Building Up With Love

FollowHisSteps.com
 


"และบัดนี้ลูกทั้งหลายเอ๋ย จงอยู่ในพระองค์ เพื่อว่าเมื่อพระองค์ทรงปรากฏ เราทั้งหลายจะได้มีใจกล้า และไม่หลบพระพักตร์พระองค์ด้วยความละอาย เมื่อพระองค์เสด็จมา" (1ยอห์น 2:28)


วันนี้เราจะเรียนรู้เกี่ยวกับการรับรู้ความจริงเกี่ยวกับพระเจ้า เพื่อที่จะเป็นพื้นฐานของการเสริมสร้างกันและกันในกลุ่มเพื่อคุณ เพื่อเราจะได้ปรนนิบัติรับใช้พระเจ้าด้วยกัน

ตลอดทั้งวัน เราได้เรียนพระคัมภีร์ที่หลากหลาย ใจกับสมองก็ได้วิเคราะห์สิ่งที่ได้รับ พระวจนะของพระเจ้ามีพรหลากหลายในแต่ละช่วงเวลาต่างกันไป พระวิญญาณของพระเจ้าจะใช้พระวจนะของพระองค์ในแต่ละช่วงชีวิตต่างกันไป

ดังเช่นพระธรรม ยอห์น 3:16 เราได้เรียนรู้มาหลายร้อยครั้ง และนักเทศน์แต่ละคนก็ได้ใช้พระคัมภีร์ตอนนี้ในการสอนหลากหลายมุมมอง และข้าพเจ้าได้รับพรที่หลากหลายจากพระคัมภีร์ข้อนี้

จุดประสงค์ของพระวจนะของพระเจ้า พระวิญญาณของพระเจ้าจะทรงใช้เพื่อดูแลพลไพร่ของพระองค์ในแต่ช่วงชีวิต ในต่าง ๆ สถานการณ์ เพื่อที่จะสอนเราแต่ละคนต่างกันไป

จากพระธรรม 1 ยอห์น ตั้งแต่บทที่ 3 ได้กล่าวถึงกระบวนการเสริมสร้างกันด้วยความรัก เป็นกระบวนการการใช้ชีวิตบนความรัก สอนให้เราเข้าใจว่าเราจะรักกันอย่างไร? เราจะรับใช้กันและกันด้วยความรักอย่างไร? เราจะดำเนินชีวิตด้วยความรักอย่างไร?

อาจารย์ยอห์นได้เขียนพระคัมภีร์ข้อนี้ เพื่อกล่าวถึงกระบวนการการเกิดแหล่งแห่งความรักในชีวิตของเราแต่ละคน เราทั้งหลายมีความต้องการอยากที่จะเทชีวิตของเราด้วยความรักเพื่อเสริมสร้างกัน เราแต่ละคนมีความสามารถมากมาย ขอที่เราจะดึงศักยภาพของเราออกมาด้วยความรัก

 

ยอห์นเรียกคนที่เข้าสู่กระบวนการนำความรักในการรับใช้ซึ่งกันและกัน โดยใช้คำว่า "ลูกทั้งหลายเอ๋ย"

อุดมการณ์ที่เราต้องมีร่วมกัน คือ เราทุกคนเป็นลูกของพระเจ้า เราต้องเข้าใจฐานะตรงนี้ให้ดี

ถ้าเราเกี่ยงกันรับใช้ ไม่มีความเสียสละในการรับใช้ ไม่เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เราจำเป็นต้องคิดถึงฐานะนี้ว่า เราทุกคนเป็นลูกของพระเจ้า

ก่อนที่ยอห์นจะสอนหลักการในชีวิตของเรา ยอห์นเรียกคนที่จะฟังสิ่งเหล่านี้ว่าเราทุกคนเป็นลูกของพระองค์

