พระลักษณะของพระเจ้า

FollowHisSteps.com
 

สัปดาห์ที่แล้ว ได้มีการอภิปรายกันเกี่ยวกับพระลักษณะของพระเจ้า เป็นการอุ่นเครื่อง ซึ่งช่วยให้เราได้ใคร่ครวญ ได้แสดงออกมาว่าเรามีความเข้าใจเกี่ยวกับพระเจ้าอย่างไร และได้ฟังผู้อื่นแสดงความคิดเห็นด้วย เพราะเราแต่ละคนมีประสบการณ์กับพระเจ้าในบางด้านแตกต่างกันไป อาทิเช่น บางคนอาจจะเข้าใจพระเจ้าด้านการที่พระองค์ทรงอภัยเสมอ ซึ่งพระองค์ก็เป็นเช่นนั้น พระองค์ทรงอภัยเสมอ

มีหนังสืออธิบายเกี่ยวกับพระลักษณะพระเจ้ามากมาย และเรื่องนี้เป็นเรื่องที่กลาง ไม่ว่าอ่านจากที่ใดก็จะไม่แตกต่างกันนัก เพราะข้อมูลทั้งหมดได้มาจากพระคัมภีร์ สิ่งเหล่านี้ทำให้เรารู้เกี่ยวกับพระเจ้ามากขึ้น แต่ถ้าเราจะรู้จักพระเจ้า เราต้องมีประสบการณ์ด้วยตนเอง

เช่นเดียวกับที่ข้าพเจ้าจะพูด ข้าพเจ้าก็พูดได้เป็นข้อมูล และพูดจากประสบการณ์ที่ข้าพเจ้ามี แต่ถ้าหากว่าเราอยากจะรู้จักกับพระเจ้า เราจะต้องมีประสบการณ์เอง

ครั้งที่แล้ว ที่ข้าพเจ้าได้แวะมาเยี่ยมเยียนในกลุ่มนี้ ข้าพเจ้าได้ตอบว่า "พระเจ้าเป็นนักสื่อสาร" เพราะว่าพระองค์ทรงสื่อสารกับเราเยอะมาก ผ่านทางพระคัมภีร์ และนี่ก็ไม่ใช่ทั้งหมดที่พระองค์เป็น พระคัมภีร์บอกกับเราเพียงสิ่งเล็กน้อยของพระองค์ พระองค์เป็นมากกว่าที่ได้รับการบันทึกมาก แต่แม้แค่จากพระคัมภีร์ เราก็ต้องศึกษานานมาก แล้วพระวิญญาณแห่งความจริง จะนำเราสู่ความจริง เพื่อให้เรารู้จักพระเจ้าอย่างที่พระองค์ทรงเป็น

สามีของข้าพเจ้า ถ้ามองไกล ๆ จะรู้สึกว่าเขานิ่งมาก แต่เมื่อรู้จักส่วนตัว จะรู้ว่าเขาเป็นคนที่ตลกมาก และชอบกินเยลลี่ นี่เป็นมุมของเขาที่จะรู้ได้ก็ต่อเมื่อเราได้รู้จักกับเขา

พระเจ้าเป็นบุคคลที่เราสามารถรู้จักได้ และพระองค์ไม่ต้องการให้เราเพียงแค่รู้เกี่ยวกับพระองค์ พระองค์ต้องการให้เรารู้จักพระองค์

อยากให้เราศึกษาด้วยแรงจูงใจที่ว่าเราอยากจะรู้จักพระเจ้า ไม่ใช่เพียงแค่รู้เกี่ยวกับพระเจ้า และเราจะได้รู้จักเมื่อมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพระองค์

 

สัปดาห์ก่อน ข้าพเจ้าได้ไปสำรวจสถานที่แห่งหนึ่ง ข้าพเจ้าได้บอกกับมิชชันนารีที่ไปด้วยกันว่าข้าพเจ้ารู้สึกว่าพระเจ้าตรัสกับข้าพเจ้าอย่างนี้ มิชชันนารีท่านนั้นก็บอกว่า รู้สึกแปลกว่าทำไมข้าพเจ้ารู้เกี่ยวกับสถานที่แห่งนั้นเยอะจัง ข้าพเจ้าได้ใคร่ครวญคำพูดของท่าน แท้ที่จริง ที่นั้นเป็นที่ที่ข้าพเจ้าเคยเรียนสมัยเด็ก

เมื่อกลับมายังที่พัก ข้าพเจ้าก็ได้ใคร่ครวญคำพูดของมิชชันนารีท่านนั้น และได้พบว่าพระลักษณะของพระเจ้าที่ข้าพเจ้าได้พบ คือ บางครั้ง เราคิดว่า เรารู้จักพระเจ้า และพระเจ้าก็รู้จักเราพร้อม ๆ กัน แต่แท้จริงแล้ว ก่อนที่เราจะรู้จักพระเจ้า พระเจ้าก็รู้จักเราแล้ว พระองค์ทรงดำรงอยู่ตั้งแต่ปฐมกาล

สมัยเด็ก ข้าพเจ้าเป็นคนที่มีความตั้งใจสูง หรืออีกนัยหนึ่งก็คือดื้อรั้น วันหนึ่งข้าพเจ้าผิดใจกับมารดา ข้าพเจ้าวิ่งออกไปจากบ้าน วิ่งไปบนถนนและรถเมล์ก็เกือบที่จะชน ข้าพเจ้ารู้สึกเหมือนว่าข้าพเจ้าตายไปแล้วตั้งแต่ตอนนั้น ข้าพเจ้าได้รับความเข้าใจว่าพระเจ้าได้ทรงรู้จักข้าพเจ้าอยู่แล้วในเหตุการณ์นั้น และได้รักษาชีวิตของข้าพเจ้าไว้ พระองค์ดำรงอยู่ตั้งแต่กาลก่อน พระองค์ทรงรู้จักข้าพเจ้า และชีวิตที่เหลือก็สมควรที่จะมอบให้กับพระองค์

