สอนอย่างไรให้โดนใจวัยรุ่น

FollowHisSteps.com
 

วัยทำงานตอนต้น เป็นช่วงที่เริ่มทำงาน เริ่มหาเงิน จะเป็นวัยที่หายไปจากคริสตจักรมากสุด แม้จะเป็นวัยที่เป็นกำลังอย่างดีให้แก่คริสตจักร เป็นวัยที่มีความรู้ความสามารถอย่างมาก ไม่ต้องคอยทำรายงาน ไม่มีสอบ แต่น่าเสียดาย กลับเป็นวัยที่หายไปได้ง่ายมาก

เด็กวัยรุ่น เมื่อมีปัญหาเรื่องเพื่อน เรื่องแฟน เรื่องเกม ก็คงจะไม่ปรึกษาอาจารย์ผู้ใหญ่ เพราะคงจะไม่กล้า และก็ผู้ใหญ่ก็คงจะไม่รู้เรื่อง เพราะวัยที่แตกต่างกันมาก ดังนั้น วัยที่เหมาะสมที่สุดที่จะให้คำปรึกษาเด็กวัยรุ่น ก็คือ วัยที่อายุต่างกันไม่มาก ตามทฤษฎีไม่ควรเกิน 2 ปี จึงเป็นเรื่องที่สำคัญที่พวกเราจะเรียนรู้การให้คำแนะนำวัยรุ่น

คุณสมบัติของผู้ที่ทำงานกับวัยรุ่น

คุณสมบัติของผู้ที่จะทำงานกับวัยรุ่นที่ดี ได้แก่

  • คุณภาพชีวิต ชีวิตของผู้ที่จะดูแลชีวิตของวัยรุ่น ควรจะดีระดับหนึ่ง ซึ่งวัดจากคุณภาพชีวิต จิตวิญญาณ และชีวิตที่ติดสนิทกับพระเจ้า
  • บุคลิก เราควรจะเริ่มเข้าไปหาเขามากกว่าอยู่เฉย ๆ รอให้เขาเดินเข้ามาหาเรา เราควรให้ความใส่ใจกับน้อง ๆ ก่อน
  • ความสามารถ เราควรจะฝึกฝน พัฒนาทักษะในการให้คำแนะนำ ในการพูดคุย เป็นสิ่งที่เราต้องพัฒนาตนเอง
  • ความเป็นแบบอย่าง เมื่อชีวิตเราเป็นแบบอย่างที่ดี ใคร ๆ ก็อยากจะมาคุยด้วย เราควรมีชีวิตที่ดี เอาใจใส่ผู้อื่น

เราควรจะถามตัวเองว่าพร้อมหรือยัง ? ถ้าพร้อมแล้ว ให้เราลุยเลย

บางครั้งเราอาจจะจำเป็นต้องเรียนรู้ผ่านทางการทำงานจริง ๆ และแม้ว่าเราอาจจะยังไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่น้อง ๆ จะสามารถสัมผัสได้ถึงความจริงใจที่เรามีแก่เขาได้

อาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายที่เราจะใช้ชีวิตคอยดูแลชีวิตของอีกคนหนึ่งให้พัฒนาในทางของพระเจ้า แต่เป็นสิ่งที่ดีที่เราจะเรียนรู้ทั้งชีวิตร่วมกัน และในที่สุดน้องคนนั้นก็จะสามารถที่จะดูแลคนอื่นต่อไปได้ สิ่งที่เราทำก็จะส่งผลถึงอนาคตของคริสตจักร แม้บางครั้งเราอาจจะสอนผิด หรือทำอะไรผิดไป สิ่งที่ดีก็คือเราควรจะขอโทษน้อง ๆ และน้องจะสามารถสัมผัสถึงความถ่อมใจและความจริงใจของเราได้ เราผิดพลาดได้ แต่ประเด็นสำคัญคือ เราก็จะได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ เพียงแค่เราไม่ยอมแพ้

