อุปสรรคที่ทำให้คริสเตียนไม่เติบโต

FollowHisSteps.com
 

อุปสรรคที่ทำให้คริสเตียนไม่เติบโต

"13 พระองค์ตรัสกับเขาว่า 'คำอุปมานั้นพวกท่านยังไม่เข้าใจหรือ ถ้ากระนั้นท่านทั้งหลายจะเข้าใจคำอุปมาทั้งปวงอย่างไรได้
14 ผู้หว่านนั้นก็ได้หว่านพระวจนะ
15 ซึ่งตกริมหนทางนั้นได้แก่ พระวจนะที่หว่านแล้ว และเมื่อบุคคลได้ฟัง ในทันใดนั้นซาตานก็มาชิงเอาพระวจนะซึ่งหว่านถูกใจเขานั้นไปเสีย
16 และซึ่งตกที่ซึ่งมีพื้นหินมีเนื้อดินแต่น้อยนั้น ก็ทำนองเดียวกัน ได้แก่บุคคลที่ได้ยินพระวจนะ และก็รับทันทีด้วยความปรีดี
17 แต่ไม่ฝังลึกในตัวจึงทนอยู่ชั่วคราว และเมื่อเกิดการยากลำบากหรือการข่มเหงต่างๆ เพราะพระวจนะนั้น ก็เลิกเสียในทันทีทันใด
18 และพืชซึ่งหว่านกลางหนามนั้น ได้แก่บุคคลที่ได้ฟังพระวจนะ
19 แล้วความกังวลตามธรรมดาโลก และความลุ่มหลงในทรัพย์สมบัติ และความโลภในสิ่งอื่นๆได้เข้ามาและรัดพระวจนะนั้น จึงไม่เกิดผล
20 ส่วนพืชซึ่งหว่านตกในดินดีนั้น ได้แก่บุคคลที่ได้ยินพระวจนะนั้น และรับไว้ จึงเกิดผลสามสิบเท่าบ้าง หกสิบเท่าบ้าง ร้อยเท่าบ้าง' " (มาระโก 4:13-20)

ถึงเวลาที่คริสเตียนจะเลิกสนใจตัวเอง และเริ่มคิดอะไรใหม่ ๆ เพื่อพระเจ้า

อุปสรรคที่ทำให้คริสเตียนไม่เติบโต มี 3 ประการ ได้แก่ มารแย่งชิง โลกล่อลวง และเนื้อหนังบดบัง

1. มารแย่งชิง

"พระเจ้าทรงสร้างโลกด้วยพระวาทะและพระวิญญาณ" (ไอเรเนียส)

คำกล่าวของไอเรเนียสนี้ เป็นที่รู้จักดี และเป็นสิ่งที่ทำให้เราตระหนักว่า พระเจ้าทรงสร้างโลกด้วยพระวิญญาณและพระวาทะ มิใช่เพียงพระวิญญาณเท่านั้น แต่ต้องมีพระวาทะร่วมด้วย

"จงให้พระวาทะของพระคริสต์ดำรงอยู่ในตัวท่านอย่างบริบูรณ์ จงสั่งสอนและเตือนสติกันด้วยปัญญาทั้งสิ้น จงร้องเพลงสดุดีเพลงนมัสการ และเพลงสรรเสริญด้วยใจโมทนาขอบพระคุณพระเจ้า" (โคโลสี 3:16)

"และอย่าเมาเหล้าองุ่นซึ่งจะทำให้เสียคน แต่จงประกอบด้วยพระวิญญาณ" (เอเฟซส 5:18)

รากฐานสำคัญ คือ "พระวาทะ" และ "พระวิญญาณ" จะต้องมาควบคู่กันเสมอ ไม่ใช่พระวิญญาณอย่างเดียว แต่จำเป็นต้องมีพระวจนะด้วย เพราะพระวจนะของพระเจ้าเป็นฤทธิ์เดช เราจำเป็นต้องสร้างสมดุลให้ดี ถ้าเราไม่กินพระวจนะ เราก็ไม่เติบโต และมารมักจะขโมยพระวจนะไปจากเรา

เราควรจะทำอย่างไรกับมาร? อย่าให้โอกาสแก่มาร เราจะต้องต้านทานต่อมัน ไม่ให้มันมีอิทธิพลต่อชีวิตของเรา เราไม่ต้องไปต่อสู้กับมารอีกต่อไป เพราะเราชนะอยู่แล้ว หน้าที่เราคือต่อต้านมัน

"และอย่าให้โอกาสแก่มาร" (เอเฟซัส 4:27)

"Neither give place to the devil." (Ephesus 4:27 KJV)

"... and give no opportunity to the devil." (Ephesus 4:27 ESV)

"and do not give the devil a foothold." (Ephesus 4:27 NIV)

