ความรักระหว่างเพื่อน

FollowHisSteps.com
 


"5 ว่ากันต่อหน้า ดีกว่ารักกันลับ
6 บาดแผลที่มิตรทำก็สุจริต แต่การจุบของศัตรูนั้นมากเกินความจริง" (สุภาษิต 27:5-6)


ข้อเท็จจริงของคำว่าเพื่อน มี 3 ประการด้วยกัน

1. มนุษย์ต้องอยู่กันเป็นชุมชน

ทุกคนปรารถนาที่จะมีเพื่อน เมื่อเรามีเพื่อนแล้ว ชีวิตของเราจะมีความสุข มีรสชาด แต่ถ้าไม่มีเพื่อนก็จะโดดเดี่ยวเดียวดาย

2. เราควรที่จะขยายขอบเขตของการคบเพื่อน

เราเป็นพระสหายของพระเจ้า พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้ที่เป็นเพื่อนของเราด้วย

พระคริสต์ทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเรา และเป็นเพื่อนของเราด้วย

พ่อแม่ก็เพื่อนกับลูก ๆ ได้ และลูก ๆ ก็เป็นเพื่อนกับพ่อแม่ได้ รวมถึงคู่ครอง และเพื่อนร่วมงาน

3. ความผูกพันของคำว่าเพื่อน คือการเอาความรักมาเชื่อมสนิทกันและกัน

เพลงสั้นเพลงหนึ่ง คือ หนึ่งในความรักพระคริสต์ ทำให้เราเข้าใจถึงความเป็นเพื่อนกันในพระคริสต์ ผูกพันกันและกัน

 

พระคัมภีร์ตอนนี้ได้กล่าวถึงความรักเพื่อนฝูง ซึ่งมีสอบแบบด้วยกัน คือ "รักแบบเอาใจ" และ "รักแบบใส่ใจ"

ความรักที่พ่อแม่มีต่อลูก ถ้าหากว่าพ่อแม่ "รักแบบเอาใจใส่" ก็จะดูแลลูกอย่างเอาใจใส่ แต่ถ้า "รักแบบตามใจ" ก็คือ โอ๋เกินไป ไม่อบรมสั่งสอน ซึ่งจะทำให้ลูกหลานเสียเด็ก เพราะไม่ตำหนิ ไม่สั่งสอน ไม่ว่า ไม่ติเตียน

ความรักระหว่างเพื่อน ถ้าหากเป็น "ความรักแบบเอาใจใส่" บางครั้งอาจจะทำได้ยากเหลือเกิน และความสัมพันธ์อาจไม่ราบรื่นนัก ไม่ใช่สิ่งที่ทำได้ง่าย ๆ เป็นความรักซึ่งเมื่อเพื่อนเราทำผิด เราก็จะติ แนะนำ ชี้แนะว่าจะต้องทำอย่างไร แต่ถ้าเป็น "รักแบบตามใจ" แม้ว่าเขาทำผิด ก็จะไม่ต่อว่า ไม่มีหลักการ คุณดี ฉันก็ดีด้วย รักเช่นนี้ไม่ถูกต้อง แม้ว่าจะทำได้ง่าย แต่เรียกว่า "รักแบบเห็นแก่ตัว" เพราะเป็นการรักแบบเอาใจ กลัวว่าจะเสียเพื่อนไป ทุกอย่างก็ยอมไปหมด มีความลำเอียง แม้ว่าคนนั้นอาจจะไม่น่าดู แต่ก็จะชมว่าสวย น่าดูน่าชม เมื่อทำผิด ก็บอกว่าถูกแล้ว คอยปกป้องเขาตลอด ความรักเช่นนี้ทำให้ตาบอด

การปฏิบัติต่อคนที่ไม่เชื่อพระเจ้า เราอาจรู้สึกว่าต้องประกาศข่าวประเสริฐ แต่ก็กลัวว่าถ้าพูดไปแล้ว เขาจะไม่พูดกับเรา จะหาว่าเราโบราณ เราอาจรู้สึกว่าการประกาศต่อเพื่อนฝูงไม่ง่ายเลย