เมื่อเราคิดถึงพระลักษณะพระเจ้า เป็นสิ่งอัศจรรย์ที่พระองค์ให้เราศึกษาเกี่ยวกับพระองค์ได้ เพราะว่าพระองค์ทรงสูงส่งมาก

ข้าพเจ้าชอบดูดวงจันทร์ เพราะรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่น่าทึ่ง ข้าพเจ้าได้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพของพระเจ้า เป็นสิ่งอัศจรรย์ และนี่เป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของพระลักษณะของพระเจ้า

ข้อมูลเกี่ยวกับพระเจ้าจะช่วยให้เราสามารถทำความรู้จักพระเจ้าเพิ่มขึ้นเมื่อเรามีความสัมพันธ์กับพระองค์ ซึ่งเมื่อเรามีความสัมพันธ์กับพระองค์ เราจะรู้สึกว่าชีวิตของเราสนุก เป็นชีวิตที่ดำเนินด้วยชัยชนะ ด้วยรู้ว่าเรามีช่องทางที่เราเข้าถึงพระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์และทรงรอบรู้ที่ทรงช่วยเราในทุกสิ่งได้

ไม่มีพระคัมภีร์ตอนไหนที่พยายามพิสูจน์ว่ามีพระเจ้า เริ่มต้นมาก็กล่าวว่าพระเจ้าได้ทรงทำสิ่งนั้นสิ่งนี้

 

พระลักษณะของพระเจ้าที่เฉพาะพระเจ้าเท่านั้นมี

เราถูกสร้างตามพระฉายาของพระเจ้า

พระเจ้าจึงทรงสร้างมนุษย์ขึ้นตามพระฉายาของพระองค์ ตามพระฉายาของพระเจ้านั้น พระองค์ทรงสร้างมนุษย์ขึ้น และได้ทรงสร้างให้เป็นชายและหญิง (ปฐมกาล 1:27)

พระฉายาในที่นี้ เป็นพระฉายาเพียงส่วนหนึ่ง เพราะมีพระลักษณะบางอย่างที่เป็นลักษณะเฉพาะของพระเจ้า เฉพาะพระเจ้าเท่านั้นที่มี

1. พระเจ้าทรงสถิตอยู่ทุกหนทุกแห่ง

7 ข้าพระองค์จะไปไหน ให้พ้นพระวิญญาณของพระองค์ได้
หรือข้าพระองค์จะหนีไปไหนให้พ้นพระพักตร์ของพระองค์
8 ถ้าข้าพระองค์ขึ้นไปยังสวรรค์ พระองค์ทรงสถิตที่นั่น
ถ้าข้าพระองค์จะทำที่นอนไว้ในแดน ผู้ตาย พระองค์ทรงสถิตที่นั่น (สดุดี 139:7-8)

พระเจ้าทรงตามเราไปได้ทุกแห่ง เวลานี้พระเจ้าก็ทรงอยู่ที่นี่ด้วยเช่นกัน พระเจ้าทรงอยู่ข้าง ๆ เรา ถ้าเราง่วงนอน เราก็ทูลขอต่อพระองค์ได้

2. พระเจ้าทรงสัพพัญญู

ทรงรอบรู้ทุกสิ่ง ทั้งสิ่งที่มองเห็นและมองไม่เห็น ทรงทราบความคิดของเรา ทรงรู้จักการนั่ง การนอน การเดินของเรา ทรงรู้จักวิถีของเรา แม้สิ่งที่เราไม่ได้พูดออกมา

1 ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ได้ทรงตรวจสอบข้าพระองค์ และทรงรู้จักข้าพระองค์
2 เมื่อข้าพระองค์นั่งลงและลุกขึ้น พระองค์ทรงทราบ พระองค์ทรงประจักษ์ในความคิดของ ข้าพระองค์ได้แต่ไกล
3 พระองค์ทรงค้นวิถีของข้าพระองค์และการ นอนของข้าพระองค์ และทรงคุ้นเคยกับทางทั้งสิ้นของข้าพระองค์
4 ข้าแต่พระเจ้า แม้ก่อนที่ลิ้นของข้าพระองค์จะพูด พระองค์ก็ทรงทราบความเสียหมดแล้ว (สดุดี 139:1-4)

และพระเจ้าทรงทราบล่วงหน้า ขณะเดียวกัน พระองค์ก็ไม่ได้จำกัดอำนาจในการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ พระองค์ทรงสามารถเปลี่ยนสถานการณ์ได้ ทรงสามารถช่วยเราได้

3. พระเจ้าทรงเต็มด้วยฤทธิ์อำนาจทั้งสิ้น สูงเหนือทุกสิ่ง

มารมีฤทธิ์อำนาจน้อยกว่าพระเจ้ามาก เทียบไม่ได้เลยกับพระเจ้า แต่มันมีอาวุธสำคัญ คือ ทำลายกล่องดวงใจของพระเจ้า กล่องดวงใจของพระองค์ก็คือเราทุก ๆ คน เราทุกคนเป็นที่รักของพระเจ้า

พระเยซูทอดพระเนตรดูพวกสาวก และตรัสว่า "ฝ่ายมนุษย์ก็เหลือกำลังที่จะทำได้ แต่พระเจ้าทรงกระทำให้สำเร็จได้ทุกสิ่ง" (มัทธิว 19:26)

