พิธีมหาสนิท

FollowHisSteps.com
 

การเจิม
การอดอาหาร
นิมิต
พิธีบัพติสมา
พิธีมหาสนิท

(21/09/2007 Midnight Cell)

พิธีมหาสนิท เป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์ ที่พระเยซูคริสต์ ได้สอนให้เรากระทำ

"23 เพราะว่าเรื่องซึ่งข้าพเจ้าได้มอบไว้กับท่านแล้วนั้น ข้าพเจ้าได้รับจากองค์พระผู้เป็นเจ้า คือในคืนที่เขาอายัดพระเยซูเจ้านั้น พระองค์ทรงหยิบขนมปัง
24 ครั้นขอบพระคุณแล้วจึงทรงหัก แล้วตรัสว่า
'นี่เป็นกายของเรา ซึ่งให้แก่ท่านทั้งหลาย จงกระทำอย่างนี้ให้เป็นที่ระลึกถึงเรา'
25 เมื่อรับประทานแล้ว พระองค์จึงทรงหยิบถ้วยด้วยอาการอย่างเดียวกัน ตรัสว่า
'ถ้วยนี้คือพันธสัญญาใหม่ โดยโลหิตของเรา เมื่อท่านดื่มจากถ้วยนี้เวลาใด จงดื่มเป็นที่ระลึกถึงเรา'
26
เพราะว่าเมื่อท่านทั้งหลายกินขนมปังนี้และดื่มจากถ้วยนี้เวลาใด ท่านก็ประกาศการวายพระชนม์ขององค์พระผู้เป็นเจ้า จนกว่าพระองค์จะเสด็จมา" (1โครินธ์ 11:23-26)

เมื่อเราจะพิจารณาถึงพิธีมหาสนิท  เราจำเป็นต้องพิจารณาถึงพิธีปัสกา  ซึ่งเป็นพิธีต้นแบบของพิธีมหาสนิทนี้  ซึ่งจะทำให้เราเห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้น (แม้ว่าพิธีปัสกา เราไม่จำเป็นจะต้องกระทำแล้วและได้เปลี่ยนรูปแบบไปแล้ว เนื่องจากเป็นพิธีที่เล็งถึงการเสด็จมาช่วยมนุษย์จากบาปของพระเยซูคริสต์  และพระเยซูคริสต์ได้ทรงกำหนดพิธีมหาสนิทใช้แก่เราที่จะกระทำตาม)

