Blessings Through Tithes and Offerings

FollowHisSteps.com
 

เราในที่นี้ มีหลากหลายอาชีพ หลากหลายฐานะ แต่เมื่อมาอยู่ในคริสตจักร ในคณะเพื่อคุณ เราทุกคนก็เหมือนกัน มีความรักซึ่งกันและกัน เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เวลาศึกษาพระคัมภีร์ก็ศึกษาด้วยกันอย่างจริงจัง และเวลาเล่น เวลาเที่ยว ก็ทำด้วยกันเต็มที่เช่นกัน

ในที่แห่งนี้ ที่คณะเพื่อคุณ จะเป็นที่ที่เราได้รับความรัก และได้มอบความรัก นี่จึงเป็นเหตุผลที่คณะเพื่อคุณสามารถดำรงอยู่และเติบโตได้ บรรยากาศเช่นนี้แหละที่ทำให้คนเป็นอันมากอยากจะเข้ามา


"1 ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย เราใคร่ให้ท่านทราบถึงพระคุณของพระเจ้า โดยที่พระองค์ได้ทรงโปรดประทานแก่คริสตจักรต่างๆ ในแคว้นมาซิโดเนีย
2 เพราะว่าเมื่อคราวที่พวกเขาถูกทดลองอย่างหนักได้รับความทุกข์ยาก ความยินดีล้นพ้นของเขาและความลำบากยากจนอย่างที่สุดของเขานั้น ก็ล้นออกมาเป็นใจศรัทธาอย่างยิ่ง
3 เพราะข้าพเจ้าเป็นพยานได้ว่า เขาศรัทธาถวายโดยสุดความสามารถของเขา ที่จริงก็เกินความสามารถของเขาเสียอีก
4 และเขายังได้วิงวอนเรามากมาย ขอให้เขามีส่วนในการช่วยธรรมิกชนด้วย
5 ไม่เหมือนที่เราได้คาดหมายไว้ แต่ข้อสำคัญที่สุด ได้ถวายตัวเขาเองแด่องค์พระผู้เป็นเจ้าก่อน แล้วได้มอบตัวให้เราตามพระทัยพระเจ้า
6 จนถึงกับเราได้เตือนทิตัสให้ไปช่วยพวกท่านทำการกุศลนั้น จนสำเร็จตามที่ท่านได้ลงมือไว้แล้ว
7 เหตุฉะนั้นเมื่อท่านมีพร้อมบริบูรณ์ทุกสิ่ง คือความเชื่อ ฝีปาก ความรู้ ความกระตือรือร้น และความรักต่อเรา ท่านทั้งหลายก็จงประกอบการกุศลนี้อย่างบริบูรณ์เหมือนกันเถิด
8 ข้าพเจ้าพูดอย่างนี้มิได้หมายว่าให้เป็นคำบัญชา แต่ได้นำเรื่องของคนอื่น ที่มีความกระตือรือร้นมาทดลองความรักของท่าน ดูว่าแท้หรือไม่
9 เพราะท่านทั้งหลายรู้จักพระคุณของพระเยซูคริสตเจ้าของเราแล้วว่า แม้พระองค์มั่งคั่ง พระองค์ก็ยังทรงยอมเป็นคนยากจน เพราะเห็นแก่ท่านทั้งหลาย เพื่อท่านทั้งหลายจะได้เป็นคนมั่งมี เนื่องจากความยากจนของพระองค์
10 และข้าพเจ้าจะออกความเห็นในเรื่องนี้ว่า เรื่องที่ท่านได้ตั้งต้นเมื่อปีกลายนี้ และมิใช่ตั้งต้นจะกระทำเท่านั้น แต่ว่ามีน้ำใจจะกระทำด้วยนั้น บัดนี้ก็ควรแล้วที่ท่านจะกระทำเรื่องนั้นให้สำเร็จเสีย
11 เพื่อว่าเมื่อท่านมีใจพร้อมอยู่แล้ว ท่านก็จะได้ทำให้สำเร็จตามความสามารถของท่าน
12 เพราะว่าถ้ามีน้ำใจพร้อมอยู่แล้ว พระเจ้าก็พอพระทัยที่จะทรงรับตามที่ทุกคนมีอยู่ มิใช่ตามที่เขาไม่มี
13 ข้าพเจ้าไม่ได้หมายความว่าให้การงานของคนอื่นเบาลง และให้การงานของพวกท่านหนักขึ้น
14 แต่เป็นการให้กันไปให้กันมา ในยามที่พวกท่านมีบริบูรณ์เช่นเวลานี้ ท่านก็ควรจะช่วยคนเหล่านั้นที่ขัดสน และในยามที่เขามีบริบูรณ์ เขาก็จะได้ช่วยพวกท่านเมื่อขัดสน
15 ตามที่พระคัมภีร์เขียนไว้ว่า คนที่เก็บได้มากนั้น ไม่มีเหลือ และคนที่เก็บได้น้อยก็หาขาดไม่ (
2โครินธ์ 8:1-15)


