Salt of The Earth

FollowHisSteps.com
 

วัยเพื่อคุณ หรือวัยทำงาน เป็นวัยที่มีศักยภาพ ขอท้าทายที่เราจะ "ทะเยอทะยาน" ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ เพื่อที่เราจะไม่เหมือนเดิม เพราะผู้ที่จะเหมือนเดิมได้มีผู้เดียว คือ "พระเจ้า" ส่วนเราซึ่งเป็นมนุษย์จำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ขอที่เราจะเป็นเหมือนโยเซฟ ผู้ซึ่งตกต่ำสุด ถูกขายยเป็นทาส แต่ได้กลับกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ เป็นรองเพียงแค่ฟาโรห์ เราจะก้าวสูงขึ้นไป สูงขึ้นทางเดียว ไม่ต่ำลง จะต้องเป็นหัว ไม่เป็นหาง ถึงแม้ว่านี้เรายังเป็นหาง แต่สักวันหนึ่งเราจะต้องเป็นหัว พระเจ้าทรงอยู่กับเรา เราทำได้อย่างแน่นอน เราจะต้องมีอิทธิพลต่อคนมากมาย

"ถ้าท่านเชื่อฟังพระบัญญัติของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน ซึ่งข้าพเจ้าบัญชาท่านในวันนี้ และระวังที่จะกระทำตาม พระเจ้าจะทรงกระทำให้ท่านเป็นหัวไม่ใช่เป็นหาง กระทำให้สูงขึ้นทางเดียวมิใช่ให้ต่ำลง" (เฉลยธรรมบัญญัติ 28:13)

"ท่านทั้งหลายเป็นเกลือแห่งโลก ถ้าเกลือนั้นหมดรสเค็มไปแล้ว จะทำให้กลับเค็มอีกอย่างไรได้ แต่นั้นไปก็ไม่เป็นประโยชน์อะไร มีแต่จะทิ้งเสียสำหรับคนเหยียบย่ำ" (มัทธิว 5:13)

คำว่า "เกลือ" เป็นคำที่มีความหมายมาก ไม่ทราบว่าพี่น้องเคยได้ยินคำว่า "พันธสัญญาเกลือ" หรือไม่?

หลายคนมักจะอ้างพระคำของพระเจ้า บอกว่าจะต้องทำสิ่งนั้น ทำสิ่งนี้ เน้นพระวจนะคำของพระเจ้า แต่แท้จริงแล้วเขาไม่ทราบพระวจนะของพระเจ้าทั้งหมด ไม่รับเอาสิ่งที่พระคัมภีร์สอน ทั้ง ๆ ที่พระคำภีร์ก็เล่มเดียวกัน ดังเช่น ฟาริสี ที่ตั้งใจจับผิดพระเยซูคริสต์ ดูว่าพระเยซูคริสต์จะทรงรักษาคนง่อยในวันสะบาโตหรือไม่ พวกเรารู้ว่าวันสะบาโตจะต้องทำอย่างนั้น อย่างนี้ และห้ามทำอะไรบ้าง แต่เขากลับปฏิเสธส่วนของพระวจนะ ที่ให้เราเมตตา ให้เราช่วยเหลือมนุษย์ รักเพื่อนมนุษย์

"ไม่ควรหรือที่ท่านทั้งหลายจะรู้ว่า พระเยโฮวาห์พระเจ้าแห่งอิสราเอลพระราชทาน ตำแหน่งพระราชาเหนืออิสราเอลเป็นนิตย์แก่ดาวิด และบุตรหลานของพระองค์โดยพันธสัญญาเกลือ" (2พงศาวดาร 13:5)

"บรรดาเครื่องบูชาบริสุทธิ์ที่คนอิสราเอลมอบถวายแด่ พระเจ้า เราให้แก่เจ้าและแก่บุตรชายหญิงซึ่งอยู่กับเจ้า เป็นส่วนแบ่งถาวร เป็นพันธสัญญาเกลือเป็นนิตย์แด่พระเจ้าสำหรับเจ้า และเผ่าพันธุ์ของเจ้าด้วย" (กันดารวิถี 18:19)

