รักวิเศษ

FollowHisSteps.com
 


"พระองค์ได้ทรงช่วยเราให้รอด มิใช่ด้วยการกระทำที่ชอบธรรมของเราเอง แต่พระองค์ทรงพระกรุณาชำระให้เรามีใจบังเกิดใหม่ และทรงสร้างเราขึ้นมาใหม่ โดยพระวิญญาณบริสุทธิ์" (ทิตัส 3:5)


เวลาของโลกผ่านไปอย่างรวดเร็ว และเราทั้งหลายก็มีอายุมากขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าเราอยู่เพื่อนับอายุ ก็อาจจะรู้สึกว่านาน แต่ถ้าใช้ชีวิตเพื่อพระเจ้าแล้ว ชีวิตก็ผ่านไปเร็วเหลือเกิน

การที่คริสตจักรสามารถรับใช้พระเจ้า และสื่อสารความรักให้กับคนต่าง ๆ ได้ ก็เพราะว่าเรามีพระเยซูคริสต์ พระองค์ทรงเป็นความรัก และพระองค์ทรงเป็นรักวิเศษที่เราทั้งหลายคาดไม่ถึง

ในฐานะคริสเตียนผู้เชื่อ ทุกคนต่างก็มีความเห็นตรงกันว่า "พระเจ้าทรงเป็นความรัก และพระองค์ทรงรักเรา" นี่คือความจริงที่ข้าพเจ้าจะกล่าวถึงในวันนี

เราทุกคนเคยได้ยินหลายสิ่งเกี่ยวกับเรื่อง "วิเศษ" ดังที่ได้พบเห็นตามโฆษณาต่าง ๆ ว่าสิ่งนี้ สิ่งนั้นวิเศษ แต่วันนี้ ไม่ว่าเราจะมาจากครอบครัวเช่นไร เป็นคริสเตียนมานานเท่าไร หรืออาจจะยังไม่รู้จักพระเจ้า ข้าพเจ้าอยากให้เราเรียนรู้สิ่งวิเศษสิ่งหนึ่ง นั่นคือ "รักวิเศษ"

"เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก จนได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์" (ยอห์น 3:16)

ความจริงอย่างหนึ่ง คือ พระเจ้าทรงรักเราทั้งหลาย ทรงรักมนุษย์ทุกคนในโลก ไม่ว่าจะเป็นใคร พระเจ้าก็ทรงรัก

"พระองค์ได้ทรงช่วยเราให้รอด มิใช่ด้วยการกระทำที่ชอบธรรมของเราเอง แต่พระองค์ทรงพระกรุณาชำระให้เรามีใจบังเกิดใหม่ และทรงสร้างเราขึ้นมาใหม่ โดยพระวิญญาณบริสุทธิ์" (ทิตัส 3:5)

นี่เป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำด้วยความรักต่อมนุษย์ เป็นความรักที่ทำให้เราทั้งหลายพบความสุขชั่วนิจนิรันดร์

 

1. รักของพระเจ้าคือรักวิเศษ ที่พระองค์ทรงเสด็จมาช่วยเรา

"พระองค์ได้ทรงช่วยเราให้รอด มิใช่ด้วยการกระทำที่ชอบธรรมของเราเอง แต่พระองค์ทรงพระกรุณาชำระให้เรามีใจบังเกิดใหม่ และทรงสร้างเราขึ้นมาใหม่ โดยพระวิญญาณบริสุทธิ์" (ทิตัส 3:5)

ข้าพเจ้าได้สิ่งนี้เมื่อเกือบสี่สิบปีที่แล้ว ว่าพระเยซูคริสต์ทรงเสด็จมาเพื่อช่วยเราทั้งหลาย นี่คือคำที่สวยงามที่สุดในโลกนี้ "พระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ของโลกนี้ ทรงเสด็จมาเพื่อช่วยมนุษย์" นี่คือสิ่งเดียวที่ข้าพเจ้ารู้จักในศาสนาคริสต์ในเวลานั้น

ก่อนที่ข้าพเจ้าเป็นคริสเตียน ข้าพเจ้าไม่ได้เติบโตในสภาพที่ดีเท่าไรนักในครอบครัว ชีวิตข้าพเจ้าทำตัวไม่ดี ครอบครัวต่างกลุ้มใจกับชีวิตของข้าพเจ้า

ครอบครัวของข้าพเจ้าเป็นครอบครัวที่มีการไหว้เจ้า ข้าพเจ้าได้รับการสอนเกี่ยวกับเรื่องไหว้เจ้าตลอดมา ข้าพเจ้าไม่เข้าใจอะไรนัก นอกจากเรียนรู้ว่า ต้องไหว้เจ้า พระที่ข้าพเจ้ารู้จักตั้งแต่เด็ก ๆ เป็นพระที่ข้าพเจ้าทราบว่าแม่ของข้าพเจ้ากลัว และต้องกราบไว้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะมีกินหรือไม่มี ก็จะต้องกราบไหว้ และพยายามหาความช่วยเหลือจากพระเหล่านี้เสมอ

