ความหมายที่แท้จริงของการถวาย

FollowHisSteps.com
 

ข้าพเจ้าเพิ่งได้ไปเทศนาในเรือนจำมาให้แก่นักโทษ โดยใช้สโลแกน ได้แก่

"ไม่มีใครไม่เคยล้ม แต่ล้มแล้วต้องลุก"

"เราสามารถเอาคนชั่ว ออกจากแหล่งที่ชั่วได้ แต่เอาความชั่ว ออกจากคนชั่วไม่ได้"

คริสเตียนไม่ได้สอนจริยธรรมเพื่อเปลี่ยนชีวิตให้เป็นคนดี แต่คริสเตียนสอนว่า "พระเยซูคริสต์สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตได้"

ชีวิตของพวกเรามีค่ามากแค่ไหน? ให้เรามองดูที่องค์พระเยซูคริสต์ พระองค์ทรงยอมสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อเราทั้งหลาย ดังนั้น ขอที่เราจะใช้ครึ่งชีวิตที่เหลืออยู่อย่างมีคุณค่า

ครั้งหนึ่ง อ.มูดดี้ เทศนาฟื้นฟู ท่านได้เรียกร้องให้คริสเตียนถวายตัว เมื่อท่านเทศนาเสร็จ กลับถึงห้องพัก ก็ได้เพื่อนผู้รับใช้ก็โทรมาถาม ว่ามีผู้ถวายตัวกี่คน

อาจารย์มูดดี้ก็ตอบว่า "มีคนถวาย 2 คนครึ่ง"

เพื่อนผู้รับใช้ท่านนั้นก็สงสัย และถามว่าหมายความว่าเช่นไร อาจารย์มูดดี้ก็ได้อธิบายว่า "ผู้ที่รับเชื่อนั้น 2 คนเป็นเด็ก และอีก 1 คนเป็นผู้ใหญ่ นั่นคือ เด็กมีทั้งชีวิตที่เหลืออยู่ แต่ผู้ใหญ่มีเพียงครึ่งชีวิต"

ขอที่เราจะใช้ครึ่งชีวิตที่เหลือในการรับใช้พระเจ้า

ถ้าหากเราเดินทางไปเชียงใหม่ แถว ๆ พิษณุโลก เราจะพบหมู่บ้านหนึ่ง ที่ชื่อ "บ.ท้อแท้" ขอหนุนใจคริสเตียนทุกท่านที่จะไม่ท้อแท้

"ถึงหัวใจจะมีบาดแผล แต่เราจะท้อแท้ไม่ได้"

ถ้าหากว่าเรารู้สึกเหงา ขอที่เราจะไม่ลืมว่าพระเยซูคริสต์ทรงสถิตอยู่ด้วย

 

ความหมายของการถวาย

"จง​ถือ​เทศกาล​กิน​ขนม​ปัง​ไร้​เชื้อ​ตาม​เวลา​ที่​กำหนด​ไว้​ใน​เดือน​อา​บีบ อัน​เป็น​เดือน​ซึ่ง​เรา​บัญชา​ไว้ เจ้า​จง​กิน​ขนม​ปัง​ไร้​เชื้อ​เจ็ด​วัน​ตาม​ที่​เรา​สั่ง​เจ้า​ไว้​แล้ว เพราะ​ใน​เดือน​นั้น​เจ้า​ออก​จาก​อียิปต์ อย่า​ให้​ผู้ใด​มา​เฝ้า​เรา​มือ​เปล่า​เลย" (อพยพ 23:15)

การเข้าเฝ้าพระเจ้า เราจำเป็นต้องมีสิ่งใดถวายแด่พระองค์ อย่าเข้าเฝ้าพระเจ้าด้วยมือเปล่า

"1 พี่​น้อง​ทั้ง​หลาย ด้วย​เหตุ​นี้​โดย​เห็น​แก่​ความ​เมตตา​กรุณา​ของ​พระ​เจ้า ข้าพเจ้า​จึง​วิงวอน​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ให้​ถวาย​ตัว​ของ​ท่าน​แด่​พระ​องค์ เพื่อ​เป็น​เครื่องบูชา​ที่​มี​ชีวิต​อัน​บริสุทธิ์​และ​เป็น​ที่​พอ​พระ​ทัย​พระ​เจ้า ซึ่ง​เป็น​การ​นมัสการ​โดย​วิญญาณ​จิต​ของ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​
2 อย่า​ประพฤติ​ตาม​อย่าง​คน​ใน​ยุค​นี้ แต่​จง​รับ​การ​เปลี่ยนแปลง​จิตใจ แล้ว​อุปนิสัย​ของ​ท่าน​จึง​จะ​เปลี่ยน​ใหม่ เพื่อ​ท่าน​จะ​ได้​ทราบ​น้ำ​พระ​ทัย​ของ​พระ​เจ้า จะ​ได้​รู้​ว่า​อะไร​ดี อะไร​เป็น​ที่​ชอบ​พระ​ทัย​และ​อะไร​ดี​ยอด​เยี่ยม" (โรม
12:1-2)