พันธสัญญาเกลือ เป็นพันธสัญญาที่พระเจ้าทรงกระทำกับชาวอิสราเอลที่ทำหน้าที่เป็นปุโรหิต สมัยนั้น อิสราเอลต้องถวายเครื่องบูชาให้กับปุโรหิต และปุโรหิตได้รับอนุญาตให้นำเครื่องบูชาเหล่านั้นไปรับประทานได้ แต่ปุโรหิตจะไม่ได้รับทศางค์จากอิสราเอล เพราะคนที่จะได้รับทศางค์จะเป็นพวกเลวี

อิสราเอลจะถวายเครื่องบูชา โดยใช้เกลือเป็นเครื่องชำระ ดังนั้น เกลือจึงเป็นความหมายว่า "ชำระ" นั่นคือ ชำระเครื่องบูชา ชำระชีวิตของเราให้บริสุทธิ์ ให้สะอาด

"ท่านจงนำมาถวายพระเจ้า และ ปุโรหิตจะเอาเกลือพรมลงบนนั้น และถวายเป็นเครื่องเผาบูชาแด่พระเจ้า" (เอเศเคียล 43:24)

"เจ้าจงปรุงบรรดาธัญญบูชาด้วยใส่เกลือ เจ้าอย่าให้เกลือแห่งพันธสัญญากับพระเจ้าของเจ้า ขาดเสียจากธัญญบูชาของเจ้า เจ้าจงถวายเกลือพร้อมกับบรรดาเครื่องบูชาของเจ้า" (เลวีนิติ 2:13)

เราทั้งหลายเป็นเกลือแห่งโลก ภาษาอังกฤษ จะใช้คำว่า "salt" ซึ่งมีความหมาย อาจแปลว่า เค็ม หรือ เกลือ ก็ได้ ดังนั้น ถ้าหมดรสเค็ม ย่อมไม่ใช่เกลือ ไม่มีประโยชน์

คริสเตียนจะต้องมีชีวิตที่บริสุทธิ์ เพราะเกลืออยู่ที่ใด เกลือย่อมจะมีอิทธิพลที่จะทำให้ที่เหล่านั้นบริสุทธิ์ นอกจากนั้น เกลือยังใช้ในการถนอมอาหาร ที่จะไม่ให้เน่า ไม่ให้เสีย เนื่องจากความเค็มของเกลือ ย่อมแปลว่า คริสเตียนจะต้องมีอิทธิพลต่อคนรอบข้าง

 

1. ใช้วาจาของเราเป็นเกลือ

"จงให้วาจาของท่านประกอบด้วยเมตตาคุณเสมอ ปรุงด้วยเกลือให้มีรส เพื่อท่านจะได้รู้จักตอบให้จุใจแก่ทุกคน" (โคโลสี 4:6)

ให้วาจาเราจะเป็นเหมือนเกลือ ให้คำพูดของเราเป็นดังเกลือ หมายถึง ถ้อยคำของเราที่จะพูด จะต้องเป็นถ้อยคำที่มีรสชาด

ชีวิตคริสเตียนเป็นชีวิตที่มีรสชาติ ชื่นชมยินดี เปรมปรีดิ์ในพระเจ้าเสมอ ไม่ใช่ดำรงชีวิตอยู่ไปวัน ๆ  เราจะต้องหาโอหาสที่จะให้ชีวิตของเรามีรสชาติ แตกต่าง ไม่จืดชืด แม้สถานการณ์รอบข้างของเราจะนำให้เราจืดชืด ดึงความเค็มของเราออกไป ทำให้เราเป็นไปตามสถานการณ์ ตามสิ่งที่เราได้พบเจอ

