พระคำนำการฟื้นฟู

FollowHisSteps.com
 

ในชีวิตของเราในคริสตจักร ก็จะได้พบเห็นคนมากมายที่ประสบความสำเร็จในอดีต และเราก็ได้ติดตามขึ้นมา เชื่อว่าเราทุกคนคิดถึงเรื่องความสำเร็จในชีวิต และอยากที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต

แต่ทว่าในวันนี้ จะไม่พูดถึงเพียงแค่ความสำเร็จในโลกนี้ เพราะความสำเร็จของเรา อาจไม่ใช่ความสำเร็จที่พระคำของพระเจ้าได้กล่าวถึง

อยากให้ชีวิตของเราได้รับการฟื้นฟูไม่ใช่เพียงแค่บางด้าน เพราะชีวิตที่เราได้ ไม่ช่เพียงแค่ลมหายใจที่มี แต่ขอที่เราจะมีชีวิตที่จำเริญขึ้นในทุกด้าน ทั้งด้านกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ

ทางด้านกายภาพเรามีสิ่งของมากมาย แต่ถ้าใจไม่มีชีวิต สิ่งที่เรามีก็ไม่มีคุณค่าอะไรเลย ดังเช่นที่มีหลายคนหมดหวังในชีวิต ไม่สามารถมีความสุขกับสิ่งที่เขามีได้ เพราะเขาขาดชีวิตที่อยู่ภายใน

เมื่อเราดูสถานการณ์ในโลกนี้ เราจะพบได้อย่างชัดเจนว่าเราอยู่ในยุคสุดท้าย ซึ่งบางคนอาจบอว่าได้ยินมานานแล้วว่ายุคสุดท้าย ตั้งแต่สมัยอัครทูตก็ได้บอกว่ายุคสุดท้าย แต่แท้จริงแล้ว เราอยู่ในท้ายสุดของยุคสุดท้ายจริง ๆ เราจะต้องตระหนักที่จะเตรียมชีวิตให้พร้อม เพื่อที่จะสามารถยืนหยัดในยุคสุดท้ายนี้ เพราะการล่อลวงจะเยอะมาก แม่แต่ผู้เชื่ออาจโดนล่อลวงให้หลงได้

มารได้ชื่อว่าเป็นเจ้าแห่งการล่อลวง มันล่อลวงคนของพระเจ้า ถ้าเราไม่สามารถยืนหยัดนการทดลองต่าง ๆ ได้ ก็อย่าคิดว่าเราจะสามารถผ่านพ้นการทดลองในยุคที่มืดมิดได้ เพราะมารจะทำทุกอย่างเพื่อทำลายมนุษย์ที่พระเจ้าทรงสร้าง ล่อลวงให้ผู้ที่ติดตามพระเจ้าต้องเลิกราไป ไม่อยู่ในทางของพระเจ้า

"เราเป็นเถาองุ่น ท่านทั้งหลายเป็นแขนง ผู้ที่เข้าสนิทอยู่ในเราและเราเข้าสนิทอยู่ในเขา ผู้นั้นก็จะเกิดผลมาก เพราะถ้าแยกจากเราแล้วท่านจะทำสิ่งใดไม่ได้เลย" (ยอห์น 15:5)

ผลที่เกิดขึ้น ขอที่จะเป็นผลที่คงอยู่ ไม่ใช่หยุดเพียงแค่โลกนี้ เพราะพระเจ้าทรงต้องการให้เราเกิดผลเช่นนี้ ซึ่งเป็นความสำเร็จในสายพระเนตรพระเจ้า

เราอาจมีงานที่ดี มีเงินเดือนสูง ได้รับความนับถือ แต่ในสายพระเนตรพระเจ้า เราอาจไม่ใช่ผู้ที่ประสบความสำเร็จเลย

 

สิ่งที่เราต้องตระหนักเสมอ คือ เราต้องไม่เหมือนกับคนในยุคนี้

"อย่าประพฤติตามอย่างคนในยุคนี้ แต่จงรับการเปลี่ยนแปลงจิตใจ แล้วอุปนิสัยของท่านจึงจะเปลี่ยนใหม่ เพื่อท่านจะได้ทราบน้ำพระทัยของพระเจ้า จะได้รู้ว่าอะไรดี อะไรเป็นที่ชอบพระทัยและอะไรดียอดเยี่ยม" (โรม 12:2)

