Rooted and Built-Up in Christ

FollowHisSteps.com
 


"10 โดยพระคุณของพระเจ้าซึ่งได้ทรงโปรดประทานแก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าได้วางรากลงแล้วเหมือนนายช่างผู้ชำนาญ และอีกคนหนึ่งก็มาก่อขึ้น ขอทุกคนจงระวังให้ดีว่าเขาจะก่อขึ้นมาอย่างไร
11 เพราะว่าผู้ใดจะวางรากอื่นอีกไม่ได้แล้ว นอกจากที่วางไว้แล้วคือพระเยซูคริสต์
12 บนรากนั้นถ้าผู้ใดจะก่อขึ้นด้วยทองคำ เงิน เพชรพลอย ไม้ หญ้าแห้งหรือฟาง
13 การงานของแต่ละคนก็จะได้ปรากฏให้เห็น เพราะวันเวลาจะให้เห็นได้ชัดเจน เพราะว่าจะเห็นชัดได้ด้วยไฟ ไฟนั้นจะพิสูจน์ให้เห็นการงานของแต่ละคนว่าเป็นอย่างไร
14 ถ้าการงานของผู้ใดที่ก่อขึ้นทนอยู่ได้ ผู้นั้นก็จะได้ค่าตอบแทน 15ถ้าการงานของผู้ใดถูกเผาไหม้ไป ผู้นั้นก็จะขาดค่าตอบแทน แต่ตัวเขาเองจะรอด แต่เหมือนดังรอดจากไฟ" (1โครินธ์ 3:10-14)


ชีวิตของเราที่ยืนอยู่ได้ ก็ด้วยฤทธิ์เดชของพระเจ้า แต่ถ้าชีวิตของเราไม่ได้วางรากอย่างถูกต้อง เราก็จะล้มลงได้ง่าย

ความวิตกกังวลหรือความกลัวเป็นตัวแปรสำคัญในชีวิตของเรา

เมื่อเรานมัสการพระเจ้า ขอที่เราจะมองที่องค์พระเยซูคริสต์ และนมัสการด้วยหัวใจ

เราจะมาถึงการวางรากฐาน ภาพที่จะทำให้เราเห็นได้ชัด คือ การสร้างบ้าน ในการสร้างบ้านเราจะต้องมีรากฐานที่มั่นคง

ชีวิตของเราบนโลกใบนี้ ถ้าชีวิตสงบ ทุกอย่างก็เรียบร้อยดี แต่ถ้าวันใดที่เกิดปัญหาขึ้นมา ใจของเราจะเป็นอย่างไร ชีวิตของเราจะถูกพิสูจน์ได้ด้วยความยากลำบากเช่นนี้แหละ เมื่อเจอมรสุมชีวิตเราจะรู้ว่าท่าทีของเราเป็นเช่นไร

รากฐานของบ้าน สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การตอกเสาเข็มที่ลึกพอ และจำนวนมากพอ และเมื่อสร้างบ้านเสร็จ เราก็จะได้เห็นว่าบ้านนั้นแข็งแรงหรือไม่ โดยดูได้จากเมื่อเวลาผ่านไป มีรอยร้าว และพบกับพายุ จะยังคงอยู่ได้หรือไม่

เช่นเดียวกัน เราอยู่ในโลกนี้อย่างมั่นคงจนกว่าจะได้ค่าตอบแทนหรือไม่? ทุกอย่างจะต้องถูกพิสูจน์ด้วยไฟ

ชีวิตของเราจะมั่นคงได้ เมื่อเราวางรากฐานอยู่ในพระคำของพระเจ้า ในการนมัสการพระเจ้า และในการอธิษฐาน

 

1. พระวจนะคำของพระเจ้า

พระคำของพระเจ้า เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เราจะต้องกินพระวจนะ บดเคี้ยวเข้าไป เพื่อเป็นอาหารฝ่ายวิญญาณ

พระคัมภีร์เล่มนี้เป็นสุดยอดแห่งอาหารฝ่ายวิญญาณ เป็นหนังสือที่บอกถึงพระสัญญาต่าง ๆ ของพระเจ้า ขอที่เราจะศึกษาและใช้ในการดำเนินชีวิต