ทุกวันนี้ ถ้าหากว่าเราได้ไปร้านหนังสือ หรือร้านขายเพลง เราก็จะพบเรื่องราวหรือเพลงที่เกี่ยวข้องกับ "ความรัก" ทั้งสิ้น เพราะคนทั่วไปในสังคม แสวงหาความรัก แต่การที่คนได้รับรู้ ได้ฟังเรื่องราว ได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับความรักมากมาย ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาได้มีความรักที่แท้จริงแล้ว ดังที่เราจะเห็นได้ว่า คนในสังคมส่วนใหญ่ยังคงขาดความรัก

เช่นกัน คริสเตียน หลายครั้งก็บอกว่ารักพระเจ้า แต่จะรู้ได้อย่างไรว่าเรารักพระเจ้าจริงหรือไม่ เพราะความรักบางครั้งเป็นเรื่องของนามธรรม สัมผัสยาก การที่เราจะรู้ว่าเรารักพระเจ้ามากเพียงไร เราก็สามารถวัดได้จากมาตรวัดวางอย่าง

รถยนต์ ก็มีมาตรวัดความเร็ว เพื่อให้ผู้ขับทราบว่ากำลังขับด้วยความเร็วเท่าไร เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นจากการขับรถเร็วเกินไป

ความรักที่เรามีต่อพระเจ้าก็เช่นกัน เราควรจะสังเกตตนเอง โดยความรักต่อพระเจ้านั้นมีมาตรวัดหลายอย่าง เช่น การเชื่อฟัง การรับใช้ การถวายก็เป็นมาตรวัดตัวหนึ่งที่จะทำให้เรารู้ว่าเรารักพระเจ้ามากเพียงไร

ในพระคัมภีร์ตอนนี้ อาจารย์เปาโลได้สอนแก่เราหลายสิ่ง ได้แก่

 

1. การถวายไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องรวยหรือจน

ในพระคัมภีร์ตอนนี้ อาจารย์เปาโลได้กล่าวถึงคริสเตียนของคริสตจักรสองแห่ง ได้แก่ คริสตจักรที่เมืองมาซิโดเนีย และคริสเตียนที่เมืองโครินธ์ ซึ่งทั้งสองแห่งต่างกันอย่างสิ้นเชิง

คริสเตียนที่มาซิโดเนีย แม้ว่าจะยากจน แต่เขาก็ถวายให้พระเจ้าอย่างเต็มที่

"เพราะว่าเมื่อคราวที่พวกเขาถูกทดลองอย่างหนักได้รับความทุกข์ยาก ความยินดีล้นพ้นของเขาและความลำบากยากจนอย่างที่สุดของเขานั้น ก็ล้นออกมาเป็นใจศรัทธาอย่างยิ่ง" (2โครินธ์ 8:2)

ตรงข้ามกับคริสเตียนที่เมืองโครินธ์ แม้ว่าจะมั่งมี แต่กลับไม่สัตย์ซื่อกับการถวาย

"เหตุฉะนั้นเมื่อท่านมีพร้อมบริบูรณ์ทุกสิ่ง คือความเชื่อ ฝีปาก ความรู้ ความกระตือรือร้น และความรักต่อเรา ท่านทั้งหลายก็จงประกอบการกุศลนี้อย่างบริบูรณ์เหมือนกันเถิด" (2โครินธ์ 8:7)

การถวายที่พระเจ้าทรงพอพระทัย ไม่ได้ขึ้นกับรวยหรือจน มีเงินหรือไม่มีเงิน แม้ว่าในสายตามนุษย์ เราจะมองว่า ผู้ถวายที่ดีจะต้องเป็นผู้ที่รวยที่สามารถถวายได้มาก แต่ในพระคัมภีร์บอกว่า พระเจ้าทรงทอดพระเนตรดูที่ความตั้งใจ