พระเจ้าทรงอยากให้ชีวิตของเราได้รับการเปลี่ยนแปลง เพราะว่าชีวิตของเรามีพระเจ้า วิถีชีวิตของเราจะต้องแตกต่างจากผู้ที่ไม่มีพระเจ้า

ศาสนาในโลกนี้ เป็นเรื่องของปรัชญา ที่ให้ข้อคิด และหลักการดำเนินชีวิต แต่เราผู้เชื่อพระเจ้า เราไม่ได้นับถือศาสนา แต่เรามีความสัมพันธ์กับพระเจ้า

บางคนได้นมัสการในโบสถ์ที่เก่าแก่ และมีบรรพบุรุษเป็นผู้ที่สร้างโบสถ์ขึ้นมา เป็ผู้เชื่อพระเจ้ามาหลายอายุคน คนเหล่านี้หลายคนอาจไม่รู้ว่าได้เชื่อพระเจ้าด้วยตัวเองหรือไม่ หรือเชื่อเพราะพ่อแม่พามาโบสถ์ตั้งแต่ยังอยู่ในท้อง แต่สำหรับชีวิตคริสเตียนแล้ว เราจะต้องรู้จักกับพระเจ้าเป็นการส่วนตัว เพราะเรื่องของพระเจ้า ไม่ใช่เรื่องที่จะตามใครได้ แต่เป็นสิ่งที่เราจะต้องประจักษ์แจ้งด้วยตัวเอง ด้วยประสบการณ์ของเราเอง

ถ้าเราจะคิดถึงสวัสดิภาพของเราว่ามาจากบริษัท มาจากการปกครองของรัฐบาล หลายคนคงจะไม่อยากเกิดเป็นคนไทย แต่ความจริงแล้ว เราเป็นประชากรของพระเจ้า  สวัสดิภาพของเรามาจากพระเจ้า มาจากการที่เราเป็พลเมืองที่อยู่ภายใต้การปกครองของพระเจ้า องค์พระเยซูคริสต์ทรงปกครองอยู่เหนือชีวิตของเรา

ถ้าเราตระหนักว่าสวัสดิภาพของเรามาจากพระเจ้า เราก็จะไม่ใชเวลาที่จะจัดเตรียมเพื่อตัวเอง ไม่พยายามหาสวัสดิภาพให้ตัวเอง และเราก็จะจำเป็นที่จะกระทำตามกฎกติกาของพระเจ้า

พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ให้มีทุกอย่าง พระองค์ทรงสร้างเรามาโดยที่พระองค์ทรงจัดเตรียมทุกอย่างอย่างพร้อมแล้วจึงสร้างเราขึ้นมา และพระองคทรงสร้างเราให้ปกครองโลกนี้ร่วมกับพระองค์

แต่ถ้าเราไม่กระทำตามพระวจนะของพระเจ้า เราก็จะถูกปกครองโดยโลกนี้ เราก็จะหากินเลี้ยงชีพในโลกนี้ด้วยความยากลำบาก แต่เมื่อเราอยู่ภายใต้การปกครองของพระเจ้า เราอยู่ในอาณาจักรของพระองค์ พระองค์จะทรงดูแลชีวิตของเรา ให้สวัสดิภาพแก่เรา

"แต่ท่านทั้งหลายจงแสวงหาแผ่นดินของพระเจ้า และความชอบธรรมของพระองค์ก่อน แล้วพระองค์จะทรงเพิ่มเติมสิ่งทั้งปวงเหล่านี้ให้" (มัทธิว 6:33)

ขอที่เราจะจัดลำดับความสำคัญในชีวิต เพื่อเราจะสามารถประสบความสำเร็จในชีวิต

 

พระเจ้าทรงสร้างเราเพื่ออะไร และพระองค์ทรงมีกติกาอย่างไร?

เราจะต้องปกครองโลกนี้ร่วมกับพระองค์ เราจะต้องมีอำนาจเหนือสิ่งที่มีอิทธิพลในโลกนี้ ซึ่งเป็นเจ้าแห่งโลกนี้ คือ วิญญาณชั่ว

"แต่นี้ไปเราจะไม่สนทนากับท่านทั้งหลายนานเช่นนี้อีก เพราะว่าเจ้าโลกจะมา ผู้นั้นไม่มีสิทธิอำนาจอะไรเหนือเรา" (ยอห์น 14:30)

