Surrender and Be Transformed

FollowHisSteps.com
 

ชีวิตของเรา จำเป็นที่จะต้องได้รับการเปลี่ยนแปลง คำถามคือว่า ทำไมเราจึงต้องเปลี่ยนแปลง? เราเปลี่ยนแปลงเพื่ออะไร?

ก่อนที่จะรู้จักพระเจ้า เราเป็นศัตรูกับพระเจ้า แต่เมื่อเราต้อนรับพระเยซูคริสต์เข้ามาในใจ พระองค์ก็ทรงเติมเต็ม และครอบครองบัลลังค์ใจ ชีวิตเราได้รับการเปลี่ยนแปลงขึ้น จนกระทั่งความรักพระเยซูล้นใจ จนกระทั่งเราต้องประกาศความรักของพระองค์ สำแดงพระองค์ และแบกกางเขน ตรึงตัวเก่าของเราไว้กับพระองค์

พระเจ้าปรารถนาให้เราเปลี่ยนแปลง จากชีวิตที่เป็นเด็ก ชีวิตเริ่มต้นในพระคริสต์ เป็นชีวิตที่เติบโต เป็นชีวิตที่ได้รับการเปลี่ยนแปลง

การเติบโตขึ้นในพระเยซูคริสต์ ไม่ใช่เป็นที่ร่างกาย แต่เป็นด้านจิตวิญญาณ ซึ่งเป็นอย่างไร จะได้กล่าวสรุปภายหลัง

เมื่อข้าพเจ้าได้รับหัวข้อให้พูดถึงชีวิตที่ยอมจำนนและรับการเปลี่ยนแปลง ก็คิดว่าพูดไม่ออก เพราะรู้สึกว่าชีวิตของตนเองยังไม่พร้อมที่จะเป็นตัวอย่างที่ดี แม้ว่าหลายคนจะรู้สึกว่ามีหลายอย่างที่เปลี่ยนไป แต่เมื่อมองย้อนดูชีวิตของตัวเองแล้ว รู้สึกกลับมองเห็นแต่ความอ่อนแอของตนเอง ทันใดนั้น พระคำของพระเจ้าได้เข้ามาในใจ

"สำหรับชายคนนั้นข้าพเจ้าอวดได้ แต่สำหรับตัวข้าพเจ้าเอง ข้าพเจ้าจะไม่อวดเลย นอกจากจะอวดถึงเรื่องการอ่อนแอของข้าพเจ้า" (2โครินธ์ 12:5)

"มิใช่ว่าข้าพเจ้าได้แล้ว หรือสำเร็จแล้ว แต่ข้าพเจ้ากำลังบากบั่นมุ่งไป เพื่อข้าพเจ้าจะได้ฉวยเอาไว้เป็นของตน อย่างที่พระเยซูคริสต์ได้ทรงฉวยข้าพเจ้าไว้เป็นของพระองค์แล้ว" (ฟิลิปปี 3:12)

เราเคยถามตัวเองหรือไม่ ว่าชีวิตของเรากำลังบากบั่นมุ่งไปรึเปล่า? และมุ่งไปที่ใด?  พระคัมภีร์ได้บอกแก่เราว่า ให้เรามุ่งไปที่กางเขน วันหนึ่งเราจะมีชีวิตเหมือนองค์พระเยซูคริสต์ อาจไม่ใช่การถูกตรึงเช่นพระองค์ แต่เป็นการตรึงเนื้อหนังของเราไว้ที่นั่น หรือตรึงชีวิตที่ตามใจตัวเองไว้ที่กางเขนนั้น

ในชีวิตของข้าพเจ้า ได้มีการยอมจำนนต่อพระองค์หลัก ๆ ได้แก่

 

1. การยอมรับความรักและการช่วยเหลือจากพระเจ้า

พี่น้องต้องการความรักหรือการช่วยเหลือจากพระเจ้าหรือไม่?