ครอบครัวของข้าพเจ้ารักข้าพเจ้ามาก เขาส่งข้าพเจ้าเรียนโรงเรียนดี ๆ สอนข้าพเจ้าสารพัดเพื่อให้ข้าพเจ้าเป็นคนดี แต่ข้าพเจ้ากลับไม่ได้เป็นคนดีอย่างที่พวกเขาคาดหวัง เมื่อข้าพเจ้าทำตัวไม่ดี แม่ของข้าพเจ้าก็นำข้าพเจ้าไปหาพระ เพื่อให้ข้าพเจ้ากลับตัวเป็นคนดี นี่เป็นความจริงในชีวิตข้าพเจ้าเมื่อข้าพเจ้าเป็นวัยรุ่น

ข้าพเจ้าติดการพนัน ชอบเที่ยว ชอบขโมย ชอบโกหก ทำสิ่งต่าง ๆ ที่ทำให้แม่ของข้าพเจ้าปวดหัว ข้าพเจ้าอยากกลับตัว และสิ่งเดียวที่ทำได้ คือ หวังพึ่งสิ่งที่แม่ของข้าพเจ้านับถือ ท่านนำเสื้อของข้าพเจ้าไปพิมพ์ยันที่หลังเสื้อ และเผากระดาษเหลือง ๆ ใส่ถ้วยให้ข้าพเจ้ากิน ข้าพเจ้าทำทุกสิ่งที่แม่ของข้าพเจ้าสั่ง เดินทางไปที่ต่าง ๆ เรียนรู้การเข้าวัดวาและการไหว้เจ้าที่ต่าง ๆ แต่ข้าพเจ้าก็ยังคงเป็นคนเกเรเหมือนเดิม

หลายคนอาจบอกว่า ที่เลวก็เพราะเป็นที่ตัวผมเอง ผมไม่รักดีเอง ถ้ารักดีก็คงจะดีไปนานแล้ว แต่ข้าพเจ้าสารภาพกับคนในบ้านว่า ข้าพเจ้าได้พยายามอย่างมากแล้ว แต่ทุกอย่างในชีวิตยังเหมือนเดิม จนวันหนึ่ง มีคนคนหนึ่งพูดกับข้าพเจ้าเรื่องเรื่องหนึ่งว่าถ้าข้าพเจ้าได้รู้จักความรักของพระเจ้า ชีวิตของข้าพเจ้าจะเปลี่ยนไป

ถ้าพี่น้องได้ยินเช่นนี้จะรู้สึกเช่นเดียวกับข้าพเจ้าหรือไม่? ข้าพเจ้าสนใจ และถามว่า "พระเจ้าคือใคร? ความรักของพระเจ้าเป็นอย่างไร?"

บุคคลผู้นั้นก็ได้เริ่มเล่าให้ข้าพเจ้าฟัง นั่นเป็นครั้งแรกที่ข้าพเจ้าได้ยินว่า "พระเยซูคริสต์ทรงเป็นความรัก พระองค์ทรงเสด็จมาในโลกเพราะพระองค์ทรงรักเรา และความรักของพระองค์เปลี่ยนชีวิตของเราทั้งหลายได้"

ข้าพเจ้าได้ยินคำพูดเหล่านี้แล้วตื่นเต้น สนใจ เพราะคนในบ้านได้พูดว่า "อย่าไปยุ่งเรื่องศาสนาคริสต์ อย่าสนใจศาสนาคริสต์ อย่าไปนับถือศาสนาคริสต์ เพราะศาสนาคริสต์เป็นศาสนาของฝรั่ง พระเยซูเป็นศาสดาของศาสนาฝรั่ง" นี่คือสิ่งที่ข้าพเจ้าได้รับการสอนมา

แต่สิ่งที่เพื่อนของข้าพเจ้าได้บอกกับข้าพเจ้าแตกต่างจากที่ครอบครัวข้าพเจ้าพูด เขากระตือรือร้นรับใช้พระเจ้า และพูดกับข้าพเจ้าเสมอว่า ถ้าข้าพเจ้ารู้จักความรักพระเจ้า ชีวิตของข้าพเจ้าจะเปลี่ยนไป

ข้าพเจ้าแอบครอบครัว ไปเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับพระเยซูคริสต์ และข้าพเจ้าเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ ความรักของพระเยซูคริสต์ช่วยให้ข้าพเจ้าเปลี่ยนไป

