ตายต่อบาป

FollowHisSteps.com
 


"1 ถ้าเช่นนั้นแล้วเราจะว่าอย่างไร ควรเราจะอยู่ในบาปต่อไป เพื่อให้พระคุณมีมากยิ่งขึ้นหรือ
2 อย่าให้เป็นอย่างนั้นเลย พวกเราที่ตายต่อบาปแล้วจะมีชีวิตในบาปต่อไปอย่างไรได้
3 ท่านไม่รู้หรือว่า เราทั้งหลายที่ได้รับบัพติศมาเข้าในพระเยซูคริสต์ ก็ได้รับบัพติศมานั้นเข้าในความตายของพระองค์
4 เหตุฉะนั้น เราจึงถูกฝังไว้กับพระองค์แล้ว โดยการรับบัพติศมาเข้าส่วนในการตายนั้น เพื่อว่าเมื่อพระคริสต์ได้ทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นมาจากความตายโดยเดชพระสิริของพระบิดาแล้ว เราก็จะได้ดำเนินตามชีวิตใหม่ด้วยเหมือนกัน
5
เพราะว่าถ้าเราเข้าสนิทกับพระองค์แล้วในการตายอย่างพระองค์ เราก็จะเข้าสนิทกับพระองค์ในการเป็นขึ้นจากตายอย่างพระองค์ 6เรารู้แล้วว่า คนเก่าของเรานั้นถูกตรึงไว้กับพระองค์แล้ว เพื่อตัวที่บาปนั้นจะถูกทำลายให้สิ้นไป และเราจะไม่เป็นทาสของบาปอีกต่อไป
7
เพราะว่าผู้ที่ตายแล้วก็พ้นจากบาป
8
แต่ถ้าเราตายแล้วกับพระคริสต์ เราเชื่อว่าเราจะมีชีวิตอยู่กับพระองค์ด้วย
9
เรารู้อยู่ว่า พระเจ้าทรงให้พระคริสต์เป็นขึ้นมาจากตาย แล้วพระองค์จะไม่ตายอีก ความตายจะไม่มีอำนาจเหนือพระองค์ต่อไป
10
ด้วยว่าซึ่งพระองค์ได้ทรงตายนั้นพระองค์ได้ทรงตายต่อบาปครั้งเดียวเป็นพอ แต่ซึ่งพระองค์ทรงชีวิตอยู่นั้น พระองค์ทรงชีวิตสนิทกับพระเจ้า
11
ในทำนองเดียวกัน พวกท่านจงถือว่าท่านได้ตายต่อบาป และมีชีวิตสนิทกับพระเจ้าโดยพระเยซูคริสต์
12
เพราะฉะนั้นอย่าให้บาปครอบงำกายที่ต้องตายของท่าน ซึ่งทำให้ต้องเชื่อฟังตัณหาของกายนั้น
13
อย่ายกอวัยวะของท่านให้แก่บาป ให้เป็นเครื่องใช้ในการอธรรม แต่จงถวายตัวของท่านแด่พระเจ้า เหมือนคนที่เป็นขึ้นมาจากตายแล้ว และจงให้อวัยวะเป็นเครื่องใช้ในการชอบธรรมถวายแด่พระเจ้า
14
บาปจะไม่ครอบงำพวกท่านต่อไป เพราะว่าท่านไม่อยู่ใต้ธรรมบัญญัติ แต่อยู่ใต้พระคุณ" (โรม 6:1-14)


เช้าวันนี้ เป็นโอกาสที่เราได้ใคร่ครวญชัยชนะที่เรามีในองค์พระเยซูคริสต์ พระองค์ทรงยิ่งใหญ่ พระองค์ทรงมีชัยชนะเหนือความตาย เหนือความผิดบาป และพระองค์ทรงประทานชัยชนะนั้นให้แก่เราทั้งหลาย

 

"1 ถ้าเช่นนั้นแล้วเราจะว่าอย่างไร ควรเราจะอยู่ในบาปต่อไป เพื่อให้พระคุณมีมากยิ่งขึ้นหรือ
2 อย่าให้เป็นอย่างนั้นเลย พวกเราที่ตายต่อบาปแล้วจะมีชีวิตในบาปต่อไปอย่างไรได้
3 ท่านไม่รู้หรือว่า เราทั้งหลายที่ได้รับบัพติศมาเข้าในพระเยซูคริสต์ ก็ได้รับบัพติศมานั้นเข้าในความตายของพระองค์
4 เหตุฉะนั้น เราจึงถูกฝังไว้กับพระองค์แล้ว โดยการรับบัพติศมาเข้าส่วนในการตายนั้น เพื่อว่าเมื่อพระคริสต์ได้ทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นมาจากความตายโดยเดชพระสิริของพระบิดาแล้ว เราก็จะได้ดำเนินตามชีวิตใหม่ด้วยเหมือนกัน
" (โรม 6:1-4)

