ไม่ละอายเพราะข่าวประเสริฐ

FollowHisSteps.com
 


"16 เพราะว่า ข้าพเจ้าไม่มีความละอายในเรื่องข่าวประเสริฐ เพราะว่าข่าวประเสริฐนั้น เป็นฤทธิ์เดชของพระเจ้า เพื่อให้ทุกคนที่เชื่อได้รับความรอด พวกยิวก่อน แล้วพวกต่างชาติด้วย
17 เพราะว่า ในข่าวประเสริฐนั้น ความชอบธรรมของพระเจ้าก็ได้สำแดงออก โดยเริ่มต้นก็ความเชื่อ สุดท้ายก็ความเชื่อ ตามที่พระคัมภีร์มีเขียนไว้ว่า คนชอบธรรมจะมีชีวิตดำรงอยู่โดยความเชื่อ" (โรม 1:16-17)


"37 แล้วพระองค์ตรัสกับพวกสาวกของพระองค์ว่า "ข้าวที่ต้องเกี่ยวนั้นมีมากนักหนา แต่คนงานยังน้อยอยู่
38 เหตุนั้น พวกท่านจงอ้อนวอนพระองค์ผู้ทรงเป็นเจ้าของนา ให้ส่งคนงานมาเก็บเกี่ยวพืชผลของพระองค์" (มัทธิว 9:37-38)

ตั้งแต่ 1941 BIT (ฺBangkok Institute of Theology, กรุงเทพคริสตศาสนศาสตร์) ได้ก่อตั้งเพื่อเป็นสถานอบรมของผู้รับใช้ เพื่อคริสตจักรภาค 7 และคริสตจักรทั่วไป ซึ่ง BIT ได้พัฒนาเรื่อย ๆ จากครอบครัวเล็ก ๆ จนปัจจุบันก็เป็นสถาบันสมทบมหาวิทยาลัยคริสเตียน โดยได้รับการดูแลจากกรรมการคริสตจักรภาคที่ 7 เสมอมา ปัจจุบันมีนักศึกษากว่าร้อยคน ขอบคุณคริสตจักรสะพานเหลืองที่ได้มีส่วนในการทุ่มเทสนับสนุนเพื่อสถานอบรมผู้รับใช้พระเจ้าเสมอมา ซึ่งเป็นตอบสนองพระมหาบัญชาพระเยซูคริสต์ เนื่องจากสถาบันแห่งนี้เป็นสถานที่อบรมผู้รับใช้ เพื่อที่จะประกาศข่าวประเสริฐต่อไป

อยากหนุนใจคริสเตียนทุกคน ที่จะไม่ละอายในข่าวประเสริฐ ไม่ละอายที่จะยืนยันแก่คนไทยอีกมากมายที่ยังไม่รู้จักพระเจ้าว่า เราเป็นผู้ที่เชื่อในพระเยซูคริสต์

เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2008 สมเด็จพระสันตะปาปา ประมุขของคริสต์โรมันคาทอลิก และสมเด็จพระอัยกา ประมุขคริสต์ออร์ทอดอกซ์แห่งคอนสแตนติโนเปิ้ล ทรงร่วมกันเป็นประธานในการเปิดปีแห่งนักบุญเปาโล ที่มหาวิหารนักบุญเปาโล นอกกรุงโรม

ปีนักบุญเปาโล จัดขึ้นเพื่อระลึกถึงการเกิดครบ 2000 ปีของเปาโล อัครทูตผู้ยิ่งใหญ่ และเป็นที่ยกย่องของคริสตชนทุกนิกาย และยังเป็นการกระตุ้นให้คริสเตียนรวมเป็นหนึ่งเดียวกันเหมือนอย่างที่อัครทูตเปาโลสอนใว้

