คันหน้าคว่ำ คันหลังอย่าตามไป

FollowHisSteps.com
 

เหตุผลที่พระเยซูคริสต์เข้ามาในโลกนี้

มีคนถามข้าพเจ้าว่า "พระเยซูคริสต์เข้ามาในโลกนี้ทำไม?"

ข้าพเจ้าตอบว่าพระเยซูคริสต์เข้ามาในโลกนี้เพราะเหตุผล 2 ประการ

 

1 พระเยซูคริสต์เสด็จมาในโลกนี้ เพราะมนุษย์ถูกสร้างตามอย่างพระฉายาพระเจ้า

มนุษย์ถูกสร้างตามอย่างพระฉายาพระเจ้า ดังนั้นในสายพระเนตรพระเจ้า มนุษย์มีค่ามากที่สุด

เมื่อพระเจ้าทรงสร้างสรรพสิ่งในโลก พระองค์ทรงกำหนดคุณค่าให้กับมัน

พระองค์ทรงสร้างวัตถุ พืช สัตว์ และมนุษย์ ถ้าพี่น้องสังเกตดี ๆ ทั้งวัตถุ พืช และสัตว์มีค่า แต่มีคุณค่าต่างกัน

วัตถุ คือสิ่งที่ไม่มีชีวิต ถ้าหากนำก้อนหินตามถนนไปขายสัก 10 บาทก็คงจะไม่มีคนซื้อ คิดจะขายก็ผิดปกติแล้ว ถ้ามีใครที่คิดจะซื้อ ก็คงจะยิ่งผิดปกติ แต่ขณะเดียวกัน ทองก้อนหนึ่งย่อมมีคุณค่ามากกว่าก้อนหิน

พืชก็มีคุณค่าต่างกันเช่นเดียวกัน ถ้าหากถอนต้นหญ้าต้นหนึ่งคงจะไม่สะเทือน แต่หากจะตัดต้นสักทองก็คงจะเป็นเรื่องใหญ่ ในทำนองเดียวกัน หากนำหญ้าไปขายต้นละ 20 บาทก็ไม่มีใครซื้อ แต่กล้วยไม้บางครั้งขายได้เป็นแสนบาท

สำหรับสัตว์ ยิ่งเห็นได้ชัด คุณค่าต่างกันเช่นกัน อาทิเช่น สุนัขขี้เรื้อน ให้ฟรีก็คงจะไม่มีใครเอา แต่บางครั้งสุนัขกลับมีราคาเป็นล้าน ดังที่ออกในทีวี

แต่พี่น้องสังเกตหรือไม่ว่า สำหรัมนุษย์แล้ว คุณค่าไม่ต่างกัน

คนคนหนึ่งมีรถเบนส์ขับ มีทรัพย์สินเป็นล้าน เมื่อเทียบกับคนเก็บขยะคนหนึ่ง จะพบว่าทั้งสองมีคุณค่าไม่ต่างกัน คนยากดีมีจน คนพิการ ทุกคนล้วนมีคุณค่าในสายพระเนตรของพระเจ้า เพราะมนุษย์ทุกคนถูกสร้างตามอย่างพระฉายาของพระเจ้า มนุษย์จึงมีคุณค่า

มนุษย์มีค่า ไม่ใช่เพราะมีร่างกาย แต่เพราะมีจิตวิญญาณที่พระเจ้าทรงใส่ไว้ในมนุษย์ และพระเยซูเข้ามาในโลกนี้ ก็เพราะมนุษย์มีจิตวิญญาณ และจิตวิญญาณมีค่ามาก

นักปรัชญากรีกผู้หนึ่งกล่าวว่า ถ้าหากอยากรู้ว่ามนุษย์มีจิตวิญญาณหรือไม่ ให้ดูปรารกฎการณ์ดังต่อไปนี้

1. มนุษย์สามารถคิดอย่างหนึ่ง และแสดงออกต่างจากที่คิดได้

เพราะมนุษย์มีจิตวิญญาณ จึงสามารถคิดอย่างหนึ่ง และแสดงออกต่างจากที่คิดได้

ปรากฎการณ์นี้ไม่มีในสัตว์ เมื่อสุนัขโกรธก็แสดงอาการโกรธ ชอบก็แสดงอาการชอบ แต่สำหรับมนุษย์ บางครั้งเกลียดในใจ แต่ยิ้มข้างนอกได้ เมื่อคุณมองหน้าข้าพเจ้าแล้ว อาจด่าข้าพเจ้าในใจขณะที่ยิ้มอยู่ก็เป็นได้ สิ่งนี้สุนัขทำไม่ได้ มีหมาเดียวที่ทำได้ คือ "หมานุษย์" เพราะมนุษย์มีวิญญาณ จึงสามารถทำได้

2. มนุษย์ต้องการความอิ่มใจฝ่ายวิญญาณ

เพราะมนุษย์มีจิตวิญญาณ จึงต้องการความอิ่มใจฝ่ายวิญญาณ

สัตว์ไม่ต้องการความอิ่มใจฝ่ายวิญญาณ เพราะอิ่มทางร่างกายก็เพียงพอแล้ว แต่มนุษย์ต้องการความอิ่มใจ ต้องการความรักที่ทำให้อิ่มใจ

ถ้าคุณไปที่ศูนย์ส่งเสริมที่ขอนแกนที่ข้าพเจ้าทำงานอยู่ และสังเกตแมวตัวหนึ่งของข้าพเจ้า เมื่อข้าพเจ้ายกขาขึ้น มันจะวิ่งเอาหัวมาถูขาของข้าพเจ้า สักพักหนึ่งข้าพเจ้าก็จะเอาเท้าลูบหัวมัน มันก็หลับตาพริ้มด้วยความสุข นี่คือสัตว์ ให้อาหาร และลูบหัว มันก็มีความสุข

