ช่วยรับภาระของกันและกัน

FollowHisSteps.com
 

ไม่ทราบว่าพี่น้องเคยมีประสบการณ์ว่า เคยทำสิ่งใดผิด แล้วถูกจับได้ ทำให้รู้สึกอายอย่างมากหรือไม่ครับ ? หรือเคยมีประสบการณ์ที่เราจับได้ว่ามีผู้อื่นกระทำผิดหรือไม่ ? การตอบสนองของเราเป็นอย่างไร

วันนี้เป็นโอกาสดีที่จะได้ศึกษาพระคัมภีร์ในกาลาเทียบทที่ 6 เพื่อเราจะได้รู้ถึงการตอบสนองที่ถูกต้อง


"พี่น้องทั้งหลาย แม้จับใครที่ละเมิดประการใดได้ พวกท่านซึ่งอยู่ฝ่ายพระวิญญาณ จงช่วยคนนั้นด้วยใจสุภาพอ่อนโยนให้เขากลับตั้งตัวใหม่ โดยคิดถึงตัวเอง เกรงว่าท่านจะถูกทดลองด้วย" (กาลาเทีย 6:1 ThaiTSV2002)


พระคัมภีร์ตอนนี้สอนเราว่า เมื่อมีผู้ใดผู้หนึ่งที่กระทำผิด แล้วเราจับได้ การตอบสนองของเราต่อผู้นั้นก็คือ ให้เรา "ช่วยคนนั้น" ซึ่งคำนี้ในภาษาเดิม คือ "katartizo" จะใช้มากในวงการแพทย์ หมายความว่า ช่วยรักษาซ่อมแซมจนหายเป็นปกติ อาทิเช่นเมื่อแขนหัก แพทย์ก็จะทำการรักษาใส่เฝือก จนบุคคลนั้นหายเป็นปกติ จนเขาสามารถใช้แขนนั้นได้เป็นปกติ

คำนี้มีที่ใช้อีกที่หนึ่ง นั่นคือ

"เมื่อพระองค์เสด็จต่อไป ก็ทรงเห็นพี่น้องอีกสองคน ชื่อยากอบ บุตรเศเบดี กับยอห์นน้องชายของเขากำลังชุนอวนอยู่ในเรือกับเศเบดีผู้เป็นบิดา พระองค์ก็ทรงเรียกพวกเขา" (มัทธิว 4:21 ThaiTSV2002)

ในพระคัมภีร์ข้อนี้ คำว่า katartizo ก็คือคำว่า ชุนอวน  ซึ่งหมายความว่าเมื่ออวนขาด เกิดรูรั่ว ชาวประมงก็จะทำการชุน มิเช่นนั้นแล้ว ถ้าหากใช้ต่อไป รูรั่วนั้นก็จะใหญ่ขึ้น จนใช้การไม่ได้ในที่สุด

เช่นเดียวกัน ในคริสตจักรของเรา เมื่อบุคคลผู้ใดที่กระทำผิด ถ้าเรายิ่งใช้เขาในงานรับใช้ต่อไป งานก็จะยิ่งเสียหาย เปรียบเหมือนอวนที่มีรูรั่ว ถ้าหากเราไม่ทำการชุน ไม่ทำการซ่อมแซม แล้วยังใช้อวนนั้นต่อไป รูรั่วนั้นก็จะใหญ่ขึ้น จนทำให้อวนทั้งอวนไม่สามารถใช้การได้ ดังนั้น เราจึงควรนำบุคคลผู้นั้นกลับมาชุนก่อน เมื่อชุนเสร็จแล้ว จึงค่อยใช้เขาต่อไป

หลักการนี้ จะเห็นได้ชัดจากความสัมพันธ์ในครอบครัวเช่นกัน ถ้าหากว่าคู่สามีภรรยา มีเรื่องที่ทะเลาะกัน ขัดใจกัน ถ้าหากทั้งคู่ไม่ช่วยกันที่จะซ่อมแซมรอยร้าวนั้น แต่กลับซ้ำเติมโดยการด่าว่า ทะเลาะกัน ในที่สุดก็จะต้องแตกร้าวกัน จนไม่สามารถดำเนินชีวิตคู่ต่อไปได้