ตั้งแต่เริ่มแรก พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ให้ปกครอง ให้ครอบครอง มนุษย์มีอำนาจเหนือแผ่นดิน แต่จากผลของบาปจากการไม่เชื่อฟัง สิทธิที่พระเจ้าประทานให้นี้ก็ตกสู่มาร มารจึงเป็นเจ้าโลก และสร้างความปั่นป่วน สร้างปัญหา

คนของพระเจ้าจะปกครองร่วมกับพระองค์ เราจะต้องมีอำนาจเหนือเจ้าโลก ซึ่งจะมีอำนาจนี้ได้ด้วยการดำเนินอยู่ในพระเจ้า

เราทุกคนที่เชื่อได้รับความรอด เพราะนี่เป็นพระคุณทีพระเจ้าประทานแก่เรา แต่มรดกฝ่ายวิญญาณ เป็นเรื่องที่เราต้องทำ

เมื่อเป็นลูกของพระเจ้า เราก็เป็นทายาทของพระองค์ เราจึงมีสิทธิที่จะรับมอบทรัพย์สมบัติของพระองค์

"1 ข้าพเจ้าหมายความว่า ตราบใดที่ทายาทยังเป็นเด็กอยู่ เขาก็ไม่ต่างอะไรกับทาสเลย ถึงแม้เขาจะเป็นเจ้าของทรัพย์สมบัติทั้งปวง
2 แต่เขาก็อยู่ใต้บังคับของผู้ปกครองและผู้ดูแลทรัพย์ จนถึงเวลาที่บิดาได้กำหนดไว้
3 ฝ่ายเราก็เหมือนกัน เมื่อเป็นเด็กอยู่ เราก็เป็นทาสของวิญญาณต่างๆแห่งสากลจักรวาล
4 แต่เมื่อครบกำหนดแล้วพระเจ้าก็ทรงใช้พระบุตรของพระองค์มา ประสูติจากสตรีเพศและทรงถือกำเนิดใต้ธรรมบัญญัติ
5 เพื่อจะทรงไถ่คนเหล่านั้นที่อยู่ใต้ธรรมบัญญัติ เพื่อให้เราได้รับฐานะเป็นบุตร
6 และเพราะท่านเป็นบุตรของพระเจ้าแล้ว พระองค์จึงทรงใช้พระวิญญาณแห่งพระบุตรของพระองค์ เข้ามาในใจของเรา ร้องว่า 'อาบา' คือ พระบิดา
7 เหตุฉะนั้นโดยพระเจ้า ท่านจึงไม่ใช่ทาสอีกต่อไป แต่เป็นบุตร และถ้าเป็นบุตรแล้ว ท่านก็เป็นทายาท" (กาลาเทีย 4:1-7)

พระเจ้าทรงอยากให้เราครอบครอง ให้เรารับมรดกจากพระองค์ ให้เราได้รับทรัพย์สมบัติทุกสิ่งที่พระเจ้าทรงสัญญาที่จะมอบให้กับบุตรของพระองค์

แต่ถ้าทายาทเป็นเด็กอยู่ ก็จะไม่ต่างจากทาส แม้พระเจ้ามีสิ่งต่าง ๆ ที่เตรียมให้ เขาก็ไม่สามารถที่จะรับมรดกเหล่านั้นได้

ขอที่เราจะประสบความสำเร็จตามสายพระเนตรของพระเจ้า คือ ที่จะครอบครองร่วมกับพระองค์ แล้วเราจะไม่เป็นเด็กอีกต่อไป แต่เราจะเป็นทายาท ที่พระเจ้าจะสามารถประทานพระสัญญาให้สำเร็จในชีวิตของเราได้

 

"19 ด้วยว่าสรรพสิ่งที่ทรงสร้างแล้ว มีความเพียรคอยท่าปรารถนาให้บุตรทั้งหลายของพระเจ้าปรากฏ
20 เพราะว่าสรรพสิ่งเหล่านั้นต้องเข้าอยู่ในอำนาจของอนิจจัง ไม่ใช่ตามใจชอบของตนเอง แต่เป็นไปตามที่พระเจ้าได้ทรงให้เข้าอยู่นั้น
21 ด้วยมีความหวังใจว่า สรรพสิ่งเหล่านั้นจะได้รอดจากอำนาจแห่งความเสื่อมสลาย และจะเข้าในเสรีภาพและศักดิ์ศรีแห่งบุตรทั้งหลายของพระเจ้า
22 เรารู้อยู่ว่าบรรดาสรรพสิ่งที่ทรงสร้างนั้นกำลังคร่ำครวญ และผจญความทุกข์ยากด้วยกันมาจนทุกวันนี้
23 และไม่ใช่เท่านั้น แต่เราทั้งหลายเองด้วย ผู้ได้รับพระวิญญาณเป็นผลแรก ตัวเราเองก็ยังคร่ำครวญคอยการที่พระเจ้าทรงให้เป็นบุตร คือที่จะทรงให้กายของเราทั้งหลายรอดตาย" (โรม 8:19-23)