แต่สำหรับลูกของข้าพเจ้า มิได้เป็นเช่นนั้น หากนำอาหารให้ลูกกิน และเอาเท้าลูบหัว ลูกก็คงจะไม่พอใจ เพราะลูกต้องการที่จะให้ข้าพเจ้ากระทำอย่างเหมาะสมด้วย นี่เป็นเพราะมนุษย์มีวิญญาณ

3. มนุษย์สามารถโมโหตัวเองและทำร้ายตัวเองได้

คุณคงจะไม่เคยเห็นสัตว์ตัวไหนเลย ที่จะทำร้ายตัวเอง โมโหตัวเอง พูดกับตัวเอง นอกจากมนุษย์

คุณเคยเห็นสัตว์ฆ่าตัวตายหรือไม่? ปรากฎการณ์ที่มนุษย์ฆ่าตัวตาย หรือทำร้ายตัวเอง ก็เป็นเพราะมนุษย์มีวิญญาณ มีความเจ็บปวดฝ่ายวิญญาณ

พระเยซูคริสต์เสด็จมาก็เพราะมนุษย์มีวิญญาณ และพระองค์ทรงตีคุณค่าวิญญาณมนุษย์สูงมาก แม้ทรัพย์สินทั้งโลกรวมกัน ก็ยังซื้อวิญญาณดวงหนึ่งไม่ได้ ดังนั้นวิญญาณของคุณแต่ละคนมีคุณค่าในสายพระเนตรของพระเจ้า

มีคนถามข้าพเจ้าว่า ถ้าโลกนี้มีมนุษย์เพียงคนเดียวที่หลงจากทางของพระเจ้า ไม่เอาพระเจ้า พระเยซูจะเสด็จมาตายแทนเขาหรือไม่?

ข้าพเจ้าตอบว่า "ฟังธง พระเยซูคริสต์มาแน่นอน"

พระคัมภีร์บอกว่า

4 “ใคร​ใน​พวก​ท่าน​ที่​มี​แกะ​ร้อย​ตัว​และ​ตัว​หนึ่ง​หลง​หาย​ไป จะ​ไม่​ทิ้ง​เก้า​สิบ​เก้า​ตัว​นั้น​ไว้​ที่​กลาง​ทุ่ง​หญ้า​แล้ว​ออก​ไป​ตาม​หา​ตัว​ที่​หาย​ไป​นั้น​จน​กว่า​จะ​พบ​หรือ?
5 และ​เมื่อ​พบ​แล้ว เขา​จะ​ยก​ขึ้น​ใส่​บ่า​แบก​มา​ด้วย​ความ​ชื่น​ชม​ยินดี
6 เมื่อ​มา​ถึง​บ้าน เขา​ก็​เชิญ​มิตร​สหาย​และ​เพื่อน​บ้าน​ให้​มา​พร้อม​กัน แล้ว​พูด​กับ​พวก​เขา​ว่า ‘มา​ร่วม​ยินดี​กับ​ข้า เพราะ​ข้า​พบ​แกะ​ของ​ข้า​ที่​หาย​ไป​นั้น​แล้ว’ (ลูกา 15:4-6 THSV2011)

พระเยซูคริสต์เสด็จมาในโลกนี้ เพราะมนุษย์ถูกสร้างตามอย่างพระฉายาของพระเจ้า

 

2. พระเยซูคริสต์เสด็จมาในโลกนี้ เพราะมนุษย์ไม่มีทางที่จะไป

นักปรัชญากรีกพยายามหาทางออกจากโลกนี้ เพราะเขารู้ดีว่ามนุษย์เราอยู่ในโลกนี้เพียงชั่วคราว ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า ดังนั้นเขาจึงกล่าวว่า "คนเรา หากไม่รู้ที่มา ก็ไม่รู้ที่ไป"

ข้าพเจ้ามาจากขอนแก่น มาเทศนาที่กรุงเทพ เมื่อเทศนาเสร็จก็กลับขอนแก่น เช่นเดียวกัน ทีมงานจากไต้หวัน มากรุงเทพ เมื่อเสร็จภาระกิจก็เดินทางกลับไปยังประเทศของตน
เมื่อคุณไม่รู้ว่าวิญญาณคุณมาจากไหน คุณก็ไม่รู้ว่าวิญญาณจะไปไหน

มนุษย์ไม่รู้ว่าวิญญาณจะไปไหน เพราะปัญญามนุษย์มีขีดจำกัด

แพทย์สามารถรักษาโรคทางกายได้ แต่โรคทางจิตวิญญาณรักษาไม่ได้ พระเยซูคริสต์มาในโลกนี้มาเพื่อรักษาโรคบาป

25 ปีก่อน เมื่อข้าพเจ้าเข้าโบสถ์ครั้งแรก ข้าพเจ้าได้ฟังเพลงจีนหนึ่งแล้วน้ำตาไหล

ไม่มีสหายช่วยเราเหมือนพระเยซู ไม่มีใคร ไม่มีใคร
ใครล้างบาปได้นอกจากองค์พระเยซู ไม่มีใคร ไม่มีใคร

ความบาปของเราพระเจ้าทรงทราบหมด
พระองค์ช่วยเราจนตลอดกาล
ไม่มีสหายช่วยเราเหมือนพระเยซู
ไม่มีใคร ไม่มีใคร

(เพลงชีวิตคริสเตียน "ไม่มีใคร")

พระเยซูคริสต์มาเรียกคนบาปให้กลับใจ

บางคนอาจถามข้าพเจ้าว่า "พูดเช่นนี้ไม่เกี่ยวข้องกับหัวข้อเทศนาเลย" นี่แหละ เกี่ยวข้องโดยตรง พระเยซูคริสต์เข้ามาในโลกนี้เพื่อช่วยมนุษย์ให้กลับสู่วัตถุประสงค์ที่งดงามของพระเจ้า

 

