ศึกษาพระธรรม 2 ทิโมธี

FollowHisSteps.com
 

พระคัมภีร์ 2 ทิโมธี มีข้อที่เรารู้จักกันดีหลายข้อด้วยกัน เช่น แต่ข้ารู้จักพระองค์ที่ข้าเชื่อ ทหารที่ดีของพระคริสต์ แต่ถ้าหากว่าเราจะต้องการทราบเจตนารมณ์ผู้เขียน อยากขอหนุนใจให้อ่านทั้งเล่ม

เมื่อได้อ่านจดหมายฉบับนี้ พบว่ามีหลายประเด็นด้วยกัน แต่ที่ต้องการเน้นในวันนี้ จะเป็นเรื่อง การอุทิศตน

การที่จะอ่านพระคัมภีร์ให้เข้าใจอย่างแท้จริง เราควรจะศึกษาถึงพื้นฐาน background เพื่อที่เราจะทราบถึงเป้าหมาย เพื่อเราจะเข้าใจถึงสิ่งที่ผู้เขียนต้องการจะสอน เพื่อเราจะทราบถึงความคิดเบื้องลึก เพราะว่าพระคัมภีร์นั้น เขียนมาเกือบ 2000 ปีมาแล้ว ดังนั้นภาษาที่ใช้ก็จะต่างจากที่เราใช้ในปัจจุบัน ขอบคุณพระเจ้าที่พระคัมภีร์ภาษาไทยได้มีการแปลใหม่ เป็นภาษาที่เข้าใจได้ง่ายสำหรับคนในยุคปัจจุบัน ซึ่งแปลโดยผู้ทรงคุณวุฒิ ที่มีความรู้ในภาษาเดิมเป็นอย่างดี จึงอยากขอหนุนใจให้พี่น้องลองอ่านดู ใช้อ่านคู่กับพระคัมภีร์ภาษาไทยที่เราใช้ปัจจุบัน ก็จะทำให้เข้าใจได้ดีมากยิ่งขึ้น

สำหรับการอ่านจดหมายฝากในพระคัมภีร์ เราควรจะรู้ถึงสิ่งเหล่านี้

ผู้เขียนเป็นใคร ผู้รับเป็นใคร แล้วเราจะเข้าใจถึงบริบท เพราะเรื่องราว เหตุการณ์ต่าง ๆ กันไป ปัญหาของแต่ละที่ แต่ละคนก็แตกต่างกันเช่นกัน

สังคม ว่าในยุคสมัยนั้น สถานการณ์เป็นอย่างไร ในพระคัมภีร์ใหม่เราก็สามารถศึกษาได้ผ่านทางพระธรรมกิจการ เช่นเดียวกับที่เราจะสามารถเข้าใจพระคัมภีร์หมวดผู้เผยพระวจนะน้อยได้ โดยผ่านทางการอ่านพระธรรมพงษ์กษัตริย์ พงศาวดาร อาทิเช่น

"การถูกข่มเหง การทนทุกข์ยากลำบากของข้าพเจ้า และสิ่งที่ได้เกิดขึ้นกับข้าพเจ้า ณ เมืองอันทิโอก เมืองอิโคนียูม และเมืองลิสตรา การกดขี่ข่มเหงที่ข้าพเจ้าได้ทนเอา ถึงกระนั้นก็ดี องค์พระผู้เป็นเจ้า ได้ทรงโปรดให้ข้าพเจ้ารอดพ้นจากสิ่งเหล่านั้นทั้งหมด" (2ทิโมธี 3:11)

ถ้าเราอยากเข้าใจ เราก็ควรจะไปอ่านในพระธรรมกิจการร่วมด้วย โดยไปอ่านในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเมืองเหล่านี้

คำศัพท์ เราสามารถเข้าใจได้มากขึ้น ถ้าหากเราอ่านมากกว่า 1 versions เราก็สามารถเข้าใจได้มากขึ้น จะช่วยเราได้ดีทีเดียวถ้าหากว่าเราไม่เข้าใจคำศัพท์บางคำ

การหาข้อความหลัก เพื่อที่เราจะทราบถึงการสอนหลักของพระคัมภีร์เล่มนั้น ๆ

Commitment มีความหมายหลายอย่าง เป็นการสัญญา การทุ่มเท ฯลฯ คำว่า commitment นี้ พระคัมภีร์จะใช้ในกรณีคู่สมรส เป็นพันธสัญญาระหว่างคู่สมรส เป็นความหมายที่ลึกซึ้ง เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ระหว่างพระเยซูคริสต์กับคริสตจักร พระยาเวห์กับอิสราเอล ซึ่งจะแยกจากกันไม่ได้