ประสบการณ์กับพระเจ้าเป็นสิ่งสำคัญ เพราะถ้าอ่านอย่างเดียวแต่ไม่มีประสบการณ์ก็คงจะไม่มีประโยชน์

พระคำของพระเจ้า เราต้องไขว่คว้า แสวงหา ปลูกฝังเข้าในชีวิต กินเข้าไปเพื่อ เราจะเติบโตฝ่ายวิญญาณ

ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับพระเจ้า เป็นสำคัญที่สุด เราจะต้องศึกษาว่าพระเจ้าตรัสอะไรแก่เรา สอนอะไรแก่เรา พระองค์มีพระประสงค์สำหรับชีวิตเราแต่ละคน พระองค์ทรงไถ่เราไว้ด้วยชีวิตของพระองค์บนไม้กางเขน

พวกเราได้รับพระคุณมากมายจากพระเจ้า แต่การรับใช้พระองค์บางครั้งเราต้องสละหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตของเรา พึ่งพาพระเจ้า แล้วเราก็จะได้เห็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า

ข้าพเจ้าทิ้งงานแล้วออกมารับใช้พระเจ้า แม้ว่าจะไม่สุขสบายเช่นเดิม แต่ข้าพเจ้าก็มีสันติสุขอย่างมากมาย พระเจ้าทรงนำข้าพเจ้า และเมื่อพระเจ้าทรงนำแล้ว ข้าพเจ้าก็พร้อมในทุกสถานการณ์

"6 ถ้าท่านจะให้คำแนะนำเหล่านี้แก่พวกพี่น้อง ท่านก็จะเป็นผู้รับใช้ที่ดีของพระเยซูคริสต์ เจริญด้วยคำสอนแห่งความเชื่อ และด้วยหลักธรรมอันดีที่ท่านได้ประพฤติตามนั้น
7 อย่าใส่ใจกับเทพนิยายอันหาสาระมิได้ จงฝึกตนในทางธรรม
8 เพราะถ้าการฝึกทางกายนั้นมีประโยชน์อยู่บ้าง ทางของพระเจ้าก็มีประโยชน์ในทุกทาง เพราะทรงไว้ซึ่งประโยชน์สำหรับชีวิตปัจจุบันและชีวิตอนาคตด้วย
9 ข้อความต่อไปนี้เป็นความจริง และควรแก่การรับไว้
10 เหตุที่เราตรากตรำทำงานและทนสู้ ก็เพราะว่าเรามีความหวังใจในพระเจ้าผู้ดำรงพระชนม์ พระผู้ช่วยให้รอดของคนทั้งปวง โดยเฉพาะของผู้ที่เชื่อในพระองค์
11 จงสั่งและสอนสิ่งเหล่านี้
12 อย่าให้ผู้ใดหมิ่นประมาทความหนุ่มแน่นของท่าน แต่จงเป็นแบบอย่างแก่คนที่เชื่อทั้งปวง ทั้งในทางวาจาและการประพฤติ ในความรัก ในความเชื่อ และในความบริสุทธิ์
13 จงใฝ่ใจในการอ่านพระคัมภีร์ในที่ประชุม ในการเทศนาและในการสั่งสอนจนกว่าเราจะมา" (1ทิโมธี 4:6-13)


ทุกวันนี้มีสิ่งล่อลวงมากมาย อย่ารับเอาสิ่งเหล่านั้นมากเกินไป เพราะวันหนึ่งเรามี 24 ชั่วโมงเท่ากัน แต่มีใครบ้างที่ฉลาดที่จะใช้เวลาในการแสวงหาพระเจ้า

 

2. รากฐานที่อยู่ในการนมัสการพระเจ้า

ขอที่ชีวิตของเรา จะนำตัวเรา หัวใจของเรา ร่างกายของเรา มานมัสการพระเจ้า

ในพระคัมภีร์เดิม การนมัสการพระเจ้าจำเป็นต้องผ่านปุโรหิต ต้องมีเครื่องบูชา แต่พระเยซูคริสต์ทรงเป็นเครื่องบูชาของเรา เพื่อที่เราจะสามารถเข้าเฝ้าพระเจ้าได้หน้าต่อหน้า ตัวต่อตัว