ใครรู้จักความรักพระเยซู ชีวิตของเขาก็จะเปลี่ยนไป และการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้ชีวิตดีขึ้น

ข้าพเจ้าไม่ใช่คนดี ครอบครัวของข้าพเจ้ารู้ว่าข้าพเจ้าไม่ใช่คนดี ข้าพเจ้าขโมยของและโกหกเก่ง แต่เมื่อความรักของพระเจ้าเข้ามาในชีวิตของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าเห็นการเปลี่ยนแปลงจากการที่ข้าพเจ้าได้รู้จักความรักของพระเจ้า นี่คือรักวิเศษ รักอัศจรรย์จากพระเยซูคริสต์ ข้าพเจ้าไม่สนใจว่าพระองค์เป็นศาสดาของศาสนาไหน ข้าพเจ้าเข้าไปในโบสถ์และฟังเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับข้าพเจ้า และข้าพเจ้าก็ได้ตัดสินใจรับเชื่อในที่สุด บอกกับอาจารย์ว่าตั้งแต่วันนั้น ข้าพเจ้าจะเป็นคริสเตียน จะเชื่อพระเจ้า จะเชื่อพระเยซูคริสต์ เพราะพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าที่รักข้าพเจ้าและเปลี่ยนชีวิตข้าพเจ้า

นี่คือความจริงที่เกิดขึ้นในชีวิตของเราทุกคน ไม่ว่าเราจะจนหรือรวยก็ไม่สำคัญเท่ากับว่าเรารู้จักความรักพระเยซูคริสต์หรือไม่ ไม่ว่าเราจะสุขหรือทุกข์ก็จะไม่ทุกข์ร้อน ถ้าเรารู้จักความรักนี

 

ความรักพระองค์เป็นรักวิเศษ เป็นทุกสิ่งสำหรับคนที่ต้อนรับพระองค์ ความรักพระองค์ทำให้เราหายจากความกังวลและสบาย สิ่งหนักใจก็ทำให้เรามีความหวังและมั่นคง

ข้าพเจ้ารับใช้พระเจ้าในเรือนจำ เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ข้าพเจ้าไปเรือนจำหญิงแห่งหนึ่ง เมื่อไปถึง เจ้าหน้าที่ก็ถามว่าข้าพเจ้าจะเข้าไปทำอะไร ข้าพเจ้าได้เจอคำพูดเช่นนี้บ่อยเหลือเกิน

ทุกครั้งที่ข้าพเจ้าจะเข้าเรือนจำเพื่อสอนนักโทษ พวกเจ้าหน้าที่จะดูถูกการสั่งสอนของพวกของข้าพเจ้ามาก พวกเขามักจะถามเสมอว่า "เข้ามาทำอะไร? สอนอะไร? เอาอะไรมาสอน?" นี่คือภาษาที่เจ้าหน้าที่ใช้บ่อยที่สุด

ถ้าเรารู้จักความรักของพระเจ้า รู้จักข่าวพระเสริฐของพระองค์ มีความหวังในพระองค์ เราจะตอบคนที่ถามเช่นนี้ว่าอย่างไร? ประโยคเดียวที่ข้าพเจ้าจะตอบคนทุกคนที่ถาม คือ "ข้าพเจ้าจะพูดให้พวกเขาเข้าใจความรักของพระเจ้า ไม่ใช่สอนศาสนา" สิ่งเดียวที่ข้าพเจ้าจะพูดกับนักโทษ คือให้เขารู้จักความรักของพระเจ้า เพราะสำหรับข้าพเจ้าแล้ว ความรักของพระเจ้าคือรักวิเศษ รักที่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของคนได้

ข้าพเจ้ามีประสบการณ์เช่นนั้นในชีวิตจริง ๆ แค่เข้าเรือนจำ และอ่านข่าวประเสริฐให้พวกนักโทษฟัง ทุกคำในข่าวประเสริฐล้วนเป็นถ้อยคำแห่งความรัก แน่นอน ครั้งแรก ๆ เขาอาจไม่เข้าใจ ครั้งต่อ ๆ มาอาจยังดื้อรั้น แต่ในที่สุด ทุกคนที่ตั้งใจฟังข่าวประเสริฐ จะเชื่อในความรักของพระเยซูคริสต์ และได้รับชีวิตที่ดีกว่าเก่า ชีวิตของเขาจะได้รับการเปลี่ยนแปลง

วันนี้มีคนที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงจากความรักของพระเจ้ามากกว่าหมื่นคนในคุก มีนักโทษคริสเตียนหมื่นกว่าคนในเรือนจำ นมัสการพระเจ้าอย่างที่เราทำ เพียงแต่ทำในคุก และสิ่งหนึ่งที่เขาคิดเหมือนเราทุกคน คือ พระเยซูคริสต์ทรงเป็นความรัก ทรงรักเราทุกคน