ดังนั้น ถ้าหากเรามี commitment ที่เราจะยึดมั่นในความเชื่อ แม้ว่าเราจะโดนข่มเหง โดนต่อต้านเช่นไร เราก็จะยังคงยึดมั่นในความเชื่อ

 

การอุทิศตน

สำหรับประเด็นเรื่องการอุทิศตนนั้น อยากจะขอแบ่งออกเป็นประเด็นการเป็นผู้รับใช้ที่สัตย์ซื่อ และเป็นคนงานที่อดทน

1. ผู้รับใช้ที่สัตย์ซื่อ

1.1 สัตย์ซื่อในแรงจูงใจ

"เมื่อข้าพเจ้าระลึกถึงท่านในการอธิษฐานอยู่เสมอนั้น ข้าพเจ้าขอบพระคุณพระเจ้า ซึ่งข้าพเจ้าได้รับใช้ด้วยจิตสำนึกอันบริสุทธิ์ เช่น บรรพบุรุษของข้าพเจ้า" (2ทิโมธี 1:3)

อาจารย์เปาโลให้ความสำคัญกับแรงจูงใจอย่างมาก

"เพราะว่า คำเตือนสติของเรา มิได้เกิดมาจากความคิดผิด หรือการโสโครก หรืออุบายใด ๆ" (1เธสะโลนิกา 2:3)

"เพราะพระเจ้าผู้ซึ่งข้าพเจ้าได้รับใช้ ด้วยชีวิตจิตใจของข้าพเจ้า ในการประกาศข่าวประเสริฐเรื่องพระบุตรของพระองค์นั้น ทรงเป็นพยานของข้าพเจ้าว่า เมื่อข้าพเจ้าอธิษฐานนั้น ข้าพเจ้าระลึกถึงท่านทั้งหลายเสมอไม่ว่างเว้น" (โรม 1:9)

จิตสำนึกของเรา ถูกเปิดเผยกับพระเจ้าเสมอ มนุษย์ดูที่ผลงาน แต่พระเจ้าดูที่แรงจูงใจ

มีหลายคนที่มารับใช้พระเจ้า เพราะหวังผลประโยชน์บางประการ อาทิเช่น บางคนในชีวิตของเขาล้มเหลว แต่เมื่อเข้ามารับใช้ในโบสถ์ก็มีคนให้การยอมรับมากมาย เป็นต้น แต่คนที่รับใช้พระเจ้าเพื่อหวังผลประโยชน์เช่นนี้ ในที่สุดก็จะอยู่ได้ไม่นาน เพราะวันหนึ่งเมื่อเขาไม่ได้สิ่งที่ต้องการ เขาก็จะเลิกที่จะรับใช้พระเจ้า

ถ้าเราต้องการที่จะยืนหยัดรับใช้พระเจ้า เราจะต้องมีแรงจูงใจที่ถูกต้อง

1.2 สัตย์ซื่อต่อของประทาน

"อันของประทานของพระเจ้าซึ่งมีอยู่ในท่าน โดยที่ข้าพเจ้าได้เอามือวางบนท่านนั้น ขอเตือนว่าท่านจงกระทำให้รุ่งเรืองขึ้น" (2ทิโมธี 1:6)

อาจารย์เปาโลเตือนถึงเรื่องของประทาน แสดงว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ การไม่นำของประทานที่พระเจ้าประทานให้แก่เรามาใช้นั้น เป็นการเพิกเฉยต่อพระคุณของพระเจ้า

ของประทานที่อยู่ในตัวของเรานั้น จะยังไม่สมบูรณ์ ดังเช่นของประทานของท่านทิโมธีนั้น ได้เริ่มต้นโดยผ่านการวางมือ แต่อาจารย์เปาโลได้เตือนให้ท่านทิโมธีกระทำแก่ของประทานของท่าน คือ "พัดกระพือให้ไฟลึกเต็มขนาด"