"1 พระเจ้าตรัสกับโมเสสและอาโรนในประเทศอียิปต์ว่า
2 'ให้เดือนนี้เป็นเดือนเริ่มต้นสำหรับเจ้าทั้งหลาย ให้เป็นเดือนแรกในปีใหม่สำหรับพวกเจ้า
3 จงสั่งชุมนุมคนอิสราเอลว่า ในวันที่สิบเดือนนี้ ให้ผู้ชายทุกคน เตรียมลูกแกะ(คำฮีบรูหมายความว่า ลูกแกะ หรือ ลูกแพะ ก็ได้) ครอบครัวละตัว ตามตระกูลของตน
4 ถ้าครอบครัวใดมีคนน้อยกินลูกแกะตัวหนึ่งไม่หมด ก็ให้รวมกับเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เคียงกันเตรียมลูกแกะ ตัวหนึ่งตามจำนวนคนตามที่เขาจะกินได้กี่มากน้อย ให้นับจำนวนคนที่จะกินลูกแกะนั้น
5 ลูกแกะของเจ้า ต้องปราศจากตำหนิ เป็นตัวผู้อายุไม่เกินหนึ่งขวบ เจ้าจงเอามาจากฝูงแกะ หรือฝูงแพะ
6 จงเก็บไว้ให้ดีถึงวันที่สิบสี่เดือนนี้ แล้วในเย็นวันนั้น ให้ที่ประชุมของคนอิสราเอลทั้งหมด ฆ่าลูกแกะของเขา
7 แล้วเอาเลือดทาที่ไม้วงกบประตูทั้งสองข้าง และไม้ข้างบน ณ เรือนที่เขาเลี้ยงกันนั้นด้วย
8 ในคืนวันนั้นให้เขากินเนื้อปิ้ง กับขนมปังไร้เชื้อ และผักรสขม
9 เนื้อที่ยังดิบหรือเนื้อต้มอย่ากินเลย แต่จงปิ้งทั้งหัวและขา และเครื่องในด้วย
10 จงกินให้หมดอย่าให้มีเศษเหลือจนถึงเวลาเช้า เศษเหลือถึงเวลาเช้าก็ให้เผาเสีย
11 เจ้าทั้งหลายจงเลี้ยงกันดังนี้ คือให้คาดเอว สวมรองเท้า และถือไม้เท้าไว้ และรีบกินโดยเร็ว การเลี้ยงนี้เป็นปัสกา(คำฮีบรูเข้าใจกันว่า หมายความว่า การผ่านเว้น ดูข้อ 13) ของพระเจ้า
12 เพราะในคืนวันนั้น เราจะผ่านไปในประเทศอียิปต์ และเราจะประหารลูกหัวปีทั้งหมดในอียิปต์ทั้ง ของมนุษย์และของสัตว์ และเราจะพิพากษาลงโทษพระทั้งปวงของอียิปต์ เราคือพระเจ้า
13 แต่เลือดที่บ้านที่เจ้าทั้งหลายอยู่นั้น จะเป็นหมายสำคัญสำหรับเจ้า เมื่อเราเห็นเลือดนั้น เราจะผ่านเว้นเจ้าทั้งหลายไป จะไม่มีภัยพิบัติบังเกิดแก่เจ้า ขณะที่เราประหารชาว อียิปต์" (อพยพ 12:1-13)

จากเหตุการณ์ในสมัยโมเสส คืนที่พระเจ้าจะทรงประหารบุตรหัวปีของชาวอียิปต์นั้น  พระเจ้าได้ทรงประทานพิธีปัสกาให้แก่ชาวอิสราเอล  ซึ่งถ้าชาวอิสราเอลกระทำตาม  พระองค์ก็จะทรงเว้นจากชีวิตของบุตรหัวปีของบ้านนั้นไป  เป็นการช่วยชีวิตแก่บุตรหัวปีชาวอิสราเอล

ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับพิธีมหาสนิทนั้น  เป็นพิธีที่พระเยซูคริสต์ทรงสถาปนาขึ้น  เพื่อเป็นเครื่องหมายที่บ่งถึงการเว้นจากพระอาชญา  ซึ่งไม่ใช่เพียงบุตรหัวปีเท่านั้น  แต่เป็นพวกเราทุกคน  ซึ่งสมควรต่อพระอาชญา  แต่เพราะพระเยซูทรงยอมสละชีวิตเพื่อตายแทนพวกเราทุกคน  เราจึงได้รับการละเว้นจากพระอาชญาจากพระเจ้า

ปัสกาเป็นพิธีที่ศักดิ์สิทธิ์ และบริสุทธิ์  และคนที่ไม่ได้รับการชำระตน จะไม่มีสิทธิในพิธีนี้  แม้แต่ของทุกอย่างที่เข้าสู่พิธีนี้ ก็จะมีการเตรียมเป็นพิเศษ

แต่ทว่า บางเงื่อนไข เมื่อไม่มีโอกาสได้เตรียมตัว  จึงไม่จำเป็นต้องมีการชำระตัว 

"18 เพราะว่ามวลชนนั้น คนเป็น อันมากที่มาจากเอฟราอิม มนัสเสห์ อิสสาคาร์ และเศบูลุนยังไม่ได้ชำระตน แต่เขาก็รับประทานปัสกาผิดต่อข้อที่กำหนดไว้ เพราะว่าเฮเซคียาห์ทรงอธิษฐานเผื่อเขาว่า 'ขอพระเจ้าผู้ประเสริฐทรงให้อภัยแก่ทุกๆคน
19 ผู้ปักใจเสาะหาพระเจ้า คือพระเยโฮวาห์พระเจ้าแห่งบรรพบุรุษของเขา ถึงแม้ว่าจะไม่เป็นไปตามกฎของความบริสุทธิ์แห่งสถาน นมัสการนี้'
20 พระเจ้าทรงฟังเฮเซคียาห์และทรงรักษาประชาชน" (2พงศาวดาร 30:18-20)