บัพติมา 5 ประเภท

วันนี้มีพิธีบัพติสมา ซึ่งแสดงให้เห็นแผนการที่ยิ่งใหญ่ของพระเจ้า

จากพระวจนะของพระเจ้า แผนการของพระองค์ปรากฎในพิธีบัพติศมา

บัพติศมาทำให้เห็นแผนการยิ่งใหญ่ของพระเจ้า ว่าพระองค์เสด็จมาโลกนี้ทำไม และพิธีบัพติสมาทำให้เราได้เห็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น

บัพติศมาในพระคัมภีร์มี 5 ประเภทด้วยกัน ได้แก่

  1. บัพติศมาของยอห์นผู้ให้บัพติศมา
  2. บัพติศมาที่พระเยซูคริสต์ทรงรับ
  3. บัพติศมาตามพระมหาบัญชาที่พระเยซูคริสต์ตรัสสั่งให้สาวกทำ
  4. บัพติศมาของเปาโล
  5. บัพติศมาของเปโตร

บัพติศมาทั้ง 5 ประเภท แสดงให้เราได้เห็นถึงแผนการยิ่งใหญของพระเจ้า นี่คือชีวิตคริสเตียน เป็นแผนการที่พระเจ้ามีให้กับมนุษย์ทุกคน เพื่อคุณจะไปถึงแผนการยิ่งใหญ่ของพระเจ้า คือความเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้า

เป้าหมายสูงสุดของพระเจ้าในการสร้างมนุษย์ คือ มนุษย์กับพระเจ้าเป็นหนึ่งเดียวกัน มีความสัมพันธ์เป็นหนึ่งเดียวกัน พระเยซูคริสต์เข้ามาในโลกเพื่อให้มนุษย์เป็นหนึ่งเดียวกั

20 'ข้า​พระ​องค์​ไม่​ได้​อธิษ​ฐาน​เพื่อ​คน​เหล่า​นี้​พวก​เดียว แต่​เพื่อ​ทุก​คน​ที่​วาง​ใจ​ใน​ข้า​พระ​องค์​เพราะ​ถ้อย​คำ​ของ​พวก​เขา
21 เพื่อ​พวก​เขา​จะ​ได้​เป็น​อัน​หนึ่ง​อัน​เดียว​กัน ดัง​เช่น​พระ​องค์​ผู้​เป็น​พระ​บิดา​สถิต​ใน​ข้า​พระ​องค์​และ​ข้า​พระ​องค์​ใน​พระ​องค์ เพื่อ​พวก​เขา​จะ​ได้​อยู่​ใน​พระ​องค์​และ​ใน​ข้า​พระ​องค์​ด้วย เพื่อ​โลก​จะ​ได้​เชื่อ​ว่า​พระ​องค์​ทรง​ใช้​ข้า​พระ​องค์​มา
22 เกียรติ​ซึ่ง​พระ​องค์​ประ​ทาน​แก่​ข้า​พระ​องค์​นั้น ข้า​พระ​องค์​มอบ​ให้​แก่​พวก​เขา เพื่อ​พวก​เขา​จะ​ได้​เป็น​อัน​หนึ่ง​อัน​เดียว​กัน ดัง​เช่น​พระ​องค์​กับ​ข้า​พระ​องค์
23 ข้า​พระ​องค์​อยู่​ใน​พวก​เขา​และ​พระ​องค์​ทรง​อยู่​ใน​ข้า​พระ​องค์ เพื่อ​พวก​เขา​จะ​ได้​เป็น​อัน​หนึ่ง​อัน​เดียว​กัน​อย่าง​สม​บูรณ์ เพื่อ​โลก​จะ​ได้​รู้​ว่า​พระ​องค์​ทรง​ใช้​ข้า​พระ​องค์​มา และ​พระ​องค์​ทรง​รัก​พวก​เขา​เหมือน​อย่าง​ที่​พระ​องค์​ทรง​รัก​ข้า​พระ​องค์' (ยอห์น 17:20-23 THSV2011)

เพื่อตามวัตถุประสงค์นี้ พระองค์จึงได้ทรงประทานพิธีบัพติศมา 5 อย่าง โดยการที่ทรงดลใจคนของพระองค์ให้เขียนขึ้นมา

 

1. บัพติศมาของยอห์นผู้ให้บัพติศมา

บัพติศมาของยอห์น มีวัตถุประสงค์เพื่อเล็งถึงการกลับใจใหม่

ยอห์น​ผู้​ให้​บัพ​ติศ​มา​ปรา​กฏ​ตัว​ขึ้น​ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร ท่าน​ประ​กาศ​ถึง​บัพ​ติศ​มา​ที่​แสดง​การ​กลับ​ใจ​ใหม่ เพื่อ​รับ​การ​ยก​โทษ​ความ​ผิด​บาป (มาระโก 1:4 THSV2011)

ชีวิตคริสเตียนเริ่มไม่ได้เลยถ้าหากไม่มีการกลับใจใหม่

การกลับใจใหม่ ไม่ใช่เพียงแค่การเสียใจที่ได้ทำบาป ภาษาจีน ใช้คำว่า "รู้สึกเสียใจในความบาป และมีการเปลี่ยนแปลงชีวิต" ตอนแรกกำลังมุ่งหน้าสู่ความตาย ตอนนี้หันสู่พระเจ้า

ยอห์นกล่าวว่า

"ข้าพ​เจ้า​ให้​ท่าน​รับ​บัพ​ติศ​มา​ด้วย​น้ำ แสดง​ว่า​กลับ​ใจ​ใหม่​ก็​จริง แต่​พระ​องค์​ผู้​จะ​มา​ภาย​หลัง​ข้าพ​เจ้า ทรง​ยิ่ง​ใหญ่​กว่า​ข้าพ​เจ้า ซึ่ง​ข้าพ​เจ้า​ไม่​คู่​ควร​แม้​แต่​จะ​ถือ​ฉลอง​พระบาท​ของ​พระ​องค์ พระ​องค์​จะ​ทรง​ให้​พวก​ท่าน​รับ​บัพ​ติ​ศมา​ด้วย​พระ​วิญ​ญาณ​บริ​สุทธิ์​และ​ด้วย​ไฟ" (มัทธิว 3:11 THSV2011)