ในวันเดียวกันนั้นเอง ที่ดามัสกัส ซึ่งเป็นเมืองที่อาจารย์เปาโลได้กลับใจต้อนรับพระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอด ได้มีพิธีเปิดปีนักบุญเปาโลด้วย โดยเป็นความร่วมมือระหว่างคริสตชนทุกคณะนิกาย

อาจารย์เปาโลเป็นอาจารย์ของชาวต่างชาติ เป็นผู้ประกาศข่าวประเสริฐ และตลอดชีวิตของท่าน ท่านได้ยืนยันว่าเป็นอาจารย์ของชาวต่างชาติและเป็นผู้ติดตามพระเยซูคริสต์ เรื่องราวของท่านมิได้เป็นเพียงปูชนียบุคคลในอดีต แต่ท่านเป็นบรมอาจารย์ เป็นอัครสาวก เป็นผู้ประกาศข่าวดีของพระเยซูคริสต์ให้กับเราซึ่งเป็นคนในยุคนี้

ในโรม 1:16-17 นี้ เป็นข้อพระคัมภีร์ที่น่าสนใจมาก เพราะอาจารย์เปาโลได้ยืนยันว่าท่านไม่ละอายในการประกาศข่าวประเสริฐ เหตุผลที่ท่านไม่ละอายในการประกาศข่าวประเสริฐ เพราะว่าข่าวประเสริฐเป็นฤทธิ์เดช มีฤทธานุภาพ นำความรอดมาสู่มนุษย์ ให้มนุษย์กลับคืนดีกับพระเจ้า

จากพระคัมภีร์ดังกล่าว ได้บอกความจริงแก่เรา 4 ประการด้วยกัน

1. พระกิตติคุณคือข่าวประเสริฐ

"เพราะว่า ข้าพเจ้าไม่มีความละอายในเรื่องข่าวประเสริฐ เพราะว่าข่าวประเสริฐนั้น เป็นฤทธิ์เดชของพระเจ้า เพื่อให้ทุกคนที่เชื่อได้รับความรอด พวกยิวก่อน แล้วพวกต่างชาติด้วย" (โรม 1:16)

"ข่าวประเสริฐ" แปลว่า ข่าวดีที่สุดท่ามกลางข่าวดี ๆ ทั้งหลาย เป็นเรื่องราวขององค์พระเยซูคริสต์ที่ทรงเสด็จมาบนโลกนี้เพื่อช่วยมวลมนุษยชาติ เพื่อปลดปล่อยปวงชนให้พ้นจากการเป็นทาสของบาป ให้พ้นจากการพิพากษาลงโทษและรับชีวิตใหม่ เพื่อให้คนบาปสามารถกลับไปมีความสัมพันธ์กับพระเจ้าได้อีกครั้งหนึ่ง ผู้ใดที่หันกลับจากความบาป มาเชื่อวางใจในองค์พระเยซูคริสต์ ก็จะได้รับการอภัยโทษบาปและเข้าในแผ่นดินของพระเจ้าได้

ข่าวประเสริฐเรื่องพระเยซูคริสต์ได้นำให้คนบาปมาเชื่อในพระองค์ เพื่อที่เขาเหล่านั้นจะได้รับการอภัยโทษบาป ดังนั้น ข่าวประเสริฐ เรื่องราวของพระเยซูคริสต์จึงเป็นข่าวดี เราจึงไม่ควรที่จะละอาย

ปัจจุบัน มีข่าวร้ายมากมาย มีข่าวที่ทำให้ใจหดหู่เสมอ เป็นข่าวที่เราไม่ค่อยอยากจะพูดหรือรับฟัง หลายคนได้เลิกที่จะฟังข่าวหรือดูข่าว เพราะมักจะมีแต่ข่าวร้าย และนำความหดหู่ใจมาให้

