พระพรของพระเจ้า

FollowHisSteps.com
 


"22 พระพรของพระเจ้ากระทำให้มั่งคั่ง และพระองค์มิได้แถมความโศกเศร้าไว้ด้วย {หรือ การงานมิได้เพิ่มอะไรให้เลย}
23 คนโง่กระทำความผิดเหมือนการเล่นสนุก แต่ความประพฤติอันกอปรด้วยปัญญา เป็นความเพลิดเพลินแก่คนที่มีความเข้าใจ" (สุภาษิต 10:22-23)


เราอยู่ในโลกนี้ เรามีเป้าหมายที่ชัดเจน คือ เพื่อถวายเกียรติแด่พระเจ้า เราได้รับพระพรมากมายจากพระเจ้า พระพรที่มาจากพระเจ้าจะไม่แถมความโศกเศร้าให้แก่เรา

คนส่วนใหญ่ในโลกนี้ อยากประสบความสำเร็จ ไม่อยากล้มเหลว อยากมีผลงาน มีฐานะที่ดีขึ้น อยู่สุขสบายขึ้น จึงไม่น่าแปลกใจ ที่หนังสือ 2 ประเภทที่ขายดีที่สุดเสมอ ได้แก่ หนังสือเกี่ยวกับวิธีการประสบความสำเร็จ เคล็ดลับของบุคคลที่ประสบความสำเร็จ และอีกประเภทหนึ่ง ได้แก่ หนังสือเกี่ยวกับความต้องการของจิตใจ เพราะหลาย ๆ คนที่ประสบความสำเร็จแล้ว มีฐานะที่ดีแล้ว แต่เขาก็ยังต้องไขว่คว้าบางอย่างอยู่ เพราะเขารู้สึกชีวิตยังไม่เต็ม

ถ้าเราอยากร่ำรวยเงินทอง โลกนี้อาจให้แก่เราได้ แต่เมื่อเราได้สิ่งเหล่านั้นแล้ว เราจะมีความสุขหรือไม่?

หลาย ๆ คนที่ได้สิ่งเหล่านี้แล้ว แต่ในใจของเขายังหิวกระหาย ยังว่างเปล่า เขาเหล่านั้นไขว่คว้าสิ่งต่าง ๆ ในโลกนี้ แต่ไม่แสวงหาฝ่ายวิญญาณ ผลสุดท้ายเขาก็จะไม่เหลืออะไรเลย

"เพราะถ้าผู้ใดจะได้สิ่งของสิ้นทั้งโลก แต่ต้องเสียชีวิตของตน ผู้นั้นจะได้ประโยชน์อะไร หรือผู้นั้นจะนำอะไรไปแลกเอาชีวิตของตนกลับคืนมา" (มัทธิว 16:26)

ยาที่ขายดีที่สุดก็คือ ยานอนหลับ เพราะมีคนเป็นอันมากที่ทุกข์ใจ เจอมรสุมชีวิต แต่พระคัมภีร์บอกแก่เราว่า คนชอบธรรมจะมีความสุขในพระคำของพระองค์

"1 ความสุขเป็นของบุคคล ผู้ไม่ดำเนินตามคำแนะนำของคนอธรรม หรือยืนอยู่ในทางของคนบาป หรือนั่งอยู่ในที่นั่งของคนที่ชอบเยาะเย้ย
2 แต่ความปีติยินดีของผู้นั้น อยู่ในพระธรรมของพระเจ้า เขาภาวนาพระธรรมของพระองค์ ทั้งกลางวันและกลางคืน
3 เขาเป็นเช่นต้นไม้ที่ปลูกไว้ริมธารน้ำ ซึ่งเกิดผลตามฤดูกาล และใบก็ไม่เหี่ยวแห้ง การทุกอย่างซึ่งเขากระทำก็จำเริญขึ้น ชีวิตที่วางใจพระเจ้าเปรียบเหมือนต้นไม้" (สดุดี 1:1-3)