บางคนมีความตั้งใจในการถวายแด่พระเจ้ามาก เขาต้องทำงานพิเศษต่าง ๆ เพื่อที่จะได้เงินมาเพื่อที่จะถวายแด่พระเจ้า ผมทราบเรื่องราวของอนุชนบางกลุ่ม และคริสเตียนบางคน มีใจอยากถวายพระเจ้ามาก แต่รายได้เขามีน้อย สิ่งที่เขามีคือกำลัง ความสามารถ และความตั้งใจ บางคนก็รับเลี้ยงเด็ก บางคนรับจ้างเลี้ยงรถ ทุกอย่างขึ้นกับความตั้งใจ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับรวยหรือจน

ผู้รับใช้บางท่าน เก็บเงินที่ได้จากการถวายเมื่อไปเทศนาที่ต่าง ๆ แล้วเก็บเอาไว้ เพื่อที่จะนำไปถวายให้แก่ที่บางแห่ง หรือผู้รับใช้ท่านอื่นที่ต้องการการสนับสนุนด้านกำลังทรัพย์

คริสเตียนที่อ้างว่ามีฐานะยากจนเกินไปที่จะถวายแด่พระเจ้า จึงเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น เพราะหากว่าผู้ใดมีใจที่จะถวายแด่พระเจ้า ผู้นั้นก็จะมีเพียงพอที่จะถวายเสมอ

"เพราะว่าถ้ามีน้ำใจพร้อมอยู่แล้ว พระเจ้าก็พอพระทัยที่จะทรงรับตามที่ทุกคนมีอยู่ มิใช่ตามที่เขาไม่มี" (2โครินธ์ 8:12)

ดังตัวอย่างเช่นเดียวกับหญิงม่ายที่พระวิหาร เขาได้ถวายเงินเพียงเล็กน้อย ในขณะที่เศรษฐีได้ถวายเงินจำนวนมาก แต่พระเยซูคริสต์ตรัสว่า หญิงม่ายนี้แหละที่ถวายมากที่สุด มากกว่าเศรษฐีคนนั้นเสียอีก

หลายคนไม่มีเงินถวาย แต่มีเงินพอสำหรับกินกาแฟราคาแพง ๆ สำหรับมือถือเครื่องใหม่ สำหรับเสื้อผ้าใหม่ ๆ เขาจะจัดลำดับความสำคัญให้การถวายแด่พระเจ้าเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาจะให้

คริสเตียนบางคนคิดว่าตนเองจนอยู่ จึงไม่สามารถถวายแด่พระเจ้าได้ ก็เพราะการที่เขาคิดเช่นนี้แหละ เขาก็จะไม่มีทางที่จะมีเงินเพียงพอที่จะถวายได้

พระเจ้าทรงพร้อมที่จะเทพรมาอย่างมากมาย เป็นห่าฝนแห่งพระพร แต่หากเราเอาแค่ถ้วยน้ำจิ้มเล็ก ๆ ไปรองรับน้ำฝนแห่งพระพร เราก็จะได้รับแค่นั้นแหละ แต่สำหรับคนที่เต็มใจที่จะถวายแด่พระเจ้าอย่างเต็มที่แล้ว พระเจ้าก็จะยิ่งอวยพร เหมือนกับเอาถัง กาละมังไปรับน้ำฝนแห่งพระพรนั้น

 

2. ความยากลำบากทำให้คริสเตียนเติบโตขึ้น

ผู้อาวุโสท่านหนึ่งสอนว่า "อย่ากลัวความทุกข์ยากลำบาก เพราะความทุกข์ยากลำบากไม่เคยทำร้ายใคร แต่ความสะดวกสบายต่างหาก ที่ทำร้ายเรา ความสะดวกสบายทำให้คริสเตียนหลายคนหลงหายไปจากทางของพระเจ้า"

ความทุกข์ยากลำบาก กลับยิ่งทำให้คริสเตียนเติบโตขึ้น อย่าไปกลัว

คริสตจักรจะประสบความสำเร็จได้ ก็ต้องผ่านความทุกข์ยากลำบากมาก่อน บางคริสตจักรบางแห่งในประเทศจีนเติบโตอย่างมากมาย เพราะเคยประสบความทุกข์ยากลำบาก ถูกการข่มเหงมาก่อน แต่ปัจจุบัน คริสตจักรได้รับเสรีภาพมากขึ้นในการเทศนาประกาศ สิ่งนี้แหละ เป็นอันตราย เพราะจะทำให้คริสเตียนแสวงหาพระเจ้าน้อยลง กลับแสวงหาแต่ความสะดวกสบาย แสวงหาเงินทอง

