เพื่อคุณในโลกยุคสุดท้าย

FollowHisSteps.com
 

ขอบคุณพระเจ้า ที่ได้มาครั้งนี้  ทำให้คิดถึงคณะเพื่อคุณในยุคก่อน ๆ   แม้เวลาผ่านไป  แต่เลือดของพระเยซูก็ยังคงเข้มข้นอยู่ในกลุ่มเพื่อคุณตลอดมา  ถ้าเลือดพระเยซูจาง  เลือดมารก็จะมาเพิ่ม

เมื่อได้จดหมายเชิญ  ก็ได้เห็นว่า พระเจ้ากำลังจะเตือนบางอย่าง  เพราะว่าหัวข้อ คือ "เพื่อคุณในยุคสุดท้าย"

อาจารย์ได้มอบชีวิตให้กับพระเจ้า เมื่ออายุ 24 ปี ในปี 1971  ตัวผมอยู่ในศาสนามานาน  ได้รับใช้พระเจ้าก่อนเกิด (บังเกิดใหม่) แต่พอหลังจากได้รับเชื่อพระเจ้า ได้รับชีวิตใหม่  ทุกอย่างเปลี่ยนไปเป็นคนละเรื่อง

ถ้าเราไม่มีประสบการณ์ในการบังเกิดใหม่  ไม่มีประสบการณ์ในพระเยซูคริสต์  ไม่มีประสบการณ์ในการถูกประทับตราพระวิญญาณบริสุทธิ์  เราจะไม่สามารถดำเนินชีวิตในโลกยุคสุดท้ายได้เลย  เพราะเราอยู่ในท่ามกลางสังคมที่ยุ่งเหยิง เละเทะ เลวทรามในทุก ๆ ด้าน

ตั้งแต่ 2 ธ.ค. 2514  เป็นวันที่ผมมีโอกาสได้รับประสบการณ์ที่ไม่เคยได้ประสบมาก่อน  นั่นคือ บังเกิดใหม่ในพระเยซูคริสต์  แม้ว่าจะอยู่ในศาสนามาถึง 24 ปี  ผมได้มีความรู้สึกเสียใจในบาป  จริง ๆ ไม่ใช่เป็นครั้งแรก  แต่ก่อนหน้านี้ เมื่อมีงานฟื้นฟูก็ออกไปกลับใจ  ก็ออกไป  แล้วก็กลับไปทำบาปเหมือนเดิม  เป็นวงจรไปเรื่อย ๆ  จนถึงวันนั้น  ได้มีโอกาสที่พระเจ้าได้สัมผัสชีวิตจริง ๆ  ขอบพระคุณพระเจ้า

ตอนนั้น  มีการฟื้นฟูที่เชียงรายแล้ว  ผมเป็นครูอยู่ที่นั้น แต่ผมก็ยังคงใช้เนื้อหนังในการรับใช้อยู่  และในที่สุดผมก็ได้ย้ายไปที่เชียงใหม่  พระเจ้าก็ทรงใช้เด็กนักเรียนที่เชียงรายที่เคยสอนมาเข้าค่ายในวันนั้น  และเด็ก ๆ ได้เป็นพยานถึงความชั่วที่เขาทำ  ซึ่งเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับที่เราทำ  โดยเขาบอกว่า  ใครจะว่าอะไรเขา เขาก็ไม่เสียใจ  เพราะว่าพระเจ้าทรงให้อภัยเขาแล้ว  ขอบคุณพระเจ้า  พระเจ้าทรงให้บาปที่เด็กพูดนั้น มากองอยู่ตรงหน้าของผม  ผมก็เริ่มอธิษฐานว่า  "โอ้พระองค์เจ้าข้า  นี่มิใช่บาปของเด็กเท่านั้น  แต่เป็นบาปของข้าพเจ้าด้วย"  ผมก็รู้สึกหนักอึ้ง  หนักมากจนต้องก้มศีรษะลงเรื่อย ๆ  จนเด็กที่เป็นพยานบอกว่า  จะปิดประชุมแล้ว เพราะว่าอาจารย์คำปันง่วงนอนแล้ว  ผมก็ตั้งใจว่าเดี๋ยวจะต้องออกไปแก้ตัว ว่าไม่ใช่ง่วงนอน  แต่พอจับไมโครโฟนนั้นเอง  ก็ไม่สามารถพูดในสิ่งที่ตั้งใจจะพูด  ผมมีความรู้สึกว่าความร้อนมันแทรกเข้ามาในตัวทั้งตัว  ผมได้ร้องไห้ออกมาจนสุดเสียง  คนก็วิ่งมาดูกัน  ผมได้สารภาพบาปทั้งสิ้นของผม  ไม่อายใครเลย  เพราะตอนนั้นไม่คิดว่ามีใครเหลือแล้ว  และผมก็ได้คุกเข่าลง  อธิษฐานขอให้พระวิญญาณเข้ามาในชีวิต  หลังจากนั้น  ความชื่นชมยินดีเกิดขึ้นอย่างเต็มเปี่ยม  หยุดร้องไห้ทันที  จึงได้รู้ว่ายังมีนักเรียนอยู่ที่นั้นอีก 20 คน  ซึ่งได้ยินคำสารภาพของผม