 

รักแบบเอาใจ

ศิษย์ของพระเยซูคริสต์ 12 คน มีหนึ่งคนที่เป็นผู้ทรยศ คือ ยูดาส แล้วพระองค์ทราบก่อนหรือไม่? แน่นอน พระองค์ทรงทราบอยู่แล้ว ว่าเขาจะทรยศพระองค์

"เมื่อ​ยูดาส​รับประทาน​อาหาร​นั้น​แล้ว ซาตาน​​ก็​เข้า​สิง​ใน​ใจ​เขา ​พระ​เยซู​จึง​ตรัส​กับ​เขา​ว่า 'ท่าน​จะ​ทำ​อะไร ​ก็​จง​ทำ​เร็วๆ เถิด' " (ยอห์น 13:27)

ยูดาสได้ขายพระองค์ ทรยศพระองค์ ที่สวนเกเศมณีคืนนั้นเอง เขาได้นำคนมาจับพระเยซูคริสต์ เขาแสดงเครื่องหมายโดยการจุบพระองค์ เขาแกล้งทำเป็นว่ารักพระองค์ แต่แท้จริงเขาทรยศพระองค์

จริง ๆ แล้วเขาไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้ เพราะเขาสามารถตะโกนบอกได้เลย ว่าผู้นี้เป็นพระเยซูคริสต์ แต่เขาไม่กล้าทำ เขากลับแสดงการทรยศของเขาด้วยการจุบ นี่เป็นการเสแสร้ง

บุตรน้อยหลงหาย จากบ้านไป มีเพื่อนกินเพื่อนใช้มากมาย ซึ่งเพื่อนเหล่านี้เห็นบุตรผู้นี้มีเงิน เลยอยู่ร่วมกับเขา พวกเขาใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย โดยไม่คิดจะตักเตือนบุตรชายผู้นี้ เขาเหล่านั้นชมเขาอยู่ตลอดเวลา นี่เป็นความรักแบบเสแสร้ง ทำทุกสิ่งเพื่อเอาใจ ทำได้ง่าย และสร้างความรู้สึกที่ดีต่อกัน

พ่อแม่บางคนรักลูก แม้ว่าจะต้องทำงานเหนื่อยยาก กลับถึงบ้านก็ไม่ดูแลลูก เพราะคิดว่าเหนื่อยมามากแล้ว แสดงความรักด้วยการฟังทุกอย่างที่ลูกบอก ให้ทุกอย่างที่ลูกขอ ไม่ว่าลูกจะอยากได้อะไร ก็ให้หมด ลูกไม่อยากเรียนหนังสือก็ยอม ลูกไม่อยากไปโบสถ์ก็ตามใจ ไม่คิดที่จะตักเตือน ความรักเช่นนี้เป็นการทำร้ายลูกตนเอง นี่เป็นการแสดงความไม่รับผิดชอบ

รักแบบโอ๋เช่นนี้ อันตรายมาก

มารดาคนหนึ่ง พาลูกไปเที่ยว และนำเอาพี่เลี้ยงเด็กไปด้วยเพื่อช่วยดูแลลูก เดินทางโดยรถไฟ มารดาผู้นี้ได้กำชับให้พี่เลี้ยงดูแลลูกให้ดี อย่าให้ลูกมากวน เพราะว่าต้องการที่จะอ่านหนังสือพิมพ์ ถ้าเด็กอยากได้อะไรก็ให้เขาไป อย่าให้ร้องไห้รบกวน

ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงเด็กร้อง มารดาผู้นี้ก็ถามว่า "ทำไมปล่อยให้เด็กร้องเล่า เขาอยากได้อะไรก็ให้ไป"

อีกสักพักหนึ่ง เด็กคนนี้ก็ร้องเสียงกรี๊ดขึ้นมา แม่ผู้นี้ก็ถามอีก "ว่าทำไมเด็กร้อง เขาอยากได้อะไรก็ให้เขาไป"