พระองค์ทรงมีชัยชนะเหนือความบาป เหนือความตายแล้ว และเราก็เป็นคนใหม่แล้ว ทำไมเราจึงยังคงทำบาปกันอยู่? แท้จริงแล้ว เราอยากจะทำบาปหรือไม่? สำหรับคนที่เชื่อในพระเยซูคริสต์ บังเกิดใหม่แล้ว ก็จะไม่อยากที่จะทำผิดบาปอีกต่อไป เหมือนที่อาจารย์เปาโลบอกว่าท่านไม่อยากทำบาป แต่ปัญหาหรือสิ่งที่อยู่ในตัวท่านมันอยากจะทำผิดบาป

พระธรรมตอนนี้ ต่อเนื่องมาจากโรมบทที่ 5 ซึ่งได้กล่าวถึงพระคุณ และความบาป

การตายต่อบาป คือ การที่ไม่มีความรู้สึกอาลัยอาวรณ์ต่อบาป นั่นคือไม่รู้จักความบาป

อีกความหมายหนึ่ง คือ ชีวิตที่หมดความรู้สึกจากการยั่วยุของความบาป และการตายต่อบาปนี้ไม่ได้หมายถึงว่าเราตายแล้วและหมดโอกาสที่จะตอบสนองต่อความบาป

พระวจนะของพระเจ้าตอนนี้กำลังบอกเราว่า การตายต่อความบาป ไม่ใช่เป็นกระบวนการตายต่อบาปทีละเล็กทีละน้อย

บางคนอาจคิดว่าการตายต่อบาปเป็นอะไรที่ค่อยเป็นค่อยไป เหมือนที่พระองค์ทรงถูกตรึงกางเขนก็ใช้เวลานานเหลือเกิน กว่าพระองค์จะตรัสว่า "สำเร็จแล้ว"

อาจารย์เปาโลไม่ได้กำลังกล่าวถึงกระบวนการตายต่อบาป แต่กำลังบอกข้อเท็จจริงที่ว่า เราได้ตายต่อความบาปแล้ว ไม่ใช่เป็นวิธีการหรือสิ่งที่ค่อยเป็นค่อยไป แต่เป็นสิ่งที่พระเจ้าได้กระทำให้เกิดในชีวิตของเราในฐานะใหม่ของเราในพระคริสต์

โดยทั่วไปมนุษย์อาจอยู่ในการครอบงำของความผิดบาป แต่เมื่อเรารู้จักกับองค์พระเยซูคริสต์เจ้า เราได้รับฐานะใหม่ เราถูกครอบงำด้วยพระคุณของพระองค์ ดังนั้นสิ่งที่เราปรรถนาจะทำ คือ อยากจะทำตามพระคุณของพระเจ้าเท่านั้น

แต่บางครั้งความบาปที่ยังเกาะอยู่ในชีวิตของเราก็กระตุ้นให้เราทำในสิ่งที่ผิด ทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เป็นเหตุจากการที่เราคิดว่าได้รับพระคุณจากพระเจ้ามาฟรี ๆ เลยไม่ได้ตระหนักถึงพระคุณของพระองค์

หลายครั้งคริสเตียนไม่คิดถึงพระคุณของพระเจ้า แต่กลับกลัวว่าถ้าทำบาปแล้วตัวเองจะไม่ปลอดภัย

สมัยรัชกาลที่ 5 สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมหาราช ได้ทรงปลดปล่อยทาส ทำให้ทาสเป็นไท ทุกคนในประเทศเป็นไท แต่แม้ว่าทุกคนเป็นไทแล้ว เมื่อวันหนึ่งเขาเดินไปและเจอเจ้านายเก่าของตน เขาก็ยังคงเกิดความรู้สึกกลัว ทั้ง ๆ ที่เจ้านายเก่าไม่มีอำนาจเหนือตัวของเขาแล้ว แต่เขาก็ยังกลัวเจ้านายเก่าของเขาอยู่ นี่เป็นเพราะอะไร?