สองพันปีผ่านมาแล้ว อาจารย์เปาโลเป็นแบบอย่างที่ดีในการประกาศข่าวประเสริฐเรื่องพระเยซูคริสต์เจ้า ผู้มาบังเกิดในโลกนี้ เพื่อช่วยมวลมนุษยชาติให้พ้นจากความผิดบาป ไม่ต้องตกนรก พ้นอำนาจมืดของความบาป พระองค์คือผู้นำมนุษย์กลับไปหาพระบิดาที่อาณาจักรสวรรค์ นี่คือข่าวประเสริฐที่สุดที่เราไม่ควรละอาย

 

2. พระกิตติคุณคือความรอดของพระเจ้า

"เพราะว่า ข้าพเจ้าไม่มีความละอายในเรื่องข่าวประเสริฐ เพราะว่าข่าวประเสริฐนั้น เป็นฤทธิ์เดชของพระเจ้า เพื่อให้ทุกคนที่เชื่อได้รับความรอด พวกยิวก่อน แล้วพวกต่างชาติด้วย" (โรม 1:16)

อาจารย์เปาโลได้บอกไว้ชัดเจนว่า "พระกิตติคุณคือความรอด"

ความรอด ในพระคัมภีร์เดิม หมายถึง "การปลดปล่อยหรือการให้รอดพ้นจากภยันตรายและโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ"

ส่วนในพระคัมภีร์ใหม่ ความรอด หมายถึง "การทรงไถ่ผู้เชื่อทั้งหลายให้รอดพ้นจากโทษบาป คือความตาย เข้าสู่ชีวิตนิรันดร์และสันติสุข โดยทางองค์พระเยซูคริสต์เจ้าเท่านั้น"

"เพราะว่า พระเจ้ามิได้ทรงกำหนดเราไว้สำหรับพระอาชญา แต่สำหรับให้เข้าสู่ความรอด โดยพระเยซูคริสตเจ้าของเรา" (1เธสะโลนิกา 5:9)

ความบาปได้สืบทอดมาสู่มวลมนุษยชาติ ทำให้มนุษย์ตายทั้งฝ่ายกายและฝ่ายจิตวิญญาณ คนบาปเหมือนนักโทษแดนประหาร รอวันลงอาญาถูกประหารชีวิต

นักประวัติศาสตร์คริสตจักร ได้กล่าวไว้ว่า มีนักโทษประหารชีวิตมากมายที่ตัดสินใจรับเชื่อในช่วงเวลาสุดท้ายก่อนถูกประหาร ดังนั้น พันธกิจเรือนจำจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ และมีคริสเตียนที่ได้ร่วมในพันธกิจนี้อยู่ ซึ่งจุดประสงค์คือเพื่อให้นักโทษเหล่านั้นได้สัมผัสถึงความรักของพระเยซูคริสต์ มีนักโทษมากมายที่กลับใจเชื่อในองค์พระเยซูคริสต์ และนักโทษเหล่านี้เมื่อออกจากเรือนจำ ก็ได้สัมผัสกับชีวิตใหม่จริง ๆ

การประกาศข่าวประเสริฐ เป็นวิธีในการนำความรอดมาสู่มนุษยชาติ และจะต้องมีผู้ประกาศ ผู้ประกาศจะต้องมีใจกล้า ดังเช่นที่อาจารย์เปาโลที่ไม่ได้มีความละอายในข่าวประเสริฐ เพราะท่านเข้าใจว่าความรอดมาจากพระเมตตาของพระเจ้า เรื่องราวของพระเยซูคริสต์เป็นข่าวประเสริฐที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมให้นำความรอดมาสู่มนุษย์

บางครั้งเราอาจจะไม่เข้าใจว่า บางครั้งอาจารย์บางท่านเทศนาได้ไม่ดีนัก แต่กลับมีคนรับเชื่อมากมาย ทั้งนี้เป็นเพราะว่าความรอดไม่ได้มาจากมนุษย์ แต่เป็นจากพระเมตตาของพระเจ้า ดังที่อาจารย์เปาโลได้ยืนยันว่า