พระเยซูทรงรักข้าพเจ้า และทรงรักท่านทั้งหลายและครอบครัวของท่านทั้งหลาย นี่คือข่าวประเสริฐ ที่พระเจ้าทรงสอนให้เรารู้จากพระคำของพระองค์ พระองค์ทรงเสด็จมาเพื่อเรา ไม่ใช่เพื่อเป็นศาสดาของศาสนา ทุกถ้อยคำล้วนกล่าวว่า "พระองค์ทรงเป็นความรัก และเสด็จมาเพื่อช่วยโลกมนุษย์"

พระเจ้าทรงเป็นความรัก พระองค์ทรงรักเรา ทรงอยากเปลี่ยนชีวิตของเราให้ดีขึ้นกว่าเดิม

 

2. รักของพระเจ้าคือรักวิเศษ ที่จะให้ชีวิตใหม่แก่ผู้ที่มาหาพระองค์

"พระองค์ได้ทรงช่วยเราให้รอด มิใช่ด้วยการกระทำที่ชอบธรรมของเราเอง แต่พระองค์ทรงพระกรุณาชำระให้เรามีใจบังเกิดใหม่ และทรงสร้างเราขึ้นมาใหม่ โดยพระวิญญาณบริสุทธิ์" (ทิตัส 3:5)

ถ้าอยากรู้จักรักวิเศษของพระเจ้า เราจะต้องมาหาพระองค์ เชื่อในพระองค์ เพื่อรับชีวิตใหม่ และได้รับชีวิตอัศจรรย์

ในพระธรรมมาระโก บทที่ 5 ได้กล่าวถึงคน 3 ประเภท

1. ชายที่ถูกผีสิง

ชายคนนี้แท้จริงแล้วมีครอบครัวที่ดีมาก มีชีวิตอยู่อย่างมีความสุขในครอบครัว และแล้ววันหนึ่ง เขากลับมีชีวิตที่ผิดปกติไป ครอบครัวก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาจึงผิดปกติไป เพื่อนบ้านก็ได้เห็นว่าเขาผิดปกติ คนมากมายสันนิษฐานว่าเขาถูกผีสิง และขับไล่ชายคนนี้ออกไป ชายคนนี้ต้องนอนอาศัยอยู่ในอุโมงฝังศพ ที่บริเวณสุสาน ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ ไม่มีใครสนใจ สภาพของชายผู้นี้น่าสงสาร ถ้าข้าพเจ้าเป็นเขาข้าพเจ้าคงจะสงสารตัวเองมาก เขาอยากเลิกและกลับเป็นปกติ แต่เขาไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ครอบครัวก็ช่วยไม่ได้ นี่คือคนประเภทแรกที่ถูกเขียนเอาไว้

2. หญิงตกโลหิต

หญิงผู้หนึ่งที่ตกโลหิต 12 ปี มีความทุกข์ทรมานมาก เธอผู้นี้มีเงิน ได้พยายามใช้เงินเพื่อรับการรักษาให้หาย ไปหาแพทย์หลายคน คิดว่าเงินสามารถช่วยได้ แต่แม้ว่าได้ใช้เงินทั้งหมดที่มีเพื่อหาแพทย์หลายคน โรคนั้นก็ไม่ได้หายเลย และกลับกำเริบขึ้นอีก นี่คือบุคคลคนที่สอง

3. ลูกสาวของนายธรรมศาลา

เธอผู้นี้ป่วยหนัก อาการปางตาย หลายคนเดือดร้อนทุกข์ใจ ในที่สุด หญิงผู้นี้ก็ตาย

ในบทนี้ มาระโกได้กล่าวถึงคนสามคนที่อยู่ในสภาพที่น่าสงสารและทุกข์ทรมาน มีความลำบาก แต่ข้าพเจ้าจะต้องเล่าต่อ เพราะถ้าข้าพเจ้าไม่เล่าเรื่องราวของเขาทั้งสามนี้ต่อ หนังสือเล่มนี้จะเป็นหนังสือที่แย่ที่สุดในโลก

จากเรื่องราวต่อไปของบุคคลทั้งสามคนนี้ เราจะพบความจริงอันอัศจรรย์ที่พวกเขาไม่เคยพบมาก่อน

พระองค์ทรงเสด็จเข้ามาหามนุษย์ เพราะพระองค์ทรงรักมนุษย์ และวันหนึ่งพระเยซูคริสต์ทรงเสด็จเข้าไปในเมืองที่ทั้งสามคนนี้อยู

