สร้างสาวกของพระเยซูคริสต์

FollowHisSteps.com
 


"1 เหตุฉะนั้นบุตรของข้าพเจ้าเอ๋ย จงเข้มแข็งขึ้นในพระคุณซึ่งมีอยู่ในพระเยซูคริสต์
2 จงมอบคำสอนเหล่านั้น ซึ่งท่านได้ยินจากข้าพเจ้าต่อหน้าพยานหลายคน ไว้กับคนที่ซื่อสัตย์ที่สามารถสอนคนอื่นได้ด้วย
3 จงทนการยากลำบากด้วยกันกับทหารที่ดีของพระเยซูคริสต์
4 ไม่มีทหารคนใดที่เข้าประจำการแล้วจะยุ่งอยู่กับงานฝ่ายพลเรือน ด้วยว่าเขามุ่งที่จะทำให้ผู้บังคับบัญชาพอใจ
5 นักกีฬาจะมิได้สวมพวงมาลัยถ้าเขาไม่แข่งขันตามกติกา
6 กสิกรผู้ตรากตรำทำงานก็ควรเป็นคนแรกที่ได้รับผล
7 จงใคร่ครวญถึงสิ่งที่ข้าพเจ้าได้พูดเถิด ด้วยองค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงประทานความเข้าใจให้แก่ท่านในทุกสิ่ง" (2ทิโมธี 2:1-7)

"14 จงเตือนเขาทั้งหลายถึงข้อนี้และกำชับเขาต่อพระพักตร์พระผู้เป็นเจ้า ไม่ให้เขาโต้เถียงกันในเรื่องถ้อยคำ ซึ่งไม่เป็นประโยชน์เลย แต่กลับเป็นเหตุให้คนที่ฟังเขวไป
15 จงอุตส่าห์สำแดงตนว่าได้ทรงพิสูจน์แล้วเป็นคนงานที่ไม่ต้องอาย ใช้พระวจนะแห่งความจริงอย่างถูกต้อง
16 จงหลีกเสียจากคำสอนที่ไร้คุณธรรม เพราะคำอย่างนั้นจะนำคนไปสู่อธรรมมากยิ่งขึ้น" (2ทิโมธี 2:14-16)


จากพระธรรมตอนนี้ จะขอนำเอาชีวิตของ 4 อาชีพมาเป็นตัวอย่างในการสร้างสาวก

 

1. ทหาร

ในพระคัมภีร์ได้กล่าวถึงเอกลักษณ์ของทหารอยู่เรื่องหนึ่ง คือ

"ไม่มีทหารคนใดที่เข้าประจำการแล้วจะยุ่งอยู่กับงานฝ่ายพลเรือน ด้วยว่าเขามุ่งที่จะทำให้ผู้บังคับบัญชาพอใจ" (2ทิโมธี 2:4)

ทหารจะต้องไม่ยุ่งกับงานพลเรือน เมื่อเป็นทหารแล้วจะต้องจดจ่อกับอาชีพของตัวเอง คิดสร้างฝึกฝนตนเองให้เป็นทหารที่ดี ในยามที่ไม่มีสงครามก็จะต้องฝึกตัวเองให้พร้อม และเมื่อยามสงครามก็จะต้องพร้อมเสมอที่จะปกป้องเอกราชของประเทศ

ในพระคัมภีร์ และในบทเพลงชีวิตคริสเตียน ได้มีการกล่าวถึงลักษณะของทหารของพระคริสต์มากมาย แม้ว่าเราจะไม่ได้จับปืนสู้รบ แต่เราจำเป็นต้องต่อสู้กับมาร ต่อสู้กับความชั่วร้าย คือ เป็นการต่อสู้ฝ่ายจิตวิญญาณ เป็นการต่อสู้กับสิ่งต่าง ๆ ที่จะมาล่อลวงให้เราออกจากทางของพระเจ้า ต่อสู้กับการทดลอง เพื่อจะรักษาความเชื่ออย่างบริสุทธิ์

