รับใช้อย่างไรจึงจะมีความสุข

FollowHisSteps.com
 

ข้าพเจ้าไม่แน่ใจว่า ตามหัวข้อที่ได้รับนั้น คือ ให้เรารับใช้อย่างมีความสุขนั้น จะเป็นข้อเท็จจริงหรือไม่? หรืออาจต้องขอเปลี่ยนหัวข้อเป็นว่า "รับใช้แล้วมีความสุขจริงหรือ?"

ข้าพเจ้าเป็นนักประวัติศาสตร์คริสเตียน และเล่มล่าสุดที่ข้าพเจ้าเขียน เป็นหนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์คริสตจักร ซึ่งตลอดประวัติศาสตร์นั้น มีการข่มเหงคริสเตียนอย่างมากมาย แม้แต่ในทุกวันนี้ก็ยังคงมีคริสเตียนถูกข่มเหง มีคริสเตียนถูกฆ่าตายปีละเป็นแสนคนทั่วโลก หลายประเทศถูกข่มเหงอย่างหนัก เสียชีวิตอย่างไร้เหตุผล และแม้แต่ประเทศในยุโรปและอเมริกา ผู้รับใช้ในอเมริกา ก็ยังกล่าวว่า ผู้รับใช้ในประเทศอเมริกา ซึ่งเป็นประเทศที่มีรากฐานจากความเชื่อคริสเตียน ยังถูกข่มเหงไม่แตกต่างจากในประเทศตะวันออกกลางเลย เนื่องจากเหตุการณ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะหลังเหตุการณ์ 911 คริสตจักรได้รับผลกระทบอย่างมาก จากนโยบายต่าง ๆ ที่เปลี่ยนไป

ถ้าหากว่าเราบอกว่ารับใช้แล้วมีความสุขสบาย ต้องบอกได้เลยว่า การรับใช้ของเรานั้น อาจจะถูกต่อต้านน้อยกว่าค่าเฉลี่ยที่ควรจะเป็น แต่หากว่าเรารู้สึกว่าถูกต่อต้าน ยากลำบาก มีอุปสรรค ก็แสดงว่าระดับการถูกต่อต้านนั้นเป็นปกติที่ควรจะเป็น

คริสตจักรในประเทศไทยเองก็มีปัญหามาก แม้แต่เรื่องคอรัปชั่นภายในคริสตจักร ส่งผลให้คริสตจักรเสียหายทั้งเรื่องทรัพย์สิน ชื่อเสียง และความสัมพันธ์ นี่ยังไม่นับคริสตจักรที่มีปัญหาเรื่องหลักข้อเชื่อ คริสตจักรใหญ่ ๆ ในประเทศไทยก็มีการแตกออกเป็นฝ่าย ๆ

คริสตจักรที่จะรับใช้แล้วมีความสุข มีอยู่เพียงแค่ 2 ประเภทเท่านั้น คือ

  • คริสตจักรที่ดูเหมือนว่าสบายดี ไม่กระตือรือร้นอะไรมาก พอใจกับสิ่งที่มีแล้ว
  • คริสตจักรที่ดูเหมือนว่ามีทรัพย์สิน สิ่งของอย่างครบถ้วน มีตึกมีอาคารมั่นคงดีแล้ว

ในขณะที่หลายคริสตจักรรับใช้อย่างสุขสบาย แต่ก็มีหลายคริสตจักรทีเดียว ที่ผู้รับใช้มีความยากลำบาก ผู้รับใช้หลายคนท้อแท้ เพราะรายรับไม่พอกับภาระครอบครัว ทั้ง ๆ ที่มีตั้งใจที่จะรับใช้ให้จนสุด ๆ จนที่ว่าพระเจ้าพอพระทัย การจะรับใช้ได้ถึงขนาดนั้น จะต้องมีการสูญเสีย มี price to pay หลายคนต้องเสียเลือดเนื้อ ต้องอุทิศทุกสิ่ง ยอมสูญเสียหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิต

