้างโลก การรอคอยของพระองค์เป็นด้วยความยากลำยาก พระองค์ทรงอดกลั้นพระทัยต่อความบาปของมนุษย์มานาน แม้กระนั้นพระเจ้าก็ทรงจัดเตรียมแผนการแห่งความรอดแก่มนุษย์

เมื่อพระองค์ทรงเสด็จมาเป็นมนุษย์ พระองค์ต้องหนีตายตั้งแต่เด็ก ทนกับการต่อต้านมากมาย จนสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน ขอบคุณพระเจ้าที่ทรงประทานพระเยซูคริสต์มาให้กับเราทุกคน ส่งผลต่อคนในทุกยุคทุกสมัย

ถ้าเราใคร่ครวญพระโลหิตทุกหยดที่หลั่งไหลของพระองค์ พระองค์ทรงยอมถูกตรึง มือ เท้า ศีรษะ และสีข้าง โดนแทงโดนทำร้าย พระองค์มิได้ทรงต่อสู้กับผู้ที่มาจับตรึงพระองค์ แต่พระองค์ทรงยอมให้ทหารหรือศัตรูเหล่านั้น เพื่อให้เราทั้งหลายได้รับความรอด นี่คือความรักของพระเจ้า ที่เราหาไม่ได้อีกแล้วจากโลกนี้ ไม่มีใครทำให้กับเราได้เพียงนี้

หลายสิ่งในโลก ดึงเราออกห่างจากกางเขน จนหลายครั้งเรามองมูลค่าความรักของพระเยซูคริสต์ว่ามีราคาถูก หรือพระกิตติคุณราคาถูก รู้สึกว่าความรอดที่เราได้รับนั้น ได้มาง่ายเหลือเกิน จึงไม่รักษาความรอดอย่างดี และดำเนินชีวิตเหมือนตอนที่ยังไม่เชื่อพระเจ้า

แต่ในใจของท่าน จงเคารพนับถือ พระคริสต์ว่าเป็น องค์พระผู้เป็นเจ้า จงเตรียมตัวไว้ให้พร้อมเสมอ เพื่อท่านจะสามารถตอบทุกคนที่ถามท่านว่า ท่านมีความหวังใจเช่นนี้ด้วยเหตุผลประการใด แต่จงตอบด้วยใจสุภาพและด้วยความนับถือ (1เปโตร 3:15)

คนรอบข้างมองเห็นการดำเนินชีวิตของเรา แล้วเราดำเนินชีวิตตอบสนองต่อพระกิตติคุณของพระเจ้าอย่างไร? ดำเนินชีวิตเหมือนพระกิตติคุณมีค่าเพียงไร?

เราเคยมองบางสิ่งบางอย่างเป็นของตาย จนไม่เห็นคุณค่าหรือไม่? อย่าให้ความรักของพระเจ้าเป็นเช่นนั้นในชีวิตของเรา ขอที่เราจะระลึกถึงความรัก ความเสียสละ ความเห็นอกเห็นใจ ใจที่อ่อนน้อมสุภาพ ซึ่งเราเห็นได้จากพระราชกิจต่าง ๆ ของพระองค์

นี่คือความรักของพระเจ้าที่ไม่มีวันตาย เป็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไขแก่ผู้รับ ไม่ว่าเราเป็นใคร มาจากไหน เคยผิดพลาดเช่นไรมา แต่ความรักของพระองค์ให้โอกาสแก่มนุษย์ทุก ๆ คนที่เข้ามาด้วยใจที่ต้องการความรักจากพระเจ้าอย่างแท้จริง

ความรักของพระเจ้า ที่เสด็จมายังโลกนี้ พระองค์ทรงเดินทางสู่กางเขน สิ้นพระชนม์เพื่อเรา ซึ่งโลกนี้มองว่าเป็นเรื่องโง่ แต่ขอที่เราจะใคร่ครวญ ว่ากางเขนเป็นวิถีทางที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมให้กับมนุษย์ทุกคน ที่จะมาถึงความรอด

คนทั้งหลายที่กำลังจะพินาศก็เห็นว่าเรื่องกางเขนเป็นเรื่องโง่ แต่พวกเราที่กำลังจะรอดเห็นว่าเป็นฤทธานุภาพของพระเจ้า (1โครินธ์ 1:18)