เราจะต้องการความรักและการช่วยเหลือจากพระเจ้า เมื่อเรารู้สึกขาด เมื่อเรารู้สึกบกพร่องฝ่ายวิญญาณ ดังเช่นที่พระเยซูตรัสถึงหญิงโสเภณีว่า

"เหตุฉะนั้นเราบอกท่านว่า ความผิดบาปของนางซึ่งมีมากได้โปรดยกเสียแล้ว เพราะนางรักมาก แต่ผู้ที่ได้รับการยกโทษน้อย ผู้นั้นก็รักน้อย" (ลูกา 7:47)

ถ้าเช่นนั้นเราต้องทำผิดมาก เพื่อรับการช่วยเหลือมากหรือไม่? อย่าให้เป็นเช่นนั้นเลย แต่เป็นการที่เรารู้สึกบกพร่องฝ่ายวิญญาณมากเพียงใดต่างหาก ที่เป็นสิ่งกำหนดปริมาณความต้องการการช่วยเหลือจากพระเจ้า

สำหรับคนที่เบื้องหลังสมบูรณ์พร้อมทุกอย่าง จะไม่เข้าใจความรู้สึกเช่นนี้ แต่ชีวิตเบื้องหลังของข้าพเจ้า ไม่ได้เป็นชีวิตที่สมบูรณ์เลย

ที่แขนข้างซ้ายของข้าพเจ้ามีแผลเป็น เกิดจากการที่ครั้งหนึ่งข้าพเจ้าเอาคัตเตอร์กรีดแขนเป็นคำ เมื่อกรีดเสร็จ ก็กรีดซ้ำไปที่เดิมนั้น ทำเช่นนี้ทุกวัน ติดต่อกันเป็นเดือน แสดงให้เห็นว่า ชีวิตเบื้องหลังของข้าพเจ้า ก่อนที่ได้รู้จักพระเจ้า มาจากเบื้องหลังของการผิดหวัง หรือ "broken heart" หรือ "broken home" ไม่เคยได้รับความรักที่สมบูรณ์ ไม่เคยได้รับการเลี้ยงดูที่มาจากความรัก สิ่งที่คุณแม่สอนตอนเด็ก ๆ เพื่อที่จะขัดเกลานิสัยของเรา นั่นคือการ "ตี" โดยไม่มีคำอธิบาย ตีทุกวันต่อเนื่อง จนมาถึงวัยประถม ความตั้งใจสูงสุดในสมัยประถม คือ จะต้องถามแม่ให้ได้ว่า "แม่ตีหนูทำไม?" เพื่อจะได้เข้าใจ และจะได้ไม่ทำอีก นี่คือสภาพชีวิตเล็ก ๆ น้อย ๆ ก่อนที่จะรู้จักพระเจ้า

นอกจากกรีดแขนแล้ว ข้าพเจ้าเคยเป็นทอม มีแฟนสวยหลายคน สิ่งเหล่านี้ทำไปเพื่อที่จะกลบเกลื่อนความเจ็บปวดและความเปราะบางของตนเอง นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ข้าพเจ้าต้องการความรักจากพระเจ้าที่สุด เพื่อให้ความรักของพระเจ้าเติมเต็มให้มากที่สุด

พี่น้องหลายคนในที่นี้ ขณะที่ข้าพเจ้าเตรียมแบ่งปันเรื่องนี้ ข้าพเจ้าได้บอกตัวเองว่า จะมีสักกี่คนที่จะมีเบื้องหลังเช่นเดียวกับข้าพเจ้า แล้วเขาจะเข้าใจหรือไม่ แต่เหมือนมีเสียงกระซิบในใจว่า ไม่เป็นไร แม้จะไม่เหมือนข้าพเจ้าทั้งหมด แต่อย่างน้อย อาจมีสักคนหรือสองคน ที่มีเบื้องหลังเต็มไปด้วยความเจ็บปวดไม่ต่างกัน เต็มไปด้วยความเก็บกด และไม่มีใครเข้าใจ และแม้จะมีเพียงไม่กี่คนนั้น ข้าพเจ้าก็จำเป็นที่จะต้องบอกความรักของพระเจ้า