ขอที่คำพูดของเราจะเติมชีวิตที่กำลังตกต่ำ ให้ได้รับการหนุนใจ ได้รับการชูกำลังขึ้น ใช้วาจาเป็นเกลือ

หลายครั้ง ชีวิตของหลายคนอยู่ในความกลัว สิ่งเหล่านี้จะทำลายทัศนคติที่ดี ไม่ว่าเราไปที่ใด เราจะได้ยินแต่สิ่งที่แย่ ๆ อยู่เสมอ พูดถึงเหตุการณ์ที่แย่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติที่กำลังเกิดขึ้น ได้แก่ โรคระบาด ภัยธรรมชาติ สงคราม (ความขัดแย้งต่าง ๆ) และการกันดารอาหาร (เศรษฐกิจตกต่ำ) แท้จริงแล้วสิ่งเหล่านี้ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่ เพราะโลกของเรากำลังอยู่ในส่วนปลายยุค สิ่งเหล่านี้กำลังโจมตีชีวิตของเราให้เราคิดในทางที่ลบ แต่สำหรับคริสเตียน เราไม่ควรรับสิ่งเหล่านี้มากจนทำให้ความเชื่อสั่นคลอน ขอที่เราจะยึดความเชื่อ จะไม่กลัวต่อสถานการณ์ใด ๆ เพราะพระเจ้าจะนำเรา พระเจ้าจะทรงดูแลชีวิตเรา เราจะไม่หวั่นไหว

คำพูดของมนุษย์มีอิทธิพลทั้งทางด้านบวก (อวยพร) และทางด้านลบ (คำสาปแช่ง)

คำอธิษฐานของเรา เรากำลังพยายามที่จะเปลี่ยนสิ่งที่ลบให้เป็นบวก อาทิเช่น อธิษฐานให้คนหายจากโรคภัยไข้เจ็บ อธิษฐานอวยพรให้ลูก ๆ เชื่อฟัง เจริญก้าวหน้า ขอที่เราจะใช้คำพูดในการเสริมสร้าง ไม่ใช่ทำลาย

เมื่อชาวยิวเห็นคนที่ตาบอด ได้สงสัยไปก่อน ว่าเกิดจากความบาปของเขา หรือจากความผิดของพ่อแม่ของเขา แต่เมื่อพระเยซูคริสต์ได้ยิน พระองค์ตรัสตอบว่า

"พระเยซูตรัสตอบว่า 'มิใช่ว่าชายคนนี้หรือบิดามารดาของเขาได้ทำบาป แต่เขาเกิดมาตาบอด เพื่อให้พระราชกิจของพระเจ้าปรากฏในตัวเขา' " (ยอห์น 9:3)

นี่แหละ คำตรัสของพระเยซู พระองค์ทรงตรัสอวยพรเขา ว่าไม่ว่าเขาจะเป็นเช่นไร แต่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขา กำลังจะทำให้พระราชกิจของพระเจ้าสำเร็จ พระองค์มิได้ทรงมองที่อดีต แต่ทรงอวยพรเพื่ออนาคตของเขา

พระเยซูคริสต์ทรงมีวาจาที่เป็นเกลือ ที่จะหนุนใจ ชูใจ อวยพร เช่นกัน ขอที่เราจะใช้วาจาในการหนุนใจ กล่าวพระวจนะของพระเจ้า ให้อนาคต ให้ความหวังกับเขา เพื่อที่เขาจะไม่คิดในสิ่งที่ตกต่ำ

พระเจ้าสร้างเรา และพระเจ้ามีแผนการในชีวิตของเราทุก ๆ คน

เมื่อครั้งที่มีคนนำเอาหญิงล่วงประเวณีมาให้พระเยซูคริสต์ตัดสินลงโทษ คนทั้งหลายต่างกล่าวโทษหญิงนี้ แต่พระองค์กลับมิได้ตรัสสิ่งใดเลยถึงความผิดของหญิงนี้ แต่กลับตรัสว่าพระองค์ทรงอภัย และตรัสสั่งหญิงนั่นมิให้ทำบาปอีก

