ชัยชนะเหนือความทุกข์ระทม

FollowHisSteps.com
 

สัปดาห์สุดท้าย ก่อนที่พระองค์จะทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน  จะเรียกว่า Holy Week  ซึ่งคริสเตียนที่เคร่งครัด จะใช้สัปดาห์นี้ในการ "เข้าเงียบ"  ตั้งแต่วันใบปาล์ม ที่พระเยซูคริสต์จะเข้าไปยังกรุงเยรูซาเล็ม  ทรงลา  ทรงรักษาคนตาบอด  และมีเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ อีก 10 เรื่อง

จากเหตุการณ์เหล่านี้ ให้ข้อคิดแก่เรา 3 เรื่อง ที่จะนำมาหนุนใจน้อง ๆ เพื่อคุณ  ซึ่งพระคัมภีร์พ้อง 3 เล่ม  ได้เขียนไว้สอดคล้องกัน  แต่พระธรรมยอห์นจะกระชับสั้น และแตกต่างกันออกไป

 

1. การเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็มอย่างผู้พิชิต

ถ้าพระองค์ทรงม้า จะหมายถึง เกียรติยศ หรือการเข้าสู่สงคราม  กษัตริย์จะไม่ขี่ลา เพราะว่าเป็นสิ่งที่สามัญชนจะใช้เพื่อบรรทุกของ  แต่ว่า พระเยซูทรงลา เพื่อจะแสดงถึง ความเมตตา ความถ่อม  ลาเป็นสัญลักษณ์ถึงสันติภาพ

อยากให้เราเห็นถึง ใจที่ประชาชนมีมอบให้กับพระคริสต์  ได้แก่ 

ใจที่เชื่อฟัง พระองค์ทรงให้สาวกไป แก้เชือกที่ผูกลามา  และบอกแก่เจ้าของลาว่าพระองค์จะทรงใช้ ซึ่งสาวกก็กระทำตามที่พระองค์ทรงตรัสสั่ง

ใจที่ยอมรับใช้พระเยซูคริสต์  เจ้าของลา ยอมให้ลาแก่พระเยซูคริสต์  เขาให้สิ่งที่เขามีแก่พระองค์ ทั้งแม่ลา และลูกลา  เราสามารถที่จะให้สิ่งที่เรามีแก่พระองค์เช่นกัน  เราอาจจะไม่มีลาให้  แต่เราก็สามารถให้รถแก่พระองค์ได้  โดยการบริการรับส่งพี่น้อง  ใช้ในการรับใช้  เป็นต้น

ใจที่ยอมลงทุน  พวกประชาชนทั้งหลาย ได้ลงทุน โดยการนำเสื้อคลุม มาปูบนถนนหนทาง  ซึ่งถนนที่พระองค์ทรงเสด็จนั้นไม่ใช่ถนนลาดยาง  แต่เป็นถนนขรุขระ  แต่ประชาชนก็ยังยอมที่จะปูเสื้อคลุมเหล่านั้น ให้พระองค์ทรงเสด็จผ่านไป  นี่คือความศรัทธาที่ชาวอิสราเอลเหล่านั้นมีต่อพระองค์  พี่น้องทั้งหลาย  การลงทุนให้แก่พระองค์  พระองค์จะทรงคืนให้อย่างแน่นอน  เราจะให้อะไรกับพระเยซูทรงใช้บ้าง ?  อาจจะทำงานรับใช้พระเจ้าในปีแรกที่เราจบ  หรืออาจจะไปรับใช้ที่คริสตจักรต่างประเทศ ซึ่งไม่ต้องเสียเงิน แถมยังได้เรียนภาษาอีกต่างหาก  หรืออาจจะไปร่วมกับเรือดูโรส  ผมอยากขอท้าทายให้หนุ่มสาวรับใช้

ใจที่ยอมยืนเคียงข้างกับพระเยซูคริสต์  ลาที่พระองค์ทรงขี่นี้  ก่อนหน้าน่าอาจจะไม่มีความหมาย อยู่แค่ในคอก  แต่เพราะมันยอมที่จะให้พระเยซูขี่  มันจึงได้เกียรติยศอย่างมากมาย  มีคนนำผ้าคลุมมาให้มันเดินผ่าน  เช่นกัน

 

2. การชำระพระวิหาร

ในสมัยนั้น ได้มีคนนำพระวิหารมาใช้เพื่อทำธุรกิจ  มาค้าขาย เพื่อนำเงินจากประชาชน  พระเยซูคริสต์ต้องการให้พระวิหารนั้นบริสุทธิ์  ร่างกายของเราเป็นวิหารของพระเจ้า  ที่ที่สถิตย์ของพระวิญญาณบริสุทธิ์  ดังนั้น ขอให้พวกเรารักษาวิหารของพระเจ้า ไม่ให้มัวหมองไป

 

3. การเสียส่วยภาษี

พระองค์ไม่ได้สอนให้ประชาชนต่อสู้กับรัฐบาล  แม้ว่ารัฐบาลอาจจะไม่ดีในสายตาคนทั่วไป  แต่พระองค์ทรงสนับสนุนใจพวกเราปฏิบัติหน้าที่ของประชาชนที่ดี  อาทิเช่น การเสียภาษี  นอกจากนี้ เราก็ต้องสัตย์ซื่อในการถวายแก่พระเจ้าเช่นกัน