วิธีที่จะรับใช้อย่างมีความสุข มีวิธีที่ทำได้เพียง 2 วิธี ได้แก่

  • รับใช้เท่าที่ตนเองรู้สึกว่ามีความสุข เอาตัวเองเป็นตัวตั้ง เลือกงานรับใช้เฉพาะเรื่องที่ชอบ และในปริมาณที่เราชอบ พอเป็นรูปแบบหรือระดับการรับใช้ที่เราไม่ชอบ ก็จะปฏิเสธทันที การรับใช้เช่นนี้ไม่ใช่เป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะความเป็นจริงแล้ว เราควรจะรับใช้ด้วยท่าทีที่ให้พระเยซูคริสต์เป็นองค์พระผู้เป็นพระเจ้าของเรา ยอมรับใช้แม้ในเรื่องที่ตัวเองไม่มีความสุข ถ้าหากเราเลือกที่จะรับใช้ด้วยท่าทีที่ตนเองรู้สึกมีความสุขนี้ เราจะต้องเตรียมรับกับจิตสำนึกที่ฟ้องกับเรา จิตสำนึกที่จะฟ้องเราว่า นี่คือที่พระเจ้าต้องการให้เราเป็นหรือไม่
  • ปรับเปลี่ยนทัศนคติให้เป็นตามอย่างพระเยซูคริสต์ แม้ว่าจะเจอกับความทุกข์ยาก แต่ก็ปรับเปลี่ยนรสนิยมให้เป็นตามที่พระเยซูคริสต์ทรงสั่งสอน ให้มีความสุขกับสิ่งที่พบเจอ รับไหวในทุกงานรับใช้ ปรับวิธีคิด ปรับทัศนะในส่วนลึกของเรา โดยถามตัวเองว่า ถ้าเป็นพระเยซูคริสต์ พระองค์จะทรงพอพระทัยหรือไม่ ถ้าพระองค์ทรงพอพระทัย เราก็พอใจแล้ว แม้ร่างกาย เงินทอง สถานภาพ สภาพจิตจะจะเป็นอย่างไร ก็ไม่สำคัญ แต่จะปรับตัวให้เข้ากับทุกสถานการณ์ได้ ขอเพียงทราบว่าพระเจ้าทรงพอพระทัย ด้วยวิธีนี้เท่านั้น เราจึงจะรับใช้แล้วมีความสุข โดยที่ประสิทธิภาพเป็นไปในแบบที่ควรจะเป็น

ทุกวันนี้ มีผู้รับใช้หลายคนเจ็บปวด จะมีเพียงแค่ผู้ที่มีหัวใจแบบที่สองที่จะไม่ย่อท้อ ไม่ยอมแพ้แม้สิ่งที่เขาถวายจะโดนคริสตจักรโกงไป สูญเปล่าไปเท่าไร หรือจะโดนตำหนิแพ้ว่าทำดีที่สุดแล้ว แต่เขาก็จะไม่ถอยหนี เพราะเขาถือว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทำและเขาถวาย พระเจ้าทรงรับแล้ว

เราจำเป็นที่จะต้องเลือก เพราะในทางเศรษฐศาสตร์และรัฐศาสตร์ สิ่งที่มนุษย์ไขว่คว้าคือความสุข แม้ว่าจะมีอุดมการณ์เช่นไร ก็มักจะทุ่มเทถึงขนาดที่คิดว่าตนเองมีความสุขเท่านั้น จะไม่ได้ทุ่มเทอย่างเต็มที่จนถึงขนาดที่ตนเองจะต้องสูญเสียในสิ่งที่ตนเองรู้สึกว่ามีความสุข

คำอธิษฐานตามที่พระเยซูคริสต์ทรงสอนนั้น ทำให้เราทราบน้ำพระทัยของพระเจ้า

"9 ท่านทั้งหลาย จงอธิษฐานตามอย่างนี้ว่า 'ข้าแต่พระบิดาแห่งข้าพระองค์ ทั้งหลาย ผู้ทรงสถิตในสวรรค์ ขอให้พระนามของพระองค์เป็นที่เคารพสักการะ
10
ขอให้แผ่นดินของพระองค์มาตั้งอยู่ ขอให้เป็นไปตามพระทัยของพระองค์ ในสวรรค์เป็นอย่างไรก็ให้เป็นไปอย่างนั้นในแผ่นดินโลก' " (มัทธิว 6:9-10)

สำหรับคริสเตียน จำเป็นต้องตระหนักเรื่องคุณค่าชีวิต คุณค่าความเป็นมนุษย์ของเรา ว่าเราเกิดมาเพื่ออะไร สิ่งสำคัญที่สุด คือว่าเราได้ตีคุณค่าให้กับตัวเองอย่างไร

ถ้าหากเราอยากเห็นน้ำพระทัยของพระเจ้าสำเร็จในแผ่นดินโลก สิ่งนี้จะเรียกร้องแก่เราอย่างมากมาย แม้ว่าเราจะอยู่ในคริสตจักรที่ได้รับพระพรอย่างเต็มขนาด อยู่ในที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ แต่โลกนี้ยังกว้างใหญ่ แผ่นดินไทยกว้างเหลือเกิน แค่ถนนเดียว เราก็ยังชนะใจคนได้ไม่สำเร็จทั้งหมด เราอาจรู้สึกว่างานรับใช้ ทำเท่าไรก็ยังไม่พอ จุดปลายยังห่างไกลเหลือเกิน แต่ให้เราตระหนักว่า แม้สิ่งเหล่านี้อาจยังไม่สำเร็จในชีวิตของเรา แต่อย่างน้อยเราก็ได้ทำอย่างเต็มที่สุดชีวิตแล้ว ถ้าเรารับใช้ด้วยอัตราความสุขของเราเป็นตัวตั้ง เราจะวิ่งไปไม่ถึงไหน คงจะไม่ต้องฝันอะไรเลย แต่ถ้าเราอยากเห็นแผ่นดินของพระเจ้าสำเร็จในแผ่นดินโลก สำเร็จในบริเวณรอบคริสตจักร มีวิธีเดียว คือ ปรับบรรทัดฐาน ปรับทัศนคติของเราให้เป็นอย่างพระเยซูคริสต์ ไม่ใช่เหมือนกับคนเหล่านั้น ที่เอาความสุขของตัวเองเป็นเครื่องชี้วัดขนาดและรูปแบบการรับใช้