ดังนั้น ถ้าหากว่ามีผู้ใดที่ทำผิด ก็ขอให้พวกเราร่วมกัน "ช่วยคนนั้น" ซึ่งพระคัมภีร์ได้เน้นย้ำถึงท่าทีในการช่วยคนนั้นว่า "ช่วยคนนั้นด้วยใจสุภาพอ่อนโยน ให้เขากลับตั้งตัวใหม่ได้"

คนที่อยู่ในคริสตจักรจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่

1. พวกที่นอกจากไม่ลดภาระผู้อื่น แต่กลับเพิ่มภาระ พวกนี้เป็นพวก legalist เช่นเดียวกับพวกฟาริสี คือจะคอยถือพระคัมภีร์ จับผิดผู้อื่น เห็นความผิดของผู้อื่นเสมอ ดูถูกผู้อื่นว่าไม่ได้ร้อนรน ติดสนิทเท่าตัวเอง ทำตัวเป็นเหมือนไม้บรรทัดวัดคนอื่น

2. พวกที่ไม่เพิ่มภาระผู้อื่น แต่ก็ไม่เพิ่มภาระผู้อื่น  พวกนี้ได้แก่พวกที่เข้ามาในคริสตจักรแล้วไม่ยุ่งกับใคร พออธิษฐานปิดก็กลับ ไม่ยุ่งกับใครและไม่ชอบให้ใครมายุ่ง พอใจที่จะได้นมัสการคนเดียว

3. พวกที่ลดภาระของผู้อื่น ได้แก่พวกที่ชอบช่วยเหลือและแบ่งเบาภาระให้กับผู้อื่น

มีสุภาษิตหนึ่ง สอนไว้ดีมากว่า "เมื่อผู้ใดมีความสุข แล้วได้แบ่งปันความสุขนั้นให้แก่ผู้อื่น ผู้นั้นจะมีความสุขมากขึ้นเป็นสองเท่า แต่ในทางกลับกัน เมื่อผู้ใดมีความทุกข์ แล้วมีผู้ที่มาช่วยแบกรับความทุกข์ร่วมด้วย มาคอยแบ่งเบาความทุกข์นั้น ผู้นั้นจะมีความทุกข์ลดลงครึ่งหนึ่ง" คริสตจักรของพระเจ้าต้องการคนประเภทนี้เช่นกัน

ดังนั้น ขอให้เราที่จะช่วยแบ่งเบาภาระซึ่งกันและกัน โดยมีท่าทีที่เหมาะสม และการที่จะช่วยแก้ไขผู้นั้น ก็กระทำได้หลายวิธี อาทิเช่น เมื่อมีผู้ใดที่พูดผิด เล่นดนตรีเพี้ยน อ้างอิงข้อพระคัมภีร์ผิด เราก็ควรจะแก้ไขนั้น แต่ควรจะกระทำด้วยท่าทีที่สุภาพ และไม่ทำให้เขารู้สึกผิดมากขึ้น เพราะการที่เขาทำผิดนั้น เขาก็รู้สึกผิดอยู่มากแล้ว

 


"จงช่วยรับภาระของกันและกัน และด้วยการกระทำเช่นนี้ท่านทั้งหลายก็ได้ปฏิบัติตามธรรมบัญญัติของพระคริสต์" (กาลาเทีย 6:2 ThaiTSV2002)


บัญญัติที่พระคริสต์ทรงสอนเราได้แก่ ให้เรารักพระเจ้าด้วยสุดใจ สุดจิต สุดความคิด สุดกำลัง  ให้เรารักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง และที่สำคัญ บัญญัติที่พระองค์ทรงสั่งสอนเรานั่นคือ "บัญญัติรัก"

