ความหมายที่แท้จริงของการฟื้นฟู

FollowHisSteps.com
 

เมื่อคุณขึ้นสวรรค์ คุณจะทูลอะไรต่อพระเยซู? บางคนอาจจะพูดว่า "พระองค์เจ้าข้า ทำไมเลือกข้าพระองค์ ทำไมจึงรักพระองค์" แต่สำหรับผม ผมจะพูดอีกประโยคหนึ่ง คือ "พระเยซูเจ้าข้า พระองค์เหนื่อยรึเปล่าครับ ลูก ๆ ของพระองค์น่ารักทั้งนั้น"

พี่น้องเพิ่งได้ผ่านการฟื้นฟูมา แต่ก่อนที่จะเข้าเนื้อหา จะขอพูดถึงเรื่องหนึ่ง นั่นคือ ข่าวการเสียชีวิตของไมเคิล แจ็คสัน เมื่อได้ยินข่าวก็รู้สึกตกใจ เพราะเพิ่งฟังเพลงของเขาได้ไม่นาน สถานีโทรทัศน์บางแห่งถึงกับงดการถ่ายทอดรายการปกติ เปลี่ยนเป็นรายการเกี่ยวกับไมเคิลแทน หนังสือพิมพ์ทุกหน้าก็จะต้องมีข่าวการเสียชีวิตของเขาอยู่หน้าหนึ่ง เป็นข่าวใหญ่ที่สุดของหนังสือพิมพ์ นี่เป็นข่าวในโลกนี้ แต่ข่าวบนสวรรค์ หรือ Heaven News จะไม่เหมือนกับข่าวของโลกนี้

การเสียชีวิตของไมเคิลแจ็คสัน ทำให้ผมคิดถึงเรื่องหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องเล่า ไม่ใช่เรื่องจริง เพื่อหนุนใจคริสเตียน

ผู้รับใช้พระเจ้า 2 คน สามีภรรยา เป็นมิชชันนารีของอังกฤษไปยังทวีปแอฟริกา รับใช้อย่างสัตย์ซื่อหลายสิบปี วันหนึ่งนายกของอังกฤษไปเยี่ยมที่แอฟริกา นั่งเรือไป เมื่อขณะที่กำลังจะกลับอังกฤษ มิชชันนารีและภรรยาก็ขอกลับด้วย เพราะอายุมากแล้ว เมื่อเรือวิ่งมาถึงอังกฤษ ประชาชนอังกฤษถือป้ายต้อนรับนายกรัฐมนตรีอย่างเอิกเกริก แต่เมื่อสามีภรรยาคู่นี้เดินออกจากเรือ ไม่มีใครสนใจเลย ไม่มีใครต้อนรับ สามีจึงบ่นกับภรรยา น้อยใจ ไม่มีใครต้อนรับเลย ภรรยาท่านจึงตอบว่า "ที่รัก ไม่ต้องอิจฉาเขาหรอก เขากลับบ้านของเขาแล้ว ประชาชนจึงต้อนรับเขา แต่เรายังไม่กลับบ้าน"

พี่น้องครับ สำหรับโลกนี้ ข่าวของ ไมเคิล แจ็คสัน ดังมาก การเสียชีวิตของคริสเตียนคนหนึ่งคงจะไม่ดังเช่นนี้ อาจจะมีข่าวเพียงเล็กน้อย เพราะโลกนี้ไม่เห็นความสำคัญของการจากไปของคริสเตียน แต่พระคัมภีร์ไม่ได้กล่าวเช่นนั้น

"มรณกรรมแห่งธรรมิกชนของพระองค์ สำคัญในสายพระเนตรพระเจ้า" (สดุดี 116:15)

การเสียชีวิตของคริสเตียน สำคัญในสายพระเนตรของพระเจ้า ดังนั้นพี่น้องไม่ต้องอิจฉาข่าวการเสียชีวิตของไมเคิล แจ็คสัน เพราะนี้เป็นข่าวในโลกนี้ แต่ข่าวบนสวรรค์ คือ "เตรียมต้อนรับคริสเตียนกลับบ้าน" และจะมีทูตสวรรค์ต้อนรับเรากลับสู่บ้านบนสวรรค์

เราเป็นคนของพระเจ้า ขอพระเจ้าหนุนใจท่านด้วยพระคัมภีร์ข้อนี้ ใครอยากเป็นคนแรกก็ได้นะครับ

 