คำสอนของอาจารย์เปาโล ได้เปลี่ยนแปลงความคิด จากการถวายสัตวบูชา เป็นการถวายชีวิตของตัวเราเองแด่พระองค์ พระเจ้าทรงต้องการให้เราถวายชีวิต นั่นคือชีวิตที่เราได้จากพระเยซูคริสต์

"13 เพราะ​ว่า​ถ้า​เรา​ได้​ประพฤติ​อย่าง​คน​เสีย​จริต เรา​ก็​ได้​ประพฤติ​เพราะ​เห็น​แก่​พระ​เจ้า หรือ​ถ้า​เรา​ประพฤติ​อย่าง​คน​ปกติ​ก็​เพื่อ​ประโยชน์​แก่​ท่าน​ทั้ง​หลาย​
14 เพราะ​ว่า​ความ​รัก​ของ​พระ​คริสต์​ได้​ครอบ​ครอง​เรา​อยู่ เพราะ​เรา​คิดเห็น​อย่าง​นี้​ว่า​มี​ผู้​หนึ่ง​ได้​ตาย​เพื่อ​คน​ทั้ง​ปวง เหตุ​ฉะนั้น​คน​ทั้ง​ปวง​จึง​ตาย​แล้ว​
15 และ​พระ​องค์​ได้​ทรง​วาย​พระ​ชนม์​เพื่อ​คน​ทั้ง​ปวง เพื่อ​คน​เหล่า​นั้น​ที่​มี​ชีวิต​อยู่​จะ​มิได้​อยู่​เพื่อ​ประโยชน์​แก่​ตัวเอง​อีก​ต่อไป แต่​จะ​อยู่​เพื่อ​พระ​องค์​ผู้​ทรง​สิ้น​พระ​ชนม์ และ​ทรง​เป็น​ขึ้น​มา​เพราะ​เห็น​แก่​เขา​ทั้ง​หลาย" (2โครินธ์ 5:13-15)

การถวาย คือ การที่เรามอบทั้งชีวิต ถวายแด่พระเจ้า มอบให้แด่พระเจ้า

"6 เพราะ​ว่า​ข้าพเจ้า​กำลัง​จะ​ตก​เป็น​เครื่องบูชา​อยู่​แล้ว ถึง​เวลา​ที่​ข้าพเจ้า​จะ​จาก​ไป​
7 ข้าพเจ้า​ได้​ต่อสู้​อย่าง​เต็ม​กำลัง ข้าพเจ้า​ได้​แข่งขัน​จนถึง​ที่สุด ข้าพเจ้า​ได้​รักษา​ความ​เชื่อ​ไว้​แล้ว​
8
ต่อ​แต่​นี้​ไป​มงกุฎ​แห่ง​ความ​ชอบธรรม​ก็​จะ​เป็น​ของ​ข้าพเจ้า ซึ่ง​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ผู้​พิพากษา​อัน​ชอบธรรม จะ​ทรง​ประทาน​เป็น​รางวัล​แก่​ข้าพเจ้า​ใน​วัน​นั้น และ​มิใช่​แก่​ข้าพเจ้า​ผู้​เดียว​เท่านั้น แต่​จะ​ทรง​ประทาน​แก่​คน​ทั้ง​ปวง​ที่​ยินดี​ใน​การ​เสด็จ​มา​ของ​พระ​องค์" (2ทิโมธี 4:6-8)

พระธรรมตอนนี้ อาจารย์เปาโลได้เขียนในขณะที่ท่านกำลังจะตกเป็นเครื่องบูชา ท่านอยู่ในช่วงสุดท้ายของชีวิต

การตกเป็นเครื่องบูชา ภาษาจีนใช้คำว่า "เจียวเตี้ยน" ซึ่งมาจากคำว่า "เจียว" หมายถึง "รดน้ำ" และ "เตี้ยน" ที่หมายถึง "จอกเหล้า" (ส่วนใหญ่คำว่า "เตี้ยน" จะใช้ในงานศพ) รวมเป็นคำว่า "เทจอกเหล้า" ดังนั้น ความหมายของอาจารย์เปาโล คือ "ท่านกำลังถวายแด่พระเจ้าอย่างสิ้นเชิง"

คนเช่นอาจารย์เปาโลนี้ จะได้รับมงกุฎแห่งความชอบธรรม เมื่อพระเยซูคริสต์เสด็จกลับมา นั่นคือ ได้บำเหน็จ ซึ่งมีไว้สำหรับคนที่ถวายอย่างสิ้นเชิงแด่พระเจ้า

 

แรงจูงใจในการถวาย

แรงจูงใจในการถวาย เป็นสิ่งสำคัญที่สุด (ถ้าเรื่องนี้ไม่ชัดเจน ไม่ต้องพูดเรื่องการถวาย)

เมื่อพระเจ้าทรงพิจารณาชีวิตของคริสเตียนในวันพิพากษา พระองค์จะทรงตัดสินตาม "Motive"

"แรงจูงใจ" คือ พลังผลักดันที่ทำให้เกิดการกระทำ

อะไรคือแรงจูงใจในการประกาศ? นั่นคือความรัก ถ้าหากเราเอาแรงจูงใจเป็นหลัก คือประกาศด้วยความรัก แม้ว่าผู้ที่เราประกาศจะเชื่อหรือไม่ ก็ไม่สำคัญ

ดังเช่น แม่อยากเลี้ยงลูกให้เป็นคนดี เพราะความรัก แต่ถึงแม้เลี้ยงแล้วลูกจะไม่เป็นคนดี แต่แม่ก็ยังคงรัก ความสำคัญ คือ ความรักที่แม่มีต่อลูก

เมื่อไรที่แรงจูงใจไม่ถูก ทุกอย่างที่เราทำก็จะไม่ต่างจากผู้ไม่เชื่อ เพราะเราจะรับใช้ในด้านต่าง ๆ เหมือนทำเป็นพิธี

อะไรเป็นแรงจูงใจของการถวาย?