ถ้าเราอยากเติบโตทางฝ่ายวิญญาณ เราจำเป็นที่จะต้องอ่านพระคัมภีร์

2. โลกล่อลวง

หัวใจของเรานั้นแคบ รักได้เพียงสิ่งเดียว นั่นคือ "พระเจ้า" หรือ "โลก" เท่านั้น เราไม่สามารถที่จะรักได้ทั้งสองสิ่ง แต่จำเป็นต้องเลือกสิ่งใดสิ่งหนึ่งเท่านั้น คุณค่าของชีวิต ไม่ใช่เพราะมีงานที่ดีหรือร่ำรวย แต่ชีวิตของเราจำเป็นต้องอยู่เพื่อข่าวประเสริฐ

"อย่ารักโลกหรือสิ่งของในโลก ถ้าผู้ใดรักโลก ความรักต่อพระบิดาไม่ได้อยู่ในผู้นั้น" (1ยอห์น 2:15)

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราจำเป็นต้องตรวจสอบหัวใจเราได้ดี เพราะยุคนี้เป็นยุคที่มีการล่อลวงอย่างมาก ขอที่เราจะรักษาใจของเราให้ดี เพราะหัวใจนี้รักได้เพียงสิ่งเดียว ขอที่เราจะเลือกที่จะรักพระเจ้า

มนุษย์คู่แรก คือ อาดัมและเอวา โดนล่อลวงเช่นกัน และในยุคนี้ก็ยังคงโดนล่อลวงด้วยโลกเช่นกัน และหนักมากขึ้นกว่าสมัยก่อนเสียอีก

3. เนื้อหนังบดบัง

เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ เนื้อหนังของเราดึงเราออกจากแผนการของพระเจ้า ทำให้เราไม่สามารถพบสิ่งที่ดียอดเยี่ยมได้

 

ความเป็นคนไทย ที่เป็นอุปสรรคทำให้คริสเตียนไม่เติบโต

คริสเตียนไทยมีอุปสรรคขัดขวางมากมาย โดยเฉพาะค่านิยมของคนไทยที่มีอยู่ในตัวของเราทุกคน โดยมีนักวิชาการท่านหนึ่งซึ่งไม่ใช่คริสเตียน คือ ดร.สุนทรีย์ โกมิน ท่านได้กล่าวไว้ถึงค่านิยมของคนไทย มี 9 ประการด้วยกัน

1. หยิ่งในศักดิ์ศรี และแกร่งในตัวตน

นี่เป็นสิ่งที่เป็นอุปสรรค ความหยิ่งในศักดิ์ศรีของตนเอง ทำให้ไม่กล้าที่จะเผชิญหน้า ไม่กล้าที่จะพูดกับเพื่อนของเราหรือคนอื่น ๆ อย่างตรงไปตรงมา เพราะความเกรงใจ กลัวคนที่เราจะพูดด้วยจะหน้าแตก หรือเราเองจะหน้าแตก จึงมักจะคิดว่า ไม่พูดก็ดีกว่า

แต่ความเป็นจริงแล้ว บาป เราจำเป็นต้องจัดการ เราต้องไม่ปล่อยให้มันผ่านไป นอกจากนี้ แทนที่เราจะหยิ่งในศักดิ์ศรี แต่พระคัมภีร์ได้เรียกร้องให้เราถ่อมใจลง

"จงเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน อย่าใฝ่สูง แต่จงถ่อมใจลงยอมทำการต่ำ(หรือ จงคบคนสามัญ) อย่าถือว่าตัวฉลาด" (โรม 12:16)

2. ชอบความสัมพันธ์อันเกิดจากการสร้างบุญคุณ

คนไทยชอบระบบอุปถัมภ์ บุญคุณต้องทดแทนและแค้นต้องชำระ ระบบนี้อยู่กับเรามานาน ค่านิยมนี้เอง ทำให้เราคาดหวังว่าพระเจ้าจะต้องช่วยเรา และเราก็จะตอบแทนบุญคุณพระเจ้า ถ้าพระเจ้าไม่ช่วยเรา เราก็จะเลิกเชื่อพระเจ้า

แต่พระคุณของพระเจ้านั้น เราไม่สามารถที่จะตอบแทนได้เลย และแม้พระเจ้าจะไม่ให้ในสิ่งที่เราต้องการ เราก็จำเป็นจะต้องประกาศข่าวประเสริฐ รับใช้พระเจ้า เราจำเป็นต้องให้พระเจ้าครอบครองเราอยู่เสมอ