การฟื้นฟูคืออะไร? การฟื้นฟูไม่มีทางที่มนุษย์คนหนึ่งคนใดจะทำให้เกิดขึ้นได้

อาทิตย์ที่แล้วที่มีงานฟื้นฟู ก็ไม่ใช่การฟื้นฟู แค่มีป้ายบอกว่าฟื้นฟู แต่การฟื้นฟูจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่มีสิ่งที่จะกล่าวหลังจากนี้เกิดขึ้น

"7 ท่านทั้งหลายจงระลึกถึงหัวหน้าของท่าน ผู้ซึ่งได้ประกาศพระวจนะของพระเจ้าแก่ท่าน และจงพิจารณาดูผลปลายทางที่เกิดแก่เขา แล้วจงตามอย่างความเชื่อของเขา
8 พระเยซูคริสต์ยังทรงเหมือนเดิมในเวลาวานนี้ และเวลาวันนี้ และต่อๆไปเป็นนิจกาล
9 อย่าหลงไปตามคำสอนต่างๆที่แปลกๆ เพราะว่าเป็นการดีอยู่แล้วที่จะให้กำลังใจเข้มแข็งขึ้นด้วยพระคุณ ไม่ใช่ด้วยอาหารการกิน ซึ่งไม่เคยเป็นประโยชน์แก่คนที่หลงติดอยู่เลย" (ฮีบรู 13
:7-9)

คริสตจักรสะพานเหลืองมาถึงจุดนี้ได้ เพราะคนสมัยก่อนวางรากไว้ดี เพราะถ้ารากไม่ดี แตกไปนานแล้ว พระธรรมฮีบรูจึงให้เราระลึกถึงคนสมัยก่อนที่ได้วางรากเอาไว้ดี ของดีแล้วอย่าเปลี่ยน หรืออาจเปลี่ยนให้ดีขึ้นก็ได้ แต่ถ้าเปลี่ยนจากสิ่งที่ดีเป็นสิ่งที่เลวนั้นน่ากลัว

เช่นเพลงชีวิตคริสเตียนหลายเพลงดีมาก อย่าไปเปลี่ยนมาก เพราะเพลงทุกเพลงในบทเพลงชีวิตคริสเตียนเขียนมาจากชีวิต เช่น "สรรเสริญ สรรเสริญ สรรเสริญ" ซึ่งมีเนื้อหาดีมาก ต้องสรรเสริญ 3 ครั้ง หมายถึง สรรเสริญพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ หรือเพลง "ชาวโลกทั้งหลายชื่นใจยินดี" ซึ่งไล่จากโน๊ตตัวโดสูง เป็นโน๊ตตัวโดต่ำ แสดงถึงว่ามนุษย์จะไม่สามารถเข้าหาพระเจ้าได้ แต่พระเจ้าจำเป็นต้องเสด็จลงมาในโลกนี้ เพื่อเปิดหนทางแก่เรา

พระเยซูคริสต์ไม่เคยเปลี่ยนแปลง แต่เราต้องระมัดระวังในการตีความ เพราะการที่พระองค์เหมือนเดิมวานนี้ วันนี้ และต่อ ๆ ไปเป็นนิตย์ หมายความว่า พระองค์ทรงดูแลคนในอดีตอย่างไร ก็จะทรงดูแลชีวิตเราด้วยเช่นกัน

การฟื้นฟู คืออะไร? เมื่อพูดถึงคำว่า "ฟื้นฟู" ก็จะต้องคิดถึงภาษาไทย 2 คำ ได้แก่ "ร้อนรน" และ"ร้อนแรง" และเป้าหมายของการฟื้นฟู คือ เพื่อให้คริสเตียนร้อนรน ไม่ใช่ร้อนแรง

พระเจ้าทรงสร้างให้มนุษย์มีอุณหภูมิกาย 37 องศาเซลเซียส  ทำไมตัวเราจึงอุ่น เพราะตัวเรามีไฟ มีการเผาผลาญตลอดเวลา เช่นกัน เป้าหมายของการฟื้นฟู คือให้คริสเตียนมีอุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส เป็นปกติ ดังที่ควรจะเป็น นั่นคือ พระองค์อยากให้คริสเตียนเป็นตามปกติตามที่พระองค์ทรงประสงค์ให้คริสเตียนเป็น และถ้าทุกคนกลับมาเป็นปกติดังที่พระองค์อยากให้เป็น นั่นแหละ การฟื้นฟูจะเกิดขึ้น แต่ถ้าการฟื้นฟูไม่ใช่มาจากพระเจ้า สิ่งนั้นจะทำให้ร้อนแรง คืออุณหภูมิเกินกว่าปกติ