คำตอบอยู่ในพระธรรมยอห์น บทที่ 19 ข้อ 28-30

"28 หลังจาก​นั้น ​พระ​เยซู​ทรง​ทราบ​ว่า​ทุก​สิ่ง​สำเร็จ​แล้ว เพื่อให้​เป็น​จริง​ตาม​พระ​ธรรม ​พระ​องค์​จึง​ตรัส​ว่า 'เรา​กระหาย​น้ำ'
29 มี​ภาชนะ​ใส่​น้ำส้ม​องุ่น​วาง​อยู่​ที่​นั่น เขา​จึง​เอา​ฟองน้ำ​ชุบ​น้ำส้ม​องุ่น​ใส่​ปลาย​ไม้หุ​สบ​ชู​ขึ้น​ให้​ถึง​พระ​โอษฐ์​ของ​พระ​องค์​
30 เมื่อ​พระ​เยซู​ทรง​รับ​น้ำส้ม​องุ่น​แล้ว ​พระ​องค์​ตรัส​ว่า 'สำเร็จ​แล้ว' และ​ทรง​ก้ม​พระ​เศียร​ลง​สิ้น​พระ​ชนม์" (ยอห์น 19:28-30)

1. พระองค์ทรงยอมอยู่นอก เพื่อเราทั้งหลายจะอยู่ข้างใจ นอกในที่นี้ ก็คือ นอกประตูเมือง นอกพระวิหาร เมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์ ม่านที่พระวิหารก็ฉีกแสกกลาง เป็นความหมายว่ามนุษย์สามารถเข้าไปนมัสการพระเจ้าที่พระวิหารชั้นในสุดได้

2. พระองค์ทรงยอมถูกเปลือยกาย เพื่อเราจะมีเสื้อผ้าสวมใส่ พระองค์ทรงถูกเปลือยกาย คนที่ถูกตรึงที่กางเขนจะต้องเปลือยกาย แม้ว่าจะเป็นสิ่งที่น่าอาย แต่พระองค์ทรงยอม เพื่อเราจะมีเสื้อผ้าแห่งความชอบธรรมสวมใส่

3. พระองค์ทรงถูกทอดทิ้ง เพื่อเราจะได้รับการยอมรับ ประโยคที่พระองค์ตรัสบนไม้กางเขน ที่สำแดงถึงความปวดร้าวของพระองค์ได้ชัดเจน คือ

"ครั้น​ประมาณ​บ่าย​สาม​โมง ​พระ​เยซู​ทรง​ร้อง​เสียง​ดัง​ว่า 'เอ​ลี เอ​ลี ลา​มา​สะบัก​ธานี' แปลว่า '​พระ​เจ้า​ของ​ข้า​พระ​องค์ ​พระ​เจ้า​ของ​ข้า​พระ​องค์ ไฉน​ทรง​ทอดทิ้ง​ข้า​พระ​องค์​เสีย' " (มัทธิว 27:46)

พระหัตถ์ของพระบิดาบริสุทธิ์ พระองค์ทรงรัก และความรักจะไม่โดดเดี่ยว ดังเช่น พระบิดา พระบุตร พระวิญญาณบริสุทธิ์มีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด

แต่วันที่พระเยซูคริสต์ทรงถูกตรึงที่กางเขนนั้น พระองค์ผู้ทรงไม่มีบาป ต้องรับความบาป และกลายเป็นคนบาป ซึ่งบาปนี้ไม่ใช่บาปของพระองค์เอง แต่เป็นบาปของเราทั้งหลาย

"เพราะ​ว่า​พระ​เจ้า​ได้​ทรง​กระทำ​พระ​องค์​ผู้​ทรง​ไม่​มี​บาป​ให้​บาป เพราะ​เห็น​แก่​เรา เพื่อ​เรา​จะ​ได้​เป็น​คน​ชอบธรรม​ของ​พระ​เจ้า​ทาง​พระ​องค์" (2โครินธ์ 5:21)

คนที่ต้องการความรักมากที่สุด ก็คือคนที่ไม่มีใครรักที่สุด

ตอนที่พระเจ้าทรงใช้ให้โยนาห์ประกาศที่เมืองนีนะเวห์ โยนาห์พยายามขัดขืน เพราะไม่อยากไปประกาศที่เมืองนั้น เนื่องจากโยนาห์เกลียดชาวเมืองนั้น แต่พระเจ้าทรงรักเขาเหล่านั้น เพราะเขาเหล่านั้นต้องการความรัก

เราอาจจะมีคำถามว่า "God. Why do you love me? Because I am handsome or beautiful?"