ชีวิตของเราผูกติดกับสิ่งนั้นและยากที่เราจะยอมรับฐานะใหม่ที่ได้รับ ที่เป็นเช่นนี้เพราะว่าเราไม่ได้ให้พระเจ้ากระทำกิจในชีวิต และคิดว่าเราเองสามารถทำหน้าที่นี้ของพระเจ้าได้

ทุกวันนี้เรากลัวบาปหรือกลัวพระเจ้า? นี่เป็นคำถามที่เกิดขึ้นกับเราทั้งหลายหลาย ๆ คน

เด็กหลายคนเข้าสู่วงจรของการทำผิดบาป อาทิเช่น การสูบบุหรี่ ถ้าเด็กคนนั้นเป็นคริสเตียน เด็กคนนี้มีความรู้สึกว่าใจหนึ่งอยากสูบบุหรี่ อีกใจหนึ่งก็คิดว่าเขาเป็นคริสเตียน แล้ววันหนึ่งเขาก็ตัดสินใจที่จะไปสูบบุหรี่ เพราะกลัวว่าเพื่อนจะไม่ยอมรับถ้าหากว่าไม่สูบบุหรี่กับเพื่อน แสดงว่าเขากลัวความบาปมากกว่าพระเจ้า

หลายครั้งเราทำผิดบาป เพราะเรากลัวความบาป แต่เราไม่ได้กลัวพระเจ้า ทุกครั้งที่เราทำผิดบาป แสดงว่าเรามองว่าพระคุณของพระเจ้าไม่มีค่าในชีวิตของเรา

ขออย่าให้เราสักแต่รับพระคุณของพระเจ้าเท่านั้น เพราะหากเราทำบาปเสมอ เราก็จะไม่ได้พัฒนาความเชื่อของเราที่มีในองค์พระเยซูคริสต์เจ้า

 

"5 เพราะว่าถ้าเราเข้าสนิทกับพระองค์แล้วในการตายอย่างพระองค์ เราก็จะเข้าสนิทกับพระองค์ในการเป็นขึ้นจากตายอย่างพระองค์ 6เรารู้แล้วว่า คนเก่าของเรานั้นถูกตรึงไว้กับพระองค์แล้ว เพื่อตัวที่บาปนั้นจะถูกทำลายให้สิ้นไป และเราจะไม่เป็นทาสของบาปอีกต่อไป
7
เพราะว่าผู้ที่ตายแล้วก็พ้นจากบาป
8
แต่ถ้าเราตายแล้วกับพระคริสต์ เราเชื่อว่าเราจะมีชีวิตอยู่กับพระองค์ด้วย
9
เรารู้อยู่ว่า พระเจ้าทรงให้พระคริสต์เป็นขึ้นมาจากตาย แล้วพระองค์จะไม่ตายอีก ความตายจะไม่มีอำนาจเหนือพระองค์ต่อไป
10
ด้วยว่าซึ่งพระองค์ได้ทรงตายนั้นพระองค์ได้ทรงตายต่อบาปครั้งเดียวเป็นพอ แต่ซึ่งพระองค์ทรงชีวิตอยู่นั้น พระองค์ทรงชีวิตสนิทกับพระเจ้า
11
ในทำนองเดียวกัน พวกท่านจงถือว่าท่านได้ตายต่อบาป และมีชีวิตสนิทกับพระเจ้าโดยพระเยซูคริสต์" (โรม 6:5-11)

เรากับพระคริสต์เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ทุกสิ่งที่เกิดกับพระคริสต์จะเกิดขึ้นกับชีวิตของเราด้วย และเราก็จะได้ดำเนินชีวิตใหม่ด้วยกันกับพระองค์

ลักษณะของคริสเตียนแบบเทศกาลเป็นอย่างไร? ขอยกตัวอย่างเช่นเทศกาลกินเจ เมื่อถึงเทศกาล ทุกคนก็นับหนึ่งใหม่ พอเข้าพรรษา หลาย ๆ คนก็จะตั้งใจที่จะเลิกเหล้า จะลดละเลิกที่จะไม่ทำสิ่งที่ไม่ดีในช่วงนี้

ชีวิตคริสเตียนของเราเป็นเบบตามเทศกาลเช่นนี้หรือไม่? ยิ่งถ้าเราคิดว่าเราเป็นคริสเตียนแบบเทศกาลแล้ว เราจะยิ่งไม่ติดสนิทกับพระเจ้า กระบวนการความเชื่อเราก็จะไม่ได้เติบโตขึ้นกับพระเจ้า

หลายครั้งเมื่อขึ้นปีใหม่ เราก็มีความตั้งใจที่จะตั้งต้นใหม่กับพระเจ้า และนับหนึ่งใหม่ แท้จริงแล้วไม่อยากให้เราเริ่มต้นใหม่ แต่อยากให้เรามีความสัมพันธ์สนิทกับพระเจ้าตลอดทุกวัน ๆ และเจริญเติบโตขึ้นทุกวัน ๆ

ถ้าเรายังนับ 123 แสดงว่าชีวิตคริสเตียนเราไม่ได้ให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้าทำงานในชีวิตของเรา

แท้จริงแล้ว เราได้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับพระเยซูคริสต์ และทุกสิ่งที่เกิดกับพระคริสต์จะเกิดขึ้นกับเราด้วย เพราะเราเป็นหนึ่งเดียวกันกับพระองค์

อะไรบ้างที่เกิดขึ้นกับพระเยซูคริสต์แล้วจะเกิดขึ้นกับเรา?