พี่เลี้ยงเด็กบอกว่า เขาเห็นผึ้งตัวหนึ่ง เขาจึงจับไว้ และจะไปปล่อยที่อื่น แต่เด็กผู้นี้อยากได้ผึ้งตัวนี้ พอให้ผึ้งตัวนี้แก่เด็ก ผึ้งก็ต่อยเด็ก ทำให้เด็กร้องกรี๊ด

ถ้าหากพ่อแม่รักลูกแบบตามใจลูกจนเกินไป ที่แท้เป็นอันตราย และทำร้ายเด็ก

 

รักแบบเอาใจใส่

"ว่ากันต่อหน้า ดีกว่ารักกันลับ " (สุภาษิต 27:5)

รักแบบเอาใจใส่ ต้องมีหน้าที่ มีความรับผิดชอบ เมื่อเพื่อนของเราหรือลูกของเราทำผิด เราต้องว่ากล่าวตักเตือน แม้ว่าสิ่งที่ทำไปอาจไม่ถูกใจเขา แต่เราก็ต้องอดทน เอาใจใส่ด้วยใจ เพื่อเป็นประโยชน์ต่ออีกฝ่าย เพื่อเสริมสร้างกัน

บางครั้งทำเช่นนี้อาจจะอันตราย เพราะเขาอาจไม่ชอบที่จะฟัง เราอาจต้องเสียเพื่อน เพราะเขาอาจไม่คบกับเรา แต่ถ้าเรารักแบบเอาใจใส่ เราต้องเตรียมใจเช่นนี้ เราต้องใช้ความรักของพระเจ้า ที่ทรงรักแบบเอาใจใส่ สอนเรา และสร้างเรา

"บาดแผลที่มิตรทำก็สุจริต แต่การจุบของศัตรูนั้นมากเกินความจริง" (สุภาษิต 27:6)

การว่ากล่าวตักเตือนไม่ใช่เป็นเพราะเราอยากให้ร้ายเขา แต่เป็นสิ่งที่ออกจากความรัก เป็นประโยชน์ต่อเขา แม้ว่าอาจทำให้เขาเจ็บปวด แต่สุดท้ายก็เป็นประโยชน์ต่อเขา

เด็กคนหนึ่ง เข้าไปในห้องสมุด และได้ขโมยการ์ตูน เมื่อบิดาของเขาทราบ ก็ได้จับเขามา ดุด่าว่ากล่าว เผาหนังสือที่ขโมยมาทิ้ง และตีสอนแต่เด็กคนนั้น

ต่อมาเด็กคนนี้ก็ยังคงทำเช่นนั้นอีกเป็นครั้งที่สอง ครั้งที่สาม บิดาก็ยังคงทำโทษเขาอยู่ตลอดทุกครั้ง แต่ครั้งที่สาม บิดาของเขาได้ตีด้วยน้ำตาไหล และอัศจรรย์มาก ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เด็กคนนี้ก็ได้กลับตัว และไม่ขโมยหนังสืออีก

เมื่อเขาโต และมีครอบครัว วันหนึ่งมารดาของเขาได้ถามเขาว่า "มีเรื่องหนึ่งในสมัยเด็ก เจ้าจำได้หรือไม่ ที่เจ้าชอบขโมยหนังสือ และพ่อก็ตีเจ้า แล้วทำไมจึงเปลี่ยนนิสัยนี่เล่า เป็นเพราะพ่อตีจนเจ้ากลัวหรือไม่" ชายคนนี้ก็ได้ตอบว่า "ไม่ใช่ครับ แต่เป็นเพราะได้เห็นคุณพ่อตีด้วยน้ำตาไหล เอาใจใส่ ให้ความรัก ไม่อยากให้ฉันเป็นเด็กไม่ดี ทำจนผมสำนึกได้ว่าสิ่งที่ทำนั้นไม่ดี"