พวกเราเป็นบุตรของพระเจ้า แต่เราได้ชื่อว่าเป็บุตรที่จะเติบโตเป็นทายาทแล้วหรือยัง?

สิ่งต่าง ๆ ที่พระเจ้าทรงสร้างในโลกนี้ กำลังรอคอยเราผู้ซึ่งเป็นทายาทให้ปรากฎขึ้น และนำสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้างให้เข้าอยูในที่ที่ควรจะเป็น

พระเจ้าทรงสร้างทุกอย่างดี และให้มนุษยเป็นผู้ปกครอง แต่เมื่อมนุษย์ไม่ได้ปกครอง กลับกลายเป็นมารที่ปกครองโลกนี้ ทุกสิ่งก็เสื่อมสลาย แต่บัดนี้ ขอที่เราจะปกครองร่วมกับพระเจ้า เพื่อรื้อฟื้นสิ่งต่าง ๆ ให้เข้าสู่ศักดิ์ศรีของพระองค์ เมื่อเราปรากฎความเป็นผู้ใหญ่ในพระคริสต์ ไม่ใช่เป็นเพียงแค่เด็กทารก

เมื่อเราอยู่ภายใต้การปกครองของพระา พระองค์ก็ทรงมีกฎเกณฑ์ของพระองค์ ที่จะให้เราปฏิบัติตาม

เราอยู่ในระเทศไทย เรามีกฎหมาย เช่นเดียวกันเมื่อเราอยู่ในพระเจ้า เราก็มีกฎเกณฑ์เช่นกัน นั่นคือ มาตรฐานของพระเจ้า ซึ่งมีไว้สำหรับแผ่นดินที่พระองค์ทรงครอบครองอยู่

"ขอให้แผ่นดินของพระองค์มาตั้งอยู่ ขอให้เป็นไปตามพระทัยของพระองค์ ในสวรรค์เป็นอย่างไรก็ให้เป็นไปอย่างนั้นในแผ่นดินโลก" (มัทธิว 6:10)

พระเจ้าทรงใช้เรา ที่จะเป็นผู้ที่ทำให้แผ่นดินของพระเจ้าได้ปรากฎในโลกนี้ ให้ทุกสิ่งเกิดขึ้นผ่านทางเรา และพระเจ้าจะทรงจัดเตรียมทุกสิ่งให้เรา เราจะต้องทำให้น้ำพระทัยของพระองค์สำเร็จ เราจะต้องนำการปกครองของพระเจ้ามาสู่โลกนี้ โลกนี้กำลังรอคอยลูกของพระเจ้าที่จะเข้าประจำตำแหน่ง และกระทำการ

เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 28 ได้แสดงให้เราเห็น 2 เส้นทาง คือ เส้นทางที่ดำเนินตามทางของพระเจ้า และเส้นทางที่เป็นผลจากการไม่เชื่อฟัง ทำให้เราเห็นได้ชัดเจนว่า พระคำของพระเจ้ามีความสำคัญมาก

"พระวจนะของพระองค์เป็นโคมสำหรับเท้าของข้าพระองค์ และเป็นความสว่างแก่มรรคาของข้าพระองค์" (สดุดี 119:105)

ถ้าเราเดินตามทางของพระองค์ เราจะได้รับการปกป้อง มารซาตานจะไม่มีอิทธิพลในชีวิตเรา แม้ว่ามันจะเป็เจ้าโลก แต่มันก็จะแตะและทำอะไรเราไม่ได้ เพราะสวัสดิภาพของเราอยู่ในพระองคเมื่อเราดำเนินในทางของพระองค์

มารมาเพื่อลัก ฆ่า และทำลาย ถ้าเราเปิดทางให้มันทำงานของมันได้ เราก็จะไม่มีความสุขในสรรพสิ่งที่พระเจ้าประทานให้ได้