พระคริสต์ถูกตรึงไว้บนไม้กางเขน เราก็ถูกตรึงกับพระองค์

พระองค์ทรงสิ้นพระชนม์ เราก็ตายด้วย

เมื่อพระองค์ทรงถูกฝังในอุโมง เราก็ถูกฝังด้วย

เมื่อทรงเป็นขึ้นจากตาย เราก็เป็นขึ้นด้วย

และเมื่อพระองค์ทรงอยู่เบื้องขวาของพระบิดา เราก็อยู่ที่นั่นด้วย

จะมีอะไรจะแยกเราออกจากพระจ้าได้? เพียงแค่ความบาปเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เรากลัวเช่นนั้นหรือ? อย่าให้เป็นเช่นนั้นเลย เพราะพระองค์ทรงกระทำสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ชีวิตของเรา เราจึงควรที่จะทำสิ่งที่ดีที่สุดแด่พระองค์ด้วยเช่นกัน

 

"12 เพราะฉะนั้นอย่าให้บาปครอบงำกายที่ต้องตายของท่าน ซึ่งทำให้ต้องเชื่อฟังตัณหาของกายนั้น
13
อย่ายกอวัยวะของท่านให้แก่บาป ให้เป็นเครื่องใช้ในการอธรรม แต่จงถวายตัวของท่านแด่พระเจ้า เหมือนคนที่เป็นขึ้นมาจากตายแล้ว และจงให้อวัยวะเป็นเครื่องใช้ในการชอบธรรมถวายแด่พระเจ้า
14
บาปจะไม่ครอบงำพวกท่านต่อไป เพราะว่าท่านไม่อยู่ใต้ธรรมบัญญัติ แต่อยู่ใต้พระคุณ" (โรม 6:12-14)

จากพระคำ 3 ข้อนี้ ได้สอนแก่เราว่า อย่าให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นแก่เรา

1. อย่าให้บาปครอบงำกายที่ต้องตายของท่าน

ถ้าความบาปครอบงำ เราก็จะต้องเชื่อฟังตัณหาที่อยู่ในชีวิตของเราอยู่เสมอ สิ่งที่เราควรเรียนรู้และจดจำ คือ ร่างกายเชื่อฟังตัณหา แต่จิตวิญญาณจะต้องเชื่อฟังพระเจ้า

นายพลเกาหลีท่านหนึ่ง อยู่ที่เมืองชิระ ท่านชอบทำในสิ่งที่ไม่เหมาะสมทางเพศ มักจะไปซ่องโสเภณีอยู่บ่อย ๆ ไปบ่อยจนกระทั่งครั้งหนึ่งคุณแม่ของท่านก็ดุด่าอย่างรุนแรง ท่านก็มีความตั้งใจว่าจะไม่ไปที่นั่นอีก

วันหนึ่งขณะที่ท่านขี่ม้า คิดใคร่ครวญว่าทำอย่างไรจึงจะรวบรวม 3 อาณาจักรให้เป็นของตนเองได้ ขณะที่คิดไป ม้าก็เดินไป ท่านก็ได้ยินเสียงหนึ่งทักขึ้นมาว่า "เชิญค่ะท่านนายพล ไม่ได้พบกันนานเลยนะค่ะ" ท่านนายพลก็ได้สติกลับมาเพราะเสียงเรียกของหญิงคนนี้ เพราะท่านมักจะมาที่นี่บ่อย ๆ ในเวลาเช่นนี้เสมอ ๆ และม้าที่ท่านขี่มาก็เข้าใจว่านายพลจะมาที่นี่เหมือนเดิม ในที่สุดท่านก็ลงจากหลังม้า และฆ่าม้าเสียด้วยดาบ

ตัวเก่าของท่านนายพลท่านนี้ได้ตายไปแล้ว ท่านก็จะตัดทุกวิถีทางที่จะทำให้ท่านกลับมาทำบาปอีก แม้ในขณะที่ท่านกำลังจ่ออยู่ที่ประตูของความบาป แต่ท่านก็ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะไม่ทำผิดบาปอี่ก