การปลดปล่อย การรักษาโรค การพยากรณ์ การเผยพระวจนะ ก็จะเกิดในสถานนมัสการของพระเจ้า

"9 และเพื่อให้คนต่างชาติได้ถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า เพราะพระเมตตาของพระองค์ ตามที่มีคำเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า เพราะเหตุนี้ ข้าพระองค์ขอสรรเสริญพระองค์ ท่ามกลางประชาชาติทั้งหลาย และร้องเพลงสรรเสริญพระนามของพระองค์
10 และมีคำกล่าวอีกว่า ประชาชาติทั้งหลายเอ๋ย จงชื่นชมยินดีกับชนชาติของพระองค์
11 แล้วยังมีคำกล่าวอีกว่า ประชาชาติทั้งปวงเอ๋ย จงสรรเสริญพระเจ้าเถิดและให้ชนชาติทั้งหลายยกย่องพระองค์
" (โรม 15:9-11)

อาจารย์เปาโลได้หนุนใจ ให้ประชากรของพระเจ้านมัสการสรรเสริญพระองค์ ท่านมีความหวังให้ประชาชาติทั้งปวงสรรเสริญพระเจ้า

เราสามารถนมัสการพระเจ้าได้ทุกที่ ขณะขับรถ ขณะนั่งรถเมล์ ขณะเดิน แทนที่เราจะใช้เวลาในการคิดเรื่องอื่น ๆ หรือ กังวลเรื่องอื่น ๆ ขอที่เราจะใช้เวลานั้นในการนมัสการพระเจ้า

 

3. รากฐานในการอธิษฐาน

การอธิษฐานเป็นการอุทิศตนเองแด่พระเจ้า ในที่ส่วนตัว

หลายครั้งพระเยซูคริสต์ทรงปลีกตัวไปอธิษฐานกับพระเจ้าตามลำพัง

"และเมื่อให้ประชาชนเหล่านั้นไปหมดแล้ว พระองค์เสด็จขึ้นไปบนภูเขาโดยลำพังเพื่ออธิษฐาน เวลาก็ดึกลง พระองค์ยังทรงอยู่ที่นั่นแต่ผู้เดียว" (มัทธิว 14:23)

เราต้องปลีกตัวเองเข้าเฝ้าพระเจ้า ไม่ใช่เข้าเฝ้าพระเจ้าเฉพาะเมื่อมีปัญหาหรือมีความทุกข์ใจ

ขอที่เราจะสะสมพระคำ การนมัสการ และการอธิษฐานพระเจ้า เพื่อที่เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินเราจะสามารถนำมาใช้ได้

พระคำของพระเป็นฤทธิ์เดช และคำอธิษฐานของเราเป็นอำนาจ

ถ้าปากของเราพูดแต่สิ่งประเสริฐ เราจะเป็นเหมือนปากของพระเจ้า

"เพราะฉะนั้น พระเจ้าจึงตรัสว่า 'ถ้าเจ้ากลับมา เราจะให้เจ้ากลับสู่สภาพดี และเจ้าจะยืนอยู่ต่อหน้าเรา ถ้าเจ้าออกปากพูดแต่สิ่งประเสริฐและไม่พูดสิ่งเลวทราม เจ้าจะเป็นเหมือนปากของเรา เขาทั้งหลายจะหันกลับมาหาเจ้า แต่เจ้าอย่าหันไปหาเขา" (เยเรมีย์ 15:19)

เราเป็นปากของพระเจ้า เป็นกระบอกเสียงของพระเจ้า เราจะอวยพรผู้อื่น และการอธิษฐานเป็นกุญแจแห่งชัยชนะ

 

ในเหตุการณ์ทุกวันนี้ เราจำเป็นต้องพึ่งพระเจ้า สะสมพระคำของพระเจ้า แล้วคำอธิษฐานจะเป็นอำนาจจริง ๆ

พระจ้าของเราสัตย์ซื่อและสัตย์จริง ขอที่เราจะเดินกับพระเจ้า แล้วเราจะพบการอัศจรรย์จากพระองค์ เราจะได้พบพระพรใหม่ ๆ การอัศจรรย์ใหม่ ๆ เสมอ พระเจ้าของเราทรงพระชนม์อยู่

ถ้าเราวางรากฐานเหล่านี้ ชีวิตของเราก็จะไม่หวั่นไหวเมื่อเจอกับพายุ เมื่อพบกับปัญหา

บางคน เมื่อกิดปัญหา ก็จะ

  • ต่อว่าพระเจ้า
  • บ่นต่อพระเจ้า
  • ละทิ้งพระเจ้า หยุดการรับใช้ หยุดการอธิษฐาน ประชดพระเจ้า

แล้วเราจะตั้งรับกับพระเจ้าอย่างไร?

