การอดอาหาร

FollowHisSteps.com
 

การเจิม
การอดอาหาร
นิมิต
พิธีบัพติสมา
พิธีมหาสนิท

(19/10/2007 Midnight Cell)

เป้าหมายของการอดอาหารอธิษฐาน  เป็นเครื่องหมายถึงการไว้ทุกข์  เป็นการรู้สึกเป็นทุกข์อย่างมาก  ต้องการสารภาพ และกลับใจใหม่  ต้องการร้องทูลต่อพระเจ้า  พึ่งพาพระเจ้าเพียงผู้เดียวเท่านั้น ที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านั้น  ซึ่งในโยนาห์ได้แสดงภาพอย่างชัดเจน  เป็นการแสดงออกถึงความทุกข์ถึงสิ่งที่เผชิญ

"5 ฝ่ายประชาชนนครนีนะเวห์ได้เชื่อฟังพระเจ้า เขาประกาศให้อดอาหาร และสวมผ้ากระสอบ ตั้งแต่ผู้ใหญ่ที่สุดถึงผู้น้อยที่สุด
6 กิตติศัพท์นี้ลือไปถึงกษัตริย์นครนีนะเวห์ พระองค์ทรงลุกขึ้นจากพระที่นั่ง ทรงเปลื้องฉลองพระองค์ออกเสีย ทรงสวมผ้ากระสอบแทน และประทับบนกองขี้เถ้า
7 พระองค์ทรงออกพระราชกฤษฎีกา ประกาศไปทั่วนครนีนะเวห์ว่า “โดยอำนาจกษัตริย์และบรรดาขุนนางทั้งหลาย คนหรือสัตว์ ไม่ว่าฝูงสัตว์ใหญ่หรือฝูงสัตว์เล็ก ห้ามลิ้มรสสิ่งใดๆ อย่าให้กินอาหาร อย่าให้ดื่มน้ำ
8 ให้ทั้งคนและสัตว์นุ่งห่มผ้ากระสอบ ให้ตั้งจิตตั้งใจร้องทูลต่อพระเจ้า เออ ให้ทุกคนหันกลับเสียจากการประพฤติชั่ว และเลิกการทารุณซึ่งมือเขากระทำ
9 ใครจะรู้ได้ พระเจ้าอาจจะทรงกลับและเปลี่ยนพระทัย คลายจากพระพิโรธอันรุนแรงเพื่อว่าเราจะมิได้พินาศ" (โยนาห์
3:5-9)

คำว่าอดอาหาร  คือการไม่นำอาหารเข้าสู่ร่างกาย  ซึ่งจริง ๆ น้ำไม่ได้เป็นอาหาร  แต่น้ำเป็นสิ่งที่จำเป็นในการดำรงชีวิต  ดังนั้นการอดอาหารที่ถูกต้อง คือ การไม่รับประทานอาหาร  แต่อาจจะดื่มน้ำได้

ในบางสถานะ  เช่น  ในกรณีของเอสเตอร์  เวลานั้นสถานการเลวร้ายรุนแรงมาก  เพราะอิสราเอลกำลังจะโดยทำลายล้าง  อย่างไรก็ต้องตาย  ดังนั้น  นางเอสเตอร์จึงได้กำหนดให้อดทั้งน้ำและอาหาร  พวกชาวยิวก็ได้อดอาหารอธิษฐานอย่างร้อนรน  ข้อสังเกตคือ การอดน้ำและอาหารครั้งนี้มีระยะเวลาที่แน่นอน  คือ 3 วัน  จึงเป็นสิ่งทีกระทำได้

แต่ในกรณีขององค์พระเยซูคริสต์  พระองค์ทรงได้เสด็จขึ้นไปในถิ่นทุรกันดาน  และได้อดทั้งน้ำและอาหาร

เมื่อกลับมามองความเป็นจริง  ภาพของการอดอาหาร จะเกิดขึ้นเมื่อมีภาระ  ปัญหา หรือสิ่งที่เป็นทุกข์อย่างมาก  จนไม่มีกระจิตกระใจที่จะไปทำเรื่องส่วนตัวอื่น ๆ  จึงได้ตัดสินใจที่จะเข้าเฝ้าพระเจ้า  เพื่อเป็นการต่อสู่กับเนื้อหนัง

ชาวยิว มีเทศกาลอดอาหาร  ซึ่งพระคัมภีร์กล่าวว่า เป็นการข่มใจ  โดยการข่มใจที่ถูกต้องนั้น จะต้องเป็นการข่มใจ และกระทำสิ่งที่ถูกต้อง  ต้องมีการเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิต เพื่อกระทำตามสิ่งที่ถูกต้องด้วย