ลักษณะของวัยรุ่น

  • Identity วัยรุ่นเป็นวัยส่องกระจก พายุบุแคม พยายามค้นหาตัวเองว่าตัวเองคือใคร ดังนั้นเวลาให้คำปรึกษา เราจะต้องเรียนรู้ว่าเขาเป็นใคร เมื่อให้คำแนะนำเราควรจะบอกเขาว่า เขาเป็นคนที่พระเจ้าทรงรัก เป็นคนที่พระเจ้าทรงจดชื่อไว้บนฝ่ามือของพระองค์ แม้คนทั้งโลกจะไม่ยอมรับเขา แต่แค่พระเจ้ารับเขาก็เพียงพอแล้ว พระเจ้าใส่ความครบถ้วนบริบูรณ์เมื่อเขาอยู่ในพระเยซู เราต้องช่วยที่จะปรับ identity ของเขาให้ตรงกับพระวจนะคำของพระเจ้า
  • Intimacy วัยรุ่นโหยหาความรัก ความเอาใจใส่ ความอบอุ่น ความผูกพันอย่างมาก จึงเป็นหน้าที่ของเราที่จะเข้าเป็นเพื่อนแก่เขา ให้ความใส่ใจเขา ให้ความผูกพันแก่เขา เพื่อที่เขาจะสามารถขอคำปรึกษาได้
  • Interdependence วัยรุ่นต้องเรียนรู้บทเรียนของการเกื้อกูลซึ่งกันและกัน จะเป็นวัยที่ไม่ต้องการพึ่งพาพ่อแม่เหมือนวัยเด็ก แต่จะเริ่มพยายามอยู่ร่วมกับคนอื่น
  • Ideology เริ่มมีอุดมการณ์ทางความคิด ความคิดที่จะรับใช้พระเจ้าหรือความคิดที่จะทำอะไร ก็จะอยู่ในวัยนี้ จึงเราควรที่จะปลูกฝังให้เขามีอุดมการณ์ที่จะเป็นสาวกของพระเยซู มีชีวิตอยู่เพื่อพระเจ้า แม้จะใช้เวลานาน และยากที่จะเปลี่ยน เพราะเรากำลังต่อสู้กับสิ่งที่ฝังลึกอยู่มานาน แต่เป็นสิ่งที่เราควรจะทำ

แบบอย่างของพระเยซูคริสต์


"พระเยซูก็ได้จำเริญขึ้น ในด้านสติปัญญา ในด้านร่างกาย และเป็นที่ชอบจำเพาะพระเจ้า และต่อหน้าคนทั้งปวงด้วย" (ลูกา 2:52)


ด้านร่างกาย นอกจากเรื่องจิตวิญญาณแล้ว เราจะต้องให้ความสำคัญเกี่ยวกับการมีสุขภาพร่างกายที่ดีด้วย เรื่องการออกกำลังกาย เรื่องการกิน เรื่องการรักษาสุขภาพก็ควรจะแนะนำเขาด้วย เพราะเรื่องร่างกายก็เป็นเรื่องสำคัญ

ในด้านสติปัญญา เราควรท้าทายให้เด็กเรียนสูงที่สุด เรียนดีที่สุดที่เขาจะทำได้ ถ้าเป็นได้ ตอนระดับ ม.ปลาย น่าจะให้เลือกเรียนสายวิทย์ แม้ว่าจะอยากเรียนคณะสายศิลป์ เพราะระบบสายวิทย์ปลูกฝังระบบความคิดให้แก่เขาได้ และจะสามารถอ่านพระคัมภีร์ได้เข้าใจได้ดี นอกจากนี้ เมื่อมีโอกาส เราควรจะฝึกฝนให้เขาได้ใช้ความคิดบ้าง แม้ว่าบางครั้งเขาอาจจะไม่ยอมใช้ความคิด เราอาจจะค่อย ๆ นำเขาทีละน้อย

ต่อหน้าคนทั้งปวงด้วย (อารมณ์และสังคม) ควรจะดูแลให้เขามีการพัฒนาทั้งทางด้าน EQ และ SQ โดย EQ เพื่อเขาสามารถกล้าแสดงออกทางด้านอารมณ์ได้อย่างเหมาะสม ไม่ใช่เก็บอารมณ์ทุกอย่าง หรือแสดงอารมณ์อย่างเกินควร แต่ต้องให้เขาค่อย ๆ พัฒนาให้แสดงออกได้อย่างจำกัด และ SQ เพื่อเขาจะสามารถดำเนินชีวิตในสังคมได้อย่างเหมาะสม

