พระคริสต์ผู้ซึ่งเป็นขึ้นแล้ว

FollowHisSteps.com
 

พระคริสต์ผู้ซึ่งเป็นขึ้นแล้ว

สันติสุข ฤทธิ์เดช และวัตถุประสงค์ของพระองค์

 


19 ค่ำ​วัน​นั้น​ซึ่ง​เป็น​วัน​อา​ทิตย์ เมื่อ​สา​วก​ปิด​ประตู​ห้อง​ที่​พวก​เขา​อยู่​เพราะ​กลัว​พวก​ยิว พระ​เยซู​ก็​เสด็จ​เข้า​มา​และ​ทรง​ยืน​อยู่​ท่าม​กลาง​พวก​เขา​ตรัส​ว่า "สันติ​สุข​จง​ดำ​รง​อยู่​กับ​ท่าน​ทั้ง​หลาย"
20 เมื่อ​พระ​องค์​ตรัส​อย่าง​นั้น​แล้ว พระ​องค์​ทรง​ให้​เขา​ดู​พระ​หัตถ์​และ​สี​ข้าง​ของ​พระ​องค์ เมื่อ​พวก​สา​วก​เห็น​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​แล้ว​ก็​มี​ความ​ยินดี
21 พระ​เยซู​ตรัส​กับ​เขา​อีก​ว่า "สันติ​สุข​จง​ดำ​รง​อยู่​กับ​ท่าน​ทั้ง​หลาย พระ​บิดา​ทรง​ใช้​เรา​มา​อย่าง​ไร เรา​ก็​ใช้​พวก​ท่าน​ไป​อย่าง​นั้น"
22 เมื่อ​พระ​องค์​ตรัส​อย่าง​นั้น​แล้ว​จึง​ทรง​ระบาย​ลม​หาย​ใจ​เหนือ​พวก​เขา​และ​ตรัส​กับ​เขา​ว่า "จง​รับ​พระ​วิญ​ญาณ​บริสุทธิ์​เถิด
23 ถ้า​พวก​ท่าน​จะ​อภัย​บาป​ของ​ใคร บาป​ของพวกเขา​ก็​จะ​ได้​รับ​การ​อภัย ถ้า​ท่าน​ไม่​อภัย​บาป​ของ​ใคร บาป​ของ​พวก​เขา​ก็​จะ​ไม่​ได้รับ​การ​อภัย" (ยอห์น 20:19-23 THSV2011)


พระคัมภีร์มีสองส่วน คือภาคพันธสัญญาเดิมและภาคพันธสัญญาใหม่

พันธสัญญาใหม่มี 27 เล่ม ประกอบด้วย พระกิตติคุณ 4 เล่มที่บอกถึงเรื่องราวชีวิตของพระเยซู จดหมาย 21 ฉบับที่อธิบายถึงความหมายของพระเยซูในชีวิตของเรา ประวัติศาสตร์ 1 เล่ม เกี่ยวกับคริสตจักรยุคแรก และคำพยากรณ์อีก 1 เล่ม

ทั้ง 27 เล่มเหล่านั้น เกี่ยวข้องกับพระคริสต์ผู้ซึ่งทรงพระชนม์ เป็นขึ้นจากความตาย และเป็นความจริงที่เป็นศูนย์กลางและมีชีวิตในจักรวาลในวันนี้ พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าอย่างแท้จริง และเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง

สิ่งที่ข้าพเจ้าต้องการที่จะทำในข้อความนี้ คือ มองดูพระเยซูพร้อมกับคุณ เมื่อครั้งที่พระองค์ปรากฎกับเหล่าสาวกที่กำลังตกใจกลัวเป็นครั้งแรก หลังจากที่ทรงเป็นขึ้นจากความตาย และข้าพเจ้าต้องการให้เห็นว่า พระเยซูที่เป็นขึ้นจากความตายนั้นทรงปฏิบัติอย่างไร และพระองค์ตรัสอะไร

การปรากฎตัวครั้งแรกต่อเหล่าสาวกที่อยู่ร่วมกันเป็นกลุ่ม เกิดขึ้นในยอห์น 20:19-23

 

ข้อเท็จจริง 3 ประการ และวิธีที่พระองค์ทรงปฏิบัติกับเรา

ขอที่เราจะมาดูด้วยกันที่ส่วนแรกของยอห์น 20:19 เพื่อจะได้เห็นว่าพระเยซูคริสต์ทรงปฏิบัติอย่างไร

ค่ำ​วัน​นั้น​ซึ่ง​เป็น​วัน​อา​ทิตย์ เมื่อ​สา​วก​ปิด​ประตู​ห้อง​ที่​พวก​เขา​อยู่​เพราะ​กลัว​พวก​ยิว พระ​เยซู​ก็​เสด็จ​เข้า​มา​และ​ทรง​ยืน​อยู่​ท่าม​กลาง​พวก​เขา​ ... (ยอห์น 20:19 THSV2011)

ดังนั้น นี่เป็นเย็นวันอาทิตย์ที่พระองค์ทรงเป็นขึ้นจากความตาย เช้าวันนั้นพระเยซูปรากฎต่อมารีย์ชาวมักดาลา (ยอห์น 20:1-18) แต่บัดนี้ พระองค์ปรากฎต่อเหล่าสาวก (อัครสาวก 11 คน) พร้อมกัน สังเกต 3 ประการ คือ ประตูล็อกอยู่ เหล่าสาวกกำลังกลัว และพระเยซูเสด็จมาหาพวกเขาและยืนอยู่ท่ามกลางพวกเขา

ข้อเท็จจริง 3 ประการนี้ บอกเราถึง 3 สิ่งที่เราสามารถรู้ได้เกี่ยวกับวิธีที่พระคริสต์ผู้ทรงเป็นขึ้นมาแล้วปฏิบัติต่อเราในทุกวันนี้

 

