คริสตจักรแห่งพระพร

FollowHisSteps.com
 


1 แล้วท่านก็นำข้าพเจ้ากลับมาที่ประตูพระวิหาร และดูเถิด มีน้ำไหลออกมาจากใต้ธรณีประตูพระวิหาร ตรงไปทางทิศตะวันออก (เพราะพระวิหารหันหน้าไปทางทิศตะวันออก) และน้ำไหลลงมาจากข้างล่าง ปลายใต้ของธรณีประตูพระวิหาร ทิศใต้ของแท่นบูชา
2 แล้วท่านจึงนำข้าพเจ้าออกมาทางประตูเหนือ และนำข้าพเจ้าอ้อมไปภายนอกถึงประตูชั้นนอก ซึ่งหันหน้าไปทางตะวันออก และน้ำนั้นออกมาทางด้านใต้
3 ชายผู้นั้นได้เดินไปทางตะวันออกมีเชือกวัดอยู่ในมือ ท่านวัดได้หนึ่งพันศอก แล้วนำข้าพเจ้าลุยน้ำไป และน้ำลึกเพียงตาตุ่ม
4 แล้วท่านก็วัดได้อีกหนึ่งพัน แล้วนำข้าพเจ้าลุยน้ำไปและน้ำลึกถึงเข่า แล้วท่านก็วัดได้อีกหนึ่งพัน แล้วนำข้าพเจ้าลุยน้ำไป น้ำนั้นลึกเพียงเอว
5 แล้วท่านก็วัดได้อีกหนึ่งพัน และกลายเป็นแม่น้ำที่ข้าพเจ้าลุยข้ามไม่ได้ เพราะน้ำนั้นขึ้นแล้วลึกพอที่จะว่ายได้ เป็นแม่น้ำที่ลุยข้ามไม่ได้
6 และท่านพูดกับข้าพเจ้าว่า "บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย เจ้าเห็นสิ่งนี้หรือ" แล้วท่านก็พาข้าพเจ้ากลับมาตามฝั่งแม่น้ำ
7 ขณะเมื่อข้าพเจ้ากลับ ดูเถิด ข้าพเจ้าเห็นต้นไม้มากมายอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำทั้งสองฟาก
8 และท่านพูดกับข้าพเจ้าว่า "น้ำนี้ไหลตรงไปทางท้องถิ่นตะวันออก และไหลลงไปถึงอารบา และเมื่อน้ำไหลออกมานั้นไปถึงน้ำทะเล น้ำนั้นก็กลับจืดดี
9 แม่น้ำนั้นไปถึงที่ไหน สัตว์มีชีวิตที่อยู่กันเป็นฝูงก็จะมีชีวิตได้ และที่นั่นมีปลามากมาย เพราะว่าน้ำนี้ไปถึงที่นั่นน้ำทะเลก็จืด เพราะฉะนั้นแม่น้ำไปถึงไหน ทุกสิ่งก็มีชีวิต
10 ชาวประมงก็ยืนอยู่ที่ข้างทะเล จากเอนเกดีถึงเอนเอกลาอิม จะเป็นที่สำหรับตากอวน ปลาในที่นั้นมีหลายชนิด เหมือนปลาในทะเลใหญ่
11 แต่ที่เป็นบึงและหนองน้ำจะไม่จืด ต้องทิ้งไว้ให้เป็นเกลือ
12 ตามฝั่งทั้งสองฟากแม่น้ำ มีต้นไม้ทุกชนิดที่ใช้เป็นอาหาร ใบของมันจะไม่เหี่ยวและผลของมันจะไม่วาย แต่จะเกิดผลใหม่ทุกเดือน เพราะว่าน้ำสำหรับต้นไม้นั้นไหลจากสถานนมัสการ ผลไม้นั้นใช้เป็นอาหารและใบก็ใช้เป็นยา" (เอเสเคียล 47:1-12)