ในวันที่พระเจ้าทรงเสด็จเข้ามาในจิตใจของข้าพเจ้า วันนั้นเป็นวันที่วิเศษที่สุดของชีวิต เป็นวันที่ข้าพเจ้าสัญญาว่าจะให้พระองค์ทรงครอบครองชีวิตของข้าพเจ้าตลอดไป พระองค์ทรงให้อภัยทุกอย่างที่ข้าพเจ้าตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม และนำชีวิตของข้าพเจ้าในทางของพระองค์ แต่ในเวลานั้นข้าพเจ้ายังคิด้ไม่ถึงเลยว่าจะได้มาถึงจุดจุดนี้

สมัยก่อน ข้าพเจ้าเป็นผู้ที่ห้าวมาก ข้าพเจ้าพูดจาไม่สุภาพเลย ไม่เคยพูดว่า "เธอ" หรือ "ฉัน" เลย เพราะเป็นคำที่เรียบร้อยเกินไป แต่เวลานั้น พระองค์ทรงเปลี่ยนแปลงข้าพเจ้าอย่างอัศจรรย์มาก ข้าพเจ้าเชื่อว่า เพื่อนในสมัยวัยรุ่นมาเห็นข้าพเจ้าตอนนี้ เขาคงไม่เชื่อสายตาของตัวเอง ว่าพระเจ้าทรงเปลี่ยนแปลงข้าพเจ้าได้มากขนาดนี้ จนข้าพเจ้าเป็นอาจารย์ได้ สอนนักศึกษาได้

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผ่านพ้นมาในชีวิต พระเจ้าได้ใช้ชีวิตข้าพเจ้าให้ดูแลคนที่มีลักษณะเดียวกันกับข้าพเจ้า

ในสมัยก่อน ข้าพเจ้ามักถามพระเจ้าว่า ทำไมจึงให้ข้าพเจ้าเกิดมาในครอบครัวเช่นนี้ ข้าพเจ้าต้องหลบหลีกจากบ้าน และไปเดินร้องไห้รอบหมู่บ้านทุกวัน เพราะหาความสุขในบ้านไม่ได้ แต่ในวันนี้ เมื่อข้าพเจ้าได้มาสอนนักศึกษาหลายชีวิตที่มีเบื้องหลังไม่ต่างจากข้าพเจ้า เพราะว่านักศึกษาที่อยากถวายตัวรับใช้พระเจ้า ล้วนแต่มีปัญหาเบื้องหลังในชีวิตทั้งสิ้น

ครั้งล่าสุดที่ข้าพเจ้าได้มีโอกาสหนุนใจ เข้ามีเบื้องหลังชีวิตที่โหดร้ายมาก พ่อแม่ไม่เคยสำแดงความรักกับเขา แต่สำแดงในสิ่งที่ตรงกันข้าม จนแม้กระทั่งวันนี้ แม้ว่าพ่อและแม่ของเขาจะจากไปแล้ว มีเพียงศิษยาภิบาลที่ขัดสนคนหนึ่งรับเลี้ยงดูเขา และส่งเขามาเรียนที่โรงเรียนพระคริสตธรรม

หลายครั้งเราต้องต่อสู้กับความเจ็บปวดของตัวเอง จนอ่านพระคัมภีร์ไม่ได้ เรียนไม่รู้เรื่อง เพราะภาพแห่งความโหดร้ายทารุณตามมาหลอกหลอนตลอดเวลา แต่พระเจ้าก็ทรงใช้ข้าพเจ้าให้ได้พบกับนักศึกษาในฐานะพี่น้อง และพระเจ้าทรงใช้คนอย่างข้าพเจ้า ที่มีเบื้องหลังชีวิตที่ไม่สมบูรณ์นี้แหละ ส่งต่อความรัก