ซึ่งมีความหมายว่า "ข้าพเจ้าให้ชีวิตใหม่ไม่ได้ แต่ต้องการให้ท่านทั้งหลายกลับใจ เพื่อรอผู้หนึ่งที่จะทำให้ท่านรับชีวิต ผู้ซึ่งจะทำให้ท่านได้รับบัพติศมาด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์และด้วยไฟ"

บัพ​ติ​ศมา​ด้วย​พระ​วิญ​ญาณ​บริ​สุทธิ์​และ​ด้วย​ไฟ หมายความว่า คนที่เชื่อ จะได้รับบัพติศมาด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ แต่คนที่ไม่เชื่อจะได้รับบัพติศมาด้วยไฟแห่งการพิพากษา

ดังนั้น ข่าวประเสริฐที่ถูกประกาศไปจะส่งผล 2 อย่าง คือ คนเชื่อ จะได้รับบัพติศมาด้วยพระวิญญาณ หมายถึงความรอด และคนไม่เชื่อ ข่าวประเสริฐจะส่งผลถึงการพิพากษา

คนหนึ่งถามข้าพเจ้าว่า "ทำไมพระเยซูต้องรับโทษแทนผม ผมลูกผู้ชายพอ บาปใครบาปมัน ทำเองรับเอง"

ข้าพเจ้าตอบว่า "คุณพูดเช่นนี้ แสดงว่าคุณไม่รู้จักความรักของพ่อแม่ สมมุติว่าวันหนึ่งลูกของผมไปติดหนี้ และไม่มีปัญญาใช้หนี้ พ่อมีความรักจึงเอาเงินไปใช้หนี้ให้ และหากลูกจะบอกว่า 'พ่อไม่ต้องยุ่ง ผมลูกผู้ชายพอ หนี้ของผม ผมใช้เอง' ผมเป็นพ่อ ไม่ได้ติดหนี้เขา แต่ด้วยความรักและด้วยความผูกพัน จึงต้องการใช้หนี้ให้"

ถ้าพระเจ้าไม่ใช่พระผู้สร้าง ก็คงจะสามารถพูดเช่นนี้ได้ ว่าบาปใครบาปมัน แต่พระเจ้าผู้นี้สร้างคุณ รักคุณ และเตรียมความรอดให้กับคุณแล้ว คุณพูดเช่นนี้ จะพ้นนรกได้อย่างไร ถ้าหากคุณปฏิเสธข่าวประเสริฐก็จะพ้นบึงไฟนรกไม่ได้ เพราะคุณปฏิเสธวิธีเดียวที่จะช่วยคุณได้

นี่คือบัพติศมาของยอห์น

 

2. บัพติศมาที่พระเยซูคริสต์ทรงรับ

บัพติศมาที่พระเยซูคริสต์ทรงรับ เป็นบัพติศมาที่ทำให้แผนการในการไถ่บาปของพระเจ้าสำเร็จ ทำให้ความรอดที่กำหนดไว้ก่อนการวางรากสร้างโลกสำเร็จ รอเวลาที่มนุษย์ยื่นมือรับเท่านั้น แต่จะรับไม่รับก็เรื่องของมนุษย์ พระเจ้ามิได้ทรงบังคับมนุษย์ พระเจ้าไม่เคยขอร้องมนุษย์ เพราะพระองค์ประทานอิสระในการเลือก พระองค์ไม่ได้ขอร้อง เพราะทรงเป็นเจ้าของเหนือฟ้าสวรรค์ แต่พระองค์ตรัสสั่งให้มนุษย์กลับใจใหม่

20 ปีก่อน มีนักเทศผู้หนึ่งเทศนาบนเวที ท่านได้นำเอารูปที่พระเยซูยืนเคาะที่ประตู และท่านเทศนาว่า "พี่น้องครับ ได้ยินเสียงพระเยซูเคาะประตูอยู่หรือเปล่า พระองค์ทรงเคาะหลายปี สงสารพระองค์บ้างเถิด เปิดประตูให้พระองค์เข้าไปเถิด"

ข้าพเจ้าได้ฟังก็รู้สึกไม่พอใจ เพราะความจริงคือ พระเยซูไม่เคยขอร้องให้คนเชื่อ พระเจ้าไม่เคยขอร้องให้มนุษย์เชื่อ แต่ตรัสสั่งให้มนุษย์กลับใจใหม่ หากไม่กลับใจใหม่ ก็จะต้องตาย

แต่คนที่ขอร้องคือใคร? ก็คือข้าพเจ้าเอง ข้าพเจ้าขอร้องให้ท่านคืนดีกับพระเจ้าเถิด

 

3. บัพติศมาตามพระมหาบัญชาที่พระเยซูคริสต์ตรัสสั่งให้สาวกทำ

พิธีบัพติศมาที่พี่น้องได้รับ ไม่เกี่ยวกับความรอด วินาทีที่คุณเชื่อพระเยซูคริสต์ คุณก็รอดแล้ว แต่บัพติศมาไม่เกี่ยวกับความรอด ดังนั้นต้องระวังคำสอนให้ดี

คริสตจักรเทียมเท็จบางแห่งสอนว่า เชื่ออย่างเดียวไม่รอด ต้องรับบัพติศมาด้วย ถ้าไม่รับบัพติศมาไม่รอด ขอพี่น้องระวัง

ข้าพเจ้าเคยเจอผู้นำของคริสตจักรเทียมเท็จคนหนึ่ง

ข้าพเจ้าถามว่า "โจรบนไม้กางเขน รับบัพติศมาตั้งแต่เมื่อไร แต่เขารอด เขาไม่เคยรับบัพติศมา"