นี่เรียกว่ารักแบบเอาใจใส่ระหว่างพ่อกับลูก

พระบิดาของเราทรงรักเรา ทรงยุติธรรม เมื่อเราทำผิด พระเจ้าจะทรงดูแล สั่งสอนเรา

"1 แต่​พระ​เยซู​เสด็จ​ไป​ยัง​ภูเขา​มะกอก​เทศ
2 ​ใน​ตอน​เช้าตรู่​พระ​องค์​เสด็จ​เข้า​ใน​บริเวณ​พระ​วิหาร​อีก คน​ทั้ง​หลาย​พา​กัน​มา​หา​พระ​องค์ ​พระ​องค์​ก็​ประทับ​นั่ง​และ​เริ่ม​สั่ง​สอน​เขา
3 พวก​ธรรมาจารย์​และ​พวก​ฟาริสี ได้​พา​ผู้หญิง​คน​หนึ่ง​มา หญิง​ผู้​นี้​ถูก​จับ​ฐาน​ล่วง​ประเวณี และ​เขา​ให้​หญิง​ผู้​นี้​ยืน​อยู่​หน้า​ฝูง​ชน
4 เขา​ทูล​พระ​องค์​ว่า “​พระ​อาจารย์​เจ้า​ข้า หญิง​คน​นี้​ถูก​จับ​เมื่อ​กำลัง​ล่วง​ประเวณี​อยู่
5 ​ใน​ธรรม​บัญญัติ​นั้น​โมเสส​สั่ง​ให้​เรา​เอา​หิน​ขว้าง​คน​เช่นนี้​ให้​ตาย ส่วน​ท่าน​จะ​ว่า​อย่างไร​ใน​เรื่อง​นี้”
6 เขา​พูด​อย่าง​นี้ เพื่อ​ทดลอง​พระ​องค์​หวัง​จะ​หา​เหตุ​ฟ้อง​พระ​องค์ แต่​พระ​เยซู​ทรง​น้อม​พระ​กาย​ลง​เอา​นิ้ว​พระ​หัตถ์​เขียน​ที่ดิน
7 และ​เมื่อ​พวก​เขา​ยัง​ทูล​ถาม​อยู่​เรื่อยๆ ​พระ​องค์​ก็​ทรง​ลุก​ขึ้น​ตรัส​ตอบ​เขา​ว่า “ผู้ใด​ใน​พวก​ท่าน​ที่​ไม่​มี​ผิด ​ก็​ให้​ผู้​นั้น​เอา​หิน​ขว้าง​เขา​ก่อน”
8 แล้ว​พระ​องค์​ก็​ทรง​น้อม​พระ​กาย​ลง​เอา​นิ้ว​พระ​หัตถ์​เขียน​ที่ดิน​อีก
9 แต่​เมื่อ​เขา​ทั้ง​หลาย​ได้​ยิน​ดังนั้น เขา​ทั้ง​หลาย​จึง​ออกไป​ที​ละ​คนๆ เริ่ม​จาก​คน​เฒ่า​คน​แก่ เหลือ​แต่​พระ​เยซู​ตาม​ลำพัง กับ​หญิง​คน​นั้น​ที่​อยู่​ต่อ​พระ​พักตร์​พระ​องค์
10 ​พระ​เยซู​ทรง​เงย​พระ​พักตร์​ขึ้น​ตรัส​กับ​นาง​ว่า “หญิง​เอ๋ย พวก​เขา​ไป​ไหน​หมด ไม่​มี​ใคร​เอา​โทษ​เจ้า​หรือ”
11 นาง​นั้น​ทูล​ว่า “​พระ​องค์​เจ้า​ข้า ไม่​มี​ผู้ใด​เลย” และ​พระ​เยซู​ตรัส​ว่า “เรา​ก็​ไม่​เอา​โทษ​เจ้า​เหมือน​กัน จง​ไป​เถิด​และ​อย่า​ทำ​ผิด​อีก”​ (ยอห์น 8
:1-11)

พระเยซูคริสต์ทอดพระเนตรเห็นคนกลุ่มหนึ่ง จับเอาหญิงโสเภณีมา เพื่อจะฆ่าเธอให้ตายตามบัญญัติ ถ้าหากพระองค์จะตกลงยอมตาม ให้เขาเอาก้อนหินขว้างเธอให้ตาย พวกเขาก็อาจจะบอกว่า ไหนบอกว่าพระเจ้าเป็นความรัก และทำไมให้เอาหินขว้างตาย