นี่เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้เห็นว่าพระเจ้าทรงมีแผนการในชีวิตของข้าพเจ้า เช่นเดียวกับพี่น้องทุก ๆ ท่าน เพื่อให้สามารถหนุนใจ มีชีวิตที่ยอมให้พระเจ้าเปลี่ยนแปลง เพื่อที่จะสามารถนำการเปลี่ยนแปลงมาสู่ชีวิตผู้อื่นได้

ชีวิตข้าพเจ้าสุขุม ใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ได้ บางครั้งนิ่งจนหลายคนกลัว

มีน้องผู้หนึ่ง ได้คุยกับข้าพเจ้า บอกว่าข้าพเจ้าเปลี่ยนแปลงไปมาก ข้าพเจ้านิ่งจนเขาไม่กล้าเข้าหา แต่ข้าพเจ้าก็หนุนใจว่า นี่เป็นการเปลี่ยนแปลงจากพระเจ้า เมื่อเรายอมให้พระเจ้าเติมเต็มหัวใจ ใจเราไม่ต้องวิ่งไขว่คว้าหาอะไรอีก เพราะเราพอใจ มั่นใจ และภูมิใจ ในสิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำในชีวิตของเรา

นี่คือสิ่งแรกที่พระเจ้าทรงกระทำเปลี่ยนแปลงชีวิตของข้าพเจ้า คือ เปลี่ยนจากภายในจิตใจ

เราไม่จำเป็นต้องทำผิดมากขึ้น เพราะเมื่อเราทบทวนดูชีวิตของเราโดยมาตรฐานของพระเจ้าแล้ว แท้จริงเราไม่มีค่าอะไรเลย เราทำบาปทุกวัน เราสามารถที่จะต้องการรับความช่วยเหลือจากพระเจ้าได้ทุกวัน ถ้าเราไม่ได้เริ่มต้นจากการช่วยเหลือ การให้อภัย และความรักของพระเจ้าแล้ว เราก็จะก้าวไปด้วยกำลังของเราเอง

 

2. ยอมรับรู้พระองค์ในทุกทาง

ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงอย่างที่สอง คือ การยอมรับรู้พระองค์ในทุกทาง หรือจะเรียกว่า การยอมจำนน ซึ่งตรงข้ามกับการเอาตัวเองเป็นใหญ่นั่นเอง

สมัยที่ข้าพเจ้าทำงานร่วมกับหลาย ๆ คนที่นี่ ข้าพเจ้าเคยเป็นกรรมการอนุชน ข้าพเจ้าก็มีผู้หนึ่งในที่นี่เป็นพี่เลี้ยงฝ่ายวิญญาณ

วันหนึ่ง ข้าพเจ้าได้หยิบกระดาษใบหนึ่ง จากกรรมการฝ่ายธรรมชีวิต กระดาษแผ่นนี้ทำให้ข้าพเจ้ารู้ว่ามันถูกเขียนขึ้นในขณะที่ข้าพเจ้ารับใช้ในเวลานั้นร่วมกับเขา ข้าพเจ้าร้องไห้ไม่หยุด ข้าพเจ้ามองเห็นชีวิตของตัวเอง แล้วพบว่า ในสมัยนั้น ข้าพเจ้าช่างเป็นคนที่ไม่ยอมใครง่าย ๆ เลย คนที่มีประสบการณ์กับข้าพเจ้าเยอะ ๆ จะรู้ดี ว่าในสมัยนั้นข้าพเจ้าเป็นเช่นไร

เมื่อก่อนข้าพเจ้าคิดเพียงว่า ถ้าเรามีพระเจ้า ก็พอแล้ว คนอื่นจะเป็นอย่างไรก็ช่างเขา เพราะพระเจ้าอยู่ข้างข้าพเจ้า แท้จริง ข้าพเจ้าพบว่า นี่คือความเย่อหยิ่ง การแยกตัว การไม่สนใจใคร การไม่ฟังใคร การไม่ยอมใคร สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ลักษณะของคนที่ได้พบกับความรักที่แท้จริงของพระเจ้า