แต่คำตอบ คือ ไม่ใช่ เราไม่มีสิ่งใดที่จะให้พระองค์ทรงรักได้เลย เพราะเราทุกคนเป็นคนบาป และวันนั้นที่พระเยซูคริสต์ทรงถูกตรึงที่ไม้กางเขน บาปที่น่ารังเกียจของเราก็ได้อยู่ที่พระองค์

สมมุติว่ารถคันหนึ่ง เหยียบขี้หมา และกระเด็นสู่แขนเสื้อเรา แม้จะเพียงนิดเดียว แต่เราคงจะรู้สึกรังเกียจ และรีบทำความสะอาดอย่างรวดเร็ว แล้วถ้าเลอะทั้งตัวเล่า ก็คงจะสะอิดสะเอียนอย่างที่สุด

ในวันนั้น บาปของเราทั้งหมดอยู่ที่พระเยซูคริสต์ พระหัตถ์ของพระเจ้าก็ไม่สามารถอยู่กับพระเยซูคริสต์ในเวลานั้นได้ แต่พระหัตถ์ของพระองค์ได้อยู่ที่เราทั้งหลาย ผู้ที่เชื่อและวางใจในพระองค์

4. พระองค์ทรงยอมหิวกระหาย เพื่อเราจะอิ่มบริบูรณ์

5. พระองค์ทรงยอมถูกเยาะเย้ย เพื่อเราจะได้ศักดิ์ศรี

6. พระองค์ทรงยอมถูกพิพากษา เพื่อเราจะพ้นจากการพิพากษา

7 พระองค์ทรงยอมตาย เพื่อเราจะได้ชีวิต

สิ่งเหล่านี้คือ แรงจูงใจในการถวายที่ถูกต้อง และอาจารย์เปาโลก็ได้มีท่าทีเช่นนี้

"ข้าพเจ้า​ขอบ​พระ​คุณ​พระ​เยซู​คริสต​เจ้า​ของ​เรา ผู้​ทรง​ชู​กำลัง​ข้าพเจ้า ด้วย​ว่า​พระ​องค์​ทรง​พระ​กรุณา​ถือ​ว่า​ข้าพเจ้า​เป็น​คน​สัตย์​ซื่อ จึง​ทรง​ตั้ง​ข้าพเจ้า​ให้​ปฏิบัติ​พระ​ราช​กิจ​ของ​พระ​องค์"(1ทิโมธี 1:12)

ไม่มีใครเหมาะสมที่จะรับใช้พระเจ้าเลย ทุกอย่างเป็นเพราะความรักความเมตตาของพระเจ้าเท่านั้น การที่พระเจ้าเรียกเราให้รับใช้ นี่เป็นพระคุณ พระเจ้าไม่ได้ขาดอะไร แต่พระองค์ทรงมีพระประสงค์ให้เราทุกคนมีส่วนในแผนการของพระองค์

เปรียบเหมือนอาจารย์เวลาสอนหนังสือ บางครั้งก็อยากให้นักเรียนได้มีส่วนร่วม อาจจะถามเหมือนว่าไม่รู้ แม้ว่าแท้จริงแล้วอาจารย์ก็รู้ แต่อยากให้นักเรียนตอบ

ดังนั้น แรงจูงใจการถวายที่ถูกต้อง คือ ความรักของพระเยซูคริสต์ที่มีต่อเรา ขอที่สิ่งนี้จะเป็นตัวกระตุ้นในการถวายของเรา ด้วยความรักเราจึงถวาย

แต่ถ้าเราถวาย โดยไม่คิดถึงพระองค์ นี่เป็นการถวายแบบเป็นพิธี

 

สิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์ให้เราถวาย

"ไม่​เหมือน​ที่​เรา​ได้​คาดหมาย​ไว้ แต่​ข้อ​สำคัญ​ที่สุด ได้​ถวาย​ตัว​เขา​เอง​แด่​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ก่อน แล้ว​ได้​มอบ​ตัว​ให้​เรา​ตาม​พระ​ทัย​พระ​เจ้า"(2โครินธ์ 8:5)

พระเจ้าทรงประสงค์ให้เราถวายชีวิต แล้วพระองค์จะใช้ชีวิตของเราเพื่อแผ่นดินของพระองค์

