เปลี่ยนชีวิตด้วยพระคำ

FollowHisSteps.com
 


"15 และตั้งแต่เด็กมาแล้ว ที่ท่านได้รู้พระคัมภีร์อันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งสามารถสอนท่านให้ถึงความรอดได้ โดยความเชื่อในพระเยซูคริสต์
16 พระคัมภีร์ ทุกตอนได้รับการดลใจจากพระเจ้า และเป็นประโยชน์ในการสอน การตักเตือนว่ากล่าว การปรับปรุงแก้ไขคนให้ดี และการอบรมในทางธรรม
17 เพื่อคนของพระเจ้าจะพรักพร้อมที่จะกระทำการดีทุกอย่าง" (2ทิโมธี 3:15-17)


อาจารย์เปาโลได้กล่าวเน้นย้ำแก่ทิโมธีว่า สิ่งที่เขาจะขาดไม่ได้ในชีวิตเลย ก็คือพระวจนะของพระเจ้า ซึ่งจะเป็นสิ่งที่สามารถเปลี่ยนชีวิตของเขาได้

ชีวิตของคนเราเปลี่ยนแปลงได้ด้วยหลายสาเหตุ จากเหตุการณ์ต่าง ๆ และสิ่งหนึ่งที่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตได้ คือ พระวจนะของพระเจ้า

จากคนที่ทุกข์ยาก หมดกำลังใจ กำลังคิดจะฆ่าตัวตาย เมื่อได้พบกับพระคำของพระเจ้า เขาเหล่านั้นก็จะได้รับการเปลี่ยนชีวิตใหม่ กลับมีกำลังเข้มแข็งขึ้นมาได้

 

1. พระวจนะคำ เปลี่ยนชีวิตด้วยการสอน

"และตั้งแต่เด็กมาแล้ว ที่ท่านได้รู้พระคัมภีร์อันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งสามารถสอนท่านให้ถึงความรอดได้ โดยความเชื่อในพระเยซูคริสต์" (2ทิโมธี 3:15)

พระเยซูคริสต์ทรงป็นครูที่ทรงพระปรีชาสามารถที่สุด ทรงมีวิธีการสอนที่หลากหลาย สามารถนำสิ่งรอบตัวมาสอนได้เสมอ ทรงสามารถสอนเรื่องยากให้สามารถเข้าใจได้ง่าย ให้เราเข้าใจได้ดีขึ้นในปัญหาต่าง ๆ

พระองค์สามารถเปลี่ยนก้อนหินเป็นขนมปัง คือ จากสิ่งที่รับประทานยาก ให้สามารถรับประทานได้ง่าย

เราจะเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราได้อย่างไร? ก็โดยพระวจนะคำของพระเจ้า

มีสื่อการสอน เทคนิคการสอนต่าง ๆ มากมาย พระวจนะของพระเจ้าก็เป็นสิ่งสำคัญสิ่งหนึ่ง ที่เราจะใช้สอน มิใช่เพื่อให้มีความรู้เท่านั้น แต่สอนเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในชีวิต

และวิธีการสอนที่สำคัญ คือ แบบอย่างของชีวิต ถ้าเพียงแต่เราพูด ผู้ที่ฟังคงจะไม่เห็นภาพ แต่พระคัมภีร์ให้เราสอนโดยใช้ชีวิต

ดังที่มีคำกล่าวว่า "ตัวอย่างที่ดีมีมากยิ่งกว่าการสอน"

"สักแต่ใช้คำพูดเท่านั้นจะฝึกสอนคนใช้ไม่ได้ เพราะถึงแม้เขาจะเข้าใจ แต่เขาก็ไม่ฟัง" (สุภาษิต 29:19)

นั่นคือ ถ้าหากสอนเพียงคำพูดเท่านั้น ผู้ที่ได้รับการสอนจะเข้าใจ แต่เขาจะไม่ทำตาม เพราะเขาไม่มีแบบอย่างที่ดี แต่การสอนด้วยชีวิต เป็นสิ่งที่สำคัญ และการดีทุกอย่าง พระเจ้าทรงให้เรากระทำ ไม่มีข้อยกเว้น

คุณแม่และคุณพ่อปรารถนาให้ลูก ๆ ดำเนินอยู่ในทางของพระเจ้า จึงได้นำลูก ๆ มาเรียนพระคัมภีร์ ซึ่งการบังคับ การสอนของพ่อแม่ ให้มาเรียนพระคัมภีร์ เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อชีวิตของลูก ๆ จะได้เติบโต ได้เรียนรู้พระคำของพระองค์