เขาตอบว่า "อาจารย์รู้ได้อย่างไรว่าโจรไม่ได้รับบัพติศมา"

ข้าพเจ้าตอบว่า "ไม่เคยอ่านเจอ"

เขาตอบว่า "รับบัพติศมาของยอห์นแล้ว แต่ไม่ได้บันทึกไว้"

ข้าพเจ้าสรุปได้ว่า นี่เป็นการมั่วนิ่ม

บัพติศมานี้ไม่เกี่ยวกับความรอด แต่เป็นการถวายเกียรติแด่พระเจ้า เป็นการเชื่อฟังขั้นพื้นฐาน เป็นการประกาศตัวต่อเบื้องสูงและเบื้องล่างว่าเป็นคนของพระเจ้าแล้ว

ดังนั้นบัพติศมา เป็นเหมือนพิธีแต่งงาน แต่งงานกับพระเยซูคริสต์ ประกาศตัวว่าต่อไปนี้เราเป็นของพระเยซูคริสต์แล้ว แต่ก่อนไม่ได้เป็นหนึ่งเดียวกันกับพระคริสต์ แต่เดี๋ยวนี้เป็นของพระเยซูคริสต์แล้ว เป็นส่วนหนึ่งของเจ้าสาวของพระคริสต์ เป็นส่วนหนึ่งของพระกายพระคริสต์

พระคริสต์และคริสตจักรเป็นหนึ่งเดียวกัน กายหากไม่ติดกับหัว ส่วนบนก็คงเป็นเหมือนกับผีกระสือ ส่วนล่างก็เป็นเหมือนผีหัวขาด

แต่บัพติศมาเป็นการประกาศตัวว่า เป็นหนึ่งเดียวกันแล้ว เรากับพระคริสต์เป็นของซึ่งกันและกันแล้ว พระคริสต์เป็นศีรษะ คริสตจักรเป็นร่างกาย

พระคริสต์รักคริสตจักร คริสตจักรต้องเชื่อฟังพระคริสต์

22 ส่วน​ภรร​ยา​จง​ยอม​เชื่อ​ฟัง​สามี​ของ​ตน เหมือน​ยอม​เชื่อ​ฟัง​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า
23 เพราะ​ว่า​สามี​เป็น​ศีรษะ​ของ​ภรร​ยา เหมือน​พระ​คริสต์​ทรง​เป็น​ศีรษะ​ของ​คริสต​จักร​ซึ่ง​เป็น​พระ​กาย​ของ​พระ​องค์ โดย​พระ​องค์​เป็น​พระ​ผู้​ช่วย​ให้​รอด
24 คริสต​จักร​ยอม​เชื่อ​ฟัง​พระ​คริสต์​อย่าง​ไร ภรร​ยา​ก็​ควร​ยอม​เชื่อ​ฟัง​สามี​ทุก​ประ​การ​อย่าง​นั้น
25 ส่วน​สามี​ก็​จง​รัก​ภรร​ยา​ของ​ตน เหมือน​พระ​คริสต์​ทรง​รัก​คริสต​จักร และ​ประ​ทาน​พระ​องค์​เอง​เพื่อ​คริสต​จักร (เอเฟซัส 5:22-25 THSV2011)

เปาโลกล่าวว่า พระคริสต์รักคริสตจักรฉันใด สามีต้องรักภรรยาฉันนั้น และคริสตจักรเชื่อฟังพระคริสต์ฉันใด ภรรยาต้องเชื่อฟังสามีฉันนั้น

ทำไมพระคัมภีร์จึงเทียบสามีเป็นศีรษะ?

  1. ศีรษะมีหน้าที่เลี้ยงดูร่างกาย ทุกวันนี้ เวลารับประทานอาหาร อาหารก็เข้าทางหัว ไม่ใช่ทางสะดือ เลี้ยงดูร่างกาย
  2. ศีรษะมีหน้าที่ดูแลร่างกาย เวลาได้บาดเจ็บก็ต้องใช้หัวในการดู
  3. ศีรษะมีไว้เพื่อเตรียมสำหรับการปวดศีรษะ สามีจึงมักจะปวดศีรษะมาก

ภรรยาเป็นเหมือนร่างกาย เช่นเดียวกับที่คริสตจักรเชื่อฟังพระคริสต์ เมื่อสามีสั่ง ภรรยาต้องเชื่อฟัง

แต่สามีอย่าดีใจไป การที่ภรรยาเชื่อฟัง ไม่ใช่เพราะสามีเป็นศีรษะ แต่เป็นเพราะว่าภรรยารักพระเจ้า เชื่อพระเจ้า ถ้าหากไม่เป็นเช่นนั้น อย่าคิดเลยว่าจะเชื่อฟัง

 

4. บัพติศมาของเปาโล

เป็นประเด็นหลัก จะขอกล่าวรายละเอียดในตอนท้าย

 