สิ่งที่พระองค์อยากให้เราเป็น มีอยู่ 5 ประการ ได้แก่

 

1. คนของพระองค์กลับไปสู่ความจริงแห่งพระวจนะ

"แต่ส่วนท่านที่รักทั้งหลายนั้น จงสร้างตัวของท่านขึ้นบนหลักคำสอนอันบริสุทธิ์ของท่านที่เชื่อกันอยู่ และจงอธิษฐานในพระวิญญาณบริสุทธิ์" (ยูดา 20)

คริสเตียนจะฟื้นฟูได้ คริสเตียนจะต้องยึดถือหลักความจริงแห่งพระวจนะ

ถ้าคุณเชื่อสิ่งที่ถูก เชื่อถูกคน คุณจะไม่ผิดหวัง แต่ตรงข้าม ถ้าคุณเชื่อสิ่งที่ผิด สุดท้ายก็จะได้มาเพียงความว่างเปล่า จะเหนื่อยเปล่า

ขอที่เราจะคิดสักนิด ถ้าพระเจ้าไม่ดูแล เราสร้างบ้านเราก็จะเหนื่อยเปล่า สิ่งที่เราเชื่อ บุคคลที่เราเชื่อ ถ้าเป็นสิ่งที่ถูก แล้วเราทุ่มเทเพื่อสิ่งนั้น เราจะไม่สูญเปล่าอย่างแน่นอน

ขอยกตัวอย่าง ดังเช่น หญิงคนหนึ่ง รักชายคนหนึ่งมาก ทุ่มเทเพื่อเขาอย่างมากมาย ถ้าชายคนนั้นเป็นคนที่น่าเชื่อถือ การทุ่มเทของหญิงคนนี้ก็ไม่สูญเปล่า แต่ถ้าชายคนนั้นไม่น่าเชื่อถือ การทุ่มเทของหญิงคนนี้ก็คงจะไร้ค่า

ขอพี่น้องพิจารณาให้ดีว่า เรากำลังเชื่อในสิ่งใดอยู่? สิ่งที่เราเชื่อเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วหรือยัง?

แถว ๆ สีคิ้ว เมื่อนั่งรถทัวร์ผ่าน จะเป็นประติมากรรมมูลค่ากว่าร้อยล้านบาท คนที่สร้างเป็นดาราหนังที่ทุ่มเงินสร้างสิ่งนั้นขึ้นมา แต่พระคัมภีร์ได้บอกชัดเจน ว่าเขาทุ่มในสิ่งที่ผิดแล้ว เขาก็จะได้เพียงความว่างเปล่า สิ่งที่เขาทุ่มไปก็จะเสียเปล่า

มีหนังสือเล่มหนึ่ง เมื่อได้อ่านแล้วรู้สึกตื่นเต้นมาก หนังสือนี้พูดถึงการฟื้นฟูในยุคสุดท้ายที่ผิดเพี้ยน หนังสือเล่มนี้ได้กล่าวว่า ลัทธิตกขอบ ลัทธิผิดเพี้ยนจะเข้ามาในคริสตจักรอย่างมากมาย ซึ่งปัจจุบัน ลัทธิเทียมเท็จและเพี้ยน ๆ เหล่านี้ ได้มาในรูปแบบ "เชือดนิ่ม ๆ" มาแบบสงบ ๆ มาเหมือนกับสึนามี ที่เริ่มด้วยการที่น้ำทะเลลดลระดับลงอย่างสงบ ๆ คนที่เห็นก็ตื่นเต้น แต่ในที่สุดก็หายนะมาอย่างรวดเร็ว ลัทธิเหล่านี้ก็เช่นกัน ที่จะให้เราค่อย ๆ เดินเข้าไปหามัน ทำให้เรารับสิ่งต่าง ๆ เข้ามาโดยไม่รู้ตัว มาอย่างกลมกลืน ดูไม่รู้ว่าเป็นสิ่งที่ผิด ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ากลัวมาก

ถ้าอยากให้เกิดการฟื้นฟูอย่างแท้จริง ต้องกลับเข้าสู่ความจริงแห่งพระวจนะของพระเจ้า เพื่อที่เขาจะรักพระเจ้า และเข้าใจพระวจนะของพระองค์มากขึ้น