พระธรรมตอนนี้ ทำให้เราได้เห็นภาพที่สวยงาม มีพระวิหารเป็นศูนย์กลาง มีธารน้ำไหลออกมาจากใต้ธรณีของประตูพระวิหารนั้น ธารน้ำนี้ ไม่ใช่น้ำที่ท่วมทำให้บ้านเมืองเสียหาย แต่เป็นธารน้ำที่นำมาซึ่งพระพร น้ำนี้ไปถึงที่ไหน ที่นั่นก็เกิดชีวิต ต้นไม้ทั้งสองฝั่งก็เกิดผลทุกเดือน ผลไม้นั้นเป็นอาหาร ใบไม้เป็นยา น้ำนั้นไปถึงที่ใดก็มีปลาเกิดขึ้น มีปลาหลากหลายชนิดมากมายแหวกว่ายอยู๋ในธารน้ำ แม่น้ำนี้ไหลไปถึงที่ไหน ทุกสิ่งก็มีชีวิต แม้น้ำในทะเลตายที่เค็มที่สุดในโลก เค็มกว่าน้ำทะเลทั่วไป 6 เท่า ก็กลายเป็นน้ำจืด

ภาพดังกล่าว มีนักวิชาการหลายท่านเชื่อว่าเป็นสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ในช่วงยุคพันปี แต่แท้จริงแล้วภาพนี้ก็ได้สะท้อนให้เราเห็นถึงน้ำพระทัยของพระเจ้า ที่พระองค์ทรงประสงค์ให้คริสตจักรในโลกนี้เป็น พระองค์ปรารถนาให้คริสตจักรเป็นเหมือนพระวิหารที่มีธารน้ำแห่งพระพร ที่เมื่อไหลไปสู่ที่ใด พระพรของพระเจ้าก็ไปถึงที่นั่น

 

1. คริสตจักรต้องเป็นแหล่งแห่งพระพร


1 แล้วท่านก็นำข้าพเจ้ากลับมาที่ประตูพระวิหาร และดูเถิด มีน้ำไหลออกมาจากใต้ธรณีประตูพระวิหาร ตรงไปทางทิศตะวันออก (เพราะพระวิหารหันหน้าไปทางทิศตะวันออก) และน้ำไหลลงมาจากข้างล่าง ปลายใต้ของธรณีประตูพระวิหาร ทิศใต้ของแท่นบูชา
2 แล้วท่านจึงนำข้าพเจ้าออกมาทางประตูเหนือ และนำข้าพเจ้าอ้อมไปภายนอกถึงประตูชั้นนอก ซึ่งหันหน้าไปทางตะวันออก และน้ำนั้นออกมาทางด้านใต้ (เอเสเคียล 47:1-2)


ธารน้ำนั้นมาจากใต้ธรณีประตูพระวิหาร แสดงให้เห็นว่าที่ที่พระเจ้าทรงสถิตจะเต็มไปด้วยพระพรของพระเจ้า คริสตจักรใดมีพระเจ้าดำรงอยู่ด้วย คริสตจักรนั้นก็จะเต็มไปด้วยพระพรของพระเจ้า

ข้าพเจ้าได้ไปเยี่ยมเยียนคริสตจักรแห่งหนึ่งในเกาหลี เมื่อได้เห็นก็นึกว่าเป็นการฉลองช่วงเทศกาลคริสตมาส เพราะว่าพบบ้านที่เป็นหลังคามุงจากและยุ้งฉางตั้งอยู่บนเวที หลังจากนมัสการเสร็จแล้ว ข้าพเจ้าก็เดินไปถามผู้รับใช้พระเจ้า ว่าทำไมจึงมีบ้านมุงจากตั้งอยู่ที่นี่ แม้จะไม่ได้รับการพูดถึงเลย

ท่านจึงเริ่มเล่าให้ฟังว่า นั่นเป็นคริสตจักรแรกของเขา ตั้งไว้เพื่อเตือนความทรงจำของพี่น้องทั้งหลาย ว่าพระเจ้าทรงประทานพระพรมากมายแก่คริสตจักรอย่างไร

คริสตจักรใหญ่ ๆ ควรจะมีโอกาสได้ระลึกถึงตนเองในช่วงเริ่มต้น เราต่างทราบดีว่าพระเจ้าทรงประทานพระพรแก่คริสตจักรมากเหลือจะพรรณนา