มารใช้วิธีต่าง ๆ ในการล่อลวงเรา ถ้าหากจะเปรียบเทียบคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน คือ สถานการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เราจะเห็นว่าเมื่อโจรจู่โจมทหาร บางครั้งก็จู่โจมถึงค่ายทหาร บางครั้งก็ล่อทหารออกมาจากค่ายแล้วค่อยทำร้าย บางครั้งก็ใช้กับดัก บางครั้งก็ใช้ประชาชนมาเป็นเครื่องมือ บางครั้งก็ใช้สถานการณ์ที่คิดไม่ถึง ใช้วิธีต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ เช่นเดียวกัน มารก็จะจู่โจมเราในขณะที่เราคิดไม่ถึง ใช้วิธีต่าง ๆ ที่เราคาดไม่ถึงมาล่อลวงเรา ใช้วิธีที่เราคิดว่าคงจะไม่เป็นไร แข็งแรงพอที่จะต่อสู้กับมัน แต่ก็กลับทำให้เราล้มลงได้ ดังนั้น ทหารเมื่อเข้าประจำการแล้วจะต้องฝึกฝนตัวเองให้พร้อมที่จะต่อสู้กับสถานการณ์ต่าง ๆ

"จงทนการยากลำบากด้วยกันกับทหารที่ดีของพระเยซูคริสต์" (2ทิโมธี 2:3)

ทหารจะต้องทนทุกข์ยากลำบาก ชีวิตของทหารไม่น่าจะเป็นชีวิตที่สุขสบาย และจะต้องตื่นตัวตลอดเวลา ฝึกฝนตลอดเวลา

บางครั้งชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณของเราสุขสบายเกินไป ซึ่งอาจเป็นเหตุทำให้เราล้มลง ทำให้เราไม่อยากที่จะรับใช้ ทำให้เราไม่มีโอกาสฝึกฝนที่จะเป็นทหารที่ดี

 

2. นักกีฬา

เราสามารถเรียนรู้จากนักกีฬาได้หลายประการ แต่พระคัมภีร์ตอนนี้เน้นอย่างเดียว คือ

"นักกีฬาจะมิได้สวมพวงมาลัยถ้าเขาไม่แข่งขันตามกติกา" (2ทิโมธี 2:5)

นักกีฬาจะไม่ได้สวมพวงมาลัย ถ้าหากว่าไม่ได้แข่งขันตามกติกา นั่นหมายความว่า ลักษณะของนักกีฬามีอยู่ 2 ประเด็น คือ จะต้องรักษากติกา และการได้ชัยชนะ

นักกีฬาทุกคนอยากได้ชัยชนะ แต่เขาก็ถูกคาดหวังว่าจะต้องเล่นตามกติกาเช่นกัน ซึ่งการรักษาทั้งสองอย่างด้วยกันไม่ใช่สิ่งที่ง่าย

นักกีฬาบางคนไม่รักษากติกา เอาชนะอย่างเดียว เขายอมที่จะทำผิดกติกาเพื่อได้ชัยชนะ มีวิธีที่จะหลบเลี่ยงกติกาหลายอย่าง เป็นอย่างที่เราเรียกกันว่า "โกงมาเพื่อจะได้ชัยชนะ"

ใน 1986 ดีเอโก้ มาราโดนา ยิงประตูได้ 5 ประตูในการแข่งขันฟุตบอลโลก และในปีนั้น 1 ใน 5 ลูกที่เขายิงเข้าเป็นประตูที่มีปัญหา ในสายตาของผู้ตัดสินนั้นเข้าใจว่ามาราโดนาได้โหม่งฟุตบอลเข้าประตู แต่ภาพที่บันทึกไว้สามารถพิสูจน์ได้ว่า การยิงประตูครั้งนั้นเป็นการใช้มือปัดเข้าไป ซึ่งเป็นการผิดกติกา ลูกนี้จึงต้องไม่นับเป็นประตู

ภายหลัง มาราโดนาให้สัมภาษณ์กับนักข่าว เขาปฏิเสธ ไม่ยอมรับว่าลูกบอลที่เข้าประตูนั้น เข้าเพราะใช้มือปัด เขาบอกว่า "ถ้าหากว่าลูกนั้นเข้าได้จากการใช้มือปัด ก็เป็นพระหัตถ์ของพระเจ้าเท่านั้นที่ปัดลูกนั้นเข้าประตู" เขาไม่ยอมรับ และนำเอาพระเจ้าเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยอีกต่างหาก

เราได้ยินนักกีฬาหลายคนทำผิดกติกา และถูกให้ออกจากการแข่งขัน เราหลายคนก็พยายามที่จะไปถึงจุดหมายของชีวิต โดยการทำผิดกติกา บางคนก็ถูกจับได้ และบางคนก็ถูกจับไม่ได้ แต่อาจารย์เปาโลบอกให้เรารักษากติกา เพื่อจะได้รับชัยชนะ โดยเฉพาะในโลกของเราที่มีค่านิยมต่าง ๆ ที่เปลี่ยนไป ทำให้เราที่อยู่ในสังคมสับสนว่าสิ่งใดถูกหรือสิ่งใดผิด

