Intercessory Ministry

FollowHisSteps.com
 

ข้าพเจ้าประสงค์ให้เราทุกคนได้รับสิ่งที่ดีที่สุด ซึ่งสิ่งนี้เราจะได้รับจากพระเจ้า

เมื่อสองเดือนก่อน ข้าพเจ้าได้มีโอกาสไปพักผ่อนที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อเยี่ยมบ้านของสามี

เมื่อข้าพเจ้าไปถึงได้สองสามวัน ก็ได้รับการติดต่อจากกรุงเทพมหานคร ว่าให้กลับบ้านด่วน เนื่องจากเกิดเรื่องใหญ่ สำนักงานถูกงัด และ laptop ของข้าพเจ้าถูกขโมย ผู้ที่ขโมยก็เป็นผู้ที่เคยอาศัยอยู่ในบ้านนี้ เคยได้รับการบำบัดในบ้านนี้

เด็กคนนี้เคยอยู่ในบ้านนี้นานมาก เพื่อรับการบำบัดจากการติดยา แต่เขาก็ได้กลับไปเสพยา จนถูกจับได้ ข้าพเจ้าก็ได้ให้โอกาสเขากลับใจ และในที่สุด เขาก็ตัดสินใจออกจากบ้านไป

หลังจากข้าพเจ้าได้ทราบข่าว ข้าพเจ้าตื่นกลางดึกและผวาทุกคืน และถามต่อพระเจ้าว่า "ข้าพเจ้าควรจะทำอย่างไร?" และพระเจ้าก็ทรงสอน

สิ่งที่หาย ไม่ใช่แค่ laptop แต่สิ่งที่ข้าพเจ้าได้สูญเสียไป คือ โอกาสของน้องคนนี้ที่จะได้รับการบำบัด และต้องออกจากบ้านไป

ข้าพเจ้าได้มีโอกาสทบทวนตลอดการทำพันธกิจ พบว่ามีหลายคนที่เป็นที่ภาคภูมิใจของข้าพเจ้า เพราะเขาได้รับการบำบัดจนหายจากการติดยาเสพติด และกลับไปมีชีวิตใหม่

ในโลกนี้ เรารับใช้มนุษย์ เราต้องทำสิ่งต่าง ๆ เพื่อพี่น้อง ดังเช่น ที่คณะเพื่อคุณ หลายคนก็จะต้องเตรียมห้อง ต้องส่งข่าวคราวแก่สมาชิก ฯลฯ แต่สิ่งเหล่านี้ทั้งหมด เราทำเพื่อพระเจ้าทั้งสิ้น

วันหนึ่ง ถ้าหากเราไม่ได้ทำเพื่อพระเจ้า เราจะต้องการการยอมรับจากมนุษย์ ต้องการให้ผู้อื่นชื่นชม ได้เห็นเมื่อเราได้ทำดี และเพื่อเขาจะได้ทำดีกับเรา แต่ให้เราตระหนักเสมอว่าทุกอย่างที่เราทำก็เพื่อพระเจ้า ถ้าหากเรามีจุดยืนเช่นนี้แล้ว เวลาที่เราทำดี ทำงานรับใช้แล้วไม่มีใครเห็น เราก็จะไม่รู้สึกไม่ดี หรือแม้แต่ถ้าหากผู้ที่เรารับใช้ไม่ทำดีกับเรา เราก็จะไม่ผิดหวัง

ข้าพเจ้าตระหนักว่า ข้าพเจ้าทำเพื่อพระเจ้า พระองค์ทรงทราบว่าเราลงทุนอะไรไปบ้าง และเราช่วยเหลือเด็กเหล่านี้อย่างไร ข้าพเจ้าจึงทราบว่าควรจะต้องให้อภัยอย่างเร็วที่สุด

เรารับใช้ในคณะ อาจมีสิ่งต่าง ๆ มากมายที่จะต้องทำ ให้เรารู้ว่าเรารับใช้พระเจ้า เราทำเพื่อพระเจ้า แต่ขณะเดียวกัน เราต้องแคร์มนุษย์ รักเพื่อนมนุษย์ ทำดีกับเขา เราต้องรู้ท่าทีของเรา เพื่อเราจะมิได้ต้องการที่จะรับการตอบแทน

ถ้าข้าพเจ้าทำเพื่อเด็กติดยา ข้าพเจ้าก็คงจะหวังให้เขาสำนึกบุญคุญ และเมื่อเขาไม่สำนึกก็คงจะผิดหวัง แต่ถ้าข้าพเจ้าทำเพื่อพระเจ้า ข้าพเจ้าก็จะไม่หวั่นไหวเมื่อเกิดสิ่งที่ไม่คาดหวัง และข้าพเจ้าก็จะชื่นบานในการรับใช้พระเจ้าเสมอ เพราะข้าพเจ้ารู้ว่าพระเจ้าทรงพอพระทัย