ศัตรูของเรา คือมารซาตาน ไม่ใช่คน ขอที่เราจะไม่เข้าใจผิด ดังนั้น การที่เราด่าว่าใคร สาปแช่งใคร ย่อมไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง เพราะพระเจ้าทรงเรียกเราที่จะอวยพร เพื่อเราเองจะได้รับพระพร

"9 อย่าทำการร้ายตอบแทนการร้าย อย่าด่าตอบการด่า แต่ตรงกันข้ามจงอวยพรแก่เขา ด้วยว่าพระองค์ได้ทรงเรียกให้ท่านกระทำเช่นนั้น เพื่อท่านจะได้รับพระพร
10
เพราะว่าผู้ที่จะรักชีวิต และปรารถนาที่จะเห็นวันดี ก็ให้ผู้นั้นยั้งลิ้นของตนไม่พูดสิ่งชั่ว และห้ามปากไม่ให้พูดเป็นอุบายล่อลวง (1เปโตร 3:9)

ถ้าเราอยากให้ทุกวันเป็นวันดี ขอที่เราพูดเป็นคำอวยพร พูดเสริมสร้างผู้อื่น เพราะเราจะได้รับเช่นนั้นเหมือนกัน

"ผู้ที่กระทำบาปก็มาจากมาร เพราะว่ามารได้กระทำบาปตั้งแต่เริ่มแรก พระบุตรของพระเจ้าได้เสด็จมาปรากฏก็เพราะเหตุนี้ คือเพื่อทรงทำลายกิจการของมาร" (1ยอห์น 3:8)

มารมีแผนการ มีกิจการเยอะแยะมากมาย และหลายครั้งเราก็ตกอยู่ในแผนของมัน แต่พระเยซูคริสต์ทรงได้เสด็จมาเพื่อทำลายแผนการของมารซาตาน มันจึงไม่มีอำนาจที่จะวางแผนเหนือชีวิตของเรา

พระคัมภีร์จะเป็นจริงในชีวิตของเราได้ ผ่านทางความเชื่อ พระเยซูคริสต์ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเราแล้ว แต่ผู้ที่จะได้รับความรอดคือผู้ที่เชื่อในพระองค์เท่านั้น พระคัมภีร์มีพระสัญญามากมาย ถ้าเราเพียงแค่อ่าน แค่ท่อง แต่ไม่เชื่อ สิ่งเหล่านั้นก็จะไม่เกิดขึ้นในชีวิตของเรา เพราะวิญญาณจิตของเราจะติดต่อกับพระวจนะของพระเจ้าได้ ก็ผ่านทางความเชื่อ

"เพราะว่าในข่าวประเสริฐนั้น ความชอบธรรมของพระเจ้าก็ได้สำแดงออก โดยเริ่มต้นก็ความเชื่อ สุดท้ายก็ความเชื่อ ตามที่พระคัมภีร์มีเขียนไว้ว่า คนชอบธรรมจะมีชีวิตดำรงอยู่โดยความเชื่อ" (โรม 1:17)

ความเชื่อในที่นี้ ไม่ใช่เพียงแค่เชื่อว่ามีพระเจ้า แต่จะต้องเชื่อในถ้อยคำของพระองค์ด้วย ถ้าเรารับรู้แต่เราไม่เชื่อ ผลก็ไม่เกิดในชีวิตของเรา

มารซาตานก็เชื่อว่ามีพระเจ้า และมันก็รู้จักพระองค์ดี แต่ว่ามันไม่กระทำตามสิ่งที่พระองค์ตรัส