คริสตจักรแห่งพระพร จะมีน้ำแห่งชีวิตที่พระเจ้าทรงโปรดประทานให้ เป็นพรที่ใครก็สามารถมารับได้ เพราะเต็มด้วยแม่น้ำแห่งพระพร

พระวิญญาณและเจ้าสาวตรัสว่า "เชิญมาเถิด" และให้ผู้ที่ได้ยินคำกล่าวว่า "เชิญมาเถิด" และให้ผู้ที่กระหายเข้ามา ผู้ใดมีใจปรารถนา ก็ให้ผู้นั้นมารับน้ำแห่งชีวิต โดยไม่ต้องเสียอะไรเลย (วิวรณ์ 22:17)

คริสตจักรที่เต็มไปด้วยพระพร เป็นคริสตจักรที่เปิดออก ให้คนทั้งหลายได้เข้ามา และรับเอาน้ำแห่งชีวิตนี้ เพื่อจะไม่หิวกระหายอีกเลย และไม่ต้องเสียอะไร เพราะนี่เป็นพระคุณของพระเจ้า

 

2. พระพรเปรียบดั่งธารน้ำที่ต้องไหลออกสู่ภายนอก


3 ชายผู้นั้นได้เดินไปทางตะวันออกมีเชือกวัดอยู่ในมือ ท่านวัดได้หนึ่งพันศอก แล้วนำข้าพเจ้าลุยน้ำไป และน้ำลึกเพียงตาตุ่ม
4 แล้วท่านก็วัดได้อีกหนึ่งพัน แล้วนำข้าพเจ้าลุยน้ำไปและน้ำลึกถึงเข่า แล้วท่านก็วัดได้อีกหนึ่งพัน แล้วนำข้าพเจ้าลุยน้ำไป น้ำนั้นลึกเพียงเอว
5 แล้วท่านก็วัดได้อีกหนึ่งพัน และกลายเป็นแม่น้ำที่ข้าพเจ้าลุยข้ามไม่ได้ เพราะน้ำนั้นขึ้นแล้วลึกพอที่จะว่ายได้ เป็นแม่น้ำที่ลุยข้ามไม่ได้
6 และท่านพูดกับข้าพเจ้าว่า "บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย เจ้าเห็นสิ่งนี้หรือ" แล้วท่านก็พาข้าพเจ้ากลับมาตามฝั่งแม่น้ำ (เอเสเคียล 47:3-6)


นี่เป็นพระพรทั้งวงใกล้และวงไกล ผ่านไปทุก 1000 ศอก หรือประมาณ 500 เมตร น้ำที่เป็นพระพรจะมีมากขึ้น เริ่มจากตาตุ่ม ถึงเข่า เอว หน้าอก และท่วมท้น นี่คือการนำพระพรของพระเจ้าผ่านออกไปสู่ผู้อื่น

พระวจนะของพระเจ้าได้บอกว่า "การให้เป็นเหตุให้มีความสุขยิ่งกว่าการรับ" พระเจ้าทรงโปรดประทานพระพรแก่เราอย่างมากมาย และสอนให้เรารู้จักแบ่งปันพระพรออกไป ยิ่งแบ่งปันออกไปมากเท่าไร พระพรใหม่ ๆ ที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้อย่างมากมาย ก็จะหลั่งไหลมาสู่ผู้ให้

ภาพของน้ำทะเลที่ลึกขึ้นทุก 500 เมตร จนกระทั่งเดินไม่ได้ ต้องว่าย มี 2 ความหมาย ได้แก่

  1. การให้ ยิ่งไกลออกไป ยิ่งยากมากขึ้น ให้คนใกล้ ๆ จะง่ายหน่อย ยิ่งไกลยิ่งยาก เช่น การจัดงานประกาศในคริสตจักรดูเหมือนไม่ยาก การก่อตั้งคริสตจักรลูกในประเทศก็ยากขึ้น แต่ไม่เท่าการส่งมิชชันนารีออกไปยังแดนไกล เพราะมีค่าใช้จ่ายที่ต้องรับผิดชอบสูงมาก
  2. การให้ ยิ่งมาก ยิ่งเต็มไปด้วยพระพร โดยการให้ อาจจะเริ่มที่ตาตุ่ม จนกระทั่งถึงเข่า ถึงเอว และเต็มล้นมากจนกระทั่งต้องว่ายเอา ยิ่งให้ออกไป เราจะยิ่งได้รับพระพรมาก