เมื่อเราได้ยินคำนี้เรารู้สึกอย่างไร? เรากับพระเจ้าเป็นบุตรและบิดา เราทุกคนเป็นลูกของพระองค์ นี่เป็นเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นในชีวิตของลูกของพระเจ้า ไม่ว่าเราจะทำอาชีพใด อยู่ในฐานะใด เราต่างเป็นลูกของพระองค์ และเมื่อเราเป็นลูกของพระองค์ เราก็จะอยู่ในครอบครัวเดียวกัน อยู่ในกระบวนการแห่งแผนการของพระเจ้าร่วมกัน เพราะเรามีพระบิดาองค์เดียวกัน

ถ้าเราไม่เข้าใจพื้นฐานตรงนี้ เราจะแสดงศักยภาพแห่งความคิดเรา จะเกิดความขัดแย้ง การเสริมสร้างกันจะไม่เกิดขึ้น ยอห์นจึงใช้คำนี้ เพื่อให้เราตระหนักว่าเราเป็นลูกของพระเจ้า

คนไทยไม่เหมือนชาวตะวันตก ชาวตะวันตกกล้าแสดงออกว่าเขาเป็นลูกของพระเจ้า เพราะนี่เป็นสิ่งที่เขาภาคภูมิใจ แต่คนไทยชอบเงียบ ไม่กล้าแสดงออก

เราต้องตื่นเต้นกับวิถีชีวิตของการเป็นลูกของพระเจ้า

เมื่อข้าพเจ้าเป็นคริสเตียน คำนี้เป็นคำที่ทำให้ข้าพเจ้าดำเนินชีวิตกับพระเจ้าอย่างมั่นคง

"แต่ส่วนบรรดาผู้ที่ต้อนรับพระองค์ ผู้ที่เชื่อในพระนามของพระองค์ พระองค์ก็ทรงประทานสิทธิให้เป็นบุตรของพระเจ้า" (ยอห์น 1:12)

อัครสาวกยอห์นได้เขียนขึ้นเพื่อบอกว่า ผู้เชื่อทุกคนจะได้รับสิทธิหนึ่ง คือ สิทธิของการเป็นบุตรของพระเจ้า เป็นสิทธิที่ผู้เชื่อทุกคนมี

เมื่อข้าพเจ้าเชื่อในพระเจ้า พี่ ๆ ถามข้าพเจ้า "ว่าเป็นคริสเตียนได้อย่างไร? ในบ้านไม่มีใครนับถือศาสนาคริสต์เลย แล้วมาเป็นคริสเตียนทำไม?" ข้าพเจ้าถูกตบตีและไล่ออกจากบ้านเมื่อเชื่อพระเจ้าได้เพียง 6 อาทิตย์ บัดนี้ข้าพเจ้าเชื่อพระเจ้ามาได้เกือบ 36 ปี

ข้าพเจ้าสามารถยืนหยัดต่อสิ่งเหล่านี้ได้เพราะอะไร? เหตุผลก็คือความหนักแน่นในชีวิตของข้าพเจ้า ไม่ใช่ความเชื่อ เพราะข้าพเจ้าเป็นคริสเตียนเพียงแค่ 6 อาทิตย์ในขณะนั้น ตลอดเวลาที่พี่ชายข้าพเจ้าตบตี และไล่ออกจากบ้านนั้น ข้าพเจ้ายืนหยัดในชีวิตที่จะเชื่อพระเจ้าเพราะประโยคเดียวที่ข้าพเจ้ารับเชื่อและอาจารย์บอกกับข้าพเจ้า นั่นคือ "ข้าพเจ้าเป็นบุตรของพระเจ้า"

แม้ไม่มีใครเอาข้าพเจ้า แม้แต่ครอบครัว มารดา พี่น้อง แต่ผู้หนึ่งที่จะรับข้าพเจ้าเสมอก็คือ พระเจ้า

เราทั้งหลายเป็นลูกของพระเจ้า เราต้องทรนงในการรักษาสิทธินี้ ความเชื่อเราอาจจะขึ้น ๆ ลง ๆ มีเวลาที่จะทุกข์หรือสุข ท้อแท้หรือเข้มแข็ง แต่ถ้าเราอยู่บนพื้นฐานของการเป็นลูกพระเจ้า เราก็จะยืนหยัดอยู่ได้ นี่เป็นสิ่งสำคัญ