พระองค์ทรงมีฤทธิ์อำนาจทั้งสิ้น แม้กระนั้น พระองค์ทรงมีวุฒิภาวะ และมีพระลักษณะอื่น ๆ บางครั้งพระองค์ทรงเลือกที่จะไม่ใช้ฤทธิ์อำนาจของพระองค์ และบางครั้งพระองค์ก็ทรงใช้ฤทธิ์อำนาจผ่านคนของพระองค์ ถ้าคนของพระองค์ยอมให้พระเจ้าทำงาน

แต่พระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าว่า "การที่มีคุณของเราก็พอแก่เจ้าแล้ว เพราะความอ่อนแอมีที่ไหน เดชของเราก็มีฤทธิ์ขึ้นเต็มขนาดที่นั่น" เหตุฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงภูมิใจในบรรดาความอ่อนแอของข้าพเจ้า เพื่อฤทธิ์เดชของพระคริสต์จะได้อยู่ในข้าพเจ้า (2โครินธ์ 12:9)

มีการอัศจรรย์มากมาย ที่ได้ถูกถ่ายทอดในรูปคลิปวีดีโอ เมื่อข้าพเจ้าได้เปิดให้น้อง ๆ ที่บ้านอบอุ่นใจได้ดู น้อง ๆ ก็เรียกร้องที่จะดูอีก วีดีโอเหล่านี้เป็นเรื่องราวของคนที่เป็นมะเร็ง ซึ่งดูแล้วน่ากลัวมาก แต่เขาเหล่านั้นได้อธิษฐาน และได้ถ่ายรูปหลังจากที่หาย ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าทึ่งมาก มีคำพยานมากมาย มีคนเจ็บป่วยมากมายที่รักษาไม่หายด้วยการแพทย์ แต่ก็หายได้ด้วยอัศจรรย์ของพระเจ้า

พระเยซูจึงเสด็จเข้ามาใกล้แล้วตรัสกับเขาว่า "ฤทธานุภาพทั้งสิ้นในสวรรค์ก็ดี ในแผ่นดินโลกก็ดีทรงมอบไว้แก่เราแล้ว (มัทธิว 28:18)

พระเยซูคริสต์ทรงได้รับฤทธิ์อำนาจทั้งสิ้น และพระองค์ทรงต้องการที่จะทำงานผ่านชีวิตของเรา

4. พระเจ้าทรงอยู่เหนือสรรพสิ่ง

ทรงแตกต่าง และเป็นอิสระจากสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง ทุกสิ่งถูกสร้างจากพระองค์ ไม่มีสักสิ่งเดียวที่ไม่ได้ถูกสร้างโดยพระองค์

และพระเจ้าทรงอยู่เหนือสรรพสิ่ง ทรงแตกต่าง พระองค์ไม่ต้องขึ้นกับสิ่งที่พระองค์ทรงสร้างขึ้นมา ไม่มีอะไรเปรียบเทียบได้กับพระองค์ แม้แต่มารก็เป็นสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง

5. พระเจ้าทรงเป็นนิรันดร์

พระองค์ไม่มีที่เริ่ม และไม่มีที่จบ พระองค์ไม่ได้ถูกจำกัดด้วยเรื่องของเวลา

6. พระเจ้าไม่เปลี่ยนแปลง

เมื่อเรามองดูสิ่งต่าง ๆ รอบตัวเรา เราไม่เห็นสิ่งใดที่ไม่เปลี่ยนแปลง คนเราเปลี่ยนแปลง บางคนเวลาผ่านไป อาจสวยขึ้น หรือสวยลง อาจเป็นผู้ใหญ่ขึ้น หรือเป็นผู้ใหญ่น้อยลง หรือบางคนอาจมีชีวิตที่ขมขื่นมากขึ้น ขึ้นกับว่าเขาเหล่านั้นเผชิญชีวิตด้วยท่าที่ทัศนคติเช่นไร ถ้าดำเนินชีวิตด้วยทัศนคติที่พระเจ้าทรงสอน ชีวิตเราก็จะดีขึ้น แต่ถ้าดำเนินชีวิตด้วยความคิดของโลก เราจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ขมขื่น ยากลำบาก

แต่พระเจ้าไม่เปลี่ยนแปลงในพระลักษณะของพระองค์ และจุดประสงค์ของพระองค์ที่มีต่อมนุษย์

พระเจ้ามีเสรีภาพในการตอบสนองต่อความต้องการของมนุษย์ และจากการอธิษฐาน หลายครั้งพระเจ้าทรงเปลี่ยนพระทัย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเกี่ยวกับที่ทรงเปลี่ยนพระทัยจากพระพิโรธของพระองค์

ดังเช่นในกันดารวิถี 14 พระเจ้าทรงมีพระประสงค์ที่จะลงโทษอิสราเอล ที่พวกเขาไม่สำนึกพระคุณที่พระเจ้าทรงช่วยเขาตลอดมา และโมเสสได้ร้องทูลต่อพระเจ้ามิให้ทำลายชนชาติของพระองค์ แล้วพระองค์ก็ทรงเปลี่ยนพระทัย

นี่จึงเป็นเหตุที่พระเจ้าทรงเรียกให้เราอธิษฐาน เพราะคำอธิษฐานของเรานำพาพระกรุณาของพระเจ้าเข้ามาในสถานการณ์ได้

