เพื่อเตรียมธรรมมิกชนให้เป็นคนที่จะรับใช้

FollowHisSteps.com
 


11 และ​พระ​องค์​เอง​ประ​ทาน​ให้​บาง​คน​เป็น​อัคร​ทูต บาง​คน​เป็น​ผู้​เผย​พระ​วจนะ บาง​คน​เป็น​ผู้​ประ​กาศ​ข่าว​ประ​เสริฐ บาง​คน​เป็น​ศิษยา​ภิบาล​
และ​อา​จารย์
12 เพื่อ​เตรียม​ธรร​มิก​ชน​สำ​หรับ​การ​ปรน​นิ​บัติ​และ​การ​เสริม​สร้าง​พระ​กาย​ของ​พระ​คริสต์
13 จน​กว่า​เรา​ทุก​คน​จะ​บรรลุ​ถึง​ความ​เป็น​น้ำ​หนึ่ง​ใจ​เดียว​กัน​ใน​ความ​เชื่อ​และ​ใน​ความ​รู้​ถึง​พระ​บุตร​ของ​พระ​เจ้า บรรลุ​ถึง​ความ​เป็น​ผู้​ใหญ่ คือ​โต​
เต็ม​ถึง​ขนาด​ความ​บริ​บูรณ์​ของ​พระ​คริสต์
14 เพื่อ​เรา​จะ​ไม่​เป็น​เด็ก​อีก​ต่อ​ไป ถูก​ซัด​ไป​ซัด​มา​และ​พัด​ไป​พัด​มา​ด้วย​ลม​คำ​สั่ง​สอน​ทุก​อย่าง ด้วย​เล่ห์​กล​ของ​มนุษย์ ตาม​อุบาย​ที่​ฉลาด​ใน​
การ​ล่อ​ลวง
15 แต่​ให้​เรา​ยึด​ถือ​ความ​จริง​ด้วย​ความ​รัก เพื่อ​จะ​เจริญ​ขึ้น​ใน​ทุก​ด้าน​สู่​พระ​องค์​ผู้​เป็น​ศีรษะ​คือ​พระ​คริสต์
16 เนื่อง​จาก​พระ​องค์​นี้​เอง ร่าง​กาย​ทั้ง​หมด​จึง​ได้​รับ​การ​เชื่อม​และ​ประ​สาน​เข้า​ด้วย​กัน​โดย​ทุกๆ ข้อ​ต่อ​ที่​ประ​ทาน​มา​นั้น และ​เมื่อ​แต่​ละ​ส่วน​ทำ​
งาน​ตาม​หน้าที่​แล้ว ก็​ทำ​ให้​ร่าง​กาย​เจริญ​และ​เสริม​สร้าง​ตน​เอง​ขึ้น​ด้วย​ความ​รัก (เอเฟซัส 4:11-16 THSV)


เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว และวันนี้ก็เป็นอาทิตย์แรกของเดือนกรกฎาคม ครึ่งปีผ่านไปแล้ว

พระเยซูคริสต์ได้ทำลายกำแพงที่ขวางกั้นเราออกไป ทำให้เราทั้งหลายที่เป็นปฏิปักษ์ต่อกันได้รวมกันได้ และเรากับพระเจ้าก็สามารถที่จะคืนดีกันได้

11 และ​พระ​องค์​เอง​ประ​ทาน​ให้​บาง​คน​เป็น​อัคร​ทูต บาง​คน​เป็น​ผู้​เผย​พระ​วจนะ บาง​คน​เป็น​ผู้​ประ​กาศ​ข่าว​ประ​เสริฐ บาง​คน​เป็น​ศิษยา​ภิบาล​และ​อา​จารย์
12 เพื่อ​เตรียม​ธรร​มิก​ชน​สำ​หรับ​การ​ปรน​นิ​บัติ​และ​การ​เสริม​สร้าง​พระ​กาย​ของ​พระ​คริสต์ (เอเฟซัส 4:11-12 THSV)