หลายคน ได้แยกเรื่องของจิตวิญญาณออกจากชีวิตประจำวัน หกวันทำตามกติกาของโลกนี้ และเป็นคริสเตียนเพียงแค่วันอาทิตย์ แท้จริงแล้ว ชีวิตของเราจะต้องเป็นเครื่องบูชาที่ถวายแด่พระเจ้าตลอดเวลา เพราะในการนมัสการพระเจ้า เราจะต้องถวายตัวเป็นเครื่องบูชาแด่พระเจ้ตลอดเวลา ไม่ว่าเราอยู่ที่ใดก็ตาม

ถ้าเราอยู่ในอาณาจักรของพระเจ้า พระคำของพระองค์จะเป็นกฎเกณฑ์ให้แก่เรา พระเจ้าผู้ทรงเป็นเจ้าเหนือชีวิตเรา จะจัดเตรียมแก่เรา ตามทรัพย์อันรุ่งเรืองของพระองค์

ถ้าเราให้พระเจ้าเป็นผู้จัดเตรียม เราจะไม่ขาดสิ่งใดเลย แต่ถ้าเราจัดเตรียมเพื่อตัวเราเอง โลกนี้จะแย่ลง

ประเทศไทยเป็นประเทศที่ปล่อยก๊าซที่ทำให้โลกร้อนเป็อันดับที่ 31 ของโลก ทั้ง ๆ ทีเป็นประเทศเล็ก ๆ และประเทศไทยจะต้องเจออะไรอีกมากมาย ถ้าเราไม่เตรียมชีวิตเรา แล้วเราจะยืนหยัดได้อย่างไร

 

"7 เพียงแต่จงเข้มแข็งและกล้าหาญยิ่งเถิด ระวังที่จะกระทำตามธรรมบัญญัติทั้งหมด ซึ่งโมเสสผู้รับใช้ของเราได้บัญชาเจ้าไว้นั้น อย่าหลีกเลี่ยงจากธรรมบัญญัตินั้นไปทางขวามือหรือทางซ้าย เพื่อว่าเจ้าจะไปในถิ่นฐานใดเจ้าจะได้รับความสำเร็จ อย่างดี
8 อย่าให้หนังสือธรรมบัญญัตินี้ห่างเหินไปจากปากของเจ้า แต่เจ้าจงตรึกตรองตามนั้นทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อเจ้าจะได้ระวังที่จะกระทำตามข้อความที่เขียนไว้นั้น ทุกประการ แล้วเจ้าจะมีความจำเริญ และเจ้าจะสำเร็จผลเป็นอย่างดี
9 เราสั่งเจ้าไว้แล้วมิใช่หรือว่าจงเข้มแข็งและกล้าหาญเถิด อย่าตกใจหรือคร้ามกลัวเลย เพราะว่าเจ้าไปในถิ่นฐานใด พระเยโฮวาห์พระเจ้าของเจ้าทรงสถิตกับเจ้า" (โยชูวา 1:7-9)

เราจะเข้มแข็งและกล้าหาญได้ ด้วยการดำเนินตามธรรมบัญญัติของพระเจ้า และถ้าเราทำตามพระเจ้า เราจะดำเนินประประสบความสำเร็จ

โยชูวามีความกลัว เพราะสถานการณ์ที่เขาต้องเผชิญ

โยชูวาได้ติดตามโมเสส เห็นการนำของพระเจ้าผ่านทางโมเสสมาตลอด ได้เห็นการดูแลของพระเจ้า แต่เวลานั้น โยชูวาจะต้องเป็นผู้ที่จะนำอิสราเอลแล้ว และไม่มีโมเสสอีกแล้ว เขาจะต้องนำอิสราเอลเข้าสู่ดินแดนแห่งพันธสัญญา จะต้องข้ามจอร์แดนเข้าไป เขาจะต้องก้าวข้ามแม่น้ำจอร์แดนในช่วงเวลาที่น้ำหลากที่สุด ไหลเชี่ยวที่สุด และเป็นทางที่ไม่เคยไปมาก่อน เมื่อข้ามไปแล้ว ท่านยังจะต้องนำอิสราเอลจัดการกับชนชาติอีก 7 ชาติ ซึ่งมีร่างกายขนาดใหญ่ ดูแล้วไม่น่าจะสามารถเอาชนะได้