สำหรับชายผู้ถูกผีสิง พระองค์ทรงเสด็จเข้าไปในเมือง เกราซาห์ ที่ซึ่งชายผู้นี้อาศัยอยู่ สิ่งที่เกิดขึ้น คือ เมื่อทรงเข้าใกล้สุสานนั้น ชายที่ถูกผีสิ่งวิ่งเข้าหาพระองค์ และกราบไหว้พระองค์ อ้อนวอนให้พระองค์ทรงช่วย เมื่อชายผู้นี้วิ่งเข้าไปหาพระองค์ ฤทธิ์เดชแห่งความรักของพระเยซูคริสต์ ขับไล่สิ่งที่หนักอึ้งในชีวิตของชายผู้นี้ออกไป ไม่ว่าจะเป็นผีร้ายหรือปัญหาร้ายในชีวิตชายผู้นี้ ได้หลุดไปหมดแล้ว

สำหรับหญิงผู้เป็นโรคตกโลหิต วันหนึ่งหญิงผู้นี้ได้ยินเรื่องราวของพระเยูซคริสต์ ได้ยินถึงความรักของพระองค์ ได้ยินมามากมายว่าพระองค์ทรงช่วยได้ "พระองค์ทรงช่วยได้ ถ้าเราได้พบพระองค์" นี่เป็นถ้อยคำที่อยู่ในสมองและความคิดของหญิงผู้นี้ เพราะเธอต้องการความช่วยเหลือจากพระองค์

หลังจากที่พระองค์ทรงรักษาชายที่ถูกผีเข้า พระองค์ทรงเสด็จเข้าในเมือง และมีคนมากมายที่เบียดเสียดเพื่อเข้าเฝ้าพระองค์ หญิงผู้นี้คิดในใจว่า เขาจะต้องวิ่งเข้าไปหาพระองค์ให้ได้ จะต้องพบพระองค์ให้ได้ เพราะถ้าได้พบพระองค์ โรคร้ายทั้งหมดในชีวิตของเธอจะหายไปได้ ความรักของพระเยซูคริสต์จะช่วยเธอให้พบการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ได้

เธอจึงเร่งรีบเข้าไปหาพระองค์ และเข้าเฝ้าพระองค์ แตะชายฉลองของพระองค์ ทันใดนั้น โรคร้ายทั้งหมดของเธอก็หายเป็นปกติ

พระองค์ทรงหันมา และถามว่าใครแตะต้องชายฉลองของพระองค์ หญิงผู้นี้กลัวมาก และตอบว่า "ดิฉันเจ้าข้า" เพราะเธอได้เข้ามาหาพระองค์ และแตะต้องพระองค์ เธอจึงได้รับการรักษาให้หาย

สำหรับลูกสาวนายธรรมศาลา เด็กหญิงผู้นี้ป่วยจนตาย หลายคนร้องไห้ เมื่อพระองค์ทรงได้ยิน จึงห้ามไม่ให้พวกเขาร้องไห้ และพระองค์ทรงเสด็จเข้าไปหาเด็กหญิงคนนี้ในห้อง พร้อมพ่อแม่ของเขา และสาวกของพระองค์ และเมื่อพระองค์ทรงเข้าไปถึงในห้องของเด็กหญิงคนนี้ พระองค์ตรัสสั่งด้วยความรักของพระองค์ว่า "ลูกหญิงเอ๋ยจงลุกขึ้นเถิด" เด็กหญิงผู้นี้ก็ลุกขึ้น และพระองค์ก็ทรงให้พ่อแม่แต่งตัวให้เด็กหญิงคนนี้

ทุกคนที่ได้พบเห็นต่างก็อัศจรรย์ใจ แต่สำหรับเราทั้งหลาย เรื่องทั้งหมดอยู่ในมาระโกบทที่ 5 นี่คือความจริงที่เกิดขึ้นกับชีวิตของเราทั้งหลายในทุกวันนี้เช่นกัน

พระองค์ทรงช่วยคนแต่ละคนในอดีตได้ พระองค์ก็ทรงช่วยทุกสิ่งในชีวิตของเราได้เช่นเดียวกัน เพราะความรักของพระเจ้านั้นยิ่งใหญ่ และพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าที่อัศจรรย์สำหรับผู้ที่รักพระองค์ ใครก็ตามที่เข้ามาหาพระองค์ สัมผัสพระองค์ เชื่อในพระองค์ คนเหล่านั้นจะได้รับความรักและการอัศจรรย์ในชีวิตของเขา และเขาจะได้รับการเปลี่ยนใหม่ และมีชีวิตที่ดีขึ้น

ข้าพเจ้าอยากให้เราทั้งหลายพิสูจน์สิ่งเหล่านี้จากพระเจ้า

 

คริสเตียนทุกคนเชื่อว่าพระเยซูคริสต์ทรงพระชนม์อยู่ เราไม่ได้เชื่อพระเจ้าที่ตายแล้ว แต่เราเชื่อพระเจ้าที่ทรงพระชนม์อยู่ และพระองค์ทรงอยู่ด้วยกับเราทุกคนตลอดเวลา เมื่อเรารักพระองค์ ความรักพระองค์จะอยู่ด้วยกับเรา แล้วเราจะรู้ได้ว่าพระองค์ทรงอยู่ด้วยกับเราเสมอ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตของเรา พระองค์ทรงทราบ พระองค์ทรงรู้จักเราดี พระองค์ทรงรู้จักทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตของเราเสมอ คำถามคือ เราเข้ามาหาพระองค์หรือไม่?

