พึ่งพิงในพระเจ้าก็เป็นสุข

FollowHisSteps.com
 


"1 จงสรรเสริญพระเจ้าเถิด จิตใจของข้าพเจ้าเอ๋ย จงสรรเสริญพระเจ้าเถิด
2 ข้าพเจ้าจะสรรเสริญพระเจ้า ตราบเท่าที่ข้าพเจ้ามีชีวิตอยู่ ข้าพเจ้าจะร้องเพลงสดุดีถวายพระเจ้าของข้าพเจ้า ขณะที่ข้าพเจ้ายังเป็นอยู่
3 อย่าวางใจในเจ้านาย ในบุตรของมนุษย์ ซึ่งไม่มีความช่วยเหลืออยู่ในตัวเขา
4 เมื่อลมหายใจของเขาพรากไป เขาก็กลับคืนเป็นดิน ในวันเดียวกันนั้นความคิดของเขาก็พินาศ
5 คนที่ผู้อุปถัมภ์ของเขา คือ พระเจ้าของยาโคบ ก็เป็นสุข คือ ผู้ที่ความหวังของเขาอยู่ในพระเจ้าของเขา
6 ผู้ได้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์ และแผ่นดินโลก ทะเล และบรรดาสิ่งของที่อยู่ในนั้น ผู้รักษาความสัตย์สุจริตไว้เป็นนิตย์
7 ผู้ทรงประกอบความยุติธรรมให้แก่คนที่ถูกบีบบังคับ ผู้ประทานอาหารแก่คนที่หิว พระเจ้าทรงปล่อยผู้ถูกคุมขังให้เป็นอิสระ พระเจ้าทรงเบิกตาของคนตาบอด
8 พระเจ้าทรงยกคนที่ตกต่ำให้ลุกขึ้น พระเจ้าทรงรักคนชอบธรรม
9 พระเจ้าทรงเฝ้าดูคนต่างด้าว พระองค์ทรงชูลูกกำพร้าพ่อ และหญิงม่าย แต่พระองค์ทรงพลิกทางของคนอธรรม
10 พระเจ้าทรงครอบครองเป็นนิตย์ ศิโยนเอ๋ย พระเจ้าของเธอจะทรงครอบครองทุกชั่วชาติพันธุ์ จงสรรเสริญพระเจ้าเถิด" (สดุดี 146:1-10)


พี่น้องที่รัก ขอสันติสุขของพระเจ้าประทานให้แก่ท่าน

เช้านี้ เราจะมาดูอีกแง่มุมหนึ่ง ที่เราจะสามารถถวายเกียรติแด่พระเจ้า เมื่อเราได้ฟังคำเทศนา ศึกษาพระคัมภีร์ ฟังการสนทนาธรรม เราจะได้ยินคำ ๆ หนึ่งเสมอ ๆ ก็คือ ให้เรา "พึ่งพิงในพระเจ้า"

การที่เราจะพึ่งพิงพระเจ้า มี 3 ประการ ได้แก่

1. เราจะต้องถ่อมใจลง เราควรที่จะตระหนักอยู่เสมอว่า เราไม่สามารถทำอะไรเองได้ เราจึงต้องพึ่งพิงพระเจ้า

2. เราต้องจริงใจ พระเจ้าของเราเราสามารถพึ่งพิงได้ในทุกเรื่องทุกประการ เราจะต้องวางใจในพระเจ้า พระคัมภีร์มิได้สอนให้เราอยู่คนเดียว ในการดำเนินชีวิตประจำวันในโลกนี้ เราจะต้องพึ่งพิงช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ห่วงใยซึ่งกันและกัน ในคริสตจักรก็เช่นเดียวกัน กับพี่น้องเราก็มีความรักและความเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน แต่นอกจากนี้ เรามีสิ่งที่เหนือกว่า ก็คือเรามีพระเจ้า ดังนั้น เราจึงต้องพึ่งพิงพระเจ้า

3. เราจะต้องมีการกระทำ เมื่อมีผู้ใดที่ประสบความยากลำบาก และมาหาเรา เราจะต้องหนุนใจ อธิษฐานเผื่อ และบอกเขาให้เขาพึ่งพิงพระเจ้า แต่เท่านั้นยังไม่พอ เราจะต้องมีการกระทำด้วย คือต้องช่วยเหลือเขาด้วย