1. ประตูล็อกอยู่

พระเยซูคริสต์ไม่จำเป็นต้องเคาะประตู พระองค์ไม่ต้องแม้แต่เปิดประตู พระองค์เพียงแค่อยู่ที่นั่น และพระองค์ไม่ใช่ผี

ดูที่ข้อ 20

... พระ​องค์​ทรง​ให้​เขา​ดู​พระ​หัตถ์​และ​สี​ข้าง​ของ​พระ​องค์ ... (ยอห์น 20:20 THSV2011)

อีกที่หนึ่ง พระองค์ตรัสว่า

"จง​ดู​ที่​มือ​และ​เท้า​ของ​เรา​ว่า​เป็น​เรา​เอง จง​คลำ​ตัว​เรา​ดู เพราะ​ว่า​ผี​ไม่​มี​เนื้อ​และ​กระ​ดูก​เหมือน​อย่าง​ที่​พวก​ท่าน​เห็น​ว่า​เรา​มี" (ลูกา 24:39 THSV2011)

ดังนั้น พระองค์ทรงมีร่างกายที่เป็นทางกายภาพ แต่ไม่เหมือนกับร่างกายของพวกเรา เหมือนกัน แต่ก็ยังคงแตกต่าง พระองค์เพียงแค่อยู่ที่นั่น แม้ว่าประตูจะปิดอยู่

นี่หมายความว่าในชีวิตของคุณในวันนี้ พระเยซูสามารถไปในที่ที่ไม่มีใครสามารถไปได้ พระองค์สามารถไปในที่ที่ทนายความปรึกษาไปไม่ได้ พระองค์สามารถไปในที่ที่แพทย์ไปไม่ได้ พระองค์สามารถไปในที่ที่คนรักไปไม่ได้ พระองค์สามารถเข้าถึงคุณ และเข้าถึงในตัวคุณ ทุกที่ ทุกเวลา ไม่มีที่ใดที่คุณอยู่ หรือที่ลึกใดในตัวตนของคุณที่คุณเป็น ที่พระเยซูไม่สามารถเข้าใจหรือเข้าถึงได้ การเป็นขึ้นจากความตายของพระเยซูทำให้พระองค์ทำในสิ่งที่ไม่มีผู้ใดอีกแล้วที่สามารถทำได้ ไม่มีใครอีกแล้วที่จะเหมือนพระองค์ในทั่วทั้งจักรวาล พระองค์ทรงพระชนม์ และพระองค์เป็นเพียงผู้เดียวที่เป็นทั้งพระเจ้าและเป็นทั้งมนุษย์ คุณไม่สามารถจินตนาการถึงสิ่งที่พระองค์สามารถทำได้ และนี่เป็นความอัศจรรย์ที่นำมาซึ่งการรักษา หากคุณได้ใคร่ครวญว่า ทุกชั้นแห่งความสลับซับซ้อนของชีวิตของคุณ ซึ่งไม่ว่าคุณหรือใครก็ตามไม่สามารถเข้าใจได้ เป็นดินแดนที่คุ้นเคยสำหรับพระองค์

 

2. พวกเขากลัว

... เมื่อ​สา​วก​ปิด​ประตู​ห้อง​ที่​พวก​เขา​อยู่​เพราะ​กลัว​พวก​ยิว ... (ยอห์น 20:19 THSV2011)

ผู้นำของพวกเขาเพิ่งถูกตรึงที่กางเขนเนื่องจากคุกคามซีซาร์ ความกลัวของพวกเขานั้นเข้าใจได้ทั้งหมด และพระเยซูก็ได้เสด็จมายังความกลัวนั้นเอง

ข้าพเจ้าคิดว่าข้าพเจ้าต้องการดึงดูดความสนใจมายังที่นี้ เพราะนี่เป็นหนทางบ่อยครั้งที่สุดที่ข้าพเจ้ารู้สึกต้องการพระเยซูผู้ซึ่งเป็นขึ้นและทรงพระชนม์อยู่

ความกลัว กลัวว่าข้าพเจ้าจะไม่พร้อมสำหรับสิ่งที่ข้าพเจ้าถูกคาดหวังให้ทำ กลัวว่าคริสตจักรจะไม่เจริญรุ่งเรือง หรือจะไม่มีคนมาร่วมประชุมในงานสัมมนา หรือจะไม่มีใครช่วยในชั้นเรียน กลัวว่าบุตรของข้าพเจ้าจะล้มเหลวทางความเชื่อ กลัวว่าข้าพเจ้าจะไม่มีความเชื่อที่ทำให้ข้าพเจ้าตายอย่างสมเกียรติ กลัวว่าข้าพเจ้าจะหลงไปในทางของโลกและใช้การไม่ได้

และสิ่งที่พระเยซูกำลังตรัสในท่าทางของพระองค์ คือ "เรามาหาคนของเราเมื่อพวกเขากำลังกลัว เราไม่รอจนพวกเขาร่วมกันทำสิ่งใดได้ เราไม่รอจนพวกเขามีความเชื่อเพียงพอที่จะเอาชนะความกลัว เรามาเพื่อช่วยพวกเขาให้มีความเชื่อเพียงพอที่จะเอาชนะความกลัว"

และข้าพเจ้ายืนยันหลังจากที่ได้เป็นคริสเตียนมา 50 ปี ว่าสิ่งนี้เป็นความจริง พระเยซูผู้ซึ่งเป็นขึ้นแล้วและทรงพระชนม์อยู่ยังคงกระทำเช่นนี้ พระองค์เสด็จมาเมื่อเราร้องต่อพระองค์ในความกลัวของพวกเา พระองค์ทรงช่วยเรา

ข้าพเจ้าได้ร้องต่อพระองค์เป็นพันครั้ง "พระเยซู โปรดช่วยข้าพระองค์ด้วย" และพระองค์เสด็จมาใกล้ด้วยพระสัญญา

