ช่วยให้ผู้อื่นได้รับพร

FollowHisSteps.com
 


"1 พระเจ้าตรัสแก่อับราม ว่า 'เจ้าจงออกจากเมือง จากญาติพี่น้อง จากบ้านบิดาของเจ้า ไปยังดินแดนที่เราจะบอกให้เจ้ารู้

2 เราจะให้เจ้าเป็นชนชาติใหญ่ เราจะอวยพรแก่เจ้า จะให้เจ้ามีชื่อเสียงใหญ่โตเลื่องลือไป แล้วเจ้าจะช่วยให้ผู้อื่นได้รับพร

3 เราจะอำนวยพรแก่คนที่อวยพรเจ้า เราจะสาปคนที่แช่งเจ้า บรรดาเผ่าพันธุ์ทั่วโลกจะได้พรเพราะเจ้า' " (ปฐมกาล 1:1-3)


พระเยซูคริสต์ทรงประทานพระมหาบัญชา ให้สาวกของพระองค์ออกไปประกาศพระกิตติคุณ นี่เป็นสิ่งที่พระคัมภีร์พันธสัญญาใหม่ได้สอนไว้ ให้เรานำเอาความรัก เอาพระคุณของพระเจ้าประกาศออกไป

"19 เหตุฉะนั้น เจ้าทั้งหลายจงออกไปสั่งสอนชนทุกชาติ ให้เป็นสาวกของเรา ให้รับบัพติศมาในพระนามแห่งพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์
20 สอนเขาให้ถือรักษาสิ่งสารพัดซึ่งเราได้สั่งพวกเจ้าไว้ นี่แหละเราจะอยู่กับเจ้าทั้งหลายเสมอไป จนกว่าจะสิ้นยุค" (มัทธิว 28:19-20)

เราจำเป็นต้องได้รับพระพรจากพระเจ้าก่อน เราจึงสามารถนำพรไปสู่ผู้อื่นได้

ปฐมกาล 1-11 ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ที่มนุษย์ได้พลาดพลั้งล้มลงในบาป บาปนั้นยิ่งมาก็ยิ่งมากขึ้น และพระเจ้าก็ทรงใช้เหตุการณ์น้ำท่วมโลกในการชำระล้างโลกนี้ หลังจากนั้น พระเจ้าทรงเลือกครอบครัวของโนอาห์ขึ้นมา ซึ่งเขาก็ได้ดำเนินชีวิตครอบครัว มีลูกหลานมากมาย

ปฐมกาล 12 เป็นการที่พระเจ้าเริ่มจัดการความสัมพันธ์ระหว่างพระองค์และมนุษย์ พระองค์ทรงพอพระทัยที่จะจัดการกับปัญหาความผิดบาปของมนุษย์อย่างจริงจัง เนื่องจากความผิดบาปได้มากมาย พระองค์ทรงโปรดที่จะทำให้ความผิดบาปเหล่านี้ได้รับการชำระล้างออกไป เพื่อให้มนุษย์ได้พบหนทางสู่ชีวิตใหม่ พระองค์ทรงเลือกอับราฮัม เพื่อจะเป็นชนชาติหนึ่ง เพื่อให้ชนชาตินี้เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับพรจากพระเจ้า

อับราฮัมเป็นบิดาแห่งความเชื่อ เมื่อพระเจ้าทรงเรียกอับราฮัม พระองค์ทรงประทานพระสัญญาให้แก่ท่าน เป็นการท้าทาย พระองค์ทรงต้องการให้อับราฮัมมีการเริ่มต้นใหม่ ออกจากเมืองเออร์ พระองค์ต้องการยกชูอับราฮัมขึ้นมา ให้เข้าสู่เส้นทางใหม่ ซึ่งการจะเดินเข้าสู่เส้นทางใหม่นั้น จะต้องได้รับการท้าทาย ต้องลงทุน เริ่มต้นจากการเดินทางออกจากแผ่นดินของตนเอง ออกจากที่ที่เข้าคุ้นเคย ที่ที่เขาใช้ชีวิตมาตั้งแต่เด็ก มีวัฒนธรรมที่คุ้นเคย แต่เขาต้องออกจากดินแดนนี้ พระเจ้าทรงต้องการใช้อับราฮัม พระองค์ทรงนำเขาออกจากญาติพี่น้อง ออกจากบ้านของบิดาของตน ซึ่งการออกเดินทางครั้งนี้ เป็นการออกทั้งหมดจริง ๆ และด้วยความเชื่อ อับราฮัมจึงก้าวสู่เส้นทางชีวิตใหม่ ซึ่งแตกต่างจากแต่ก่อนทั้งสิ้น