ชายถูกผีสิง วิ่งหาพระเยซูคริสต์ หญิงที่ป่วยเป็นโรคโลหิตตก วิ่งหาพระเยซูคริสต์ เด็กหญิงคนนั้นก็ได้พบพระเยซูคริสต์ เมื่อเราและพระเยซูคริสต์ได้พบกัน เมื่อเราได้เชื่อฟังพระองค์ แสวงหาพระองค์ ความรักอันยิ่งใหญ่ของพระเยซูคริสต์ จะประทานชีวิตใหม่อันอัศจรรย์ให้แก่เราเสมอ

พระเยซูคริสต์ทรงรักเราทั้งหลายมาก

ไม่ว่าเราจะอายุเท่าไรก็ตาม พระเยซูคริสต์ก็ทรงรักเรา

ไม่ว่าเราจะมีสภาพอย่างไรก็แล้วแต่ พระเยซูคริสต์ก็ทรงรักเรา

ไม่ว่าเราจะมีโรคต่าง ๆ พระเยซูคริสต์ก็ทรงรักเรา

คนที่ทำงานหนักมีภาระสูง พระเยซูคริสต์ก็ทรงรักเรา

เราจึงต้องเข้ามาหาพระองค์และเชื่อในพระองค์ตลอดเวลา เพราะความรักของพระองค์จะแก้ไขทุกปัญหาในชีวิตของเราได้

ขอที่เราจะพิสูจน์ความรักของพระองค์ โดยการเชื่อพระองค์ และเข้ามาใกล้ชิดกับพระองค์ทุกวัน แล้วเราจะเห็นสิ่งอัศจรรย์ที่เราไม่เคยเห็นเลย

ข้าพเจ้าเห็นคนที่เลวที่สุดในสังคม คือนักโทษ ได้รับการเปลี่ยนแปลง คริสตจักรของข้าพเจ้ามีสมาชิก 158 คน ซึ่งในนี้ 134 คนเป็นนักโทษมาก่อน คริสตจักรของข้าพเจ้าเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์เป็นอดีตนักโทษ แต่ถ้าข้าพเจ้าไม่บอกพี่น้องว่าคนเหล่านี้เคยเป็นนักโทษมาก่อน พี่น้องจะไม่เชื่อเลยว่าคนเหล่านี้เคยมีสันดานของการเป็นนักโทษมา พระเจ้าไม่ได้ทรงใช้ข้าพเจ้าอะไรพิเศษ นอกจากให้ข้าพเจ้าสื่อให้พวกเขารู้จักความรักของพระเจ้า

บางคนมีชีวิตการงานดี สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเพราะเขาได้รู้จักและสัมผัสถึงความรักของพระองค์

พี่น้องทั้งหลาย ขอที่เราจะไม่ลืม คือ พระเยซูคริสต์ทรงเสด็จมาเพราะพระองค์ทรงรักเรา ขอที่เราจะเข้ามาหาพระองค์ แล้วเราจะได้รับชีวิตใหม่

 

3. รักของพระเจ้าเป็นรักวิเศษ ทำให้เรามีความหวังและมีความสุขนิจนิรันดร์

มีคำพูดหนึ่ง กล่าวว่า "ใครที่สัมผัสถึงความรักของพระเจ้า เขาจะมีความสุขและความหวังนิจนิรันดร์"

คริสเตียนหลายคนที่รู้สึกท้อใจและห่อเหี่ยวใจต้องฟังให้ดี เพราะถ้าเรามีความรักของพระเจ้าแล้ว ความท้อใจความผิดหวังและความเจ็บปวดจะเป็นสิ่งที่จะมาเยี่ยมเยียนในชีวิตของเราเพียงชั่วคราวเท่านั้นเอง แต่สิ่งที่จะอยู่ในชีวิตในชีวิตของเราตลอด คือ "ความสุขและความหวังนิจนิรันดร์"

เมื่อพระเจ้าทรงเปลี่ยนแปลงชีวิตของเรา เสด็จมาอยู่ในเรา พระองค์ทรงได้ทรงประทานความสุขและความหวังนิจนิรันดร์ในชีวิตของเรา ใครจะแย่งชิงไปจากเราไม่ได้