ดังนั้น การใช้พระคัมภีร์สอน จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ และจำเป็นต้องระมัดระวัง ที่จะไม่สอนผิด จึงไม่แปลกที่ท่านเยเรมีย์ได้เตือนให้ชาวอิสราเอลระมัดระวัง ที่จะไม่ฟังคำสอนของผู้เผยพระวจนะเท็จ เพื่อที่พวกเขาจะได้ไม่ต้องพินาศ และดังเช่นที่พระเยซูทรงตำหนีพวกธรรมาจารย์และฟาริสีอยู่เสมอ ที่พวกเขามักจะตีความพระคัมภีร์อย่างไม่ถูกต้อง

ถ้าเราสื่อและสอนในสิ่งที่ผิด ความหมายที่ต้องการสื่อก็จะผิดพลาด การดำเนินชีวิตก็จะผิดพลาด ขอที่เราจะใช้พระวจนะของพระเจ้าในการสอน และสำแดงชีวิตที่เป็นแบบอย่างที่ถูกต้อง

 

2. พระวจนะคำ เปลี่ยนชีวิตด้วยการสอดส่อง

"พระคัมภีร์ ทุกตอนได้รับการดลใจจากพระเจ้า และเป็นประโยชน์ในการสอน การตักเตือนว่ากล่าว การปรับปรุงแก้ไขคนให้ดี และการอบรมในทางธรรม" (2ทิโมธี 3:16)

พระเจ้ารักใคร ก็ทรงตักเตือนและตีสอนผู้นั้น พระองค์ทรงห่วงใยชีวิตของเรา

"เรารักผู้ใดเราก็ตักเตือนและตีสอนผู้นั้น เหตุฉะนั้นจงมีความกระตือรือร้น และกลับใจเสียใหม่" (วิวรณ์ 3:19)

ขอที่เราจะใช้พระวจนะของพระองค์ในการสอดส่องชีวิตของเรา ดูแลความประพฤติ เมื่อทำผิดก็จะได้รับการเสริมสร้าง และกลับมาทำสิ่งที่ถูกต้อง

ถ้าหากผู้หนึ่งผู้ใดทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เราจะกล้าเตือนเขาหรือไม่? บางครั้งเราอาจจะคิดว่าไม่เป็นไร คริสตจักรของพระเจ้าหลายแห่งที่เป็นเช่นนี้ คือ ไม่กล้าที่จะตักเตือน เป็นเหตุทำให้คริสตจักรอ่อนแอ และในที่สุดก็เกิดการแตกแยก เพราะว่าชีวิตของพี่น้องไม่ได้ดำเนินตามสิ่งที่ถูกต้อง

ขณะเดียวกัน ก็มีคริสตจักรหลายแห่ง ที่กล้าตักเตือน และมีบทลงโทษแก่ผู้ที่ทำผิด และผู้ที่ทำผิดก็ยอมรับความผิดพลาด ยอมรับการลงโทษ และปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตามวิถีที่ถูกต้อง คริสจักรเช่นนี้แหละ จะเติบโต

ขอที่เราจะกล้าเตือนตัวเอง และกล้าที่จะบอกผู้อื่นเมื่อเขาไม่ได้ทำสิ่งที่ถูกต้อง

มีเรื่องเล่าว่า ในสมัยที่กรีกเรืองอำนาจ ซึ่งเป็นสมัยที่พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชปกครองอยู่ มีความวุ่นวายมาก วันหนึ่ง พระองค์เดินออกตรวจแถวทหารของตนเอง และก็สังเกตเห็นทหารผู้หนึ่งที่มีลักษณะที่เด่นประหลาดจากผู้อื่น

พระองค์ถามเขาว่าชื่ออะไร เขาก็ตอบว่า "ชื่ออเล็กซานเดอร์"

พระองค์จึงบอกเขาว่า "ให้เลือกระหว่างการเปลี่ยนชื่อ หรือเปลี่ยนวิถีการแต่งกาย" เนื่องจากเขามีผมเผ้ารุงรัง แต่งตัวไม่เรียบร้อย