"พระองค์ทรงเตรียมสำรับให้ข้าพระองค์ ต่อหน้าต่อตาศัตรูของข้าพระองค์ พระองค์ทรงเจิมศีรษะข้าพระองค์ด้วยน้ำมัน ขันน้ำของข้าพระองค์ก็ล้นอยู่" (สดุดี 23:14)

ขอบคุณพระเจ้า คริสตจักรที่ส่งมิชชันนารีออกไป ไม่เคยขัดสนเลย มีแต่จะเพิ่มมากขึ้น

ประเทศเกาหลีใต้ มีมิชชันนารีท่านหนึ่งเล่าให้ข้าพเจ้าฟังว่า ในปี 1971 ประเทศเกาหลีส่งมิชชันนารีไป 10 ครอบครัว 20 คน ปัจจุบันมีมิชชันนารีจากเกาหลีใต้ส่งไปทั่วโลก 2 หมื่นกว่าคน เฉลี่ยแล้วครอบครัวหนึ่งต้องใช้เงินประมาณ 1000 เหรียญสหรัฐอเมริกาต่อเดือน แสดงว่าเขาจะต้องใช้ 10 ล้านเหรียญอเมริกาต่อเดือน หรือ 120 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกาต่อปี คิดเป็นเงินไทย ปีหนึ่งเกาหลีส่งเงินออกนอกประเทศประมาณ 3600 ล้านบาท แต่เรากลับพบว่า ไม่เพียงแค่เกาหลีจะไม่ขาดแคลน แต่เขายังเจริญก้าวหน้าเป็นอันดับต้น ๆ ของเอเชีย

เมื่อ 40 ปีก่อน คนเกาหลีมีรายได้ต่อหัวต่อปี 8000 เหรียญสหรัฐอเมริกา ปัจจุบัน เขามีรายได้ต่อหัวต่อปี 30,000 เหรียญสหรัฐอเมริกา หรือประมาณ 9 แสนบาท แม้แต่ Samsung ซึ่งเป็นของเกาหลี ก็ได้แย่งตลาด Sony เรียบร้อย และยังมีหนังเกาหลี เพลงเกาหลีแพร่หลายไปทั่วโลก

ทั้งหมดนี้ต้องการยืนยันอะไร? ต้องการยืนยันว่าคริสตจักรที่เป็นพระพร และรู้จักมอบพระพรนั้นไปสู่ผู้อื่น คริสตจักรและประเทศนั้นจะไม่ขาดพระพรและไม่ขาดแคลนเลย

คริสตจักรภาค 7 ริเริ่มโดยศาสนาจารย์ของคริสตจักรสะพานเหลือง เป็นแม่แบบของการให้ และคริสตจักรต่าง ๆ ในภาคก็ได้ปฏิบัติตาม จนปัจจุบันนี้ คริสตจักรภาคได้ขยายออกไปถึง 114 แห่ง ซึ่งเท่ากับจำนวนปีของคริสตจักรสะพานเหลืองพอดี พระพรที่เปรียบเหมือนธารน้ำไหลไปสู่ที่ใด ก็ทำให้ที่นั่นเกิดการเปลี่ยนแปลง ดังเช่นที่พระวจนะของพระเจ้าได้บอกว่า เมื่อน้ำนั้นไหลไปถึงที่ทะเล น้ำทะเลก็กลับกลายเป็นจืดได้ แม่น้ำนี้ไปถึงที่ใด สัตว์ที่มีชีวิตเป็นฝูงก็มีชีวิตอยู่ได้ ทุกสิ่งก็มีชีวิต

ขอที่เราจะร่วมกันขอบคุณพระเจ้า น่าชื่นชมยินดีสักเพียงไร เมื่อคริสตจักรไปถึงที่ใด พระพรก็ไปถึงที่นั่น พี่น้องสมาชิกไปถึงที่ไหน พระพรไปถึงที่นั่น สิ่งนี้มีคุณค่าเหนือสิ่งอื่นใด ที่เมื่อธารน้ำนี้ไหลไปถึงที่ใด พระพรก็ไปถึงที่นั่น