แต่พระองค์ก็ได้ก้มลง เขียนสิ่งหนึ่ง ฝูงชนก็หยิบก้อนหินเตรียมขว้างใส่เธอ และพระองค์ก็ได้ตรัสว่า "ผู้ที่ไม่มีบาป ให้เป็นผู้เอาหินขว้างก่อน"

และฝูงชน ก็ค่อย ๆ ถอยไป เดินออกไปทีละคน โดยเริ่มจากผู้อาวุโส

พระองค์ก็ได้ตรัสกับเธอว่า "เราไม่เอาโทษเจ้า จากนี้ไป อย่าทำบาปผิดอีก"

พระองค์ทรงรักคนบาป แต่เกลียดชังความบาป ทรงอยากให้ทุกคนกลับใจ

 

"38 เมื่อ​พระ​องค์​กับ​เหล่า​สาวก​กำลัง​เดินทาง​ไป ​พระ​องค์​จึง​ทรง​เข้า​ไป​ใน​หมู่​บ้าน​แห่ง​หนึ่ง มี​ผู้หญิง​คน​หนึ่ง ชื่อ​มารธา​ต้อนรับ​พระ​องค์​ไว้​ใน​เรือน​ของ​เธอ​
39 มารธา​มี​น้องสาว​ชื่อ​มารีย์ และ​มารีย์​ก็​นั่ง​ใกล้​พระ​บาท​พระ​เยซู​ฟัง​ถ้อยคำ​ของ​พระ​องค์​ด้วย​
40 แต่​มารธา​ยุ่ง​ใน​การ​ปรนนิบัติ​มาก จึง​มา​ทูล​พระ​องค์​ว่า
'พระ​องค์​เจ้า​ข้า ​พระ​องค์​ไม่​สน​พระ​ทัย​หรือ ซึ่ง​น้องสาว​ของ​ข้า​พระ​องค์​ปล่อย​ให้​ข้า​พระ​องค์​ทำ​การ​ปรนนิบัติ​แต่​คน​เดียว ขอ​พระ​องค์​สั่ง​เขา​ให้​มา​ช่วย​ข้า​พระ​องค์'
41 แต่​องค์​พระ​ผู้​เป็น​เจ้า​ตรัส​ตอบ​เธอ​ว่า
'มารธา มารธา​เอ๋ย เธอ​กระวน​กระวาย​และ​ร้อน​ใจ​ด้วย​หลาย​สิ่ง​นัก​
42 สิ่ง​ซึ่ง​ต้อง​การ​นั้น​มี​แต่​สิ่ง​เดียว มารีย์​ได้​เลือก​เอา​ส่วน​ดี​นั้น ใคร​จะ​ชิง​เอา​ไป​จาก​เธอ​ไม่ได้
' " (ลูกา 10:38-42)

ครั้งหนึ่งพระองค์เสด็จถึงบ้านลาซารัส มารธาได้หาพระองค์ และมาฟ้องพระองค์ว่า "ดูน้องของข้าพเจ้าสิ ปล่อยให้ข้าพเจ้ามารับใช้ผู้เดียว ให้เขามาช่วยด้วยสิ"

พระองค์จึงได้ตรัสกับเธออย่างสุภาพว่า "มารธา เจ้าเป็นทุกข์ด้วยเรื่องนี้ทำไมเล่า สิ่งที่ขาดไม่ได้มีเพียงอย่างเดียว ก็คือ สิ่งที่มารีย์ได้เลือกเอาไว้ เป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว ไม่มีใครสามารถแย่งไปได้"

พระองค์ไม่ได้ตรัสว่ามารธาอย่างรุนแรง แต่พระองค์ตรัสต่อเธออย่างสุภาพ เพราะพระพรที่ดีที่สุด สิ่งที่ดีที่สุด คือสิ่งที่มารีย์ได้รับ

 

ครั้งหนึ่ง เมื่อพระองค์ทรงอยู่ต่อหน้าฟาริสีและธรรมาจารย์ พระองค์ได้ทรงติเตียนต่อว่าพวกเขาอย่างรุนแรง ตำหนิว่าเขาเป็นคน "หน้าซื่อใจคด" ข้างนอกสวยงาม ข้างในบรรจุด้วยซากศพ