หลายท่านอาจมีประสบการณ์ต้องเรียนต่อต่างประเทศ ต้องจากบ้านของตนเอง คิดถึงบ้าน จึงพยายามเรียนให้จบ เพื่อจะได้กลับบ้าน แต่ในสมัยอับราฮัมนั้น การสื่อสารก็ยังไม่พัฒนา เดินทางลำบาก ดังนั้นการเดินทางออกจากบ้านของอับราฮัม จึงเป็นการท้าทาย เป็นการลงทุนอย่างมาก และเมื่อมีการท้าทาย ก็มีพระพรด้วย แม้ว่าอับราฮัมจะต้องละทิ้งสิ่งต่าง ๆ มากมาย แต่เราจะพบว่า พระเจ้าได้ทรงประทานพระพรให้แก่ท่านอย่างมากมาย

ในพระธรรมตอนนี้ จะพบว่ามีคำที่เกี่ยวกับพรหลายครั้ง พระองค์ทรงอวยพรอับราฮัมว่าท่านจะเป็นชนชาติใหญ่ ทรงอวยพรแก่ท่าน ให้เป็นที่รู้จัก มีชื่อเสียง ซึ่งทุกวันนี้มีอยู่ 3 ศาสนาที่รู้ว่าอับราฮัมเป็นผู้ใด ได้แก่ ยูดาห์ คริสต์ และอิสลาม ซึ่งต่างก็เคารพยำเกรงอับราฮัมทั้งสิ้น ถ้าท่านอยู่ที่เมืองเออร์ คงจะไม่มีใครรู้จักท่านอย่างแน่นอน และไม่เพียงเท่านั้น พระเจ้ายังทรงอวยพรท่านเพื่อที่ชีวิตของท่านจะเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับพร

นี่เป็นภาระกิจที่สำคัญ คือ อับราฮัมจะช่วยให้ผู้อื่นได้รับพร นี่เป็นการรับพระมหาบัญชาให้ออกไปแบ่งปันกับผู้อื่น พระเจ้าทรงเลือกท่าน และใช้ท่าน เพื่อให้คนทั้งโลกได้รับพร

เช่นเดียวกัน เมื่อเราได้รับพรแล้ว พระเจ้าก็ทรงต้องการจะใช้เรา เพื่อให้ผู้อื่นได้รับพรจากพระเจ้าเช่นกัน พระพรต้องขยายออกไป เพื่อให้บรรดาประชาชาติทั้งหลายได้รับพรด้วย อย่าเก็บไว้แก่ตัวเองเท่านั้น อย่าเห็นแก่ตัว จะต้องแบ่งปันให้ผู้อื่นด้วย

จิตใจของพระเจ้า คือ ทรงรักบรรดามนุษย์ทั้งหลาย พระมหาบัญชาของพระเยซูคริสต์ก็เช่นเดียวกัน คือ ทรงสั่งให้เราแบ่งปันพรที่เราได้รับ ให้กับผู้อื่น พระกิตติคุณจะต้องได้รับการประกาศออกไป

เราคริสเตียนเป็นคนของพระเจ้า เป็นลูกฝ่ายจิตวิญญาณของอับราฮัม เรามีความผูกพันแม้ว่าจะไม่ได้สืบสายเลือดโดยตรง