ยอห์นจึงหนุนใจพี่น้องโดยการใช้คำพูดนี้ เพื่อให้ผู้เชื่อได้ตระหนักว่าเราทุกคนเป็นลูกของพระเจ้า

ถ้าเราไม่ได้เข้าใจในความจริงนี้ เราก็จะรับใช้ร่วมกันแบบเป็นประเพณี เป็นพิธี แต่ถ้าเราอยากรับใช้ร่วมกันอย่างอุตสาหะ อย่างเต็มใจ เราจะต้องมีสิ่งเหล่านี้ ซึ่งอาจารย์ยอห์นได้เขียนไว้ถึงลักษณะสามอย่าง ที่เราจะใช้เสริมสร้าง รับใช้กันและกัน เหตุที่เราจะทำการยิ่งใหญ่บนความรัก เราจะต้องรับเอาพระคำตอนนี้

 

1. จงอยู่ในพระองค์

เราจะต้องอยู่ในพระองค์ เราจะต้องให้พระองค์อยู่กับเรา ชีวิตคริสเตียนที่รักษาสถานภาพการเป็นลูกพระเจ้า คือเรากับพระองค์จะต้องอยู่ด้วยกัน แน่นสนิทสัมพันธ์กัน นี่เป็นสิ่งสำคัญของการเป็นลูกของพระเจ้า

อาจารย์ยอห์นใช้ประโยคนี้เพื่อให้เราได้ทบทวนและตรึกตรอง

บางครั้งเราเป็นคริสเตียนแล้ว แล้วเรารู้สึกเฉย ๆ เข้าร่วมกิจกรรมตามวัยของเรา แต่ขอที่เราจะไม่ดำเนินชีวิตอยู่บน routine ของการเป็นคริสเตียน มานมัสการพระเจ้าตอนเช้า อยู่กลุ่มสามัคคีธรรมตอนบ่าย อย่าให้ความรู้สึกเช่นนี้นำเราไป แต่ขอที่ทุกสิ่งในชีวิตของเราจะเกิดจากสถานภาพนี้ของเรา คือ เรากับพระเจ้าอยู่ด้วยกัน อยู่ด้วยกันอย่างแนบแน่น และการมีพระเจ้าแนบแน่นอยู่ด้วยเป็นหลักการพิเศษที่ทำให้เราอยู่เหนือสิ่งใด ๆ ในชีวิตของเรา

เราขอบคุณพระเจ้าที่พระเจ้าช่วยเรา ที่พระเจ้านำเรา แต่ถ้าพระเจ้าไม่ช่วยเรา จะขอบพระคุณได้หรือไม่? ถ้าเราเป็นผู้เชื่อ เป็นลูกของพระเจ้า ต่อให้ฟ้าโครงเครง ภูเขาถล่ม เราก็จะยังคงมีใจที่ขอบพระคุณ เพราะเราจะมีสถานภาพที่มั่นคงทุกสถานการณ์ นั่นคือ การอยู่ในพระเจ้า

เมื่อเราคิดจะวางแผนรับใช้ เสริมสร้างกันด้วยความรัก ถ้าเรารู้สึกว่ายังเกาะกลุ่มกันไม่แน่น เสียสละไม่พอ น่าจะมีคนเยอะกว่านี้

อุปสรรคต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเราเสียสละน้อย หรือเพราะคนมีความเชื่อน้อย แต่เป็นเพราะเราขาดความเข้าใจในจุดสำคัญของชีวิตของเรา ถ้าเราเป็นลูกของพระเจ้าแล้ว เราจะอยู่ในพระองค์

ชีวิตคริสเตียน คือชีวิตที่อยู่ในพระองค์ และพระองค์อยู่ในเรา

ถ้าเราสนิทกับพระองค์ และพระองค์สถิตอยู่ในเรา เราจะมีพลัง พลังแห่งการเสียสละ พลังแห่งการรับใช้ พลังแห่งการเห็นประโยชน์ในหมู่คณะ พลังแห่งการเสริมสร้างคริสตจักร พลังในการประกาศ พลังเช่นนี้จะออกมาจากเราอย่างพรั่งพรู