หลังจากที่ผมได้รับเชื่อนั้น ได้รับใช้พระเจ้า  ออกประกาศโดยที่ไม่มีใครใช้  มีประสบการณ์ต่าง ๆ มากมาย

ในคริสตจักรแห่งหนึ่ง  มีการให้เด็ก ๆ เป็นพยาน  และผมก็ออกไปพูดเป็นคนสุดท้าย  ผมได้พูดว่าผมเคยเป็นคนบาปอย่างไร  และบัดนี้ได้รับการเปลี่ยนแปลง ได้รับการชำระแล้ว  แต่ก็ถูกประธานในที่ประชุมไล่ออกจากคริสตจักร  ถูกไล่ออกเพราะเป็นพยานเรื่องพระเยซูคริสต์ในโบสถ์  มีเด็ก ๆ เดินร้องไห้ ตามอาจารย์ออกไป 10 กว่าคน  แต่ก็ได้รับการหนุนใจโดยพระคัมภีร์

"ท่านทั้งหลายเป็นสุขแม้มีคนเกลียดชังท่าน ไล่ท่านออกจากพวกเขา ประณามท่าน และเหยียดหยามท่านว่าเป็นคนชั่วช้าเนื่องจากท่านเห็นแก่บุตรมนุษย์" (ลูกา 6:22 ThaiTSV2002)

ซึ่งต่างจากทางโลก  ซึ่งคงจะมีความสุขเมื่อมีเพื่อน  มีคนรัก  พระคัมภีร์ตอนนี้ทำให้มั่นใจว่าประสบการณ์ที่ได้รับนั้นมาจากพระเจ้า

หลังจากนั้น ก็เปลี่ยนใหม่  มุ่งที่จะทำตามพระมหาบัญชา ในโลกยุคสุดท้าย  รับใช้พระเจ้าจนถึงเดี๋ยวนี้

 

พระเยซูได้กล่าวไว้แก่เราว่า  พระองค์จะเสด็จกลับมาเร็ว ๆ นี้

"นี่แน่ะ เราจะมาในเร็วๆนี้ ความสุขมีแก่คนที่ถือรักษาคำพยากรณ์ในหนังสือนี้" (วิวรณ์ 22:7 ThaiTSV2002)

"นี่แน่ะ เราจะมาในเร็วๆนี้ และจะนำบำเหน็จของเรามาด้วย เพื่อตอบแทนตามการกระทำของแต่ละคน" (วิวรณ์ 22:12 ThaiTSV2002)

"พระองค์ผู้ทรงเป็นพยานในเหตุการณ์เหล่านี้ตรัสว่า “เราจะมาในเร็วๆนี้แน่นอน” อาเมน พระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้า เชิญเสด็จมาเถิด" (วิวรณ์ 22:20 ThaiTSV2002)

จะเห็นได้ว่า  ในพระธรรมวิวรณ์ได้กล่าวไว้ในบทนี้ ซึ่งเป็นบทสุดท้ายของวิวรณ์  ถึง 3 ครั้งว่าจะทรง "กลับมาเร็ว ๆ นี้"   ให้เราลองคิดดูว่า  พระเยซูทรงตรัสไว้เมื่อ 2000 ปีที่แล้ว  กับเดี๋ยวนี้ในยุคเรา อะไรจะใกล้กว่ากัน  ในยุคนี้ย่อมใกล้เข้ามากว่าสมัยของพระองค์อย่างแน่นอน