เหตุใดพระองค์จึงติเตียนด้วยคำที่รุนแรงเช่นนี้? พระองค์ทรงกล้าที่จะติเตียนต่อเขาต่อหน้า มิได้ทรงสนพระทัยพระองค์เอง สุดท้ายพระองค์ทรงถูกจับตรึงที่กางเขน โดยผู้ที่ถูกพระองค์ตำหนิ พวกเขาไม่ยอมรับพระเยซูคริสต์ แม้ว่าพระเยซูคริสต์จะทรงสอนอย่างดี พวกเขาก็ไม่ฟัง

ถ้าเรารักเพื่อนของเรา เราต้องมีความรักที่ออกมาจากใจจริง เป็นความรักแบบเอาใจใส่ ไม่สนใจว่าจะต้องสูญเสียอะไรไป

 

ดาวิด เมื่อครั้งที่ซาอูลยังเป็นกษัตริย์ เขาเป็นเด็กเลี้ยงแกะ มีใจยำเกรงพระเจ้าและกล้าหาญ เมื่อศัตรูมาท้ารบ เขาก็สู้รบกับศัตรู สุดท้ายเขาก็เอาชนะโกลิอัทได้

โยนาธานเป็นบุตรคนโตของซาอูล ซึ่งจะได้เป็นกษัตริย์ แต่เขารักดาวิดมาก เพราะว่าเขารู้สึกว่าดาวิดกล้าหาญ และความรักของเขา ก็เป็นความรักดุจชีวิตของตนเอง

ใจของดาวิดและโยนาธานผูกพันกัน แม้ซาอูลจะพยายามฆ่าดาวิด เมื่อข่าวลือออกมา โยนาธานก็ได้บอกดาวิดให้หลบหนีไป เมื่อซาอูลรู้ก็โกรธมาก ด่าว่าลูกตนเอง ที่ไม่คิดกำจัดดาวิด การทำเช่นนี้ ตำแหน่งกษัตริย์ก็จะถูกดาวิดเอาไป

แต่โยนาธาน มีพระคำพระเจ้าอยู่ในใจ เขาไม่เห็นแก่ตัว และเขารู้ว่าดาวิดเป็นคนดี เขาได้บอกแก่ดาวิดว่า "เมื่อเจ้าได้เป็นกษัตริย์ ก็จะช่วย" เขารู้สึกว่าดาวิดควรที่จะได้เป็นกษัตริย์ ความรักที่โยนาธานมีต่อดาวิด เป็นความรักที่จริงใจ แม้ว่าบิดาของเขาจะด่าว่าเขา แต่เขาก็รู้สึกว่าสิ่งที่บิดาของเขาทำนั้นไม่ถูกเลย เขาไม่ยืนฝั่งบิดาของตนเอง แต่ยืนฝั่งพระเจ้า ยืนอยู่ฝั่งความจริงของพระเจ้า สนใจในความถูกต้อง นี่เป็นความรักที่แท้จริงระหว่างเพื่อน เป็นความรักที่มาจากพระเจ้า

 

ในพระคัมภีร์ใหม่ พระวาทะเสด็จมาบังเกิดเป็นมนุษย์ เพื่อสำแดงความรักของพระเจ้าแก่มวลมนุษย์ นี่เป็นความรักที่แท้จรงที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง

บุตรน้อยหลงหาย ร่อนเร่หนีไป แต่บิดาของเขาก็รักบุตรคนนี้อย่างจริงใจ แม้ว่าบุตรของตนจะผลาญเงินสิ้น เขาก็ไม่ได้ติเตียนว่าเขา จนในที่สุด ลูกคนนี้ก็ได้สำนึกผิด และได้บอกว่า "ผมไม่สมควรเป็นลูกของพ่อเลย เป็นคนใช้ก็พอ มีอาหาร มีที่นอนก็พอแล้ว" แต่บิดาผู้นี้ไม่ได้คิดเช่นนั้น เขารู้ว่าบุตรคนนี้เป็นเหมือนบุตรที่ตายแล้ว แล้วได้กลับมาใหม่ แม้ว่าบุตรคนโตจะไม่เข้าใจเช่นนั้น