รู้สึกเป็นห่วงอนุชนรุ่นหลังอย่างมาก ได้มีโอกาสไปค่ายอนุชนหลายที่ และได้พบว่าอนุชนหลายคนเข้าใจว่า การฟื้นฟู คือ การร้องเพลง บางทีจัดฟื้นฟูทั้งวัน ร้องเพลงทั้งวัน ซึ่งเป็นเหมือนกับทูลกับพระเจ้าให้พระเจ้าอยู่เฉย ๆ จะร้องเพลงให้ฟัง แต่ละคนร้องเพลงเก่งมาก เสียงเพราะมาก แต่ไม่รู้พระคัมภีร์เลย เมื่อเป็นเช่นนี้จะเกิดการฟื้นฟูที่แท้จริงได้อย่างไร เพราะการฟื้นฟูที่แท้จริง ต้องกลับสู่ความจริงแห่งพระวจนะของพระเจ้า

คริสตจักรอนุรักษ์นิยมหลายแห่ง อยากให้เกิดการฟื้นฟู แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นที่พระคัมภีร์ใดดี จึงได้เริ่มรับวัฒนธรรมเข้ามา ใช้ดนตรีเป็นหลักในการฟื้นฟู นี่เป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วง

อยากให้ลองคิดดูนะครับว่า คริสตจักรของเรา มีความเชื่อแบบ Faith in Faith หรือ Faith in Bible? เราเชื่อในความเชื่อ เชื่อในการอัศจรรย์ เชื่อในความเชื่อของบุคคลหรือไม่? ถ้าหากเราเชื่อในสิ่งที่บุคคลคนหนึ่งเห็น เชื่อในนิมิตที่บุคคลได้เห็น ก็จะไม่เกิดการฟื้นฟูอย่างแน่นอน แต่การฟื้นฟูที่แท้จริง จะต้องนำเราไปสู่ความเชื่อในพระวจนะ เราจะต้องสนใจว่าพระคัมภีร์สอนอะไร กล่าวว่าอย่างไร

 

2. คนของพระองค์สารภาพบาป และทิ้งความผิดบาปอย่างสิ้นเชิง

การกลับใจใหม่จากบาปดั้งเดิม กระทำเพียงครั้งเดียวในชีวิต แต่การกลับใจจากบาปที่ทำทุก ๆ วัน จะต้องทำไปตลอดชีวิต

กลับใจใหม่ ภาษาจีน "ห้วยโก้ย" ซึ่งแปลตามตัวว่า "การรู้สึกสำนึกผิด" และ "การเปลี่ยนแปลง" เช่นกัน คริสเตียนจะฟื้นฟูได้ จะต้องกลับใจใหม่ และทิ้งความผิดบาป เปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิง คริสเตียนจะมีชีวิตที่ไวต่อบาป

 

3. คนของพระองค์มีชีวิตที่เลียนแบบพระเจ้า

เมื่อคริสเตียนแต่ละคนเลียนแบบพระเจ้า จะเกิดการฟื้นฟูอย่างแน่นอน

เมื่อพระเจ้าเลือกสรรเรา พระองค์จะสร้างเราให้เหมือนกับองค์พระเยซูคริสต์ พระองค์มีเป้าหมาย มีแบบแผน มีวัตถุดิบที่ใช้ มีการทดสอบ และมีการใช้งานจริง เพื่อจะสร้างคริสเตียนให้มีแบบอย่างตามพระเจ้า

ถ้าคริสเตียนทุกคนในคริสตจักรเรามีชีวิตที่เลียนแบบพระเจ้า จะไม่เกิดการฟื้นฟูได้อย่างไร! ถ้าเลียนแบบพระเยซูคริสต์ ก็จะไม่มีการทะเลาะกัน จะให้อภัยกัน ถ่อมใจซึ่งกันและกัน และการฟื้นฟูจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

แล้วเราจะเป็นเหมือนพระเยซูคริสต์ได้อย่างไร? เรามีเป้าหมายคือ "เหมือนพระเยซู" แต่วันนี้เราอาจจะยังไม่เป็นแบบที่พระองค์อยากให้เราเป็น แต่เป้าหมายในชีวิตของเราจะต้องชัดเจน วันนี้จะต้องดีกว่าเมื่อวาน เราจะต้องดำเนินชีวิตอย่างมีเป้าหมาย

มีพี่น้องคริสเตียนโดนถามว่า ทำไมคริสเตียนคนนั้นถึงยังทำอย่างนั้นอย่างนี้ ขอให้เราดูตึกที่กำลังสร้าง ก็จะมีป้ายว่า "ขออภัยในความไม่สะดวก กำลังก่อสร้างอยู่" ชีวิตคริสเตียนก็เช่นกัน  คือ จะถูกสร้างใหม่ทุกวัน ๆ