ซึ่งกรณีเช่นนี้ ไม่ได้ใช้ทั่วไป และไม่สามารถใช้เป็นข้ออ้างในปัจจุบันได้  เพราะว่า ในพระธรรม 1 โครินธ์ ได้บอกถึงโทษของการเข้าสู่พิธีนี้อย่างไม่สมควรไว้อย่างชัดเจน

ดังนั้น  การจะเข้าร่วมพิธีมหาสนิทก็เช่นเดียวกัน เราจะต้องมีการเตรียมตัว เตรียมชีวิตของเราให้พร้อมก่อนที่จะเข้าร่วมสู่พิธีศักดิ์สิทธิ์นี้ โดยก่อนที่จะเข้าพิธีนี้ควรจะมีการเตรียมตัว มีการสารภาพบาป เพื่อรับการชำระให้บริสุทธิ์ก่อนที่จะเข้าสู่พิธีนี้  เพื่อที่จะไม่ต้องรับพระอาชญาจากการเข้าสู่พิธีมหาสนิทอย่างไม่สมควร

"27 เหตุฉะนั้นถ้าผู้ใดกินขนมปัง หรือดื่มจากถ้วยขององค์พระผู้เป็นเจ้าอย่างไม่สมควร ผู้นั้นก็ทำผิดต่อพระกายและพระโลหิตขององค์พระผู้เป็นเจ้า
28
ขอให้ทุกคนพิจารณาตนเอง แล้วจึงกินขนมปังและดื่มจากถ้วยนี้
29
เพราะว่าคนที่กินและดื่มโดยมิได้เล็งเห็นพระกายขององค์พระผู้เป็นเจ้า ก็กินและดื่มเป็นเหตุให้ตนเองถูกพิพากษาโทษ
30
ด้วยเหตุนี้พวกท่านหลายคนจึงอ่อนกำลังและป่วยไข้ และบ้างก็ล่วงหลับไป
31
แต่ถ้าเราพิจารณาตัวเราเอง เราคงไม่ต้องถูกทำโทษ
32
เมื่อองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงทำโทษเรานั้น พระองค์ทรงตีสอนเรา เพื่อมิให้เราถูกทรงพิพากษาลงโทษด้วยกันกับโลก" (1โครินธ์ 11:27-32)

ความหมายของพิธีมหาสนิทนั้น คือ การที่เราจะเข้ามีส่วนร่วมในพระโลหิตของพระคริสต์ และมีส่วนร่วมในกายของพระคริสต์

"16 ถ้วยแห่งพระพร ซึ่งเราได้ขอพระพรนั้น เป็นสิ่งที่ทำให้เรามีส่วนร่วมในพระโลหิตของพระคริสต์มิใช่หรือ ขนมปังซึ่งเราหักนั้น เป็นสิ่งที่ทำให้เรามีส่วนร่วมในพระกายของพระคริสต์มิใช่หรือ
17 แม้เราซึ่งเป็นบุคคลหลายคน แต่เนื่องจากมีขนมก้อนเดียว เราจึงเป็นร่างกายเดียว เพราะว่าเราทุกคนรับประทานขนมก้อนเดียวกัน" (1โครินธ์ 10:16-17)

การเข้าส่วนในพระองค์  หมายถึง  การยอมร่วมส่วนในการตายของพระองค์  เพราะว่าพระเยซูคริสต์ทรงยอมตายแทนเรา  และเริ่มต้นชีวิตใหม่ ในพระองค์

