ทหารของพระคริสต์

FollowHisSteps.com
 

"1 เหตุฉะนั้นบุตรของข้าพเจ้าเอ๋ย จงเข้มแข็งขึ้นในพระคุณซึ่งมีอยู่ในพระเยซูคริสต์
2 จงมอบคำสอนเหล่านั้น ซึ่งท่านได้ยินจากข้าพเจ้าต่อหน้าพยานหลายคน ไว้กับคนที่ซื่อสัตย์ที่สามารถสอนคนอื่นได้ด้วย
3 จงทนการยากลำบากด้วยกันกับทหารที่ดีของพระเยซูคริสต์
4 ไม่มีทหารคนใดที่เข้าประจำการแล้วจะยุ่งอยู่กับงานฝ่ายพลเรือน ด้วยว่าเขามุ่งที่จะทำให้ผู้บังคับบัญชาพอใจ
5 นักกีฬาจะมิได้สวมพวงมาลัยถ้าเขาไม่แข่งขันตามกติกา
6 กสิกรผู้ตรากตรำทำงานก็ควรเป็นคนแรกที่ได้รับผล
7 จงใคร่ครวญถึงสิ่งที่ข้าพเจ้าได้พูดเถิด ด้วยองค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงประทานความเข้าใจให้แก่ท่านในทุกสิ่ง
8 จงระลึกถึงพระเยซูคริสต์ผู้ได้ทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นมาจากความตาย และทรงสืบเชื้อสายจากดาวิด ตามข่าวประเสริฐที่ข้าพเจ้าประกาศนั้น
9 และเพราะเหตุข่าวประเสริฐนั้นข้าพเจ้าจึงทนทุกข์ ถูกล่ามโซ่ดังผู้ร้าย แต่พระวจนะของพระเจ้านั้นไม่มีผู้ใดเอาโซ่ล่ามไว้ได้
10 เหตุฉะนั้นข้าพเจ้าจึงยอมทนทุกอย่าง เพราะเห็นแก่ผู้ที่ทรงเลือกไว้นั้น เพื่อเขาจะได้รับความรอด ซึ่งมีอยู่ในพระเยซูคริสต์ พร้อมทั้งศักดิ์ศรีนิรันดร์
11 ข้อนี้เป็นความจริง คือถ้าเราตายกับพระองค์ เราก็จะมีชีวิตอยู่กับพระองค์
12 ถ้าเรามีความอดทน เราก็จะได้ครองร่วมกับพระองค์ ถ้าเราไม่ยอมรับพระองค์ พระองค์ก็จะไม่ทรงยอมรับเราเช่นเดียวกัน
13 ถ้าเราไม่มีความสัตย์จริง พระองค์ก็ยังทรงไว้ซึ่งความสัตย์จริง เพราะพระองค์จะไม่ทรงเป็นพระองค์เองไม่ได้" (2ทิโมธี 2:1-13)

พระธรรม 2ทิโมธี เป็นพระคัมภีร์ตอนสำคัญตอนหนึ่ง ซึ่งกล่าวโดยอาจารย์เปาโล ผู้ซึ่งเป็นผู้รับใช้ที่พระเจ้าทรงใช้มากมาย แม้ว่าท่านจะไม่ได้ถูกนับไว้เป็นหนึ่งในอัครสาวก 12 คน แต่ท่านได้รับการทรงเรียกอย่างอัศจรรย์อย่างยิ่ง

เปาโลเป็นคนที่ทำให้คริสเตียนที่เชื่อในพระเยซูคริสต์แยกออกจากศาสนายิวอย่างเด็ดขาด เพราะยิวยึดถือหลักคำสอนจากพระคัมภีร์เดิมเป็นหลัก ชายจะพบความชอบธรรมได้จะต้องเจ็บตัวก่อน คือจะต้องผ่านพิธีการเข้าสุหนัด และสตรีก็ไม่สามารถเข้าไปในบางบริเวณได้ อาจารย์เปาโลมีบทบาทสำคัญในการแยกระหว่างความเชื่อในพระคริสต์ออกจากศาสนายูดาห์