ถ้าคนทำผิด ผลของการทำผิดก็ได้ระบุไว้แล้ว แต่พระเจ้าทรงเมตตาและทรงพร้อมที่จะอภัยเสมอ คำอธิษฐานของเราจึงสามารถแทรกแซงได้ แม้ว่าพระเจ้าจะไม่ทรงเปลี่ยนแปลงในพระลักษณะของพระองค์ แต่ในหลาย ๆ สถานการณ์ พระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐาน พระองค์ทรงมีพระทัยที่ไม่ต้องการให้ผู้ใดพินาศ

ถ้าเราคิดว่าพระเจ้าไม่เปลี่ยนแปลง และไม่อธิษฐาน ก็ไม่ถูกต้อง เพราะในสถานการณ์ต่าง ๆ ทั่วโลก เปลี่ยนได้ด้วยคำอธิษฐาน พระเจ้าทรงสถาปนาการอธิษฐานไว้ให้คนของพระองค์มีอิทธิพลในการเปลี่ยนสถานการณ์ได้ โดยพระเจ้าทรงครอบครองควบคุมอยู่เหนือสุกสิ่ง

7. พระลักษณะอื่น ๆ

  • พระองค์ทรงบริสุทธิ์ ชอบธรรม
  • พระองค์ทรงเป็นองค์ตรีเอกานุภาพ มี 3 พระภาค คือ พระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ

 

ลักษณะทางศีลธรรมของพระเจ้า

เราพอจะเชื่อมโยงพระลักษณะเหล่านี้ได้ เพราะพระเจ้าทรงสร้างเราขึ้นมาตามพระฉายาของพระองค์ แม้จะคล้ายคลึง แต่ระดับของพระองค์นั้นต่างจากของเรานัก

มนุษย์มีความรัก แต่ลึก ๆ ก็ต้องการความรัก ความรักของมนุษย์จึงเทียบไม่ได้เลยกับที่พระเจ้าทรงมี

1. พระเจ้าทรงดี

ทุกสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้าง ทรงเห็นว่าดี เพราะพระองค์ทรงดี ก็เลยสร้างสิ่งที่ดี ๆ ขึ้นมา

ศิลปินจะวาดผลงานของเขาออกจากลักษณะของเขาเอง การแต่งเพลงก็เช่นเดียวกัน เมื่อคนคนหนึ่งผลิตสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ก็จะผลิตจากตัวของเขา

พระองค์ทรงสร้างดีทุกอย่าง มีอยู่สิ่งเดียวที่พระเจ้าเห็นว่าไม่ดี คือเมื่ออาดัมอยู่คนเดียว พระเจ้าบอกว่าไม่ดี จึงได้ทรงสร้างคู่อุปถัมภ์ขึ้นมา

2. พระเจ้าทรงเป็นความรัก

เป็นความรักสูงสุด เป็นความรักที่ได้ทรงส่งพระเยซูคริสต์มาเพื่อเรา

3. พระเจ้าทรงพระเมตตาและทรงพระคุณ

ถ้าพระเจ้าไม่ทรงพระคุณ โลกก็อยู่ยาก

เมื่ออาดัมและเอวาทำบาป ถ้าพระเจ้าไม่ได้ทรงพระคุณ พระองค์อาจจะทำลายโลกใหม่แล้วสร้างใหม่ แต่เพราะพระองค์ทรงพระคุณ ทำให้พระองค์มีพระคุณแล้วมีพระคุณเล่า เป็นพระลักษณะที่เราพึ่งพิง เราพึ่งพิงพระเจ้าได้ เพราะพระองค์ทรงให้แก่เรา แม้ในสิ่งที่เราไม่สมควรได้รับ

พระเจ้าทรงให้อภัยเสมอในความบาปต่าง ๆ ที่มนุษย์ทำ

4. พระเจ้าทรงมีพระเมตตาสงสาร

ความเมตตาสงสาร คือ ความรู้สึกเศร้าใจที่มีต่อความทุกข์ยาก

พระเยซูคริสต์ทรงสงสารฝูงชน คนกำพร้า หญิงหม้าย คนต่างด้าว คนที่ถูกกดขี่ เชลย ทรงสงสารเรา ทรงเห็นท่าทีของเรา

5. พระเจ้าทรงอดทนและกริ้วช้า

ถ้าอ่านพระคัมภีร์เกี่ยวกับอิสราเอล ตั้งแต่ออกจากอียิปต์ จะรู้สึกว่า พวกเขาดื้อจริง ๆ สมควรจะโดนลงโทษ แต่พระเจ้าก็อดกลั้นและกริ้วช้า

6. พระเจ้าทรงเป็นความจริง

พระเยซูคริสต์ทรงเป็นความจริง พระวิญญาณเป็นพระวิญญาณแห่งความจริง พระองค์โกหกไม่ได้ เราจึงไว้ใจพระเจ้าได้อย่างสมบูรณ์

7. พระเจ้าทรงสัตย์ซื่อ

ทรงทำตามทุกสิ่งที่พระองค์ได้ทรงเปิดเผยไว้ในพระคำของพระองค์ หรือเปิดเผยไว้ในชีวิตของเรา
พระสัญญาส่วนใหญ่มีเงื่อนไข ดังเช่น ถ้าอิสราเอลต้องการได้รับการอวยพร เขาก็จะต้องอยู่ในทางของพระเจ้า รักษาพระบัญญัติของพระองค์

พระองค์ทรงซื่อสัตย์ แต่เราต้องทำส่วนของเราด้วย

8. พระเจ้าทรงเที่ยงธรรม

ทรงยุติธรรม การตัดสินลงโทษความบาปด้วยความตายก็มาจากความยุติธรรมของพระเจ้า

การที่พระเยซูคริสต์เสด็จมาสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน ก็มาจากความเที่ยงธรรมของพระองค์ เป็นการแสดงความเที่ยงธรรมและความรักของพระเจ้า

 