ถ้าไม่มีความสว่างส่องทางให้แก่ชีวิต เราก็จะไม่มีเป้าหมายชัดเจน ไร้เป้าหมาย

เมื่อตอนที่โมเสสได้มอบหมายหน้าที่ให้แก่โยชูวา ชาวอิสราเอลคงจะกลัว กังวล ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป จะข้ามแม่น้ำจอร์แดนหรือไม่ ข้ามไปแล้วจะทำอะไรต่อไป แต่ก็ถึงเวลาที่โมเสสจะต้องจากไปแล้ว พระเจ้าก็ทรงเลือกโยชูวา และทรงหนุนใจ

"7 เพียงแต่จงเข้มแข็ง และกล้าหาญยิ่งเถิด ระวังที่จะกระทำตามธรรมบัญญัติทั้งหมด ซึ่งโมเสสผู้รับใช้ของเราได้บัญชาเจ้าไว้นั้น อย่าหลีกเลี่ยงจากธรรมบัญญัตินั้นไปทางขวามือ หรือทางซ้าย เพื่อว่าเจ้าจะไปในถิ่นฐานใด เจ้าจะได้รับความสำเร็จอย่างดี
8 อย่าให้หนังสือธรรมบัญญัตินี้ห่างเหินไปจากปากของเจ้า แต่เจ้าจงตรึกตรองตามนั้น ทั้งกลางวัน และกลางคืน เพื่อเจ้าจะได้ระวังที่จะกระทำตามข้อความที่เขียนไว้นั้นทุกประการ แล้วเจ้าจะมีความจำเริญ และเจ้าจะสำเร็จผลเป็นอย่างดี" (โยชูวา 1:7-8)

ในปีนี้ ได้มีการประกวดคำขวัญสำหรับคริสเตียนศึกษา และคำขวัญที่ได้รับรางวัลชนะเลิศก็คือ "พระคำนำชีวิต ทุกอาทิตย์มาร่วมเรียนพระคำ" นี่เป็นคำขวัญที่ดีมาก เป็นความจริง ขอให้เราใช้พระคำในการนำชีวิตของเรา

ความสำเร็จของคริสเตียน ไม่เหมือนกับโลกนี้ โลกนี้วัดความสำเร็จที่ผลงาน การเรียนสูง ๆ รายได้ดี มีเกียรติ แต่ความสำเร็จของคริสเตียน คือ ชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณที่เกิดผล ซึ่งเป็นชีวิตที่ติดสนิทกับพระเจ้า ไม่ใช่พึ่งตนเองและเดินในเส้นทางของตนเอง แต่เดินโดยการทรงนำของพระเจ้า มีพระเจ้าเป็นผู้นำในชีวิตของเรา

พระเยซูคริสต์สมัยวัยเด็ก พระองค์ทรงจำเริญขึ้นในด้านสติปัญญา ในด้านร่างกาย และเป็นที่ชอบจำเพาะพระเจ้าและต่อหน้าคนทั้งปวง

"พระเยซูก็ได้จำเริญขึ้น ในด้านสติปัญญา ในด้านร่างกาย และเป็นที่ชอบจำเพาะพระเจ้า และต่อหน้าคนทั้งปวงด้วย" (ลูกา 2:52)

พระองค์ทรงมีสุขภาพดี เติบโตตามวัย แข็งแรง และมีสติปัญญา มีความรู้ในการคิดในการพูด และทรงเป็นที่ชอบพระทัยพระเจ้า มีความสัมพันธ์ที่ดีกับพระเจ้า และกับมนุษย์ด้วย ชีวิตของพระเยซูคริสต์เป็นความครบบริบูรณ์ของคนคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง

"ท่านที่รัก ข้าพเจ้าอธิษฐานขอให้ท่านมีพลานามัยสมบูรณ์ และเจริญสุขทุกประการ อย่างจิตวิญญาณของท่านจำเริญอยู่นั้น" (3ยอห์น 2)

ความสำเร็จอย่างสมบูรณ์ ก็คือมีสุขภาพที่ดี มีความสุข ประสบความสำเร็จ และไม่พอ จะต้องมีสุขภาพฝ่ายจิตวิญญาณที่ดีด้วย

"ถ้าพระเจ้ามิได้ทรงสร้างบ้าน บรรดาผู้ที่สร้างก็เหนื่อยเปล่า ถ้าพระเจ้ามิได้ทรงเฝ้าอยู่เหนือนคร คนยามตื่นอยู่ก็เหนื่อยเปล่า" (สดุดี 127:1)