ในโลกปัจจุบัน ดูเหมือนว่าเงินสามารถซื้อความถูกต้องได้ ดังนั้น เราจึงอยู่ในวิกฤติ และอยู่ในการท้าทายต่อการดำเนินชีวิตเป็นสาวกของพระเยซูคริสต์อย่างมากมาย

บางครั้ง ในขณะขับรถ เห็นรถสีเหลืองที่อยู่ข้างหน้า แล้วมีตัวหนังสือว่า รถคันนี้สีแดง นี่แปลว่าเขาไม่รู้จักสี หรือเราไม่รู้จักสีกันแน่ นี่เหมือนเป็นอุปมาอุปมัยถึงลักษณะของสังคมปัจจุบันนี้ ทำให้ข้าพเจ้าคิดว่าบางครั้งโลกของเราอยู่ในภาวะที่หลอกลวง ที่เห็นก็ไม่ใช่ และที่ใช่ก็ไม่เห็น ที่บอกก็ไม่จริง และที่จริงก็ไม่บอก

อาจารย์เปาโลจึงบอกว่า ถ้าหากจะเป็นสาวกที่ดี เป็นนักกีฬาที่ดี จะต้องรักษากติกา และไปถึงเป้าหมายให้ได้

 

3. กสิกร

"กสิกรผู้ตรากตรำทำงานก็ควรเป็นคนแรกที่ได้รับผล" (2ทิโมธี 2:6)

อาจารย์เปาโลเน้นการตรากตรำทำงานหนักของกสิกร ให้ความสนใจกับการทำงานหนัก ชีวิตการเป็นสาวกจะต้องทำงานหนัก ชีวิตคริสเตียนทำงานหนัก เพราะว่าแม้เราทำงานมาตลอดสัปดาห์ แล้วเรากลับยังต้องมารับใช้พระเจ้าในวันอาทิตย์อีก

อาจารย์เปาโลยกย่องการทำงานหนัก คนยิวก็มีความคิดที่ดีเกี่ยวกับการทำงานหนัก คือ รับบีซึ่งเป็นอาจารย์ทางศาสนายิวจะต้องมีอาชีพทุกคน ในจดหมายฝากอาจารย์เปาโล ท่านได้พูดถึงการทำงานหนักไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง

"ขอฝากความคิดถึงมายังมารีย์ ผู้ได้ตรากตรำทำงานหนักเพื่อท่านทั้งหลาย" (โรม 16:6)

"ขอฝากความคิดถึงมายังตรีเฟนาและตรีโฟสา ผู้ปฏิบัติงานในฝ่ายองค์พระผู้เป็นเจ้า ขอฝากความคิดถึงมายังเปอร์ซีสที่รัก ผู้ได้ปฏิบัติงานมากมายในฝ่ายองค์พระผู้เป็นเจ้า" (โรม 16:12)

ผู้ปฏิบัติงาน ในภาษาอังกฤษใช้เป็นคำว่า "ผู้ทำงานหนักในองค์พระผู้เป็นเจ้า"

"Greet those workers in the Lord, Tryphaena and Tryphosa. Greet the beloved Persis, who has worked hard in the Lord." (Romans 16:12 ESV)

พระเยซูคริสต์เองก็ทรงทำงานหนัก พระองค์ทรงสั่งสอนประชาชน รักษาโรคแก่ประชนชน จนเหนื่อยมาก ไม่มีเวลาพักผ่อน ไม่มีเวลารับประทานอาหาร จนพี่ ๆ น้อง ๆ ของพระองค์ก็ยังคิดว่าพระองค์เป็นบ้าไปแล้ววันหนึ่ง เมื่อพระเยซูคริสต์จะเดินทางข้ามไปอีกฝั่งเพื่อพักผ่อน ประชาชนก็แห่กันมาเพื่อพบกับพระเยซู จนพระองค์ไม่ได้พักผ่อน

ขณะที่พระเยซูกำลังสนทนากับหญิงชาวสะมาเรีย พระองค์ยังไม่ได้รับประทานอาหาร เพราะสาวกกำลังเข้าเมืองไปซื้ออาหารอยู่ พระองค์ก็ใช้โอกาสว่าง ๆ นี้คุยกับหญิงนั้น และเปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอ

เราจะเห็นได้ว่า พระคัมภีร์ได้กล่าวถึงบุคคลต่าง ๆ ที่ทำงานหนักมาก การที่ทำงานเบา ๆ ได้เงินเดือนดี ๆ ไม่ใช่เป็นความคิดตามพระคัมภีร์