รักของพระเจ้าเป็นเช่นนี้ พระองค์ให้บัญญัติแก่เรา ให้เรารักซึ่งกันและกัน เพื่อคนทั้งหลายจะรู้ว่าเราเป็นสาวกของพระองค์ และคริสตจักรก็ควรที่จะมีความรักเช่นนี้

เหตุใดนี่จึงเป็นบัญญัติใหม่? คือ ให้เราคิด และเริ่มต้นใหม่ พระองค์ทรงรักเราถึงที่สุด สุดท้ายก็ทรงถูกตรึงที่กางเขน

คำตรัสหนึ่งของพระองค์ที่กางเขน คือ "ให้อภัย"

เรารักเพื่อนของเรา เรารักแบบโอ๋ หรือรักแบบเอาใจใส่? ขอที่เราจะรักซึ่งกันและกัน ให้รักของเราแตกต่างจากที่ชาวโลกให้ ขอที่เราจะหนุนใจ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ให้จิตวิญญาณของเราได้รับการเสริมสร้าง

การมาโบสถ์ เพื่อมีเพื่อนพูดคุยสนุก นี่เป็นมิตรภาพ แต่ความรักซึ่งกันและกัน บางครั้งจำเป็นต้องตำหนิ เตือนกัน สอนกัน บางครั้งอาจทำให้เจ็บปวดแต่เป็นสิ่งที่มาจากใจ แล้ววันหนึ่งคนที่เราว่าอาจจะสำนึกได้ และหันกลับมาขอบคุณเรา

 

นักข่าวผู้หนึ่ง ไปที่อินเดีย เขาได้ไปที่โรงพยาบาลรักษาโรคเรื้อน ได้เห็นมิชชันนารีผู้หนึ่ง ล้างบาดแผลให้คนโรคเรื้อน เขาทำอย่างดี

นักข่าวคนนี้ก็ได้บอกว่า "จ้างฉันล้านปอนด์ ฉันก็ไม่ทำเช่นนั้น"

มิชชันนารีท่านนี้จึงตอบว่า "เจ้าให้ฉันสิบล้านปอนด์ ฉันก็ไม่ทำอย่างนี้ แต่เพราะความรักของพระเยซูคริสต์ ฉันจึงยอมที่จะทำเช่นนี้"

ในโลกนี้ มีความขัดแย้งกันมากมาย สังคมต้องการความรัก ความรักที่สังคมต้องการนี้ ก็คือความรักจากพระเจ้า ที่เป็นความรักแบบถูกต้อง เป็นรักที่เสริมสร้าง หนุนใจซึ่งกันและกัน ไม่อยากให้พี่น้องสักคนหลงหายไป กล้าพูดความจริงกับเขา ผิดก็ว่าผิด แต่ใช้ความรักจากใจ ไม่ใช่ทำร้ายเขา ไม่ใช่ใส่ร้ายเข้า แต่เป็นความรักที่มาจากพระเจ้าสำแดงต่อเขา

 

ศจ. วิวัฒน์ วงศ์สันติชน

คำเทศนาการนมัสการรวมวันมิตรภาพ คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 27/06/2010

เรื่อง ความรักระหว่างเพื่อน

สรุปโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

 

  • ถ้าท่านอ่านแล้ว มีความปรารถนาที่จะเปิดใจออก อธิษฐานทูลเชิญพระเยซูคริสต์เสด็จเข้ามาในชีวิตของท่าน และเป็นพระเจ้าของท่าน กรุณาไปที่หน้า คำอธิษฐาน

  • ถ้าคุณอ่านแล้วสนใจ กรุณาติดต่อคริสตจักรใกล้บ้านท่านได้เลยครับ หรือถ้าหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ก็ติดต่อโดยตรงได้ที่อีเมลของผมเลยครับ ton@followhissteps.com