ถ้าเราไม่มีพระเจ้า สิ่งที่เราพยายามสร้าง พยายามแสวงหา ก็จะสูญเปล่า จะเหนื่อยเปล่า ไม่มีคุณค่าเลย ไม่ประสบความสำเร็จ

วันนี้ อยากกล่าวถึง 2 ด้าน คือ ความมั่งคั่งที่แท้จริง และความสุขที่แท้จริง

 

ความมั่งคั่งที่แท้จริง

"1 มีสิ่งสามานย์อย่างหนึ่งที่ข้าพเจ้าเห็นภายใต้ดวงอาทิตย์ และสิ่งนั้นหนักแก่มนุษย์
2 คือ มนุษย์คนใดที่พระเจ้าประทานทรัพย์สมบัติ สิ่งของ และยศถาบรรดาศักดิ์ให้ จนสิ่งใดๆ ที่เขาปรารถนาสำหรับตัว เขาก็มีครบไม่ขาดเลย แต่พระเจ้ามิได้ทรงโปรดให้เขาชื่นใจใช้สิ่งนั้น คนนอกบ้านนอกเมืองกลับเอาไปชื่นใจใช้เสีย นี่ก็อนิจจัง และเป็นความทุกข์ใจอย่างร้ายแรง" (ปัญญาจารย์ 6:1-2)

ปัญญาจารย์ เขียนโดยซาโลมอน ท่านมีสติปัญญาเป็นเลิศ แม้ในชีวิตของท่าน ท่านเคยเดินทางผิด ออกจากทางของพระองค์ แต่เมื่อท่านมีอายุมากขึ้น ท่านก็ตระหนักได้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนอนิจจัง

เราอาจทำหลายสิ่งหลายอย่างไว้ แต่รู้สึกไม่มีความสุขแท้ รู้สึกว่าเหนื่อยเปล่า

"อนึ่ง ทุกๆ คนที่พระเจ้าประทานทรัพย์สมบัติให้ ก็ได้ทรงโปรดให้รับประทานของเหล่านั้น ได้รับส่วนของตน และยินดีปรีดาในการงานของตนได้ นี่แหละเป็นของประทานจากพระเจ้า" (ปัญญาจารย์ 5:19)

ถ้าเรามีพระเจ้าอยู่ในใจ ติดตามพระองค์ เชื่อฟังพระองค์ เราจะมีความสุขกับสิ่งที่เรามีอยู่ เราจะไม่กระวนกระวาย เพราะพระพรของพระเจ้าไม่ได้แถมด้วยความกังวล ความกลุ้มใจ ความอึดอัด แต่เราจะมีความชื่นชมยินดี อิ่มเอิบใจ

หลายคนกำลังเป็นห่วงถึงอนาคตของลูกหลาน ถึงขนาดหลายครอบครัวไม่อยากมีลูก เพราะกลัวลูก ๆ ลำบาก แต่ลูก ๆ เป็นมรดกที่พระเจ้าประทานให้ เป็นความสุข เพื่อที่ให้ผู้ที่เป็นพ่อแม่ได้สร้างชีวิตให้เขาดำเนินในทางของพระเจ้า สิ่งเหล่านี้ทำให้เราได้เห็นพรของพระเจ้ามากมาย

โยบมีทรัพย์สมบัติเยอะแยะ มีลูกหลายคน แต่ซาตานอยากทดลองความเชื่อของเขา พระเจ้าก็ทรงอนุญาต ในวันเดียว ทรัพย์สมบัติของท่านหมดสิ้น แต่ท่านก็ยังสรรเสริญพระเจ้า ซึ่งคนอื่น ๆ ทำไม่ได้อย่างแน่นอน แต่โยบทำได้

"ท่านว่า 'ข้าพเจ้ามาจากครรภ์มารดาของข้าพเจ้าตัวเปล่า และข้าพเจ้าจะกลับไปตัวเปล่า พระเจ้าประทาน และพระเจ้าทรงเอาไปเสีย สาธุการแด่พระนามพระเจ้า' " (โยบ 1:21)