ข้าพเจ้าได้รับการสอนจากพระองค์ ให้ยอมจำนนต่อพระองค์

ข้าพเจ้าได้พบนิมิตหนึ่ง ที่ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของข้าพเจ้า ทำให้ข้าพเจ้ารู้ว่าชีวิตคริสเตียนที่แท้จริงต้องถ่อมใจ พระเจ้าทรงยิ่งใหญ่กว่าที่เราคิดไว้ ไม่ใช่แค่เพียงอ้างว่าเรารู้จักพระองค์ดี ไม่ใช่แค่เพียงอ่านพระคัมภีร์จบหลายรอบ แต่พระเจ้าทรงยิ่งใหญ่กว่านั้น แล้วพระองค์จะทรงค่อย ๆ เริ่มกระบวนการการเปลี่ยนแปลงชีวิต

พระเจ้าทรงนำข้าพเจ้าออกจากงานที่บริษัท แม้จะดูประสบความสำเร็จ แต่สุดท้ายก็ไม่เป็นไปอย่างที่คิด พระเจ้าทำให้ข้าพเจ้าได้เห็นความอ่อนแอของตัวเอง ให้ข้าพเจ้าเข้าใจว่า ถ้าไม่มีพระองค์นำหน้าในชีวิต สิ่งที่จะเกิด คือ ความล้มเหลว พระเจ้าได้ทรงสอนสิ่งเหล่านี้ผ่านทางเหตุการณ์หลาย ๆ เหตุการณ์

หลังจากนั้น ก็เริ่มเข้าสู่เส้นทางการรับใช้พระเจ้า ข้าพเจ้าเคยมีอคติกับการเรียนพระคริสต์ธรรม ในที่สุด พระเจ้าก็ทรงเปลี่ยนจิตใจของข้าพเจ้า ให้ถ่อมใจลงต่อพระวจนะของพระเจ้า

เราจะบอกว่าเรารู้จักพระเจ้าได้อย่างไร ถ้าเราไม่รู้จักพระคำของพระองค์เลย? พระเจ้าได้ทรงนำให้ข้าพเจ้าเรียนในโรงเรียนพระคริสต์ธรรมที่ข้าพเจ้าไม่เคยคิดที่จะไปเรียนเลย แต่เมื่อเข้าไปเรียน กลับได้พบว่า บางครั้งเรื่องง่าย ๆ โดยเฉพาะเรื่องการยอมกับคนที่ไม่น่ารัก หรือยอมในสิ่งที่ดูไร้สาระ กลับเป็นเรื่องที่ยากเหลือเกิน แต่สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงสอนในชีวิตของพระเจ้า

เมื่อข้าพเจ้าได้เรียนจนจบ ออกไปรับใช้ที่คริสตจักร แม้ข้าพเจ้าจะใช้ความสามารถ ของประทานต่าง ๆ และดูเหมือนคริสตจักรจะประสบความสำเร็จอย่างดี ไม่ทันไร พระเจ้าก็ทรงประทานให้บางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นในคริสตจักร จนข้าพเจ้าต้องออกมาในสภาพที่ไร้ค่าที่สุด เพียงไม่กี่ปี พระเจ้ากำลังสอนข้าพเจ้าว่า ความสามารถของเรา ก็ไม่ใช่เครื่องวัดความสำเร็จในแผ่นดินของพระองค์เสมอไป