อยากให้เราลองพิจารณาดู  จาก 10 คำทำนายสะท้านโลก

แม้ว่าความทุกข์ยากต่าง ๆ จะมีผู้ที่ตีความว่า  พระองค์จะรับเราไปก่อน  หรืออาจจะรับไปหลังจากเหตุการณ์เหล่านั้น  แต่สำหรับเรา  มีหน้าที่ที่จะต้องเตรียมตัว รักพระเยซู  ติดสนิทกับพระองค์  เพื่อที่ว่า แม้พระองค์เสด็จมาก่อน หรือมาหลัง เราก็ฮาเลลูยา  แต่ถ้าชีวิตเราไม่ได้เตรียมพร้อม  แม้พระองค์จะเสด็จมาก่อนหรือหลัง ก็คงจะแย่

"7 และโดยพระวจนะเดียวกันนั้นเอง ฟ้าและแผ่นดินในปัจจุบัน ก็เก็บรักษาไว้สำหรับไฟ ถูกเก็บไว้จนกว่าจะถึงวันพิพากษาและวันหายนะของบรรดาคนอธรรม
8
แต่ท่านที่รักทั้งหลาย อย่ามองข้ามความจริงข้อนี้เสีย คือวันเดียวของพระเจ้าเป็นเหมือนกับพันปี และพันปีก็เป็นเหมือนกับวันเดียว
9
องค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ได้ทรงเฉื่อยช้าในเรื่องพระสัญญาของพระองค์ ตามที่บางคนคิดนั้น แต่ทรงอดทนกับพวกท่าน พระองค์ไม่ทรงประสงค์ให้ใครพินาศเลย แต่ทรงประสงค์ให้ทุกคนกลับใจใหม่
10
แต่วันขององค์พระผู้เป็นเจ้านั้น จะมาถึงเหมือนอย่างขโมย และในวันนั้น ฟ้าจะหายลับไปด้วยเสียงดังกึกก้อง และโลกธาตุจะสลายไปด้วยไฟ และแผ่นดินกับสิ่งสารพัดที่มีอยู่บนนั้น จะถูกเผาจนหมดสิ้น" (2เปโตร 3:7-10 ThaiTSV2002)

"มีวาระฆ่า และวาระรักษาให้หาย มีวาระรื้อทลายลง และวาระก่อสร้างขึ้น" (ปัญญาจารย์ 3:3 ThaiTSV1971)

โลก ที่พระเจ้าทรงสร้างขึ้นมา  เมื่อถึงกำหนด พระองค์ก็จะทรงทำลาย

ทางเดียวที่เราจะไปถึงแผ่นดินที่ทรงสัญญา  คือ  การดำเนินที่เชื่อฟังพระคัมภีร์  นี่เป็นสิ่งที่สำคัญ

มีผู้หญิงคนหนึ่ง  ได้มานมัสการที่คริสตจักรเสรีภาพในพระวิญญาณ  เป็นคนที่พระเจ้าทรงประทานให้เห็นบางสิ่งบางอย่างเป็นพิเศษ  บางครั้งกำลังนมัสการ  กำลังอธิษฐาน  พระเจ้าก็ทรงตรัสบางอย่างผ่านเขา  และเราก็จะใช้พระคำของพระเจ้าพิสูจน์ว่าตรงหรือไม่

มีครั้งหนึ่งที่เขากล่าวว่า "เราจะมาในเร็ว ๆ นี้  และเจ้า ผู้รับใช้พระเจ้าต้องรีบออกไปบอกประชากรของเรา  เพราะเวลานี้ประชากรของเราตกจากมาตรฐานของพระเจ้า"

คำว่า "เราจะมาในเร็ว ๆ นี้" นั้นมีกล่าวไว้ชัดเจนในพระธรรมวิวรณ์

เมื่อบอกว่า "ประชากรของเรา"  ก็ทำให้นึกถึงประชากรอิสราเอล  ซึ่งเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้า  เป็นประชากรของพระเจ้า