  • หยุดนิ่ง ถามว่าพระเจ้ากำลังจะตรัสอะไรกับเรา พระองค์ทรงมีพระประสงค์กับเราอย่างไร
  • ลุกขึ้นยืนใหม่ เมื่อล้มแล้ว ต้องลุก ตั้งหลักกับพระเจ้าใหม่

"5 จงวางใจในพระเจ้าด้วยสุดใจของเจ้า และอย่าพึ่งพาความรอบรู้ของตนเอง
6 จงยอมรับรู้พระองค์ในทุกทางของเจ้า และพระองค์จะทรงกระทำให้วิถีของเจ้าราบรื่น
7 อย่าคิดว่าตนฉลาด จงยำเกรงพระเจ้า และหันจากความชั่วร้าย" (สุภาษิต 3:5-7)

ขอที่เราจะตั้งมั่นว่า "อะไรก็ได้ อะไรก็ช่าง ลูกจะรับใช้พระเจ้า จะเดินต่อไป และจะให้พระองค์เป็นหนึ่งในชีวิต"

อย่าพึ่งพาความรู้ของตัวเอง ให้เรายอมรับรู้พระองค์ แล้วพระองค์จะทรงสอนเรา อวยพรเรา อธิษฐานขอพระองค์ที่เราจะรอคอยอย่างมีสันติสุข นอนอย่างมีสันติสุข เดินอย่างมีสันติสุข ขอสันติสุขของพระเจ้าเข้ามาในชีวิต

"17 แม้ต้นมะเดื่อไม่มีดอกบาน หรือเถาองุ่นไม่มีผล ผลมะกอกเทศก็ขาดไป ทุ่งนามิได้เกิดอาหาร ฝูงสัตว์ขาดไปจากคอก และไม่มีฝูงวัวที่ในโรง
18 ถึงกระนั้นข้าพเจ้าจะร่าเริงในพระเจ้า ข้าพเจ้าจะเปรมปรีดิ์ในพระเจ้าแห่งความรอดของข้าพเจ้า" (ฮาบากุก
3:17-18)

เมื่อเรารู้สึกชีวิตเราขาดหลายสิ่งหลายอย่าง มีปัญหาสุมเข้ามา เราจะสามารถร่าเริง สรรเสริญ ขอบพระคุณพระเจ้าได้หรือไม่? ถ้าเราทำได้เช่นนี้ มารซาตานก็จะประสบความพ่ายแพ้

ขอที่เราจะสวนกระแส อย่าจมกับปัญหา อย่าจมกับสิ่งที่เกิดขึ้น

"7 คนที่วางใจในพระเจ้าย่อมได้รับพระพร คือผู้ที่ความวางใจของเขาอยู่ในพระเจ้า
8 เขาเป็นเหมือนต้นไม้ที่ปลูกไว้ริมน้ำ ซึ่งหยั่งรากของมันออกไปข้างลำน้ำ เมื่อแดดส่องมาถึงก็ไม่กลัว เพราะใบของมันคงเขียวอยู่เสมอ และไม่กระวนกระวายในปีที่แห้งแล้ง เพราะมันไม่หยุดที่จะออกผล" (เยเรมีย์ 17:7-8)

เราจะไม่กลัวแดดที่มาแผดเผา เพราะพระเจ้าจะทรงดูแลเรา พระเจ้าจะประทานสิ่งดีให้แก่เราแน่นอน เพียงแต่เราเดินกับพระเจ้าอย่างสัตย์ซื่ออย่างเสมอต้นเสมอปลาย

"7 ถ้าท่านทั้งหลายเข้าสนิทอยู่ในเรา และถ้อยคำของเราฝังอยู่ในท่านแล้ว ท่านจะขอสิ่งใด ซึ่งท่านปรารถนาก็จะได้สิ่งนั้น
8 พระบิดาของเราทรงได้รับเกียรติเพราะเหตุนี้คือเมื่อท่านทั้งหลายเกิดผลมาก ท่านก็เป็นสาวกของเรา" (ยอห์น
15:7-8)