"เพราะว่าเมื่อคราวที่พวกเขาถูกทดลองอย่างหนักได้รับความทุกข์ยาก ความยินดีล้นพ้นของเขาและความลำบากยากจนอย่างที่สุดของเขานั้น ก็ล้นออกมาเป็นใจศรัทธาอย่างยิ่ง" (2โครินธ์ 8:2)

เมื่อคริสตจักรในมาซิโดเนียทุกข์ยากลำบาก จึงไม่น่าแปลกใจที่ความชื่นชมยินดี ความใจกว้างของเขาได้ไหลล้นออกมาเป็นการถวาย พวกเขาได้ถวายมากกว่าเมืองโครินธ์เสียอีก

คริสเตียนจึงไม่ควรขอความสบาย และเมื่อความทุกข์ยากลำบากเกิดขึ้น ให้เรารู้เลยว่า พระเจ้าทรงจัดเตรียมพรใหญ่ไว้ให้แก่เราแล้ว ถ้าพระเจ้าทรงพอพระทัยให้ชีวิตของเราลำบาก เราควรจะยิ่งควรชื่นชมยินดี เพราะความทุกข์ยากลำบากเหล่านั้นไม่นานนัก แต่ทำให้เราได้รับการปรับแต่งชีวิตให้เหมือนพระเยซูคริสต์มากขึ้น

การที่ผลไม้จะกลายเป็นผลไม้ปั่นที่อร่อยได้นั้น จะต้องผ่านกระบวนการต่าง ๆ มากมาย ต้องถูกการบีบคั้น ถูกปั่น เละไปหมด แต่สิ่งที่ออกมาได้ คือน้ำผลไม้ที่อร่อยและมีคุณค่าต่อร่างกาย พระเจ้าใช้วิธีการเช่นนี้แหละ ในการเสริมสร้างลูกของพระองค์

 

3. การถวาย มีหลายระดับ

"เพราะข้าพเจ้าเป็นพยานได้ว่า เขาศรัทธาถวายโดยสุดความสามารถของเขา ที่จริงก็เกินความสามารถของเขาเสียอีก" (2โครินธ์ 8:3)

คริสตจักรที่มาซิโดเนียมีฐานะยากจน แต่ความยากจนไม่ได้เป็นอุปสรรคแก่เขาในการถวาย

การถวายมีอยู่ 3 ระดับ

  • ต่ำกว่าความสามารถที่จะถวายได้ นั่นก็คือ ต่ำกว่าสิบลด ตัวอย่างเช่นคริสตจักรในเมืองโครินธ์
  • การถวายอย่างสุดความสามารถ เป็นการถวายตามสิบลด หรือมากกว่าสิบลด แต่ยังไม่กระทบกับการเลี้ยงชีพของตน
  • การถวายที่เกินความสามารถ เช่นเดียวกับชาวมาซิโดเนีย พวกเขาได้ถวายตามความสำนึกในพระคุณของพระเจ้า

คริสเตียนส่วนใหญ่ ถวายอย่างสัตย์ซื่อ แต่เมื่อถวายถึงสิบลดแล้ว จะหยุดทันที ไม่ถวายเพิ่มอีกเลย

แต่พี่น้องบางคน ถวายด้วยความเต็มใจ จนบางครั้งกระทบต่อการเลี้ยงชีพของเขาเองด้วยซ้ำ

มีบุคคลผู้หนึ่ง ได้ให้ข้อคิดไว้ดีมาก ว่า "อย่าเพียงออมเท่าที่เหลือจากการใช้จ่าย แต่ให้ใช้จ่ายส่วนที่เหลือจากการเก็บออมไว้แล้ว"

คนส่วนใหญ่ใช้เงินไปเรื่อย ๆ จนเหลือเงินเท่าไรก็ค่อยออม คนเช่นนี้ไม่มีทางมั่นคงได้ แต่วิธีที่ดีที่สุด ก็คือ ตั้งไว้เลย ว่าเดือนหนึ่งจะเก็บไว้เท่าไร