เราทั้งหลายรวมกันเป็นคริสตจักร จุดมุ่งหมายของการตั้งคริสตจักร คือ ทำให้คนซึ่งอดีตเป็นคนบาป ได้รับความรอด และได้คืนดีกับพระเจ้า พระองค์ประทานความหวังและทรงมีแผนการสำหรับเรา เราต้องเดินตามแผนการของพระองค์

ข้าพเจ้าหวังว่าเราทุกคน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคริสตจักรสะพานเหลือง จะได้เป็นผู้ที่เสริมสร้างคริสตจักร

ก่อนที่เราจะทำอะไร เราต้องใคร่ครวญว่าพระเจ้าเตรียมชีวิตเราอย่างไร เพื่อเราจะอยู่ในคริสตจักรแล้วจะเติบโตและเกิดผล

ในคริสตจักรยุคเริ่มแรก พระเจ้าได้ใช้อัครทูตและผู้เผยพระวจนะมาสำแดงพระวจนะของพระองค์ พวกเขาเหล่านั้นเป็นผู้ที่รับสนองพระวจนะของพระเจ้า เพื่อช่วยเหลือให้ชีวิตฝ่ายวิญญาณของธรรมมิกชนได้เติบโตขึ้น

หลังจากที่คริสตจักรในยุคพันธสัญญาใหม่ได้ก่อตั้งขึ้นอย่างมั่นคง ก็จะมีผู้เผยแพร่ข่าวประเสริฐ ศิษยาภิบาล และอาจารย์ ดังเช่นที่อาจารย์เปาโลได้ประกาศกับชาวต่างชาติ อาจารย์เปโตรประกาศกับชาวยิว ฟีลิปประกาศกับคนอัฟริกา และทิโมธีประกาศกับคนทั่วไป มิชชันนารีในยุคปัจจุบันก็ประกาศกับคนทั่วไปเช่นกัน โดยไม่หยุด ณ ที่ใดที่หนึ่ง ด้านหนึ่งประกาศ อีกด้านหนึ่งก็เลี้ยงดูให้ธรรมมิกชนมีความเชื่อคริสเตียนมั่นคง และสร้างคริสตจักรขึ้นมา

พระเจ้าได้ทำให้บางคนลุกขึ้นมาประกาศข่าวประเสริฐ บางคนเป็นอาจารย์ บางคนเป็นศิษยาภิบาล พระเจ้าได้ใช้บุคคลเหล่านี้ในคริสตจักรเพื่อทำให้พี่น้องทั้งหลายได้รับการเสริมสร้างและรับการอภิบาลด้วย

เราเป็น 1 ส่วนในคริสตจักรของพระเจ้า ทุกคนสามารถที่จะได้รับการเตรียมจากพระเจ้า ให้เป็นผู้รับใช้ของพระองค์ได้

ขอบคุณพระเจ้า คริสตจักรสะพานเหลืองมีอายุ 115 ปีแล้ว เป็นคริสตจักรใหญ่แห่งหนึ่ง และเป็นพระพรในคริสตจักรภาค 7 นี่เป็นพระคุณของพระเจ้า แต่ต้องระมัดระวังอย่าภาคภูมิใจจนเกินไป เรายังคงต้องแสวงต่อไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะเป็นคริสตจักรที่แข็งแรงและสมบูรณ์

ทำอย่างไรคริสตจักรจึงจะเติบโตขึ้น?