อย่า​กลัว​เลย เพราะ​เรา​อยู่​กับ​เจ้า
อย่า​ขยาด เพราะ​เรา​เป็น​พระ​เจ้า​ของ​เจ้า
เรา​จะ​เสริม​กำลัง​เจ้า เรา​จะ​ช่วย​เจ้า
เรา​จะ​ชู​เจ้า​ด้วย​มือ​ขวา​อัน​ชอบ​ธรรม​ของ​เรา (อิสยาห์ 41:10 THSV2011)

พระองค์จะทำสิ่งนี้สำหรับคุณด้วยเช่นกัน หากคุณต้อนรับพระองค์อย่างที่พระองค์ทรงเป็นจริง ๆ ให้เข้ามาในชีวิตของคุณ

 

3. พระเยซูเสด็จมาหาพวกเขา และยืนอยู่ท่ามกลางพวกเขา

... เมื่อ​สา​วก​ปิด​ประตู​ห้อง​ที่​พวก​เขา​อยู่​เพราะ​กลัว​พวก​ยิว พระ​เยซู​ก็​เสด็จ​เข้า​มา​และ​ทรง​ยืน​อยู่​ท่าม​กลาง​พวก​เขา​ ... (ยอห์น 20:19 THSV2011)

ประเด็นของจุดนี้ คือว่า พระองค์เสด็จมายังกลางที่ประชุมของพวกเขา พระองค์ไม่ได้มาที่มุมใดมุมหนึ่ง และร้องเรียกผ่านกำแพง และปฏิบัติต่อพวกเขาดั่งพระเจ้าที่อยู่ไกลโพ้น พระองค์ไม่ได้เล่นเกมกับพวกเขา พระองค์ไม่ได้เล่นสนุกกับความเชื่อของพวกเขา พระองค์ต้องการให้พวกเขาเห็นพระองค์ และรู้จักพระองค์ และเชื่อในพระองค์ และรักพระองค์

นี่คือสิ่งที่พระองค์ต้องการจากคุณในวันนี้ และนี่คือสิ่งที่ข้าพเจ้าต้องการจากคุณในวันนี้ ข้าพเจ้าต้องการให้คุณได้มีประสบการณ์กับพระคริสต์ที่ทรงพระชนม์อยู่ ให้คุณได้รู้จักพระองค์ ให้คุณยอมให้พระองค์เข้าใกล้ชีวิตของคุณ เข้ามาในชีวิตของคุณในที่ที่ไม่มีใครสามารถเข้าได้ ให้คุณยอมให้พระองค์ช่วยเหลือคุณในขณะที่คุณกลัว ด้วยหนทางที่ไม่มีใครจะสามารถช่วยคุณได้ และให้คุณยอมให้พระองค์เสด็จมายังคุณ เข้าใกล้คุณ ไม่ใช่เรียกคุณจากที่ไกล แต่เสด็จมายังศูนย์กลางชีวิตของคุณ นั่นคือสิ่งที่ข้าพเจ้าอธิษฐานให้เกิดขึ้นในการนมัสการครั้งนี้

 

ของประทานสามอย่างในคำตรัสพระเยซู

19 ค่ำ​วัน​นั้น​ซึ่ง​เป็น​วัน​อา​ทิตย์ เมื่อ​สา​วก​ปิด​ประตู​ห้อง​ที่​พวก​เขา​อยู่​เพราะ​กลัว​พวก​ยิว พระ​เยซู​ก็​เสด็จ​เข้า​มา​และ​ทรง​ยืน​อยู่​ท่าม​กลาง​พวก​เขา​ตรัส​ว่า "สันติ​สุข​จง​ดำ​รง​อยู่​กับ​ท่าน​ทั้ง​หลาย"
20 เมื่อ​พระ​องค์​ตรัส​อย่าง​นั้น​แล้ว พระ​องค์​ทรง​ให้​เขา​ดู​พระ​หัตถ์​และ​สี​ข้าง​ของ​พระ​องค์ เมื่อ​พวก​สา​วก​เห็น​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​แล้ว​ก็​มี​ความ​ยินดี
21 พระ​เยซู​ตรัส​กับ​เขา​อีก​ว่า "สันติ​สุข​จง​ดำ​รง​อยู่​กับ​ท่าน​ทั้ง​หลาย พระ​บิดา​ทรง​ใช้​เรา​มา​อย่าง​ไร เรา​ก็​ใช้​พวก​ท่าน​ไป​อย่าง​นั้น"
22 เมื่อ​พระ​องค์​ตรัส​อย่าง​นั้น​แล้ว​จึง​ทรง​ระบาย​ลม​หาย​ใจ​เหนือ​พวก​เขา​และ​ตรัส​กับ​เขา​ว่า "จง​รับ​พระ​วิญ​ญาณ​บริสุทธิ์​เถิด
23 ถ้า​พวก​ท่าน​จะ​อภัย​บาป​ของ​ใคร บาป​ของพวกเขา​ก็​จะ​ได้​รับ​การ​อภัย ถ้า​ท่าน​ไม่​อภัย​บาป​ของ​ใคร บาป​ของ​พวก​เขา​ก็​จะ​ไม่​ได้รับ​การ​อภัย" (ยอห์น 20:19-23 THSV2011)

ดังนั้น สิ่งใดเป็นหนทางที่พระคริสต์ปฏิบัติในฐานะพระคริสต์ผู้ทรงพระชนม์ ขณะนี้พระองค์ตรัสสิ่งใด? และสิ่งที่เราเห็นก็คือในการปรากฎของพระองค์ครั้งแรกต่อเหล่าสาวก พระองค์ตรัส 3 สิ่ง (หรือ 4 ขึ้นอยู่กับวิธีนับ) และ 3 สิ่งนี้จะเป็นของประทาน 3 อย่างแก่คุณ ได้แก่ ของประทานแห่งสันติสุข ของประทานแห่งฤทธิ์เดช และของประทานแห่งวัตถุประสงค์