ผมขอเปลี่ยนเล็กน้อยว่า "อย่าเพียงถวายเท่าที่เหลือจากการใช้จ่าย แต่ให้ใช้จ่ายจากส่วนที่เหลือจากการถวายแล้ว" แล้วดูสิว่าพระเจ้าจะเลี้ยงดูเราอย่างไร

 

4. แสวงหาโอกาสที่จะมีส่วนในการถวายเสมอ

"และเขายังได้วิงวอนเรามากมาย ขอให้เขามีส่วนในการช่วยธรรมิกชนด้วย" (2โครินธ์ 8:4)

อาจารย์เปาโลรู้ดีว่าชาวมาซิโดเนียมีฐานะที่ยากจนลำบากมาก และอาจารย์เปาโลอาจจะเคยบอกเขาว่าไม่ต้องถวายก็ได้ แต่ท่าทีของเขาเหล่านั้นก็คือ เขาวิงวอน ขอร้อง ขอที่จะมีส่วนร่วมด้วยการถวาย

ซึ่งตรงข้ามกับคริสตจักรโครินธ์ เขาสัญญาที่จะถวาย แต่ไม่ทำตามด้วยซ้ำ

"10 และข้าพเจ้าจะออกความเห็นในเรื่องนี้ว่า เรื่องที่ท่านได้ตั้งต้นเมื่อปีกลายนี้ และมิใช่ตั้งต้นจะกระทำเท่านั้น แต่ว่ามีน้ำใจจะกระทำด้วยนั้น บัดนี้ก็ควรแล้วที่ท่านจะกระทำเรื่องนั้นให้สำเร็จเสีย
11 เพื่อว่าเมื่อท่านมีใจพร้อมอยู่แล้ว ท่านก็จะได้ทำให้สำเร็จตามความสามารถของท่าน
" (2โครินธ์ 8:10-11)

อาจารย์เปาโลอดทนมาก ท่านพูดแก่ชาวโครินธ์อย่างสุภาพ โดยใช้ตัวอย่างชาวมาซิโดเนียในการกระตุ้นพวกเขา เพราะการถวายของชาวมาซิโดเนีย และชาวโครินธ์ แตกต่างกันอย่างมากทีเดียว

การสัญญากับมนุษย์สำคัญ ต้องรักษาให้ดี และสัญญาถวายแด่พระเจ้านั้น ย่อมสำคัญยิ่งกว่า

บางคน ทำสัญญาถวายให้กับพระเจ้า โดยถวายให้กับพันธกิจมานาประจำวัน เขาถวายอย่างสัตย์ซื่อ จนกระทั่งเขาใกล้ที่จะเสียชีวิต เจ็บป่วย เขาก็ยังถวายอยู่

แม่ยายของผมเป็นผู้ที่สัตย์ซื่อเรื่องการถวายมาก ท่านไม่เคยถวายย้อนหลังเลย ถึงเวลาที่จะต้องถวายท่านจะส่งเงินทันที ท่านทำอย่างนี้มาเป็นเวลายี่สิบกว่าปี จึงไม่น่าแปลกใจที่พระพรที่พระเจ้ามีให้แก่ท่านก็ไม่เคยสายเช่นกัน

คริสเตียนชาวมาซิโดเนีย คอยสอดส่องว่าที่ใดต้องการ และสอดส่องสิ่งที่ตนเองมีว่าจะถวายได้เท่าไรบ้าง นี่แหละเป็นท่าที่ที่ดีที่แสวงหาโอกาสที่จะถวาย

 

5. การถวายต้องเริ่มต้นจากการถวายชีวิต

คริสเตียนเมืองโครินธ์ ได้แต่ตั้งใจว่า คิดว่า แต่ไม่เคยทำตามที่ตนเองได้ตั้งใจไว้เลย พรที่เขาควรจะได้รับ จึงยังไม่ได้รับสักครั้ง

จึงขอหนุนใจว่า อย่ามัวแต่คิดว่า ตั้งใจว่า ถ้าเราตั้งใจที่จะถวาย ให้ทำเลย ทำทันที อย่ากลายเป็นดินพอกหางหมู เพราะพระพรจากพระเจ้านั้น พร้อมที่จะให้แก่เราแล้ว

"ไม่เหมือนที่เราได้คาดหมายไว้ แต่ข้อสำคัญที่สุด ได้ถวายตัวเขาเองแด่องค์พระผู้เป็นเจ้าก่อน แล้วได้มอบตัวให้เราตามพระทัยพระเจ้า" (2โครินธ์ 8:5)

