จงทำหน้าที่ของผู้ประกาศข่าวประเสริฐ

FollowHisSteps.com
 


"1 ข้าพเจ้ากำชับท่านต่อพระพักตร์พระเจ้า และพระเยซูคริสต์ผู้จะทรงพิพากษาคนเป็นและคนตาย โดยอ้างถึงการที่พระองค์จะเสด็จมาปรากฏและแผ่นดินของพระเจ้าว่า
2 ให้ประกาศพระวจนะ ให้ขะมักเขม้นที่จะทำการทั้งในขณะที่มีโอกาสและไม่มีโอกาส ให้ชักชวนด้วยเหตุผล เตือนสติและตักเตือนให้อดทนอยู่เสมอในการสั่งสอน
3 เพราะจะถึงเวลาที่คนจะทนต่อคำสอนที่มีหลักไม่ได้ แต่เขาจะรวบรวมครูไว้ให้สอนในสิ่งที่เขาชอบฟัง เพื่อบรรเทาความอยาก
4 เขาจะเลิกฟังความจริง และจะหันไปฟังเรื่องนิยายต่างๆ
5 แต่ท่านจงหนักแน่นมั่นคง จงอดทนต่อความทุกข์ยากลำบาก จงทำหน้าที่ของผู้ประกาศข่าวประเสริฐ และจงกระทำพันธบริการของท่านให้สำเร็จ" (2ทิโมธี 4:1-5)


ขอสันติสุขแห่งองค์พระผู้เป็นเจ้าดำรงกับพี่น้องทุกท่าน วันนี้เป็นวันระลึกถึงคริสตจักรภาคที่ 7 ซึ่งภาค 7 มีพันธกิจสำคัญ คือ ประกาศพระกิตติคุณ และเพิ่มพูนคริสตจักร นั่นคือ เป็นการทำหน้าที่ผู้ประกาศข่าวประเสริฐตามพระมหาบัญญาของพระเยซูคริสต์ ซึ่งตรงกับส่วนที่อาจารย์เปาโลได้กล่าวไว้ใน 2 ทิโมธีนี้ อาจารย์เปาโลได้เน้นย้ำและเตือนสอนว่า ให้เราทำหน้าที่ผู้ประกาศข่าวประเสริฐ

ผู้ประกาศข่าวประเสริฐมีหน้าที่อย่างน้อย 3 ประการ

 

1. ต้องตระหนักถึงเรื่องการเสด็จมาของพระเยซูคริสต์

ผู้ประกาศข่าวประเสริฐจะต้องเตรียมพร้อมเสมอ และรู้คุณค่าของเวลา

"1 ข้าพเจ้ากำชับท่านต่อพระพักตร์พระเจ้า และพระเยซูคริสต์ผู้จะทรงพิพากษาคนเป็นและคนตาย โดยอ้างถึงการที่พระองค์จะเสด็จมาปรากฏและแผ่นดินของพระเจ้าว่า
2 ให้ประกาศพระวจนะ ให้ขะมักเขม้นที่จะทำการทั้งในขณะที่มีโอกาสและไม่มีโอกาส ให้ชักชวนด้วยเหตุผล เตือนสติและตักเตือนให้อดทนอยู่เสมอในการสั่งสอน" (2ทิโมธี 4:1-2)

อาจารย์เปาโลรู้ว่า ท่านใกล้ที่จะต้องถูกประหารชีวิต ท่านจึงได้กล่าวคำกำชับที่สำคัญยิ่งนี้ให้แก่ทิโมธี

ภัยพิบัติต่าง ๆ ไม่ว่าเรื่องแผ่นดินไหว ภัยธรรมชาติต่าง ๆ ปัญหาโลกร้อน สิ่งเลวร้ายมากมายบนโลกนี้ ได้สะท้อนภาพให้เราเห็นว่า นี่เป็นช่วงสุดท้ายของยุคสุดท้ายแล้ว แล้วพระเยซูคริสต์เจ้าจะกลับมารับประชากรของพระองค์ขึ้นไปสวรรค์