5. บัพติศมาของเปโตร

18 เพราะ​พระ​คริสต์​ทรง​ทน​ทุกข์​ครั้ง​เดียว​เป็น​พอ​เพราะ​บาป คือ​พระ​องค์​ผู้​ชอบ​ธรรม​เพื่อ​ผู้​ไม่​ชอบ​ธรรม เพื่อ​จะ​นำ​พวก​ท่าน​ไป​ถึง​พระ​เจ้า ฝ่าย​กาย​พระ​องค์​จึง​สิ้น​พระ​ชนม์ แต่​ฝ่าย​จิต​วิญ​ญาณ​ทรง​คืน​พระ​ชนม์
19 และ​โดย​ทาง​วิญ​ญาณ พระ​องค์​ได้​เสด็จ​ไป​บอก​พวก​วิญ​ญาณ​ที่​ติด​คุก​อยู่
20 ซึ่ง​ใน​สมัย​ก่อน​ไม่​เชื่อ​ฟัง​พระ​เจ้า คราว​เมื่อ​พระ​เจ้า​ทรง​อด​ทน​รอ​คอย​ให้​กลับ​ใจ​ใน​สมัย​โน​อาห์ ขณะ​ที่​ท่าน​กำ​ลัง​ต่อ​เรือ​ใหญ่ ใน​เรือ​นั้น​มี​น้อย​คน คือ​แปด​ชีวิต​รอด​ผ่าน​น้ำ
21 บัด​นี้​น้ำ​นั้น​ที่​เล็ง​ถึง​พิธี​บัพ​ติศ​มา​ก็​ช่วย​พวก​ท่าน​ให้​รอด​เช่น​เดียว​กัน ไม่​ใช่​เป็น​การ​ชำระ​มล​ทิน​ทาง​กาย แต่​เป็น​การ​วิง​วอน​พระเจ้า​เพื่อ​จะ​มี​มโน​ธรรม​ที่​ดี ความ​รอด​นั้น​มา​โดย​ทาง​การ​คืน​พระ​ชนม์​ของ​พระ​เยซู​คริสต์
22 พระ​องค์​เสด็จ​สู่​สวรรค์ และ​ประ​ทับ​เบื้อง​ขวา​พระ​หัตถ์​ของ​พระ​เจ้า​แล้ว มี​พวก​ทูต​สวรรค์​และ​พวก​วิญ​ญาณ​ที่​มี​อำ​นาจ และ​พวก​วิญ​ญาณ​ที่​มี​ฤทธา​นุภาพ​อยู่​ใต้​บังคับ​ของ​พระ​องค์ (1 เปโตร 18-22 THSV2011)

บัพติศมาของอาจารย์เปโตร กล่าวถึงโนอาห์ มีความหมายว่า "ถึงแม้จะเจอความยากลำบาก ยากดีมีจน สุขทุกข์ ฉันก็ยังไม่ละทิ้งความเชื่อ"

นี่เป็นความน่าประทับใจ ที่เราจะกล่าวว่า "ต่อไปนี้ มีสุขร่วมเสพ มีทุกข์ร่วมต้านกับพระองค์ จะติดตามพระองค์จนถึงที่สุด"

การบัพติศมาเป็นการทนทุกข์

 

บัพติศมาของเปาโล

1 พี่​น้อง​ทั้ง​หลาย เพราะ​ว่า​ข้าพ​เจ้า​ต้อง​การ​ให้​ท่าน​ทั้ง​หลาย​เข้า​ใจ​ว่า บรรพ​บุรุษ​ของ​เรา​ทั้ง​หมด​ได้​อยู่​ใต้​เมฆ และ​ได้​ผ่าน​ทะเลไป​ทุก​คน
2 ได้​รับ​บัพ​ติศ​มา​ใน​เมฆ​และ​ใน​ทะเล​เข้า​สนิท​กับ​โม​เสส​ทุก​คน
3 ได้​รับ​ประ​ทาน​อา​หาร​ฝ่าย​จิต​วิญ​ญาณ​เดียว​กัน​ทุก​คน
4 และ​ได้​ดื่ม​น้ำ​ฝ่าย​จิต​วิญ​ญาณ​เดียว​กัน​ทุก​คน เพราะ​ว่า​พวก​เขา​ได้​ดื่ม​จาก​พระ​ศิลา​ฝ่าย​จิต​วิญ​ญาณ​ที่​ติด​ตาม​เขา​ไป พระ​ศิลา​นั้น​คือ​พระ​คริสต์
5 แต่​ถึง​กระ​นั้น​ก็​ดี​มี​คน​ส่วน​มาก​ใน​พวก​นั้น​ที่​พระ​เจ้า​ไม่​พอ​พระ​ทัย เรา​ทราบ​ได้​จาก​ที่​เขา​ล้ม​ตาย​กัน​เกลื่อน​กลาด​ใน​ถิ่น​ทุร​กัน​ดาร
6 เหตุ​การณ์​เหล่า​นี้​เป็น​เครื่อง​เตือน​ใจ​เรา​ไม่​ให้​ปรารถ​นา​สิ่ง​ชั่ว​เหมือน​เขา​ทั้งหลาย
7 พวก​ท่าน​อย่า​นับ​ถือ​รูป​เคารพ​เหมือน​บาง​คน​ใน​พวก​เขา​ได้​ทำ ดัง​ที่​มี​เขียน​ไว้​ว่า "ประ​ชา​ชน​ก็​นั่ง​ลง​กิน​และ​ดื่ม แล้ว​ก็​ลุก​ขึ้น​เล่น​สนุก​สนาน"
8 อย่า​ให้​เรา​ล่วง​ประ​เวณี​เหมือน​บาง​คน​ใน​พวก​เขา​ได้​ทำ แล้ว​ก็​ล้ม​ลง​ตาย​ใน​วัน​เดียว​สอง​หมื่น​สาม​พัน​คน
9 อย่า​ให้​เรา​ลอง​ดี​พระ​คริสต์ เหมือน​บาง​คน​ใน​พวก​เขา​ได้​ทำ แล้ว​ต้อง​พินาศ​ด้วย​งู​ร้าย
10 อย่า​ให้​เรา​บ่น​เหมือน​บาง​คน​ใน​พวก​เขา​ได้​ทำ แล้ว​ต้อง​พินาศ​ด้วย​องค์​เพชฌ​ฆาต
11 เหตุ​การณ์​เหล่า​นี้​เกิด​ขึ้น​กับ​พวก​เขา​เพื่อ​เป็น​ตัว​อย่าง และ​ได้​เขียน​ไว้​เพื่อ​เตือน​สติ​เรา​ผู้​ซึ่ง​มา​ถึง​วาระ​สุด​ท้าย​ของ​ยุค​นี้แล้ว
12 เพราะ​เหตุ​นี้​คน​ที่​คิด​ว่า​ตัว​เอง​มั่น​คง​ดี​แล้ว ก็​จง​ระวัง​ไม่​ให้​ล้ม​ลง (1 โครินธ์ 10:1-12 THSV2011)