"34 เราให้บัญญัติใหม่ไว้กับพวกท่าน คือให้รักซึ่งกันและกัน เรารักพวกท่านมาแล้วอย่างไร ท่านก็จงรักกันและกันด้วยอย่างนั้น
35 ถ้าท่านรักกันและกัน ดังนี้แหละทุกคนก็จะรู้ว่าท่านเป็นสาวกของเรา" (ยอห์น
13:34-35 ThaiTSV2002)

และเมื่อเรารักซึ่งกันและกัน แบ่งเบาภาระซึ่งกันและกัน ชีวิตเราก็จะถวายเกียรติแด่พระเจ้า คนทั้งหลายก็จะรู้ว่าเราเป็นสาวกของพระองค์

 


"เพราะว่าถ้าใครถือตัวว่าเป็นคนสำคัญ ทั้งๆที่เขาไม่สำคัญอะไรเลย เขาก็หลอกตัวเอง" (กาลาเทีย 6:3 ThaiTSV2002)


นี่เป็นหลักการสำคัญในการดำเนินชีวิตกับผู้อื่น เราจะต้องตระหนักเสมอว่า ในพระเยซูคริสต์นั้น ไม่มีใครสำคัญกว่าใคร ทุกคนสำคัญเท่ากัน

เปรียบเทียบได้กับลูกโป่ง ลูกโป่งอาจจะมีลูกใหญ่ ลูกเล็ก แต่เมื่อลูกโป่งเหล่านั้นโดนเอาลมออก ก็จะหดเหลือลูกเท่ากัน  ลูกโป่งลูกใหญ่ ที่ใหญ่ได้ก็เพราะเป่าลมเข้าไปมาก และถ้าลูกโป่งใบเล็กถูกเป่าเพิ่มขึ้น ก็อาจจะใหญ่กว่าลูกที่ใหญ่นั้นได้  ดังนั้นอย่าให้เราทะนงตัวเอง ว่าเป็นลูกโป่งใหญ่ และก็อย่าน้อยใจถ้าเป็นลูกโป่งเล็ก

บุคคลผู้ใดที่พระเจ้าประทานให้มาก ผู้นั้นก็มีหน้าที่รับผิดชอบมากเช่นเดียวกัน

ให้แต่ละคนแข่งกับตนเอง เหมือนนักกีฬาโอลิมปิกที่ต้องพยายามแข่งกับสถิติของตนเอง พยายามที่จะทำลายสถิติของตนเอง เพื่อให้ได้สถิติความเร็วสูงสุด

 


"เพราะว่าแต่ละคนต้องรับภาระของตัวเอง" (กาลาเทีย 6:5 ThaiTSV2002)


อยากให้เราพิจารณาพระคัมภีร์ตอนนี้ด้วยกัน ว่าทำไมพระคัมภีร์จึงกล่าวต่างกับข้อ 2 ? ขัดแย้งกันหรือ ในข้อ 2 พระคัมภีร์ให้เรารับภาระของกันและกัน แต่ในข้อนี้กลับให้เรารับภาระของตัวเอง

จริง ๆ แล้วภาระของทั้งสองข้อนั้น ในภาษากรีกใช้คนละคำกัน

ในข้อที่ 2 จะใช้คำว่า "baros"  แต่ในข้อที่ 5 จะใช้คำว่า "phortion"

ยกตัวอย่างว่า ทหารแต่ละคนนั้น เมื่อเวลาออกรบ ก็จำเป็นที่จะต้องแบกปืน สะพายเป้ ห้อยกระติกน้ำ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จำเป็นที่แต่ละคนจะต้องดูแล แบกรับเอง ภาระนี้ก็คือ "phortion"  แต่เมื่อมีทหารคนหนึ่งถูกยิงแล้ว เขาไม่สามารถที่จะช่วยตัวเองได้ เพื่อน ๆ จึงช่วยเขา ช่วยอุ้มเขา ช่วยแบกของของเขา ภาระที่ช่วยกันรับนี้ก็คือ "baros" นั่นเอง

 


