พี่สอนน้อง

FollowHisSteps.com
 

หัวข้อวันนี้ จะเป็นการสร้างภาระใจให้แก่เรา ในการที่จะดูแลน้อง ๆ

สิ่งที่เราจะต้องทำ มี 4 ขั้นตอนด้วยกัน ได้แก่

  • เราจะต้องเห็นว่า "เขาเป็นน้องของเรา"
  • เราต้อง "มองเห็นปัญหาของน้อง"
  • เราต้อง "มีใจอยากช่วยน้อง"
  • เราต้อง "ลงไปช่วยน้อง"

 

1. เราจะต้องเห็นว่า "เขาเป็นน้องของเรา"

น้องในที่นี้ คือ น้องในพระคริสต์ น้องในคริสตจักร เมื่อเราเห็นว่าเขาเป็นน้องของเรา เราก็จะเริ่มมีภาระใจในการที่จะดูแล ช่วยเหลือ ห่วงใยเขา

เราจำเป็นต้องเรียนรู้ที่จะสร้างสัมพันธ์กับเขา ไม่ว่า จะเป็น การสร้างสัมพันธ์ที่มีอยู่แล้วให้ดีขึ้น และ การสร้างสัมพันธ์กับน้องที่เรายังไม่รู้จัก พยายามที่จะเข้าหาเขา ซึ่งจะช่วยให้เรารู้จักพี่น้องในคริสตจักรมากยิ่งขึ้น

"9 สองคนดีกว่าคนเดียว เพราะว่าเขาทั้งสองได้รับผลของงานดี
10 ด้วยว่าถ้าคนหนึ่งล้มลง อีกคนหนึ่งจะได้พะยุงเพื่อนของตนให้ลุกขึ้น แต่วิบัติแก่คนนั้นที่อยู่คนเดียวเมื่อเขาล้มลง และไม่มีผู้อื่นพยุงยกเขาให้ลุกขึ้น
11 อนึ่ง ถ้าสองคนนอนอยู่ด้วยกัน เขาก็อบอุ่น แต่ถ้านอนคนเดียวจะอุ่นอย่างไรได้เล่า 12แม้คนหนึ่งสู้คนเดียวได้ สองคนคงสู้เขาได้แน่ เชือกสามเกลียวจะขาดง่ายก็หามิได้" (ปัญญาจารย์ 4:9-12)

น้องต้องการพี่ ต้องการเราทั้งหลาย ต้องการคำปรึกษา และขณะเดียวกัน พี่ก็ต้องการน้องเช่นกัน

"มิตรสหายก็มีความรักอยู่ทุกเวลา และพี่น้องก็เกิดมาเพื่อช่วยกันยามทุกข์ยาก" (สุภาษิต 17:17)

"เพราะว่าโดยการนำที่ฉลาด เจ้าก็เข้าสงครามได้ และด้วยมีที่ปรึกษามากๆ ก็มีชัยชนะ" (สุภาษิต 24:6)

ที่ปรึกษา สำคัญมาก บางครั้ง น้อง ๆ ต้องการปรึกษาพี่ ๆ ซึ่งมีอายุไม่ต่างกันมาก เพราะหากปรึกษาคุณพ่อและคุณแม่ อาจจะมีความแตกต่างกันระหว่างอายุ

แต่ก่อนที่น้องจะมีความสนิทใจพอที่จะมาปรึกษาเรา  เราจำเป็นต้องสร้างความสัมพันธ์ แสดงความรักและความห่วงใยแก่เขา ห่วงใยในทุก ๆ ด้านของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นด้านจิตวิญญาณ การรับใช้ และการดำเนินชีวิต รวมถึงเรื่องของเพศ แสดงให้เขาเห็นว่าเราห่วงใยเขา แสดงให้เขาเห็นว่าเราพร้อมที่จะรับฟัง และพร้อมที่จะให้คำปรึกษา และที่สำคัญ เราจำเป็นต้องอธิษฐานเผื่อเขา