วันหนึ่ง ข้าพเจ้าไปตัดผม เป็นร้านตัดผมที่มีหลังร้านทำเป็นร้านตัดเสื้อผ้า ขณะข้าพเจ้ากำลังตัดผม ก็เห็นลูกชายของช่างตัดผมกำลังทำการบ้าน และแม่ของเขาก็สอนการบ้านนั้น สอนตั้งนานหลายรอบ ลูกก็ยังไม่เข้าใจ ในที่สุดแม่ก็ถามว่า "โตขึ้นแล้วลูกจะทำอะไร" ลูกบอกว่า "โตขึ้นจะเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน"

แม่ก็ถามต่อว่า "แล้วทำไมไม่ตั้งใจเรียน แล้วจะเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนได้อย่างไร แล้วทำไมถึงอยากเป็นผู้อำนวยการล่ะ"

เด็กก็ตอบว่า "เป็นผู้อำนวยการสบาย วัน ๆ เดินไปเดินมา ไม่ต้องทำอะไร"

บางครั้งเราเข้าใจผิดว่าการทำงานหนักเป็นการถูกสาปแช่งจากสวนเอเดน เป็นผลของความบาป แต่แท้จริงแล้วไม่ใช่

จริงอยู่ว่า มีคำสาปแช่งแก่อาดัม ว่าจะต้องทำงานหนัก

"17 พระองค์จึงตรัสแก่อาดัม (แปลว่า มนุษย์) ว่า “เพราะเหตุเจ้าเชื่อฟังคำพูดของภรรยา และกินผลไม้ที่เราห้าม แผ่นดินจึงต้องถูกสาปเพราะตัวเจ้า เจ้าจะต้องหากินบนแผ่นดินด้วยความ ทุกข์ลำบากจนตลอดชีวิต
18 แผ่นดินจะให้ต้นไม้และพืชที่มีหนามแก่เจ้า และเจ้าจะกินพืชต่างๆของทุ่งนา
19 เจ้าจะต้องหากินด้วยเหงื่ออาบหน้า จนเจ้ากลับเป็นดินไป เพราะเราสร้างเจ้ามาจากดิน เจ้าเป็นผงคลีดิน และจะต้องกลับเป็นผงคลีดินดังเดิม” (ปฐมกาล 3:17-19)

ที่มาที่แท้จริง เมื่อพระเจ้าทรงสร้างอาดัมและเอวา ทรงมอบหมายงานให้เขาทำ ให้ดูแล ปกครอง กำกับสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้างขึ้นมาทั้งหมด เขาได้รับมอบหมายให้ทำงานตั้งแต่ต้นเลย จึงไม่เกี่ยวข้องกับที่ทำงานหนักเพราะว่าเขาทำบาป พระเจ้าทรงประทานต้นไม้เป็นเกือบร้อยต้น ห้ามรับประทานเพียงต้นสองต้น แต่อาดัมก็กลับไม่เชื่อฟัง รับประทานผลไม้จากต้นที่พระเจ้าทรงห้ามนั้น ด้วยเหตุที่อาดัมผิดกติกา จึงต้องจากสวนเอเดนไป นี่เป็นเหตุผลที่อาดัมจะต้องหางานทำเอง

 

4. คนงาน ช่างก่อสร้าง

"จงอุตส่าห์สำแดงตนว่าได้ทรงพิสูจน์แล้วเป็นคนงานที่ไม่ต้องอาย ใช้พระวจนะแห่งความจริงอย่างถูกต้อง" (2ทิโมธี 2:15)

คนที่เป็นช่าง สิ่งสำคัญที่จะต้องมี คือ จะต้องมีฝีมือ และใช้เครื่องมือเป็น รู้จักที่ใช้เครื่องมือประกอบกับทักษะที่เขามี เพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่ดี ๆ

อาจารย์เปาโลเปรียบคริสเตียนว่าเป็นเหมือนคนงานคนหนึ่ง แต่คนงานคนนี้ไม่ได้ใช้วัสดุก่อสร้าง แต่ใช้พระวจนะของพระเจ้า ใช้ "พระวจนะแห่งความจริง" ในการเสริมสร้างชีวิตของคน ช่วยให้คนเจริญเติบโตขึ้น ให้เข้าใจความจริงและสัจธรรม

สัจธรรม คือ การที่เราพูดความจริง เกี่ยวกับคนที่เกี่ยวข้องจริง ๆ ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ๆ เป็นเหมือนการตัดถนนตรงไปสู่เป้าหมาย