หลังจากที่ผ่านพ้นการทดลองต่าง ๆ ไปได้ พระเจ้าก็ทรงอวยพรโยบอย่างมากมาย

อาจารย์เปาโลไว้วางใจพระเจ้า เพราะท่านรู้ถึงเคล็ดลับที่จะรู้ถึงความอิ่มท้องและความอดอยาก ท่านรู้จักพระเจ้า และท่านก็รับใช้พระองค์ แม้ชีวิตท่านจะมีความเป็นอยู่อย่างง่าย ๆ แต่ชีวิตของท่านก็มีความสุข

"ข้าพเจ้ารู้จักที่จะเผชิญกับความตกต่ำ และรู้จักที่จะเผชิญกับความอุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าในกรณีใดๆ ข้าพเจ้ารู้จักเคล็ดลับที่จะเผชิญ กับความอิ่มท้อง และความอดอยาก ความสมบูรณ์พูนสุข และความขัดสน" (ฟิลิปปี 4:12)

มัทธิว เดิมเป็นนายด่านภาษี ในสายตาของเพื่อนร่วมชาติ เป็นคนขายชาติ ไม่น่าคบ แต่เขามีฐานะที่ดีมาก เขาได้สิ่งที่เป็นวัตถุอย่างมากมาย แต่วันที่เขาพบพระเยซู พระองค์ทรงเรียกให้เขาตามพระองค์ไป และเมื่อได้พบพระองค์ มัทธิวได้เปลี่ยนชีวิตของเขา เขาจัดงานเลี้ยงเพราะเขารู้จักพระเยซูคริสต์ ได้พบกับชีวิตใหม่ เขายอมที่จะสละทรัพย์สิน ละอาชีพของเขา ยอมใช้ความรู้ที่มีในการรับใช้พระองค์ และขอบคุณพระเจ้า ท่านจึงได้เขียนพระคัมภีร์ขึ้นมา เป็นพรให้แก่พวกเราจนทุกวันนี้

ผู้ที่เชื่อใหม่ท่านหนึ่ง ในวันที่ท่านได้รับบัพติสมา ท่านจัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลอง เลี้ยงโต๊ะจีน เชิญเพื่อนของเขามาร่วมงานฉลองด้วย เพราะเขาได้พบกับชีวิตใหม่ เขามีความชื่นชมยินดี และเป็นการประกาศตัวอย่างชัดเจน

อีกบุคคลผู้หนึ่ง ชื่อ ศักเคียส เป็นคนเก็บภาษีเช่นกัน และตำแหน่งสูงกว่ามัทธิว มีฐานะที่ดี วันหนึ่งเมื่อทราบว่าพระเยซูคริสต์จะเสด็จผ่าน แต่คนเบียดเสียดกันอย่างมาก เขาไม่สามารถจะเห็นพระเยซูคริสต์ เขาจึงตัดสินใจปีนต้นไม้ ถึงแม้ว่าเขาจะอายุไม่น้อยแล้ว แต่เขาก็พยายาม เพราะอยากเห็นพระองค์ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย และเมื่อเขาพบพระเยซู พระองค์ตรัสว่าอยากไปบ้านของเขา เขาชื่นชมยินดีอย่างมากมาย เพราะว่าปกติไม่มีใครที่คบหากับเขา แต่พระองค์ก็ทรงยินดีที่จะไปที่บ้านของเขา ศักเคียสดีใจอย่างมาก เขาได้รับการเปลี่ยนแปลง เขาได้ชดใช้เงินที่โกงมาแถมเพิ่มเงินให้ แถมก็ใช้เงินในการบริจาค สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ต่างจากศักเคียสคนเดิมอย่างมาก

 

ความสุขที่แท้จริง

หลายคนขาดความสุขแท้ ไขว่คว้าสิ่งของในโลกนี้ แม้ได้มาก็ยังไม่มีความสุขแท้ นั้นเป็นเพราะเขาเดินทางไม่ถูกต้อง ยังไม่ได้รู้จักกับพระเจ้าเที่ยงแท้