เศรษฐกิจตอนนี้มีปัญหา ขอหนุนใจว่า ถ้าเราสัตย์ซื่อ เดินกับพระเจ้า ไม่ต้องกลัว พระเจ้าจะทรงรองรับเรา เพราะเรามีรากฐานที่มั่นคง พระคำของพระเจ้ามีชีวิต เต็มไปด้วยฤทธิ์เดิช ขอที่เราจะเดิน ติดตาม รับใช้พระเจ้าต่อไป แล้วเราจะได้ค่าตอบแทน

เวลานี้เราอาจยังไม่เห็น แต่ด้วยความเชื่อ เราจะได้ค่าตอบแทนแน่นอน เพราะพระเจ้าทรงสัตย์ซื่อ

"11 ข้อนี้เป็นความจริง คือถ้าเราตายกับพระองค์ เราก็จะมีชีวิตอยู่กับพระองค์
12 ถ้าเรามีความอดทน เราก็จะได้ครองร่วมกับพระองค์ ถ้าเราไม่ยอมรับพระองค์ พระองค์ก็จะไม่ทรงยอมรับเราเช่นเดียวกัน
13 ถ้าเราไม่มีความสัตย์จริง พระองค์ก็ยังทรงไว้ซึ่งความสัตย์จริง เพราะพระองค์จะไม่ทรงเป็นพระองค์เองไม่ได้" (
2ทิโมธี 2:11-13)

"แต่ว่ารากฐานซึ่งพระเจ้าทรงวางไว้นั้นมีตราประทับไว้ว่า 'องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงรู้จักคนเหล่านั้นที่เป็นของพระองค์' และ 'ให้ทุกคนซึ่งออกพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้าละทิ้งความชั่วเสีย' "  (2ทิโมธี 2:19)

พระเจ้าทรงรู้จักเรา และพระองค์ทรงไว้ซึ่งความสัตย์จริง ขอที่เราจะขอบพระคุณพระองค์ เพราะรากฐานที่รองรับเราคือ พระเจ้าผู้ทรงยิ่งใหญ่ พระเจ้าจะรองรับเราท่ามกลางปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาสุขภาพ ขอที่เราจะยืนหยัดต่อไป

"16 พระเจ้าตรัสดังนี้ว่า 'ระงับเสียงร้องไห้คร่ำครวญไว้เสียเถิด และระงับน้ำตาจากตาของเจ้าเสีย เพราะว่าการงานของเจ้าจะได้รับรางวัลพระเจ้า ตรัสดังนี้แหละ และเขาทั้งหลายจะกลับมาจากแผ่นดินของศัตรู
17
พระเจ้าตรัสว่า เรื่องอนาคตของเจ้ายังมีหวัง และลูกหลานของเจ้าจะกลับมายังประเทศของเขาเอง" (เยเรมีย์ 31:16-17)

พระเจ้าทรงประทานความหวังแก่เรา พระเจ้าของเรายิ่งใหญ่ ขอที่เราจะวางรากฐานในองค์พระเยซูคริสต์เจ้า เราจะไม่วางรากฐานในสิ่งอื่นใด ขอที่เราจะมีประสบการณ์กับพระเจ้า

 

อ.มณฑา ศรีสุข

คำแบ่งปันรายการเพื่อคุณ คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 02/05/2010

เรื่อง Rooted and Built-Up in Christ

สรุปโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

 

  • ถ้าท่านอ่านแล้ว มีความปรารถนาที่จะเปิดใจออก อธิษฐานทูลเชิญพระเยซูคริสต์เสด็จเข้ามาในชีวิตของท่าน และเป็นพระเจ้าของท่าน กรุณาไปที่หน้า คำอธิษฐาน

  • ถ้าคุณอ่านแล้วสนใจ กรุณาติดต่อคริสตจักรใกล้บ้านท่านได้เลยครับ หรือถ้าหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ก็ติดต่อโดยตรงได้ที่อีเมลของผมเลยครับ ton@followhissteps.com