สิ่งที่จะช่วยอีกอย่าง คือ การทำกิจกรรมด้วยกัน อาจจะไปเที่ยว ดูหนังด้วยกัน แต่ที่สำคัญ จะต้องแทรกสาระเข้าไปด้วย มิใช่แค่เที่ยวสนุกอย่างเดียว

นอกจากนี้ เราจำเป็นต้องเปิดเผยตัวเราเองให้กับน้องด้วย มิใช่เพียงรับฟังน้องอย่างเดียว

การสร้างสัมพันธ์ง่าย แต่สิ่งที่ยากกว่า คือ การรักษาความสัมพันธ์  แต่พวกเรามีพระวิญญาณบริสุทธ์ทรงเป็นผู้ที่ช่วยให้ความสัมพันธ์นั้นดำรงอยู่

"จงพยายามรักษาความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันที่มาจากพระวิญญาณนั้น โดยมีสันติภาพเป็นเครื่องผูกพัน" (เอเฟซัส 4:3 ThaiTSV2002)

ความสัมพันธ์ต้องสร้างบนพื้นฐานของความรัก โดยเป็นความรักที่จริงใจ เพราะการสร้างสัมพันธ์บนพื้นฐานของความรักที่ไม่ใช่ความรักที่ถูกต้อง จะไม่มั่นคงถาวร และในความรักนั้นเอง เราจะต้องอดทนนาน แม้ว่าอาจจะต้องเสียเวลา เสียบางสิ่งบางอย่าง ควรสะสมความรู้สึกดี ๆ แก่กัน

"4 ความรักนั้นก็อดทนนานและมีใจปรานี ความรักไม่อิจฉา ไม่อวดตัว ไม่หยิ่งผยอง
5 ไม่หยาบคาย ไม่เห็นแก่ตัว ไม่ฉุนเฉียว ไม่ช่างจดจำความผิด
6 ไม่ชื่นชมยินดีในความอธรรม แต่ชื่นชมยินดีในความจริง
7 ความรักทนได้ทุกอย่าง เชื่ออยู่เสมอ มีความหวังและความทรหดอดทนอยู่เสมอ" (1โครินธ์ 13:4-7)

 

2. เราต้อง "มองเห็นปัญหาของน้อง"

ในฐานะพี่ เมื่อเราเห็นปัญหาของน้อง ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัว ความประพฤติ การวางตัว ฯลฯ เราจำเป็นจะต้องตักเตือน แต่จะต้องตักเตือนด้วยความรัก และปัญหาที่สำคัญ ซึ่งเป็นปัญหาในสังคมวัยรุ่น คือ ปัญหาเรื่องเพศ สารเสพติด และการพนัน ซึ่งปัญหาเหล่านี้ได้เข้ามาในคริสตจักร

 

3. เราต้อง "มีใจอยากช่วยน้อง"

เมื่อเราเห็นปัญหาของเขา เราจะต้องมีใจที่อยากจะช่วยเขา  ซึ่งเป็นหลักการเหมือนกันในการทำสิ่งอื่น ๆ แม้แต่การรับใช้ ที่เราจะต้องมีใจในการกระทำสิ่งนั้น เพราะถ้าทำสิ่งใดโดยไม่ได้มีใจในสิ่งนั้น เราก็จะกระทำไม่ได้ดี

เราก็ต้องกระทำตัวให้เป็นแบบอย่างที่ดี พร้อมที่จะให้คำปรึกษาแก่เขา และเตรียมตัวเพื่อที่จะมีความรู้ในการให้คำปรึกษาแก่เขา ต้องเตรียมตัวด้านจิตวิญญาณให้ดี สะสมพระคำของพระเจ้าให้มาก ๆ

นอกจากนี้ เราจำเป็นต้องอธิษฐานเผื่อตัวเอง อธิษฐานขอกำลังสติปัญญาจากพระเจ้า ในการที่จะดูแลน้อง ๆ ได้

 

4. เราต้อง "ลงไปช่วยน้อง"