อาจารย์เปาโลกล่าวถึงชีวิตคริสเตียนหลังจากที่เชื่อแล้ว ว่าจะต้องรักษาความเชื่อ ใช้ชีวิตที่เหลือสำแดงว่าเป็นคนของพระเจ้าอย่างแท้จริง

ถ้าพี่น้องอยากเข้าใจเรื่องนี้ จะต้องดูความคิดของอาจารย์เปาโล ในความคิดของท่าน การที่จะเข้าใจแผนการที่ยิ่งใหญ่ของพระเจ้า ต้องดูจากทั้งพระคัมภีร์เดิมและพระคัมภีร์ใหม่ แล้วเราจะเข้าใจแผนการอย่างลึกซึ้ง

พระคัมภีร์เดิม มีอาณาจักรหนึ่งยิ่งใหญ่มาก เรียกว่า อียิปต์ กำลังครองโดยฟาโรห์ ทุกคนในอียิปต์ เป็นทาสฟาโรห์ อิสราเอลก็อยู่ในอียิปต์ เมื่อครบกำหนดพระเจ้าส่งโมเสสมา วัตถุประสงค์เพื่อปลดปล่อยจากการเป็นทาส เพื่อนำไปสู่ดินแดนแห่งพันธสัญญา เมื่อโมเสสนำอิสราเอลออกมา มีเสาเมฆ เสาเพลิง และทะเลแดง เป็นเครื่องหมายว่าจะไม่หันหลังกลับแล้ว เพราะเมื่อข้ามแล้ว ทะเลแดงปิด ถอยไม่ได้ ต้องเดินหน้าสู่แผ่นดินแห่งพันธสัญญา

สมัยพระเยซู อาณาจักรที่ยิ่งใหญ่คือโลกใบนี้ ซึ่งปกครองโดยซาตาน ทุกคนที่อยู่ในโลก เป็นทาสของซาตาน คริสเตียนก็อยู่ในโลกนี้เช่นกัน เมื่อครบกำหนดพระเจ้าประทานพระเยซูคริสต์มา และการรับบัพติศมาเป็นการเริ่มต้นของการดำเนินชีวิตคริสเตียน

ผู้ที่ได้รับบัพติศมาแล้ว อย่าเพิ่งชะล่าใจ เพราะนี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นในการเดินทางเท่านั้น ไม่ใช่จุดจบ

วันนี้คุณรับบัพติศมา ในที่สุดคุณจะต้องเดินตามพระคริสต์ไปถึงสวรรค์

พระองค์มิได้สัญญาว่าทางที่เดินจะราบเรียบ แต่ทรงสัญญาว่าหนทางที่เดินนั้นพระเจ้าจะทรงอยู่ด้วย ไม่ว่ากลางคืนหรือกลางวัน ดังเช่นเสาเมฆและเสาเพลิง พระเจ้าจะทรงนำทางเรา

แต่น่าเศร้าใจ ชนชาติอิสราเอลติดตามพระเจ้าไม่ถึงที่สุด สุดท้ายคนที่ออกจากอียิปต์ ไม่มีใครเข้าคานาอันเลย นอกจาก 3 คน ได้แก่ โยชูวา คาเลบ และโมเสส (เพียงแต่โมเสสได้เข้าหลังจากนั้นเกือบ 1500 ปี ปรากฎที่ภูเขาตอนที่พระเยซูคริสต์จำแลงพระกาย ได้เข้าทางวิญญาณ)

เรื่องนี้เตือนพวกเราว่า อิสราเอลกลุ่มนี้ไม่ได้เข้าคานาอัน เพราะเขาทำบางอย่างที่เลวร้าย ทำให้ไม่สามารถเข้าได้

เปาโลกล่าวว่า พวกเขาล้มแล้ว พวกเราอย่าล้มเช่นเดียวกัน

 

บาปของอิสราเอล 4 ประการ

1. ลืมพระคุณของพระเจ้า

6 แต่​เมื่อ​เรา​ผ่าน​เจ้า​ไป เรา​เห็น​เจ้า​ดิ้น​กระ​แด่วๆ อยู่​ใน​กอง​เลือด​ของ​เจ้า เรา​ก็​พูด​กับ​เจ้า​ใน​กอง​เลือด​ของ​เจ้า​ว่า "จง​มี​ชีวิต​อยู่" (เอเศเคียล 16:6 THSV2011)

14 ชื่อ​เสียง​ของ​เจ้า​ก็​เลื่อง​ลือ​ไป​ท่าม​กลาง​ประ​ชา​ชาติ​ใน​เรื่อง​ความ​งด​งาม​ของ​เจ้า เพราะ​ความ​งด​งาม​นั้น​ก็​สม​บูรณ์​ที​เดียว​เนื่อง​ด้วย​สง่า​ราศี​ที่​เรา​มอบ​ให้​เจ้า พระ​ยาห์​เวห์​องค์​เจ้า​นาย​ตรัส​ดัง​นี้​แหละ
15 แต่​เจ้า​วาง​ใจ​ใน​ความ​งด​งาม​ของ​เจ้า และ​เจ้า​เล่น​ชู้​เนื่อง​ด้วย​ชื่อ​เสียง​ของ​เจ้า เจ้า​เป็น​ชู้​กับ​ทุก​คน​ที่​ผ่าน​มา และ​เจ้า​ก็​เป็น​ของ​คน​นั้น (เอเศเคียล 16:14-15 THSV2011)

อิสราเอลเป็นเหมือนกองเลือด ที่พระเจ้าได้ทรงหยิบขึ้นมาเพื่อให้เป็นชนชาติที่ยิ่งใหญ่ แต่เขาลืมพระคุณ