วันหนึ่ง ถ้าได้ไปเยี่ยมเยียนพันธกิจของข้าพเจ้าในเรือนจำ และเห็นคริสเตียนนมัสการพระเจ้าในเรือนจำ ถ้าหากไม่ได้ดูสภาพข้างนอกเลย ก็จะดูไม่ออกเลยว่าที่นั่นคือคุก เพราะเมื่อนักโทษในเรือนจำสรรเสริญนมัสการพระเจ้านั้น พวกเขานมัสการ ร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้าอย่างมีความสุขเหลือเกิน จนเจ้าหน้าที่หลายคนกลับใจเป็นคริสเตียน

ไม่นานมานี้ ผู้บัญชาการท่านหนึ่งได้กลับใจเป็นคริสเตียน ด้วยคำถามง่าย ๆ คำถามหนึ่งในใจของท่าน ท่านได้ทำงานที่นั่นมา 29 ปี จนได้เป็นผู้บัญชาการ จนวันหนึ่ง ท่านเดินในเรือนจำ และได้เห็นนักโทษกลุ่มหนึ่งนมัสการพระเจ้า แต่ละคนติดคุก 10 กว่าปี ต่างปรบมือร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า ยิ้มแย้มแจ่มใส กระโดดโลดเต้น แม้ไม่มีเครื่องดนตรี ผู้บัญชาการผู้นี้ก็ถามว่า "คนเหล่านี้ทำอะไรกัน?" ลูกน้องก็บอกว่า "นี่คือพวกคริสเตียน เขานับถือพระเยซูคริสต์ และขออนุญาตที่จะนมัสการในวันอาทิตย์"

ผู้บัญชาการท่านนี้ได้ยืนดูเหล่านักโทษร้องเพลงครึ่งชั่วโมง และกลับไปห้องของท่าน

วันจันทร์ต่อมา ท่านได้โทรศัพท์มาหาข้าพเจ้า และข้าพเจ้าก็ได้เดินทางไปพบท่านตอนบ่าย ท่านถามข้าพเจ้าว่า "ผมมีคำถามประหลาดหน่อยนะ เมื่อวานผมเห็นนักโทษพวกที่นับถือคริสต์ เห็นเขากระโดดร้องเพลงกัน ดูเขามีความสุขเหลือเกิน ดูเขายิ้มแย้มแจ่มใส มีสันติสุข ข้าพเจ้ายืนดูอยู่ครึ่งชั่วโมง ไม่ได้รู้สึกว่าพวกเขาเป็นนักโทษเลย หน้าตาเบิกบานเหลือเกิน เพราะอะไรไม่รู้ อาจารย์ช่วยอธิบายให้ผมฟังหน่อย"

เรานั่งคุยกัน 1 ชั่วโมง จนในที่สุด ท่านก็ได้บอกว่า "ถ้าการรู้จักพระเยซูคริสต์แล้วทำให้ชีวิตเบิกบานแม้อยู่ในความทุกข์ ผมก็อยากเป็นคริสเตียน"

ข้าพเจ้าก็ตอบท่านนั้นว่า "ท่านสามารถเป็นคริสเตียนได้เลย แล้วไม่ว่าท่านจะมีภาระหนักเพียงไร ท่านจะร่าเริงและมีความชุ่มชื่นในชีวิต"

วันนี้ชายผู้นี้เป็นคริสเตียนที่รักพระเจ้ามาก เป็นผู้บัญชาการที่จ่อคิวขึ้นเป็นผู้ใหญ่ในกรมราชทัณฑ์ และทุกวันเมื่อข้าพเจ้าพบท่าน หรือคุยโทรศัพท์กับท่าน ข้าพเจ้าก็ถามท่านว่า "ท่านสบายดีไหม?" สิ่งที่ท่านตอบคือ "อาจารย์ลองภูมิผมหรือเปล่า?" ท่านจะตอบเช่นนี้เสมอว่า "สำหรับผมวันนี้ สบายตลอดเวลา มีความสุขตลอดเวลา"

ถ้าหากว่าเรากำลังเผชิญกับสิ่งที่ทำให้ขาดความสุขและความหวัง สิ่งที่ทำให้เหนื่อยอ่อนและท้อใจ ขอให้เราถามใจของเราว่า "พระเยซูคริสต์ทรงอยู่ในใจของเราหรือไม่?"