เช่นเดียวกัน พระคำของพระเจ้า จะเปลี่ยนชีวิตของเราให้เหมือนพระเยซูคริสต์มากขึ้น

"8 และพระวจนะของพระเจ้ามาถึงเศคาริยาห์ว่า
9 พระเจ้าจอมโยธาตรัสดังนี้ว่า 'จงพิพากษาตามความจริง จงแสดงความกรุณาและความปรานีต่อพี่น้องของตน
10 อย่าบีบบังคับหญิงม่าย ลูกกำพร้าพ่อ คนต่างด้าวหรือคนยากจน และอย่าคิดอุบายชั่วในใจต่อพี่น้องของตน'
11 แต่เขาปฏิเสธไม่ยอมฟังและหันบ่าดื้อเข้าใส่ และอุดหูของเขาเสียเพื่อเขาจะไม่ได้ยิน
12 เออ เขาได้กระทำใจของเขาให้แข็งเหมือนเพชร เกรงว่าเขาจะได้ยินพระธรรมและพระวจนะ ซึ่งพระเจ้าจอมโยธาได้ทรงส่งไปทางผู้เผยพระวจนะรุ่นก่อนโดยวิญญาณของพระองค์ เหตุฉะนั้นพระพิโรธอันยิ่งใหญ่จึงได้มาจากพระเจ้าจอมโยธา
13 พระเจ้าจอมโยธาตรัสว่า 'เมื่อเราร้องเรียก เขาไม่ฟังฉันใด เมื่อเขาร้องทูล เราก็ไม่ฟังฉันนั้น
14 และเราก็ให้เขากระจัดกระจายไปด้วยลมบ้าหมูท่ามกลางประชาชาติทั้งสิ้นซึ่งเขามิได้รู้จัก ดังนั้นแผ่นดินที่เขาทิ้งไปจึงว่างเปล่า ไม่มีใครเข้าออก และแผ่นดินที่สุขสบายก็เป็นที่ร้างเปล่า' " (เศคาริยาห์ 7:8-14)

เมื่อพระเจ้าทรงตือนแล้ว ถ้าหากเราไม่ทำตาม จะเกิดอะไรขึ้น? พระองค์ก็จะไม่ฟังคำร้องทูลของเราเช่นกัน และยิ่งกว่านั้น จะกระจัดกระจายไปในที่ต่าง ๆ ไปในที่ที่ไม่รู้จัก

มีเด็กคนหนึ่ง อยู่ ป.3 ไม่ฟังคำตักเตือน มักจะทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำร้ายเพื่อน ๆ และคุณครูอยู่เสมอ แม้ว่าอาจารย์จะเตือนแล้วเตือนเล่า ก็ไม่เปลี่ยนแปลง จนในที่สุด เขาก็ต้องถูกพักการเรียน

เช่นเดียวกัน ถ้าหากว่าพระเจ้าทรงเตือนเราแล้วเราไม่ฟัง วันหนึ่ง พระองค์ก็จะทรงใช้วิธีที่รุนแรง เพื่อที่จะตักเตือนเรา ขออย่าให้เป็นเช่นนั้นเลย

ขอที่เราจะเข้าสนิทกับพระเจ้า ผู้ค้ำชูวิญญาณจิตของเรา ผู้ทรงประทานสติปัญญาและคำตอบแก่เราในยามที่เราต้องการ ขอที่พระคำของพระเจ้าจะตรวจสภาพจิตใจประจำวันของเรา ว่าชีวิตสุขภาพฝ่ายวิญญาณของเราเป็นอย่างไร ยังมีสุขภาพที่ดีอยู่หรือไม่ ขอพระวจนะของพระเจ้าชำระชีวิตของเรา เปลี่ยนแปลงชีวิตของเราให้บริสุทธิ์

มีอาจารย์ท่านหนึ่ง เดิมเป็นนายตำรวจธรรมดาคนหนึ่ง ติดเหล้า ติดบุหรี่ จนวันหนึ่งเมาเหล้ามาก ๆ และนอนอยู่ที่แยกสามย่าน เขาได้ไปซื้อกล้วยแขก และบังเอิญกระดาษห่อกล้วยแขกเป็นใบปลิว เมื่อท่านกินหมด ท่านก็ลองอ่านเล่นดู และท่านก็เกิดสงสัย ว่าพระเจ้ามีจริงหรือไม่? ในที่สุดท่านได้เดินไปที่โบสถ์ หลังจากได้ฟังพระคำของพระเจ้า ให้พระคำของพระเจ้าสอดส่องชีวิตของท่าน ท่านก็ได้รับการเปลี่ยนแปลงชีวิต จนในที่สุด ท่านได้ไปเรียนพระคัมภีร์ และรับใช้พระเจ้า จนเติบโต เป็นผู้รับใช้ของพระเจ้าที่เกิดผล

เราจะให้พระวจนะของพระเจ้าห่างจากชีวิตของเราไปได้อย่างไร? ขอที่เราจะให้พระวจนะของพระองค์สอดส่องชีวิตของเราอยู่เสมอ

 