สิ่งตรงข้ามกับสันติสุขคือความขัดแย้ง สิ่งตรงข้ามกับฤทธิ์เดชคือความอ่อนแอ สิ่งตรงข้ามกับวัตถุประสงค์คือความปราศจากเป้าหมาย

มากมายหลายคนที่ถูกทำลายโดยความขัดแย้ง ความอ่อนแอ และความปราศจากเป้าหมาย พระเยซูไม่ได้มายังโลกนี้และสิ้นพระชนม์และเป็นขึ้นมาอีกครั้งเพื่อทำลายชีวิตของคุณ แต่เพื่อช่วยคุณให้รอดพ้น และสิ่งที่เราเห็นก็คือว่าพระองค์ทรงช่วยเราให้พ้นจากการทำลายชีวิตของเราเองด้วยการที่ทรงเป็นสันติสุข ฤทธิ์เดช และวัตถุประสงค์ของพวกเรา ข้าพเจ้าอธิษฐานว่าพระเจ้าจะทำสิ่งนี้สำหรับคุณ คือ ที่คุณจะให้พระเยซูเป็นสันติสุขของคุณ ให้พระเยซูเป็นฤทธิ์เดชของคุณ ให้พระเยซูเป็นวัตถุประสงค์ของคุณ

 

"สันติ​สุข​จง​ดำ​รง​อยู่​กับ​ท่าน​ทั้ง​หลาย"

พระองค์ตรัสว่าอะไร? สองครั้งที่ตรัสว่า "สันติ​สุข​จง​ดำ​รง​อยู่​กับ​ท่าน​ทั้ง​หลาย"

19 ค่ำ​วัน​นั้น​ซึ่ง​เป็น​วัน​อา​ทิตย์ เมื่อ​สา​วก​ปิด​ประตู​ห้อง​ที่​พวก​เขา​อยู่​เพราะ​กลัว​พวก​ยิว พระ​เยซู​ก็​เสด็จ​เข้า​มา​และ​ทรง​ยืน​อยู่​ท่าม​กลาง​พวก​เขา​ตรัส​ว่า "สันติ​สุข​จง​ดำ​รง​อยู่​กับ​ท่าน​ทั้ง​หลาย"
20 เมื่อ​พระ​องค์​ตรัส​อย่าง​นั้น​แล้ว พระ​องค์​ทรง​ให้​เขา​ดู​พระ​หัตถ์​และ​สี​ข้าง​ของ​พระ​องค์ เมื่อ​พวก​สา​วก​เห็น​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​แล้ว​ก็​มี​ความ​ยินดี
21 พระ​เยซู​ตรัส​กับ​เขา​อีก​ว่า "สันติ​สุข​จง​ดำ​รง​อยู่​กับ​ท่าน​ทั้ง​หลาย พระ​บิดา​ทรง​ใช้​เรา​มา​อย่าง​ไร เรา​ก็​ใช้​พวก​ท่าน​ไป​อย่าง​นั้น" (ยอห์น 20:19-21 THSV2011)

ก่อนที่พระเยซูจะตรัสสิ่งใดเกี่ยวกับฤทธิ์เดชและวัตถุประสงค์ พระองค์ทรงต้องการที่จะให้สันติสุขเกิดขึ้น ลำดับนี้เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง สันติสุขที่พระเยซูประทานนั้นเกิดขึ้นก่อนและแฝงอยู่ใต้การเคลื่อนไหวที่เปี่ยมด้วยฤทธิ์ใด ๆ หรือการกระทำที่เป็นไปด้วยวัตถุประสงค์ใด ๆ เราไม่ต้องเริ่มต้นสันติสุขกับพระเยซูด้วยการเคลื่อนไหวของเรา พระองค์ได้ทรงเริ่มต้นสันติสุขนี้กับเรา

อัครทูตเปาโลได้เขียนจดหมายฝาก 13 เล่มใน 21 เล่ม ที่ได้อธิบายดังนี้

เพราะ​ว่า​พระ​องค์​เอง [พระเยซู] ​ทรง​เป็น​สันติ​ภาพ​ของ​เรา โดย​ร่าง​กาย​ของ​พระ​องค์ ทรง​ทำ​ให้​ทั้ง​สอง​ฝ่าย​เป็น​หนึ่ง​เดียว​กัน [ยิวและชาวต่างชาติ] ... และ​ทำ​ให้​ทั้ง​สอง​ฝ่าย​คืน​ดี​กับ​พระ​เจ้า​เป็น​กาย​เดียว​โดย​ทาง​กาง​เขน จึง​เป็น​เหตุ​ให้​การ​เป็น​ศัตรู​กัน​หมด​สิ้น​ไป ... (เอเฟซัส 2:14-18 THSV2011)

 

สันติสุขได้สำเร็จแล้ว

สันติสุขที่พระเยซูเสนอให้กับเหล่าสาวก เป็นสันติสุขที่พระองค์ทำให้สำเร็จเมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์เพื่อพวกเขาบนไม้กางเขน นี่เป็นเหตุผลที่ข้อ 20 กล่าวว่า

เมื่อ​พระ​องค์​ตรัส​อย่าง​นั้น​แล้ว พระ​องค์​ทรง​ให้​เขา​ดู​พระ​หัตถ์​และ​สี​ข้าง​ของ​พระ​องค์ เมื่อ​พวก​สา​วก​เห็น​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​แล้ว​ก็​มี​ความ​ยินดี (ยอห์น 20:20 THSV2011)

จากสิ่งนี้ พระองค์กำลังบอกว่า "เราเป็นผู้ที่สละชีวิต เราเป็นผู้ที่ถูกทอดทิ้ง เราเป็นผู้ที่ถูกแทงเพราะความทรยศของเรา (อิสยาห์ 53:5) และเหตุผลที่เราสามารถมอบเสนอสันติสุขให้กับเจ้าได้ก็เพราะโลหิตของเราที่ได้ปกคลุมบาปของเจ้า"