สูงสุดของการเปิดเผยสำแดงของพระเจ้า ก็คือ พระเยซูคริสต์

พระบุตรทรงเป็นแสงสะท้อนพระสิริของพระเจ้า และทรงมีสภาวะเป็นพิมพ์เดียวกันกับพระองค์ และทรงผดุงโลกไว้ด้วยพระดำรัสอันทรงฤทธิ์ของพระองค์ เมื่อพระองค์ได้ทรงชำระบาปแล้ว ก็ได้ประทับ ณ เบื้องขวาของพระเจ้าเบื้องบน (ฮีบรู 1:3)

ถ้าเรารู้จักพระบุตร เราก็รู้จักพระเจ้า พระเยซูคริสต์ทรงสะท้อนพระลักษณะของพระเจ้าให้เราได้เห็นได้เข้าใจ เราเห็นพระเจ้าผ่านทางพระองค์

พระกิตติคุณทั้ง 4 เล่มถ้าเราอ่าน เราก็จะพบบุคคลหนึ่งที่น่าทึ่ง

ครั้งหนึ่งข้าพเจ้าตัดสินใจที่อยากจะรู้จักพระเยซูคริสต์ ข้าพเจ้าได้อ่านพระกิตติคุณ เมื่ออ่านแล้ว ข้าพเจ้ารู้สึกว่า พระองค์เป็นบุคคลที่เข้าใจได้ยากมาก เพราะเป็นแบบที่เราไม่เคยเห็นในสังคม พระองค์ไม่ตามสังคม ขณะเดียวกันก็เป็นคนที่พึ่งได้ เพราะว่าพระองค์ทรงจริง และสัตย์ซื่อ คิดอย่างไรก็พูดเช่นนั้น เต็มไปด้วยพระกรุณา พระเมตตาสงสาร ข้าพเจ้าไม่เคยเห็นใครที่เป็นเหมือนพระองค์

ถ้าอยากรู้จักพระเจ้า ให้ศึกษาเรื่องราวของพระเยซู แล้วเราจะรู้จักพระเจ้าในลักษณะบุคคล

เราอาจรู้สึกว่าพระองค์ทรงยิ่งใหญ่ สูงส่ง ไกลเกินเอื้อม เหตุใดพระเจ้าจึงทรงเสด็จมาหาเรา เราไม่มีทางเข้าใจได้ว่าเหตุไร เราไม่อาจเข้าใจพระองค์ได้

บางครั้งเราเห็นพระลักษณะบางอย่างที่เราไม่เข้าใจ เราอย่าเพิ่งทิ้งสิ่งนั้นไป เพราะพระองค์ทรงเป็นพระเจ้า เราก็ไม่สามารถเข้าใจพระองค์ได้ทั้งหมด แต่ถ้าเราอยากเข้าใจพระองค์ได้อย่างใกล้ชิดขึ้น ให้ศึกษาผ่านทางชีวิตขององค์พระเยซูคริสต์

พระองค์อยู่กับเราทุกวันทุกเวลา ทรงไปทำงานกับเราที่ทำงาน ทรงร่วมกับเราในปัญหาต่าง ๆ ในความทุกข์ต่างๆ เข้าใจเราเมื่อเราต้องเจอเพื่อนร่วมงานหรือนายที่เป็นบริบทของเรา พระองค์ทรงเข้าใจ

เพราะว่า เรามิได้มีมหาปุโรหิตที่ไม่สามารถจะเห็นใจในความอ่อนแอของเรา แต่ได้ทรงถูกทดลองใจเหมือนอย่างเราทุกประการ ถึงกระนั้นพระองค์ก็ยังปราศจากบาป (ฮีบรู 4:15)

เวลาที่เราคิดถึงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า ขณะเดียวกันก็รู้ว่าพระองค์ทรงเข้าใจ นี่อาจเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ยาก เพราะพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่จะเข้าใจปัญหาชีวิตของเราได้อย่างไร? เราอาจเข้าใจไม่ได้ว่าพระองค์ทรงเข้าใจเราได้อย่างไร แม้กระนั้นเมื่อพระองค์ตรัสอย่างชัดเจนว่าพระองค์เข้าใจเรา พระองค์ก็ทรงเข้าใจเรา และพระองค์ก็ทรงอยู่ในชีวิตประจำวันของเรา

ถ้าเราดำเนินชีวิตคริสเตียนเพียงเฉพาะวันอาทิตย์ ชีวิตเราจะน่าเบื่อมาก แต่พระเจ้าอยู่กับเราทุกวัน จันทร์-เสาร์ หรืออาทิตย์หลังจากเลิกนมัสการ พระองค์ก็ยังทรงอยู่กับเรา

ข้าพเจ้าผ่านช่วงเวลาที่คิดว่าพระเจ้าไม่อยู่กับข้าพเจ้า เวลานั้นข้าพเจ้ารู้สึกว่าพระเจ้าอยู่ไกล ไม่ตอบคำอธิษฐาน รู้สึกว่าคำอธิษฐานไปไม่ถึงเพดานห้อง แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ขึ้นกับความรู้สึกของเรา สิ่งเหล่านี้ขึ้นอยู่กับความจริงของพระองค์ พระองค์ทรงเป็นองค์อิมมานูเอล สิ่งเหล่านี้เราค้นพบจากชีวิตประจำวันของเรา

การจะรู้จักพระองค์ ไม่ใช่เพียงการอ่านเกี่ยวกับพระองค์ แต่เป็นการใช้เวลากับพระองค์