"3 'ทำไมข้าพระองค์ทั้งหลายได้อดอาหาร และพระองค์มิได้ทอดพระเนตร
ทำไมข้าพระองค์ทั้งหลายได้ถ่อมตัวลง และพระองค์มิได้ทรงสนพระทัย'
ดูเถิด ในวันที่เจ้าอดอาหาร เจ้าทำตามใจของเจ้า และบีบบังคับคนงานของเจ้าทั้งหมด
4 ดูเถิด เจ้าอดอาหารเพียงเพื่อวิวาทและต่อสู้ และเพื่อต่อยด้วยหมัดอธรรม
การอดอาหารอย่างของเจ้าในวันนี้ จะไม่กระทำให้เสียงของเจ้าได้ยินไปถึงที่สูง
5 อย่างนี้หรือเป็นการอดอาหารที่เราเลือก คือวันที่คนข่มตัว
การก้มศีรษะของเขาลงเหมือนอ้อเล็ก และปูผ้ากระสอบและขี้เถ้ารองใต้เขา
อย่างนี้หรือ เจ้าจะเรียกการอย่างนี้ว่าการอดอาหาร และเป็นวันที่พระเจ้าโปรดปรานอย่างนั้นหรือ
6 การอดอาหารอย่างนี้ไม่ใช่หรือที่เราต้องการ คือการแก้พันธนะของความอธรรม การแก้สายรัดแอก และการปล่อยให้ผู้ถูกบีบบังคับเป็นอิสระ และการหักแอกเสียทุกอัน" (อิสยาห์
58:3-6)

การอดอาหารที่กระทำในปัจจุบัน  จำเป็นต้องระลึกอยู่เสมอว่า  การอดอาหารนี้กระทำด้วยภาระใจอย่างแรงกล้าหรือไม่  มีทุกข์ต่อสิ่งเหล่านั้นหรือไม่   ซึ่งอาจจะมีคนบางส่วนที่มีภาระใจอย่างแท้จริง  แต่ก็มีบางส่วนเช่นกัน  ที่กระทำเพราะไม่อยากอายผู้อื่น  อยากมีส่วนร่วมเฉย ๆ  ซึ่งถ้ามิได้กระทำด้วยภาระใจแล้ว  ก็เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

ปัจจุบัน ได้มีการประยุกต์วิธีการอดอาหารมากมาย  บางคนอาจจะเพียงอดอาหารที่อร่อย  อดเฉพาะมือเช้า  อดเฉพาะเนื้อสัตว์  เป็นต้น  สิ่งเหล่านี้ไม่ได้กล่าวไว้ในพระคัมภีร์  แต่เป็นสิ่งที่ได้มีการประยุกต์  (ในกรณีที่อดเนื้อสัตว์ มีพระคัมภีร์ที่คล้ายคลึง คือ ดาเนียล  ซึ่งท่านประกาศว่าจะไม่กินเนื้อสัตว์  แต่ทว่า ท่านดาเนียลมิได้กระทำเพื่อเป็นการอดอาหาร  แต่ท่านกระทำเพื่อต้องการแสดงให้ผู้อื่นเห็นถึงความแตกต่าง  และเพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้า  จึงมิได้เป็นแบบอย่างในการอดอาหารที่เราจะกระทำตาม)  แม้ว่าสิ่งเหล่านี้จะใช่สิ่งที่ผิด  แต่คำถามที่ตามมาคือว่า เมื่อกระทำด้วยวิธีการเหล่านั้นแล้ว ได้มีการข่มใจที่แท้จริงหรือไม่ ? และกระทำด้วยความจริงจังเพียงใดขณะที่อดอาหารวิธีเหล่านั้น ?  เพราะจริง ๆ แล้วการอดอาหารในพระคัมภีร์นั้น ไม่กินอาหารใด ๆ เลย เพื่อจะได้เป็นการต่อสู้กับความหิว เรียนรู้ที่จะควบคุมตนเอง  และจะได้ข่มใจไม่ทำสิ่งที่ผิด  นี่เป็นการฝึกฝน 

ถ้าเราอดเฉพาะอาหารบางอย่าง  เมื่อหิว ก็จะสามารถกินอย่างอื่นได้  และก็จะไม่ได้มีการต่อสู้กับความหิว  จึงอาจจะไม่ตรงตามการอดอาหารในพระคัมภีร์เสียทีเดียว

จุดที่อันตรายปัจจุบัน  คือ  ได้มีผู้เสนอวิธีการต่าง ๆ  และมีบางท่านที่ตัดสินใจอดอาหารในวิธีที่ง่ายที่สุด  ที่จะลำบากน้อยที่สุด  ซึ่งถ้ากระทำเช่นนั้น  ก็จะไม่สามารถบรรลุถึงเป้าหมายที่แท้จริงของการอดอาหารได้