 

4. ปัสกา

พระองค์ทรงหักขนมปัง และดื่มน้ำองุ่น  เป็นภาพของการสละพระกายและพระโลหิตให้แก่สาวก

ปกติแล้ว  ในพิธีปัสกา ชาวอิสราเอลจะกิน แกะปิ้ง  ขนมปังไร้เชื้อ และผักขม  แต่พระองค์ได้ทรงให้สาวกกินขนมปัง และดื่มเหล้าองุ่น เพื่อเป็นการระลึกถึงพระองค์ ในพิธีมหาสนิท  ซึ่งเป็นพิธีที่สำคัญของคริสเตียน  อยากหนุนใจให้พี่น้องตั้งใจในการเข้าร่วมพิธีนี้ เพื่อเป็นการร่วมสัมพันธ์สนิทกับพระองค์  ม้ว่าเราอาจวุ่นวายใจ  ก็ให้เราอธิษฐานก่อน ขอพระเจ้าชำระเรา  เพื่อเราจะมีส่วนกับพระองค์

 

5. การอธิษฐานในสวนเกเสมนี

การอธิษฐานของพระองค์  อาจดูเหมือนเป็นการต่อรอง  แต่พระองค์ก็ทรงได้สรุปการอธิษฐานว่า "ขอให้เป็นตามพระทัยของพระองค์"

การที่จะต้องถูกตรึงที่กางเขน  ทำให้พระองค์ทรงทุกข์อย่างมาก  แต่พระองค์ก็ยังทรงยอมเชื่อฟัง

เกเสมณี  มีความหมาย คือ การบดเมล็ดมะกอกให้แตก  ดังนั้น  ที่สวนนี้เอง  หัวใจของพระเยซูคริสต์ก็ได้โดนบีบคั้นอย่างมากมาย  ต้องทรมานหัวใจอย่างมากมาย  แต่พระองค์ก็ทรงอธิษฐาน  จนได้ชัยชนะในที่สุด

 

6. การถูกจับกุม

พระองค์ทรงยอมรับการจับกุม  แม้ว่าพระองค์จะไม่ใช่นักโทษ  แม้ว่าพระองค์จะสามารถเรียกทูตสวรรค์มาช่วยได้  แต่พระองค์ก็ทรงยอมให้เป็นไปตามพระทัยของพระองค์

แม้ว่าจะมีสาวกของพระองค์ไปฟันหูทหารขาด  แต่พระองค์ก็ทรงรักษาทหารคนนั้น  พระองค์ยังคงแสดงความรักเมตตาอย่างมั่นคง  แม้แก่ศัตรูที่กำลังมาจับกุมพระองค์

 

7. เปโตรปฏิเสธพระเยซู

เปโตรได้ปฏิเสธอย่างน้อย 3 ครั้ง  แม้ว่าพระองค์จะได้ทรงบอกแก่เปโตรล่วงหน้าแล้ว

ประสบการณ์ของเปโตร และยูดาสอิสคาริโอต เหมือนกัน  คือได้ทรยศพระเยซูเหมือนกัน  แต่ว่าผลที่ออกมาแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง  ยูดาสเลือกที่จะฆ่าตัวตาย  แต่เปโตรสำนึกผิด  กลับมาหาพระเจ้า  เริ่มต้นใหม่  และในที่สุดก็ได้เป็นผู้นำคริสตจักรในสมัยอัครทูต  จนกระทั่งคาทอลิกได้นับถือให้ท่านเป็นสันตปาปาองค์แรก

จึงอยากหนุนใจพี่น้อง  แม้ว่าเราจะยังคงทำผิดอยู่  แต่ให้เรากลับมาหาพระองค์  สารภาพบาปของพระองค์  ไม่มีบาปใดที่พระองค์ทรงอภัยให้ไม่ได้

 

8. คำให้การของพระเยซูคริสต์ต่อหน้าปิลาต

พระองค์ไม่ได้ปฏิเสธความเป็นพระเจ้าของพระองค์  พระองค์ได้ยืนหยัด แม้ว่าพระองค์ไม่ผิด  พระองค์ได้ทรงยอมรับเพื่อเป็นไปตามน้ำพระทัยของพระเจ้า

 

9. การตรึงที่กางเขน

วิธีการตรึงที่กางเขน เป็นการประหารชีวิต  ถ้าเป็นนักโทษที่โทษหนัก ก็จะฉีกเสื้อผ้าออก ให้แก้ผ้าให้หมด  พระองค์ทรงอยู่ในภาพของผู้รับแบกบาปแทนเรา

 

10. เจ็ดคำตรัสของพระเยซู

อยากจะขอยกคำตรัสของพระเยซูบนไม้กางเขน 7 คำตรัส

1. ถ้อยคำแห่งการยกโทษ

"ฝ่ายพระเยซูจึงทรงอธิษฐานว่า 'โอพระบิดาเจ้าข้า ขอโปรดอภัยโทษเขาเพราะว่า เขาไม่รู้ว่า เขาทำอะไร' " (ลูกา 23:34)