วิถีทางของพระองค์เป็นทางแห่งกางเขน ไม่ใช่มาเพื่อครอบครองอาณาจักรต่าง ๆ อย่างกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ เพราะนั่นไม่ใช่วิถีทางของพระองค์ แต่วิถีทางของพระองค์ คือ บนเส้นทางแห่งกางเขน ที่จะนำมนุษย์ทุกคนให้ได้รับความรอด ไม่ใช่เพียงแค่ปลดปล่อยยิวจากชนชาติโรม แต่แผนการความรอดนี้มีเพื่อมนุษย์ทุกยุคทุกสมัย

กษัตริย์ในยุคสมัยนั้นสำแดงอำนาจของตนเอง ด้วยการยึดครองเมืองต่าง ๆ และนี่ก็เป็นภาพที่สาวกมองว่าพระองค์จะทรงเป็น แม้แต่ยอห์นก็ตีความด้วยความเข้าใจว่าพระเจ้าจะต้องมาอย่างกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่เช่นนั้น ท่านได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับพระองค์ แต่ยังไม่รู้จักพระองค์ จึงได้ส่งสาวกไปถามพระองค์

16 ฝ่ายคนทั้งปวงมีความกลัวและสรรเสริญพระเจ้าว่า "ท่านผู้เผยพระวจนะใหญ่ได้เกิดขึ้นท่ามกลางเรา และพระเจ้าได้เสด็จมาเยี่ยมเยียนชนชาติของพระองค์แล้ว"
17 และกิตติศัพท์ของพระองค์ได้เลื่องลือไปตลอดทั่วยูเดีย และทั่วแว่นแคว้นล้อมรอบ
18 ฝ่ายพวกศิษย์ของยอห์นก็ได้เล่าเหตุการณ์ทั้งปวงนั้นให้ท่านฟัง
19 ยอห์นจึงเรียกศิษย์ของท่านสองคนใช้เขาไปหาพระเป็นเจ้า ทูลถามว่า "ท่านเป็นผู้ที่จะมานั้นหรือ หรือจะคอยผู้อื่น" (ลูกา 7:16-19)

แต่แผนการของพระองค์ เป็นแผนการแห่งความรัก การสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน และพระโลหิตที่หลั่งไหลนั้น ก็เพื่อเราทุกคน เพื่อรับบาปแทนเรา โลหิตทุกหยดก็เพื่อชำระเรา เพื่อให้เราได้รับชีวิตใหม่

โลหิต เป็นตัวแทนถึงชีวิต และพระโลหิตของพระองค์ที่หลั่งไหลเพื่อเรา ก็เพื่อให้ชีวิตใหม่แก่เรา

 

3. ผู้ที่มีความรักของพระเจ้าอยู่ในชีวิต มีชัยชนะทุก ๆ วัน

ขอบคุณพระเจ้าที่วันนี้ วันอีสเตอร์ เป็นวันที่พระองค์มีชัยชนะเหนือความตาย และชีวิตของผู้ที่มีความรักที่ไม่มีวันตายนี้ก็จะเป็นชีวิตที่มีชัยชนะ ไม่ใช่เพียงแค่ในวันนี้ แต่ในทุก ๆ วัน

พระองค์ทรงพระชนม์อยู่กับเรา พระโลหิตของพระองค์ชำระเราแล้ว ขอให้เราดำเนินชีวิตด้วยชัยชนะพร้อมกับพระองค์

พระกิตติคุณบางเล่ม ไม่ได้กล่าวถึงการประสูติของพระเยซู แต่พระกิตติคุณทั้ง 4 เล่ม บันทึกถึงการฟื้นคืนพระชนม์ทั้ง 4 เล่ม ไม่มีสักเล่มเดียวที่ไม่เขียนถึงการฟื้นคืนพระชนม์ (มัทธิว 28:1-20; มาระโก 16:1-8; ลูกา 24:1-12; ยอห์น 21:1-10) และไม่เพียงแค่ 4 เล่มนี้ จดหมายฝากมากมาย ล้วนเน้นเสมอว่าพระเจ้าที่เราเชื่อนั้นทรงพระชนม์อยู่