และเมื่อพูดถึงว่า "ตกจากมาตรฐาน" ก็ทำให้นึกถึงพระธรรมวิวรณ์ที่ว่า

"4 แต่เรามีข้อที่จะต่อว่าเจ้าบ้าง คือว่าเจ้าละทิ้งความรักครั้งแรกของเจ้า
5 เพราะฉะนั้นจงระลึกถึงสภาพเดิมที่เจ้าตกลงมาแล้วนั้น จงกลับใจใหม่และทำตามที่ประพฤติในตอนแรก มิฉะนั้นเราจะมาหาเจ้า และจะย้ายคันประทีปของเจ้าออกจากที่ของมัน นอกจากว่าเจ้าจะกลับใจใหม่" (วิวรณ์
2:4-5 ThaiTSV2002)

ชาวอิสราเอล  ได้ออกจากอียิปต์ 6 แสนคน ไม่รวมหญิงและเด็ก  นับเฉพาะผู้ชาย  ถ้านับรวมเด็กและผู้หญิง ก็จะประมาณ 2-3 ล้าน อยู่ในถิ่นทุรกันดาน 40 ปี  แต่ได้เข้าในแผ่นดินคานาอันเพียง 2 คน  แต่ชายอีก 599,998 คน ตายหมดในถิ่นทุรกันดาน

"1 พี่น้องทั้งหลาย เพราะว่าข้าพเจ้าต้องการให้ท่านทั้งหลายเข้าใจว่า บรรพบุรุษของเราทั้งหมดได้อยู่ใต้เมฆ และได้ผ่านทะเลไปทุกคน
2 ได้รับบัพติศมาในเมฆและในทะเลเข้าสนิทกับโมเสสทุกคน
3 ได้รับประทานอาหารฝ่ายจิตวิญญาณเดียวกันทุกคน
4 และได้ดื่มน้ำฝ่ายจิตวิญญาณเดียวกันทุกคน เพราะว่าพวกเขาได้ดื่มจากพระศิลาฝ่ายจิตวิญญาณที่ติดตามเขาไป พระศิลานั้นคือพระคริสต์
5 แต่ถึงกระนั้นก็ดีมีคนส่วนมากในพวกนั้นที่พระเจ้าไม่พอพระทัย เราทราบได้จากที่เขาล้มตายกันเกลื่อนกลาดในถิ่นทุรกันดาร  (
1โครินธ์ 10:1-5 ThaiTSV2002)

พระองค์ทรงสัญญาว่าจะให้ชาวอิสราเอล ออกจากอิยิปต์ เพื่อที่จะเข้าไปในดินแดนที่น้ำนมน้ำผึ้งใหลบริบูรณ์  คือแผ่นดินคานาอัน  แต่ทว่า  มีเพียง 2 คนเท่านั้นที่สามารถเข้าไปได้  เนื่องจากเขาทำสิ่งที่พระองค์มิทรงพอพระทัย

เช่นเดียวกัน  อยากให้เรามีโอกาสได้พิจารณาชีวิตของเราเอง ว่าชีวิตของเราเป็นอย่างไร  เรายังทำบาปหรือไม่  ง่าย ๆ เรายังคงมุสาหรือไม่  เราแตกต่างจากชาวอิสราเอลที่ออกจากอียิปต์หรือไม่  ชาวอิสราเอลเหล่านั้น ทำบาปอยู่เรื่อย ๆ แม้ว่าจะไม่ตกเป็นทาสของอียิปต์แล้ว  และบาปนั้นเองที่ทำให้พระเจ้าไม่ทรงพอพระทัย

 "และถ้าพบว่าใครไม่มีชื่อจดไว้ในหนังสือแห่งชีวิต เขาก็จะถูกโยนลงไปในบึงไฟ" (วิวรณ์ 20:15 ThaiTSV2002)

และบึงไฟนี้ คือ ความตายครั้งที่สอง

ดังนั้น  เราจะต้องพิจารณาว่า  ชื่อของเราได้รับการจดไว้หรือยัง  ชื่อของเราได้รับการจดไว้เมื่อไหร่  ชื่อของเราได้รับการจด  มิใช่เพราะเราดี  แต่เพราะพระสัญญาของพระเจ้า  เราได้รับการย้ายจาก จังหวัดนรก  ไปยังจังหวัดสวรรค์