"15 ในข้อนี้เราขอบอกให้ท่านทราบ ตามพระวจนะขององค์พระผู้เป็นเจ้าว่า เราผู้ยังเป็นอยู่และคอยองค์พระผู้เป็นเจ้าเสด็จมา จะล่วงหน้าไปก่อนคนเหล่านั้นที่ล่วงหลับไปแล้วก็หาไม่
16 ด้วยว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าจะเสด็จมาจากสวรรค์ด้วยพระดำรัสสั่ง ด้วยสำเนียงเรียกของเทพบดีและด้วยเสียงแตรของพระเจ้า และคนทั้งปวงในพระคริสต์ที่ตายแล้วจะเป็นขึ้นมาก่อน
17 หลังจากนั้นเราทั้งหลายซึ่งยังเป็นอยู่ จะถูกรับขึ้นไปในเมฆพร้อมกับคนเหล่านั้น และจะได้พบองค์พระผู้เป็นเจ้าในฟ้าอากาศ อย่างนั้นแหละ เราก็จะอยู่กับองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นนิตย์
18 เหตุฉะนั้นจงปลอบใจกันด้วยถ้อยคำเหล่านี้เถิด" (2เธสะโลนิกา 4:15-18)

เมื่อพระเยซูคริสต์เสด็จมาบนฟ้าอากาศ ผู้ที่ตายแล้วในพระคริสต์จะเป็นขึ้นมาก่อน ส่วนเราทั้งหลายที่ยังเป็นอยู่ ร่างกายจะถูกเปลี่ยนใหม่ และจะถูกรับขึ้นไปบนฟากฟ้าร่วมกับพระองค์

เวลาที่ว่านี้จะเกิดขึ้นเมื่อไร?

"36 แต่วันนั้น โมงนั้น ไม่มีใครรู้ ถึงบรรดาทูตสวรรค์หรือพระบุตรก็ไม่รู้ รู้แต่พระบิดาองค์เดียว
37 ด้วยสมัยของโนอาห์ ได้เป็นอย่างไร เมื่อบุตรมนุษย์เสด็จมา ก็จะเป็นอย่างนั้น r> 38 เพราะว่าเมื่อก่อนวันน้ำท่วมนั้น คนทั้งหลายได้กินและดื่มกัน ทำการสมรสและยกให้เป็นสามีภรรยากัน จนถึงวันที่โนอาห์เข้าในนาวา
39 และน้ำท่วมมากวาดเอาเขาไปสิ้น โดยไม่ทันรู้ตัวฉันใด เมื่อบุตรมนุษย์จะเสด็จมาก็จะเป็นฉันนั้น
40 เมื่อนั้นชายสองคนอยู่ที่ทุ่งนา จะทรงรับคนหนึ่ง ทรงละคนหนึ่ง
41 หญิงสองคนโม่แป้งอยู่ที่โรงโม่ จะทรงรับคนหนึ่ง ทรงละคนหนึ่ง
42 เหตุฉะนั้นท่านทั้งหลายจงเฝ้าระวังอยู่ เพราะท่านไม่รู้ว่า องค์พระผู้เป็นเจ้าของท่านจะเสด็จมาเวลาไหน" (มัทธิว 24:36-42)

พระเยซูคริสต์จะเสด็จกลับมาเมื่อไร เราคงจะไม่ทราบ แต่สิ่งที่เรารู้ คือ

  • พระองค์จะทรงเสด็จกลับมาแน่นอน
  • เวลาแห่งการเสด็จกลับมาของพระองค์ จะเกิดในช่วงที่ดูเหมือนสงบสุข
  • ไม่ใช่ทุกคนที่ถูกรับขึ้นไป แต่มีเพียงผู้ที่เชื่อในองค์พระเยซูคริสต์เท่านั้นที่จะถูกรับไปอยู่กับพระองค์

เราไม่รู้ว่าพระองค์จะเสด็จกลับมาเมื่อไร ดังนั้นคริสเตียนจะต้องรีบเร่ง ใช้ชีวิตที่ดีงาม ใช้ชีวิตที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้า เตรียมตัวให้พร้อมเสมอที่จะถูกรับขึ้นไป และที่สำคัญ เราต้องรู้คุณค่าของเวลา รีบรับใช้พระเจ้า รีบทำหน้าที่ของผู้ประกาศข่าวประเสริฐ เพราะมีคนอีกจำนวนมากมายที่ต้องการพระกิตติคุณ มีญาติมิตรอีกมากมายที่ยังไม่ได้ต้อนรับองค์พระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอดอย่างแท้จริง ยิ่งเวลาน้อยลง เรายิ่งต้องเร่งรีบทำงาน

พี่น้องบางท่านเจ็บป่วยจนเกือบเสียชีวิต แต่เมื่อพระเจ้าทรงประทานชีวิตใหม่ พี่น้องเหล่านี้เมื่อกลับมามีเรี่ยวแรง ก็เร่งรีบรับใช้ ถวายทรัพย์ ถวายกำลัง ร่วมรับใช้พระเจ้า