นี่เป็นจุดยืนที่เราจะต้องมั่นใจและยึดมั่นเอาไว้

ข้าพเจ้าบางครั้งไม่ทราบว่าจะมีคำตอบเช่นไรที่จะคุยกับผู้ใหญ่ คุยกับนักโทษ ตามสติปัญญาของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าคิดว่าข้าพเจ้าไม่สามารถทำได้ แต่สิ่งที่จะทำให้ข้าพเจ้ามั่นใจว่าจะทำได้ นั่นคือ การมีชีวิตอยู่ในพระเจ้า และคำตอบของพระเจ้าก็พรั่งพรูออกมาจากชีวิตอย่างง่าย ๆ และเป็นชัยชนะ

อาจารย์ยอห์นสนใจเรื่องชีวิตของลูกของพระเจ้าก่อนจึงกล่าวถึงเรื่องความรัก

เรากระตือรือร้นเฉพาะในวันอาทิตย์แล้ววันอื่น ๆ เฉย ๆ หรือไม่?

ถ้าเราเป็นลูกของพระเจ้า ฐานะของเราคือลูกของพระเจ้า เราจะพูดเรื่องพระเจ้าตลอดเวลา เราจะขอบคุณพระเจ้าได้ตลอดเวลา

วันนี้มนุษย์กำลังห้อมล้อมคริสเตียนเพื่อจะรับพระพรจากคริสเตียน คนไทยต้องการคริสเตียนที่มีพระเจ้าจริง ๆ เพื่อเขาจะได้รับพร รับความสุข คนไทยกำลังต้องการ แต่ว่าใครเล่าจะเป็นคนที่ให้เขาได้ ก็คือ คนที่มีพระเยซูอยู่ในชีวิตจริง ๆ ตลอดเวลา

คนหนึ่งติดคุก 5 ปี ออกจากคุกมาหาข้าพเจ้า เขาบอกว่าเขาจะกลับไปที่บ้านที่บางขุนเทียน ที่นั่นชาวบ้านรู้จักเขาดี เพราเขาเคยเป็นคนเลวสุด ๆ เขาได้เคยขายยาเสพติด เสพยามากมาย ระราน เกเร จนกระทั่งติดคุก

ตลอดเวลาในคุกเขาได้รับฟังพระกิตติคุณ และกลับใจเป็นคริสเตียน ได้อ่านพระคัมภีร์ และเข้ากลุ่ม จนกระทั่งออกจากคุก

ข้าพเจ้าได้เน้นย้ำว่า ให้เขาใช้ชีวิตที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้า และขอร้องเพียงอย่างเดียว ไม่ว่าจะทำอาชีพอะไร ก็ตาม ขอให้เขามานมัสการทุกวันอาทิตย์

เขาก็ได้กล่าวว่า "ข้าพเจ้าสัญญากับอาจารย์ต่อหน้าพระเจ้า เพราะพระเจ้าดีต่อข้าพเจ้าเหลือเกิน ข้าพเจ้าจะไปนมัสการทุกอาทิตย์"

เมื่อเขากลับบ้าน คนรอบข้างไม่มีใครคุยกับเขา ร้านค้าไม่ขายของให้เขา ชาวบ้านแถวบ้านเขาไม่เอาเขาเลย  ถ้าเป็นสมัยก่อน ก่อนที่เขาจะเข้าคุก เขาเหล่านั้นต้องเจ็บตัวไปแล้ว แต่บัดนี้เขาเป็นคริสเตียน เขาจึงไม่ได้ทำเช่นเดิม

ครั้งหนึ่ง เขาปวดศีรษะมาก เดินทางไปซื้อยาที่ปากซอย ร้านยาก็ไม่ยอมเปิดให้เขา เขาจึงต้องกลับบ้าน ดื่มน้ำ แต่เขามั่นใจว่า ไม่ว่าเจออะไร เขาก็อดทนได้