 

สิ่งที่เราจะเรียนรู้กันในวันนี้ คือ การอธิษฐานวิงวอน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่รู้จักกับพระเยซูคริสต์ เพราะการอธิษฐานไม่ใช่พิธีกรรม แต่การอธิษฐานเป็นความสัมพันธ์ที่เราพูดคุยกับพระเจ้า

รากศัพท์ในภาษาฮีบรู การอธิษฐาน หมายถึง การตัดสิน การทูลขอ โน้มลง โค้มลง ขอความโปรดปรานด้วยการอ้อนวอน การแสดงความปรารถนา แม้แต่การถอนหายใจก็เป็นการอธิษฐาน นอกจากนี้อาจหมายถึง การเผาเครื่องหอม ก้มกราบ ตรึกตรอง สนทนา พูดคุยอย่างสนิทสนม การบ่น (ดังนั้น เราจึงสามารถบ่นต่อพระเจ้าได้ เราสามารถระบายความในใจกับพระเจ้าได้ เราพูดกับพระเจ้าได้ทุกเรื่อง และอย่าลืมที่จะเปิดใจให้พระเจ้าตรัสกับเรา เพื่อแก้ไขความคิดของเราด้วย) การกระซิบ การพรั่งพรูของจิตใจจากความทุกข์ระทม การร้องขอเรียกร้อง ขอความกรุณา สืบเสาะอย่างร้อนรน

คำว่าอธิษฐานวิงวอน คือคำว่า intercession ซึ่งในความหมายทั่ว ๆ ไปจะหมายถึง การเป็นคนกลาง มาจากคำ 2 คำ คือ "ไป" และ "ระหว่าง" ดันนั้น จึงแปลว่า "ไประหว่าง"

ความหมายของคำว่า intercession คือ การอ้อนวอน ร้องขอ เป็นตัวแทน แทรกแซงเพื่อนำการเห็นพ้องกัน

แต่ในภาษาฮีบรู รากศัพท์ pagha นั่นคือ มาพบกับ มาระหว่าง อ้อนวอน การตีและปะทะเป้าหมาย

พระธรรมโยชูวา ซึ่งเป็นหนังสือที่กล่าวถึงการเข้ายึดครองแผ่นดินแห่งพันธสัญญาของอิสราเอล แม้ว่าแผ่นดินแห่งนี้พระเจ้าทรงมีพระสัญญาว่าจะประทานให้อิสราเอล และเขาก็ต้องทำส่วนของเขาด้วยเช่นกัน และในพระธรรมโยชูวานี่เอง ได้มีการกล่าวถึง pagha บ่อยครั้ง

ในภาษากรีก มีความหมายว่า สร้างขึ้น ผลิตขึ้น เกิดผล การตรากตรำทำงานหนักเพื่อให้เกิดผล

รวม ๆ แล้ว การอธิษฐานวิงวอน ก็คือ การวิงวอนเผื่อผู้อื่น เพื่อจะนำให้สิ่งที่พระเจ้าทรงปลูกไว้ เตรียมไว้ เกิดขึ้น

 

สิ่งที่แตกต่าง ระหว่างการอธิษฐาน และการอธิษฐานวิงวอน คือ การอธิษฐานเกิดขึ้นโดยเราเป็นผู้ริเริ่ม เราสามารถอธิษฐานได้ทุกเรื่อง แต่ไม่ได้หมายความว่าพระเจ้าจะประทานตามที่เราทูลขอทุกอย่าง การอธิษฐานจะหลากหลาย มีภาพกว้างมาก แต่การอธิษฐานวิงวอน มาจากพระเจ้า

ข้าพเจ้าเชื่อว่าเราหลายคนมีประสบการณ์ของการอธิษฐานวิงวอน เพียงแต่เราไม่รู้ตัว

ข้าพเจ้ารู้ตัวครั้งแรกถึงการอธิษฐานวิงวอน คือเมื่อวันหนึ่ง ขณะที่ข้าพเจ้ากำลังพับผ้า ข้าพเจ้านึกถึงชายแก่คนหนึ่ง ที่ข้าพเจ้าพบขณะที่ข้าพเจ้ากำลับเดินเข้าร้านอาหาร ชายผู้นี้อายุมาก และอาศัยอยู่ข้างถนน และขณะเมื่อข้าพเจ้าจะเข้าไปในร้านก็รู้สึกสะดุดใจ แต่ไม่ได้ติดใจอะไรมาก