เมื่อเรารู้คุณค่าของเวลา ตระหนักถึงความสำคัญของเวลา เรายินดีที่จะรับใช้พระเจ้า ทำหน้าที่ผู้ประกาศข่าวประเสริฐอย่างดีเยี่ยม

 

2. ขยันขันแข็ง เร่งรีบประกาศพระวจนะ

"ให้ประกาศพระวจนะ ให้ขะมักเขม้นที่จะทำการทั้งในขณะที่มีโอกาสและไม่มีโอกาส ให้ชักชวนด้วยเหตุผล เตือนสติและตักเตือนให้อดทนอยู่เสมอในการสั่งสอน" (2ทิโมธี 4:1-5)

เมื่อเรารู้ว่าเวลามีไม่มาก เราก็ควรเลือกทำพันธกิจที่สำคัญ เพราะเวลาในการทำพันธกิจไม่มาก แล้วเราควรจะมีท่าทีเช่นไร?

อาจารย์เปาโลได้ให้คำตอบที่ดี คือ ให้เราประกาศพระวจนะ ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่ง จะต้องทำแบบขยันขันแข็ง เพราะเวลาน้อยลงทุกที ไม่รู้ว่าเมื่อไรเวลาจะหมดไป

การประกาศพระวจนะ รวมถึงการประกาศข่าวประเสริฐ และสั่งสอนผู้ที่เชื่อแล้วให้เจริญสู่ความไพบูลย์ขององค์พระเยซูคริสต์

"16 เพราะว่าข้าพเจ้าไม่มีความละอายในเรื่องข่าวประเสริฐ เพราะว่าข่าวประเสริฐนั้นเป็นฤทธิ์เดชของพระเจ้า เพื่อให้ทุกคนที่เชื่อได้รับความรอด พวกยิวก่อน แล้วพวกต่างชาติด้วย
17 เพราะว่าในข่าวประเสริฐนั้น ความชอบธรรมของพระเจ้าก็ได้สำแดงออก โดยเริ่มต้นก็ความเชื่อ สุดท้ายก็ความเชื่อ ตามที่พระคัมภีร์มีเขียนไว้ว่า คนชอบธรรมจะมีชีวิตดำรงอยู่โดยความเชื่อ (โรม 1:16-17)

"6 เหตุฉะนั้นเมื่อท่านได้รับพระเยซูคริสตเจ้าแล้วฉันใด จงปฏิบัติพระองค์ด้วยฉันนั้น
7 จงหยั่งรากและก่อร่างสร้างขึ้นในพระองค์ และมั่นคงอยู่ในความเชื่อ ตามที่ท่านได้รับคำสั่งสอนมาแล้ว และจงบริบูรณ์ด้วยการขอบพระคุณ"
(โคโลสี 2:6-7)

คริสตจักรของเรา แม้ว่าจะมีการนมัสการประจำแล้ว พันธกิจที่สำคัญยิ่งคือ การประกาศข่าวประเสริฐ และสอนผู้ที่เชื่อแล้วให้เขาเจริญเติบโตสู่ความไพบูลย์ของพระคริสต์

 

3. มีความอดทนและสัตย์ซื่อในหน้าที่จนถึงที่สุด

การเป็นผู้ประกาศข่าวประเสริฐ จะต้องอดทน ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ แม้ว่าได้รับการต่อต้าน ถูกทำร้าย ได้รับความเจ็บปวดต่าง ๆ แต่จะต้องรับใช้พระเจ้าจนถึงที่สุด

"แต่ท่านจงหนักแน่นมั่นคง จงอดทนต่อความทุกข์ยากลำบาก จงทำหน้าที่ของผู้ประกาศข่าวประเสริฐ และจงกระทำพันธบริการของท่านให้สำเร็จ" (2ทิโมธี 4:5)

การประกาศข่าวประเสริฐไม่ใช่เรื่องง่าย อาจารย์เปาโลจึงได้กำชับให้อดทน สัตย์ซื่อ ทำหน้าที่จนถึงที่สุด จนประสบความสำเร็จในที่สุด