"6 ส่วนคนที่รับการสอนพระวจนะ จงแบ่งสิ่งดีทุกอย่างให้แก่คนที่สอนตนเถิด
7
อย่าหลงเลย ท่านจะล้อเล่นกับพระเจ้าไม่ได้ เพราะว่าใครหว่านอะไรลง ก็จะเก็บเกี่ยวสิ่งนั้น
8
คนที่หว่านสิ่งที่ตอบสนองเนื้อหนังของตน ก็จะเก็บเกี่ยวความเปื่อยเน่าจากเนื้อหนังนั้น แต่คนที่หว่านสิ่งที่ตอบสนองพระวิญญาณ ก็จะเก็บเกี่ยวชีวิตนิรันดร์จากพระวิญญาณนั้น
9
อย่าให้เราเมื่อยล้าในการทำดี เพราะว่าถ้าเราไม่ท้อใจแล้ว เราก็จะเก็บเกี่ยวในเวลาอันสมควร
10
เพราะฉะนั้นเมื่อเรามีโอกาส ให้เราทำดีต่อทุกคน และเฉพาะอย่างยิ่งต่อคนที่เป็นสมาชิกของครอบครัวแห่งความเชื่อ(หมายถึง ต่อคริสตจักร)" (กาลาเทีย 6:6-10 ThaiTSV2002)


พวกเราแต่ละคน มีหน้าที่ที่จะต้องเป็น "เกลือ" และ "แสงสว่าง" ซึ่งเป็นสิ่งที่แต่ละคนจะต้องแบกภาระ นี่คือ "phortion"  แต่เมื่อมีเพื่อนของเราคนใด ที่ต้องการความช่วยเหลือ พวกเราก็จำเป็นที่จะต้องช่วยกันรับภาระของคน ๆ นั้น นี่คือ "baros"

"14 ท่านทั้งหลาย เป็นความสว่าง ของโลก นครซึ่งอยู่บนภูเขาจะถูกปิดบังไว้ไม่ได้
15 เมื่อจุดตะเกียงแล้วไม่มีผู้ใดเอาถังครอบไว้ ย่อมตั้งไว้บนเชิงตะเกียง จะได้ส่องสว่างแก่ทุกคนที่อยู่ในบ้านนั้น
16 ทำนองเดียวกันพวกท่านจงส่องสว่างแก่คนทั้งปวง เพื่อว่าเมื่อเขาทั้งหลายได้เห็นความดีที่ท่านทำ พวกเขาจะได้สรรเสริญพระบิดาของท่านผู้สถิตในสวรรค์
"
(มัทธิว 5:14-16 ThaiTSV2002)

เราทุกคนมีโอกาสทำให้คนอื่นสรรเสริญพระเจ้าได้ โดยการ "ทำดี"  ต่อผู้อื่น

ในวันนี้เราคิดถึงสิ่งดีอันใดที่เราสามารถทำได้ ก็ให้รีบทำเสียตั้งแต่วันนี้ !!

 

อ. ธงชัย ประดับชนานุรัตน์

คำแบ่งปันคณะเพื่อคุณ คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 31/08/2008

เรื่อง ช่วยรับภาระของกันและกัน (ศึกษาพระธรรมกาลาเทีย 6:1-10)

สรุปโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์

ตรวจทาน เพิ่มเติม แก้ไขโดย ดุษณี วงศ์สันติชน

 

  • ถ้าท่านอ่านแล้ว มีความปรารถนาที่จะเปิดใจออก อธิษฐานทูลเชิญพระเยซูคริสต์เสด็จเข้ามาในชีวิตของท่าน และเป็นพระเจ้าของท่าน  กรุณาไปที่หน้า คำอธิษฐาน

  • ถ้าคุณอ่านแล้วสนใจ กรุณาติดต่อคริสตจักรใกล้บ้านท่านได้เลยครับ หรือถ้าหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ก็ติดต่อโดยตรงได้ที่อีเมลของผมเลยครับ ton@followhissteps.com

FollowHisSteps.com

ได้รับการสนับสนุน Web Hosting จาก SPAComputer.com, ThaWang.com