"เพราะตามที่ทรงกำหนดไว้ตามพระสติปัญญาของพระเจ้า โลกไม่รู้จักพระเจ้าได้ด้วยปัญญาของตน พระเจ้าจึงทรงโปรดช่วยคนที่เชื่อให้รอด โดยคำเทศนาเรื่องโง่ ๆ" (1โครินธ์ 1:21)

 

3. พระกิตติคุณคือฤทธิ์เดชและเป็นของมนุษย์ทุกคน

"เพราะว่า ข้าพเจ้าไม่มีความละอายในเรื่องข่าวประเสริฐ เพราะว่าข่าวประเสริฐนั้น เป็นฤทธิ์เดชของพระเจ้า เพื่อให้ทุกคนที่เชื่อได้รับความรอด พวกยิวก่อน แล้วพวกต่างชาติด้วย" (โรม 1:16)

เหตุที่อาจารย์เปาโลไม่ละอายในข่าวประเสริฐเป็นเหตุเพราะพระกิตติคุณคือ "ฤทธิ์เดช" หรือ "อาณุภาพ" ซึ่งฤทธิ์เดช ของข่าวประเสริฐ คือ การนำผู้ที่เชื่อในองค์พระเยซูคริสต์ได้รับความรอด

"และจะเป็นเช่นนี้คือ ทุกคนซึ่งได้ออกพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้าจะรอด" (กิจการ 2:21)

การประกาศข่าวประเสริฐนั้นมีหลายวิธี บางกลุ่มอาจชอบจัดงานประกาศ บางกลุ่มชอบแจกใบปลิว บางกลุ่มใช้วิธีประกาศตามสถานที่สาธารณะต่าง ๆ บางกลุ่มใช้สื่อทางโทรทัศน์ บางกลุ่มส่งข้อความทางโทรศัพท์ บางกลุ่มก็ชอบแปะข้อความตามต้นไม้สูง ๆ บางคนก็ประกาศตามเวปไซต์ จากการที่เรามุ่งทำการประกาศหลากหลายรูปแบบตามวิธีที่พระเจ้าทรงนำ แม้ว่าจะต่างคณะ ต่างนิกาย ต่างความคิด

อาจารย์เปาโลยืนยันเสมอว่า ข่าวประเสริฐต้องได้รับการประกาศ เป็นการประกาศเกี่ยวกับความรักและความเสียสละพระชนม์ชีพของพระเยซูคริสต์ พระมหาบัญชาของพระเยซูคริสต์ก็ได้กล่าวชัดว่าเราต้องประกาศ และการประกาศข่าวประเสริฐเราจะต้องไม่ละอาย แต่จะต้องภูมิใจ

อาจรารย์เปาโลต้องทนทุกข์ต่าง ๆ มากมาย 2โครินธ์ 11:25-28 ได้บอกชัดเจน และความตายของท่านก็โดนตัดสินประหารชีวิตพร้อมกับอาจารย์เปโตรในสมัยที่จักรพรรดิเนโรข่มเหงคริสเตียน เหตุเพราะอาจารย์เปาโลซาบซึ้งในพระคุณความรักของพระเยซูคริสต์

อาจารย์เปาโลเริ่มต้นโดยการข่มเหงคริสเตียน แต่ไม่ว่าท่านจะร้ายอย่างไร หลังจากที่พระเยซูคริสต์ทรงเรียกท่าน ท่านก็ได้รับเชื่ออย่างกระทันหัน และอัศจรรย์ ตั้งแต่นั้นมาท่านก็ไม่ได้ข่มเหงคริสเตียนอีก แต่กลับถูกข่มเหงแทน ท่านห่วงใยคนบาป ไม่อยากให้เขาเหล่านั้นหลงหายไปจากพระผู้สร้าง ต้องการนำคนเหล่านั้นกลับมาหาพระเจ้า อาจารย์เปาโลจึงได้ถ่ายทอดนิมิตรนี้ให้ศิษย์รัก คือ ทิโมธี ทิทัส รวมถึงได้สืบทอดมายังพวกเราจนถึงทุกวันนี้