 

I. การเตรียมธรรมมิกชน

ธรรมมิกชน คือคริสเตียน เป็นคนของพระเจ้า คริสเตียนจะไม่มีการแบ่งแยกสูงต่ำ แม้ว่าการเติบโตฝ่ายจิตวิญญาณอาจแตกต่างกัน เราไม่มียศศักดิ์ เราทุกคนได้รับการเสริมสร้างจากพระคำของพระเจ้าทั้งสิ้น พระคำทำให้ชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณเติบโตขึ้น

11 สุด​ท้าย​นี้ พี่​น้อง​ทั้ง​หลาย ขอ​ลา​ก่อน จง​กลับ​สู่​สภาพ​ดี​ดังเดิม จง​ฟัง​คำ​ขอ​ร้อง​ของ​ข้าพ​เจ้า จง​เป็น​น้ำ​หนึ่ง​ใจ​เดียว​กัน จง​อยู่​ร่วม​กัน​อย่าง​สันติ และ​พระ​เจ้า​แห่ง​ความ​รัก​และ​สันติ​สุข​จะ​สถิต​กับ​ท่าน​ทั้ง​หลาย (2 โครินธ์ 13:11 THSV)

20 ขอ​พระ​เจ้า​แห่ง​สันติ​สุข ผู้​ทรง​นำ​พระ​ผู้​เลี้ยง​แกะ​ยิ่ง​ใหญ่​คือ​พระ​เยซู​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ของ​พวก​เรา​ขึ้น​มา​จาก​ความ​ตาย โดย​โลหิต​แห่ง​พันธ​สัญ​ญา​นิรันดร์
21 ทรง​ให้​พวก​ท่าน​เพียบ​พร้อม​ด้วย​สิ่ง​ดี​ทุก​อย่าง เพื่อ​ที่​จะ​ทำ​ตาม​พระทัย​ของ​พระ​องค์​โดย​ทรง​ทำ​งาน​ใน​เรา ให้​เกิด​ผล​เป็น​ที่​พอ​พระ​ทัย​ใน​สาย​พระ​เนตร​ของ​พระ​องค์​ทาง​พระ​เยซู​คริสต์ ขอ​พระ​สิริ​จง​มี​แด่​พระ​องค์​สืบๆ ไป​เป็น​นิตย์ อาเมน (ฮีบรู 13:20-21 THSV)

พระธรรมทั้งสองตอนนี้ ได้กล่าวว่า สำหรับคริสเตียนแล้ว เมื่ออยู่จำเพาะพระพักตร์ต่อพระเจ้าจะต้องเป็นคนที่สมบูรณ์ และอยู่ภายใต้พระคำของพระเจ้าที่จะเสริมสร้างพวกเราให้เป็นบุตรของพระเจ้าที่เติบโตและเกิดผล

คนที่เป็นพ่อและแม่ ก็หวังว่าลูกจะเติบโตอย่างรวดเร็ว เริ่มแรกก็ต้องคอยป้อนอาหารให้ จนเมื่อเขาเติบโตก็กินเองได้ และเริ่มแรกก็ต้องอุ้ม หลังจากนั้นก็เดินเองได้ เมื่อได้เห็นเช่นนี้แล้วก็มีความสุข ชื่นใจว่าลูกของตนเลี้ยงแล้วโตได้

ท่านคิดว่าคนที่เป็นพ่อแม่ หากได้เห็นลูกเป็นทารกตลอดไปนั้นจะมีความสุขหรือไม่? แน่นอนพวกเขาคงจะต้องเครียด ว่าลูกมีปัญหาอะไรจึงไม่โต

แล้วสำหรับคนที่เชื่อพระเจ้าเล่า บางคนเชื่อมาหลายปีแล้ว แต่ยังเป็นทารก วันนี้ ขอให้ถามตัวเองว่า ชีวิตฝ่ายวิญญาณของเราได้เติบโตหรือไม่?

หากตอบว่า "เหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง" ก็แสดงว่ามีเหตุผลได้ 2 ประการ ได้แก่

  1. เริ่มแรกไม่ได้เชื่อพระเจ้า เพียงแต่มีความรู้ทางพระกิตติคุณ ไม่ได้กลับใจอย่างแท้จริง
  2. เชื่อแล้ว แต่ว่าไม่ได้แสวงหา ไม่อ่านพระคัมภีร์ ไม่ร่วมนมัสการ ทุก ๆ วันดูแต่ทีวี อ่านแต่บทความหรือหนังสือพิมพ์ อาจท่องตามอินเตอร์เนต พูดคุยกับเพื่อนฝูง หรือได้รับอิทธิพลจากเพื่อนหรือครอบครัวที่ยังไม่ได้เชื่อพระเจ้า ซึ่งอิทธิพลเหล่านั้นมีผลต่อชีวิตเขา