จนกระทั่ง หลังจากที่ข้าพเจ้ากลับมาบ้าน ขณะที่ข้าพเจ้ากำลังพับผ้าอยู่ ข้าพเจ้ารู้สึกท่วมท้นในใจ ข้าพเจ้าวิงวอน ร้องไห้ อธิษฐานเพื่อผู้สูงอายุท่านนี้ ที่เขาจะมีอาหาร ที่เขาจะมีที่อยู่ ที่เขาจะไม่หนาวจนเกินไป ข้าพเจ้าไม่รู้ตัวว่าทำไมถึงอธิษฐานเพื่อเขา แต่สิ่งนี้เป็นสิ่งที่อยู่ ๆ ก็เกิดขึ้นมา พระวิญญาณบริสุทธิ์ใส่เข้ามาในใจข้าพเจ้า เพื่อให้อธิษฐานเพื่อเขา ข้าพเจ้าตระหนักว่าชายสูงอายุผู้นี้ แม้ว่าดูเหมือนจะไม่มีค่าในสายตามนุษย์ แต่พระเจ้าทรงรักเขาอย่างมาก ข้าพเจ้าก็สงสัยว่าเหตุไรจึงร้องไห้ แต่ข้าพเจ้าก็อธิษฐานต่อไปอย่างพรั่งพรู

เราทุกคนรู้ว่า การอธิษฐานสำคัญ เพราะการอธิษฐานทำให้เราใกล้ชิดพระเจ้า เราทุกคนอยากมีชีวิตใกล้ชิดพระเจ้า รักพระเจ้า

บางคนในคริสตจักร อาจดูเหมือนว่าไม่ holy แต่เมื่อได้คุยส่วนตัวแล้ว ข้าพเจ้าก็ได้พบว่าแท้จริงแล้วเขาอยากใกล้ชิดพระเจ้า แล้วเหตุใดเขาจึงไม่มี พระเจ้าทรงมีพระทัยอยากใกล้ชิดกับเรา นี่เป็นพระประสงค์ของพระเจ้า และชีวิตอธิษฐานเป็นการช่วยให้เราลงลึกกับพระเจ้ามากขึ้น ใกล้ชิดกับพระเจ้ามากขึ้น

 

วินัยในการอธิษฐานมีความสำคัญมาก

เมื่อเข้าพเจ้าเตรียมสอน สามีของข้าพเจ้าก็ถามข้าพเจ้าว่าจะสอนเรื่องอะไร และเมื่อเขาทราบว่าข้าพเจ้าจะได้สอนเรื่องการอธิษฐานวิงวอน เขาก็บอกว่า น่าจะสบาย เพราะว่าสอนบ่อย แต่แท้จริงแล้ว การที่จะแบ่งปันเรื่องนี้ แม้ว่าข้าพเจ้าจะเคยแบ่งปันบ่อยมาก แต่ข้าพเจ้าก็ยังคงต้องใช้เวลาเตรียมอย่างมาก

ข้าพเจ้าได้อ่านเรื่องการอธิษฐานวิงวอน ที่มีการแปลภาษาไทย เป็นเล่มที่ข้าพเจ้าเคยได้เป็นผู้ที่ช่วยแก้ไขการแปล หญิงในเรื่องนี้ มีชีวิตที่เกิดผลในการอธิษฐานมาก

บางครั้งเราเห็นคนอื่นแล้วอิจฉา แต่ที่เราไม่มีเพราะเราไม่ได้ลงทุน

เราทุกคน มีงานเยอะ มีสิ่งที่ต้องทำเยอะแยะ ถ้าเราไม่ได้จัดเวลาให้สิ่งสำคัญในชีวิต เราก็จะไม่ได้ทำสิ่งนั้น

เราเห็นว่าการรับประทานอาหารสำคัญ การนอนสำคัญ แต่ถ้าเราไม่ได้จัดเวลาให้สิ่งเหล่านี้ เราก็จะไม่ได้ทำ และมีสุขภาพไม่ดี

เช่นเดียวกัน ถ้าเราเห็นว่าสิ่งใดสำคัญ เราต้องจัดเวลาให้แก่สิ่งนั้น

ข้าพเจ้าอธิษฐาน แต่ว่าเป็นการอธิษฐานแบบสะเปะสะปะ บางครั้งที่ยุ่งมาก จนข้าพเจ้าใช้เวลาขณะที่เข้าห้องน้ำในการอธิษฐาน

แต่ต้องเวลานั้นหรือที่เราจะได้อธิษฐาน? ทำไมจึงไม่ให้เวลาที่ดีที่สุดให้แก่การอธิษฐาน?