หลายครั้งความรู้สึกในร่างกายในชีวิตก็ได้ชักจูงให้เราทำในสิ่งที่ไม่ดี แต่เราจะต้องพยายามตัด และไม่ทำสิ่งที่ไม่ดีเหล่านั้น อย่าให้ความบาปมีอิทธิพลในกายที่ต้องตายของเรา

อาจารย์เปาโลตอบคำถามของคนกลุ่มหนึ่งในสมัยนั้น ที่บอกว่า ร่างกายจะเป็นอย่างไรก็ได้ ไม่ต้องสนใจ แต่ให้จิตวิญญาณรอดก็พอ เพราะร่างกายแยกจากจิตวิญญาณแล้ว ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันก็ได้

แต่อาจารย์เปาโลบอกว่า ชีวิตและร่างกายของเราเป็นวิหารของพระเจ้าที่พระองค์ทรงสถิตอยู่ ดังนั้น ทั้งร่างกายและจิตวิญญาณจะต้องสะอาดด้วย

2. อย่ายกอวัยวะของท่านให้แก่บาป

นอกจากไม่ให้มันครอบงำแล้ว ก็อย่าให้โอกาสอวัยวะของเราหยิบยื่นไปทำบาป

"9 เราสรรเสริญองค์พระผู้เป็นเจ้าและพระบิดาด้วยลิ้นนั้น และเราก็แช่งด่ามนุษย์ผู้ที่พระเจ้าทรงสร้างตามพระฉายาของพระองค์ด้วยลิ้นนั้น
10 คำสรรเสริญและคำแช่งด่าออกมาจากปากเดียวกัน พี่น้องของข้าพเจ้า อย่าให้เป็นอย่างนั้น" (ยากอบ 1:9-10)

อวัยวะทุกอย่างในชีวิตของเราจะต้องถวายแด่พระเจ้า ไม่ใช่ยกให้แก่การทำผิดบาป

อาจารย์เปาโลหนุนใจที่เราจะถวายตัว และถวายทุกสิ่งเป็นเครื่องบูชาถวายแด่พระเจ้า

"เพราะว่าบาปจะครอบงำท่านทั้งหลายต่อไปก็หามิได้ เพราะว่าท่านทั้งหลายมิได้อยู่ใต้ธรรมบัญญัติ แต่อยู่ใต้พระคุณ" (โรม 6:14)

ทุกวันนี้เราอยู่ภายใต้พระคุณของพระเจ้า ธรรมบัญญัติมีเงื่อนไขมากมาย แต่เมื่อเราอยู่ในพระคุณ เราจะมีชีวิตที่เป็นอิสระ เป็นไท อยู่ภายใต้การทรงนำของพระองค์ ชีวิตคริสเตียนของเราไม่ได้อยู่ภายใต้เงื่อนไขของความบาป แต่อยู่ภายใต้พระคุณของพระเจ้า

 

เช้าวันนี้พระองค์ทรงฟื้นจากความตาย ขอที่เราจะรับและนำชีวิตของเราที่จะอยู่ในพระคุณของพระองค์ อย่าให้เรามีโอกาสที่เราทำผิดทำบาป เพราะว่าเราอยู่ในพระคุณของพระองค์ อย่าให้ความบาปมีอิทธิพลเหนือชีวิตของเรา แต่ให้พระองค์มีชัยชนะเหนือชีวิตของเรา อย่าคิดว่าความบาปไม่ทำให้เกิดผลร้ายแรงในชีวิตของเรา แต่ให้พระคุณของพระเจ้าที่เราได้รับเปล่า ๆ ทำให้เราเติบโตขึ้นในองค์พระเยซูคริสต์เจ้า

 

ศจ. ศาสวัต มูลสถาน

คำเทศนาการนมัสการรุ่งอรุณวันอีสเตอร์ คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 04/04/2010

เรื่อง ตายต่อบาป

สรุปโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

 

  • ถ้าท่านอ่านแล้ว มีความปรารถนาที่จะเปิดใจออก อธิษฐานทูลเชิญพระเยซูคริสต์เสด็จเข้ามาในชีวิตของท่าน และเป็นพระเจ้าของท่าน กรุณาไปที่หน้า คำอธิษฐาน

  • ถ้าคุณอ่านแล้วสนใจ กรุณาติดต่อคริสตจักรใกล้บ้านท่านได้เลยครับ หรือถ้าหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ก็ติดต่อโดยตรงได้ที่อีเมลของผมเลยครับ ton@followhissteps.com