 

คริสเตียนเมื่ออยู่ในคริสตจักร ก็มีอาจารย์ที่สอนเรา มีผู้ปกครอง มัคนายก ครูสอนพระคัมภีร์ บุคคลเหล่านี้ส่งเสริมชีวิตฝ่ายวิตวิญญาณของผู้เชื่อ

หากผู้เชื่อไม่เติบโต เราต้องถามว่า นี่เป็นหน้าที่ของใคร? ช่วยเหลืออย่างไร?

การเติบโตฝ่ายวิญญาณ เป็นหน้าที่ของทั้งสองฝ่าย

  1. ฝ่ายคริสเตียนใหม่ เขาต้องมีจิตใจยอมรับการเลี้ยงดูและอภิบาล
  2. ฝ่ายคริสตจักร คริสตจักรจะต้องหาวิธีที่จะดูแลเขา เลี้ยงดูชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณของเขาให้เติบโตขึ้นมา

คริสตจักรของเรามีคณะต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเพื่อคุณ อนุชน ยุวชน สตรี รวี และคณะต่าง ๆ รวมถึงมีกลุ่มเซลล์ต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้มีไว้เพื่อจะเลี้ยงดูสมาชิกในเติบโต

อาจารย์เปาโลได้กล่าวแก่คริสตจักรโครินธ์

ท่าน​ทั้ง​หลาย​จง​ทำ​ตาม​แบบ​อย่าง​ของ​ข้าพ​เจ้า เหมือน​กับ​ที่​ข้าพ​เจ้า​ทำ​ตาม​แบบ​อย่าง​ของ​พระ​คริสต์ (1 โครินธ์ 11:1 THSV)

ท่านผู้ที่เป็นครู สามารถพูดได้หรือไม่ว่า จงเลียนแบบครู เหมือนที่ครูเลียนแบบพระคริสต์?

ขอที่ผู้นำจะสนใจจุดนี้ เรารู้ว่าเราห่างเหินจากพระคัมภีร์ไม่ได้

 

คริสตจักรจะต้องทำอย่างไรบ้างในการตรักเตรียมธรรมมิกชน?

1. สอนโดยยึดหลักพระคัมภีร์

16 พระ​คัม​ภีร์​ทุก​ตอน​ได้​รับ​การ​ดลใจ​จาก​พระ​เจ้า และ​เป็น​ประ​โยชน์​ใน​การ​สอน การ​ตัก​เตือน​ว่า​กล่าว การ​แก้ไข​สิ่ง​ผิด และ​การ​อบ​รม​ใน​ความ​ชอบ​ธรรม
17 เพื่อ​คน​ของ​พระ​เจ้า​จะ​มี​ความ​สา​มารถ​และ​พรัก​พร้อม​เพื่อ​การ​ดี​ทุก​อย่าง (2 ทิโมธี 3:16-17 THSV)

จากพระคัมภีร์ทั้งสองข้อ เราจะเห็นว่าพระคัมภีร์นำมาใช้ทำอะไรได้บ้าง นั่นคือ ใช้ในการสอน การตักเตือนว่ากล่าว การแก้ไขสิ่งผิด และการอบรมในทางธรรม และพระคัมภีร์ตอนนี้ก็ยังได้บอกถึงจุดมุ่งหมาย นั่นคือ เพื่อช่วยใช้ชีวตฝ่ายวิญญาณได้สุขสมบูรณ์ขึ้น ได้รับอาหารฝ่ายวิญญาณ ให้คนของพระเจ้าพรักพร้อมเพื่อที่จะทำดีทุกอย่าง