แต่พระเจ้าไม่ได้ต้องการให้เราเพียงได้รับความรอด หรือผ่านทะเลแดง ถ้าเราพอใจเพียงแค่ความรอด พระโลหิตของพระเจ้าก็ได้ชำระแล้ว หรือได้ออกจากอียิปต์ก็พอแล้ว แต่เราจะไปไม่ถึงเป้าหมายในชีวิตของเรา

ชีวิตของเราอาจคล้ายกับโยชูวา เราจะต้องเผชิญกับสถานการณ์ข้างหน้าอีกมากมาย แต่เราขอที่เราจะมุ่งมั่น เพื่อที่เราจะประสบความสำเร็จ โดยการทำสิ่งที่พระาเรียกให้เราทำสำเร็จ ดังเช่นที่พระเยซูคริสต์ทรงอยู่ในโลกนี้ไม่นาน แต่ทรงทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้าให้สำเร็จ

พระเจ้ามีพระประสงค์สำหรับชีวิตของเราทุกคน ถ้าเราอยากสำเร็จ เราจะต้องรู้ว่าพระเจ้าเรียกเราเพื่ออะไร เราจะต้องตระหนักถึงวันเวลาที่เราดำเนินชีวิตอยู่ เพื่อเราจะเข้าอยู่ภายใต้การปกครองของพระเจ้า และไปให้ถึงการทรงเรียกของพระเจ้า

สิ่งที่พระคัมภีร์เน้นต่อโยชูวา คือ "เข้มแข็งและกล้าหาญ" และ "ยึดตามพระบัญญัติของพระเจ้า"

พระคำของพระเจ้าสำคัญเพียงไร?

ความสำเร็จในโลกนี้ ไม่เกี่ยวกับความสามารถของเรา แต่เกี่ยวกับชีวิตของเราที่เชื่อฟังและกระทำตามกติกาของพระเจ้า ดำเนินอยู่ด้วยความชอบธรรมของพระเจ้า

เราเป็นลูกของพระเจ้า มารไม่สามารถแตะเราได้เลย เพราะเรามีชัยชนะร่วมกับพระเยซูคริสต์ เราอยู่ในพระองค์ เราชนะมาร เราควรครอบครองปกครองโลกนี้ร่วมกับพระเยซูคริสต์ มารไม่ควรมีอำนาจใด ๆ ทำลายโลกนี้ได้อีกต่อไป

โดยธรรมชาติ เราทุกคนจะต้องรับผลจากการเลือกของเรา พระเจ้าให้เสรีภาพแก่เราในการเลือก นี่เป็นเกียรติที่พระเจ้าประทานให้แก่เรา แต่เราจะต้องรับผลจากการเลือกนั้น

ถ้าเราไม่มีความจริงของพระเจ้า การตัดสินใจของเราจะทำให้ชีวิตของเราไม่ประสบความสำเร็จ

คอมพิวเตอร์ไม่สามารถ operate ข้อมูลที่ไม่มีในเครื่องได้ เช่นเดียวกัน การตัดสินใจของเรา เราจะเลือกจากข้อมูลที่มีอยู่ แต่หลายครั้งข้อมูลที่เรามีเป็นข้อมูลของโลกนี้ ไม่ใช่ความจริงจากพระวจนะของพระเจ้า นี่ก็จะเป็นเหตุให้ชีวิตของเราผิดพลาด ทั้ง ๆ ที่เราควรจะโตและสำเร็จมากกว่านี้

มารมาทดลองพระเยซูคริสต์ และพระองค์ก็ทรงใช้พระคำในการตต่อสู

เราอยู่ในยุคที่มีการล่อลวงสูงมาก และคนใช้ข้อมูลในการล่อลวง ถ้าเราไม่ได้อยู่ในพระคำของพระเจ้า เราก็จะโดนล่อลวงได้ นี่เป็นเหตุที่ทำให้ชีวิตคริสเตียนหลาย ๆ คนไม่สามารถโตได้

เป็นไปได้ที่คนของพระเจ้าเติบโตไม่ได้เพราะถูกหลอก ขาดความรู้ ไม่รู้น้ำพระทัยของพระเจ้า จึงตัดสนใจผิดพลาด พระเจ้าไม่สามารถปกป้องและปลดปล่อยพระพรสู่คนเหล่านั้นได้

"ประชากรของเราถูกทำลายเพราะขาดความรู้ เพราะเจ้าปฏิเสธไม่รับความรู้ เราก็ปฏิเสธเจ้าไม่ให้รับเป็นปุโรหิตของเรา เพราะเจ้าหลงลืมพระบัญญัติแห่งพระเจ้าของเจ้า เราก็จะลืมพงศ์พันธุ์ของเจ้าเสียด้วย" (โฮเชยา 4:8)