เป็นที่ชอบจำเพาะพระเจ้า เราควรจะพาเขาไปถึงในที่ที่พระเจ้าทรงอยากให้เขาไปถึง ไปถึงมาตรฐานที่เขาควรจะเป็น ดังที่พระเยซูทรงจำเริญขึ้นในทุก ๆ ด้าน ทรงมีอุดมการณ์ที่ชัดเจนว่าพระองค์ทรงอยู่ในโลกนี้ก็เพื่อสิ่งใด พระองค์ทรงกล่าวแก่บิดามารดาเมื่อทั้งคู่ตามหาและพบพระองค์ที่พระวิหารว่า

พระเยซูจึงตอบว่า "ท่านเที่ยวหาฉันทำไม ท่านไม่ทราบหรือว่า ฉันต้องอยู่ในพระนิเวศแห่งพระบิดาของฉัน {หรือ กระทำธุรกิจแห่งพระบิดาของฉัน} (ลูกา 2:49)

เครื่องมือที่จะช่วยในการพูดคุย

เครื่องมือที่เราสามารถนำมาใช้ได้ ในการพูดคุย ให้คำแนะนำแก่วัยรุ่น ได้แก่

  • ทำกิจกรรม เช่นการรับประทานอาหารร่วมกัน
  • แบ่งปันสาระดี ๆ
  • การใช้คำถาม ควรใช้คำถามกระตุ้นให้เขาได้เรียนรู้ถึงการคิด
  • เรื่องเล่า เวลาอ่านหนังสือเจอเรื่องเล่าดี ๆ ควรจะเก็บเอาไว้เพื่อใช้กับน้อง ๆ ได้ ดังเช่นพระเยซูทรงเล่าเรื่องแกะหาย เหรียญหาย และบุตรน้อยหลงหาย
  • คำเปรียบเปรย พระเยซูทรงใช้คำอุปมาหรือคำคมต่าง ๆ มากมาย

การที่จะให้คำปรึกษา เราควรจะต้องคำนึงถึงหลาย ๆ ปัจจัย ทั้งเรื่องเงื่อนเวลา และลักษณะของน้องเลี้ยงของเรา อาจจะพูดตรง ๆ หรือาจจะพูดอ้อม ๆ เราจะต้องเข้าใจกับคนที่เราจะให้คำปรึกษาด้วย และอุทิศตัวเพื่อช่วยเขา ผลักดันเขา ถ้าเป็นไปได้ควรจะค้นหาส่วนลึกในชีวิตเขาที่ทำให้เขามีปัญหา เพื่อที่จะช่วยเขา เข้าใจเขาได้ถึงจุด

สิ่งที่สำคัญ คือ เราควรจะนำเอาข้อพระวจนะคำของพระเจ้ามาใช้เพื่อสอนเขา แต่ในบางกรณีอาจจะจำเป็นต้องใช้มโนสำนึกเป็นหลักในการตัดสินใจ และเราไม่ควรจะนำความคิดของเราที่จะนำพระคัมภีร์ แต่ให้พระคำภีร์นำเราในการให้คำปรึกษา

 

อ. ประวิทย์ ศรีวิไลฤทธิ์

คำแบ่งปันคณะเพื่อคุณ คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 01/02/2009

เรื่อง สอนอย่างไร ให้โดนใจวัยรุ่น

สรุปโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์

 

  • ถ้าท่านอ่านแล้ว มีความปรารถนาที่จะเปิดใจออก อธิษฐานทูลเชิญพระเยซูคริสต์เสด็จเข้ามาในชีวิตของท่าน และเป็นพระเจ้าของท่าน กรุณาไปที่หน้า คำอธิษฐาน

  • ถ้าคุณอ่านแล้วสนใจ กรุณาติดต่อคริสตจักรใกล้บ้านท่านได้เลยครับ หรือถ้าหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ก็ติดต่อโดยตรงได้ที่อีเมลของผมเลยครับ ton@followhissteps.com

FollowHisSteps.com

ได้รับการสนับสนุน Web Hosting จาก SPAComputer.com, ThaWang.com