ถ้าความรักของพระเยซูคริสต์อยู่ในเรา ไม่มีทางเลยที่เราจะเหน็ดเหนื่อยและท้อใจ เพราะพระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระเจ้าแห่งความรัก เป็นพลังแห่งความสุขและความรักในชีวิตของเราผู้เชื่อเสมอ

ความรักของพระองค์เสด็จมาแล้วในโลกนี้ พระองค์ทรงเสด็จมาหาเราทั้งหลายทุกคน เราจะพบความรักของพระองค์ เพียงเข้ามาหาพระองค์ เชื่อในพระองค์ แล้วเราจะได้รับความรักอันยิ่งใหญ่นี้ และความรักนี้จะทำให้เราทั้งหลายมีความสุขชั่วนิรันดร์ ไม่ว่าเหน็ดเหนื่อย มีความทุกข์ หรือมีความสุข พระองค์จะทรงเป็นองค์อัศจรรย์ที่ช่วยให้เรามีความหวังและความสุขเสมอ

 

ข้าพเจ้าทำงานกับนักโทษ ข้าพเจ้าเหน็ดเหนื่อยมาก และสนุกมากเช่นกัน ตอนที่ข้าพเจ้าสนุกมากที่สุด ก็คือ ตอนที่เห็นคนที่ออกจากคุกมีงานทำ

เดือนที่แล้วมี 12 คนได้รับการปล่อยตัวออกมา และพักอยู่กับข้าพเจ้า ข้าพเจ้าสอนพระคัมภีร์ถึงความรักของพระเจ้า 2-3 อาทิตย์ วันนี้ 12 คนนั้นมีงานทำอย่างดี ข้าพเจ้าเห็นว่าเป็นสิ่งอัศจรรย์มาก เมื่อเขารักพระเจ้า เชื่อในพระเจ้า พระเจ้าจัดเตรียมสิ่งที่ดีเกินกว่าที่พวกเขาจะเข้าใจได้

หญิงคนหนึ่ง อยู่ในคุก 15 ปี เมื่อเธอออกมา เธอแทบไม่รู้จักถนนหนทางในกรุงเทพฯ เลย เพราะเธอเข้าในคุกตั้งแต่อายุ 21 ปี ออกมาก็อายุย่าง 37 ปี แต่ในที่สุด เธอก็ได้งานที่บริษัทแห่งหนึ่งที่แถว ๆ ถนนสีลม

ชายคนหนึ่ง อยู่ในคุก 7 ปี ได้เข้าไปทำงานในธนาคารซิตี้แบงค์

และมีอีกคนหนึ่ง ได้ทำงานในบริษัทโตโยต้า

มีหลาย ๆ คนได้งานที่ดี ข้าพเจ้ามีความสุข เพราะนี่คือสิ่งที่ข้าพเจ้าได้พบเห็นเป็นคำตอบจากพระเจ้า สำหรับผู้ที่เชื่อในพระเยซูคริสต์ และรับความรักพระองค์เข้ามาในชีวิต พระองค์จะทรงประทานความหวัง ความสุข และความเจริญก้าวหน้าให้แก่คนเหล่านั้น

ข้าพเจ้าอยากอ้อนวอนและเรียกร้องท่านทั้งหลาย

สำหรับผู้ที่เป็นคริสเตียน ขอพระเจ้าอวยพรที่ท่านจะรับใช้พระเจ้ามาก ๆ ขึ้น และเมื่อดำเนินชีวิตทุกวัน ขอความรักของพระเจ้าเติบใหญ่ในชีวิตของท่านตลอดเวลา

สำหรับพี่น้องที่ยังไม่รู้จักพระเจ้า ข้าพเจ้าขอท้าทายว่า พระเจ้าทรงรักท่าน และพระองค์ทรงเตรียมสิ่งที่ดีในชีวิต สิ่งเดียวที่ท่านควรจะทำ คือ ให้ท่านเลือกว่า ท่านจะเป็นแบบคนเดิม หรือจะรับความอัศจรรย์ใหม่เข้ามาในชีวิตของพวกท่าน

ถ้าท่านอยากพบการอัศจรรย์เกิดขึ้นในชีวิต อยากจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุดที่พระเจ้าจะทรงประทานให้แก่ท่าน ท่านจะต้องเชื่อและวางใจในพระองค์

 

ศจ. สุนทร สุนทรธาราวงศ์

การนมัสการภาคภาษาจีน คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 31/10/2010

เรื่อง รักวิเศษ

สรุปโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

 

  • ถ้าท่านอ่านแล้ว มีความปรารถนาที่จะเปิดใจออก อธิษฐานทูลเชิญพระเยซูคริสต์เสด็จเข้ามาในชีวิตของท่าน และเป็นพระเจ้าของท่าน กรุณาไปที่หน้า คำอธิษฐาน

  • ถ้าคุณอ่านแล้วสนใจ กรุณาติดต่อคริสตจักรใกล้บ้านท่านได้เลยครับ หรือถ้าหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ก็ติดต่อโดยตรงได้ที่อีเมลของผมเลยครับ ton@followhissteps.com