จดหมายฝากฉบับสุดท้ายก่อนที่อาจารย์เปาโลจะต้องเสียชีวิต ก็คือ 2ทิโมธี ท่านรู้ตัวว่าชีวิตของท่านใกล้ที่จะต้องโดนประหาร ท่านจึงเขียนจดหมายฝากให้แก่ทิโมธี ผู้ซึ่งเป็นลูกแกะของพระเจ้าที่อาจารย์เปาโลดูแลเอาใจใส่อย่างทุ่มเท ทิโมธียังคงมีอายุที่น้อย ยังขาดความมั่นใจของตนเอง และนอกจากนี้ยังมีสุขภาพที่ไม่แข็งแรง นี่จึงเป็นสาเหตุที่อาจารย์เปาโลเขียนจดหมายเพื่อที่หนุนใจและแนะนำทิโมธี

เมื่ออาจารย์เปาโลตระหนักว่าจะต้องจากไปแล้ว บุคคลที่ท่านคิดถึงก็คือ ทิโมธี อาจารย์เปาโลจึงได้ฝากคำสอนให้ท่านทิโมธีเข้าใจในสิ่งที่สำคัญ ท่านได้สกัดความรู้จากประสบการณ์ที่ท่านได้รับใช้พระเจ้ามาตลอดชีวิต มาเป็นบทเรียนให้แก่ท่านทิโมธี เป็นเคล็ดลับที่สำคัญแก่ชีวิตของทิโมธี

บทเรียนที่อาจารย์เปาโลกล่าวไว้ตอนนี้ ถึงลักษณะของทหารที่ดีของพระเยซูคริสต์นั้น มีอยู่อย่างน้อย 3 ประการด้วยกัน ได้แก่ อดทน ไม่ยุ่งอยู่กับงานฝ่ายพลเรือน และทำในสิ่งที่เป็นน้ำพระทัยของพระเจ้า

 

1. อดทน

"จงทนการยากลำบากด้วยกันกับทหารที่ดีของพระเยซูคริสต์" (2ทิโมธี 2:3)

ทหารจะคาดหวังความสบายไม่ได้ ยิ่งทหารที่เข้าประจำการก็คงจะทราบดีว่าไม่สามารถที่จะดำเนินชีวิตอย่างสะดวกสบายได้

เช่นกัน คริสเตียนที่ปรารถนาที่จะเป็นทหารที่ดีของพระเยซูคริสต์ ก็ไม่ควรที่คาดหวังว่าจะพบความสะดวกสบายเช่นกัน คริสเตียนจะต้องเรียนรู้ที่จะอดทนต่อความทุกข์ยากลำบาก

คำว่าอดทน ใช้กับความทุกข์ยากลำบากที่เราจะต้องเผชิญ เพราะว่าเราคงจะไม่จำเป็นที่จะต้องอดทนต่อความสะดวกสบาย

"8 จงระลึกถึงพระเยซูคริสต์ผู้ได้ทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นมาจากความตาย และทรงสืบเชื้อสายจากดาวิด ตามข่าวประเสริฐที่ข้าพเจ้าประกาศนั้น
9 และเพราะเหตุข่าวประเสริฐนั้นข้าพเจ้าจึงทนทุกข์ ถูกล่ามโซ่ดังผู้ร้าย แต่พระวจนะของพระเจ้านั้นไม่มีผู้ใดเอาโซ่ล่ามไว้ได้
10 เหตุฉะนั้นข้าพเจ้าจึงยอมทนทุกอย่าง เพราะเห็นแก่ผู้ที่ทรงเลือกไว้นั้น เพื่อเขาจะได้รับความรอด ซึ่งมีอยู่ในพระเยซูคริสต์ พร้อมทั้งศักดิ์ศรีนิรันดร์" (2ทิโมธี 2:8-10)

อาจารย์เปาโลไม่ได้พูดจากทฤษฎีเท่านั้น แต่ท่านยกตัวอย่างจากชีวิตของตัวเอง ที่ดำเนินชีวิตรับใช้พระเจ้า เป็นดั่งทหารที่ดีของพระเยซูคริสต์ เป็นสิ่งที่ท่านได้ทนทุกข์มา