สามีของข้าพเจ้าจบจากสถาบันเดียวกับข้าพเจ้าคนละแบบเลย ข้าพเจ้าจบเหมือนบินออกไป ส่วนสามี (ขณะนั้นเป็นแฟน) จบไปแบบเหมือนคลานออกไป  คือ ชีวิตไม่ผ่านมาตรฐานตามปีที่กำหนด ต้องยืดเวลาจบออกไปเหมือนเป็นการพิสูจน์ชีวิต ทั้งที่เค้าเองก็มีปัญหาเบื้องหลังไม่น้อยกว่าข้าพเจ้า แต่เหตุการณ์นี้ก็ทำให้เขาลดทิฐิและความเย่อหยิ่งและถ่อมใจในงานรับใช้มากกว่าข้าพเจ้า เขาจะพร้อมที่จะเผชิญกับความยากลำบากหรืออดทนกับปัญหามากกว่าข้าพเจ้า ทุกวันนี้เขากลับเป็นผู้รับใช้ที่ยังคงตั้งมั่นอยู่ในคริสตจักรแรกที่เขาอยู่ ยังคงรับใช้อย่างสัตย์ซื่อ ไม่หรูหราฟู่ฟ่า ช้า ๆ แต่มั่นคง พระเจ้าทรงประทานสามีคนนี้ให้ข้าพเจ้าได้เรียนรู้เรื่องการถ่อมใจตลอดชีวิต

หลังจากนั้น ก็มีพายุชีวิตอีกหลาย ๆ ครั้ง บิดาและมารดาของข้าพเจ้าได้จากไป ลูกชายก็ป่วยเป็นมะเร็งอย่างไม่ทันตั้งตัว พระเจ้าทรงประทานสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เกินความคิดของเรา ในเวลานั้นที่ข้าพเจ้าพบว่าลูกชายของข้าพเจ้าป่วย วันนั้นเป็นวันที่ข้าพเจ้ายอมจำนนกับพระเจ้าจริง ๆ จนสุดท้าย พระเจ้าก็ทรงนำข้าพเจ้าไปตามทางของพระองค์ที่พระองค์ทรงจัดเตรียมไว้ การรักษาก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี และหลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก ทำให้ข้าพเจ้าทราบว่า พระเจ้าทรงมีแผนการในชีวิตของเราจริง ๆ ขอเพียงแต่เราถ่อมใจ และยอมจำนน

ยังมีอีกหลายเรื่อง แต่จะขอยกตัวอย่างชีวิตการแต่งงาน และการที่เป็นแม่

ลูกชายถูกผ่าตัดที่ร่างกาย แต่ชีวิตของข้าพเจ้าได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนแปลงจิตใจ พระเจ้าทรงกระทำเช่นนี้ในชีวิตของข้าพเจ้าและชีวิตของทุกคน นั่นคือพระเจ้าจะทรงยิ่งใหญ่ขึ้น และตัวของเราจะต้องด้อยลง ขอเพียงแต่เรามอบทุกสิ่งให้กับพระเจ้า

วันนี้ชีวิตของข้าพเจ้าได้รับการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก แต่เป็นสิ่งที่เกินความเข้าใจ จากที่เคยพูดจาหยาบคาย ก็กลับพูดสุภาพขึ้น จากที่ไม่เคยสนใจใคร แต่ก็กลับเข้าใจและรักผู้อื่นได้ จากที่เคยไม่ยอมรับฟังคำแนะนำ ตอนนี้กลับเต็มใจที่จะเข้าหาผู้ใหญ่เพื่อรับคำปรึกษาและเรียนรู้จากประสบการณ์ของเขา

นอกจากชีวิตของเราจะสะท้อนพระเยซูคริสต์ พระองค์ทรงปรารถนาที่จะนำการเปลี่ยนแปลงไปสู่ชีวิตผู้อื่นด้วย

วันนี้พระเจ้าทรงนำข้าพเจ้ามาอยู่ในบทบาทอาจารย์โรงเรียนพระคริสต์ธรรม ในวันที่รู้สึกว่าตนเองไม่มีค่าอะไรเลย ในขณะที่หลายคนคิดว่าตนเองมีความรู้ อยากเป็นอาจารย์โรงเรียนพระคริสต์ธรรม แต่ก็ไม่ได้เป็น