พระคัมภีร์ตอนนี้ คำแรกก็คือ "จงสรรเสริญพระเจ้าเถิด" หรือ "ฮาเลลูยา" และคำสุดท้ายของพระธรรมตอนนี้ก็เช่นกัน คือคำว่า "จงสรรเสริญพระเจ้าเถิด"

ตราบเท่าที่มีชีวิตอยู่ เราจะต้องสรรเสริญพระเจ้า อย่าให้เราวางใจในมนุษย์ แต่ให้เราพึ่งพาพระเจ้า เพราะผู้ที่พึ่งพิงในพระเจ้าก็จะเป็นสุข พระเจ้าของเรายิ่งใหญ่ ทรงเป็นผู้ที่สร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก ทรงเป็นผู้ประทานอาหาร ปลดปล่อยผู้ที่ถูกจำจอง เปิดตาผู้ที่ตาบอด และยกคนที่ตกต่ำให้ลุกขึ้น ทรงดูแลผู้กำพร้าและหญิงม่าย

พระเจ้าที่เราเคารพบูชาทรงดี ทรงจัดเตรียมทุกสิ่งทุกอย่างให้แก่เราอย่างเพียบพร้อม ทรงช่วยมอบความยุติธรรมให้แก่เรา ทรงสามารถประทานอาหารแก่เรา จะทรงรักษาเรา ยกชูเรา ปกป้องเรา ขอที่เราจะมีใจที่ขอบพระคุณ สรรเสริญพระเจ้า

บางคนมีชีวิตสุขสบาย ไม่ได้เจ็บป่วยอะไร แต่เมื่อเจอความทุกข์ยากเพียงเล็กน้อยก็ครวญคราญ แต่พระธรรมตอนนี้ กษัตริย์ดาวิดเขียนจากชีวิตจริงของท่าน

"เข้าลี้ภัยอยู่ในพระเจ้า ก็ดีกว่า ที่จะเชื่อใจในมนุษย์" (สดุดี 118:8)

ตอนวัยรุ่น ดาวิดเป็นเพียงเด็กเลี้ยงแกะ แต่ในที่สุด พระเจ้าทรงนำเขา ช่วยเหลือเขา จนเขาได้เป็นกษัตริย์ โดยพระเจ้าได้ทรงนำซามูเอลให้ไปยังบ้านของดาวิด และเจิม แต่งตั้งให้ดาวิดเป็นกษัตริย์

อยากให้เรามาพิจารณาของชีวิตของดาวิดร่วมกัน

 

1. ครอบครัวของดาวิด

คุณพ่อชื่อเจสซี ในสายตาของคุณพ่อ ดาวิดก็เป็นเพียงเด็กที่เอาแต่เล่น ไม่คิดว่าลูกคนเล็กคนนี้จะเป็นกษัตริย์ได้ ท่านดูไม่ออก แต่พระคัมภีร์ได้บอกว่า พระเจ้าทรงดูมนุษย์จากภายใน

ในสายตาของพี่ชายของเขา พวกเขาก็ดูถูกดูหมิ่นดาวิด น้องชายคนเล็ก โดยจะเห็นได้จากเหตุการณ์ที่เมื่อบิดาให้ดาวิดเอาอาหารไปให้พี่ชาย พี่ชายเมื่อเห็นดาวิด ก็ต่อว่า และบอกว่า "มาทำไม ทำไมไม่ไปเลี้ยงแกะ"

ทั้งพ่อ และพี่ ๆ แม้จะไม่ได้ทำร้ายเขา แต่ก็ไม่ได้สนับสนุนให้ดาวิดเป็นกษัตริย์เลย

เมื่อดาวิดทำสงครามกับโกลิอัท และมีชัยชนะ เป็นชัยชนะที่ใหญ่โต บรรดาพี่ชายก็คงประหลาดใจที่เห็นว่า เด็กเลี้ยงแกะคนนี้ กลับกลายเป็นวีรบุรุษแล้ว

 