ทุกคนรู้ว่าการอธิษฐานสำคัญมาก และถ้าถามประสบการณ์ของแต่ละคน ถึงเวลาที่ใช้ในการเข้าเฝ้าพระเจ้าแล้วรู้สึกว่าได้เข้าใกล้ชิดพระเจ้า ประสบการณ์นี้ก็มักจะเกิดขึ้นในเวลาที่มีสิ่งยากในชีวิต แล้วทำไมเราจึงต้องรอให้เกิดความทุกข์ยากแล้วจึงใกล้ชิดพระเจ้าเล่า?

บ่อยครั้ง อะไรที่ทำให้เรานั่งอธิษฐาน ใช้เวลากับพระเจ้าแล้วรู้สึกว่าใกล้ชิดพระเจ้า รู้สึกดี รู้สึกได้รับการฟื้นฟู เราจะต้องลงทุนที่จะมีเวลาเช่นนี้ เพราะการอธิษฐานจะไม่ได้เป็นพระสัญญาที่พุ่งเข้ามาแล้วสำเร็จโดยที่เราไม่ได้ลงทุนกระทำ

เช่นเดียวกับการจีบสาว การใช้เวลาเป็นสิ่งสำคัญ ที่เราจะมีความสัมพันธ์ กับพระเจ้าก็เช่นกัน

คำว่าอธิษฐานกว้างมาก จะอธิษฐานเรื่องอะไรก็ได้ เมื่อไรก็ได้ ขอที่เราจะลงทุนใช้เวลากับการอธิษฐาน อย่าทำแบบผิว ๆ ผ่าน ๆ

การอธิษฐาน เราเป็นคนริเริ่ม และการอธิษฐานเป็นสิ่งที่ดี ไม่ได้เป็นสิ่งที่ด้อยไปกว่าการอธิษฐานวิงวอน

แต่สิ่งที่การอธิษฐานวิงวอนพิเศษ คือ เป็นสิ่งที่ได้รับมาจากพระเจ้า เกี่ยวเนื่องกับการฟังพระสุรเสียงของพระเจ้า

ขั้นตอนต่อไปนี้ ไม่ใช่เป็นขั้นตอนตามพิธีกรรม แต่เป็นหลักการที่จะช่วยเราในการฟังเสียงพระเจ้าและอธิษฐาน

 

1. นมัสการพระเจ้า

การนมัสการช่วยปรับเราให้เราจดจ่ออยู่ที่พระเจ้า การนมัสการในที่นี้เป็นการนมัสการพระเจ้าอย่างแท้จริง จดจ่อกับพระองค์ ไม่ใช่แค่ร้องเพลงผ่าน ๆ

เราทุกคนคงจะเคยมีประสบการณ์ถึงการนมัสการที่เข้าถึง เรารู้สึกว่าพระเจ้าใกล้ชิดเราและเราใกล้ชิดพระเจ้า

การนมัสการนำเราเข้าใกล้พระเจ้า ต่อพระพักตร์พระเจ้ามีความชื่นบาน

"พระองค์ทรงสำแดงวิถีแห่งชีวิตแก่ข้าพระองค์ ต่อพระพักตร์พระองค์มีความชื่นบานอย่างเปี่ยมล้น ในพระหัตถ์ขวาของพระองค์มีความเพลิดเพลินอยู่เป็นนิตย์" (สดุดี 16:11)

เวลาเรานมัสการพระเจ้า เป็นเหมือนกับบางครั้ง เมื่อเราเหนื่อย ๆ กลับบ้าน แล้วเราก็จะทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง และเข้าไปอาบน้ำ มีความสุขมากกับการอาบน้ำ

หลายครั้ง ในสภาพการณ์ในคริสตจักร มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ทำให้เราไม่สามารถจดจ่อได้ แต่การนมัสการพระเจ้าเป็นเหมือนกับการที่เรากระโดด กระโจนเข้าไป มุ่งตรงกับพระเจ้า ร้องเพลงกับพระเจ้า และไม่จดจ่อกับสิ่งอื่นใด

เวลาที่เรานมัสการพระเจ้าส่วนตัว เราจะได้รับหลายสิ่งหลายอย่างที่พระเจ้าประสงค์จะตรัสแก่เรา เราจะได้ฟังพระเจ้า เราจะได้ปรับจิตวิญญาณของเราที่จะจดจ่อกับพระองค์

 