 

4. พระกิตติคุณคือการสำแดงแก่คนบาปว่าความชอบธรรมมาจากพระเจ้า

"เพราะว่า ในข่าวประเสริฐนั้น ความชอบธรรมของพระเจ้าก็ได้สำแดงออก โดยเริ่มต้นก็ความเชื่อ สุดท้ายก็ความเชื่อ ตามที่พระคัมภีร์มีเขียนไว้ว่า คนชอบธรรมจะมีชีวิตดำรงอยู่โดยความเชื่อ" (โรม 1:17)

ผลที่เราไม่ละอายในข่าวประเสริฐ ทำให้คนบาปรู้ว่า เขาสามารถรอดพ้นหรือได้รับการช่วยเหลือให้พ้นจากบาป และได้รับความชอบธรรม

"ความชอบธรรม" ในพระคัมภีร์มีความหมายทั่วไป คือการมีชีวิตสอดคล้องกับสิ่งที่พระเจ้าเรียกร้อง และการปฏิบัติตามกฎบัญญัติของพระองค์

เมื่อใช้คำว่า "ความชอบธรรม" ในการบรรยายถึงพระลักษณะของพระเจ้า จะหมายถึง ความสัตย์ซื่อของพระองค์ในการรักษาพระสัญญา แต่เมื่อกล่าวถึงประชากรของพระองค์ จะหมายถึง ลักษณะชีวิตที่พระเจ้าทรงยอมรับ และมีความสัมพันธ์ที่ถูกต้องกับพระองค์ โดยผ่านทางความเชื่อที่ผู้นั้นมีในพระเยซูคริสต์ และดำเนินชีวิตตามคำสอนของพระองค์

"เหตุฉะนั้น เมื่อเราได้เป็นคนชอบธรรม เพราะความเชื่อแล้ว เราจึง {หรือ ให้เรา} มีสันติสุขในพระเจ้า ทางพระเยซูคริสตเจ้าของเรา" (โรม 5:1)
"เมื่อท่านพ้นจากบาปแล้ว ท่านก็ได้เป็นทาสของความชอบธรรม" (โรม 6:18)

ตามธรรมชาติของมนุษย์ มีผลของความบาป และพร้อมที่จะทรยศพระเจ้า เพื่อให้พ้นจากคำสาปแช่ง จากการพิพากษาลงโทษตามพระพิโรธเราต้องการความชอบธรรม เพราะพระเจ้าทรงบริสุทธิ์และชอบธรรม ผู้ที่จะเข้าเฝ้าพระเจ้าได้ จึงต้องบริสุทธิ์และชอบธรรม

 

เรื่องราวของ ศจ. ดร. จอห์น ซง

ขอสรุปด้วยเรื่องราวของ ศจ.ดร. จอห์น ซง ดิฉันเคยได้ฟังคนที่เคยฟังคำเทศนาของท่าน ท่านมีอิทธิพลต่อคริสตจักรเอเชียอย่างมาก ทั้งในจีน เวียดนาม ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย ฯลฯ และยังมีผลถึงทุกวันนี้ คนจำนวนมากได้กลับใจใหม่ คนที่เชื่อได้มีความเชื่อมากขึ้น คนที่ไม่เชื่อก็ได้รับเชื่อ ส่วนหนึ่งในชีวิตของดิฉันที่ไ่ด้รู้จักพระเจ้าก็ผ่านทางคำสอนของ ศจ.ดร. จอห์น ซุง ผ่านทางหนังสือของท่าน