ขอเราดูที่ชีวิตขององค์พระเยซูคริสต์ แล้วเราจะทราบว่าว่าการรับใช้ของพระเจ้ามีความสุขหรือไม่ แน่นอน ชีวิตของพระองค์ต้องทุกข์ยากอยากถึงที่สุด ถ้าจะมองทางกายภาพ แน่นอนว่าไม่มีความสะดวกสบายเสียเลย โดยเฉพาะภาพของ Passion of The Christ จะเป็นความทุกข์ทรมานของพระองค์

โครงสร้างของมนุษย์ แปลกประหลาดและซับซ้อน สัตว์ทุกชนิดจะพอใจที่จะแสวงหาความสุข โดยระดับความสุขได้แก่ หาอาหาร หาความปลอดภัยมั่นคง การยอมรับ หาความรัก และการบรรลุความใฝ่ฝัน เป็นลำดับ และคนโดยทั่วไปก็เป็นเหมือนกัน แต่มีคนพวกหนึ่ง ที่ได้แสวงหาสิ่งเหล่านี้ จนได้บรรลุ แล้วยอมทิ้งทุกอย่าง อาจารย์เปาโลเป็นตัวอย่างของคนกลุ่มนี้ เป็นสุดยอดของคนในยุคนั้น ท่านมีทุกอย่าง มีเกียรติ มีฐานะที่ดี แต่ในที่สุด ท่านทิ้งทุกอย่าง ท่านยอมที่จะโดนข่มเหง จนถูกประหารชีวิตในที่สุด ผู้ที่จะเป็นคนเช่นนี้ได้เป็นคนพิเศษ จะต้องพัฒนาตัวเอง จนกระทั่งยอมละทิ้งความต้องการพื้นฐานในชีวิต และให้อุดมการณ์มาก่อนเสมอ

สิ่งที่ทำให้คริสเตียนคนหนึ่งต่างจากคริสเตียนคนอื่น ๆ ที่อยู่ในที่เดียวกัน คือ หัวใจของเขาที่จะกระทำตามพระมหาบัญญัติ นั่นคือ รักพระเจ้า และรักเพื่อนบ้าน ซึ่งพระมหาบัญญัตินี้เอง นี่เป็นทัศนคติตามน้ำพระทัยพระเจ้า

ด้วยความรัก บางครั้งจำเป็นที่จะต้องฝืนตัวเอง แม้จะไม่อยากทำ แต่จะตั้งใจทำ ความรักที่แท้ไม่ใช่ความรู้สึก ไม่ใช่อารมณ์ เป็นความตั้งใจที่จะรัก แม้จะไม่รู้สึกเลย เป็นความพยายามทำให้แก่เขาแม้จะต้องฝืนใจ นี่เป็นแรงขับเคลื่อนชีวิตของเรา จนกระทั่งเราปรับเปลี่ยนนิยาม เปลี่ยนทัศนะของเราได้ นั่นแหละ เราจะกลับมามีความสุขอีกครั้งหนึ่ง ของที่เราจะให้คำนิยามของความสุขอยู่ที่การที่กระทำตามพระประสงค์ของพระเจ้า เราจะยังคงมีความสุขได้แม้จะไม่สะดวกสบาย แม้จะต้องฝืนกายฝ่ายร่างกายก็ตาม

นอกจากนี้ อยากที่จะให้เรามองพันธกิจให้กว้างออกไป อย่าให้มองแค่ในโบสถ์ แต่เราจะต้องมองไปข้างนอก สนามที่เราจะต้องรับใช้นั้นใหญ่มาก มีผู้ที่รอเราอยู่อีกมาก

 

ดร. ศิลป์ชัย เชาว์เจริญรัตน์

คำแบ่งปันคณะเพื่อคุณ คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 18/10/2009

เรื่อง รับใช้อย่างไรจึงจะมีความสุข

สรุปโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

 

  • ถ้าท่านอ่านแล้ว มีความปรารถนาที่จะเปิดใจออก อธิษฐานทูลเชิญพระเยซูคริสต์เสด็จเข้ามาในชีวิตของท่าน และเป็นพระเจ้าของท่าน กรุณาไปที่หน้า คำอธิษฐาน

  • ถ้าคุณอ่านแล้วสนใจ กรุณาติดต่อคริสตจักรใกล้บ้านท่านได้เลยครับ หรือถ้าหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ก็ติดต่อโดยตรงได้ที่อีเมลของผมเลยครับ ton@followhissteps.com

FollowHisSteps.com

ได้รับการสนับสนุน Web Hosting จาก SPAComputer.com, ThaWang.com