เขาเดินอย่างยิ้มแย้มแจ่มใส จนนี้เป็นปีที่ 7 ที่เขาอยู่ที่นั่น บางบ้านก็ดีขึ้นกับเขา เขาก็ขอบคุณพระเจ้า

อะไรจะทำให้ชายคนนี้ที่อยู่ในถานการณ์เช่นนี้ยังยืนหยัดแสดงมิตรภาพที่ดีกันคนอื่น ๆ ได้ ถ้าไม่ใช่การสถิตอยู่ของพระเจ้า

การที่เราจะร่วมรับใช้ด้วยกันด้วยความรัก ไม่ใช่เป็นเรื่องยาก สิ่งหนึ่งที่เราต้องทบทวนชีวิต คือ ไม่ว่าเหตุการณ์ใดที่เกิดในชีวิต พระเยซูคริสต์ทรงดำรงอยู่แนบแน่นในชีวิตของเรา

ขอเราที่จะแยกแยะ ควมเชื่อที่อ่อนลง เกิดจากการแนบแน่นที่น้อยลง

พระคริสต์ตรัสว่า

"บรรดาผู้ทำงานเหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก จงมาหาเรา และเราจะให้ท่านทั้งหลาย หายเหนื่อยเป็นสุข" (มัทธิว 11:28)

วันนี้ถ้าเราทั้งหลายเป็นคนเช่นนี้ จงมาหาพระองค์ อยู่กับพระองค์ แล้วเราจะหายเหนื่อย และเป็นสุข พระเยซูคริสต์ทรงเชื้อเชิญเพื่อให้เราอยู่กับพระองค์

"เราเป็นเถาองุ่น ท่านทั้งหลายเป็นแขนง ผู้ที่เข้าสนิทอยู่ในเราและเราเข้าสนิทอยู่ในเขา ผู้นั้นก็จะเกิดผลมาก เพราะถ้าแยกจากเราแล้วท่านจะทำสิ่งใดไม่ได้เลย" (ยอห์น 15:5)

ถ้าเรายอมรับว่าเราคือลูกของพระเจ้า เราจะต้องรู้ฐานะนี้ คือ ลูกของพระเจ้าต้องเป็นคนที่มีชีวิตอยู่ในพระองค์ ถ้าเรามีชีวิตเช่นนี้ เราจะสามารถทำได้ทุกอย่าง

ความสำเร็จเกิดขึ้นจากการที่พระองค์ทรงนำเรา ชีวิตเราก้บพระเจ้าอยู่อย่างแน่นสนิทกันเพียงไร? พระเจ้าทรงเป็นแหล่งของทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตเรา ขอพระเจ้าทรงช่วยเรา

 

2. จงมีใจกล้าในพระองค์

สิ่งต่อมาที่เราจะต้องมี คือ ชีวิตที่มีความกล้าที่จะรับใช้พระเจ้า

ความกล้าเกิดจากกระบวนการขั้นที่หนึ่ง คือ ชีวิตของเราจะต้องแนบแน่นกับพระเจ้า แล้วชีวิตของเราจะแสดงความกล้าได้

ขอที่เรามีความกล้าในการเป็นกรรมการ การรับใช้ การเป็นพยานประกาศ ความกล้าเกิดขึ้นจากการที่เรามีชีวิตอยู่ในพระเจ้า

ถ้าความกล้าเกิดขึ้นจากความเชื่อ เราจะทำอย่างไรเมื่อเราท้อแท้และขาดความเชื่อ แต่ถ้าเราอยากหาคนในคณะทุ่มเทรับใช้พระเจ้า เสริมสร้างกันเพื่อรับใช้พระเจ้า เราต้องการคนที่มีความกล้าในพระเจ้า แต่ความกล้าเกิดจากชีวิตที่เริ่มต้นแนบแน่นกับพระองค์