ไม่นานมานี้ ข้าพเจ้าได้เดินทางไปสิบสองปันนา โดยผ่านเข้าไปในเขตประเทศลาว ขณะที่รถกำลังวิ่งผ่านประเทศลาย ไกด์ก็บอกว่า ให้สังเกตดูว่าถนนในประเทศลาวจะคดเคี้ยวอ้อมไปตามเชิงภูเขา แต่เมื่อเข้าไปในเขตจีน ไกด์ก็ให้นับว่าจากนี้ไปถึงที่พัก จะลอดถ้ำกี่ถ้ำ และตอนท้ายก็กล่าวสรุปว่า ที่ประเทศจีน เมื่อเจอภูเขาก็จะเจาะถ้ำทะลุไป จึงมีถ้ำเยอะ

สัจธรรม ก็คือการยิงตรง ๆ พูดถึงเป้าหมาย พูดถึงความจริง ไม่ต้องอ้อมค้อม

อาจารย์เปาโลก็ได้ให้ตัวอย่างเอาไว้

"16 จงหลีกเสียจากคำสอนที่ไร้คุณธรรม เพราะคำอย่างนั้นจะนำคนไปสู่อธรรมมากยิ่งขึ้น
17 และคำพูดของเขาจะแพร่ออกไปเหมือนแผลเนื้อร้าย ในพวกนั้นมีฮีเมเนอัสกับฟีเลทัสเป็นต้น" (2ทิโมธี 2:16-17)

คำพูดอ้อมค้อม คำพูดที่ไม่เป็นจริง สามารถทำลายได้ เป็นเหมือนแผลเนื้อร้าย

พระเจ้าของเรา ทรงใช้พระวาทะในการสร้างสรรค์โลกนี้ เมื่อพระองค์ทรงสร้างแล้ว ก็ทรงเห็นว่าดี ทรงสร้างในแต่ละวัน ทุกสิ่งก็ดี และดีนัก นี่คือพระเจ้าของเราผู้สร้างสรรค์ เราเป็นสาวกของพระองค์ เราก็จะต้องใช้คำพูดของเราในการสร้างสรรค์ด้วยเช่นกัน เราจะไม่ใช้คำพูดในเชิงทำลาย

 

ในพระคัมภีร์ได้สอนเราถึงการเป็นสาวก จาก 4 อาชีพด้วยกัน วันนี้เป็นการระลึกถึง BIT เราผู้ซึ่งอยู่ในคริสตจักรจะต้องร่วมกันสร้างสาวก ส่วน BIT จะต้องมีหน้าที่ในการสอน สร้างสาวก

"จงมอบคำสอนเหล่านั้น ซึ่งท่านได้ยินจากข้าพเจ้าต่อหน้าพยานหลายคน ไว้กับคนที่ซื่อสัตย์ที่สามารถสอนคนอื่นได้ด้วย" (2ทิโมธี 2:2)

ลำพัง BIT เองคงจะไม่สามารถทำงานนี้ แต่จะต้องได้รับความช่วยเหลือและความร่วมมือจากคริสตจักรต่าง ๆ ทั้งด้วยทางสติปัญญา การอธิษฐานเผื่อ การถวายของประทาน ถวายความสามารถ และถวายตัว ตลอดจนการถวายทรัพย์ ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ช่วยให้ BIT ทำหน้าที่ที่พระเจ้าทรงมอบหมายได้อย่างดี หวังอย่างยิ่งว่าท่านจะเป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจในการสร้างบุคลากรให้คริสตจักร

 

ศจ.ดร. รุ่ง เริงสันติ์อาจิณ

สรุปคำเทศนาโบสถ์จีน คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 04/10/2009

เรื่อง สร้างสาวกของพระเยซูคริสต์

สรุปโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

 

  • ถ้าท่านอ่านแล้ว มีความปรารถนาที่จะเปิดใจออก อธิษฐานทูลเชิญพระเยซูคริสต์เสด็จเข้ามาในชีวิตของท่าน และเป็นพระเจ้าของท่าน กรุณาไปที่หน้า คำอธิษฐาน

  • ถ้าคุณอ่านแล้วสนใจ กรุณาติดต่อคริสตจักรใกล้บ้านท่านได้เลยครับ หรือถ้าหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ก็ติดต่อโดยตรงได้ที่อีเมลของผมเลยครับ ton@followhissteps.com

FollowHisSteps.com

ได้รับการสนับสนุน Web Hosting จาก SPAComputer.com, ThaWang.com