เหตุที่ทำให้ชาวมาซิโดเนียสามารถเป็นแบบอย่างในเรื่องการถวายได้ ก็คือ เพราะว่าเขาได้ถวายตัวของเขาเองแด่พระเจ้า ดังนั้น ชีวิตของเรา เมื่อเราถวายแด่พระเจ้าแล้ว ทุกอย่างที่เรามีอยู่หรือครอบครองอยู่ ก็ไม่ใช่ของเราเองอีกต่อไป เราเป็นเพียงผู้อารักขาของพระเจ้าเท่านั้น เราเป็นผู้อารักขาที่ดีของพระเจ้าแล้วหรือยัง? การที่จะเป็นผู้อารักขาที่ดีได้ เราจำเป็นต้องถวายชีวิตของเราให้แก่พระองค์ก่อน

คู่สามีภรรยาผู้หนึ่ง ได้อธิษฐานด้วยกัน ว่าอยากถวายกิจการที่มีอยู่ให้กับพระเจ้า แล้วทั้งคู่จะกลายเป็นพนักงานของบริษัทที่มีพระเจ้าเป็นเจ้าของ

คริสเตียนผู้หนึ่ง เป็นคนธรรมดา คนชั้นกลาง เจ้าของกิจการเล็ก ๆ แต่เขามีความตั้งใจอยากถวายเงินหนึ่งล้านเหรียญให้แก่พระเจ้า เขาจึงถวายกิจการของเขาให้กับพระเจ้า แล้วเขาก็มีบทบาทคือ เป็นลูกจ้างดูแลบริษัทที่มีพระเจ้าเป็นเจ้าของ เขาจึงพยายามที่จะประหยัดอย่างเต็มที่ และภายในหนึ่งปีแรก เขาก็สามารถหาเงินหนึ่งล้านเหรียญให้กับพระเจ้าได้ หลังจากนั้น ทั้งคู่ก็ได้ตั้งใจที่จะหาเงินหนึ่งล้านเหรียญที่สองถวายแด่พระเจ้าอีก

เราได้ต้อนรับพระเยซูคริสต์แล้ว แต่เรายอมให้พระองค์นั่งอยู่ในบัลลังค์ใจในชีวิตของเราหรือไม่?

พี่น้องชาวมาซิโดเนียได้ถวายตัว ยอมให้พระองค์ทรงมานั่งอยู่ในบัลลังค์ใจของเขาแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขามีจึงเป็นของพระองค์ เขาจึงสามารถที่จะถวายได้

คำสำคัญในวงการคริสเตียน มีอยู่ 3 คำ คือ

  • การบังเกิดใหม่ฝ่ายวิญญาณ คือการเชื่อในพระเยซู ต้อนรับพระองค์ รับการชำระจากความผิดบาป และมีชีวิตใหม่ ได้รับชีวิตนิรันดร์กับพระองค์
  • การกลับใจใหม่ ระหว่างทางการดำเนินชีวิตคริสเตียนอาจจะผิดพลาดบ้าง ดังนั้นคริสเตียนจะต้องผ่านการกลับใจใหม่ เพื่อที่จะกลับมาทำตามน้ำพระทัย ซึ่งการกลับใจใหม่สามารถเกิดได้หลายหน
  • การถวายตัว คือ การมอบชีวิตให้กับพระเจ้าทั้งหมด เป็นการยอมให้พระเจ้าเข้ามานั่งอยู่ในบัลลังค์ใจ ชีวิตของเราจะต้องมาถึงที่จุดนี้ เพราะถ้าเราไม่ยอมถวายตัวให้กับพระเจ้า ชีวิตเราจะไม่สามารถรับการเปลี่ยนแปลง

"1 พี่น้องทั้งหลาย ด้วยเหตุนี้โดยเห็นแก่ความเมตตากรุณาของพระเจ้า ข้าพเจ้าจึงวิงวอนท่านทั้งหลายให้ถวายตัวของท่านแด่พระองค์ เพื่อเป็นเครื่องบูชาที่มีชีวิตอันบริสุทธิ์และเป็นที่พอพระทัยพระเจ้า ซึ่งเป็นการนมัสการโดยวิญญาณจิตของท่านทั้งหลาย
2 อย่าประพฤติตามอย่างคนในยุคนี้ แต่จงรับการเปลี่ยนแปลงจิตใจ แล้วอุปนิสัยของท่านจึงจะเปลี่ยนใหม่ เพื่อท่านจะได้ทราบน้ำพระทัยของพระเจ้า จะได้รู้ว่าอะไรดี อะไรเป็นที่ชอบพระทัยและอะไรดียอดเยี่ยม" (โรม
12:1-2)