หนังสือเล่มนั้นเป็นคำพยานของท่าน ท่านพูดในฐานะที่ท่านเป็นนักเคมี ท่านจบ ดร. ทางเคมีคนแรกของเอเชีย ท่านบอกว่า การทดลองต่าง ๆ ที่นักวิทยาศาสตร์เคยทดลอง เอาสารต่าง ๆ ที่อยู่ในตัวมดเล็ก ๆ แล้วมาสร้างใหม่เป็นตัวมด แต่ไม่เคยเป็นมดสักครั้งเดียว ในฐานะเป็นนักวิทยาศาสตร์ ท่านได้ยืนยันว่า จะต้องมีพระผู้สร้างเท่านั้นที่เป็นผู้ให้ชีวิต มดจึงจะมีชีวิตได้

ดร. จอห์น ซุง ใช้เวลาในการรับใช้ไม่กี่ปี เป็นคนที่โดดเด่น เอาจริงเอาจัง เป็นนักอ่านพระคัมภีร์ เป็นนักอธิษฐาน กล้าตำหนิความผิดของคริสตจักร เพราะท่านต้องการให้คริสตจักรกลับใจเป็นคริสตจักรของพระเจ้า ท่านใช้เวลาทุกโอกาสในการประกาศข่าวประเสริฐ คำเทศนาของท่านลึกซึ้ง ชอบยกตัวอย่างแปลก ๆ ใช้เทคนิคแปลก ๆ ในการเทศนา เทศนาวันละ 6 ชั่วโมง 3 รอบ สอนพระคัมภีร์อย่างลึกซึ้ง เพราะว่าท่านไม่ละอายในข่าวประเสริฐ

หลายคริสตจักรในเอเชียได้ยกย่องท่าน และได้ยืนยันว่า สิ่งที่ท่านทำนั้น ยังมีผลอยู่จนปัจจุบันนี้

ดิฉันอยากยืนยันแก่พี่น้อง ที่จะไม่ละอายในการประกาศข่าวประเสริฐ เพราะมรดกที่ท่านจะทิ้งไว้ในชีวิตของคน จะดำรงอยู่ ดังเช่นที่ดิฉันได้รับข่าวประเสริฐผ่านทางคนหลาย ๆ คน หลาย ๆ โอกาส และข่าวประเสริฐนั้นทำให้ดิฉันได้กลับใจ รับเชื่อ และมาเป็นผู้รับใช้พระเจ้าผู้ทรงสูงสุด

 

คศ. นันทิยา เพ็ชรเกตุ

สรุปคำเทศนาโบสถ์จีน คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 22/02/2009

เรื่อง ไม่ละอายเพราะข่าวประเสริฐ

สรุปโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์

 

หมายเหตุ:

  • ถ้าพี่น้องพบว่ามีข้อความส่วนใดที่ผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งให้ผมทราบด้วยนะครับ เพื่อจะได้รีบทำการแก้ไขครับ เนื่องจากอาจเกิดจากความผิดพลาดในการสรุปของผมเองครับ ขอบคุณครับ
  • ต้องขอบพระคุณ คศ. นันทิยา ที่กรุณาให้ผมดู script คำเทศนา เพื่อใช้ในการสรุปครั้งนี้ครับ ซึ่งคำเทศนานี้ผมได้รับพรมากทีเดียวครับ

 

  • ถ้าท่านอ่านแล้ว มีความปรารถนาที่จะเปิดใจออก อธิษฐานทูลเชิญพระเยซูคริสต์เสด็จเข้ามาในชีวิตของท่าน และเป็นพระเจ้าของท่าน กรุณาไปที่หน้า คำอธิษฐาน

  • ถ้าคุณอ่านแล้วสนใจ กรุณาติดต่อคริสตจักรใกล้บ้านท่านได้เลยครับ หรือถ้าหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ก็ติดต่อโดยตรงได้ที่อีเมลของผมเลยครับ ton@followhissteps.com

FollowHisSteps.com

ได้รับการสนับสนุน Web Hosting จาก SPAComputer.com, ThaWang.com