ดร. บิลลี่ เกรแฮม ซึ่งยังคงมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน ท่านมีภรรยาชื่อ อ.รูธ ซึ่งจากโลกนี้ไปแล้ว อ.รูธ ไม่มีแววของความเป็นคนจีนเลย แต่ชีวิตของท่านเขียนภาษาจีนได้สวยมากทีเดียว ท่านประทับใจคำว่า "อี้" เพราะว่า ครั้งหนึ่งได้ฟังอาจารย์คนจีนเทศนา อาจารย์ท่านนั้นได้กล่าวว่า "คริสเตียนจะเป็นคนชอบธรรมได้ จะต้องมีคำว่าแกะอยู่บนตัวฉัน" เพราะภาษาจีน คำว่า "ชอบธรรม" มาจาก 2 คำผสมกัน คือ "แกะ" และคำว่า "ฉัน" และเมื่อแกะอยู่บนตัวฉัน ฉันจึงจะสะอาดได้

ฉันสกปรก เหมือนกับเสื้อผ้าสกปรก ไม่สามารถซักตัวเองให้สะอาดได้ จะต้องมีน้ำสะอาดมาชำระ ใช้ผงซักฟอกซักให้สะอาด

เสื้อผ้าสกปรก ใช้บรีซ แต่ชีวิตของเราที่สกปรก จะต้องใช้ บลัด (blood) นั่นคือพระโลหิตของพระเยซูคริสต์

อ.รูธ ได้เขียนคำว่า "อี้" และขอให้วางคำนี้ ไว้บนป้ายที่หลุมศพ และมีประโยคหนึ่งข้างใต้ว่า "สิ้นสุดการก่อสร้าง ขอบคุณสำหรับความอดทนของคุณ" (End of construction, thank you for your patience) ซึ่งบางคนในที่นี้อาจจะบอกว่า "ทางเสร็จมาแล้วครึ่งหนึ่งนะ แต่ยังไม่เสร็จ อดทนรออีกนิดหนึ่งนะครับ"

อ.รูธ ได้ประโยคนี้ มาจากครั้งหนึ่งที่ท่านขับรถผ่านป้ายที่เขียนเช่นนี้ ท่านจึงนำมาคิดถึงชีวิตท่าน ว่าหลาย ๆ ครั้งคนรอบข้างของท่านต้องอดทนท่าน เพราะชีวิตของท่านยังสร้างไม่เสร็จ

ชีวิตคริสเตียนที่ได้รับการฟื้นฟู คือ การที่มีชีวิตตามแบบของพระเจ้า ถูกสร้างใหม่ขึ้นทุก ๆ วัน

 

4. คนของพระองค์ยกพระเยซูคริสต์เป็นกษัตริย์เหนือกษัตริย์ เป็นจอมเจ้านายอย่างแท้จริง

พระเยซูคริสต์ทรงเป็น King of kings, Lord of lords ราจำเป็นต้องยำเกรงพระองค์เพราะพระองค์ทรงเป็นกษัตริย์เหนือกษัตรย์ และเราจะต้องวางใจในพระองค์ เพราะพระองค์ทรงเป็นจอมเจ้านายของเรา

ถ้าคริสเตียนทุกคน ได้ยกพระเยซูคริสต์เป็นกษัตริย์และเป็นจอมเจ้านายในชีวิตของเขา จะเกิดอะไรขึ้น?

คริสเตียนหลายคนชอบถามว่า ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น บ่นตลอด ผมจะเรียกคริสเตียนกลุ่มนี้ว่า "คริสเตียนสายตาสั้น" เมื่อสายตาสั้น มองไม่เห็นว่าอดีต พระเจ้าทรงนำเขามาได้อย่างไร ลืมพระคุณของพระเจ้าที่มีมาตลอดชีวิตของเขา และมองไม่เห็นศักดิ์ศรีในอนาคตที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้ให้ เห็นแต่ปัญหาที่เขากำลังประสบอยู่ นี่คือไม่วางใจในพระเจ้าอย่างแท้จริง

ถ้าคริสเตียนทุกคนสายตาสั้น การฟื้นฟูก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้

"เขาไม่กลัวข่าวร้าย จิตใจของเขายึดแน่น วางใจในพระเจ้า" (สดุดี 112:7)

คริสเตียนที่ได้รับการฟื้นฟู จะไม่กลัวข่าวร้าย แต่เขาจะวางใจในพระเจ้า

 