2. รักษาชีวิตที่บริสุทธิ์

ถ้าเราสะสมความชั่วเอาไว้ในใจ พระเจ้าก็จะไม่สดับฟังคำอธิษฐานของเรา

"3 ผู้ใดจะขึ้นไปบนภูเขาของพระเจ้า และผู้ใดจะยืนอยู่ในวิสุทธิสถานของพระองค์
4 คือผู้ที่มีมือสะอาดและใจบริสุทธิ์ ผู้ที่มิได้ปลงใจในสิ่งเท็จ และมิได้สาบานอย่างหลอกลวง
5 เขาจะรับพระพรจากพระเจ้า และความยุติธรรมจากพระเจ้าแห่งความรอดของเขา (สดุดี 24
:3-5)

ถ้ามีสิ่งใดที่เราไม่ถูกต้องต่อพระเจ้า พระเจ้าจะไม่สามารถฟังคำอธิษฐานของเราได้

แท้จริงแล้ว การรักษาชีวิตให้บริสุทธิ์นี้ ไม่ใช่เพียงเฉพาะก่อนที่เราจะอธิษฐานวิงวอนเท่านั้น แต่จะต้องเป็นชีวิตปกติของเรา

ครั้งหนึ่ง เพื่อนของข้าพเจ้ามาเยี่ยมข้าพเจ้าที่บ้าน และถามว่า "อาจารย์ตรูมีเคล็ดลับอย่างไรที่รักษาบ้านให้สะอาด" ข้าพเจ้าก็นึกในใจว่า ก็ต้องรักษาความสะอาดสิ ข้าพเจ้าก็คิดว่าทำไมเขาจึงถาม มันต้องมีเคล็ดลับหรือ ข้าพเจ้าก็เลยได้เข้าใจว่า เป็นเพราะข้าพเจ้ากวาดบ้านบ่อย เวลามีอะไรนิดหน่อยก็จะรีบจัดการ ซึ่งที่เช่นนี้เพราะข้าพเจ้าเป็นคนที่เคยชินกับความสะอาด ข้าพเจ้าจึงต้องรักษาความสะอาดตลอดเวลา

เวลาที่เราเคยชินกับอะไร เราจะทำให้สภาพแวดล้อมเป็นเช่นนั้น

ถ้าเราจ้างแม่บ้าน มาตรฐานความสะอาดของเขาจะเป็นอีกแบบ เขาอาจจะรู้สึกว่าสะอาดแล้วแม้ว่าเราจะยังรู้สึกว่าไม่สะอาด

เคล็ดลับของการรักษาชีวิตให้บริสุทธิ์ คือ การกลับใจใหม่ เพื่อเราจะมีชีวิตที่ถูกต้อง บริสุทธิ์

เมื่อเราเราเรียนรู้ที่จะกลับใจใหม่ในสิ่งที่เล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่ต้องรอให้เป็นบาปใหญ่ ๆ เพื่อเราจะคุ้นเคยกับการมีชีวิตที่บริสุทธิ์ เพื่อเราจะระวังชีวิตของเราเสมอ แม้เรื่องเล็กน้อยที่กระทบเรา เราจะรีบกลับใจใหม่ สารภาพต่อพระเจ้า แต่ถ้าเราไม่คุ้นเคย แม้สิ่งเหล่านี้เข้ามาในชีวิตของเรา เราก็จะไม่ไว และเราก็จะเคยชินกับความบาป เราก็จะมีชีวิตแบบสกปรก โดยไม่รู้สึกว่าชีวิตของเราสกปรก

พระองค์ทรงเรียกเราเป็นปุโรหิตหลวง เป็นชนชาติของพระเจ้า

"แต่ท่านทั้งหลายเป็นชาติที่พระองค์ทรงเลือกไว้แล้ว เป็นพวกปุโรหิตหลวง เป็นประชาชาติบริสุทธิ์ เป็นชนชาติของพระเจ้าโดยเฉพาะ เพื่อให้ท่านทั้งหลายประกาศพระบารมีของพระองค์ ผู้ได้ทรงเรียกท่านทั้งหลายให้ออกมาจากความมืด เข้าไปสู่ความสว่างอันมหัศจรรย์ของพระองค์" (1เปโตร 2:9)

ถ้าเราคุ้นเคยกับชีวิตแบบชาวโลก ชีวิตของเราจะไม่มีสันติสุข เพราะชีวิตที่มีความบาป เป็นชีวิตที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ไม่สามารถนำ ตรัส และประเล้าประโลมได้

เวลาที่มีสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เราจะรู้ว่าเราไม่มีสิทธิ์อำนาจในการอธิษฐาน เราจะรู้สึกพระเจ้าอยู่ไกล ไม่สามารถเข้าใกล้ชิดพระเจ้าได้