"และพระเจ้าทรงฤทธิ์อาจประทานของดีทุกสิ่งอย่างอุดมแก่ท่านทั้งหลาย เพื่อให้ท่านมีทุกสิ่งทุกอย่างเพียงพอสำหรับตัวเสมอ ทั้งจะมีสิ่งของบริบูรณ์สำหรับงานที่ดีทุกอย่างด้วย" (9:8)

พระองค์ทรงสัตย์ซื่อ ถ้าเรามอบถวายแด่พระองค์ด้วยใจกว้างขวาง พระเจ้าจะไม่ทรงหวงสิ่งดีสิ่งใดจากชีวิตของเราเลย

ถ้าเรามอบตัวเองให้กับพระเจ้า ถวายอย่างสัตย์ซื่อ พระเจ้าจะทรงอวยพรให้แก่เรา พระองค์จะทรงประทานสิ่งดีทุกอย่างอย่างอุดม และมีสิ่งเหล่านั้นอย่างบริบูรณ์ ไม่เคยมีใครถวายพระเจ้าจนหมดตัวแล้วจะยากจน มีแต่คนที่ถวายให้พระเจ้าแล้ว มีแต่ร่ำรวยมากขึ้น

โลกนี้อาจสอนให้เรารับ ผู้ที่รับมากก็เป็นผู้ที่ได้ แต่พระเจ้าสอนให้เราให้ออกไป

ถ้าหากเราลงทุนกับพระเจ้า ถวายแด่พระเจ้าด้วยใจกว้างขวาง ชีวิตของเราก็จะไม่มีความเสี่ยง

ถ้าเรารักพระเจ้า เราจะสามารถถวายให้แด่พระองค์ได้ด้วยใจกว้างขวาง พระเจ้าทรงให้เรามีเงิน เพื่อที่เราจะถวายแด่พระองค์ เพื่อที่เราจะให้แก่ผู้ที่ลำบาก ไม่ใช่ให้มาเพื่อให้เราเก็บเอาไว้ ขอพระเจ้าช่วยเราที่จะเข้าใจ

 

คริสเตียนมี 3 ประเภท

  • ถวายเพราะต้องถวาย เพราะเป็นคำสั่งของพระเจ้า กลัวการลงโทษ
  • ถวายเพราะคิดว่าคริสเตียนที่ดีควรจะต้องทำเช่นนี้
  • ถวายเพราะรักพระเจ้า เพราะความรักเขาจึงถวายพระเจ้า เขาจึงถวายเงินช่วยเหลือผู้ยากจนกว่าเขา

ความรักจึงเป็นแรงขับเคลื่อนที่จะให้เราถวายแด่พระเจ้า ให้เราได้ซาบซึ่งในพระคุณของพระองค์

อยากให้เราใคร่ครวญว่า เราเป็นคริสเตียนประเภทใด? ขอพระเจ้าที่จะเปลี่ยนท่าทีของเรา ที่เราจะมีท่าทีการถวายที่พระองค์ทรงพอพระทัยอย่างชาวมาซิโดเนีย เพื่อชีวิตเราจะเป็นพรอย่างมากมาย

 

อ. นิติเชษฐ์ สดุดีวงศ์

สรุปคำแบ่งปันคณะเพื่อคุณ คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 17/05/2009

เรื่อง Blessings Through The Tithes and Offerings

สรุปโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

 

  • ถ้าท่านอ่านแล้ว มีความปรารถนาที่จะเปิดใจออก อธิษฐานทูลเชิญพระเยซูคริสต์เสด็จเข้ามาในชีวิตของท่าน และเป็นพระเจ้าของท่าน กรุณาไปที่หน้า คำอธิษฐาน

  • ถ้าคุณอ่านแล้วสนใจ กรุณาติดต่อคริสตจักรใกล้บ้านท่านได้เลยครับ หรือถ้าหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ก็ติดต่อโดยตรงได้ที่อีเมลของผมเลยครับ ton@followhissteps.com

FollowHisSteps.com

ได้รับการสนับสนุน Web Hosting จาก SPAComputer.com, ThaWang.com