1. ถวายเวลา

"1 ฉะนั้น​โดย​เหตุ​ที่​พระ​คริสต์​ได้​ทรง​ทน​ทุกข์​ทรมาน​ทาง​พระ​กาย​แล้ว ท่าน​ทั้ง​หลาย​ก็​จง​มี​ความ​คิด​อย่าง​เดียว​กัน​ไว้​เป็น​เครื่อง​อาวุธ​ด้วย เพราะ​ว่า​ผู้​ที่​ได้​ทน​ทุกข์​ทรมาน​ทาง​กาย​เช่นนี้​ก็​ไม่​สัมพันธ์​กับ​บาป​แล้ว​
2 เพื่อ​จะ​ได้​ไม่​ดำเนิน​ชีวิต​ที่​ยัง​เหลืออยู่​ใน​โลก​ตามใจ​ปรารถนา​ของ​มนุษย์ แต่​ตาม​พระ​ประสงค์​ของ​พระ​เจ้า​
3 จง​ให้​เวลา​ที่​ผ่าน​ไป​แล้ว​นั้น เพียงพอ​สำหรับ​การ​กระทำ​สิ่ง​ที่​คน​ต่างชาติ​ชอบ​กระทำ คือ​ประพฤติ​ตัว​ตาม​ราคะ​ตัณหา ตามใจ​ปรารถนา​อัน​ชั่ว เมา​เหล้า​องุ่น เลี้ยง​กัน​อย่าง​ถึง​ใจ กิน​เหล้า​วุ่นวาย​กัน และ​การ​ไหว้​รูป​เคารพ​ซึ่ง​ผิด​ธรรม​
4 เขา​ประหลาด​ใจ​ที่​บัดนี้​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ไม่ได้​ประพฤติ​ชั่ว​เหมือน​อย่าง​เขา และ​เขา​ก็​กล่าว​ร้าย​ท่าน" ​(
1เปโตร 4:1-4)

ประวัติศาสตร์ คืออะไร?

"จง​ยึด​มั่น​ใน​พระ​วาทะ​แห่ง​ชีวิต เพื่อ​ข้าพเจ้า​จะ​มี​ที่​อวด​ใน​วัน​ของ​พระ​คริสต์​ว่า ข้าพเจ้า​ไม่ได้​วิ่ง​เปล่าๆ และ​ไม่ได้​ทำงาน​โดย​เปล่า​ประโยชน์" (ฟิลิปปี 2:16)

หนึ่งวัน มี 24 ชั่วโมง แต่ไม่ใช่ทุกชั่วโมงจะเป็นประวัติศาสตร์ได้ ประวัติศาสตร์ต้องเกิดในยี่สิบสี่ชั่วโมงนี้ จะมีเพียงบางช่วงเวลาที่มีความหมาย ที่วันเวลาลบไม่ได้ และส่งผลต่อคนจำนวนมาก ถ้าเรื่องราวมีความหมายมาก ๆ ก็จะเป็นประวัติศาสตร์

ประวัติศาสตร์ในมุมมองของมนุษย์ คือสิ่งที่มนุษย์คิดว่ามีความหมาย แต่ในสายพระเนตรของพระเจ้าไม่มีค่าอะไรเลย

และบางสิ่งที่มีความหมายต่อพระเจ้า เป็นประวัติศาสตร์ของพระเจ้า แม้ว่าสิ่งนั้นจะไม่มีค่าในสายตามนุษย์เลย

ประวัติศาสตร์ของพระเจ้านี่แหละ จะส่งผลต่อแผ่นดินของพระเจ้า

เมื่อเราอธิษฐานเผื่อจิตวิญญาณเมื่อเราประกาศข่าวประเสริฐ หนุนใจพี่น้องเพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้า พระเจ้าทรงจดจำสิ่งเหล่านี้ไว้

24 ชั่วโมงในแต่ละวัน เราได้ใช้เวลามากเพียงไร ที่จะร่วมในประวัติศาสตร์ของพระเจ้า?

เราใช้เวลามากในแต่ละวันในการฆ่าเวลา เวลาเหล่านั้นเป็นช่วงเวลาที่ไม่มีความหมายในสายพระเนตรพระเจ้า ขอที่เราจะเปลี่ยนแปลง ที่เราจะใช้ทุกช่วงเวลาที่มี ให้เป็นเวลาที่มีความหมายในสายพระเนตรของพระเจ้า

มีเพลงหนึ่ง ที่พูดถึงชายคนหนึ่ง เขาเป็นคริสเตียน ได้ขึ้นสวรรค์ และเมื่อเขาเข้าไปในสวรรค์ ก็มีผู้หนึ่งเดินเข้ามาจับมือกับเขา และกล่าวขอบคุณ ชายคนนี้จำไม่ได้ว่าคนที่มาทักทายนั้นคือใคร แต่ผู้ที่เดินเข้ามานี้ได้บอกว่า ตอนนั้นเขาท้อใจ แต่ชายผู้นี้เป็นผู้ที่หนุนใจเขา ทำให้มีแรงก้าวต่อไป

ขอที่เราจะใช้เวลาในแต่ละวันอย่างมีความหมาย

 

2. ถวายทรัพย์

"5 พา​กัน​มา​เรียน​โมเสส​ว่า ‘ประชาชน​นำ​ของ​มา​ถวาย​มาก​เกิน​ความ​ต้อง​การ​ที่​จะ​ใช้​ใน​งาน​นั้นๆ ซึ่ง​พระ​เจ้า​ทรง​บัญชา​ให้​กระทำ​
6 โมเสส​จึง​สั่ง​ให้​ประกาศ​ไป​ทั่ว​ค่าย​ว่า
'อย่า​ให้​ชาย​หญิง​นำ​ของ​สำหรับ​ทำ​สถาน​นมัสการ​มา​ถวาย​อีก​เลย' เหตุ​ฉะนั้น​ประชาชน​จึง​ยับยั้ง​ไม่​นำ​ของ​มา​ถวาย​อีก​
7 เพราะ​ของ​ที่​เขา​มี​อยู่​แล้ว​ก็​พอ และ​ยัง​มี​เหลือ​อีก"​ (อพยพ
36:5-7)