แต่​ท่าน​ถูก​แทง​เพราะ​ความ​ทร​ยศ​ของ​เรา
ท่าน​บอบ​ช้ำ​เพราะ​ความ​บาปผิด​ของ​เรา
การ​ตี​สอน​ที่​ตก​บน​ท่าน​นั้น​ทำ​ให้​พวก​เรา​มี​สวัสดิ​ภาพ
และ​ที่​ท่าน​ถูก​เฆี่ยนตี​ก็​ทำให้​เรา​ได้​รับ​การ​รัก​ษา (อิสยาห์ 53:5 THSV2011)

"หากเจ้าวางใจในเราบาปจะไม่กล่าวโทษเจ้า พระพิโรธของพระเจ้าจะหันออกไปจากเจ้า"

นี่เป็นสิ่งที่เปาโลได้กล่าวถึงเมื่อท่านกล่าวว่า

"[พระเยซู] ​ทำ​ให้​ทั้ง​สอง​ฝ่าย​คืน​ดี​กับ​พระ​เจ้า​เป็น​กาย​เดียว​โดย​ทาง​กาง​เขน จึง​เป็น​เหตุ​ให้​การ​เป็น​ศัตรู​กัน​หมด​สิ้น​ไป" (เอเฟซัส 2:16 THSV2011)

การเป็นศัตรูระหว่างพระเจ้ากับเราทั้งหมดนั้นได้ถูกดูดซับโดยกางเขน

"ตรงนี้ ดูที่สีข้างและมือของเรา เราสร้างสันติสุขด้วยสิ่งเหล่านี้ ความยุติธรรมได้รับการชดใช้ด้วยสิ่งเหล่านี้ สันติสุขระหว่างเจ้าและพระเจ้า (และเรา) ได้เกิดขึ้นแล้วด้วยสิ่งเหล่านี้"

 

ที่ซึ่งสันติสุขได้มายังชีวิตของเรา

ดังนั้น มีความสัมพันธ์ 5 ประการที่พระคริสต์ผู้ซึ่งถูกตรึงและเป็นขึ้นมาได้นำสันติสุขมาสู่ชีวิตของคุณ

1. สันติสุขระหว่างเราทั้งหลายกับพระองค์ นั่นเป็นความหมายแรกและชัดเจนที่สุด พระองค์ทรงยืนอยู่ที่นั่นท่ามกลางพวกเขา ยื่นเสนอพระองค์เองแก่พวกเขาในฐานะสหายและผู้ช่วย ไม่ใช่ผู้พิพากษา

2. สันติสุขระหว่างเราทั้งหลายกับพระเจ้า นั่นเป็นเหตุผลที่พระเจ้าประทานพระเยซู เพื่อที่ความยุติธรรมและพระพิโรธของพระเจ้าจะได้รับการชดใช้ด้วยอีกหนทางหนึ่งนอกเหนือจากการลงโทษนิรันดร์ พระเจ้าทรงสร้างสันติสุขกับเราด้วยการแทนที่การทนทุกข์ของพระบุตรของพระองค์ สำหรับโทษของเรา บัดนี้พระองค์เสด็จมายังพวกเราในฐานะพระบิดาผู้ทรงรัก

3. สันติสุขระหว่างเราทั้งหลายกับผู้อื่นซึ่งอยู่ในพระคริสต์ การคืนดีกับพระเจ้า เป็นการคืนดีกับทุกคนที่ได้คืนดีกับพระเจ้า ไม่มีการเป็นศัตรูทั้งในแนวดิ่งและแนวระดับ ไม่มีการแบ่งชนชาติ ไม่มีการแบ่งเชื้อชาติ การแบ่งชนชั้น หรือการแบ่งแยกเพศ

จะ​ไม่​เป็น​ยิว​หรือ​กรีก จะ​ไม่​เป็น​ทาส​หรือ​ไท จะ​ไม่​เป็น​ชาย​หรือ​หญิง เพราะ​ว่า​ท่าน​ทั้ง​หลาย​เป็น​อัน​หนึ่ง​อัน​เดียว​กัน​ใน​พระ​เยซู​คริสต์ (กาลาเทีย 3:28 THSV2011)

4. สันติสุขระหว่างเราทั้งหลายกับจิตใจของเราทั้งหลายเอง จดหมายในพันธสัญญาใหม่ที่มีถึงชาวฮีบรู กล่าวว่า

มาก​ยิ่ง​กว่า​นั้น​สัก​เท่า​ใด พระ​โล​หิต​ของ​พระ​คริสต์ ผู้​ทรง​ถวาย​พระ​องค์​เอง​ที่​ปราศ​จาก​ตำ​หนิ​แด่​พระ​เจ้า​โดย​พระ​วิญ​ญาณ​นิรันดร์ ก็​จะ​ทรง​ชำระ​มโน​ธรรม​ของ​เรา​จาก​การ​ประ​พฤติ​ที่​เปล่า​ประ​โยชน์ เพื่อ​เรา​จะ​ปรน​นิบัติ​พระ​เจ้า​ผู้​ทรง​พระ​ชนม์​อยู่ (ฮีบรู 9:14 THSV2011)

ช่างเป็นสันติสุขที่ล้ำค่าแห่งมโนธรรมที่ชัดเจน มีผู้คนมากมายที่เหน็ดเหนื่อยภายใต้ความทุก์ยากแห่งมโนธรรมที่มัวหมองและเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ในวันพฤหัสบดีข้าพเจ้าอ่านคำพยานของหญิงผู้หนึ่งซึ่งทำแท้งเมื่อ 8 ปีก่อนหน้านั้นและกล่าวว่า "ฉันไม่สามารถให้อภัยตัวเองได้" ข้าพเจ้าเขียนว่า "วันศุกร์ประเสริฐก็มีเพื่อสิ่งนั้น!"