ท่านจะไปไม่ถึงที่สุด หากลืมพระคุณของพระเจ้า คนเราจะลืมอะไรก็ได้ แต่อย่าลืมตัว

 

2. เปลี่ยนพระทั้งชาติ

ไม่มีประเทศไหนเปลี่ยนพระทั้งชาติ มีเพียงแค่อิสราเอล จนพระองค์ตรัสกับอิสราเอลว่า ไม่มีทางที่จะนำอิสราเอลกลับมาคืนดีแล้ว

คน​คูช​เปลี่ยน​สี​ผิว​ของ​ตน​เอง​ หรือ​เสือ​ดาว​เปลี่ยน​ลาย​ของ​มัน​ได้​หรือ? ถ้า​ได้​แล้ว​พวก​เจ้า​ผู้​ที่​เคย​ชิน​ต่อ​การ​ทำ​ความ​ชั่ว จึง​จะ​มา​ทำ​ความ​ดี​ได้ (เยเรมีย์ 13:23 THSV2011)

หากเสือดาวเปลี่ยนลายได้ นิโกรเปลี่ยนเป็นคนขาวได้ อิสราเอลคงจะเปลี่ยนได้

 

3. ทำพิธีกรรมทางศาสนาแต่เปลือกนอก แก่นแท้ของศาสนาไม่ยอมรับ

เขาไม่ยอมรับศาสนา ไม่ว่าจะเป็นการร้องเพลง การอธิษฐาน หรือการถวาย พระเจ้าทรงถือว่าเป็นเพียงพิธีกรรมเปลือกนอก

เพราะ​เอฟ​รา​อิม​ได้​สร้าง​แท่น​บูชา​เพิ่ม​ขึ้น​เพื่อ​ลบ​บาป แต่​แท่น​เหล่า​นั้น​กลาย​เป็น​แท่น​เพื่อ​ให้​เขา​ทำ​บาป (โฮเชยา 8:11 THSV2011)

อิสราเอลสร้างแท่นบูชาเพื่อบาป แต่แท่นบูชานั้นกลับเพิ่มบาปแก่เขา

พระนิเวศของพระเจ้ามีแท่นบูชาเดียว แต่ขณะนั้นพระนิเวศของพระเจ้ากิจการดี เพราะอิราเอลทำบาปเยอะ แท่นบูชาไม่พอถวาย ธรรมกิจจึงจะสร้างแท่นบูชาเพิ่มขึ้นสัก 10 แท่น จะได้เพียงพอกับพี่น้องเวลาทำบาป ไม่ต้องรอคิวนาน

 

4. ไม่ฟังพระคำพระเจ้า แล้วต่อว่าพระเจ้า

ไม่ฟังพระเจ้าแล้วยังบ่นต่อว่าพระเจ้า

เวลานั้นปุโรหิต ไม่ยอมสอนพระคำของพระเจ้า แทนที่จะสอนพระคำของพระเจ้า กลับสอนสิ่งใดก็ไม่รู้ ถึงขนาดที่มีการใช้ไม้ติ้วในการทำนายในสมัยโฮเชยา

ประ​ชา​กร​ของ​เรา​ไป​ขอ​ความ​เห็น​จาก​สิ่ง​ที่​ทำ​ด้วย​ไม้ และ​ไม้​ติ้ว​ก็​ให้​คำ​พยา​กรณ์​แก่​เขา เพราะ​วิญ​ญาณ​แห่ง​การ​เล่น​ชู้​นำ​ให้​เขา​หลง​ไป และ​เขา​ทั้ง​หลาย​ได้​ละ​ทิ้ง​พระ​เจ้า​ของ​เขา​เพื่อ​ไป​เล่น​ชู้ (โฮเชยา 4:12 THSV2011)

พระเยซูคริสต์สอนพระคำของพระเจ้า พี่น้องต้องระวัง เพราะในยุคสุดท้าย ครูเทียมเท็จจะไม่สอนพระคำของพระเจ้า ระวังจะไปไม่ถึงนะครับ

 

อิสราเอลไม่สามารถเข้าแผ่นดินพระเจ้าได้ เพราะเขาลืมพระคุณ ถือศาสนาแต่เปลือกนอก ไหว้รูปเคารพ และไม่ฟังพระเจ้าแต่กลับต่อว่าพระเจ้า

ขอพระเจ้าอย่าให้เราเป็นเช่นนั้น อย่าลืมพระคุณพระเจ้า อย่าให้สิ่งใดยิ่งใหญ่กว่าพระเจ้าในชีวิตของเรา อย่าทำศาสนาแต่เปลือกนอก อย่าทอดทิ้งพระคำพระเจ้า และอย่าต่อว่าพระเจ้า เช่นนี้ ท่านจึงจะสามารถไปถึงแผ่นดินแห่งพันธสัญญา

สิ่งเหล่านี้มิได้ทำเพื่อได้รับความรอด แต่เพื่อแสดงให้เห็นว่าเราเป็นของจริง ไม่ใช่เชื่อพระคริสต์แต่ปาก

 

อ.นิกร สิทธิจริยาภรณ์

คำเทศนาการนมัสการรวม คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 24/07/2011

เรื่อง คันหน้าคว่ำ คันหลังอย่าตามไป

สรุปโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

 

  • ถ้าท่านอ่านแล้ว มีความปรารถนาที่จะเปิดใจออก อธิษฐานทูลเชิญพระเยซูคริสต์เสด็จเข้ามาในชีวิตของท่าน และเป็นพระเจ้าของท่าน กรุณาไปที่หน้า คำอธิษฐาน

  • ถ้าคุณอ่านแล้วสนใจ กรุณาติดต่อคริสตจักรใกล้บ้านท่านได้เลยครับ หรือถ้าหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ก็ติดต่อโดยตรงได้ที่อีเมลของผมเลยครับ ton@followhissteps.com