แต่ให้เราระวังให้ดี  ให้เราพิจารณาว่า  ชื่อของเราเมื่อได้รับการจดแล้ว มีสิทธิ์ที่จะถูกลบได้หรือไม่ ??  พระเจ้าทรงเป็นผู้ที่จดชื่อเหล่านั้น  ทรงมีสิทธิที่จะลบชื่อใครก็ได้ออกจากหนังสือแห่งชีวิต  มารไม่มีสิทธิ  เราก็ทำไม่ได้

"พระยาห์เวห์ตรัสกับโมเสสว่า 'ผู้ใดทำบาปต่อเรา เราก็จะลบชื่อผู้นั้นจากหนังสือของเรา' " (อพยพ 32:33 ThaiTSV2006)

ไม่ว่าหลักข้อเชื่อของเราจะเป็นอย่างไร  แต่ถ้าหากชีวิตของเรา หลังจากกลับใจ บังเกิดใหม่แล้ว มอบชีวิตให้พระเจ้าแล้ว และดำเนินชีวิตตามกฎเกณฑ์ที่พระเจ้าทรงวางไว้  เราไม่ต้องกลัว  เพราะชื่อของเราจะไม่ถูกลบอย่างแน่นอน  และได้ไปสวรรค์สวรรค์แน่นอน

ตามพระเยซูได้ไปสวรรค์  ตามใจฉันได้ไปนรก  แล้วทุกวันนี้เราตามใจใคร ???  ตามใจฉันมากกว่าพระเจ้า  หรือตามใจพระเจ้ามากกว่าใจฉัน ??  พระเจ้าต้องการให้เราตามพระเจ้า 100%   ให้เราปฏิบัติตามบทบัญญัติอย่างเคร่งครัด  มิใช่เชื่อฟังเฉพาะข้อที่เราชอบ  เราไม่สามารถเลือกฟังบางข้อได้เลย  แต่ต้องเชื่อฟังทั้งหมด

"พระองค์ได้ทรงตั้งข้อบังคับของพระองค์ไว้ ให้เราทั้งหลายปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด" (สดุดี 119:14 ThaiTSV1971)

"7 กฎหมายของพระเจ้ารอบคอบ และฟื้นฟูจิตวิญญาณ กฎเกณฑ์ของพระเจ้านั้นแน่นอน กระทำให้คนรู้น้อยมีปัญญา
8
ข้อบังคับของพระเจ้านั้นถูกต้อง กระทำให้จิตใจเปรมปรีดิ์ พระบัญญัติของพระเจ้านั้นบริสุทธิ์ กระทำให้ดวงตากระจ่างแจ้ง" (สดุดี 19:7-8 ThaiTSV1971)

การฟื้นฟูไม่ต้องรอการประชุมฟื้นฟู  แต่การอ่านพระวจนะของพระเจ้า จะทำให้ได้รับการฟื้นฟู  จะทำให้มีปัญญา  ทำให้มีจิตใจเปรมปรีดิ์  พระวจนะของพระเจ้าบริสุทธิ์  ฮาเลลูยา  ขอบคุณพระเจ้า

"น่าปรารถนามากกว่าทองคำ ยิ่งกว่าทองนพคุณมากนัก หวานยิ่งกว่าน้ำผึ้ง ที่หยดลงจากรวง" (สดุดี 19:10 ThaiTSV1971)

"สำหรับข้าพระองค์ พระธรรมแห่งพระโอษฐ์ของพระองค์ ก็ดีกว่าทองคำและเงินพันๆแท่ง" (สดุดี 119:72 ThaiTSV1971)

ถ้าเราไปต่างจังหวัด  ขึ้นบนภูเขา  และเราพบพระคัมภีร์เล่มหนึ่ง กับทองคำหนึ่งแท่ง  เราจะเลือกอะไรก่อน ???  (บางคนอาจจะบอกว่าเอาทอง  เพื่อที่จะเอาไปขาย เพื่อไปซื้อพระคัมภีร์  แต่กษัตริย์ดาวิดทรงเลือกทอง)  ในชีวิตของเรา ระหว่าง ทองคำหรือเงิน  และ พระธรรมของพระเจ้า  อะไรสำคัญกว่ากัน  เราแต่ละคนคงจะรู้ดี  แต่สำหรับกษัตริย์ดาวิด  พระธรรมของพระองค์ มีค่ามากกว่าทองคำและเงินพัน ๆ แท่งเสียอีก