ทุกคนมีความเชื่อได้ แม้แต่คนที่ไม่รู้จักพระเจ้า เขาก็มีความเชื่อ

ถ้าอาหารที่เรารับประทานเข้าไป เป็นประโยชน์ เมื่อเรารับประทาน เราก็จะได้รับประโยชน์ เช่นเดียวกัน พระวจนะของพระเจ้าเป็นอาหารแห่งชีวิต เมื่อรับเข้าไป นั่นคือ เชื่อในถ้อยคำเหล่านั้น จิตวิญญาณก็จะเติบโต และได้รับชีวิต

"9 เราทั้งหลายสรรเสริญองค์พระผู้เป็นเจ้าและพระบิดาด้วยลิ้นนั้น และด้วยลิ้นนั้นเราก็แช่งด่ามนุษย์ ผู้ซึ่งพระเจ้าทรงสร้างไว้ตามพระฉายาของพระองค์
10 คำสรรเสริญและคำแช่งด่าก็ออกมาจากปากอันเดียวกัน ดูก่อนพี่น้องของข้าพเจ้า ไม่ควรให้เป็นเช่นนั้น
11 บ่อน้ำพุจะมีน้ำจืดและน้ำกร่อยพุ่งออกมาจากช่องเดียวกันได้หรือ (ยากอบ
3:9-11)

 

2. ใช้ชีวิตของเราเป็นเกลือ

"เกลือเป็นของดี แต่ถ้าเกลือหมดรสเค็มแล้ว จะทำให้กลับเค็มอีกอย่างไรได้ ท่านทั้งหลายจงมีเกลือในตัวและจงอยู่สงบสุข สามัคคีซึ่งกันและกัน" (มาระโก 9:50)

ขอที่เราจะใช้ชีวิตของเราทำให้เกิดความสงบ ทำให้เกิดความสามัคคี ท่ามกลางสังคมที่กำลังแย่ลง สังคมที่เน่าเฟะ แล้วคริสเตียนจะสามารถมีพลัง มีอิทธิพลที่จะทำให้สังคมเราดีขึ้นได้อย่างไร?

หลายปีที่ผ่านมา มีการรณรงค์เรื่องพันธกิจชุมชนมากขึ้น ที่ภาคใต้บริเวณที่ได้รับภัยจากสึนามิ พบว่ามีคริสตจักรเกิดขึ้นมากมาย แม้ว่าคนที่ได้ลงไปช่วยเหลือจะกลับมาแล้ว แต่คริสตจักรเหล่านั้นก็ยังคงอยู่ นี่แหละ เป็นตัวอย่างของการเป็นเกลือของแผ่นดิน

คริสตจักรเราก็มีพันธกิจชุมชน หลายคนอาจบอกว่าดูเหมือนเป็นการสิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์ เพราะไม่มีผู้ที่มาเชื่อเลย แต่แท้จริงแล้ว การที่จะนำคนจะมาถึงแผ่นดินพระเจ้าได้นั้น ไม่ใช่เป็นเรื่องง่าย เพราะแต่ละคนก็มีความเชื่อเดิม เขาอยู่กับความเชื่อเหล่านั้นมาตลอดชีวิต แต่การที่เราทำพันธกิจชุมชน เราทำด้วยความรักของพระเจ้า ดังนั้น ในปัจจุบันมีผู้ที่ให้ความสนใจกับพันธกิจชุมชนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นบ้านเด็กกำพร้า บ้านเด็กพิการ ฯลฯ

มีคริสเตียนผู้หนึ่ง ได้เกณฑ์เพื่อน ๆ ในคริสตจักรให้ไปร่วมทำความสะอาดที่คอนโดที่เขาอยู่ เนื่องจากคอนโดนั้นไม่มีคนทำความสะอาด สิ่งที่เขาและเพื่อน ๆ ได้กระทำ ทำความสะอาดคอนโดอย่างดี โดยไม่ได้แลกเปลี่ยนสิ่งใด ได้เป็นแรงบันดาลใจให้คนอยากที่จะรับฟังเรื่องพระเจ้ามากขึ้น คนมากมายที่เปิดใจให้กับพระกิตติคุณมากขึ้นจากพันธกิจเช่นนี้