3. พระวจนะคำ เปลี่ยนชีวิตด้วยการเสริมสร้างเราให้ดำเนินอยู่ในทางของพระเจ้า

พระคำของพระเจ้า เน้นให้เราดำเนินชีวิตอยู่ในทางชอบธรรม

"6 ข้าพเจ้าจะนำอะไรเข้ามาเฝ้าพระเจ้า และกราบไหว้พระเจ้าเบื้องสูง ควรข้าพเจ้าเข้าเฝ้าพระองค์ด้วยเครื่องเผาบูชาหรือ ด้วยลูกวัวอายุหนึ่งขวบหลายตัวหรือ
7 พระเจ้าจะทรงพอพระทัยการถวายแกะเป็นพันๆ ตัว และธารน้ำมันหลายหมื่นสายหรือ ควรที่ข้าพเจ้าจะถวายบุตรหัวปี ชำระการทรยศของข้าพเจ้าหรือ คือ ถวายลูกของข้าพเจ้าชำระบาปแห่งวิญญาณของข้าพเจ้า
8 มนุษย์เอ๋ย พระองค์ทรงสำแดงแก่เจ้าแล้วว่าอะไรดี และพระเจ้าทรงมีพระประสงค์อะไรจากเจ้า นอกจากให้กระทำความยุติธรรม และรักสัจกรุณา และดำเนินชีวิตด้วยความถ่อมใจไปกับพระเจ้าของเจ้า" (มีคาห์ 6:6-8)

นอกจากที่พระเจ้าจะให้เราทำความยุติธรรม และรักสัจกรุณาแล้ว พระองค์ได้ทรงให้เราดำเนินชีวิตตามพระวจนะด้วยความถ่อมใจ

พระองค์ปรารถนาที่จะให้เราเป็นเช่นนี้ ไม่ว่าเราจะพบกับสถานะเช่นไรในสังคม แต่พระองค์สอนให้เราถ่อมใจ ให้เราใส่ใจในคุณธรรม จริยธรรม ศีลธรรม

พระเยซูคริสต์ทรงเปลี่ยนแปลงคนที่ขาดคุณธรรมให้กลายเป็นผู้ที่ซื่อสัตย์ และดำเนินชีวิตกับพระเจ้าด้วยความถ่อมใจ ตัวอย่างเช่น ศักเคียส ผู้ซึ่งได้รับการเปลี่ยนแปลงจากวิถีชีวิตที่ไร้คุณธรรม ไร้ซึ่งจริยธรรม ให้กลายเป็นคนที่ดำเนินชีวิตตามมาตรฐานของพระเยซูคริสต์

พระเจ้าปรารถนาที่ชีวิตของเราจะได้รับการเสริมสร้าง อยู่ในทางแห่งความชอบธรรม และเป็นพรแก่คนรอบข้าง แม้ว่าจะได้รับการต่อต้านจากคนรอบข้าง แต่ก็ขอที่เราจะยืนหยัดเพื่อที่ชีวิตเราจะอยู่ในทางแห่งความชอบธรรมเสมอ

"32 เพราะคนตลบตะแลงเป็นที่เกลียดชังต่อพระเจ้า แต่คนเที่ยงธรรมอยู่ในความไว้พระทัยของพระองค์
33 คำสาปของพระเจ้าอยู่บนเรือนของคนชั่วร้าย แต่พระองค์ทรงอำนวยพระพรแก่ที่อาศัยของคนชอบธรรม" (สุภาษิต 3:32-33)

พระเจ้าจะอวยพรคนที่ดำเนินชีวิตอยู่ในทางของชอบธรรม คนที่ใช้พระคำของพระเจ้าในการนำชีวิต

"ที่ใดๆที่ไม่มีการเผยธรรม ประชาชนก็ละทิ้งความ ยับยั้งชั่งใจเสีย แต่คนที่รักษาธรรมบัญญัติจะเป็นสุข" (สุภาษิต 29:18)

 

ขอที่เราจะใช้พระวจนะของพระองค์ในการสอน ในการสอดส่อง และในการเสริมสร้างชีวิตของเรา

 

ศจ. ศาสวัต มูลสถาน

สรุปคำเทศนาโบสถ์ไทย คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 09/08/2009

เรื่อง เปลี่ยนชีวิตด้วยพระคำ

สรุปโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

 

  • ถ้าท่านอ่านแล้ว มีความปรารถนาที่จะเปิดใจออก อธิษฐานทูลเชิญพระเยซูคริสต์เสด็จเข้ามาในชีวิตของท่าน และเป็นพระเจ้าของท่าน กรุณาไปที่หน้า คำอธิษฐาน

  • ถ้าคุณอ่านแล้วสนใจ กรุณาติดต่อคริสตจักรใกล้บ้านท่านได้เลยครับ หรือถ้าหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ก็ติดต่อโดยตรงได้ที่อีเมลของผมเลยครับ ton@followhissteps.com

FollowHisSteps.com

ได้รับการสนับสนุน Web Hosting จาก SPAComputer.com, ThaWang.com