สันติสุขกับตัวคุณเองไม่ได้หมายถึงว่าคุณจะเริ่มเห็นบาปในอดีตเป็นสิ่งที่น่าพึงพอใจ สันติสุขไม่ได้หมายความว่าบาปในอดีตจะไม่สร้างความเจ็บปวดอีกต่อไป มันหมายความว่าบาปเหล่านั้นจะไม่ทำให้คุณเป็นอัมพาต ความเจ็บปวดอาจจะไม่ถูกกำจัดออกไปในทันที แต่โทษของบาปได้ถูกกำจัดไปแล้วทันทีผ่านทางพระคริสต์ และนั่นทำให้ความเจ็บปวดได้รับการรักษา และทำให้คุณสามารถเคลื่อนหน้าต่อไปด้วยชีวิตที่เต็มด้วยความหวัง

5. สันติสุขกับโลก ใช่แล้ว เมื่อพระเยซูสิ้นพระชนม์ พระองค์ได้ทำสิ่งที่จำเป็นต้องทำให้สำเร็จ เพื่อที่วันหนึ่ง ในเวลาของพระเจ้า ความชั่วร้ายทั้งปวงจะถูกทิ้งไปในความมืดภายนอก และการทรงสร้างทั้งสิ้นจะเต็มไปด้วยสันติสุขและความชอบธรรม

19 เพราะ​ว่า​พระ​เจ้า​พอ​พระ​ทัย​ที่​จะ​ให้​ความ​บริ​บูรณ์​ทั้ง​หมด​ดำรง​อยู่​ใน​พระ​องค์
20 และ​โดย​พระ​องค์ พระเจ้า​ทรง​ให้​ทุก​สิ่ง​คืน​ดี​กับ​พระ​องค์​เอง ไม่​ว่า​สิ่ง​นั้น​จะ​อยู่​บน​แผ่น​ดิน​โลก​หรือ​อยู่​บน​สวรรค์ โดย​ทรง​ทำ​ให้​เกิด​สันติ​ภาพ​โดย​พระ​โลหิต​แห่ง​กาง​เขน​ของ​พระ​องค์ (โคโลสี 1:19-20 THSV2011)

การ​เพิ่ม​พูน​ขึ้น​ของ​การ​ปก​ครอง​และ​สันติ​ภาพ​ของ​ท่านจะ​ไม่​มี​ที่​สิ้น​สุด
บน​พระ​ที่​นั่ง​ของ​ดา​วิด และ​เหนือ​ราช​อา​ณา​จักร​ของ​พระ​องค์ เพื่อ​จะ​สถา​ปนา​และ​เชิด​ชู​มัน​ไว้
ด้วย​ความ​ยุติ​ธรรม​และ​ความ​ชอบ​ธรรม ตั้ง​แต่​บัด​นี้​เป็น​ต้น​ไป​จน​นิรันดร์​กาล
ความ​กระ​ตือ​รือร้น​ของ​พระ​ยาห์​เวห์​จอม​ทัพ​จะ​ทำ​การ​นี้ (อิสยาห์ 9:7 THSV2011)

สันติสุขกับพระเยซู สันติสุขกับพระเจ้าพระบิดา สันติสุขกับผู้อื่นที่อยู่ในพระคริสต์ สันติสุขกับเราทั้งหลายเอง และสันติสุขกับโลก นี่ช่างเป็นความสำเร็จที่น่าอัศจรรย์ใจเสียจริง

 

คุณจะรับสันติสุขนี้ได้อย่างไร?

แล้วคุณจะรับสันติสุขนี้ได้อย่างไร? ไม่มีใครที่มีสิ่งนี้ นี่เป็นของประทานของพระเจ้า เราได้รับสิ่งนี้มา หรือเราเดินไปจากสิ่งนี้ หรืออาจจะกล่าวให้ชัดกว่านั้นว่า เรารับพระเยซู หรือเดินไปจากพระองค์ พระองค์เป็นสันติสุขของพวกเรา หากคุณมีพระคริสต์ผู้เป็นขึ้นจากความตายและผู้ซึ่งทรงพระชนม์อยู่ ในฐานะพระผู้ช่วยและองค์พระผู้เป็นเจ้าและทรัพย์สมบัติล้ำค่าและพระสหายของคุณ คุณก็จะมีสันติสุขที่พระองค์ประทานให้ สันติสุขที่พระองค์ทรงเป็น

แต่​ทุก​คน​ที่​ยอม​รับ​พระ​องค์ คือ​คน​ที่​เชื่อ​ใน​พระ​นาม​ของ​พระ​องค์​นั้น พระ​องค์​ก็​จะ​ประ​ทาน​สิทธิ​ให้เป็น​ลูก​ของ​พระเจ้า (ยอห์น 1:12 THSV2011)

เพราะ​ฉะนั้น เมื่อ​เรา​ถูก​ชำระ​ให้​ชอบ​ธรรม​โดย​ความ​เชื่อ​แล้ว เรา​จึง​อยู่​อย่าง​สงบ​สุข​เฉพาะ​พระ​พักตร์​พระ​เจ้า​ทาง​พระ​เยซู​คริสต์​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ของ​เรา (โรม 5:1 THSV2011)

พระเยซูยื่นเสนอสิ่งนี้กับคุณ ข้าพเจ้ายื่นเสนอในนามของพระองค์ นี่เป็นสิ่งที่ไม่คิดมูลค่า ข้าพเจ้าหวังว่าคุณจะรับสิ่งนี้ไว้

ข้าพเจ้าได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับของขวัญแห่งสันติสุขเพราะว่านี่เป็นรากฐานสำคัญ หากพวกเราไม่มีสันติสุขกับพระเจ้า เราก็จะรับเอาของประทานอื่น ๆ ของพระองค์ และใช่สิ่งเหล่านั้นเพื่อสร้างสันติสุข และมันจะไม่สำเร็จได้เลย สันติสุขเป็นสิ่งแรก และเป็นสิ่งที่ไม่คิดมูลค่า ทุกสิ่งอื่นใดล้วนเป็นผลจากสันติสุข ไม่ใช่สาเหตุ สันติสุขเป็นราก