เราทั้งหลายต้องเป็นแสงสว่างแห่งโลก และเมื่อคนได้พบเห็นชีวิตเรา เขาก็จะต่างพากันสรรเสริญพระเจ้า

"19 คนในเมืองพูดกับเอลีชาว่า 'ดูเถิด ทำเลเมืองนี้ก็ร่มรื่นดี ดังที่เจ้านายของข้าพเจ้าได้เห็นแล้ว แต่ทว่าน้ำไม่ดีและชาวแผ่นดินก็แท้งลูก'
20 ท่านพูดว่า 'จงเอาชามใหม่มาลูกหนึ่ง ใส่เกลือไว้ในนั้น' แล้วเขาทั้งหลายก็หามาให้
21 แล้วท่านก็ไปที่น้ำพุ โยนเกลือลงในนั้นและกล่าวว่า 'พระเจ้าตรัสดังนี้ว่า เราได้กระทำน้ำนี้ให้ดีแล้ว ตั้งแต่นี้ไปจะไม่มีความตายหรือการแท้งลูกมา จากน้ำนี้อีก'
22 ฉะนั้นน้ำจึงดีมาจนถึงทุกวันนี้ จริงตามถ้อยคำซึ่ง เอลีชาได้กล่าวนั้น
" (2พงษ์กษัตริย์ 2:19-22)

แม้ว่าเมืองนั้นจะไม่ใช่เมืองท่านเอลีชา แต่เมื่อท่านได้ทราบปัญหาของคนในเมืองนี้ พระเจ้าทรงใช้ท่านให้มีอิทธิพลต่อคนในเมืองนั้น

เช่นเดียวกัน พระเจ้าจะทรงใช้ชีวิตเราให้มีอิทธิพลต่อคนรอบข้าง มีอิทธิพลต่อคนในครอบครัว ในที่ทำงาน

ข้าพเจ้ามีลูกค้ารายหนึ่ง ที่เป็นลูกค้าประจำ เขากระทำต่อข้าพเจ้าอย่างดีมาก และเมื่อข้าพเจ้าได้คุยกับลูกน้องของเขา ลูกน้องของเขาบอกว่า "เจ้านายของเขาชอบคุณ เจ้านายของเขาจะพยายามหางานอะไรมาให้คุณช่วยทำ" เขาได้สัมผัสถึงบางสิ่งบางอย่างในชีวิตของข้าพเจ้า ซึ่งเขาก็คงจะอธิบายไม่ได้

คริสเตียนต้องเป็นเกลือ ที่จะมีอิทธิพลต่อคนในชุมชน เพื่อคนในชุมชนจะได้สัมผัสกับพระเจ้าผ่านทางชีวิตของเรา

 

ผป. วิวัฒน์ วุฒิกุลเจริญวงศ์

คำแบ่งปันคณะเพื่อคุณ คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 16/08/2009

เรื่อง Salt of The Earth

สรุปโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

 

  • ถ้าท่านอ่านแล้ว มีความปรารถนาที่จะเปิดใจออก อธิษฐานทูลเชิญพระเยซูคริสต์เสด็จเข้ามาในชีวิตของท่าน และเป็นพระเจ้าของท่าน กรุณาไปที่หน้า คำอธิษฐาน

  • ถ้าคุณอ่านแล้วสนใจ กรุณาติดต่อคริสตจักรใกล้บ้านท่านได้เลยครับ หรือถ้าหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ก็ติดต่อโดยตรงได้ที่อีเมลของผมเลยครับ ton@followhissteps.com

FollowHisSteps.com

ได้รับการสนับสนุน Web Hosting จาก SPAComputer.com, ThaWang.com