นี่คือความจริงที่เราเชื่อ พระเยซูทรงพระชนม์อยู่ เพราะทรงฟื้นขึ้นจากความตายแล้ว นี่คือความหวังใจแก่เรา ให้เรามีชัยชนะ แล้ววันหนึ่งเราจะเป็นขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

มีสิ่งใดที่ทำให้เรายอมแพ้? เราดำเนินชีวิตอย่างพ่ายแพ้หรือไม่? เราขาดความหวังในพระเจ้าหรือไม่? แต่พระเยซูคริสต์ทรงพระชนม์ ทรงมีชัยชนะเหนือโลกนี้แล้ว

บางครั้งเราบอกว่า การยอมไม่ได้หมายถึงว่าเป็นผู้ที่ยอมแพ้ แต่เป็นผู้ที่ไม่ต้องการเอาชนะ

บางครั้งเรารู้สึกว่าต้องเอาชนะในเรื่องที่ไม่จำเป็น แต่เรื่องที่เราควรชนะเรากลับแพ้

เราให้พระเจ้านำเราอย่างไรกับสิ่งที่เราเผชิญอยู่?

การมีชีวิตที่มีชัยชนะ คือ การที่เราไม่ตอบแทนชั่วในสิ่งที่ชั่ว แต่มีชีวิตที่เตรียมเป็นผู้ที่แบ่งปันความรักให้ผู้อื่นรู้จักพระเจ้าที่อยู่ในเรา แม้ว่าเราอยู่ในกระแสสังคมที่เอารัดเราเปรียบ แต่ไม่ใช่ว่าเราจะต้องเอาชนะด้วยวิธีการต่าง

ในแต่ละคนปัญหาชีวิตที่เข้ามา ทำให้รู้สึกว่าแย่เหลือเกิน หรือรู้สึกว่าเจอทางตัน รู้สึกว่าไม่มีอะไรดีขึ้นเลย แต่ขอที่เราจะมีความหวังใจในพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ พระองค์ทรงมีวิถีทางสำหรับเราเสมอ

เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าทุกอย่างในร่างกายยังแข็งแรงอยู่ แต่เช้าวันหนึ่ง ข้าพเจ้าตื่นมา พบว่าเริ่มมีการได้ยินของหูข้างขวาค่อย ๆ ลดลง จนดับสนิท ผ่านไป 3 วัน จึงไปพบแพทย์

พระเจ้าทรงใช้ช่วงเวลานั้น ให้ข้าพเจ้าได้เรียนรู้ถึงการดำเนินชีวิตที่เป็นผู้มีชัยชนะ ข้าพเจ้าท้อใจ อยากใช้ชีวิตแบบไม่ต้องร้อนรน เพราะขนาดร้อนรนยังเจอเรื่องเหล่านี้เลย อยากจะยอมแพ้

แต่สิ่งที่พระเจ้าตรัสกับข้าพเจ้า คือ "ความเชื่อของเจ้าอยู่ที่ไหน?" เป็นเสียงที่ทำให้ข้าพเจ้าหมดความรู้สึกสงสารตัวเอง ตั้งใจที่จะยังรับใช้พระเจ้าต่อไป พระองค์ทรงพระชนม์ ทรงมีชัยชนะ แล้วเหตุไรจึงกลัวมากกว่าเชื่อเล่า

ตลอดช่วงเวลานั้น ข้าพเจ้าใช้เวลากับพระคำ และอธิษฐานกับพระองค์ สุดท้ายพระเจ้าให้ทรงรักษา ให้การได้ยินของข้าพเจ้ากลับคืนมาในวันที่ 7 นี่เป็นการจัดเตรียมที่พระเจ้าทรงประทานให้

วันที่แพทย์ตรวจหูตรวจ ก็ประหลาดใจ ว่าการได้ยินกลับมาได้อย่างไร เพราะปกติแล้วจะต้องใช้ยาในการรักษาเป็นเวลาหลายปี และหลายคนก็ไม่ฟื้นการได้ยินเลย แต่พระเจ้าทรงให้ข้าพเจ้ามีการได้ยินกลับคืนมาได้อีกครั้งหนึ่ง ขอบคุณพระเจ้า นี่เป็นสิ่งที่ยืนยันกับข้าพเจ้าว่าการดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อ จะต้องพึ่งพระองค์ทุก ๆ วัน พระองค์ทรงมีฤทธิ์อำนาจเหนือทุกสิ่ง