ท่านทั้งหลายไม่ได้เลือกเรา แต่เราได้เลือกท่านทั้งหลาย และได้แต่งตั้งท่านทั้งหลายไว้ให้ท่านไปเกิดผล และเพื่อให้ผลของท่านคงอยู่ เพื่อว่าเมื่อท่านทูลขอสิ่งใดจากพระบิดาในนามของเรา พระองค์จะได้ประทานสิ่งนั้นให้แก่ท่าน (ยอห์น 15:16)

เราจะต้องนำพระพรไปสู่ที่อื่น ไม่ว่าจะเป็นคริสตจักรภาค คริสตจักรทั่วไป สังคมและประเทศชาติ ไปยังคนที่ยังไม่รู้จักพระเจ้า

 

3. พระพรนำมาซึ่งชีวิต ความชื่นชมยินดี และประโยชน์อย่างใหญ่หลวงต่อมวลมนุษยชาติ


6 และท่านพูดกับข้าพเจ้าว่า "บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย เจ้าเห็นสิ่งนี้หรือ" แล้วท่านก็พาข้าพเจ้ากลับมาตามฝั่งแม่น้ำ
7 ขณะเมื่อข้าพเจ้ากลับ ดูเถิด ข้าพเจ้าเห็นต้นไม้มากมายอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำทั้งสองฟาก
8 และท่านพูดกับข้าพเจ้าว่า "น้ำนี้ไหลตรงไปทางท้องถิ่นตะวันออก และไหลลงไปถึงอารบา และเมื่อน้ำไหลออกมานั้นไปถึงน้ำทะเล น้ำนั้นก็กลับจืดดี
9 แม่น้ำนั้นไปถึงที่ไหน สัตว์มีชีวิตที่อยู่กันเป็นฝูงก็จะมีชีวิตได้ และที่นั่นมีปลามากมาย เพราะว่าน้ำนี้ไปถึงที่นั่นน้ำทะเลก็จืด เพราะฉะนั้นแม่น้ำไปถึงไหน ทุกสิ่งก็มีชีวิต
10 ชาวประมงก็ยืนอยู่ที่ข้างทะเล จากเอนเกดีถึงเอนเอกลาอิม จะเป็นที่สำหรับตากอวน ปลาในที่นั้นมีหลายชนิด เหมือนปลาในทะเลใหญ่
11 แต่ที่เป็นบึงและหนองน้ำจะไม่จืด ต้องทิ้งไว้ให้เป็นเกลือ
12 ตามฝั่งทั้งสองฟากแม่น้ำ มีต้นไม้ทุกชนิดที่ใช้เป็นอาหาร ใบของมันจะไม่เหี่ยวและผลของมันจะไม่วาย แต่จะเกิดผลใหม่ทุกเดือน เพราะว่าน้ำสำหรับต้นไม้นั้นไหลจากสถานนมัสการ ผลไม้นั้นใช้เป็นอาหารและใบก็ใช้เป็นยา" (เอเสเคียล 47:6-12)


เมื่อไปจนถึงที่ที่จะต้องว่ายแล้ว ทูตสวรรค์ก็นำให้ท่านกลับขึ้นมา และเมื่อกลับมา ท่านก็พบต้นไม้มากมายอยู่ริมฝั่ง และเห็นปลาว่ายอยู่มากมาย แม้กระทั่งทะเลตายก็กลายเป็นทะเลน้ำจืดได้

2 ฟากธารน้ำมีต้นไม้มากมาย และทุกเดือนก็ออกผล และใช้เป็นอาหารและยาได้ น้ำไปถึงทะเลตายที่เค็มกว่าทะเลทั่วไปก็กลายเป็นน้ำจืด แม้ดูเหมือนเป็นสิ่งที่ยากมาก แต่สำหรับพระเจ้าองค์เที่ยงแท้ของเรา พระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพของเรา ไม่มีสิ่งใดที่เป็นไปไม่ได้ แม้น้ำในทะเลที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่เลย แต่เมื่อธารน้ำนี้ไปถึง ที่นั่นกลับมีปลามากมาย แม่น้ำไปถึงที่ใด ก็มีชีวิต เกิดผลดี นำมาซึ่งประโยชน์ นำมาซึ่งความชื่นชมยินดี