"แท้จริงบรรดาคนที่ปรารถนาจะดำเนินชีวิตตามทางของพระเจ้า ในพระเยซูคริสต์จะถูกกดขี่ข่มเหง" (2ทิโมธี 3)

ถ้าหากว่าเรารับใช้พระเจ้า จะมีการข่มเหงตามมาเสมอ และเราจะต้องอดทน เราจะอดทนเพื่ออะไร? ถ้าหากเราไม่มีเป้าหมายของการอดทน เราก็คงจะอดทนได้เพียงช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น

 

2. ไม่ยุ่งอยู่กับงานฝ่ายพลเรือน

"ไม่มีทหารคนใดที่เข้าประจำการแล้วจะยุ่งอยู่กับงานฝ่ายพลเรือน ด้วยว่าเขามุ่งที่จะทำให้ผู้บังคับบัญชาพอใจ" (2ทิโมธี 2:4)

คำว่า "ยุ่งอยู่กับ" คือคำว่า "involve" หรือ เกี่ยวข้อง เกี่ยวพันกับบางสิ่ง ดังนั้น ลักษณะสำคัญของทหารที่ดี คือ จะต้องตระหนักเสมอว่ากำลังเป็นทหารที่กำลังเข้าประจำการ และเป็นทหารของพระเยซูคริสต์ จะต้องไม่เกี่ยวดองหรือเกี่ยวพันกับภาระกิจของพลเรือน หน้าที่หลักของเราคือทำภาระกิจที่กำหนดไว้ และภาระกิจนั้นสำคัญอย่างยิ่งจนต้องละจากครอบครัว เพื่อเข้าสู่สนามรบ

อะไรก็ตามที่ทำให้เราไม่สามารถทำภาระกิจของพระเยซูคริสต์ได้เต็มที่ สิ่งนั้นคือสิ่งที่เราจะต้องไม่ไปเกี่ยวพัน เราจะต้องละเลิกเสีย อาทิเช่น การทำงานที่ทำให้เราไม่มีเวลาที่จะมานมัสการพระเจ้าอย่างสม่ำเสมอ

มีสมาชิกหลายท่านที่ไม่สามารถมานมัสการรอบเช้าได้ ก็สามารถมารอบบ่ายได้ หรือไม่สะดวกในรอบบ่าย ก็สามารถมารอบเช้าได้ แต่มีสมาชิกอีกหลายท่านที่ไม่สามารถมาได้ทั้งสองรอบ ก็เป็นสิ่งที่เขาจะต้องเลือก ถ้าสามารถเลือกงานได้ ก็ควรจะเลือกงานที่ไม่รบกวนการนมัสการวันอาทิตย์ และสิ่งที่ดีที่สุด คือ วันอาทิตย์ ควรจะเป็นวันที่เราจัดสรรเพื่อเราจะนมัสการพระเจ้าได้อย่างเต็มที่ เพราะวันอาทิตย์เป็นวันแห่งองค์พระผู้เป็นเจ้า หรือวันของพระเยซูคริสต์

คริสเตียนที่สำนึกว่าตนเองเป็นทหารที่ดีของพระเยซูคริสต์ จะต้องตระหนักอยู่เสมอ ว่ากำลังเข้าประจำการอยู่ อย่าไปเกี่ยวพันกับสิ่งที่ทำให้เราไม่สามารถรับใช้พระเยซูคริสต์ได้

สิ่งล้ำค่าที่สุดของชีวิตคริสเตียน คือ พระกิตติคุณแห่งพระเยซูคริสต์ และความเชื่อในองค์พระเยซูคริสต์