"7 ในพวกท่านมีคนใดที่มีบ่าวไถนาหรือเลี้ยงแกะ เมื่อบ่าวคนนั้นกลับมาจากทุ่งนา จะบอกเขาว่า 'เชิญนั่งลงรับประทานทีเดียวเถิด'
8 หรือจะไม่บอกเขาว่า 'จงหาให้เรารับประทานและคาดเอวไว้เดินโต๊ะให้เรา จนเราจะกินและดื่มอิ่มแล้ว และภายหลังเจ้าจึงค่อยกินและดื่มเถิด'
9 นายจะขอบใจบ่าวนั้น เพราะบ่าวได้ทำตามคำสั่งหรือ
10 ฉันใดก็ดี เมื่อท่านทั้งหลายได้กระทำสิ่งสารพัด ซึ่งเราบัญชาไว้แก่ท่านนั้น ก็จงพูดด้วยว่า 'ข้าพเจ้าทั้งหลายเป็นบ่าวที่ไม่มีบุญคุณต่อนาย ข้าพเจ้าได้กระทำตามหน้าที่ซึ่งข้าพเจ้าควรกระทำเท่านั้น' " (ลูกา 17:7-10)

3. ชอบความสัมพันธ์ที่นิ่มนวลต่อกันและกัน

วัฒนธรรมคนไทย ชอบที่ให้คนให้เกียรติ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี ดังนั้น ในการประกาศ เราควรที่จะกระทำด้วยความนิ่มนวล และให้เกียรติต่อผู้ที่เราไปประกาศด้วย เพื่อให้ผู้นั้นยอมรับฟังข่าวประเสริฐ

4. ชอบความยืดหยุ่น และคล่องแคล่วในการปรับตัว

นิสัยของคนไทย ยืดหยุ่นเสมอ และมักจะทำผิดระเบียบเสมอ คิดว่า "ทำผิดไม่เป็นไร ถ้าไม่ถูกจับได้ก็เป็นสิ่งที่ดี" ซึ่งต่างจากชาวตะวันตกที่จะมีความรู้สึกผิดในการที่จะกระทำผิด จึงทำให้ระบบที่ต้องอาศัยความซื่อสัตย์หลาย ๆ อย่างใช้กับคนไทยไม่ได้

ขอที่ชีวิตเราจะมีสำนึกที่ดี โดยอยู่บนพื้นฐานของพระคัมภีร์ ถ้าสิ่งใดยืดหยุ่นไม่ได้ จำเป็นจะต้องยืนหยัด ไม่ยืดหยุ่นต่อสิ่งเหล่านั้น

5. ชอบศาสนาที่เป็นรูปธรรม

คริสตจักรบางแห่งจึงเชิดชูการพูดภาษาแปลก ๆ เพราะเป็นสิ่งที่เราสามารถเห็นได้อย่างรูปธรรม หลายคริสตจักรเชิดชูถึงความมั่งคั่ง โดยประกาศเสมอว่าเชื่อพระเจ้าแล้วรวย นี่เป็นสิ่งที่น่ากลัว แม้ว่าจะเป็นสิ่งที่คนไทยชอบ เพราะเป็นสิ่งที่เห็นได้เป็นรูปธรรม คริสตจักรจึงไม่เติบโต เพราะคาดหวังถึงสิ่งที่เป็นรูปธรรมเพียงอย่างเดียว

เราจำเป็นต้องอยู่บนพื้นฐานของพระคัมภีร์ แม้ว่าจะไม่เป็นรูปธรรม แต่เราจำเป็นต้องยึดมั่นในสิ่งนั้น

6. การศึกษาเป็นหนทางไปสู่การก้าวหน้า

ค่านิยมคนไทย ไม่ได้ต้องการศึกษาเพื่อต้องการหาความรู้ แต่จะมองการศึกษา เป็นเพียงหนทางในการก้าวหน้าในหน้าที่การงาน น้อยคนที่จะเรียนรู้เพื่อที่จะรู้จริง ๆ จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่คนไทยมักจะไม่สนใจศึกษาพระคัมภีร์ เพราะการศึกษาเป็นเพียงแค่ใบเบิกทางเท่านั้น

แต่แท้จริงแล้ว คริสเตียนจำเป็นต้องศึกษาพระคัมภีร์อย่างจริงจัง ศึกษาอย่างทะลุทะลวง เพื่อเราจะเห็นถึงความอัศจรรย์ของพระเจ้า

7. ชอบพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน

นี่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคม

8. ชอบสนุกและสบาย

นักเทศน์ ยิ่งเทศนาสนุกเท่าไร คนก็จะยิ่งชอบ

แต่เราเป็นต้องจริงจังกับพระเจ้าเสมอ ถ้าสนุก ก็เป็นสิ่งที่ดี แต่แม้ว่าจะไม่สนุก ก็จำเป็นที่เราจะต้องตั้งใจด้วยเช่นกัน ถ้าเรารู้สึกว่าการอ่านพระคัมภีร์เป็นสิ่งที่ยากลำบาก ก็ขอที่เราจะอ่าน