"6 ดังที่อับราฮัมได้เชื่อพระเจ้า และการที่เชื่อนั้น พระองค์ทรงนับว่าเป็นความชอบธรรมแก่ท่าน
7 ฉะนั้นคนที่เชื่อนั่นแหละเป็นบุตรของอับราฮัม
8 และพระคัมภีร์นั้นรู้ล่วงหน้าว่า พระเจ้าจะทรงให้คนต่างชาติเป็นคนชอบธรรมโดยความเชื่อ จึงได้ประกาศข่าวประเสริฐแก่อับราฮัมล่วงหน้าว่า ชนชาติทั้งหลายจะได้รับพระพรเพราะเจ้า
9 เหตุฉะนั้น คนที่เชื่อจึงได้รับพระพรร่วมกับอับราฮัมผู้ซึ่งเชื่อ" (กาลาเทีย 3:6-9)

เรามีความเชื่อ เราได้รับพระคุณจากพระเจ้า ในด้านจิตวิญญาณเราเป็นลูกหลานของอับราฮัม จากพระสัญญาที่พระเจ้าทรงประทานแก่อับราฮัม เราจึงได้รับผลด้วยเช่นกัน เราจึงควรตอบสนอง เราจึงมีบทบาทภาระหน้าที่เช่นกัน คือ ที่จะเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับพร นี่เป็นพระคุณของพระเจ้าที่ทรงใช้เรา เราจึงควรรีบเร่งกระทำตามด้วยความขยันขันแข็ง เพราะการประกาศพระกิตติคุณเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เป็นน้ำพระทัยของพระเจ้า

สิ่งที่เราสามารถจะทำได้ เพื่อเป็นการตอบสนองพระมหาบัญชา ได้แก่

  1. ขอที่เราจะสนับสนุนพันธกิจมิชชัน
  2. อธิษฐานเพื่อพันธกิจมิชชัน ให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงนำ ซึ่งคำอธิษฐานนี้เองจะเป็นพลังขับเคลื่อนให้พันธกิจนี่ก้าวไป และขอที่เราจะอธิษฐานเพื่อคริสตจักรลูก เพื่อผู้รับใช้
  3. การถวายทรัพย์ มีส่วนร่วมในพันธกิจมิชชัน เพื่อให้ผู้ที่อยู่แนวหน้าสามารถทำงานอยู่ได้ แม้ว่าเราจะไม่มีโอกาสไป แต่จากการที่ถวายด้วยความเชื่อสนับสนุน เราก็จะได้รับพรเช่นกัน
  4. ขอพระเจ้าดลใจเราทั้งหลายที่จะก้าวออกมา ออกไปเป็นมิชชันนารี เป็นแนวหน้า
  5. อยากให้เราทั้งหลายตระหนักว่า พันธกิจมิชชัน มิใช่แค่คนส่วนหนึ่งที่ทำ แต่ขอที่เราทั้งหลายจะร่วมแรงร่วมใจทำพันธกิจนี้

 

ศจ. วิวัฒน์ วงศ์สันติชน

สรุปคำเทศนาโบสถ์จีน  คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 07/06/2009

เรื่อง ช่วยให้ผู้อื่นได้รับพร

สรุปโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

 

  • ถ้าท่านอ่านแล้ว มีความปรารถนาที่จะเปิดใจออก อธิษฐานทูลเชิญพระเยซูคริสต์เสด็จเข้ามาในชีวิตของท่าน และเป็นพระเจ้าของท่าน กรุณาไปที่หน้า คำอธิษฐาน

  • ถ้าคุณอ่านแล้วสนใจ กรุณาติดต่อคริสตจักรใกล้บ้านท่านได้เลยครับ หรือถ้าหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ก็ติดต่อโดยตรงได้ที่อีเมลของผมเลยครับ ton@followhissteps.com

FollowHisSteps.com

ได้รับการสนับสนุน Web Hosting จาก SPAComputer.com, ThaWang.com