ทุกวันนี้ เป็นทุนนิยม บริโภคนิยม บันเทิงนิยม ผู้ชอบฟังในสิ่งที่ตนเองชอบ อาจารย์เปาโลจึงได้หนุนใจว่า อย่าท้อใจ แม้ว่าคนจะสนใจข่าวประเสริฐหรือไม่ เพราะจะเป็นเวลาที่คนฟังทนฟังในสิ่งที่ถูกต้องไม่ได้ แต่จะฟังในสิ่งที่ชอบฟัง เพื่อเป็นการผ่อนคลาย นี่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาตลอด คริสตจักรทั่วโลกพบปัญหานี้ คริสตจักรในประเทศไทยก็เช่นกัน

(ต่อไปเป็นคำพยานของอดีตพระชาวพม่าผู้หนึ่งที่ได้กลับใจเป็นคริสเตียนหลังจากฟื้นจากความตาย ผมได้นำมาจากเวปแห่งหนึ่ง เป็นเรื่องราวคล้ายกับที่อาจารย์ได้แบ่งปันในวันนั้น ขออนุญาตตัดบางส่วนออกไปตามความเหมาะสม และก็เป็นเรื่องที่ยากที่จะตรวจสอบว่าถูกต้องหรือไม่ประการใด ขอที่พี่น้องจะอ่านเป็นเชิงเรื่องราวอุปมาอุปไมยแล้วกันนะครับ)

"ข้าพเจ้าชื่อว่า อาทิศ พทาน ชินเทา เปาโล (Athet Pyan Shinthaw Paulu) เกิดเมื่อ 1958 ที่เมือง โบเกล ในลุ่มแม่น้ำอิระวดี ทางตอนใต้ของพม่า พ่อแม่ เชื่อในพุทธศาสนา พ่อแม่ให้ชื่อเล่น ว่า Thitpin ( ทิศพิน) แปลว่าต้นไม้ ข้าพเจ้าใช้ชีวิตเรียบง่าย ออกจากโรงเรียนตอนอายุ สิบสามปี ก็ไปเป็นลูกจ้างตกปลา ในเรือ เป็นรายได้เลี้ยงชีพ ที่แม่น้ำต่างๆ และบริเวณแม่น้ำอิระวดี

เมื่ออายุสิบหก ข้าพเจ้าก็ เป็นหัวหน้าเรือ ตกปลา ตอนอายุสิบเจ็ด วันหนึ่งข้าพเจ้าตกปลา ได้เยอะมาก และ บรรทุกเต็มเรือ ปรากฎว่ามี ฝูงจระเข้ไล่ตามจะกินปลาที่ตกมาได้ จระเข้ได้ฟาดหางที่เรือพลิกคว่ำ ทุกคนหนีรอดตายมาได้ ข้าพเจ้าเลยไม่กลับไปตกปลาอีก หลังจากอายุสิบแปด ได้บวชเป็น สามเณร ตามประเพณี ที่พ่อแม่อยากให้ลูกบวช

หลังจากอายุสิบเก้า สามเดือนก็ได้เป็นพระ ได้ชื่อใหม่ ว่า U Nata Pannita Ashinthuriya.บำเพ็ญเพียร อยู่กับอาจารย์พระที่เทศมีชื่อเสียงอยู่พม่า ชื่อ U Zadila Kyar Ni Kan Sayadaw [U Zadila is his title] อยู่มาวันหนึ่ง อาจารย์ก็ถูกรถชนตาย ในวัยเพียงกลางคน ข้าเจ้าก็บำเพ็ญเพียรโดยการเข้าป่ารักษาศีลให้เป็นคนดี แม้แต่ยุงกัดก็ไม่ปัด จนเป็นโรคไข้เหลืองและ มาเลเรีย จนถึงเข้าโรงพยาบาลหมอบอกว่า ไม่มีทางรอด แล้วก็กลับมา ตายที่วัดที่มีเพื่อน ๆ เป็นพระเทคแคร์ก่อนตาย

หลังจากตายไป ก็ไปในนรก ไปเจอ เจ้าปกครองที่ในนรก (king in hell ) ชื่อ ยามา หน้าเหมือนสิงโต ตัวเหมือนสิงโต หางเหมือนงูใหญ่ ก็ถามว่าเจ้าคือใคร เจ้าที่ปกครองในนรกก็ บอกว่าเราเป็นผู้ทำลายล้างผลาญ อยู่ในนรก ไปเห็นพระพม่า ตกนรกมากมาย รวมถึงอาจรย์ ที่สอนเขาที่รถชนก็ อยู่ในนรก ก็ เลยถามผู้คุมนรกว่า อาจารย์ เป็นนักเทศพูดดี มาก ทำไมตกนรก เจ้าที่คุมนรกก็ ตอบว่า เพราะท่านไม่ได้เชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์เจ้าพระบุตรองค์ เดียวของพระเจ้า