ชีวิตของคนหนึ่ง ที่ชื่อ คุณวีรศักดิ์  คนนี้ พิสูจน์ให้เห็นถึงชีวิตที่ได้บังเกิดใหม่ได้อย่างชัดเจน  เมื่อเขามาเชื่อพระเจ้า  แทนที่จะจดจ่อกับธุรกิจ  แต่เขากับจดจ่อกับพระคำของพระเจ้า  ตลอดทั้งวัน เช้ายันเย็น อยู่ในห้อง อ่านแต่พระคัมภีร์  เรียนพระคัมภีร์ทรงโทรศัพท์  หิวกระหายมาก  เขาเชื่อมาได้ 4 ปี แต่อ่านพระคัมภีร์จบถึง 8 รอบ   คริสเตียนประเภทนี้ ยังคงมีอยู่  แต่ว่ามีจำนวนน้อย 

แต่มีคริสเตียนประเภทที่ 2  คือ คริสเตียนที่ยังคงทำตามเนื้อหนังอยู่เป็นจำนวนมาก  อาทิเช่น  คริสเตียน  แทนที่จะมาโบสถ์วันอาทิตย์  กลับไป shopping หรือไปที่อื่น ๆ

"16 แต่ข้าพเจ้าขอบอกว่า จงดำเนินชีวิตตามพระวิญญาณ อย่าสนองความต้องการของเนื้อหนัง
17 เพราะว่าความต้องการของเนื้อหนังขัดแย้งพระวิญญาณ และพระวิญญาณก็ขัดแย้งเนื้อหนัง เพราะทั้งสองฝ่ายต่อสู้กัน ดังนั้นท่านทั้งหลายจึงไม่สามารถทำสิ่งที่ท่านปรารถนาจะทำ" (กาลาเทีย
5:16-17 ThaiTSV2002)

ถ้าเราทำตามเนื้อหนัง  ร่วมมือกับเนื้อหนัง เราก็เป็นศัตรูกับพระเจ้า  เพราะการงานของเนื้อหนัง กำลังต่อสู่กับวิญญาณ  และเป็นศัตรูกัน  ดังที่พระคัมภีร์เดิม ได้กล่าวถึงเมื่อกษัตริ์ย์เยโฮชาฟัท ไปช่วย ไปร่วมมือกับกษัตริย์ของอิสราเอล คือ อาหับ  พอกลับมา ก็ได้รับการเตือนโดยผู้เผยพระวจนะว่า

"2 แต่เยฮูบุตรฮานานีผู้ทำนายได้ออกไปเฝ้าพระองค์ ทูลกษัตริย์เยโฮชาฟัทว่า 'ควรที่ฝ่าพระบาทจะช่วยคนอธรรม และรักผู้ที่เกลียดชังพระเจ้าหรือ เพราะเรื่องนี้พระพิโรธของพระเจ้าได้ออกมาถึงฝ่าพระบาท
3
อย่างไรก็ดีพระองค์ทรงพบความดีในฝ่าพระบาทบ้าง เพราะฝ่าพระบาทได้ทำลายบรรดาอาเช-ราห์เสียจากแผ่นดิน และได้มุ่งพระทัยแสวงหาพระเจ้า' " (พงศาวดาร 19:2-3 ThaiTSV1971)

ทุกวันนี้  ถ้าเราเองปล่อยชีวิตตามความต้องการของเนื้อหนัง  เราก็สนับสนุนฝ่ายศัตรูของพระเจ้า

"คนไม่ซื่อสัตย์ต่อพระเจ้า ท่านทั้งหลายรู้ว่าการเป็นมิตรกับโลกนั้นคือการเป็นศัตรูกับพระเจ้าไม่ใช่หรือ? เพราะฉะนั้นใครก็ตามที่ต้องการเป็นมิตรกับโลก ก็ตั้งตัวเป็นศัตรูกับพระเจ้า" (ยากอบ 4:4 ThaiTSV2002)

 