ข้าพเจ้าถูกตั้งคำถามจากหลาย ๆ คน ว่ามีสมบัติอะไรจึงได้มาเป็นอาจารย์ ความรู้ก็ไม่ได้จบจากเมืองนอก

ในช่วงปีแรกที่ได้รับใช้ที่โรงเรียนพระคริสตธรรมแห่งนี้ นักศึกษาที่โดดเด่นหลายคนรวมตัวกันต่อต้านข้าพเจ้า และท้าทายข้าพเจ้า การรับใช้ในช่วงแรกของข้าพเจ้าก็ต้องต่อสู้มาก แต่ในที่สุดพระเจ้าทรงสอนที่จะให้ข้าพเจ้าถ่อมใจ พระเจ้าบอกให้ข้าพเจ้ารักเขา อธิษฐานเพื่อเขา และสิ่งที่เขาต้องการมากที่สุด คือ การที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงจากพระเจ้า

นักศึกษาผู้หนึ่ง ที่กำลังจะจบเป็นผู้รับใช้ แต่กลับยังมีท่าทีก๋ากั่น และไม่เชื่อฟัง ขณะที่ข้าพเจ้าสอนเขาก็หยิบ notebook ขึ้นมา ทำงานอื่น ถ้าข้าพเจ้าต่อว่าเขา เขาก็จะแสดงปฏิกิริยาไม่พอใจ เวลาเราสั่งการบ้าน ก็จะบ่นโวยวาย

ข้าพเจ้าอธิษฐานเพื่อเขา และร้องไห้เกือบทุกวัน ขอบคุณพระเจ้า ตอนแรกข้าพเจ้าบอกกับพระเจ้าว่า ข้าพเจ้าจะไม่ยุ่งกับเด็กกลุ่มนี้ โดยเฉพาะเป็นกลุ่มที่โดดเด่นและมีความสามารถสูง ข้าพเจ้าให้ชื่อเด็กกลุ่มนี้ว่า นักศึกษานักเลง และเขียนในเวปไซต์ ปรากฎว่า พระเจ้ากลับให้ชีวิตของเด็กกลุ่มนี้กลับมาอยู่ในการดูแลของข้าพเจ้าอีกครั้งหนึ่ง เด็กกลุ่มนี้สอบ midterm ตกทั้งกลุ่ม อาจเหมือนขณะที่ดาวิดที่มีสิทธิที่จะฆ่าซาอูล แต่ท่านก็ไม่ได้ทำ พระเจ้าทรงมีพระประสงค์ให้ข้าพเจ้ากระทำเช่นเดียวกัน พระวิญญาณของพระเจ้าเป็นวิญญาณแห่งความรัก ทำให้ข้าพเจ้ารักเขา ข้าพเจ้าเรียกเขามา และบอกเขาว่าข้าพเจ้าจะให้โอกาสพวกเขา

สิ่งที่พวกเขากระทำกับข้าพเจ้า เป็นสิ่งที่เขาไม่สมควรกระทำ ในขณะที่สิ่งที่พวกเขาสมควรกระทำ คือ การตั้งใจเรียน  การเชื่อฟังอาจารย์ พวกเขากลับไม่ทำ แต่ต่อไปนี้ ข้าพเจ้าจะทำกับเขา ในสิ่งที่พวกเขาไม่สมควรจะได้รับตามการกระทำของพวกเขา นั่นคือ การที่ให้โอกาสที่ให้พวกเขาสอบใหม่ คิดหาวิธี ที่พวกเขาจะสอบแก้ตัวใหม่อย่างไม่ลำบาก แต่ยุติธรรม คุยกันอยู่เป็นชั่วโมง และกำหนดวันสอบ ซึ่งเป็นวันสอบที่พวกเขาไม่ลำบากเลย บอกพวกเขาว่า นี่คือความรักของพระเจ้าที่มีแก่พวกเขา