... และ ไปเจอทหารพม่า ใส่ยูนิฟอร์ม เป็นผู้ที่ฆา คริสเตียนชื่อ อังซัน เขาเคยบอกว่า เาเป็นทหาร จะไม่มีวันตาย แต่ว่าตายทรมานอยู่ในนรก และก็ไปเจอคนหนึ่ง สูงใหญ่กว่าใครในนรก ชื่อ โกลิอัท หน้าผากของเขามีรอยหินกระแทก ( 1 ซามูเอล 17: 48 ) ข้าพเจ้าไม่รู้ว่าใครคือโกลีอัท เพราะไม่เคยอ่านพระคำภีร์ จากนั้นเจ้าที่ปกครองนรก ก็บอกว่า เวลาเจ้ากลับไปเป็นคริสเตียนเจ้าก็จะรู้ว่าโกลิอัทคือใคร เขาตกนรก เพราะ เขาไม่ได้เชื่อในพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์ อยู่และได้สู้รบกับดาวิด

ผู้คุมนรก อีกคนหนึ่งถามข้าพเจ้าว่า เจ้ามาที่นี่ทำไม ข้าพเจ้าตอบมาเดินสำรวจนรก จากนั้นผู้คุมนรก ซึ่งมีลักษณะน่าเกลียดแบบแปลกปลาด บนหัวมีสิบเขายาวมาถึงข้างล่าง มีมีด 7 อัน ใช่เจ้าตอบถูก เจ้าควรไปจากที่นี่ ไปในที่ที่เจ้ามา เพราะเราไม่มีรายชื่อเจ้าที่นรกแห่งนี้

ข้าพเจ้าได้เดินอยู่เป็นเวลาจนกระทั่งฝ่าเท้าของข้าพเจ้ามีเลือดไหล ซิบ เพราะร้อนมากและอยู่ในความเจ็บปวด ในที่สุดหลังจากที่เดินอยู่ประมาณ สามชั่วโมง ข้าพเจ้ามาถึงถนนที่เป็นทางกว้าง ข้าพเจ้าเดินอยู่ประมาณสักพักหนึ่งจนเห็นถนนที่มีหมอกขาว เป็นทางแยกทางด้านซ้าย เขียนป้ายว่า ผู้ที่ไม่เชื่อในพระเยซูคริสต์ เป็นถนนกว้าง และทางด้านขวา เขียนป้ายว่า ผู้ที่เชื่อในพระเยซูคริสต์ เป็นถนนที่เป็นทางแคบๆ

ข้าพเจ้าได้สนใจบนถนนกว้าง ได้เริ่มเดิน และได้มองเห็น คนสองคนเดินอยู่ก่อนหน้าข้าพเจ้าประมาณ สามร้อย หลา ( 275 เมตร) ข้าพเจ้าพยายามอย่างที่สุด เดินเร็วขึ้นเพื่อที่จะมีเพื่อนเดินด้วยกัน แต่ไม่สามารถพบคนสองคนเพราะพวกเขาเดินในความเร่งรีบกว่า ข้าพเจ้าจึงตัดสินใจเดินกลับไปที่ถนนหมอกขาว และสังเกตพวกเขาสองคนว่าเขาเดินบนถนนกว้างไปไหนกัน เมื่อพวกเขาเดินสุดถนน พวกเขาก็ถูกทรมาน และพวกเขาหวีดร้องเสียงดัง ด้วยความเจ็บปวดทรมาน ข้าพเจ้าจึงรู้ว่าคนที่เดินบนถนนที่กว้าง ที่ไม่เชื่อพระเยซูคริสต์ มีอันตรายอย่างมากมาย

ข้าพเจ้าจึงเดินไปที่ถนนที่เป็นทางแคบ ของผู้ที่เชื่อในพระเยซูคริสต์ หลังจากเดินไปประมาณ หนึ่งชั่วโมง ก็เห็นบนถนนเป็นทองคำ เมื่อข้าพเจ้ามองลงไปที่ผิวถนนเป็นทองคำบริสุทธิ์ ซึ่งข้าพเจ้าได้เห็นตัวข้าพเจ้าสะท้อนแบบสมบูรณ์ และได้พบคนหนึ่งซึ่งยืนอยู่ต่อหน้าข้าพเจ้า ซึ่งท่านผู้นี้ได้สวมเสื้อคลุมขาวผ่องบริสุทธิ์ และข้าพเจ้าได้ยินเสียงดนตรีและเสียงร้องเพลงสรรเสริญ ที่บริสุทธิ์ มีความไพเราะ มีความหมายมาก บนสวรรค์