สิ่งสุดท้าย และสำคัญ คือ จะต้องลงไปช่วยน้อง หลังจากที่เรามีภาระใจแล้ว เราจะต้องลงมือกระทำ โดยเริ่มจากทีละคน ที่เราจะสร้างความสัมพันธ์ระดับลึก ที่จะพูดคุยถึงปัญหาต่าง ๆ เมื่อเริ่มสนิทแล้ว ควรจะหาเวลาที่จะอธิษฐานด้วยกัน

ข้อปฏิบัติในการให้คำปรึกษา ซึ่งได้มาจาก YFC  ได้แก่

1. ควรจะให้มีพื้นที่ว่าง ระหว่างเรากับน้องเลี้ยง ไม่ควบคุมน้องจนใกล้ชิดจนเกินไป เพื่อให้น้อง และคนรอบข้างรู้สึกสบายใจ

2. อย่าเข้าไปแก้ปัญหาให้แก่เขา การเป็นที่ปรึกษาที่ดี คือ ให้คำแนะนำ ให้แนวทางเลือก ให้เขาเป็นผู้ที่เลือกเองว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร

3. สิ่งที่สำคัญ คือ เราจะต้องรับฟังน้อง และสิ่งที่สำคัญกว่าการรับฟังน้อง คือ จะต้องฟังพระวิญญาณบริสุทธิ์ ปรึกษาพระเจ้าว่าจะช่วยเขาอย่างไร เมื่อเราเห็นว่าปัญหาของน้องเขาใหญ่เกินกว่าที่เราจะช่วยได้ ควรจะปรึกษาผู้ที่มีประสบการณ์

4. ต้องจัดการกับพฤติกรรมที่ผิดซ้ำ ๆ ซาก ๆ

5. ต้องใช้พระคำของพระองค์ ในการให้คำปรึกษา

"5 ท่านจงรักพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านด้วยสุดจิตสุดใจและสุดกำลังของท่าน
6
และจงให้ถ้อยคำเหล่านี้ที่ข้าพเจ้าบัญชาท่านในวันนี้อยู่ในใจของท่าน
7
และท่านจงสอนถ้อยคำเหล่านั้นแก่บุตรหลานของท่าน และจงพูดถึงถ้อยคำเหล่านั้นเมื่อท่านนั่งอยู่ในบ้าน เดินอยู่ตามทาง นอนลงหรือลุกขึ้น
8
จงเอาถ้อยคำเหล่านี้ผูกไว้ที่มือของท่านเป็นหมายสำคัญ และคาดไว้ที่หน้าผากของท่านเป็นสัญลักษณ์" (เฉลยธรรมบัญญัติ 6:5-8 ThaiTSV2006)

6. ควรจะรายงานปัญหาต่าง ๆ ให้แก่ผู้รับใช้ในคริสตจักรรับทราบ เพื่อเมื่อมีปัญหาใหญ่ขึ้นมา จะได้ร่วมกันช่วยเหลือได้ทันท่วงที

 

 

ศจ. ทิวาพร ราชรักษ์

คำแบ่งปันคณะเพื่อคุณ คริสตจักรสะพานเหลือง เมื่อวันที่ 29/06/2008

เรื่อง พี่สอนน้อง

สรุปโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์

 

  • ถ้าท่านอ่านแล้ว มีความปรารถนาที่จะเปิดใจออก อธิษฐานทูลเชิญพระเยซูคริสต์เสด็จเข้ามาในชีวิตของท่าน และเป็นพระเจ้าของท่าน  กรุณาไปที่หน้า คำอธิษฐาน

  • ถ้าคุณอ่านแล้วสนใจ กรุณาติดต่อคริสตจักรใกล้บ้านท่านได้เลยครับ หรือถ้าหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ก็ติดต่อโดยตรงได้ที่อีเมลของผมเลยครับ ton@followhissteps.com

FollowHisSteps.com

ได้รับการสนับสนุน Web Hosting จาก SPAComputer.com, ThaWang.com