ความเชื่อในพระเยซูคริสต์เป็นสิ่งที่ล้ำค่าอย่างยิ่ง  เพราะเป็นสิ่งที่ไม่ได้เกิดจากความพยายามของมนุษย์ แต่เป็นของประทานจากพระเจ้าที่มอบให้แก่เรา มนุษย์ก่อนที่จะรู้จักพระเจ้านั้นเป็นคนบาป เหมือนผู้ที่ตายแล้ว เป็นการตายฝ่ายวิญญาณ ไม่มีชีวิต ไม่สามารถที่จะกลับคืนมาที่จะคว้าเอาพระกิตติคุณได้ แต่ที่เราเชื่อพระองค์ได้ เพราะนี่เป็นพระคุณของพระเจ้า ในขณะที่เราตายฝ่ายวิญญาณ พระองค์ทรงให้เรากลับขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง เพื่อรับเอาพระกิตติคุณ และกลับมีชีวิต ความเชื่อนี้เป็นสิ่งล้ำค่าที่เปลี่ยนอนาคตของคนที่ตกนรก ให้กลับมาหาพระเจ้า เข้าสู่แผ่นดินสวรรค์

ดังนั้นการเลือกคู่ครอง พระคัมภีร์จึงแนะนำไม่ให้เราเลือกคนที่ไม่ใช่คริสเตียน เพราะเขาจะมีส่วนทำลายสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดสิ่งหนึ่งในชีวิตของเรา  นั่นคือ ความเชื่อในองค์พระเยซูคริสต์ของเรา

 

3. ทำในสิ่งที่เป็นน้ำพระทัยของพระเจ้า

"ไม่มีทหารคนใดที่เข้าประจำการแล้วจะยุ่งอยู่กับงานฝ่ายพลเรือน ด้วยว่าเขามุ่งที่จะทำให้ผู้บังคับบัญชาพอใจ" (2ทิโมธี 2:4)

เราจะต้องเลือกให้ดี ระหว่างน้ำพระทัยของพระเจ้า และสิ่งที่เราเลือกเอง

ถ้าเราอ่านพระคัมภีร์ไม่จบทั้ง 66 เล่ม ไม่เก็บรายละเอียด แล้วเราจะสามารถเข้าใจพระวจนะคำอย่างถูกต้องได้อย่างไร? ดังนั้น ขอที่เราจะกระตือรือร้นในการอ่านพระวจนะคำของพระเจ้า เพราะนี่เป็นน้ำพระทัยของพระเจ้า

น้ำพระทัยของพระเจ้าในพระคัมภีร์ตอนนี้ตามบริบท คือ การประกาศพระกิตติคุณ

"8 จงระลึกถึงพระเยซูคริสต์ผู้ได้ทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นมาจากความตาย และทรงสืบเชื้อสายจากดาวิด ตามข่าวประเสริฐที่ข้าพเจ้าประกาศนั้น
9 และเพราะเหตุข่าวประเสริฐนั้นข้าพเจ้าจึงทนทุกข์ ถูกล่ามโซ่ดังผู้ร้าย แต่พระวจนะของพระเจ้านั้นไม่มีผู้ใดเอาโซ่ล่ามไว้ได้" (2ทิโมธี 2:8-9)

การแบ่งปันเรื่องพระเยซูคริสต์เป็นหน้าที่ของเรา

ในชีวิตของเรา เราเป็นพยานเรื่องพระเยซูคริสต์เจ้ามากเพียงไร? และเรานำคนมารู้จักกับพระเจ้าได้กี่คนแล้ว? เรากำลังใช้ชีวิตอย่างเรื่อยเปื่อยโดยไม่สนใจว่าพระเจ้ามีน้ำพระทัยอะไรในชีวิตของเราหรือไม่?

พระเจ้าทรงอวยพรอับราฮัมอย่างมากมาย เพื่อให้ท่านเป็นพรแก่โลกนี้ เช่นเดียวกัน พระเจ้าทรงอวยพรเราอย่างมากมาย ก็เพื่อที่เราจะเป็นพรแก่โลกนี้ เราได้รับพระคุณจากพระเจ้าอย่างมากมาย และภาระกิจของเราก็คือการประกาศพระกิตติคุณ เพราะพระกิตติคุณนี้เองจะเป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์รอดพ้นจากนรกและได้ไปสวรรค์

 

เราจะต้องตระหนักอยู่เสมอว่า น้ำพระทัยของพระเจ้าในชีวิตของเรา คือ ให้เราอดทน หลีกเลี่ยงจากการพัวพันกับสิ่งที่จะทำให้เราไม่สามารถรับใช้พระเจ้าได้ และมีเป้าหมายร่วมกับพระองค์ คือ ที่จะประกาศพระกิตติคุณ สร้างสาวก ให้เขาเชื่อฟังพระเยซูคริสต์

วันเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ และเราไม่สามารถที่จะย้อนเวลากลับไปได้ ถ้าเรามัวชะล่าใจ เราอาจจะเสียใจชั่วชีวิตได้ แล้วเราจะตอบพระเจ้าได้อย่างไรเมื่อพระเจ้าถามเราว่า เราได้ทำอะไรบ้างกับพระพรที่พระเจ้าทรงประทานให้แก่เรา

พระวจนะของพระเจ้าตอนนี้ จบท้ายด้วย

"11 ข้อนี้เป็นความจริง คือถ้าเราตายกับพระองค์ เราก็จะมีชีวิตอยู่กับพระองค์
12 ถ้าเรามีความอดทน เราก็จะได้ครองร่วมกับพระองค์ ถ้าเราไม่ยอมรับพระองค์ พระองค์ก็จะไม่ทรงยอมรับเราเช่นเดียวกัน
13 ถ้าเราไม่มีความสัตย์จริง พระองค์ก็ยังทรงไว้ซึ่งความสัตย์จริง เพราะพระองค์จะไม่ทรงเป็นพระองค์เองไม่ได้" (2ทิโมธี 2:11-13)

พระธรรมตอนนี้เป็นเหมือนบทเพลงที่อาจารย์เปาโลแต่งขึ้นมาขณะที่อยู่ในคุก เป็นบทเพลงที่หนุนใจอาจารย์เปาโลตลอดชีวิตของท่าน เป็นกำลังใจให้ท่านสามารถรับใช้พระเจ้า เป็นทหารที่ดีของพระเยซูคริสต์ตลอดชีวิตของท่าน

ข้าพเจ้าอยากฝากบทเพลงหนึ่ง ซึ่งเป็นเพลงทั่วไป ไม่ใช่เพลงคริสเตียน แต่เป็นสิ่งที่จะหนุนใจเรา

คุณค่าของเวลาแต่ละปี ซึ่งเท่ากับ 525,600 นาที ในชีวิตของเรา เราจะวัดกันที่ใด? เราจะวัดกันที่ความรัก เป็นความรักที่เราได้รับจากเบื้องบน และความรักที่เรารักคนอื่น

เพลงนี้มีชื่อว่า "Seasons of Love" (http://www.youtube.com/watch?v=x8iTeDl_Wug)

525,600 minutes, 525,000 moments so dear. 525,600 minutes - how do you measure, measure a year?
In daylights, in sunsets, in midnights, in cups of coffee.
In inches, in miles, in laughter, in strife. In 525,600 minutes - how do you measure a year in the life?
How about love? How about love? How about love? Measure in love. Seasons of love.

525,600 minutes! 525,000 journeys to plan. 525,600 minutes - how can you measure the life of a woman or man?

In truths that she learned, or in times that he cried. In bridges he burned, or the way that she died.

It’s time now to sing out, tho the story never ends let's celebrate remember a year in the life of friends. Remember
the love! Remember the love! Remember the love! Measure in love. Seasons of love! Seasons of love.

 

อ.ขจร ธนังกูรวิโรจน์

คำแบ่งปันคณะเพื่อคุณ คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 20/09/2009

เรื่อง ทหารของพระคริสต์

สรุปโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

 

  • ถ้าท่านอ่านแล้ว มีความปรารถนาที่จะเปิดใจออก อธิษฐานทูลเชิญพระเยซูคริสต์เสด็จเข้ามาในชีวิตของท่าน และเป็นพระเจ้าของท่าน กรุณาไปที่หน้า คำอธิษฐาน

  • ถ้าคุณอ่านแล้วสนใจ กรุณาติดต่อคริสตจักรใกล้บ้านท่านได้เลยครับ หรือถ้าหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ก็ติดต่อโดยตรงได้ที่อีเมลของผมเลยครับ ton@followhissteps.com

FollowHisSteps.com

ได้รับการสนับสนุน Web Hosting จาก SPAComputer.com, ThaWang.com