พระเจ้าทรงทราบความคิด เราต้องระวังด้วยว่าเราคิดอะไร และพระองค์ทรงไปกับเรา ดังนั้นระวังว่าเราจะไปในที่ใด พระองค์ไม่ได้ต้องการให้เราหวาดระแวง แต่ขอที่เราจะใช้เวลากับพระองค์

เมื่อเราอ่านพระคัมภีร์ พระคัมภีร์ไม่ได้พูดเรื่องราวที่เป็นตำนาน แต่เป็นสารที่พูดเรื่องจริงที่พระองค์ทรงสื่อเรื่องราวเกี่ยวกับพระองค์เองให้แก่เรา

 

บทเรียนจากโยนาห์

1 เหตุการณ์นี้ไม่เป็นที่พอใจโยนาห์อย่างยิ่ง และท่านโกรธ
2 ท่านจึงอธิษฐานต่อพระเจ้าว่า "ข้าแต่พระเจ้า เมื่อข้าพระองค์ยังอยู่ในประเทศของข้าพระองค์ ข้าพระองค์พูดแล้วว่าจะเป็นไปเช่นนี้มิใช่หรือ นี่แหละเป็นเหตุให้ข้าพระองค์ได้รีบหนีไปยังเมืองทารชิช เพราะข้าพระองค์ทราบว่า พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้ทรงกอปรด้วยพระคุณ และทรงพระกรุณา ทรงกริ้วช้า และบริบูรณ์ด้วยความรัก มั่นคง และทรงกลับพระทัยไม่ลงโทษ
3 ข้าแต่พระเจ้า เพราะฉะนั้น บัดนี้ ขอพระองค์ทรงเอาชีวิตของข้าพระองค์ไปเสีย เพราะว่าข้าพระองค์ตายเสียก็ดีกว่าอยู่"
4 และพระเจ้าตรัสว่า "การที่เจ้าโกรธเช่นนี้ดีอยู่หรือ"
5 แล้วโยนาห์ก็ออกไปนอกนคร นั่งอยู่ทางทิศตะวันออกของเมืองนั้น และท่านทำเพิงไว้เป็นที่ท่านอาศัย ท่านนั่งอยู่ใต้ร่มเพิงคอยดูเหตุการณ์อันจะเกิดขึ้นกับนครนั้น
6 และพระเจ้าทรงกำหนดให้ต้นละหุ่งต้นหนึ่ง งอกขึ้นมาเหนือโยนาห์ ให้เป็นที่กำบังศีรษะของท่าน เพื่อให้บรรเทาความร้อนรุ่มกลุ้มใจในเรื่องนี้ เพราะเหตุต้นละหุ่งต้นนี้โยนาห์จึงมีความยินดียิ่งนัก
7 แต่ในเวลาเช้าวันรุ่งขึ้น พระเจ้าทรงกำหนดให้หนอนตัวหนึ่งมากัดกินต้นละหุ่งต้นนั้น จนมันเหี่ยวไป
8 เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้นแล้ว พระเจ้าทรงกำหนดให้ลมตะวันออกที่ร้อนผากพัดมา และแสงแดดก็แผดลงบนศีรษะของโยนาห์จนท่าน อ่อนเพลียไปและท่านก็ทูลขอว่า ให้ท่านตายเสียเถิด ท่านว่า "ข้าตายเสียก็ดีกว่าอยู่"
9 แต่พระเจ้าตรัสกับโยนาห์ว่า "ที่เจ้าโกรธเพราะต้นละหุ่งนั้นดีอยู่แล้วหรือ" ท่านทูลว่า "ที่ข้าพระองค์โกรธถึงอยากตายนี้ดีแล้ว พระเจ้าข้า"
10 และพระเจ้าตรัสว่า "เจ้าหวงต้นไม้ซึ่งเจ้ามิได้ลงแรงปลูก หรือมิได้กระทำให้มันเจริญ มันงอกเจริญขึ้นในคืนเดียว แล้วก็ตายไปในคืนเดียวดุจกัน
11 ไม่สมควรหรือที่เราจะหวงเมืองนีนะเวห์นครใหญ่นั้น ซึ่งมีพลเมืองมากกว่าหนึ่งแสนสองหมื่นคน ผู้ไม่ทราบว่าข้างไหนมือขวาข้างไหนมือซ้าย และมีสัตว์เลี้ยงเป็นอันมากด้วย" (โยนาห์ 4:1-11)

งานของโยนาห์ เป็นงานที่ง่ายมาก แต่เพราะความดื้อของเขา จึงต้องพบกับปัญหา และเมื่อประกาศกับนีนะเวห์ ประชาชนก็กลับใจ และพระเจ้าก็มิได้ทรงโทษ คำเผยพระวจนะของโยนาห์ที่ว่าพระเจ้าจะทำลายเมืองนีนะเวห์ก็ไม่เป็นจริง เพราะว่าพวกเขากลับใจใหม่

โยนาห์ อยากให้คำทำนายของท่านสำเร็จ เพราะเมืองนีนะเวห์เป็นศัตรูกับอิสราเอล ท่านเอาแต่ใจตัวเอง และโยนาห์ก็ยังคงยืนยันสิ่งที่เขาคิดว่าถูก

และสิ่งหนึ่งที่ข้าพเจ้ารู้สึก ข้าพเจ้าคิดว่าโยนาห์ไม่มีวุฒิภาวะ เพราะว่าเขาโวยวายกับเรื่องต้นละหุ่ง ซึ่งเป็นของพระเจ้า เมื่อพระเจ้าใช้ไปก็ไม่ไป เมื่อทำแล้วไม่ได้ดังใจก็ไม่พอใจ และสุดท้ายเขาก็ยังคงไม่กลับใจ