คริสเตียนไม่จำเป็นต้องแสวงหาสิ่งใดที่จะทำให้เราอิ่มใจ อิ่มเอิบ เพราะมีเพียงพระคัมภีร์เท่านั้น ที่จะให้เราในสิ่งเหล่านี้ได้ทั้งหมด พระคำของพระเจ้าสามารถทำให้จิตวิญญาณของเราแช่มชื่นขึ้น ยิ่งอ่าน ชีวิตของเราก็จะยิ่งสะอาด

มีคนกล่าวไว้ว่า "ความบาปทำให้เราห่างจากพระคำของพระเจ้า และพระคำของพระเจ้าก็ทำให้เราห่างจากบาป"

สันติสุขที่แท้จริงไม่ขึ้นกับสิ่งแวดล้อม เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น เมื่อสิ่งต่าง ๆ ไม่เป็นไปตามที่ต้องการ เขาก็จะเศร้า ขาดสันติสุข แต่ความสุขของคริสเตียน คือ ความผูกพันกับพระเจ้า

นกชนิดหนึ่ง ไนจิงเกล ร้องเสียงที่ไพเราะมากเมื่อมีพายุ หรือยามคืนมืดมิด ชีวิตคริสเตียนควรจะเป็นเช่นนั้น เพราะเรามีพระคำของพระเจ้า เรามีสันติสุขมาก มีความชื่นชมยินดี

"จงชื่นชมยินดีในองค์พระผู้เป็นเจ้าทุกเวลา ข้าพเจ้าขอย้ำอีกครั้งว่า จงชื่นชมยินดีเถิด" (ฟิลิปปี 4:4)

นักเขียนผู้หนึ่ง เป็นผู้หญิงชาวไต้หวัน เมื่อเป็นวัยรุ่นเขาก็ป่วยเป็นโรคชนิดหนึ่ง เขาเจ็บปวดมาก แต่เขารู้จักกับพระเจ้า ทุกครังที่เขาปวดเขาก็ร้องทูลขอต่อพระเจ้า เขาขอที่พระเจ้าจะประทานสันติสุขให้แก่เขา เขาจึงสามารถถวายเกีรยติแด่พระเจ้า เป็นพรแก่ผู้อื่น แม้ว่าเขาจะไม่ได้เรียนจบสูง ๆ แต่ว่าเขาก็ได้เป็นนักเขียน และได้รับโล่ห์เกียรติยศจากประธานธิบดี เพราะบทความของเขานั้นเป็นพรแก่ทุก ๆ คนที่ได้อ่าน

ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง มีแพทย์ชาวยิวท่านหนึ่ง เป็นผู้ที่เป็นที่รัก แต่ท่านถูกกักกันในค่ายนาซี ภรรยา ลูก ๆ พ่อแม่ของท่านโดนฆ่าต่อหน้าต่อตา ทำร้ายจิตใจของท่านอย่างมาก แต่ท่านก็ขอบคุณพระเจ้า ท่านกล่าวว่า "ถึงแม้พวกนาซีจะพรากทุกสิ่งไปจากเขา แต่จิตใจที่มีอิสระ มีสันติสุขของพระเจ้า พวกนาซีนำไปไม่ได้" นี่แหละเป็นชีวิตที่มีสันติสุขแท้ ไม่ขึ้นกับสิ่งแวดล้อม ไม่ขึ้นกับบุคคล เขาสามารถยืนหยัดต่อไปได้

 

ศจ. วิวัฒน์ วงศ์สันติชน

สรุปคำเทศนาโบสถ์ไทย คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 14/06/2009

เรื่อง พระพรของพระเจ้า

สรุปโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

 

  • ถ้าท่านอ่านแล้ว มีความปรารถนาที่จะเปิดใจออก อธิษฐานทูลเชิญพระเยซูคริสต์เสด็จเข้ามาในชีวิตของท่าน และเป็นพระเจ้าของท่าน กรุณาไปที่หน้า คำอธิษฐาน

  • ถ้าคุณอ่านแล้วสนใจ กรุณาติดต่อคริสตจักรใกล้บ้านท่านได้เลยครับ หรือถ้าหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ก็ติดต่อโดยตรงได้ที่อีเมลของผมเลยครับ ton@followhissteps.com

FollowHisSteps.com

ได้รับการสนับสนุน Web Hosting จาก SPAComputer.com, ThaWang.com