ครูสอนพระคัมภีร์ ก็จะต้องสอนโดยยึดหลักพระคัมภีร์ เพื่อให้ผู้เรียนทุกคนเข้าใจพระคำของพระเจ้า ขณะเดียวกันผู้สอนก็จะแบ่งปันบทเรียน ไม่ว่าจะเป็นความล้มเหลวหรือความสำเร็จของตนเอง ให้ผู้เรียนรู้ว่า ขณะประสบความล้มเหลวควรทำอย่างไร ขณะสำเร็จควรจะทำอย่างไร และพระคำของพระเจ้าช่วยเหลืออย่างไร สิ่งเหล่านี้ก็จะช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจ

2. อาศัยการอธิษฐานเผื่อซึ่งกันและกัน

เอปา​ฟรัสซึ่ง​เป็น​คน​หนึ่ง​ใน​ท่าน​และ​เป็น​ผู้​รับ​ใช้​ของ​พระ​เยซู​คริสต์ ก็​ฝาก​คำ​ทัก​ทาย​มา​ยัง​พวก​ท่าน​เช่น​กัน เขา​เพียร​พยา​ยาม​อธิษ​ฐาน​เผื่อ​ท่าน​อยู่​เสมอ เพื่อ​ว่า​พวก​ท่าน​จะ​มั่น​คง เป็น​ผู้​ใหญ่​และ​มี​ความ​มั่นใจ​ใน​พระ​ประ​สงค์​ของ​พระ​เจ้า​ทั้ง​หมด (โคโลสี 4:12 THSV)

เอปาฟรัสเป็นคนแห่งการอธิษฐาน คริสเตียนควรอธิษฐานเผื่อซึ่งกันและกัน ไม่เพียงแต่ขอเพื่อตัวเอง แต่จะต้องอธิษฐานเผื่อความจำเป็นของเพื่อน ๆ ด้วย อธิษฐานเผื่อครูผู้สอน ให้พวกเขาสอนตามความจริงจากพระคัมภีร์แก่เรา และเป็นเพื่อนร่วมอธิษฐานด้วยกัน ขอที่พวกเราจะไม่ขาดการอธิษฐาน

3. ได้รับการฝึกฝนจากการทดลองและความยากลำบาก

และ​จง​ให้​ความ​ทร​หด​อด​ทน​นั้น​มี​ผล​อย่าง​สม​บูรณ์ เพื่อ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​จะ​ได้​เป็น​คน​ที่​สม​บูรณ์​และ​ดี​พร้อม โดย​ไม่​ขาด​สิ่ง​ใด​เลย (ยากอบ 1:4 THSV)

และ​หลัง​จาก​พวก​ท่าน​ทน​ทุกข์​ชั่ว​เวลา​หนึ่ง​แล้ว พระ​เจ้า​แห่ง​พระ​คุณ​ทั้ง​สิ้น ผู้​ได้​ทรง​เรียก​ให้​พวก​ท่าน​เข้า​ใน​ศักดิ์​ศรี​นิรันดร์​ของ​พระ​องค์​ใน​พระเยซู​คริสต์ พระ​องค์​เอง​ก็​จะ​ทรง​ฟื้น​ฟู จะ​ทรง​ค้ำ​จุน​ให้​มั่น​คง จะ​ทรง​เสริม​เรี่ยว​แรง และ​จะ​ทรง​ให้​พวก​ท่าน​ตั้ง​มั่น​อยู่ (1 เปโตร 5:10 THSV)

พระเจ้าได้ทรงวางภาระนี้ไว้กับผู้สอนและพี่น้องทั้งหลาย โดยพระคำของพระเจ้า เราจะอธิษฐานเผื่อซึ่งกันและกัน

เราปฏิเสธไม่ได้ว่าที่ผ่านมาเราได้พบการทดลอง ความยากลำบาก ความล้มเหลว ไม่ว่าจะด้านเศรษฐกิจ สุขภาพ การศึกษา หรือครอบครัว พระเจ้าใช้เหตุการณ์เหล่านี้เพื่อฝึกฝนและสั่งสอนเรา พระเจ้าทรงทดสอบเรา เพื่อให้เราเข้มแข็งขึ้น แต่มารจะทดลองเราให้เราล้มเหลว

ถ้าเราอธิษฐานเพื่อกันและกัน เราก็จะมีกำลังขึ้น แต่หลายครั้งเราละเลยการอธิษฐาน

เราควรจะถามตัวเองว่า เมื่อเราพบความทุกข์ยาก เราพบบทเรียนอะไร?