พระเจ้าทราบหรือไม่ว่าโยนาห์เป็นเช่นนี้? พระเจ้าทรงสัพพัญญู พระองค์ทรงทราบว่าพระองค์เป็นเช่นนี้ พระองค์ก็ยังใช้ท่าน เช่นเดียวกัน พระเจ้าก็ทรงใช้เราทุกคนได้ พระเจ้าทรงน่ารัก และทรงพระคุณ

ขณะเดียวกัน พระเจ้าทรงใจเย็น กริ้วช้า อดกลั้นพระทัย มีเหตุผล สอนด้วยการเปรียบเทียบ เต็มด้วยพระเมตตา มีพระคุณ ทรงยิ่งใหญ่ ให้ต้นละหุ่งงอกและให้หนอนกินต้นไม้นั้นได้ นอกจากนี้ยังทรงอารมณ์ขัน ให้ต้นละหุ่งมาเพื่อให้ใจเย็น แต่วันต่อมาก็ส่งหนอน และส่งลมตะวันออกมาอีก ทั้งนี้เพื่อสอนโยนาห์

พระเจ้ารักโยนาห์หรือไม่? บางครั้งเราก็เป็นเช่นเดียวกัน พระเจ้าทรงทำให้ต้นละหุ่งโตขึ้น งอกขึ้นมาบังแดดให้เรา แม้ในเวลาที่เราทำผิด หรือมีท่าทีในใจที่ผิด เสร็จแล้วพระองค์ก็ทรงสอนให้เราได้เรียนรู้ด้วยประสบการณ์ของตัวเอง ของที่ไม่ได้ปลูกแต่ให้ประโยชน์ท่านยังหวง แล้วคนเหล่านั้นที่พระเจ้าทรงสร้างขึ้นมาตามพระฉายของพระองค์เล่าพระเจ้าจะมิได้ทรงหวงหรือ?

วันหนึ่ง ข้าพเจ้าไปขึ้นรถที่จตุจักร ข้าพเจ้าได้พบกับขอทานคนหนึ่ง มาขอเงิน ดูสติไม่ปกติ เขย่าถ้วยเงิน แล้วเที่ยวขอเงิน ข้าพเจ้าก็ทราบว่า พระเจ้าก็รักเขาเช่นกัน

เมื่อเราซาบซึ้งพระลักษณะของพระองค์ ให้เราเรียนสิ่งเหล่านี้ให้เข้ามาในชีวิตของเรา

 

เมื่อเรานมัสการอะไร เราก็จะเป็นเช่นนั้น

ผู้ที่ทำรูปเหล่านั้นจะเป็นเหมือนรูปเหล่านั้น เออ บรรดาผู้ที่วางใจในรูปเหล่านั้น ก็เช่นกัน (สดุดี 115:8)

ถ้าเรานมัสการพระเจ้า คืออยู่กับพระองค์ ใช้เวลากับพระองค์ เราจะเป็นเหมือนพระองค์มากขึ้น

เมื่อเราสนิทกับใคร ใช้เวลาร่วมกัน ก็จะมีการซึมซาบอะไรบางอย่าง

สามีของข้าพเจ้าดมยาดม เพราะว่าข้าพเจ้าดมยาดมด้วยเช่นกัน

ข้าพเจ้ากินหวานน้อย เขาก็เริ่มชอบกินหวานน้อย

ข้าพเจ้าไม่ชอบกินช็อกโกแลต แต่ต่อมาข้าพเจ้าก็ชอบกินเช่นเดียวกับเขา

บางครั้งเรามานมัสการ แต่ไม่ได้นมัสการ เพราะเราไม่ได้อยู่กับพระเจ้า แล้วการที่เรามาอยู่ในเวลานั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของเราเลย

ในการนมัสการ เราจะต้องมาอยู่กับพระองค์

เรานมัสการพระใด เราก็จะเป็นเหมือนเช่นนั้น

เวลาเราเข้าหาพระเจ้า อยู่กับพระเจ้า เราก็จะเป็นเหมือนพระองค์ รับจากพระองค์

มีคนหนึ่ง ไม่ได้ไปนมัสการที่โบสถ์นานมาก แลวันหนึ่งข้าพเจ้าได้โทรคุยกับเขา เขาบอกว่า เขาไม่กล้ามาโบสถ์ เพราะว่าเขาไม่มีเพื่อน และไม่รู้ว่าจะต้องทำหน้าอย่างไร

ข้าพเจ้าก็ตอบว่า "ทำหน้าเหมือนเดิม อย่าเพิ่งคิดว่าคนอื่นจะมาตัดสินเรา เพราะนี่เป็นเพียงความรู้สึก ขอที่จะผ่านความรู้สึก"

บางครั้ง เราก็อาจไม่ได้ทำให้คนเห็นพระเจ้าเท่าไร ขอพระเจ้าช่วยเรา พระเจ้าทรงพระกรุณา ทรงประทานโอกาส ทรงช่วยเหลือ ทรงดำรงอยู่นิรันดร์ มิได้ถูกำหนดด้วยเวลา และพระองค์ไม่ทรงเปลี่ยนแปลง

จากเรื่องของโยนาห์ตอนนี้ พระองค์ก็เป็นพระเจ้าที่อยู่ในชีวิตของเรา และพระเจ้าก็ deal กับเราเช่นนี้ คือ ทรงพระกรุณา อดทน กริ้วช้า ให้โอกาส เต็มด้วยความคิดสร้างสรรค์

 