 

เมื่อเาคุ้นเคยกับของจริง คุ้นเคยกับความจริง เมื่อมีของปลอม มีความเท็จเข้ามา เราก็จะรู้ทันที

วันนี้เรารู้จักพระเจ้าเพียงไร? เรารู้จักพระเจ้าจริง ๆ หรือไม่? เราไม่สามารถรู้จักพระเจ้าผ่านทางพ่อแม่ได้ เราจะต้องรู้จักพระเจ้าด้วยตัวเอง และเราจะต้องรู้จักกฎหมายของพระเจ้า

พระเจ้าจะให้เราปกครองลกนี้ ตัดสินโลกนี้ร่วมกับพระองค์ เราจำเป็นต้องให้พระองคเปิดหูตาใจของเรา เราจะต้องมีของประทานสังเกตวิญญาณ ว่าสิ่งใดมาจากพระเจ้า สิ่งใดมาจากมนุษย์ หรือสิ่งใดมาจากมารซาตาน เราจะต้องคุ้นเคยกับมิติฝ่ายวิญญาณกับพระเจ้า อาณาจักรของพระเจ้าเคลื่อนด้วยความเชื่อ เพราะสิ่งที่มองไม่เห็นจริงแท้มากกว่าสิ่งที่เห็นเสียอีก เราจะต้องเคลื่อนกับพระเจ้าด้วยความจริงของพระองค์

พระเจ้าได้เตือนและบอกโชูวาให้เข้มแข็งและกล้าหาญ เพียงแค่เขารู้พระคำ และดำเนินตามกฎเกณฑ์ เขาก็จะสามารถรู้จักพระเจ้าผู้ซึ่งเป็นเจ้าของพระคำได้

พระคำของพระเจ้าเปิดเผยให้เรารู้จักพระลักษณะของพระเจ้า และเปิดเผยให้เรารู้จักพระเจ้าผู้ซึ่งป็นเจ้าของพระคำ

"ข้าพระองค์กราบลงตรงมายังพระวิหารศักดิ์สิทธิ์ ของพระองค์ และถวายโมทนาพระคุณแก่พระนามของพระองค์ เพราะความรักมั่นคงและความสัตย์สุจริตของพระองค์ เพราะพระองค์ทรงเชิดชูพระนามและพระวจนะของ พระองค์เหนือสารพัด" (สดุดี 138:2)

พระเจ้าเชิดชูพระนามและพระวจนะของพระองค์อยู่เหนือสิ่งสารพัด เป็นสิ่งที่ยืนหยัดอยู่เป็นนิจ และเป็ความจริง

เมื่อเราอยู่ในหนทางของพระเจ้า เราจะรับสวัสดิภาพจากพระเจ้า พระองค์ทรงทราบความต้องการของเรา พระองค์จะทรงปลดปล่อยพระพรเหนือชีวิตของเรา ขอที่เราจะเลือกและรับพระคำของพระเจ้า

"ข้าพระองค์ได้สะสมพระดำรัสของ พระองค์ไว้ในใจของข้าพระองค์ เพื่อข้าพระองค์จะไม่ทำบาปต่อพระองค์" (สดุดี 119:11)

 

พระคำของพระเจ้า สำแดงแก่เรา และในบางครั้ง พระคำก็ได้บอกแก่เราโดยตรง

"สิ่งลี้ลับทั้งปวงเป็นของพระเยโฮวาห์พระเจ้า ของเราทั้งหลาย แต่สิ่งทรงสำแดงนั้นเป็นของเราทั้งหลายและของ ลูกหลานของเราเป็นนิตย์ เพื่อเราจะกระทำตามถ้อยคำทั้งสิ้นของกฎหมายนี้" (เฉลยธรรมบัญญัติ 29:29)

เวลาเราเดินกับพระเจ้า ถ้าเราสะสมพระคำของพระเจ้า และเมื่อเราต้องการการตัดสินใจ ถ้อยคำของพระเจ้าที่ฝังในเราก็จะออกผลแก่เรา

"ฝ่ายพระองค์ตรัสตอบว่า 'มีพระคัมภีร์เขียนไว้ว่า 'มนุษย์จะบำรุงชีวิตด้วยอาหารสิ่งเดียว หามิได้ แต่บำรุงด้วยพระวจนะทุกคำ ซึ่งออกมาจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า' ' " (มัทธิว 4:4)