2 ด้านการงาน

ดาวิด มีความโดดเด่นในการที่เขาชนะโกลิอัทได้

เริ่มต้น ดาวิดเป็นคนที่เล่นพิณได้เก่ง พูดไพเราะ ทำให้ซาอูลชื่นชอบเขาอย่างมาก แต่คนที่ชื่นชอบกับคนที่รัก แตกต่างกัน เพราะซาอูลเพียงแค่ชื่นชอบดาวิด แต่ไม่ได้รัก ดังนั้น ซาอูลจึงมิได้ช่วยสนับสนุนดาวิด และเมื่อมีอะไรขัดใจ เมื่อดาวิดโดดเด่น จนเกินหน้าเกินตา ซาอูลก็เริ่มข่มเหงดาวิด แม้ดาวิดจะเป็นขุนนางที่ดี และไม่ได้ทำอะไรผิดเลย

บางครั้งในชีวิตของเรา บางคนอาจจะชื่นชอบเราในตอนแรก แต่ต่อมากลับกลายเป็นเกลียดมากได้ ดังนั้น ขอที่เราอย่าคาดหวังในมนุษย์ แม้กับคนที่มาชื่นชอบเรา เพราะมนุษย์พร้อมที่จะเปลี่ยนไปเสมอ

ถ้าเรามีความรัก เราก็จะชื่นชมในส่วนดีของผู้อื่น จะไม่อิจฉา ซึ่งถ้าเรามีพระเจ้าในชีวิตของเรา เราก็จะสามารถรักผู้อื่นได้เช่นนี้

ต่อมา ดาวิดจึงต้องหนีซาอูล ไปสวามิภักดิ์กับศัตรู ไปอยู่ด้วยกับผู้ที่ส่งโกลิอัทมาสู้กับอิสราเอล กษัตริย์อาคีชเชื่อและไว้ใจดาวิดมาก แต่ในขณะเดียวกัน คนรอบข้างก็ไม่เห็นด้วยกับกษัตริย์อาคีช ที่รับเอาดาวิดมาอยู่ในพวก เพราะดาวิดเป็นผู้ที่ฆ่าโกลิอัท จึงกล่าวยุยงให้กษัตริย์อาคีชต้องขับไล่ดาวิดไป ดาวิดจึงต้องเอาตัวรอดโดยการทำตัวแกล้งเป็นคนบ้า ดาวิดจึงสามารถพ้นจากอันตรายได้

ซาอูลก็ยังไม่ย่อท้อ ได้พยายามที่จะตามล่าดาวิดให้ได้ ชีวิตของดาวิดต้องประสบความยากลำบากอย่างมาก ครั้งหนึ่งดาวิดต้องถูกให้ไปทำสงครามกับอิสราเอล ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ดาวิดลำบากใจอย่างมาก เพราะถ้าไม่ทำ ก็จะถูกมองว่าไม่จริงใจ แต่ถ้าไปทำสงครามกับอิสราเอล ก็อาจจะต้องทำร้ายโยนาธาน หรือซาอูล แต่ในที่สุดดาวิดก็มิได้ทำ

จะเห็นได้ว่า หลายครั้งที่ดาวิด ก็พึ่งพาในมนุษย์

 

3. สัมพันธภาพ

ดาวิดและโยนาธาน บุตรของซาอูล เป็นมิตรสหายกัน มีความรักต่อกันและกัน เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน

โยนาธานรู้อยู่เสมอว่า ดาวิดจะได้เป็นกษัตริย์ แต่เขาก็ช่วยเหลือดาวิดมาตลอด เพราะโยนาธานรักดาวิด และชื่นชมในตัวดาวิดอย่างแท้จริง แต่ด้วยความจำกัดของมนุษย์ จึงไม่สามารถช่วยดาวิดได้ตลอด และได้เสียชีวิตในสงครามในที่สุด

"3 อย่าวางใจในเจ้านาย ในบุตรของมนุษย์ ซึ่งไม่มีความช่วยเหลืออยู่ในตัวเขา
4 เมื่อลมหายใจของเขาพรากไป เขาก็กลับคืนเป็นดิน ในวันเดียวกันนั้นความคิดของเขาก็พินาศ" (สดุดี 146:3-4)

ขณะที่ดาวิดหลบหนี ได้มีโอกาสพยายามที่จะสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับเศรษฐีคนหนึ่งที่ชื่อ นาบาล แต่นาบาลกลับไม่ยอมที่จะมีสัมพันธ์ที่ดีกับดาวิด แม้ดาวิดจะเคยช่วยเหลือเขา นี่แหละเป็นประสบการณ์ของดาวิด ที่ดาวิดเคยอาศัยความช่วยเหลือจากมนุษย์ แต่ก็ต้องผิดหวัง