คริสตจักรของเราต้องนำพระพรไปสู่ชุมชน แน่นอนจะเกิดผลดี มีคนรับเชื่อใหม่ มีคริสตจักรใหม่เกิดขึ้น สังคมก็เปลี่ยนไป คริสตจักรภาคเจ็ดก็เจริญขึ้น สังคมไทยและประเทศไทยก็เจริญขึ้นเพราะมีคริสเตียนจำนวนมากขึ้น และที่สำคัญ พระวิหารที่เป็นศูนย์กลางนี่แหละ ก็จะเต็มด้วยพระสง่าราศีของพระเจ้า เต็มด้วยพระพรซ้อนพระพร

เมื่อคริสตจักรทำหน้าที่เป็นคริสตจักรแห่งพระพรแล้ว ไม่เพียงแต่เป็นเหตุให้คนทั้งหลายได้พร ทำให้คริสตจักรภาคเจริญ ทำให้ประเทศชาติได้รับพรแล้ว คริสตจักรเองก็จะได้รับพระพรซ้อนพระพรด้วย พี่น้องจะได้พรอย่างมากมาย เมื่อพระเจ้าเทพระพรลงมาให้แก่เราแล้ว เราจะรับอย่างไม่หวั่นไม่ไหวเลยทีเดียว

ขอที่เราจะช่วยกัน ให้พระเจ้าทรงใช้เรา ร่วมกับพระองค์ สร้างความฝันให้เป็นจริง ด้วยการเป็นคริสตจักรแห่งพระพรอย่างแท้จริง โดยการ

  1. นมัสการพระเจ้าด้วยใจร้อนรน ยำเกรงพระเจ้า มานมัสการพระเจ้าอย่างสม่ำเสมอ ขอที่เราทุกคนจะเอาจริงเอาจัง
  2. พึ่งพระเจ้าในการอธิษฐาน อธิษฐานอย่างจริงจัง ขอกำลังจากพระเจ้า เพื่อให้ฝันนั้นเป็นจริง รวมพลังอธิษฐานร่วมกัน นำคนมาร่วมอีกมากมาย
  3. เป็นพยานชีวิตเพื่อพระเจ้า ดำเนินชีวิตที่ดีงาม รักพระเจ้า รักพี่น้อง รักเพื่อนบ้าน
  4. ทำตามพระมหาบัญชาของพระเจ้า มีโอกาสก็ประกาศพระกิตติคุณ นำความรอดไปสู่พี่น้องที่ยังไม่รู้จักพระเจ้า ส่งเสริมพันธกิจในการขยายคริสตจักร ส่งเสริมพันธกิจมิชชัน ส่งเสริมคริสตจักรภาค ส่งเสริมคริสตจักรในประเทศไทย

เหตุฉะนั้นพี่น้องที่รักของข้าพเจ้า ท่านจงตั้งมั่นอยู่ อย่าหวั่นไหว จงปฏิบัติงานขององค์พระผู้เป็นเจ้าให้บริบูรณ์ทุกเวลา ท่านทั้งหลายพึงรู้ว่า โดยองค์พระผู้เป็นเจ้า การของท่านจะไร้ประโยชน์ก็หามิได้ (1โครินธ์ 15:58)

 

ศจ. วิรัช เศรษฐ์โสภณกุล

คำเทศนาการนมัสการรวม คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 07/11/2010

เรื่อง คริสตจักรแห่งพระพร

สรุปโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

 

  • ถ้าท่านอ่านแล้ว มีความปรารถนาที่จะเปิดใจออก อธิษฐานทูลเชิญพระเยซูคริสต์เสด็จเข้ามาในชีวิตของท่าน และเป็นพระเจ้าของท่าน กรุณาไปที่หน้า คำอธิษฐาน

  • ถ้าคุณอ่านแล้วสนใจ กรุณาติดต่อคริสตจักรใกล้บ้านท่านได้เลยครับ หรือถ้าหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ก็ติดต่อโดยตรงได้ที่อีเมลของผมเลยครับ ton@followhissteps.com