นักศึกษาเลงมี 3 คน คนหนึ่งออกไปนอกห้อง คนที่สองออกไป คนที่สามเก็บกระเป๋า และเดินเข้ามาหา และก้มศีรษะร้องไห้ และบอกว่า "ผมขอโทษครับอาจารย์ และผมขอโทษพระเจ้าด้วยที่ทำเช่นนี้"

ไม่ทันไร นักศึกษาคนที่สองก็เดินเข้ามา และกราบลงที่ตัก และบอกว่า "ผมขอโทษครับที่ทำให้อาจารย์เสียใจ ผิดหวัง และทำให้พระเจ้าเสียพระทัย"

นี่เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ข้าพเจ้าทราบว่า เป็นแผนการที่พระเจ้าจะใช้ชีวิตที่ไม่สมบูรณ์ของข้าพเจ้า เพื่อที่จะนำพรมาให้นักศึกษาอีกหลาย ๆ คนที่เขาต้องการความรักพระเจ้าและการเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกัน เหมือนที่ข้าพเจ้าได้พบ

เทอมที่แล้วในเวลาใกล้เคียงกัน อาจารย์ลีธ ฟูจิ ได้เข้ามาปรึกษาเกี่ยวกับนักศึกษาหญิงคนหนึ่ง นักศึกษาคนนี้กำลังจะถูกพักการเรียน เนื่องจากเขามีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีกับเพื่อน เขาก้าวร้าว สร้างความวุ่นวาย ไม่ฟังใคร และคิดว่าตัวเองถูกเสมอ เป็นเวลา 2 ปีแล้วที่เขาเปลี่ยนไม่ได้ อาจารย์ลีธให้ข้าพเจ้าเข้าไปคุยกับเขา

ในที่สุด เมื่อข้าพเจ้าได้พูดคุยกับเขา กลับพบว่า เบื้องหลังชีวิตของเขาแตกสลายยับเยิน พ่อแม่ไม่รัก ถึงขนาดที่ว่า ไม่ส่งเสียเขาเรียนจนจบ เพื่อให้พี่ชายของเขาเรียน ในที่สุด พระเจ้าก็ทรงทำกับเขาเช่นเดียวกับที่พระองค์ทรงทำกับข้าพเจ้า

ข้าพเจ้านำเขาอธิษฐานให้เปิดใจ และเปิดใจรับความรักของพระเจ้า ในที่สุดชีวิตของเขาเปลี่ยนแปลงไป เขารักเพื่อน เขามีความรักจากพระเจ้ามากขึ้น และเขาดำเนินชีวิตในความรักมากขึ้นจริง ๆ

ข้าพเจ้าขอบคุณพระเจ้าที่ได้มีโอกาสแบ่งปันให้กับทุกคน ชีวิตที่ยอมกับพระเจ้า จะเป็นชีวิตที่เปลี่ยนแปลง และจะนำการเปลี่ยนแปลงมาสู่ผู้อื่น เช่นกัน

 

คศ. เจนจิรา คีรีรัตน์นิติกุล

http://www.janejira.com

คำแบ่งปันคณะเพื่อคุณ คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 02/08/2009

เรื่อง Surrender and Be Transformed

สรุปโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

 

  • ถ้าท่านอ่านแล้ว มีความปรารถนาที่จะเปิดใจออก อธิษฐานทูลเชิญพระเยซูคริสต์เสด็จเข้ามาในชีวิตของท่าน และเป็นพระเจ้าของท่าน กรุณาไปที่หน้า คำอธิษฐาน

  • ถ้าคุณอ่านแล้วสนใจ กรุณาติดต่อคริสตจักรใกล้บ้านท่านได้เลยครับ หรือถ้าหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ก็ติดต่อโดยตรงได้ที่อีเมลของผมเลยครับ ton@followhissteps.com

FollowHisSteps.com

ได้รับการสนับสนุน Web Hosting จาก SPAComputer.com, ThaWang.com