บางครั้งเราอาจตกลงไปถึงจุดเหมือนที่อาจารย์เปโตรปฏิเสธพระเยซูถึง 3 ครั้ง แม้ว่าก่อนหน้านั้นท่านจะเคยปฏิญาณจะติดตามพระองค์แม้ว่าจะต้องเผชิญสิ่งใด แต่เมื่อพบการทดลอง ท่านก็ล้มลง

การสอนพระคัมภีร์ ไม่ใช่เป็นเพียงการนำเรื่องของพระคัมภีร์เผยแพร่ แต่จะต้องเผยแพร่ชีวิตของพระเยซูคริสต์ด้วย

เรามีชัยชนะหรือประสบความล้มเหลว หากเรามีพระวจนะ มีการจุนเจือด้วยการอธิษฐานเผื่อกันและกัน เราก็จะรู้ความจริงว่าพระเจ้าทรงเที่ยงแท้ และพึ่งพาได้ เราก็จะมีชีวิตฝ่ายวิญญาณมั่นคง

วันนี้เราเฝ้าเดี่ยวหรือยัง? ถ้ามีกำหนดเวลาที่แน่นอนในการเฝ้าเดี่ยว ชีวิตฝ่ายวิญญาณก็จะไม่อ่อนแอ

ผู้นำนมัสการได้บอกแก่เราว่า คริสตจักรมีเสียงเรียกร้องให้สมาชิกร่วมมือกัน ให้เราเป็น 1 คนใน 1 แสนคน ทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียวกันเพื่อนำคน 1 ล้านคนมาเชื่อพระเจ้า และนี่ก็คือเป้าหมายของคริสตจักร

 

II. เตรียมทุกคนให้เป็นผู้รับใช้

เราทุกคนได้รับการเตรียมให้เป็นผู้รับใช้ คริสตชนมีหน้าที่ของตนเอง

เนื่อง​จาก​พระ​องค์​นี้​เอง ร่าง​กาย​ทั้ง​หมด​จึง​ได้​รับ​การ​เชื่อม​และ​ประ​สาน​เข้า​ด้วย​กัน​โดย​ทุกๆ ข้อ​ต่อ​ที่​ประ​ทาน​มา​นั้น และ​เมื่อ​แต่​ละ​ส่วน​ทำ​งาน​ตาม​หน้าที่​แล้ว ก็​ทำ​ให้​ร่าง​กาย​เจริญ​และ​เสริม​สร้าง​ตน​เอง​ขึ้น​ด้วย​ความ​รัก (เอเฟซัส 4:16 THSV)

บ่อยครั้งพระคัมภีร์กล่าวถึงคริสตจักรโดยเปรียบเหมือนร่างกายของคน โดยมีศีรษะคือพระเยซูคริสต์ และพี่น้องในคริสตจักรก็เป็นอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย ร่างกายที่แข็งแรง ก็ย่อมทำงานได้ปกติ โดยรับบัญชาการจากสมอง และจะร่วมใจช่วยเหลือกันและกัน เป็นคริสตจักรที่สมบูรณ์

เรามีพระเยซูคริสต์เป็นแบบอย่างที่ดีกับเราทั้งหลาย เราควรเป็นหนึ่งเดียวกันกับพระองค์ แม้ของประทานแตกต่างกัน เราก็จะทำตามหน้าที่ของแต่คน ร่วมในพันธกิจของพระเจ้า ร่วมประสานกัน

หากว่าคนหนึ่ง ปวดฟันข้างซ้าย จึงใช้ฟันข้างขวาเคี้ยวตลอด และฟันข้างซ้ายก็ไม่ได้ใช้เลย หากเป็นเช่นนี้ร่างกายจะสมบูรณ์หรือไม่?