จากเรื่องราวระหว่างดาวิดกับโกลิอัท  โกลิอัทท้าทายทหารอิสราเอลตลอด 40 0 วัน ซึ่งมีซาอูลเป็นกษัตริย์ กองทับอิสราเอลคือกองทัพของพระเจ้า เมื่อทหารฟิลิสเตียท้าทายกองทัพของพระเจ้า ซาอูลได้ยิน แต่กลับไม่กล้าที่จะสู้กับยักษ์ พี่ชายของดาวิด และทหารทั้งหลายก็ได้ยิน แต่ไม่มีใครกล้า

ถ้าเรารอที่จะร้อนรอนและมีความเชื่อมากมาย แล้วค่อยรับใช้ร่วมกัน ก็ไม่ถูกต้อง เพราะความกล้าเกิดจากชีวิตที่สนิทสนมกับพระเจ้า เมื่อเราอยู่ในพระองค์ เราจะมีความกล้าในพระองค์

เด็กชายดาวิด เดินทางส่งอาหารให้พี่ชาย และเมื่อเขาได้ยินคำท้าทายของทหารฟิลิสเตีย ดาวิดกล่าวทันทีเลยว่า ทหารผู้นี้เป็นใคร จึงได้กล้าท้าทายกองทัพของพระเจ้า และเขาก็ตัดสินใจที่จะเป็นผู้ที่สู้กับทหารชาวฟิลิสเตียคนนี้เอง

เวลานั้นดาวิดเป็นคนของพระเจ้าที่แข็งแกร่งหรือไม่? หากพิจารณาประสบการณ์แห่งความเชื่อ ซาอูลมีมากกว่าดาวิด ซาอูลกลับกลัวจนตัวสั่น ในขณะที่ดาวิดกล้าหาญและก้าวออกมาสู้กับยักษ์ชาวฟิลิสตียคนนั้น

ซาอูลยังคงดูดาวิดว่าเป็นเด็ก และพูดเกลี้ยกล่อมให้เขากลับบ้าน แต่สำหรับดาวิด เขาใช้ความกล้าในพระเจ้าจากประสบการณ์ที่เขารู้ว่าพระเจ้าอยู่กับเขา เหตุผลของดาวิด คือ ตั้งแต่เขาช่วยบิดาในการเลี้ยงแกะ มีสัตว์ร้ายมากมายที่พยายามมาทำร้ายฝูงสัตว์ของเขา เขาก็ได้ต่อสู้กับสัตว์เหล่านั้น พระเจ้าช่วยเขาให้ชนะสัตว์ร้ายเหล่านี้ได้ ยักษ์ฟิลิสเตียนคนนั้นก็จะเหมือนกับสัตว์ร้ายเหล่านั้นเช่นกัน

ดาวิดกำลังพูดถึงความกล้าหาญที่เกิดจากการที่พระเจ้าสถิตอยู่ด้วย นี่เป็นความมั่นใจที่เหนือความเชื่อ

ตั้งแต่เด็กดาวิดเชื่อฟังความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าผ่านพ่อของเขา เขาจะต้องพึ่งพระเจ้า และแสดงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าผ่านทางความรู้ที่เขามี เขามีความกล้าจากประสบการณ์ชีวิตที่อยู่ในพระเจ้า

ขอที่เราจะติดสนิทกับพระเจ้า ดำเนินชีวิตอยู่ในพระเจ้า อย่าให้พระองค์ห่างจากชีวิตของเราเป็นอันขาด รักษาพระเยซูคริสต์ในชีวิตของเราตลอดเวลา วางใจและเชื่อในพระองค์

ดาวิดเดินออกไปเผชิญกับยักษ์ฟิลิสเตีย ดาวิดใช้ความเชื่อหรือความกล้า? ตามธรรมชาติความเป็นมนุษย์ ดาวิดมีความมั่นใจกับพระเจ้าก่อนออกเดินไป พระเจ้าเคยอยู่กับเขาขณะที่เขาฆ่าสิงห์และหมี เขายังคงมั่นใจว่าพระเจ้าสถิตกับเขา  แต่เวลาเดียวกัน เขาใช้ความกล้าเผชิญกับสิ่งที่เขากำลังเห็น ทหารเอกของฟิลิสเตียอยู่ต่อหน้าเขา