9. ชอบความสำเร็จด้วยความสัมพันธ์ ไม่ใช่การทำงานหนัก

คนไทยชอบการได้ความสำเร็จจากการได้รับการช่วยเหลือ โดยไม่ยอมที่จะสู้ทำงานหนักเพื่อจะได้สิ่งนั้นมา

แต่เราจำเป็นจะต้องทำงานหนัก ตั้งใจกับพระเจ้า ใคร่ครวญพระวจนะของพระเจ้าทั้งกลางวันและกลางคืน นี่เป็นสิ่งที่พระคัมภีร์ให้เราทำ เพราะไม่มีทางลัดที่ทำให้เราเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่เป็นสิ่งจำเป็นที่เราจะต้องตั้งใจจริงกับพระเจ้า โดยการอ่านพระคัมภีร์ ใคร่ครวญพระธรรมของพระองค์

"แต่ความปีติยินดีของผู้นั้นอยู่ในพระธรรมของพระเจ้า เขาภาวนาพระธรรมของพระองค์ทั้งกลางวันและกลางคืน" (สดุดี 1:2)

 

ระบบความเชื่อของคริสเตียนไทย ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเชื่อต่าง ๆ ได้แก่ เรื่องของผี (ดังจะเห็นได้ว่ามีการเซ่นผีกันทั่วไป ชอบความสัมพันธ์ เซ่นไหว้ของเพื่อที่จะได้รับการช่วยเหลือ) เรื่องของพราหมณ์ (พราหมณ์ ชอบในสิ่งลึกลับ และมีพระต่าง ๆ มากมาย ทุกอย่างเป็นพระหมด แม้แต่ข้าว แม่น้ำ ทุกอย่างเป็นพระสำหรับเขาหมดเลย คนไทยรับเอาทุกสิ่งทุกอย่าง นับถือทุกอย่าง) และความเชื่อของชาวพุทธ สิ่งเหล่านี้ล้วนมีผลต่อความเชื่อของคริสเตียนทั้งสิ้น

ปัจจัยเหล่านี้ เป็นสิ่งทำให้เมื่อนำระบบต่าง ๆ จากต่างประเทศเข้ามา ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูงในต่างประเทศ แต่กลับไม่ประสบความสำเร็จในประเทศไทย

สิ่งที่กำหนดพฤติกรรมของมนุษย์นั้น ได้แก่ โลกทรรศน์ (การเข้าใจว่าจริง มีทั้งความแข็งและความอ่อน) ระบบความเชื่อ (สิ่งที่คิดว่าจริง) ค่านิยม (สิ่งที่คิดว่าดี) ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ จะเป็นตัวกำหนดสิ่งที่จะแสดงออกมา คือ พฤติกรรม (สิ่งที่ปฏิบัติ)

เราจะต้องเริ่มเปลี่ยนจากระบบความเชื่อ ซึ่งจะส่งผลต่อค่านิยมของเรา และจะทำให้พฤติกรรมของเราเปลี่ยนไป

ขอที่เราจะปฏิวัติตัวเอง เปลี่ยนชีวิต ค่านิยมคนไทยใดที่ดี ก็ขอที่เราจะเก็บไว้ แต่ค่านิยมใดที่เราคิดว่าไม่ดี ก็ขอที่เราจะทิ้งไป ขอที่เราจะไม่เป็นคนไทยแบบเดิม แต่ขอที่เราจะกลับใจ เริ่มต้นศึกษาพระคัมภีร์อย่างจริงจัง และมีหัวใจในการประกาศกับชุมชน แล้วเราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงในวงการคริสเตียนอย่างแน่นอน

 

อ. ประวิทย์ ศรีวิไลฤทธิ์

คำแบ่งปันคณะเพื่อคุณ คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 13/09/2009

เรื่อง อุปสรรคขัดขวางไม่ให้คริสเตียนเติบโต

สรุปโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

 

  • ถ้าท่านอ่านแล้ว มีความปรารถนาที่จะเปิดใจออก อธิษฐานทูลเชิญพระเยซูคริสต์เสด็จเข้ามาในชีวิตของท่าน และเป็นพระเจ้าของท่าน กรุณาไปที่หน้า คำอธิษฐาน

  • ถ้าคุณอ่านแล้วสนใจ กรุณาติดต่อคริสตจักรใกล้บ้านท่านได้เลยครับ หรือถ้าหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ก็ติดต่อโดยตรงได้ที่อีเมลของผมเลยครับ ton@followhissteps.com

FollowHisSteps.com

ได้รับการสนับสนุน Web Hosting จาก SPAComputer.com, ThaWang.com