ในคริสตจักร บางคนร่วมพันธกิจมากมาย และสวมหมวกหลายใบ ขณะที่บางคนก็ไม่สวมหมวกเลย ก็เหมือนกับที่เคี้ยวอาหารด้วยฟันข้างขวาตลอด ซึ่งเมื่อนาน ๆ ก็จะมีปัญหา และฟันข้างซ้ายซึ่งมีโรคอยู่ หากไม่ได้รับการรักษาก็จะเกิดปัญหา

เรามีความอ่อนแอด้านใด ขอพระเจ้าช่วยเหลือเรา

ถ้าเราไม่ได้รับการตรักเตรียมให้พร้อมสมบูรณ์แล้ว แล้วเราจะปรนนิบัติพระเจ้าอย่างไร? ไม่ว่าเราจะเป็นคริสเตียนกี่สิบปีแล้ว แต่หากไม่ร่วมงานในพันธกิจของคริสตจักรเลย ท่านก็ได้บกพร่องต่อพระเจ้า แล้วเราจะสร้างคริสตจักรอย่างไร? ขอพระเจ้าทรงเมตตาเรา

ขอที่เราทุกคนจะยอมให้พระคำของพระเจ้าเตรียมเราให้พร้อม ขอที่เราจะลงทะเบียนเรียนพระคัมภีร์ในตอนเช้าวันอาทิตย์ มีชั้นเรียนต่าง ๆ ที่สามารถเข้าร่วมได้ เมื่อเราได้รับการตรักเตรียมให้พร้อมแล้ว เราก็จะพร้อมที่จะเข้าพันธกิจของพระเจ้า เกิดผลตามหน้าที่ของเรา เมื่องานของพระเจ้าเริ่มต้นแล้ว คริสตจักรก็เติบโตได้ ซึ่งการเติบโตของคริสตจักรเป็นน้ำพระทัยของพระเจ้า ขอที่เราจะทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า ยอมรับการตรักเตรียม

ทุกคนมีหน้าที่ของตนที่จะทำให้สมบูรณ์ ไม่มีทางลัด

เมื่อได้รับการเชิญให้ร่วมพันธกิจ บางคนอาจจะอ้างว่าทำอะไรไม่ได้เลย ก็ขอที่เราจะรับการตรักเตรียมให้พร้อม เพราะถ้าไม่พร้อม ก็ทำตามหน้าที่ไม่ได้ คริสตจักรก็ไม่สามารถเป็นสง่าราศีได้ ไม่สามารถประกาศพระบารมีของพระเยซูคริสต์ออกไปได้

ขอที่เราจะยอมรับการตรักเตรียม เพื่อคริสตจักรของเรา จะเป็นคริสตจักรที่เต็มไปด้วยสง่าราศี ประกาศพระบารมีแก่ปวงชน

 

ศจ. วิวัฒน์ วงศ์สันติชน

คำเทศนาการนมัสการรวม คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 03/07/2011

เรื่อง เพื่อเตรียมธรรมมิกชนให้เป็นคนที่จะรับใช้

สรุปโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

 

  • ถ้าท่านอ่านแล้ว มีความปรารถนาที่จะเปิดใจออก อธิษฐานทูลเชิญพระเยซูคริสต์เสด็จเข้ามาในชีวิตของท่าน และเป็นพระเจ้าของท่าน กรุณาไปที่หน้า คำอธิษฐาน

  • ถ้าคุณอ่านแล้วสนใจ กรุณาติดต่อคริสตจักรใกล้บ้านท่านได้เลยครับ หรือถ้าหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ก็ติดต่อโดยตรงได้ที่อีเมลของผมเลยครับ ton@followhissteps.com