ของประทานในพระคัมภีร์มีมากมาย เป็นการกระทำที่ทำให้พี่น้องจำเริญขึ้นในพระเยซูคริสต์ เป็นการทำให้คนที่เป็นคริสเตียนหรือไม่เป็นคริสเตียนดีขึ้นในทางของพระเจ้า ต้องเริ่มต้นด้วยท่าทีที่ถูกต้อง

ประโยชน์ของการใช้ของประทานนั้น อยู่ที่มนุษย์ด้วยกันเอง การรับใช้พระเจ้าแท้จริงแล้ว คือการรับใช้มนุษย์นั้นเอง เพราะว่าพระองค์ทรงสมบูรณ์ พระองค์ไม่จำเป็นต้องให้เราทำสิ่งใดเพื่อพระองค์ พระองค์ไม่จำเป็นที่จะต้องให้เราเล่นดนตรีให้เราฟัง เพราะว่ามาตรฐานของพระองค์คงจะเกินความสามารถของเรานัก แต่พระองค์จะทรงพอพระทัยเมื่อเรารับใช้พระองค์ และพระองค์ทรงประสงค์ให้เรารับใช้พี่น้อง

การที่เรามีความรับผิดชอบมากขึ้น เจริญในหน้าที่การงาน มีลูกมากมายที่ต้องเลี้ยง สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งผิด แต่ถ้าสิ่งเหล่านื้ทำให้เราไม่รับใช้พระเจ้า แสดงว่าชีวิตเราเริ่มมีปัญหาแล้ว

1.3 สัตย์ซื่อต่อทีมงาน

"อย่าละลายที่จะเป็นพยานฝ่ายองค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา หรือฝ่ายตัวข้าพเจ้าที่ถูกจำจองอยู่ เพราะเห็นแก่พระองค์ แต่จงมีส่วนในการยากลำบาก เพื่อเห็นแก่ข่าวประเสริฐ โดยอาศัยฤทธิ์เดชแห่งพระเจ้า" (2ทิโมธี 1:8)

ขณะที่อาจารย์เปาโลประกาศ แล้วเกิดผลมากมาย ประสบความสำเร็จ ทีมงานก็คงอยากทำงานร่วมด้วย แต่เมื่ออาจารย์เปาโลติดคุก โดนข่มเอง ก็จะมีผู้ที่เคยเป็นทีมงานบางคน แยกตัวออกมา ทิ้งทีมงานไป

"15 ท่านก็ทราบแล้วว่า คนทั้งปวงที่อยู่ในแคว้นเอเชียนั้น ต่างก็ผละไปจากข้าพเจ้าหมด ในพวกนั้นมีฟีเจลัส และเฮอร์โมเกเนสรวมอยู่ด้วย
16 ขอองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงพระเมตตา แก่ครอบครัวของโอเนสิโฟรัสด้วยเถิด เพราะเขาได้กระทำให้ข้าพเจ้าชื่นใจบ่อยๆ เขาไม่มีความรังเกียจโซ่ตรวนของข้าพเจ้าเลย" (2ทิโมธี 1:15-16)

โอเนสิโฟรัส เป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่เรา เพราะเมื่ออาจารย์เปาโลถูกจองจำนั้น เขาก็ยังคงอยู่กับท่าน นี่แสดงถึงระดับของ commitment ที่เขามีต่อการรับใช้

"เพราะเหตุนั้นเอง ข้าพเจ้าจึงได้ทนทุกข์ลำบากเช่นนี้ ถึงกระนั้นข้าพเจ้าก็ไม่ละอาย เพราะว่าข้าพเจ้ารู้จักพระองค์ที่ข้าพเจ้าได้เชื่อ และข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า พระองค์ทรงสามารถรักษา ซึ่งข้าพเจ้าได้มอบไว้กับพระองค์ {หรือ ซึ่งพระองค์ได้ทรงมอบให้แก่ข้าพเจ้า} จนถึงวันพิพากษาได้" (2ทิโมธี 1:12)

ระดับ commitment ของแต่ละคนนั้น แปลผันตามระดับของการที่คนคนนั้นรู้จักกับพระเยซูคริสต์ ถ้าหากว่าผู้ใดรู้จักพระองค์ ก็จะยอมที่จะ commit เพื่อพระองค์ และการรู้จักนี้เอง เป็นความหมายของชีวิตนิรันดร์

"และนี่แหละ คือชีวิตนิรันดร์ คือที่เขารู้จักพระองค์ ผู้ทรงเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้องค์เดียว และรู้จักพระเยซูคริสต์ที่พระองค์ทรงใช้มา" (ยอห์น 17:3)

ทุกวันนี้เรารู้จักกับพระเยซูคริสต์อย่างไร? รู้จักมากเพียงไร?