2. ถ้อยคำแห่งการเป็นพยาน  เชื้อเชิญให้โจรกลับใจแม้ช่วงสุดท้ายของชีวิต

"ฝ่ายพระเยซูทรงตอบเขาว่า 'เราบอกความจริงแก่เจ้าว่า วันนี้เจ้าจะอยู่กับเราในเมืองบรมสุขเกษม' " (ลูกา 23:43)

3. ถ้อยคำแห่งความรักเมตตา

"26 เมื่อพระเยซูทอดพระเนตรเห็นมารดาของพระองค์ และสาวกคนที่พระองค์ทรงรักยืนอยู่ใกล้พระองค์ จึงตรัสกับมารดาของพระองค์ว่า “หญิงเอ๋ย จงดูบุตรของท่านเถิด”
27แล้วพระองค์ตรัสกับสาวกคนนั้นว่า “จงดูมารดาของท่านเถิด” ตั้งแต่เวลานั้นมาสาวกคนนั้นก็รับมารดาของพระองค์มาอยู่ในบ้านของตน" (ยอห์น
19: 26-27)

4. ถ้อยคำความทุกข์

"พอบ่ายสามโมงแล้ว พระเยซูทรงร้องเสียงดังว่า เอโลอี เอโลอี ลามา สะบักธานี' แปลว่า 'พระเจ้าของข้าพระองค์ พระเจ้าของข้าพระองค์ ไฉนทรงทอดทิ้งข้าพระองค์เสีย' " (มาระโก 15:34)

5. ถ้อยคำแห่งความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าของพระเยซูคริสต์

หลังจากนั้น พระเยซูทรงทราบว่าทุกสิ่งสำเร็จแล้ว เพื่อให้เป็นจริงตามพระธรรม พระองค์จึงตรัสว่า “เรากระหายน้ำ” (ยอห์น 19:28)

6. ถ้อยคำแห่งความสำเร็จ

"เมื่อพระเยซูทรงรับน้ำส้มองุ่นแล้ว พระองค์ตรัสว่า 'สำเร็จแล้ว' และทรงก้มพระเศียรลงสิ้นพระชนม์" (ยอห์น 19:30)

7. ถ้อยคำแห่งการฝากวิญญาณจิต

"พระเยซูทรงร้องเสียงดังตรัสว่า 'พระบิดาเจ้าข้า ข้าพระองค์ฝากวิญญาณจิตของข้าพระองค์ไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์' ตรัสอย่างนั้นแล้วก็สิ้นพระชนม์" (ลูกา23:46)

อยากให้พี่น้องมีโอกาสได้ใคร่ครวญคำอธิษฐานเหล่านี้

 

สรุปบทเรียนสุดท้าย 4 ประการ  ซึ่งเราได้จากสิ่งที่พระองค์ได้ทรงกระทำใช้ช่วงสัปดาห์สุดท้ายของพระองค์  สรุปเป็น 4 "ช" ด้วยกัน

1. พระองค์ทรงช่วยมนุษย์ให้รอดพ้น จากความผิดบาป จากการพิพากษา จากการถูกตัดสิน  พระองค์ทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเรา

2. พระองค์ได้นำความชื่นชมยินดีให้แก่เรา  พระองค์ยอมรับคำสาปแช่ง  ยอมสวมมงกุฎหนาม  เพื่อนำความชื่นชมยินดีให้แก่เราทั้งหลาย เมื่อเราได้พ้นจากคำสาปแช่งแล้ว

3. พระองค์ทรงเป็นชัยชนะ  พระองค์ทรงมีชัยชนะ  พระองค์ทรงเข้ากรุงเยรูซาเล็มอย่างผู้พิชิต  เราจึงมีชัยชนะเหนือความผิดบาป  เหนือความตาย และเหนือมารซาตาน

4. พระองค์ทรงยอมตาย เพื่อเราจะมีชีวิต  พระองค์ทรงมาเพื่อเราจะได้ชีวิต และได้อย่างครบบริบูรณ์

 

ศจ.ดร. มาโนช แจ้งมุข

คำแบ่งปันคณะเพื่อคุณ คริสตจักรสะพานเหลือง เมื่อวันที่ 16/03/2008

เรื่อง ชัยชนะเหนือความทุกข์ระทม

สรุปโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์

 

  • ถ้าท่านอ่านแล้ว มีความปรารถนาที่จะเปิดใจออก อธิษฐานทูลเชิญพระเยซูคริสต์เสด็จเข้ามาในชีวิตของท่าน และเป็นพระเจ้าของท่าน  กรุณาไปที่หน้า คำอธิษฐาน

  • ถ้าคุณอ่านแล้วสนใจ กรุณาติดต่อคริสตจักรใกล้บ้านท่านได้เลยครับ หรือถ้าหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ก็ติดต่อโดยตรงได้ที่อีเมลของผมเลยครับ ton@followhissteps.com

 

FollowHisSteps.com

ได้รับการสนับสนุน Web Hosting จาก SPAComputer.com, ThaWang.com