 

3. การยอมรับว่าเราไม่สามารถอธิษฐานและเกิดผลได้โดยปราศจากพระวิญญาณบริสุทธิ์

พระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นผู้นำเรา

"ในทำนองเดียวกัน พระวิญญาณก็ทรงช่วยเราเมื่อเราอ่อนกำลังด้วย เพราะเราไม่รู้ว่าเราควรจะอธิษฐานขอสิ่งใดอย่างไร แต่พระวิญญาณทรงช่วยขอแทนเรา ในเมื่อเราคร่ำครวญอธิษฐานไม่เป็นคำ" (โรม 8:26)

 

เสียงที่เราจะได้ยิน มี 3 เสียง คือ พระเจ้า มาร และตัวเราเอง

บางครั้งเสียงของเราดังมาก จนเราไม่สามารถฟังเสียงพระเจ้าได้

เวลาเมื่อเราอธิษฐานวิงวอน เราต้องฟังเสียงพระเจ้า ฟังว่าพระเจ้าต้องการให้เราอธิษฐานเรื่องใด

และถ้าหากเราอยากฟังเสียงพระเจ้า เราฝึกได้ และเรียนรู้ที่จะแยกแยะ เราทุกคนสามารถฟังเสียงพระเจ้าได้ และแกะของพระองค์จะฟังเสียงพระองค์

"แกะของเราย่อมฟังเสียงของเรา และเรารู้จักแกะเหล่านั้น และแกะนั้นตามเรา" (ยอห์น 10:27)

อาจารย์เปาโลก็อยากให้เราขวนขวายของประทานในการเผยพระวจนะ

"จงมุ่งหาความรัก และขวนขวายของประทานฝ่ายพระวิญญาณด้วยความจริงใจ เฉพาะอย่างยิ่งการเผยพระวจนะ" (1โครินธ์ 14:1)

เราทุกคนเป็นปุโรหิตของพระเจ้า เป็นแกะของพระเจ้า เราสามารถได้ยินเสียงพระเจ้าได้

การอธิษฐานที่มาจากเรา พระเจ้าทรงพอพระทัย และพระองค์ก็ทรงพอพระทัยด้วยเช่นกันที่เราอธิษฐานทูลถามต่อพระเจ้าว่าพระองค์มีพระประสงค์เช่นไร นี่คืออะไร

คืนหนึ่ง ข้าพเจ้าได้ฝันถึงผู้ปกครองท่านหนึ่งในคริสตจักร ซึ่งปกติข้าพเจ้าก็ไม่ได้สนิทด้วย ในฝันข้าพเจ้าอยู่ในกลุ่มคริสเตียน และข้าพเจ้าเป็นผู้เตรียมอาหาร มีผู้ที่รับประทานอาหารของข้าพเจ้ามากมาย ห้อมล้อมข้าพเจ้าอยู่ และในฝัน ข้าพเจ้าพบผู้ปกครองท่านนี้ยังหนุ่มกว่าปัจจุบัน และมีสีผิวคล้ำ

ข้าพเจ้าตื่นมา ข้าพเจ้าจึงได้อธิษฐานต่อพระเจ้าเพื่อเขา ข้าพเจ้าเคยมองผู้ปกครองท่านนี้ว่าเป็นอย่างหนึ่ง แต่เวลานั้นพระเจ้าทรงสำแดง เป็นความเข้าใจที่เข้ามา เป็นความมั่นใจที่เกิดขึ้นเมื่อข้าพเจ้าได้เข้าเฝ้าต่อพระเจ้า ได้ฟังพระเจ้าว่าคนผู้นี้เป็นเช่นไร และข้าพเจ้าก็ได้อธิษฐานเพื่อเขา

ข้าพเจ้ารู้สึกว่าพระเจ้ากำลังจะทรงประทานประสบการณ์ใหม่แก่เขา เพื่อเขาจะมีกำลังใหม่ เหมือนวัยแห่งนกอินทรีย์ ข้าพเจ้าจึงอธิษฐานที่เขาจะกลับมามีกำลัง มีวัยหนุ่มเหมือนนกอินทรีย์ ที่เขาจะมีประสบการณ์กับพระองค์

ข้าพเจ้ารู้สึกว่าพระเจ้าจะทรงกระทำอะไรแก่เขาแน่นอน เขาจะต้องมีอะไรพิเศษในฝ่ายวิญญาณที่ข้าพเจ้าไม่เคยคิดว่าผู้นี้จะมี