5. คนของพระองค์ประกาศข่าวประเสริฐ

อาจารย์ท่านหนึ่ง เป็นประธานทวีปจีน ท่านกล่าวประโยคหนึ่งว่า "ยุคสุดท้ายเราจะต้องประกาศข่าวประเสริฐ คริสเตียนจะต้องนั่งวิเคราะห์ ว่ามีอะไรที่คนไม่เชื่อมี แล้วเราก็มี เราพูดถึงการอัศจรรรย์ คนที่ไม่เชื่อก็มี เราบอกว่าพระเจ้าอวยพร คนที่ไม่เชื่อก็มี พระเจ้าทรงรักษาโรค คนไม่เชื่อก็มี แต่สิ่งที่เรามีแล้วคนไม่เชื่อไม่มี ก็คือ ไม้กางเขนแห่งความรอดของพระเยซูคริสต์ นี่คือสิ่งที่เราจะต้องประกาศ"

"ฉะนั้นความเชื่อเกิดขึ้นได้ก็เพราะการได้ยิน และการได้ยินเกิดขึ้นได้ก็เพราะการประกาศพระคริสต์" (โรม 10:17)

ความเชื่อเกิดขึ้นได้จากการได้ยินข่าวประเสริฐ การได้ยินพระวจนะของพระเจ้า ไม่ใช่การได้เห็นอะไร แต่จากการได้ยินพระวจนะของพระเจ้า ถ้าเราอยากเห็นการฟื้นฟู เราจำเป็นต้องประกาศข่าวประเสริฐ

ข่าวประเสริฐนี้ ชาวโลกอาจไม่ยอมรับ ข่าวประเสริฐแห่งกางเขนนี้ เป็นการที่เราถูกตรึงจากโลก และโลกจะถูกตัดขาดจากเรา แต่นี้คือหัวใจของการประกาศข่าวประเสริฐ ประกาศหนทางแห่งความรอดแห่งไม้กางเขน

ถ้าพี่น้องอยากทราบว่า โรคอะไรที่พระเจ้าอยากที่จะรักษามากที่สุด ขอที่เราอย่าฟังจากปากของมนุษย์ แต่ให้ศึกษาจากพระคัมภีร์ ขอที่เราจดจำไว้ตลอดชีวิต นั่นคือ "โรคแห่งการทรยศพระคำของพระเจ้า" นี่เป็นสิ่งที่พระเจ้าอยากรักษาที่สุด

"บรรดาบุตรที่กลับสัตย์เอ๋ย จงกลับมาเถิด เราจะรักษาความกลับสัตย์ของเจ้าให้หาย ดูเถิด ข้าพระองค์ทั้งหลายมาหาพระองค์แล้ว เพราะพระองค์ทรงเป็นพระเยโฮวาห์พระเจ้า ของข้าพระองค์" (เยเรมีย์ 3:22)

 

Head: กลับสู่ความจริงของพระคัมภีร์

Heart: สารภาพ เลียนแบบชีวิตพระเยซูคริสต์ วางใจพระองค์ ยกพระองค์เป็นกษัตรย์

Hand: ออกไปประกาศข่าวประเสริฐ

Hymn: มีคนสรรเสริญพระเจ้า

ขอพระเจ้าอวยพรพี่น้องให้มีลักษณะ 5 ประการนี้ทุกคน แล้วการฟื้นฟูที่แท้จริงจะเกิดขึ้น สิ่งที่ท่านลงทุนกับพระเจ้าจะไม่ไร้ผลอย่างแน่นอน

 

อ.นิกร สิทธิจริยาภรณ์

สรุปคำเทศนาโบสถ์จีน คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 12/07/2009

เรื่อง ความหมายที่แท้จริงของการฟื้นฟู

สรุปโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

 

  • ถ้าท่านอ่านแล้ว มีความปรารถนาที่จะเปิดใจออก อธิษฐานทูลเชิญพระเยซูคริสต์เสด็จเข้ามาในชีวิตของท่าน และเป็นพระเจ้าของท่าน กรุณาไปที่หน้า คำอธิษฐาน

  • ถ้าคุณอ่านแล้วสนใจ กรุณาติดต่อคริสตจักรใกล้บ้านท่านได้เลยครับ หรือถ้าหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ก็ติดต่อโดยตรงได้ที่อีเมลของผมเลยครับ ton@followhissteps.com

FollowHisSteps.com

ได้รับการสนับสนุน Web Hosting จาก SPAComputer.com, ThaWang.com