ดังนั้น ขอให้ข้าพเจ้ากล่าวนำให้เข้าใกล้ถึงฤทธิ์เดชและวัตถุประสงค์ที่พระเยซูประทานให้ ทั้งสองได้ถูกกล่าวในข้อ 21-22

21 พระ​เยซู​ตรัส​กับ​เขา​อีก​ว่า "สันติ​สุข​จง​ดำ​รง​อยู่​กับ​ท่าน​ทั้ง​หลาย พระ​บิดา​ทรง​ใช้​เรา​มา​อย่าง​ไร เรา​ก็​ใช้​พวก​ท่าน​ไป​อย่าง​นั้น" [วัตถุประสงค์]
22 เมื่อ​พระ​องค์​ตรัส​อย่าง​นั้น​แล้ว​จึง​ทรง​ระบาย​ลม​หาย​ใจ​เหนือ​พวก​เขา​และ​ตรัส​กับ​เขา​ว่า "จง​รับ​พระ​วิญ​ญาณ​บริสุทธิ์​เถิด" [ฤทธิ์เดช] (ยอห์น 20:21-22 THSV2011)

 

ฤทธิ์เดชโดยพระวิญญาณ

พระเยซูกำลังจะทรงเทพระวิญญาณบริสุทธิ์ลงมาเมื่อพระองค์เสด็จขึ้นสวรรค์

เพราะ​ฉะ​นั้น​เมื่อ​ทรง​เชิด​ชู​พระ​องค์​ขึ้น​อยู่​ที่​พระ​หัตถ์​เบื้อง​ขวา​ของ​พระ​เจ้า​แล้ว และ​เมื่อ​พระ​องค์​ทรง​รับ​พระ​วิญ​ญาณ​บริ​สุทธิ์​จาก​พระ​บิดา​ตาม​พระ​สัญ​ญา​แล้ว พระ​องค์​ทรง​เท​ลง​มา​ดัง​ที่​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ได้​ยิน​และ​ได้​เห็น (กิจการ 2:33 THSV2011)

สิ่งนี้เกิดขึ้นประมาณ 7 สัปดาห์หลังการเป็นขึ้นจากความตายของพระองค์ เราอ่านเกี่ยวกับสิ่งนี้ในบทแรกของพระธรมกิจการ

แต่​พวก​ท่าน​จะ​ได้​รับ​พระ​ราช​ทาน​ฤทธา​นุภาพ เมื่อ​พระ​วิญ​ญาณ​บริ​สุทธิ์​เสด็จ​มา​เหนือ​ท่าน และ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​จะ​เป็น​สักขี​พยาน​ของ​เรา​ใน​กรุง​เยรู​ซา​เล็ม ทั่ว​แคว้น​ยูเดีย ทั่ว​แคว้น​สะมา​เรีย และ​จน​ถึง​ที่​สุด​ปลาย​แผ่นดิน​โลก (กิจการ 1:8 THSV2011)

พระราชกิจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่พระเยซูประทานให้ เป็นการที่พระองค์ทำให้เราสามารถทำในสิ่งที่เราเพียงแค่ไม่สามารถทำได้ด้วยตัวของเราเอง พระองค์ประทานฤทธิ์เดชกับเรา

ดังนั้น ในยอห์น 20:22 พระเยซูทรงสำแดงถึงคำอุปมาด้วยการแสดงให้เห็น

เมื่อ​พระ​องค์​ตรัส​อย่าง​นั้น​แล้ว​จึง​ทรง​ระบาย​ลม​หาย​ใจ​เหนือ​พวก​เขา​และ​ตรัส​กับ​เขา​ว่า "จง​รับ​พระ​วิญ​ญาณ​บริสุทธิ์​เถิด" (ยอห์น 20:22 THSV2011)

พระองค์มิได้ตรัสให้พวกเขารับพระวิญญาณบริสุทธิ์ในเวลานั้นทันที พระองค์ตรัสในสิ่งที่จะเกิดขึ้น "จงตระหนักว่าลมหายใจของเรา ชีวิตของเรา คำพูดของเรา จะอยู่ในพระวิญญาณบริสุทธิ์"

เราได้เห็นสิ่งนี้ก่อนหน้านั้น ในยอห์น 14 พระเยซูตรัสว่า

เรา​จะ​ไม่​ละ​ทิ้ง​พวก​ท่าน​ไว้​ให้​เป็น​ลูก​กำพร้า เรา​จะ​มา​หา​ท่าน (ยอห์น 14:18 THSV2011)

พระเยซูผู้ซึ่งเป็นขึ้นมาและทรงพระชนม์อยู่ ได้มาหาพวกเราแล้ว พระองค์ได้ทรงประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์ให้กับพวกเรา พระวิญญาณของพระองค์ พระองค์ได้ทรงระบายลมหายใจเหนือพวกเรา

บุคคลนี้ ฤทธิ์เดชนี้ เป็นความหวังเดียวของพวกเราในการที่จะทำให้วัตถุประสงค์ที่พระองค์ทรงมีสำหรับเรานั้นสำเร็จ และพระองค์ประทานวัตถุประสงค์ในข้อ 21b

"... พระ​บิดา​ทรง​ใช้​เรา​มา​อย่าง​ไร เรา​ก็​ใช้​พวก​ท่าน​ไป​อย่าง​นั้น" (ยอห์น 20:21 THSV2011)

"เราต้องการให้เจ้ามีชีวิตในโลกดั่งตัวแทนของเรา เป็นทูตของเรา เราต้องการให้เจ้ารับเอาสันติสุขของเรา และรับเราฤทธิ์เดชของเรา และถวายเกียรติแด่พระบิดาด้วยหนทางที่เรามี"