เวลาที่เราฟังเสียงพระเจ้า เราต้องแยกแยะ ถ้าเราอ่านพระคัมภีร์มาก ๆ คุ้นเคยกับพระคำ เราจะจำเสียงของพระเจ้าได้ดี นี่เป็นกฎฝ่ายวิญญาณ ถ้าเราอยากรู้จักพระเจ้าเราต้องอ่านพระคัมภีร์ เพื่อเราจะแยกแยะได้เมื่อพระองค์ตรัสกับเรา สิ่งที่พระองค์ตรัสจะสอดคล้องกับพระลักษณะของพระองค์ พระองค์จะทรงนำการหนุนใจ จะทรงเตือนความบาป ทรงอ่อนโยน พระองค์จะทรงให้เรารู้สึกผิดโดยที่เราไม่รู้สึกกล่าวโทษตนเอง

ครั้งหนึ่งข้าพเจ้าฝันถึงเด็กคนนั้น ที่งัดเข้าบ้าน ข้าพเจ้าอธิษฐานยกโทษให้แก่เขาไปแล้ว แต่ข้าพเจ้าฝันว่าเขากลับเข้ามาในบ้าน ใส่กางเกงขาสั้น และข้าพเจ้าถามว่าเขารับโทษหรือยัง เมื่อข้าพเจ้าตื่นขึ้น ข้าพเจ้าจึงทราบว่าแท้จริงข้าพเจ้ายังไม่ยกโทษให้แก่เขา

เวลาที่พระเจ้าทรงสำแดงแก่เรา แม้เป็นเวลาที่ตักเตือน พระองค์ก็มิได้ทรงกล่าวโทษเรา และไม่ทำให้เรารู้สึกกล่าวโทษตนเอง

วันหนึ่ง ข้าพเจ้ามีเรื่องที่มีความเห็นไม่ตรงกันกับสามี เมื่อจบการสนทนาข้าพเจ้าก็ประท้วงเล็กน้อย แต่สามีของข้าพเจ้าก็ไม่ง้อ และเขาตั้งอยู่บนหลักแห่งความจริงเสมอ

ทุกครั้งที่ข้าพเจ้าจะรับใช้ ข้าพเจ้าจะให้สามีของข้าพเจ้าอธิษฐานเผื่อ แต่วันนั้นข้าพเจ้าเปิดประตูออกไป และไม่ให้เขาอธิษฐานเผื่อ เมื่อข้าพเจ้าเปิดประตูนั้นเอง พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงเตือนข้าพเจ้าว่า สิ่งที่ข้าพเจ้าทำนั้นเป็นท่าทีที่ไม่ถูกต้อง ข้าพเจ้าจึงพยายามติดต่อเขา และขอโทษเขา

พระองค์ทรงมีพระประสงค์ที่จะตรัสกับเรา แล้วชีวิตคริสเตียนของเราจะไม่น่าเบื่อ เพราะพระเจ้าของเราทรงพระชนม์อยู่ ทรงอยู่กับเราเสมอ ยามที่เราดีพระองค์ก็ทรงชื่นชม ยามเราอ่อนล้า พระองค์ก็ทรงหนุนกำลัง และเมื่อเราทำผิด พระองค์ก็ทรงตักเตือน เราไม่ได้เดินสะเปะสะปะ แต่เราเดินในทางของพระองค์

ในชีวิตอธิษฐานของเรา พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงมีพระประสงค์ที่จะตรัสกับเรา ตรัสบอกเราว่าจะให้อธิษฐานอะไร

มารมาเพื่อลัก ฆ่า และทำลาย เสียงของมารจะเป็นเสียงแห่งการกล่าวโทษ ทำให้เราขาดสันติสุข รู้สึกผิด รู้สึกได้รับการฟ้องผิด รู้สึกกลัว

ดวงอาทิตย์ส่องความร้อนออกมา เช่นเดียวกัน มารจะส่องลักษณะของมารออกมา

ยิ่งเรามีเวลากับพระเจ้ามากขึ้น เราจะแยกแยะเสียงต่าง ๆ ได้ดีขึ้น

 

ขอหนุนใจที่เราจะฝึกใช้เวลาในการนมัสการพระเจ้า ขอพระวิญญาณบริสุทธิ์สำแดงบาปในชีวิต และนำให้เราใช้เวลาในการฟังพระเจ้า

ถ้ามีเสียงก่อกวน ขอที่เราจะ "น้อมใจฟังพระเจ้า ต่อสู้กับมาร แล้วมันจะหนีเราไป"

"เหตุฉะนั้น ท่านทั้งหลายจงน้อมใจยอมฟังพระเจ้า จงต่อสู้กับมาร และมันจะหนีท่านไป" (ยากอบ 4:7)