นี่เป็นเพียงครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ ที่มีผู้ถวายมาก และก็คงจะไม่มีใครประกาศเช่นนี้อีก

แต่ในบริบท จะเห็นได้ว่า แรงจูงใจถวายทรัพย์ของพวกเขา คือ การสำนึกในพระคุณของพระเจ้า เพราะแท้จริงแล้วพวกเขาสมควรที่จะได้รับพระพิโรธจนตายสิ้น เนื่องจากอิสราเอลได้ร่วมกันสร้างวัวทองคำ และสุดท้ายพระเจ้าก็ทรงพิพากษา มีผู้ที่ตายเป็นจำนวนมาก ผู้ที่รอดทั้งหลายจึงได้ร่วมกันสร้างพลับพลา สร้างอย่างสุดกำลัง

"11 เพื่อ​ว่า​เมื่อ​ท่าน​มี​ใจ​พร้อม​อยู่​แล้ว ท่าน​ก็​จะ​ได้​ทำ​ให้​สำเร็จ​ตาม​ความ​สามารถ​ของ​ท่าน​
12 เพราะ​ว่า​ถ้า​มี​น้ำใจ​พร้อม​อยู่​แล้ว ​พระ​เจ้า​ก็​พอ​พระ​ทัย​ที่​จะ​ทรง​รับ​ตาม​ที่​ทุก​คน​มี​อยู่ มิใช่​ตาม​ที่​เขา​ไม่​มี" (2โครินธ์ 8:11-12)

(อ่าน 2โครินธ์ 9:6-15 ร่วมด้วย)

พระองค์ต้องการสิ่งที่เรามี ไม่ใช่สิ่งที่เราไม่มี

คริสเตียนต้องมีแรงจูงใจในการถวายทรัพย์ที่ถูกต้อง ถ้าเราสัตย์ซื่อ พระองค์ก็จะทรงอวยพรเรา

เจ้าของคอลเกต เริ่มแรก เขาถวายสิบลด สิบชักหนึ่ง แต่บั้นปลายชีวิต เขาถวายสิบชักเก้า และเขาก็พบว่า ขนาดเขามีเพียงแค่หนึ่งส่วนในสิบส่วน เขาก็ยังมีมากกว่าที่เขาเคยมีเก้าส่วนในสิบส่วนเสียอีก

สิบลดไม่ได้เรียกว่าการถวาย แต่เป็นการคืนสิบเปอร์เซ็นต์แด่พระเจ้า

ขอที่เราจะสัตย์ซื่อในการคืนสิบลดให้แด่พระเจ้า และพระเจ้าก็ทรงมีพระสัญญาว่าจะทรงอวยพรแก่ผู้ที่สัตย์ซื่อในการถวายสิบลด

"พระ​เจ้า​จอม​โยธา​ตรัส​ว่า จง​นำ​ทศางค์​เต็ม​ขนาด​มา​ไว้​ใน​คลัง เพื่อ​ว่า​จะ​มี​อาหาร​ใน​นิเวศ​ของ​เรา จง​ลอง​ดู​เรา​ใน​เรื่อง​นี้​ดู​ที​หรือ​ว่า เรา​จะ​เปิด​หน้าต่าง​ใน​ฟ้า​สวรรค์​ให้​เจ้า และ​เทพ​รอ​ย่าง​ล้น​ไหล​มา​ให้​เจ้า​หรือ​ไม่" (มาลาคี 3:10)

พระองค์ไม่ได้ทรงต้องการเงินจากเรา เพราะเงินทองทั้งสิ้นเป็นของพระองค์ แล้วทำไมพระเจ้าจึงทรงประสงค์ให้เราถวายสิบลด?

คริสเตียนมีบ้านอยู่ 3 แห่ง คือ บ้านของเราเอง คริสตจักร และบ้านบนสวรรค์

คริสตจักรเป็นบ้านของเรา และสิบลดนี้ก็เพื่อที่เราจะดูแลคริสตจักรของเรา

"พระคุณมาพร้อมกับความรับผิดชอบ แต่พระสัญญามาพร้อมกับคำสั่ง"

คริสเตียนหลายคนสัตย์ซื่อในสิบลด และจากประสบการณ์ของข้าพเจ้า พบว่าไม่มีใครที่สัตย์ซื่อจะต้องขัดสนเลย

 

3. ถวายการทำดี

"1 จง​ระวัง อย่า​กระทำ​ศาสนกิจ​เพื่อ​อวด​คน​อื่น ถ้า​ทำ​อย่าง​นั้น​ท่าน​จะ​ไม่ได้​รับ​บำเหน็จ​จาก​พระ​บิดา​ของ​ท่าน​ผู้​ทรง​สถิต​ใน​สวรรค์
2 เหตุ​ฉะนั้น เมื่อ​ท่าน​ทำ​ทาน​อย่า​เป่า​แตร​ข้างหน้า​ท่าน เหมือน​คน​หน้า​ซื่อ​ใจ​คด กระทำ​ใน​ธรรม​ศาลา​และ​ตาม​ถนน เพื่อให้​คน​สรรเสริญ เรา​บอก​ความ​จริง​แก่​ท่าน​ว่า เขา​ได้รับ​บำเหน็จ​ของ​เขา​แล้ว​
3 ฝ่าย​ท่าน​ทั้ง​หลาย​เมื่อ​ทำ​ทาน อย่า​ให้​มือ​ซ้าย​รู้​การ​ซึ่ง​มือ​ขวา​กระทำ​นั้น​
4 ทาน​ของ​ท่าน​จะต้อง​เป็น​ทาน​ลับ และ​พระ​บิดา​ของ​ท่าน​ผู้​ทรง​เห็น​ใน​ที่​ลี้​ลับ จะ​ทรง​โปรด​ประทาน​บำเหน็จ​แก่​ท่าน" (มัทธิว 6:1-4)