ประโยคนี้เป็นปัจจุบันกาล พระองค์ยังทรงสำแดงอยู่ ทรงสำแดงในหลาย ๆ ทาง ถ้าเรามีถ้อยคำของพระเจ้า เราจะรู้ได้ทันทีว่า สิ่งเหล่านั้นมาจากเราเอง มาจากมาร หรือมาจากพระเจ้า

ขอพระวจนะของพระเจ้าฟื้นฟูชีวิตของเรา เป็นแหล่งของชีวของเรา พระเจ้าและถ้อยคำของพระองค์แยกจากกันไม่ได้ และพระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระวาทะ ถ้าเรามีพระวจนะ พระเยซูคริสต์ก็ทรงอยู่ในเรา แล้วเราจะสามารถครองครอง วินิจฉัยอย่างถูกต้องภายใต้กฎเกณฑ์ของพระองค์ ขอพระเจ้าช่วยเราที่เราจะรักพระคำของพระเจ้า ที่เราจะภาวนาทั้งกลางวันและกลางคืน

"3 เพราะว่า ถึงแม้ว่าเราอยู่ในโลกก็จริง แต่เราก็มิได้สู้รบตามโลกียวิสัย
4 เพราะว่าศาสตราวุธของเราไม่เป็นฝ่ายโลกียวิสัย แต่มีฤทธิ์เดชจากพระเจ้า อาจทำลายป้อมได้
5 คือทำลายความคิดที่มีเหตุผลจอมปลอม และทิฐิมานะทุกประการที่ตั้งตัวขึ้นขัดขวางความรู้ของพระเจ้า และน้อมนำความคิดทุกประการให้เข้าอยู่ใต้บังคับจนถึงรับฟังพระคริสต์" (2โครินธ์ 10:3-5)

โลกนี้สู้รบด้วยอาวุธ แต่คนของพระเจ้าสู้รบด้วยพระคำของพระเจ้า ซึ่งเป็นเหมือนดาบ เปนยุทธภัณฑ์

ถ้าชีวิตของเราอยากสำเร็จและเกิดผล ให้น้ำพระทัยแห่งการทรงเรียกของพระองค์เกิดผลในชีวิตเรา ขอที่เราจะอยู่ในเส้นทางแห่งพระคำของพระเจ้า เพื่อเราจะสามารถมีชัยเหนือศัตรู ดำเนินชีวิตอยู่ในความชอบธรรมที่จะนำพระพรมาสู่ชีวิตของเรา

"1 ความสุขเป็นของบุคคล ผู้ไม่ดำเนินตามคำแนะนำของคนอธรรม หรือยืนอยู่ในทางของคนบาป หรือนั่งอยู่ในที่นั่งของคนที่ชอบเยาะเย้ย
2 แต่ความปีติยินดีของผู้นั้นอยู่ในพระธรรมของพระเจ้า เขาภาวนาพระธรรมของพระองค์ทั้งกลางวันและกลางคืน
3 เขาเป็นเช่นต้นไม้ที่ปลูกไว้ริมธารน้ำ ซึ่งเกิดผลตามฤดูกาล และใบก็ไม่เหี่ยวแห้ง การทุกอย่างซึ่งเขากระทำก็จำเริญขึ้น (สดุดี 1:1-3)

"ก่อนที่ข้าพระองค์ทุกข์ยาก ข้าพระองค์หลงเจิ่น แต่บัดนี้ข้าพระองค์ปฏิบัติตามพระวจนะของพระองค์" (สดุดี 119:67)

 

อ. วรรณา ไทยวัชรมาศ

คำแบ่งปันรายการเพื่อคุณ คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 22/08/2010

เรื่อง พระคำนำการฟื้นฟู

สรุปโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

 

  • ถ้าท่านอ่านแล้ว มีความปรารถนาที่จะเปิดใจออก อธิษฐานทูลเชิญพระเยซูคริสต์เสด็จเข้ามาในชีวิตของท่าน และเป็นพระเจ้าของท่าน กรุณาไปที่หน้า คำอธิษฐาน

  • ถ้าคุณอ่านแล้วสนใจ กรุณาติดต่อคริสตจักรใกล้บ้านท่านได้เลยครับ หรือถ้าหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ก็ติดต่อโดยตรงได้ที่อีเมลของผมเลยครับ ton@followhissteps.com