เมื่อเปรียบเทียบกับในโลกนี้ ที่โบสถ์ เทียบกันไม่ได้ ท่านสวมเสื้อคลุมขาวผู้นี้ ได้ถามว่าจะเดินไปด้วยกันไหม และข้าพเจ้าถามว่า แล้วท่านชื่ออะไร ข้าพเจ้าถามถึงหก ครั้ง ท่านผู้นี้ตอบมา เขาคือผู้ที่ถือกุญแจสวรรค์ ชื่อ เปโตร สวรรค์ เป็นสถานที่ที่สวยมากๆ ถึงมากที่สุด ข้าพเจ้าไม่สามารถเข้าอยู่สวรรค์ได้ เพราะข้าพเจ้ายังไม่ได้เชื่อและติดตามพระเยซูคริสต์ ข้าพเจ้าสามารถมาที่นี้ได้หลังจากงานบนโลกเสร็จสิ้นแล้ว

ท่านเปโตรให้ ข้าพเจ้านั่งลง และท่านโปโตรกำลังโชว์ สถานทางเหนือ หลังจากนั้นเปโตร กล่าวว่า มองดูทางเหนือ ที่พระเจ้าสร้างมนุษย์ ขึ้นมา และข้าพเจ้ามองเห็นสง่าราศของพระเจ้าจากระยะไกล และพระเจ้าผู้ทรงเป็นอมตะอยู่นิรันดร์บนสวรรค์ ได้บอกกับทูตสวรรค์ว่า มาเถอะ เราจะสร้างมนุษย์ หลังจากนั้นทูตสวรรค์ ตอบว่า ได้โปรดอย่าสร้างมนุษย์เลย เวลามนุษย์ที่พระองค์ทรงสร้างทำผิด จะทำให้พระเจ้าผู้สร้าง เสียพระทัย

แต่อย่างไรก็ตาม พระเจ้าพระองค์เองก็ได้สร้าง มนุษย์ ขึ้นมา พระองค์ได้ สร้างมนุษย์ จากผงคลีปั้น และระบายลมปราณ มนุษย์จึงมีชีวิตขึ้นมาและพระเจ้าได้ตั้งชื่อมนุษย์ ว่าอาดัม (เพราะ ศาสนาพุทธ ไม่ได้เชื่อว่าพระเจ้าผู้สร้างเป็นแผ่นดินโลก และเป็นผู้สร้างมนุษย์ ขึ้นมา เรื่องราวนี้ ทำให้พระท่านนี้ มีประสบการณ์ เข้าใจ และมีความเชื่อ)

ท่าน เปโตรจึงกล่าวว่า ลุกขึ้นและกลับไปยังที่ที่ท่านเกิดมา และไปบอกประชาชน ไปบอกเขาว่า พวกเขาจะตกนรก ถ้าพวกเขาไม่เปลี่ยน พวกเขาที่ไม่เชื่อในพระเยซูคริสต์ ซึ่งเป็นผู้ไถ่บาปมนุษย์ เขาจะตกนรก

ท่านเปโตรบอกให้ข้าพเจ้า กลับไปยังโลก และพูดความจริง ที่ท่านได้เห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้และท่านเปโตรยังบอกอีกว่า ให้ข้าพเจ้าพูดในนามชื่อใหม่ จากนี้เป็นต้นไป ข้าพเจ้าได้ชื่อว่า Athet Pyan Shinthaw Paulu [เปาโล ผู้ที่กลับฟื้นขึ้นมาใหม่ Paul who Came Back to Life."]. แต่ข้าพเจ้าไม่อยากกลับมายังโลก เพราะข้าพเจ้าอยากอยู่บนสวรรค์ หลังจากนั้น ทูตสวรรค์ได้เปิดหนังสือแห่งชีวิต ในชื่อข้าพเจ้า ทูตสวรรค์ ดูชื่อเมื่อตอนเล็ก พ่อแม่ได้ชื่อว่า ทิศพิน แต่ทูตสวรรค์ ไม่สามารถหาชื่อนั้นพบ และหลังจากนั้น ทูตสวรรค์ มองหาชื่อข้าพเจ้าตอนบวชตั้งนานที่เป็นพระในศาสนาพุทธที่ชื่อ U Nata Pannita Ashinthuriya แต่ก็ไม่มีชื่อนี้ด้วย หลังจากนั้น เปโตรบอกว่า ชื่อของข้าพเจ้า ยังไม่ได้เขียนลงในสมุดแห่งชีวิต ท่านต้องกลับไป เป็นพยานเกี่ยวกับเรื่องราวการตายไถ่บาป ของพระเยซูคริสต์