อาจารย์เปาโลมีประสบการณ์กับพระเจ้าอย่างมากมาย ท่านเองรู้จักพระเจ้า ท่านจึงยอมที่จะเผชิญความทุกข์ยากลำบากต่าง ๆ เพื่อพระองค์ แม้ว่าท่านจะรู้จักพระเจ้าอย่างมากมาย แต่ท่านเองก็ยังบอกว่า ท่านยังรู้จักพระองค์เพียงสลัว ๆ และท่านก็เชื่อมั่นว่าท่านจะรู้จักพระองค์มากขึ้นเมื่อท่านได้อยู่กับพระองค์

"เพราะว่า บัดนี้เราเห็นสลัวๆ เหมือนดูในกระจก แต่เวลานั้นจะได้เห็นพระพักตร์ชัดเจน เดี๋ยวนี้ความรู้ของข้าพเจ้าไม่สมบูรณ์ เวลานั้นข้าพเจ้าจะรู้แจ้งเหมือนพระองค์ทรงรู้จักข้าพเจ้า " (1โครินธ์ 13:12)

1.4 สัตย์ซื่อแม้ไม่เป็นไปตามที่คิด

แม้ว่าอาจารย์เปาโลจะถูกจำจอง ยากลำบาก ทนทุกข์ ถูกผละ ติดกับโซ่ตรวน แต่ว่าท่านก็ไม่ย่อท้อที่จะรับใช้พระเจ้า เช่นเดียวกัน แม้ว่าผลของการรับใช้ของเราจะไม่เป็นไปอย่างที่เราคิด ก็ขอที่เราจะไม่เลิกที่จะรับใช้

2. เป็นคนงานที่อดทน

2.1 อดทนต่อความยากลำบากเพื่อพระคริสต์

"จงมอบคำสอนเหล่านั้น ซึ่งท่านได้ยินจากข้าพเจ้าต่อหน้าพยานหลายคน ไว้กับคนที่ซื่อสัตย์ ที่สามารถสอนคนอื่นได้ด้วย" (2ทิโมธี 2:2)

และเพราะเหตุข่าวประเสริฐนั้น ข้าพเจ้าจึงทนทุกข์ ถูกล่ามโซ่ตั้งผู้ร้าย แต่พระวจนะของพระเจ้านั้น ไม่มีผู้ใดเอาโซ่ล่ามไว้ได้ (2ทิโมธี 2:9)

ความเชื่อสืบทอดผ่านคน พันธกิจของคริสตจักรก็คือการสร้างคนที่สัตย์ซื่อ คนที่จะสามารถสอนต่อ คนที่จะสืบทอดเจตนารมณ์สู่คนรุ่นต่อ ๆ ไป

เราจะต้องอดทนเหมือนทหารที่ดีของพระเยซูคริสต์ เป็นเหมือนนักกีฬาที่วิ่งแข่งขันเพื่อคว้ามงกุฎ

2.2 อดทนตามแบบอย่างของพระเยซูคริสต์

"จงระลึกถึงพระเยซูคริสต์ ผู้ได้ทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นมาจากความตาย และทรงสืบเชื้อสายจากดาวิด ตามข่าวประเสริฐที่ข้าพเจ้าประกาศนั้น" (2ทิโมธี 2:8)

2.3 อดทนเพื่อความรอดของผู้อื่น

"เหตุฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงยอมทนทุกอย่าง เพราะเห็นแก่ผู้ที่ทรงเลือกไว้นั้น เพื่อเขาจะได้รับความรอด ซึ่งมีอยู่ในพระเยซูคริสต์ พร้อมทั้งศักดิ์ศรีนิรันดร์" (2ทิโมธี 2:10)

คนที่ต้องการที่จะรับความรอดมีอีกเป็นจำนวนมาก แล้วเราจะรับใช้ด้วยท่าทีเช่นไร? เราควรจะทำเต็มที่เพื่อเห็นแก่ความรอดของผู้อื่น เพื่อเห็นแก่ผู้ที่หลงหายจากทางของพระเจ้า