แรงจูงใจของคนในโลกนี้ ทำดีเพื่อให้รู้สึกดี เป็นการทำดีเพื่อหวังผลตอบแทน ทำให้มีความสุข

แต่คริสเตียน เราจะต้องทำดี เพราะนี่เป็นหน้าที่ของเรา

"8 ด้วย​ว่า​ซึ่ง​ท่าน​ทั้ง​หลาย​รอด​นั้น​ก็​รอด​โดย​พระ​คุณ​เพราะ​ความ​เชื่อ และ​มิใช่​โดย​ตัว​ท่าน​ทั้ง​หลาย​กระทำ​เอง แต่​พระ​เจ้า​ทรง​ประทาน​ให้​
9 ความ​รอด​นั้น​จะ​เนื่อง​ด้วย​การ​กระทำ​ก็​หา​มิได้ เพื่อ​มิ​ให้​คน​หนึ่ง​คน​ใด​อวด​ได้​
10 เพราะ​ว่า​เรา​เป็น​ฝี​พระ​หัตถ์​ของ​พระ​องค์ ที่​ทรง​สร้าง​ขึ้น​ใน​พระ​เยซู​คริสต์​เพื่อให้​ประกอบการ​ดี ซึ่ง​พระ​เจ้า​ได้​ทรง​ดำริ​ไว้​ล่วงหน้า​เพื่อให้​เรา​กระทำ" (เอเฟซัส 2:10)

ความรอดเป็นพระคุณ แต่การทำดีเป็นหน้าที่ของเรา

เมื่อเราทำดี เราไม่ต้องอวด เพราะนี่เป็นหน้าที่ของเราอยู่แล้ว เราถูกสร้างมาเพื่อทำดี

เรามีความรักเป็นแรงจูงใจ และเมื่อเราทำดี เราก็จะได้รับความสุข ซึ่งนี้เป็นพรที่ได้รับจากการดีที่เราได้ทำ

"ฉัน​ใด​ก็​ดี เมื่อ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ได้​กระทำ​สิ่ง​สารพัด ซึ่ง​เรา​บัญชา​ไว้​แก่​ท่าน​นั้น ​ก็​จง​พูด​ด้วย​ว่า 'ข้าพเจ้า​ทั้ง​หลาย​เป็น​บ่าว​ที่​ไม่​มี​บุญคุณ​ต่อ​นาย ข้าพเจ้า​ได้​กระทำ​ตาม​หน้าที่​ซึ่ง​ข้าพเจ้า​ควร​กระทำ​เท่านั้น' " (ลูกา 17:10)

"เพราะ​การ​ที่​ข้าพเจ้า​ประกาศ​ข่าว​ประเสริฐ​นั้น ข้าพเจ้า​ไม่​มี​เหตุ​ที่​จะ​อวด​ได้ เพราะ​จำเป็น​ที่​ข้าพเจ้า​จะต้อง​ประกาศ​ข่าว​ประเสริฐ ถ้า​ข้าพเจ้า​ไม่​ประกาศ วิบัติ​จะ​เกิด​แก่​ข้าพเจ้า​" (1โครินธ์ 9:16)

"จง​ให้​เขา และ​ท่าน​จะ​ได้รับ​ด้วย และ​ใน​ตัก​ของ​ท่าน​จะ​ได้รับ​ตวง​ด้วย​ทะนาน​ถ้วน​ยัด​สั่น​แน่น​พูน​ล้น​ใส่​ให้ เพราะ​ว่า​ท่าน​จะ​ตวง​ให้​เขา​ด้วย​ทะนาน​อัน​ใด ​พระ​เจ้า​จะ​ได้​ทรง​ตวง​ให้​ท่าน​ด้วย​ทะนาน​อัน​นั้น" (ลูกา 6:38)

 

4. ถวายความสามารถ

"มิใช่​เรา​จะ​คิด​ถือ​ว่า สิ่ง​หนึ่ง​สิ่ง​ใด​เกิด​จาก​ความ​สามารถ​ของ​เรา​เอง แต่​ว่า​ความ​สามารถ​ของ​เรา​มา​จาก​พระ​เจ้า" (​2โครินธ์ 3:5)

"14 ข้าพเจ้า​เป็น​หนี้​ทั้ง​พวก​อารยะ​และ​พวกอ​นารย​ชน​ด้วย เป็น​หนี้​ทั้ง​พวก​นักปราชญ์​และ​คน​เขลา​ด้วย​
15 ฉะนั้น​ข้าพเจ้า​จึง​ขวน​ขวาย​ที่​จะ​ประกาศ​ข่าว​ประเสริฐ​แก่​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ที่​อยู่​ใน​กรุง​โรม​ด้วย" (โรม 1:14-15)