หลังจากนั้นข้าพเจ้าได้ เดินลงจาก ถนนทองคำ และได้ยินเสียงคนร้องเพลงไพเราะมากๆ แต่ละเพลงไม่เคยได้ยินมาก่อน และท่าเปโตรได้เดินกับข้าพเจ้า จนถึงเวลาที่ข้าพเจ้าต้องกลับไปยังโลก ท่านเปโตรได้ให้ข้าพเจ้าเห็นถึงบันไดจากสวรรค์ สู่ท้องฟ้า แต่บันไดนี้ไปไม่ถึงผิวโลก แต่หยุดที่กลางอากาศ แต่ที่บันไดสวรรค์ ข้าพเจ้าเห็นทูตสวรรค์ หลายๆท่าน บางท่านก็ขึ้นมาบนสวรรค์ บางท่านก็ลงไปยังโลก แต่ทุกคนมีงานต้องทำกันแบบยุ่งๆ ข้าพเจ้าได้ ถามเปโตรว่า ทูตสวรรค์เหล่านั้นทำอะไรกัน ท่านเปโตรตอบว่า ทูตสวรรค์ เป็นผู้ส่งข้อความของพระเจ้า รายงานรายชื่อผู้ที่เชื่อในพระคริสต์ และรายชื่อผู้ที่ไม่เชื่อในพระเยซูคริสต์ และท่านเปโตร บอกว่าได้เวลากลับโลกแล้

ข้าพเจ้าได้ยินเสียงร้องคร่ำครวญ และข้าพเจ้าได้ยินเสียงแม่ พูดว่า ลูกชายเอ๋ยทำไมเจ้ารีบจากเราไปตอนนี้ และข้าพเจ้าได้ยินคนหลายคนร้องไห้ และข้าพเจ้ารู้ว่าตัวเองอยู่ในกล่อง ข้าพเจ้าเริ่มเคลื่อนไหว พ่อและแม่ของข้าพเจ้า ร้องกะตอนบอกว่า เขายังมีชีวิต เขายังมีชีวิต และอีกหลายคนไม่ได้เชื่อว่าคนตายแล้วฟื้นได้อย่างไร ดังนั้นข้าพเจ้าจึงยื่นมือลงที่ข้างกล่อง แล้วยืนขึ้น แต่ผู้คนทั้งหลายช็อคและตกใจ และพวกเขาร้องว่า ผีหลอก ผีหลอก และพวกเขาก็วิ่งตามความเร็วที่ขาสามารถจะหิ้วเขาไป คนที่เหลือก็พูดไม่ออก และสั่นกลัว และข้าพเจ้าก็นั่งและดมกลิ่นเหม็นของน้ำเหลืองที่เน่าอยู่ สามารถตวงได้ ประมาณสามถ้วยครึ่ง เพราะน้ำเหม็นเหล่านี้ได้ออกมาจาก กระเพาะและจากของเหลว ของเสียในร่างกาย ตอนที่นอนตายอยู่ในโรงศพ และทุกคนรู้ว่าข้าพเจ้าได้ตายแล้ว และในโรงศพมีแผ่นพลาสติกบางๆ ปูไปที่บนไม้ และบนแผ่นพลาสติกนั้น มีซากศพของตัวข้าพเจ้าที่มีของเหลว เพราะข้าพเจ้าตาย น้ำเหลืองออกมาอย่างมาก ข้าพเจ้าได้เรียนรู้อีกว่า ก่อนที่พวกเขาจะเผาซากศพ พวกคนพม่าจะเอาโรงศพ ไปที่เผาศพและปิดประตูเมรศพ เพื่อที่จะเผา แต่พวกเขาอนุญาติ ให้พ่อและแม่ดูหน้าครั้งสุดท้าย และหลังจากนั้นเขาก็เอาโรงศพ เข้าเมรุ และเผา ถ้าข้าพเจ้ากลับเข้าร่างช้าไป อีกนิด คงซากศพน้ำเหลือง คงถูกเผาไปแล้ว