 

4. ผู้ที่มีความรักของพระเจ้าอยู่ในชีวิต มีความรักที่สวนกระแส

ความรักของพระเจ้าในเรา จะสวนกระแสโลกนี้

ความรักของโลกนี้ เป็นความรักแบบรักเร็วเลิกเร็ว ยุคนี้เป็นยุค new generation บางคนก็บอกว่าเป็นยุค now generation ทุกอย่างต้องเร่งด่วน ทันใจ ต้องได้ทันที

หลายครั้ง ชีวิตการเป็นลูกของพระเจ้าถูกกระแสดึงออกห่างจากกางเขน ห่างจากความรักของพระเจ้า กระแสของโลกนี้ทำให้เรามองว่าไม่ต้องรักษาชีวิตที่บริสุทธิ์ ดังจะเห็นได้จากการที่นักศึกษาชายหญิงเช่าห้องรวมกันอยู่ อยู่ร่วมกันอย่างชั่วคราว ไม่ต้องรักษาชีวิตที่บริสุทธิ์ อ้างว่าใครๆ ก็ทำกัน นี่เป็นสิ่งที่สังคมพาไป ทำให้มนุษย์อยู่ในความบาป อยากได้อะไรก็ต้องได้ แม้ว่าจะเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้อง จากข่าวต่างๆ เราก็จะพบอาชญากรรมมากมาย เพราะอยากได้สิ่งใด ก็ปล้นฆ่าทำลาย

พระคำของพระเจ้า ได้บอกว่าความรักของพระเจ้าเป็นความรักที่สวนกระแสโลกนี้ ซึ่งมีลักษณะ คือ

1. ตระหนักถึงความบริสุทธิ์ของพระเจ้า

ผู้ที่มีความรักเช่นนี้ จะดำเนินชีวิตที่บริสุทธิ์ จะไม่ไปตามกระแสของโลก จะเป็นปลาเป็นที่ว่ายอยู่ ดังเช่น ปลาแซลมอน ที่มีธรรมชาติพิเศษ คือจะว่ายทวนน้ำ ขึ้นที่สูง เพื่อวางไข่ ชีวิตของปลาชนิดนี้ต้องต่อสู้อุปสรรคต่าง ๆ แต่ถ้าหากดำเนินชีวิตในโลกนี้แบบไปตามน้ำ ก็เป็นเหมือนปลาตาย สุดท้ายก็ต้องรับความพินาศ

สำหรับผู้ที่เชื่อ พระองค์ทรงให้ชีวิตใหม่ ขอที่เราจะดำเนินชีวิตที่จะเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้า

15 แต่ในใจของท่าน จงเคารพนับถือ พระคริสต์ว่าเป็น องค์พระผู้เป็นเจ้า จงเตรียมตัวไว้ให้พร้อมเสมอ เพื่อท่านจะสามารถตอบทุกคนที่ถามท่านว่า ท่านมีความหวังใจเช่นนี้ด้วยเหตุผลประการใด แต่จงตอบด้วยใจสุภาพและด้วยความนับถือ
16 และให้ความสำนึกผิดชอบของท่านไม่เป็นเหตุติท่าน เพื่อว่าเมื่อท่านถูกใส่ร้าย คนที่กล่าวร้ายความประพฤติดีของท่านในพระคริสต์ จะต้องได้รับความอับอาย
17 เพราะว่า การได้รับความทุกข์เพราะทำความดี ถ้าเป็นที่ชอบพระทัยพระเจ้า ก็ดีกว่าจะต้องทนอยู่เพราะการประพฤติชั่ว (1เปโตร 3:15-17)

ใครจะว่าเราว่าเชย ช้า โง่ เราก็ยอมที่จะให้เขาว่าเช่นนั้น เราจะมีชีวิตที่สวนกระแส รักษากายและใจให้เป็นที่พอพระทัยพระเจ้า

2. รักศัตรู

นี่เป็นสิ่งที่สวนกระแสกับหลักคำสอนของโลกนี้ รักคนที่ทำดีกับเราไม่ยาก แต่รักที่สวนกระแสโลกนี้ คือ การรักศัตรู