"โมเสสผู้รับใช้ของเรา สิ้นชีวิตแล้ว ฉะนั้นบัดนี้จงลุกขึ้นยกข้ามแม่น้ำจอร์แดนนี้ ทั้งเจ้าและชนชาตินี้ทั้งหมดไปยังแผ่นดิน ซึ่งเรายกให้แก่เขาทั้งหลาย คือแก่คนอิสราเอล" (โยชูวา 1:2 ThaiTSV1971)

"7 เพียงแต่จงเข้มแข็งและกล้าหาญยิ่งเถิด ระวังที่จะกระทำตามธรรมบัญญัติทั้งหมด ซึ่งโมเสสผู้รับใช้ของเราได้บัญชาเจ้าไว้นั้น อย่าหลีกเลี่ยงจากธรรมบัญญัตินั้นไปทางขวามือหรือทางซ้าย เพื่อว่าเจ้าจะไปในถิ่นฐานใดเจ้าจะได้รับความสำเร็จ อย่างดี
8
อย่าให้หนังสือธรรมบัญญัตินี้ห่างเหินไปจากปากของเจ้า แต่เจ้าจงตรึกตรองตามนั้นทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อเจ้าจะได้ระวังที่จะกระทำตามข้อความที่เขียนไว้นั้น ทุกประการ แล้วเจ้าจะมีความจำเริญ และเจ้าจะสำเร็จผลเป็นอย่างดี" (โยชูวา 1:7-8 ThaiTSV1971)

นี่คือเคล็ดลับ ที่พระเจ้าทรงแนะนำให้แก่โยชูวา   เพราะว่าอิสราเอล ต้องตายเป็นจำนวนมาก เพราะว่าเขาตามใจตัวเอง

ถ้าตามพระเยซูไปสวรรค์  แต่ถ้าตามใจฉันก็ไปนรกอย่างแน่นอน 

ทุกวันมีการต่อสู้กันอยู่  เราไม่มีทางชนะ เราไม่สามารถที่จะเชื่อฟังพระเจ้าได้ด้วยตัวเอง  แต่พระวิญญาณที่พระเจ้าทรงประทานให้แก่เรา ทางช่วยเราได้

อยู่ในกรุงเทพ ฯ  มีโอกาสดี  เพราะมีนักเทศน์ดัง ๆ มากมาย  แต่ต้องระวังให้ดี  พิสูจน์ดูว่าสิ่งที่เขาสอนมาจากพระเจ้าหรือไม่

"ท่านที่รักทั้งหลาย อย่าเชื่อทุกๆวิญญาณ แต่จงพิสูจน์วิญญาณนั้นๆว่ามาจากพระเจ้าหรือไม่ เพราะว่ามีผู้เผยพระวจนะเท็จจำนวนมากได้ออกมาในโลก" (1ยอห์น 4:1 ThaiTSV2002)

 

ถ้าพระวิญญาณบริสุทธิ์ เปรียบเสมือนเรือ แล้ว  พระคัมภีร์ พระวจนะคำของพระเจ้าก็เปรียบเสมือนน้ำ  เรือใหญ่ ย่อมต้องแล่นบนน้ำลึก  ดังนั้น ถ้าเราอยากให้พระวิญญาณบริสุทธิ์เคลื่อนไหวในชีวิตเรา  เราจะต้องอ่านพระคัมภีร์  และ ในวันนี้  อยากจะขอฝากกับเพื่อคุณในโลกยุคสุดท้ายว่า  อย่าให้ความสำคัญกับพระวจนะ น้อยกว่าสิ่งอื่นใด  มิฉะนั้น เราอาจจะเป็นเหมือนชาวอิสราเอลที่ตายเกลื่อนกลาดในถิ่นทุรกันดาน  ซาตานมีอายุมากกว่าเรามากมาย  มันรู้วิธีที่จะนำคนให้ออกจากทางออกจากพระเจ้า  ถ้าเราไม่ติดสนิทกับพระเจ้า  เราก็จะถูกล่อลวงได้

ดังนั้น  พระสัญญาของพระเจ้าเรื่องการบังเกิดใหม่  อย่าให้เราสงสัย   เราเป็นบุตรของพระเจ้าแล้ว  และ เราได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้าแล้ว 