ในทันทีทันใดข้าพเจ้า อธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น และสิ่งที่ข้าพเจ้าประสบตอนวิญญาณออกจากร่างที่ตายด้วยมาเลเรีย คนที่อยู่ที่นั้นคิดว่าจริงหรือ ช็อคด้วยหน้าตา และข้าพเจ้าได้เล่า เรื่องที่ตัวเองเห็นในบึงไฟนรก พวกเขาก็ตกใจแบบช็อคด้วยความจริง เพราะ พวกเขารู้ว่าข้าพเจ้าเป็นพระที่เคร่งครัด ในวินัยพระสงฆ์ และที่เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า ในพม่าเวลาคนใดคนหนึ่งตาย เขาจะเขียนลงไปที่โรงศพว่า พระท่านนี้ตายเมื่อไร ชื่ออะไร อายุ และปี ที่ตาย และเป็นพระมานานเท่าไร และข้าพเจ้าได้บันทึกการตายไว้ที่โรงศพ และตอนนี้ฟื้นคืนชีพ และมีชีวิต"

ตั้งแต่ Paul พอล ฟื้นขึ้นมาจากความตายท่านก็เป็นพยานเกี่ยวกับพระเยซูคริสต์ ผู้นำโบสถ์ที่พม่าบอกว่า พอลได้นำพระเป็นจำนวนนับร้อย รับเชื่อในพระเยซูคริสต์ เรื่องราวนี้ได้ถูกปิดบัง เพราะคนพม่าไม่สามารถยอมรับได้ว่า มีทางเดียวเท่านั้นที่จะไปสวรรค์ได้ คือเชื่อในพระเยซูคริสต์

ก่อนหน้านี้ ในเวลาที่ทิศพินตอนเป็นพระป่วยอยู่ และถึงแก่ความตาย ไม่เคยพูดเรื่องราวของคริสเตียนแม้แต่นิดเดียว ทุกอย่างเกิดขึ้น ภายในเวลาสามวัน ในโรงศพ ที่ทิศพินตายในสภาพเป็นพระที่ป่วย หลังจากนั้นเขาได้กลายเป็นคนที่มีความคิดใหม่ เขาเป็นลาซาลัสยุคปัจจุบัน ซึ่งได้อัดเทป บันทึก ทั้งตำรวจและผู้นำที่มีอำนาจในพุทธศาสนา ได้ตามจับ เอาเทปมาทำลาย เรื่องราวนี้เราได้ แปลจากเทปที่เขาได้บันทึกไว้ แต่เป็นเรื่องอันตรายที่จะเก็บเทปเอาไว้ เรื่องราวของทิศพิน ซึ่งได้ประกาศแบบไม่กลัวตาย ในบ้านเกิดเมืองนอนของเขา ที่พม่า ทำให้เขาต้องติดคุก อย่างน้อยหนึ่งครั้ง และพวกที่มีอำนาจไม่สามารถห้ามไม่ให้เขาพูด หลังจากเขาออกจากคุกก็ได้ประกาศเรื่องราวเกียวกับพระเยซูคริสต์ เป็นทางเดียวที่ไปสวรรค์ได้

 

เราทั้งหลายได้รับพระคุณความรักจากพระเจ้าอย่างมากมาย ได้รับการเตือนการสอนให้ทำหน้าที่ผู้ประกาศข่าวประเสริฐขององค์พระผู้เป็นเจ้า เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว เราจำเป็นต้องเชื่อฟังและทำตาม

 

ศจ. วิรัช เศรษฐ์โสภณกุล

สรุปคำเทศนาโบสถ์จีน คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 01/11/2009

เรื่อง จงทำหน้าที่ของผู้ประกาศข่าวประเสริฐ

สรุปโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

 

  • ถ้าท่านอ่านแล้ว มีความปรารถนาที่จะเปิดใจออก อธิษฐานทูลเชิญพระเยซูคริสต์เสด็จเข้ามาในชีวิตของท่าน และเป็นพระเจ้าของท่าน กรุณาไปที่หน้า คำอธิษฐาน

  • ถ้าคุณอ่านแล้วสนใจ กรุณาติดต่อคริสตจักรใกล้บ้านท่านได้เลยครับ หรือถ้าหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ก็ติดต่อโดยตรงได้ที่อีเมลของผมเลยครับ ton@followhissteps.com

FollowHisSteps.com

ได้รับการสนับสนุน Web Hosting จาก SPAComputer.com, ThaWang.com