นอกจากนี้ พระเจ้าร้องเพลงเสียงดัง

พระเยโฮวาห์พระเจ้าของเจ้าอยู่ท่ามกลางเจ้า เป็นนักรบผู้ประทานความมีชัย พระองค์ทรงเปรมปรีดิ์เพราะเจ้าด้วยความยินดี พระองค์จะทรงรื้อฟื้นเจ้าใหม่ด้วยความรักของพระองค์ พระองค์จะทรงเริงโลดเพราะเจ้าด้วยร้องเพลงเสียงดัง (เศฟันยาห์ 3:17)

พระเจ้าดีใจเพราะเรา พระองค์ทรงรักเรา พระองค์ทรงเรารักมาก พระองค์ทรงยินดีและเปรมปรีดิ์ในเรา ถ้าเรารู้เช่นนี้ เราก็จะไม่แสวงหาให้คนอื่นมายินดีในเรา เพราะพระองค์ทรงเติมเต็มในชีวิตของเรา

เมื่อมีรุ้งที่เมฆ เราจะดูรุ้งนั้น และระลึกถึงพันธสัญญาถาวร ระหว่างพระเจ้ากับบรรดาสัตว์โลกที่มีชีวิต ซึ่งอยู่บนแผ่นดินโลก" (ปฐมกาล 9:16)

เมื่อเราดูรุ้ง ให้เรารู้ว่าพระเจ้าก็ทรงดูรุ้งนั้นอยู่เช่นกัน พระองค์มีคำสัญญาต่อเรา

เพราะพระองค์ทรงเป็นพระบิดาของข้าพระองค์ทั้งหลาย แม้อับราฮัมมิได้รู้จักข้าพระองค์ และอิสราเอลหาจำข้าพระองค์ได้ไม่ ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ทรงเป็นพระบิดาของข้าพระองค์ทั้งหลาย พระนามของพระองค์คือพระผู้ไถ่ของข้าพระองค์แต่เก่าก่อน (อิสยาห์ 63:16)

เพราะภูเขาอาจจะพรากจากไป และเนินอาจจะคลอนแคลน แต่ความรักมั่นคงของเราจะไม่พรากไปจากเจ้า และพันธสัญญาแห่งสันติภาพของเราจะไม่คลอนแคลนไป พระเจ้าผู้มีความสมเพชต่อเจ้าตรัสดังนี้ (อิสยาห์ 54:10)

ผู้หญิงจะลืมบุตรที่ยังกินนมของนาง และจะไม่เมตตาบุตรจากครรภ์ของนางได้หรือ" แม้ว่าคนเหล่านี้ยังลืมได้ กระนั้นเราก็จะไม่ลืมเจ้า (อิสยาห์ 49:15)

พระองค์ทรงมีพระสัญญาเจาะจงสำหรับเราแต่ละคนเป็นการส่วนตัว ทรงสัตย์ซื่อที่จะรักษาพระสัญญา

เราอ่านพระคัมภีร์เพื่อจะรู้จักพระเจ้า มีพระคัมภีร์หลายตอนที่จะบอกว่าพระองค์ทรงน่ารักเพียงไร

ตอนท้ายของพระธรรมโยนาห์ ได้บอกแก่เราว่าพระเจ้าทรงห่วงมนุษย์ และห่วงสัตว์ด้วย เรานมัสการพระเจ้าที่สุดยอด

สิ่งเหล่านี้เป็นพระลักษณะทางศีลธรรมของพระองค์และลักษณะเฉพาะของพระองค์ ทำให้เราสามารถวางใจพระองค์ได้ในทุกเรื่อง

เราแต่ละคนมีเรื่องที่หนักใจอยู่ ข้าพเจ้าก็มี พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าของเรา ลักษณะพระเจ้าที่เรารับรู้ในวันนี้ให้ความเข้าใจว่าเราพึ่งพิงในพระเจ้าได้ เราวางทุกสิ่งไว้กับพระเจ้าได้ เราเข้าหาพระเจ้าได้ พระองค์ทรงเรียกให้เรามาใกล้พระองค์ พระเจ้าไม่ได้เป็นพระเจ้าที่ไม่มีเวลา เพราะพระองค์ไม่ทรงถูกจำกัดด้วยเวลา พระองค์ไม่เคยไม่มีเวลาให้กับเรา แต่ผู้ที่ไม่มีเวลาคือเราเอง

ข้าพเจ้าขอเชิญชวน ให้เราทำความรู้จักพระเจ้า

ให้เรารู้จักให้เราพยายามรู้จักพระเจ้า การที่พระองค์เสด็จออกก็แน่นอนเหมือนอรุณ พระองค์จะเสด็จมาหาเราอย่างห่าฝน ดังฝนชุกปลายฤดูที่รดพื้นแผ่นดิน (โฮเชยา 6:3)

อย่าใช้ชีวิตแบบทิ้งขว้าง เรามีชีวิตเดียว ขอที่เราจะใช้ชีวิตอย่างดี ที่เราจะมีชีวิตที่รู้จักผูกพันกับพระเจ้า

 

อ. ตรูจิตต์ นีเดอร์เรอร์

คำเทศนารายการเพื่อคุณ คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 20/03/2011

เรื่อง พระลักษณะของพระเจ้า

สรุปโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

 

  • ถ้าท่านอ่านแล้ว มีความปรารถนาที่จะเปิดใจออก อธิษฐานทูลเชิญพระเยซูคริสต์เสด็จเข้ามาในชีวิตของท่าน และเป็นพระเจ้าของท่าน กรุณาไปที่หน้า คำอธิษฐาน

  • ถ้าคุณอ่านแล้วสนใจ กรุณาติดต่อคริสตจักรใกล้บ้านท่านได้เลยครับ หรือถ้าหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ก็ติดต่อโดยตรงได้ที่อีเมลของผมเลยครับ ton@followhissteps.com