พระวิญญาณบริสุทธิ์มาประทับตราว่าเราเป็นของพระเจ้าแล้ว  เราจะได้รับมรดกที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้  อย่าให้ตรานั้นมันลบเลือนไป  ชีวิตประจำวันของเราจะต้องติดสนิทกับพระเจ้า  โดยการอ่านพระคัมภีร์  ไม่ต้องกลัวว่าอ่านพระคัมภีร์มากเกินไปแล้วจะผิดปกติ  อยากให้เราสำรวจว่าเราบังเกิดมากี่ปีแล้ว  และอ่านพระคัมภีร์จบกี่รอบ ?  อ่านพระคัมภีร์หรืออ่านหนังสือนิยายมากกว่ากัน ?

อยากจะขอฝากส่งท้ายด้วยพระวจนะของพระเจ้า

"20 บุตรชายของเราเอ๋ย จงตั้งใจต่อถ้อยคำของเรา จงเอียงหูของเจ้าเข้าหาคำพูดของเรา
"21
อย่าให้มันหนีไปจากสายตาของเจ้า จงรักษามันไว้ภายในใจของเจ้า
22
เพราะมันเป็นชีวิตแก่ผู้ที่ค้นพบ และมันรักษาเนื้อของผู้นั้นทั้งสิ้น
23
จงรักษาใจของเจ้าด้วยความระวังระไวรอบด้าน เพราะชีวิตเริ่มต้นออกมาจากใจ
24
จงทิ้งวาจาคดๆเสีย และให้คำพูดลดเลี้ยวห่างจากเจ้า
25
ให้ตาของเจ้ามองตรงไปข้างหน้า และให้การจ้องของเจ้าตรงไปข้างหน้าเจ้า
26 จงสนใจในวิถีแห่งเท้าของเจ้า แล้วทางทั้งสิ้นของเจ้าจะแน่นอน
27 อย่าเหไปข้างขวาหรือหันมาข้างซ้าย จงกลับเท้าของเจ้าเสียจากความชั่วร้าย " (สุภาษิต
4:20-27 ThaiTSV1971)

ขอบคุณพระเจ้า  เชื่อว่าผู้ที่ได้รับฟัง จะได้รับการเตือนจากพระเจ้า 

"ไม่ใช่ทุกคนที่เรียกเราว่า 'องค์พระผู้เป็นเจ้า' จะได้เข้าในแผ่นดินสวรรค์ แต่ผู้ที่ปฏิบัติตามพระทัยพระบิดาของเรา ผู้สถิตในสวรรค์จึงจะเข้าได้" (มัทธิว 7:21 ThaiTSV2002)

เพราะฉะนั้น  หลังจากที่เราได้บังเกิดใหม่แล้ว  เราจะต้องศึกษา แสวงหาว่า  พระประสงค์ และน้ำพระทัยของพระเจ้าคืออะไร  แล้วถ้าเรามีความตั้งใจเช่นนั้น  พระวิญญาณบริสุทธิ์จะทรงเสริมกำลังแก่เรา จะทรงประทานฤทธิ์เดชให้แก่เรา  ให้เรามีอำนาจเหนือความบาป เหนือการทดลอง  และเราจะมีชีวิตอยู่ในชัยชนะตลอดไป

 

อ. คำปัน สนิท

คำแบ่งปันคณะเพื่อคุณ คริสตจักรสะพานเหลือง เมื่อวันที่ 13/07/2008

เรื่อง เพื่อคุณในโลกยุคสุดท้าย

สรุปโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์

 

  • ถ้าท่านอ่านแล้ว มีความปรารถนาที่จะเปิดใจออก อธิษฐานทูลเชิญพระเยซูคริสต์เสด็จเข้ามาในชีวิตของท่าน และเป็นพระเจ้าของท่าน  กรุณาไปที่หน้า คำอธิษฐาน

  • ถ้าคุณอ่านแล้วสนใจ กรุณาติดต่อคริสตจักรใกล้บ้านท่านได้เลยครับ หรือถ้าหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ก็ติดต่อโดยตรงได้ที่อีเมลของผมเลยครับ ton@followhissteps.com

FollowHisSteps.com

ได้รับการสนับสนุน Web Hosting จาก SPAComputer.com, ThaWang.com