ปุโรหิต ที่ยินดีช่วยเหลือดาวิด เมื่อกษัตริย์ซาอูลทราบเรื่อง ก็ประหารปุโรหิตและครอบครัว ดังนั้น ดาวิดก็ไม่สามารถพึ่งพิงในปุโรหิตได้

แม้แต่ซามูเอลเอง พยายามช่วยเหลือดาวิด แต่ท่านเองก็แก่ลง และจากไปอยู่กับพระเจ้าในที่สุด

จะเห็นได้ว่า ดาวิดได้รับความช่วยเหลือจากคนหลาย ๆ คน แต่ดาวิดก็ได้พบความจริงว่า การที่ดาวิดได้เป็นกษัตริย์ มิได้เกิดจากความช่วยเหลือของคนอื่น ไม่ได้เกิดจากกำลังความสามารถของเขาเอง แต่เกิดจากความช่วยเหลือของพระเจ้า

ไม่ใช่ว่าการพึ่งพิงอาศัยมนุษย์ไม่ดี เพียงแต่ไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด เพราะมนุษย์เปลี่ยนแปลงได้เสมอ วันนี้เป็นเพื่อน ต่อมาอาจเป็นศัตรูได้ แต่พระเจ้าทรงยิ่งใหญ่ ทรงเที่ยงแท้และสัตย์จริง

"5 พระเจ้าตรัสดังนี้ว่า 'คนที่วางใจในมนุษย์ และให้เนื้อหนังเป็นมือของเขา และใจของเขาหันออกจากพระเจ้า คนนั้นก็เป็นที่แช่งสาป
6 เขาเป็นเหมือนพุ่มไม้ที่อยู่ในทะเลทราย และไม่เห็นความดีอันใดมาถึงเลย เขาจะอาศัยอยู่ในแผ่นดินที่แตกระแหงที่ในถิ่นทุรกันดาร ในแผ่นดินเค็มที่ไม่มีคนอาศัย
7 คนที่วางใจในพระเจ้าย่อมได้รับพระพร คือ ผู้ที่ความวางใจของเขาอยู่ในพระเจ้า
8 เขาเป็นเหมือนต้นไม้ที่ปลูกไว้ริมน้ำ ซึ่งหยั่งรากของมันออกไปข้างลำน้ำ เมื่อแดดส่องมาถึงก็ไม่กลัว เพราะใบของมันคงเขียวอยู่เสมอ และไม่กระวนกระวายในปีที่แห้งแล้ง เพราะมันไม่หยุดที่จะออกผล' " (เยเรมีย์ 17:5-8)

"เหล่าสิงห์หนุ่มยังขาดแคลน และหิวโหย แต่บรรดาผู้ที่แสวงพระเจ้า ไม่ขาดของดีใด ๆ" (สดุดี 34:10)

"1 ข้าพเจ้าเงยหน้าดูภูเขา ความอุปถัมภ์ของข้าพเจ้ามาจากไหน
2 ความอุปถัมภ์ของข้าพเจ้ามาจากพระเจ้า ผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์ และแผ่นดินโลก" (สดุดี 121:1-2)

ไม่ว่าจะเรื่องใหญ่หรือเล็ก ขอที่เราจะพึ่งพิงพระเจ้า แล้วชีวิตเราจะถวายเกียรติแด่พระเจ้าได้

 

ศจ. วิวัฒน์ วงศ์สันติชน

สรุปคำเทศนาโบสถ์จีน คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 22/03/2009

เรื่อง พึ่งพิงในพระเจ้าก็เป็นสุข

สรุปโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์

 

หมายเหตุ: ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ

 

  • ถ้าท่านอ่านแล้ว มีความปรารถนาที่จะเปิดใจออก อธิษฐานทูลเชิญพระเยซูคริสต์เสด็จเข้ามาในชีวิตของท่าน และเป็นพระเจ้าของท่าน กรุณาไปที่หน้า คำอธิษฐาน

  • ถ้าคุณอ่านแล้วสนใจ กรุณาติดต่อคริสตจักรใกล้บ้านท่านได้เลยครับ หรือถ้าหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ก็ติดต่อโดยตรงได้ที่อีเมลของผมเลยครับ ton@followhissteps.com

FollowHisSteps.com

ได้รับการสนับสนุน Web Hosting จาก SPAComputer.com, ThaWang.com