สิ่งที่น่าสังเกต คือ  การกระทำเหล่านี้  จะเป็นสิ่งที่เราทำเพื่อต้องการต่อสู้กับเนื้อหนังหรือไม่ ?  เราจะได้เรียนรู้ที่จะต่อสู้กับความหิว ต่อสู้กับสิ่งที่ร่างกายเรียกร้องหรือไม่ ?  ได้มีการพยายามเอาชนะตัวเองหรือไม่ ?  และได้มีการเอาชนะความบาปร่วมด้วยหรือไม่ ?  มิฉะนั้นก็จะเป็นการกระทำที่สูญเปล่า

สิ่งที่ต้องตระหนักเสมอคือ  การอดอาหาร มิใช่เป็นการประท้วงพระเจ้า หรือ มิใช่เป็นการบีบบังคับให้พระเจ้ากระทำตาม  แต่ในทางตรงกันข้าม  ถ้าเราอดอาหารอย่างผิด ๆ  ก็จะไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ เลย

เมื่ออยู่ในระหว่างขณะอดอาหาร  ร่างกายอาจจะอ่อนเพลีย  อาจจะหลับไปในขณะที่อธิษฐาน  ซึ่งเป็นสิ่งที่เราจะต้องเรียนรู้ที่จะต่อสู้  และไม่ใช่สิ่งที่ผิดถ้าจะพักผ่อน  เพื่อที่จะมีแรงขึ้นมาอธิษฐานต่อ

ถ้ามองว่า  ไม่สามารถอดอาหารได้นานนัก  ซึ่งอาจจะมีข้อจำกัดด้วยโรคส่วนตัว เช่น โรคกระเพาะ  ก็สามารถที่จะกำหนดระยะเวลาได้ เพื่อให้เหมาะสม โดยต้องประเมินให้ดีว่าจะสามารถทำได้นานเพียงใด  

ในทางกลับกัน  ถ้าการอดอาหาร ทำให้ร่างกายเจ็บป่วยมากขึ้น  ทำให้ร่างกายทรุดโทรม หรือเสียหาย  ก็เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และจะไม่ถวายเกียรติแด่พระเจ้า  อาจจะบ่งถึงว่าร่างกายยังไม่พร้อมที่จะเข้าสู่การอดอาหาร  และควรจะทำร่างกายให้พร้อมเสียก่อนที่จะเริ่มการอดอาหาร

การอดอาหาร  อาจจะจำเป็นจะต้องมีการฝึกเช่นกัน  อาจจะเริ่มด้วยการกำหนดระยะเวลาเพียงสั้น ๆ ก่อน  จนร่างกายเริ่มเข้าที่ จึงเริ่มเพิ่มระยะเวลามากขึ้นเรื่อย ๆ  ซี่งจะเป็นการทำให้การอดอาหารของเราไม่เป็นการทำลายสุขภาพ  และในขณะที่อดอาหารนั้น  อาจจะสามารถไปทำงานได้ตามปกติ ทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ  เพียงแค่ไม่กินอาหารเท่านั้นเอง  ไม่ควรที่จะประกาศตนเพื่อเป็นการอวดตัวขณะเมื่อเราอธิษฐานนั้น

"เมื่อท่านถืออดอาหาร อย่าทำหน้าเศร้าหมองเหมือนคนหน้าซื่อใจคด ด้วยเขาทำหน้าให้มอมแมม เพื่อจะให้คนเห็นว่าเขาถืออดอาหาร เราบอกความจริงแก่ท่านว่า เขาได้บำเหน็จของเขาแล้ว" (มัทธิว 6:16)

ในช่วงอดอาหาร  แม้ว่าจะทำงานตามปกติ  และอาจจะไม่สามารถอธิษฐานทั้งวันได้  แต่นี่ไม่ใช่อุปสรรค  เพราะพระเจ้าทรงมองที่จิตใจ และจุดมุ่งหมาย  เพียงแต่ควรที่จะจัดตารางเวลาอย่างชัดเจน  ว่าจะใช้เวลาช่วงไหนที่จะเข้าเฝ้าพระเจ้า  และกระทำการงานของตนตามปกติ

 

อ.ประดิษฐ์ พรกีรติกุล

คำแบ่งปัน Midnight Cell เมื่อวันที่ 19/10/2007

เรื่อง การอดอาหาร

สรุปโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์

 

  • ถ้าท่านอ่านแล้ว มีความปรารถนาที่จะเปิดใจออก อธิษฐานทูลเชิญพระเยซูคริสต์เสด็จเข้ามาในชีวิตของท่าน และเป็นพระเจ้าของท่าน  กรุณาไปที่หน้า คำอธิษฐาน

  • ถ้าคุณอ่านแล้วสนใจ กรุณาติดต่อคริสตจักรใกล้บ้านท่านได้เลยครับ หรือถ้าหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ก็ติดต่อโดยตรงได้ที่อีเมลของผมเลยครับ ton@followhissteps.com

 

FollowHisSteps.com

ได้รับการสนับสนุน Web Hosting จาก SPAComputer.com, ThaWang.com