การเข้าสู่บัพติสมา หมายถึง การที่เราจะต้องตายและมีชีวิตใหม่  ซึ่งถ้าเรากระทำอย่างถูกต้อง  การเข้าร่วมสู่พิธีมหาสนิทก็จะไม่มีปัญหา  เพราะชีวิตเราได้เป็นชีวิตใหม่เรียบร้อยแล้ว   แต่หากว่าเราเข้าสู่พิธีบัพติสมาไม่ถูกต้อง  ซึ่งหมายถึงเรายังไม่ได้ตายต่อตัวเก่า  เมื่อเราเข้าสู่พิธีมหาสนิทก็จะมีปัญหา  เพราะว่ากายเก่าของเรา จะเข้าส่วนในการของพระองค์ไม่ได้  และจะมิได้มีการชำระให้บริสุทธิ์ก่อนเข้าสู่พิธีนี้  ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อผู้ที่เข้าสู่พิธีมหาสนิทนี้

อีกนัยหนึ่ง  การเข้าสู่พิธีมหาสนิท ก็จะเป็นโอกาสที่เราจะได้ทบทวนถึงชีวิตของเรา  ว่าชีวิตของเราได้ตายต่อตัวเก่าแล้วหรือยัง  และได้บังเกิดใหม่พร้อมกับพระองค์แล้วหรือยัง  ยังรักษาชีวิตในทางของพระองค์หรือไม่  และเมื่อเข้าสู่พิธีนี้ ก็จะเป็นโอกาสที่เราได้เริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง

ถ้าหากว่ายังไม่มั่นใจว่าเราได้เข้าส่วนในพระคริสต์แล้วหรือยัง  ทางที่ดี ก็ควรที่จะไม่รับเสียดีกว่า  แต่สิ่งนี้ มิได้เป็นข้ออ้างที่จะไม่รับ เพื่อจะไม่ต้องรับอันตรายจากการเข้าสู่พิธีอย่างไม่สมควร  ซึ่งก็เป็นความคิดที่ไม่ถูกต้อง  เพราะหากว่าเราพร้อม แต่ไม่รับมหาสนิท  ก็ไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง  เพราะพระบัญญัติกล่าวไว้ชัดเจนถึงพิธีปัสกา  ซึ่งเป็นต้นแบบของพิธีมหาสนิท

"แต่คนที่สะอาดและมิได้เดินทางไป แต่งดไม่ถือเทศกาลปัสกา ให้อเปหิผู้นั้นจากท่ามกลางชนชาติของเขา เพราะเขามิได้นำเครื่องบูชาของพระเจ้ามาถวายตามกำหนด ผู้นั้นต้องถูกทำโทษ" (กันดารวิถี 9:13)

จะเห็นได้ว่า  พิธีมหาสนิทนี้  เป็นพิธีที่ศักดิ์สิทธิ์  จะต้องระมัดระวังอย่างยิ่งในการเข้าร่วม  ควรจะเข้มงวดเป็นอย่างยิ่ง  เพราะแม้ว่าพระเจ้าของเรานั้น ทรงเป็นความรัก และเต็มไปด้วยพระคุณ  แต่ถ้าหากเราละเมิดต่อพระองค์  พระองค์ก็ทรงเป็นพระเจ้าที่ทรงยุติธรรม และจะทรงเข้มงวดต่อเราอย่างแน่นอน

 

อ.ประดิษฐ์ พรกีรติกุล

คำแบ่งปัน Midnight Cell เมื่อวันที่ 21/09/2007

เรื่อง พิธีมหาสนิท

สรุปโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์

 

  • ถ้าท่านอ่านแล้ว มีความปรารถนาที่จะเปิดใจออก อธิษฐานทูลเชิญพระเยซูคริสต์เสด็จเข้ามาในชีวิตของท่าน และเป็นพระเจ้าของท่าน  กรุณาไปที่หน้า คำอธิษฐาน

  • ถ้าคุณอ่านแล้วสนใจ กรุณาติดต่อคริสตจักรใกล้บ้านท่านได้เลยครับ หรือถ้าหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ก็ติดต่อโดยตรงได้ที่อีเมลของผมเลยครับ ton@followhissteps.com

 

FollowHisSteps.com

ได้รับการสนับสนุน Web Hosting จาก SPAComputer.com, ThaWang.com