ประโยคแรกที่ทหารคนนั่นกล่าวคือ คิดว่าเขาเป็นหมาหรืออย่างไร?  แต่เมื่ออยู่ในพระเจ้า จะเกิดความกล้า ดาวิดมาหาเขาด้วยพระนามของพระเจ้าจอมโยธา นี่เป็นสิ่งที่ทำให้เขากล้า

เมื่อเราจะทำกิจกรรมใด ๆ เรื่องเหล่านั้นเป็นเรื่องเล็ก ถ้าคนที่อยู่ในพระเจ้าอยู่ร่วมกัน คุยกัน รวมกัน

ถ้าเราเป็นลูกของพระเจ้า จงมีชีวิตอยู่ในพระองค์ จงมีใจกล้าในพระองค์ เพราะนี่คือรากฐานอันยิ่งใหญ่ของชีวิตคริสเตียนของพวกเรา

 

3. จงชื่นชมยินดีในวันที่พระองค์จะทรงเสด็จกลับมา

นั่นคือให้เราพร้อมต่อการเสด็จมาของพระองค์

ขอที่เราจะชื่นชมในวันที่พระองค์จะเสด็จมา

ชีวิตเช่นไรที่เราจะชื่นชมในวันที่พระองค์จะเสด็จมา? ถ้าการเสด็จมาของพระองค์จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ ชีวิตเช่นไรที่เราจะพร้อมต่อการเสด็จมาของพระองค์? เราคงจะใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง ไม่ปล่อยปะละเลย เราจะมีจุดประสงค์แห่งชีวิตในพระเจ้า เราจะมีความตั้งใจต่อพระเจ้า เราจะมีความมั่นใจระหว่างเรากับพระเจ้า เราจะมีการกระทำที่จะเก็บบำเหน็จจากพระเจ้า เพราะเรารู้ว่าวันนั้นเป็นวันที่เราได้รับความรอด เราจะได้รับรางวัล ได้รับบำเหน็จที่พระเจ้าจะประทานให้

ความรอด เราทุกคนได้รับ แต่บำเหน็จนั้นไม่ใช่ เราจะต้องหว่านบำเหน็จต่าง ๆ เพื่อที่เราจะได้รับ

ขอให้ลูกของพระเจ้าชื่นชมต่อการเสด็จมาของพระองค์ นั่นคือที่เราจะทุ่มเทกับพระองค์ ไม่ยอมให้เวลาหมดไปแบบเปล่าประโยชน์ ไม่ยอมให้ดวงวิญญาณที่อยู่ในมือเราหลุดไปอย่างเปล่าประโยชน์

คณะเพื่อคุณมีกิจกรรมเยอะแยะ มีเพื่อนมากมาย ขอที่เราจะชวนเขามา มาร่วมรายการดี ๆ มาเพื่อเสริมสร้างกันและกัน เพราะนี่คือโอกาสแห่งบำเหน็จและรางวัลที่พระเจ้าทรงเตรียมให้กับเราทุกคน

ถ้าสิ่งนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องจริง ข้าพเจ้าก็คงจะไม่ต้องทำอะไรแล้ว แต่เพราะว่าเป็นเรื่องจริง ข้าพเจ้าจึงต้องยืนหยัดแม้จะเหน็ดเหนื่อย

กระทรวงยุติธรรมได้ขอให้ข้าพเจ้าช่วยดูแลเยาวชนด้วย เพราะจากสถิติพบว่า ในจำนวนคนที่ติดคุก 100 คน 50 คนจะเคยผ่านสถานพินิจมาก่อน แต่ในปี 2009 พบว่าสถิติเพิ่มเป็น 60 คนที่เคยผ่านสถานพินิจมาก่อน