38 ท่านทั้งหลายได้ยินคำซึ่งกล่าวไว้ว่า ตาแทนตา และฟันแทนฟัน
39 ฝ่ายเราบอกท่านว่า อย่าต่อสู้คนชั่ว ถ้าผู้ใดตบแก้มขวาของท่าน ก็จงหันแก้มซ้ายให้เขาด้วย (มัทธิว 5:38-39)

ในอดีต วัฒนธรรมคนยิวมีศักดิ์ศรีมาก รักชนชาติตนเอง คิดว่าใครมาตบหน้า ถือว่าเป็นการหยามอย่างที่สุด แต่ขอที่เราจะสามารถยอมมองข้ามศักดิ์ศรีของตนเอง และสำแดงความรักกับเขา เหมือนที่ยอมถูกตบหน้า

ข้าพเจ้าเคยโกรธคนหนึ่งมาก และต้องการบอกกับพ่อแม่ของเขาให้รู้ว่าเขาได้ทำสิ่งที่ไม่สมควร ข้าพเจ้าอยากแก้แค้นคืน แต่พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้เตือนไม่ให้ข้าพเจ้าทำเช่นนั้น เพราะหากข้าพเจ้าทำไป พ่อแม่ของเขาก็จะกลุ้มใจและไม่สบายใจ

เวลานั้น ข้าพเจ้าได้อ่านถึง โรม บทที่ 12

อย่าทำชั่วตอบแทนชั่วแก่ผู้หนึ่งผู้ใดเลย แต่จงมุ่งกระทำสิ่งที่ใครๆ ก็เห็นว่าดี (โรม 12:17)

เมื่ออ่านถึงข้อนี้ ข้าพเจ้าก็ปิดพระคัมภีร์ อธิษฐาน และสุดท้าย ต่อมาพระเจ้าให้ข้าพเจ้ารู้ความจริงว่า คุณแม่ของเขากำลังไม่สบายหนักในเวลานั้น ขอบคุณพระเจ้าที่ข้าพเจ้าไม่ได้ทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องลงไป มิเช่นนั้นแม่ของเขาอาจเสียชีวิตเร็วขึ้น

การไม่เอาคืนขณะที่โกรธสุด ๆ นั้นยาก แต่เมื่อเราเชื่อฟัง ผลลัพธ์ที่ได้จะทำให้เรารู้สึกขอบพระคุณอย่างมาก

การรักศัตรู เป็นสิ่งที่พระเยซูคริสต์ให้เราสำแดงออกไป ซึ่งสวนทางกับโลกนี้

ดังนั้น บุญคุณต้องทดแทน แค้นต้องชำระ แต่ชำระด้วยความรัก

 

คงจะไม่มีอนุสรณ์ความแค้น แต่อนุสรณ์แห่งความรักที่ผู้สร้างสร้างขึ้นให้กับคนรักนั้น เห็นได้มากมาย และคนที่แค้น ไม่ยอมอภัย ก็จะเจ็บป่วย

ขอที่เราจะสำแดงความรักแก่ผู้ที่ไม่รักเรา ผู้ที่ไม่ดีกับเรา ขอที่เราจะรักศัตรูของเรา

ความรักของพระเจ้าของเราไม่มีวันตาย ขอที่เราจะมองที่กางเขน อย่ามองที่ปัญหา หรือศัตรู หรือสิ่งของในโลกนี้ แต่มองที่กางเขน เพื่อความรักที่เรามีต่อพระเจ้าจะไม่ตายจากชีวิตของเรา

 

อ. พรรณี แซ่เอี๊ย

คำเทศนารายการเพื่อคุณ คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 24/04/2011

เรื่อง รักไม่มีวันตาย

สรุปโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

 

  • ถ้าท่านอ่านแล้ว มีความปรารถนาที่จะเปิดใจออก อธิษฐานทูลเชิญพระเยซูคริสต์เสด็จเข้ามาในชีวิตของท่าน และเป็นพระเจ้าของท่าน กรุณาไปที่หน้า คำอธิษฐาน

  • ถ้าคุณอ่านแล้วสนใจ กรุณาติดต่อคริสตจักรใกล้บ้านท่านได้เลยครับ หรือถ้าหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ก็ติดต่อโดยตรงได้ที่อีเมลของผมเลยครับ ton@followhissteps.com