การทรงเลือกของพระเจ้านั้น ไม่เหมือนกับการเลือกของเรา เรามีอคติ เราไม่ยุติธรรม เรามีเหตุผลที่จะเลือกบางอย่าง แต่พระเจ้าทรงยุติธรรม พระองค์ทรงมีเหตุผล แต่ว่าเหตุผลของพระองค์ไม่เหมือนเรา ทรงเลือกด้วยสิทธิอำนาจของพระองค์ เป็นสิทธิอำนาจในการไถ่ นี่จึงเป็นพระคุณ ไม่ขึ้นกับความดีหรือความไม่ดีของแต่ละคน เป็นสิทธิอำนาจโดยเด็ดขาด

แต่อาจารย์เปาโลไม่รู้ว่าใครบ้างที่เป็นผู้ที่ได้รับการทรงเลือก ดังนั้นท่านจึงต้องรับใช้ ประกาศแก่ทุกคน

 

คุณธรรมแห่งการรับใช้

1. มีคุณธรรมในคำพูด คุณภาพการสอน มั่นคงในความจริงแห่งพระวจนะ

"14 จงเตือนเขาทั้งหลายถึงข้อนี้ และกำชับเขาต่อพระพักตร์พระผู้เป็นเจ้า {สำเนาต้นฉบับบางฉบับว่า พระเจ้า} ไม่ให้เขาโต้เถียงกันในเรื่องถ้อยคำ ซึ่งไม่เป็นประโยชน์เลย แต่กลับเป็นเหตุให้คนที่ฟังเขวไป
15 จงอุตส่าห์สำแดงตนว่า ได้ทรงพิสูจน์แล้ว เป็นคนงานที่ไม่ต้องอาย ใช้พระวจนะแห่งความจริงอย่างถูกต้อง
16 จงหลีกเสียจากคำสอนที่ไร้คุณธรรม เพราะคำอย่างนั้นจะนำคนไปสู่อธรรมมากยิ่งขึ้น
17 และคำพูดของเขาจะแพร่ออกไปเหมือนแผลเนื้อร้าย ในพวกนั้นมีฮีเมเนอัส กับฟีเลทัสเป็นต้น
18 คนทั้งสองนั้นได้หลงจากความจริง โดยถือว่าการฟื้นจากความตายนั้นได้ผ่านพ้นไปแล้ว เขากำลังทำให้ความเชื่อของบางคนไขว้เขวไป
19 แต่ว่า รากฐานซึ่งพระเจ้าทรงวางไว้นั้นมีตราประทับไว้ว่า "องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงรู้จักคนเหล่านั้น ที่เป็นของพระองค์" และ "ให้ทุกคนซึ่งออกพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้าละทิ้งความชั่วเสีย" (2ทิโมธี 2:14-19)

2. มีคุณธรรมในด้านตัวตน เป็นการชำระตนให้พ้นจากมลทิน

"20 ในบ้านใหญ่หลังหนึ่งๆ มิได้มีแต่ภาชนะทอง และเงินเท่านั้น แต่มีภาชนะไม้ และภาชนะดินด้วย บางก็เพื่อศิลปะ และบ้างก็สามัญ
21 ถ้าผู้ใดชำระตัวให้พ้นจากสิ่งที่ไม่มีค่า เขาก็จะเป็นภาชนะที่มีค่า ซึ่งชำระให้บริสุทธิ์แล้ว เหมาะที่เจ้าของเรือนจะใช้ให้เป็นประโยชน์ พร้อมกับการดีทุกอย่าง
22 ดังนั้น ท่านจงหลีกหนีเสียจากราคะตัณหาของคนหนุ่ม และจงใฝ่ในทางธรรม ในความเชื่อ ความรัก และสันติสุขร่วมกับผู้ที่ออกพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้าด้วยใจบริสุทธิ์
23 อย่าข้องแวะกับปัญหาอันโง่เขลา และไม่เป็นสาระ ด้วยรู้แล้วว่าปัญหาเหล่านั้น ก่อให้เกิดการทะเลาะวิวาทกัน
24 ฝ่ายผู้รับใช้ขององค์พระผู้เป็นเจ้า ต้องไม่เป็นคนที่ชอบการทะเลาะวิวาท แต่ต้องมีใจเมตตาต่อทุกคน เป็นครูที่เหมาะสม และมีความอดทน
25 ชี้แจงให้ฝ่ายตรงกันข้ามเข้าใจด้วยความสุภาพว่า พระเจ้าอาจจะทรงโปรดให้เขากลับใจ และมาถึงซึ่งความจริง
26 และหลุดพ้นบ่วงของมาร ผู้ซึ่งดักจับเขาไว้ให้ทำตามความประสงค์ของมัน {หรือ โดยผู้รับใช้ของพระองค์ได้จับเขามาให้เป็นเชลยแห่งน้ำพระทัยของพระเจ้า}" (2ทิโมธี 2:20-26)