27 "เดี๋ยว​นี้​ใจ​ของ​เรา​เป็น​ทุกข์ จะ​ให้​เรา​พูด​อย่าง​ไร? 'ข้า​แต่​พระ​บิดา ขอ​ทรง​ช่วย​ข้า​พระ​องค์​ให้​พ้น​จาก​ช่วง​เวลา​นี้' อย่าง​นั้น​หรือ? แต่​เพื่อ​จุด​ประ​สงค์​นี้​เอง เรา​จึง​มา​ถึง​ช่วง​เวลา​นี้
28 ข้า​แต่​พระ​บิดา ขอ​พระ​องค์​ทรง​ให้​พระ​นาม​ของ​พระ​องค์​รับ​พระ​เกียรติ" แล้ว​ก็​มี​พระ​สุรเสียง​ดัง​มา​จาก​ฟ้า​ว่า "เรา​ให้​รับ​เกียรติ​แล้ว และ​เรา​จะ​ให้​รับ​เกียรติ​อีก" (ยอห์น 12:27-28)

 

วัตถุประสงค์สำหรับการดำรงอยู่ที่เป็นศูนย์กลางของเราทั้งหลาย

พระเยซูเสด็จมายังพวกเรา และประทานสันติสุขของพระองค์กับพระเจ้าให้กับพวกเรา เมื่อนั้น พระองค์ประทานฤทธิ์เดชในการทำสิ่งต่าง ๆ ที่เพียงแต่มนุษย์ไม่สามารถทำได้ให้กับพวกเรา ดังเช่นการพิชิตความเห็นแก่ตัวของเราเอง และรักผู้อื่น และให้คุณค่าของพระคริสต์เหนือทุกสิ่ง และเมื่อนั้น ด้วยสันติสุขนั้นและฤทธิ์เดชนั้น พระองค์ประทานวัตถุประสงค์สำหรับการดำรงอยู่ที่เป็นศูนย์กลางของเราทั้งหลายให้กับเรา

"... พระ​บิดา​ทรง​ใช้​เรา​มา​อย่าง​ไร เรา​ก็​ใช้​พวก​ท่าน​ไป​อย่าง​นั้น" (ยอห์น 20:21 THSV2011)

"เรากำลังส่งเจ้าไปเพื่อส่งต่อสันติสุขของเราและแสงสว่างของเราและความจริงของเราและชีวิตของเราในโลกนี้ เรากำลังจะไปหาพระบิดาของเรา แต่เราจะมอบพระวิญญาณของเราให้กับเรา เราเป็นฤทธิ์เดชในเจ้า ดังนั้นจงไปและถวายเกียรติแก่เราในโลกนี้"

นั่นเป็นวัตถุประสงค์อันยิ่งใหญ่ของเราทั้งหลาย ในสันติสุขของพระเจ้า โดยฤทธิ์เดชของพระเจ้า ที่เราจะทำตามพระประสงค์ของพระเจ้าเพื่อพระสิริของพระเจ้า และเพื่อผลดีของผู้อื่น

และหากคุณสงสัยในข้อ 23 นี่คือสิ่งที่ข้าพเจ้าคิดว่าข้อนี้หมายถึง นี่เป็นวิธีที่ดีที่ใช้ในการจบ พระเยซูตรัสกับเหล่าสาวกว่า

"ถ้า​พวก​ท่าน​จะ​อภัย​บาป​ของ​ใคร บาป​ของพวกเขา​ก็​จะ​ได้​รับ​การ​อภัย ถ้า​ท่าน​ไม่​อภัย​บาป​ของ​ใคร บาป​ของ​พวก​เขา​ก็​จะ​ไม่​ได้รับ​การ​อภัย" (ยอห์น 20:23 THSV2011)

พระองค์กำลังหมายถึงสิ่งนี้: "เมื่อเจ้าไปบอกผู้คนเกี่ยวกับสิ่งที่เราได้ทำ บอกคำพูดของเรา เกี่ยวกับการงานของเรา ในฤทธิ์เดชของวิญญาณของเรา เราจะเป็นผู้ที่กล่าวผ่านเจ้า เพื่อที่เมื่อผู้ใดเชื่อในถ้อยคำของเจ้า เราจะอภัยบาปของพวกเขา และหากผู้ใดไม่เชื่อถ้อยคำของเจ้า เราจะไม่อภัยพวกเขา และเมื่อเจ้าเป็นเสียงของเราและเป็นความจริงของเรา เราจึงกล่าวเกี่ยวกับการที่เจ้าอภัยพวกเขาหรือการที่เจ้าไม่อภัยพวกเขา"

ความหมายอย่างง่ายของสิ่งนี้ คือ ข้อความที่กล่าวจากผู้ส่งสารที่เป็นมนุษย์ที่เต็มด้วยบาปและล้มลงได้คนนี้ จะเป็นสิ่งที่ตัดสินว่าคุณจะได้รับอภัยหรือไม่ ในฐานะทูตของพระคริสต์ ข้าพเจ้าวิงวอนให้คุณคืนดีกับพระเจ้า รับของประทานแห่งสันติสุขของพระองค์ ฤทธิ์เดชของพระองค์ และวัตถุประสงค์ของพระองค์ อันไม่คิดมูลค่า ในพระนามพระเยซู อาเมน

ศจ. ดร. จอห์น ไพเพอร์

หัวข้อ "พระคริสต์ผู้ซึ่งเป็นขึ้นแล้ว - สันติสุข ฤทธานุภาพ และวัตถุประสงค์ของพระองค์"

เมื่อวันที่ 07/04/2012

แปลโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์

 

By John Piper. © DesiringGod. Website: desiringGod.org

For original passage, including audio or video files, please visit http://www.desiringgod.org/resource-library/sermons/the-risen-christ-his-peace-power-and-purpose.

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