(อ่าน มัทธิว 25:14-29 ร่วมด้วย)

เราทุกคนมีความสามารถสูงมาก ขอที่เราจะใช้สิ่งเหล่านี้เพื่อแผ่นดินของพระเจ้า

เราต้องถามตัวเองว่า ทำไมเราจึงต้องมีความสามารถต่าง ๆ

ข้าพเจ้าเป็นคริสเตียนตั้งแต่ 29 ปี และเป็นคริสเตียนมา 22 ปี ตอนเด็ก ๆ ข้าพเจ้าพูดจีนไม่เป็น จนได้ไปเรียนและพอที่จะได้ภาษาจีน และเมื่อมารับใช้พระเจ้า และในที่สุด พระเจ้าก็ทรงใช้สิ่งเหล่านี้ ในการรับใช้พระองค์

โมเสส ได้รับการเตรียมชีวิตตั้งแต่เด็ก พระเจ้าทรงเตรียมชีวิตเขา ให้เขามีความรู้มีความสามารถ เพื่อที่เขาจะใช้ในการนำชนชาติอิสราเอลออกจากอียิปต์

การเรียนมหาวิทยาลัย เราเรียนไปเพื่ออะไร? เพื่อค่านิยมหรือไม่? ถ้าหากเราเรียนเพื่อรับใช้พระเจ้า นี่คือท่าทีที่ถูกต้อง เป้าหมายถูกต้อง ก็ขอที่เราจะเดินหน้าต่อไป

จากคำอุปมาเรื่องเงินตะลันต์ จะพบได้ว่าผู้ที่ได้รับ 5 และ 2 ตะลันต์ ต่างก็ทำงานเพื่อได้อีกเท่าตัวที่ตนเองมี แต่คนที่ได้ 1 ตะลันต์ เขาเอาเงินฝังดิน แล้วเขาใช้เวลาที่เขามีไปทำอะไร?

"ไม่​เหมือน​ที่​เรา​ได้​คาดหมาย​ไว้ แต่​ข้อ​สำคัญ​ที่สุด ได้​ถวาย​ตัว​เขา​เอง​แด่​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ก่อน แล้ว​ได้​มอบ​ตัว​ให้​เรา​ตาม​พระ​ทัย​พระ​เจ้า" (2โครินธ์ 8:5)

มีบุคคลในพระคัมภีร์ต่าง ๆ ที่ได้เริ่มจากถวายชีวิตของเขาให้กับพระเจ้าก่อน แล้วมอบชีวิตของเขาไว้ตามชอบพระทัยของพระเจ้า (ฮีบรู 11)

มิชชันนารีท่านหนึ่ง เทศนาหนุนใจให้คริสเตียนข่าวประเสริฐ เมื่อท่านเทศนาเสร็จ ก็มีหญิงผู้หนึ่งที่ได้เดินมาถาม ว่า เธอเป็นแม่บ้านอยู่ที่บ้าน แล้วเธอจะประกาศได้อย่างไร

มิชชันนารีท่านนี้จึงถามว่า "แล้วเวลาที่อยู่บ้าน มีคนมาเยี่ยมหรือไม่? มีคนมาส่งหนังสือพิมพ์หรือไม่? ได้ไปซื้อของนอกบ้านหรือไม่?" และท่านก็ได้กล่าวอีกครั้งหนึ่งว่า

"คุณป้าครับ คนฉลาดพูดครั้งเดียวก็รู้เรื่อง"

ป้าโกรธมาก แต่ก็ได้กลับไปคิด

จนวันต่อมา เมื่อมีผู้ส่งนมมา ทันทีที่เปิดประตู ก็คิดถึงคำพูดของมิชชันนารีว่า "คนฉลาดพูดครั้งเดียวก็รู้เรื่อง" เธอก็เลยคิดได้ และรีบไปหยิบใบปลิวให้แก่คนส่งนมนั้น

ผู้ที่เป็นนักศึกษา ก็ขอที่จะใช้การเป็นนักศึกษาเพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้า และส่วนผู้ที่ทำงานต่าง ๆ ก็ขอที่เราจะใช้ชีวิตสำแดงแก่คนรอบข้าง

 

อ. นิกร สิทธิจริยาภรณ์

คำแบ่งปันคณะเพื่อคุณ คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 11/07/2010

เรื่อง ความหมายที่แท้จริงของการถวาย

สรุปโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

 

  • ถ้าท่านอ่านแล้ว มีความปรารถนาที่จะเปิดใจออก อธิษฐานทูลเชิญพระเยซูคริสต์เสด็จเข้ามาในชีวิตของท่าน และเป็นพระเจ้าของท่าน กรุณาไปที่หน้า คำอธิษฐาน

  • ถ้าคุณอ่านแล้วสนใจ กรุณาติดต่อคริสตจักรใกล้บ้านท่านได้เลยครับ หรือถ้าหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ก็ติดต่อโดยตรงได้ที่อีเมลของผมเลยครับ ton@followhissteps.com