คุณธรรมเป็นรากฐานที่แท้จริงของการรับใช้ พระเจ้าทรงดูที่ท่าที คือดูคุณภาพของความสัมพันธ์ระหว่างเขากับพระเจ้า

แก่นแท้ของศาสนา = ฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าในชีวิตของเรา ถ้าเราถือศาสนาแต่เปลือก ก็คือ พระเจ้ามิได้ทรงมีสิทธิอำนาจในตัวเรา สิ่งเหล่านี้อาจารย์เปาโลต้องการเตือนคริสเตียน ให้ระวังที่จะไม่ถือศาสนาแต่เพียงเปลือกนอก

อาจารย์เปาโลได้เตือนให้ท่านทิโมธียึดแบบอย่างที่ถูกต้องไว้ ทั้งจากคนและจากพระคัมภีร์ (3:1-4:5) ให้เราระวังที่จะไม่หลงไปจากความจริง เพราะสิทธิอำนาจของพระคัมภีร์เป็นกุญแจแห่งการเชิญยุคสุดท้าย

"16 พระคัมภีร์ ทุกตอนได้รับการดลใจจากพระเจ้า และ {หรือ ทุกตอนที่ได้รับการดลใจจากพระเจ้า ก็} เป็นประโยชน์ในการสอน การตักเตือนว่ากล่าว การปรับปรุงแก้ไขคนให้ดี และการอบรมในทางธรรม
17 เพื่อคนของพระเจ้าจะพรักพร้อมที่จะกระทำการดีทุกอย่าง"

บริบทของพระคัมภีร์ตอนนี้ กำลังพูดถึงยุคสุดท้าย อาจารย์เปาโลเตือนให้เรายึดพระคำเพื่อใช้ในการดำเนินชีวิตในยุคสุดท้าย

 

คำกำชับสุดท้ายของผู้รับใช้

"16 ในการแก้คดีครั้งแรกของข้าพเจ้านั้น ไม่มีใครเข้าข้างเจ้าสักคนเดียว เขาได้ละทิ้งข้าพเจ้าไปหมด ขอโปรดอย่าให้พวกเขาต้องได้รับโทษเลย
17 แต่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงประทับอยู่ใกล้ข้าพเจ้า และได้ทรงประทานกำลังให้ข้าพเจ้า ประกาศพระวจนะได้อย่างเต็มที่ เพื่อให้คนต่างชาติทั้งปวงได้ยิน ดังนั้นข้าพเจ้าจึงรอดพ้นจากปากสิงห์" (2ทิโมธี 4:16-17)

อย่าให้วาระสุดท้ายในชีวิตของเรา หลงไปจากสิ่งที่เป็นนิรันดร์กาล แต่ขอที่เราจะให้ทั้งหมดที่เรามี อุทิศเพื่อองค์พระผู้เป็นเจ้า แล้วเราจะสามารถกล่าวเช่นเดียวกับอาจารย์เปาโล นี่จะเป็นชิวิตแห่งการอุทิศตน

 

อ. ปดิพัทธ์ สันติภาดา

คำแบ่งปันคณะเพื่อคุณ คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 01/02/2009

เรื่อง ศึกษาพระธรรม 2 ทิโมธี

สรุปโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

 

  • ถ้าท่านอ่านแล้ว มีความปรารถนาที่จะเปิดใจออก อธิษฐานทูลเชิญพระเยซูคริสต์เสด็จเข้ามาในชีวิตของท่าน และเป็นพระเจ้าของท่าน กรุณาไปที่หน้า คำอธิษฐาน

  • ถ้าคุณอ่านแล้วสนใจ กรุณาติดต่อคริสตจักรใกล้บ้านท่านได้เลยครับ หรือถ้าหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ก็ติดต่อโดยตรงได้ที่อีเมลของผมเลยครับ ton@followhissteps.com

FollowHisSteps.com

ได้รับการสนับสนุน Web Hosting จาก SPAComputer.com, ThaWang.com