ยิ่งเราทำเยอะ เราจะยิ่งคล่องขึ้น

อย่าเพิ่งเร่งรัด หลายครั้งพระเจ้าทรงนำให้เราอธิษฐานเรื่องหนึ่ง แล้วจะมีการอธิษฐานที่ลึกขึ้นไปอีก

ครั้งหนึ่ง พระเจ้าตรัสกับข้าพเจ้าว่า อภิสิทธิ์จะได้เป็นนายก แม้เวลานั้นจะไม่มีท่าทีว่าเขาจะได้เป็นเลย จนวันหนึ่งเขาก็ได้เป็นนายกจริง ๆ ข้าพเจ้าจึงทราบได้ทันทีว่าพระเจ้าทรงมีพระประสงค์ให้ข้าพเจ้าอธิษฐานเพื่อเขา และเมื่อข้าพเจ้าอธิษฐานนั้น ก็จะมีสิ่งต่าง ๆ เกี่ยวกับเขาเข้ามาให้เราอธิษฐานต่อเรื่อย ๆ

เวลาที่เราร่วมงานกับพระเจ้า เราจะมีความชุ่มชื่นใจ เราจะรู้ว่าเวลาที่เราใช้ไปไม่สูญเปล่า เราจะได้รับกำลังใหม่อยู่ภายใน และเมื่อเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ เราจะรู้ได้ทันทีว่า นี่คือพระเจ้าตอบคำอธิษฐานของเราและคำอธิษฐานของคริสเตียนทั้งหลาย

คำอธิษฐานของเรา มีพลังอำนาจ และประเทศชาติของเราก็ต้องการคำอธิษฐานของเรา พระเจ้าทรงใช้คำอธิษฐานของเรา พระองค์ทรงต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศของเรา มีคำเผยพระวจนะเกี่ยวกับประเทศไทยมากมาย พระเจ้าจะใช้ประเทศไทยเป็นประตูแห่งการอวยพรฝ่ายวิญญาณสู่ประเทศในภูมิภาคนี้ แต่แผ่นดินแห่งพันธสัญญา แม้ว่าพระองค์ทรงสัญญาแล้ว แต่ก็เป็นส่วนของเราที่จะต้องเข้าไปยึด

ศัตรูของเราไม่ใช่เนื้อและเลือด แต่เป็นสิ่งที่มองไม่เห็น ฤทธานุภาพของพระเยซูคริสต์อยู่ในเรา

ประเทศเราเพิ่งจะผ่านสิ่งเลวร้าย และเรามีผลที่จะเปลี่ยนแปลงบ้านเมือง

คำอธิษฐานของดาเนียล ร่วมกับคนของพระเจ้า มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงประเทศชาติ มีพลังมาก

อย่ารู้สึกว่าเราเล็กน้อย พระเจ้าทรงใช้ชีวิตอธิษฐานของเรา และรางวัลของการอธิษฐาน คือ ความสุขเมื่อยามเข้าใกล้พระเจ้า เป็น Holy Happiness เป็นความสุขที่ใกล้ชิดพระเจ้า บริสุทธิ์ และมีความสุข

ขอที่เราจะเริ่มทำ นั่งลง จัดเวลา และอธิษฐาน โดยลดเวลาที่จะทำสิ่งอื่น ๆ เพื่อที่จะมีเวลาอธิษฐานมากขึ้น เพราะนี่เป็นสิ่งสำคัญ และพระเจ้าทรงเรียกเราทุกคนให้ทำ พ่ออยากให้ลูกมานั่งใกล้ ๆ ร่วมกันเปลี่ยนแปลงโลก เปลี่ยนแปลงประเทศ เปลี่ยนแปลงคณะเพื่อคุณ เปลี่ยนแปลงปัญหาในครอบครัว

 

อ. ตรูจิตต์ นีเดอเรอร์

คำแบ่งปันรายการเพื่อคุณ คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 20/06/2010

เรื่อง Intercessory Ministry

สรุปโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

 

  • ถ้าท่านอ่านแล้ว มีความปรารถนาที่จะเปิดใจออก อธิษฐานทูลเชิญพระเยซูคริสต์เสด็จเข้ามาในชีวิตของท่าน และเป็นพระเจ้าของท่าน กรุณาไปที่หน้า คำอธิษฐาน

  • ถ้าคุณอ่านแล้วสนใจ กรุณาติดต่อคริสตจักรใกล้บ้านท่านได้เลยครับ หรือถ้าหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ก็ติดต่อโดยตรงได้ที่อีเมลของผมเลยครับ ton@followhissteps.com