จากสถิตินี้ ได้บอกแก่เราว่า นักโทษสมัยนี้ ส่วนใหญ่เคยติดคุกเด็กมาก่อน เพื่อเป็นการสกัดกั้น ถ้ามีหน่วยงานที่มีประสิทธิภาพในการสอนสั่งเยาวชน เพื่อที่ว่าเมื่อเขาเป็นผู้ใหญ่ เขาก็จะคิดได้ และไม่ติดคุกในเวลาต่อมา อาจทำให้จำนวนคนที่เข้าคุกเป็นจำนวนน้อยลง

ราชการบอกว่า ระบบสอนสั่งที่มีประสิทธิภาพ คือ ระบบของคริสเตียน เพราะว่าเขาเห็นระบบสอนสั่งของคริสเตียนทำให้คนมีประสิทธิผล นี่คือความจริงที่เกิดขึ้นและเขาเข้าใจ

ข้าพเจ้าได้ทำพันธกิจกับคนเหล่านี้ เหน็ดเหนื่อยมาก แล้วข้าพเจ้าได้อะไร? ไม่มีอะไรนอกจากที่ข้าพเจ้ารู้ว่าทุกสิ่งที่ทำนั้นมีบำเหน็จ

เช่นเดียวกัน อย่าปล่อยให้งานของคณะเพื่อคุณหลุดออกไป อย่าอ่อนระอา แม้ว่าอากาศร้อน มีปัญหา ก็ไม่เป็นไร ขอใจที่มีพระเจ้า ทุ่มเท ใช้ชีวิตอยู่กับพระเจ้า ใช้ความกล้า และรับใช้เพื่อบำเหน็จในวันที่พระองค์เสด็จมา แล้วเราจะมีความสุขมากกับชีวิตเช่นนี้

 

นี่คือความจริงที่ลูกของพระเจ้าทุกคนจะต้องรับใส่สติปัญญา เพื่อที่เราจะไม่พลาดต่อคำสอนที่ยิ่งใหญ่ที่อัครสาวกยอห์นสอนเรา

อาจารย์ยอห์นอยากเห็นคนที่เป็นลูกของพระเจ้าประสบความสำเร็จตามแบบอย่างของพระเยซูคริสต์ ท่านจึงได้กล่าวถึงสิ่งเหล่านี้เพื่อเป็นแรงหนุนแก่เราในการร่วมกันรับใช้พระเจ้า ชีวิตเราทุกคนต้องดำรงอยู่ในพระเจ้า ต้องมีใจกล้ามากขึ้นกว่าเดิม และทุ่มเทมากกว่าที่เป็น เพื่อจะชื่นชมในวันที่พระองค์เสด็จมา

เวลาของเราหมดไป พระเจ้าเป็นพระเจ้าแห่งการจัดเตรียม สิ่งที่พระเจ้ามอบแก่เรา เราจะต้องทำให้ดีที่สุด แล้วเรื่องต่าง ๆ จะเป็นสิ่งที่พระองค์จะทรงดูแล พระองค์จะสำแดงแก่เราเมื่อเราพร้อมจะฟัง นั่นคือ เวลาที่เราอยู่ในพระองค์

ขอพระเจ้าช่วยเรา เราเป็นคนสำคัญ เพราะเราเป็นลูกของพระองค์

 

ศจ. สุนทร สุนทรธาราวงศ์

คำแบ่งปันคณะเพื่อคุณ คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 09/05/2010

เรื่อง Building Up With Love

สรุปโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

 

  • ถ้าท่านอ่านแล้ว มีความปรารถนาที่จะเปิดใจออก อธิษฐานทูลเชิญพระเยซูคริสต์เสด็จเข้ามาในชีวิตของท่าน และเป็นพระเจ้าของท่าน กรุณาไปที่หน้า คำอธิษฐาน

  • ถ้าคุณอ่านแล้วสนใจ กรุณาติดต่อคริสตจักรใกล้บ้านท่านได้เลยครับ หรือถ้าหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ก็ติดต่อโดยตรงได้ที่อีเมลของผมเลยครับ ton@followhissteps.com