เสมอต้นเสมอปลายกับพระเจ้า

FollowHisSteps.com
 


"6 เพราะว่าข้าพเจ้าถูกเทลงเหมือนดั่งเครื่องดื่มบูชาแล้ว และถึงเวลาที่ข้าพเจ้าจะต้องจากไป
7 ข้าพเจ้าได้ต่อสู้อย่างเต็มกำลัง ข้าพเจ้าได้วิ่งแข่งจนครบถ้วน ข้าพเจ้าได้รักษาความเชื่อไว้แล้ว
8 ตั้งแต่นี้ไปมงกุฎแห่งความชอบธรรมก็จะเป็นของข้าพเจ้า ซึ่งองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้พิพากษาที่ชอบธรรมจะประทานเป็นรางวัลแก่ข้าพเจ้าในวันนั้น และไม่ใช่แก่ข้าพเจ้าผู้เดียวเท่านั้น แต่จะประทานแก่ทุกคนที่รักการเสด็จมาของพระองค์
9 จงพยายามมาพบข้าพเจ้าโดยเร็ว
10 เพราะว่าเดมาสหลงรักโลกนี้ และทิ้งข้าพเจ้าไปยังเมืองเธสะโลนิกาแล้ว ส่วนเครสเซนส์ไปที่แคว้นกาลาเทีย ทิตัสไปที่แคว้นดาลมาเทีย
11 มีเพียงลูกาคนเดียวที่อยู่กับข้าพเจ้า จงไปตามมาระโกและพาเขามาด้วย เพราะเขาเป็นประโยชน์ต่อข้าพเจ้าในพันธกิจ" (2ทิโมธี 4:6-11 ThaiTSV2002)


ช่วงคริสตมาสนี้ ได้มีออกใบปลิวชุดใหม่ขึ้นมา "ราชาผู้ยากจน" พูดถึงกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด แต่มาบังเกิดในที่ที่ต่ำต้อยที่สุด ผู้ที่มีเงินในกระเป๋าน้อยที่สุด แต่มีอิทธิพลต่อโลกนี้มากที่สุด ซึ่งก็คือองค์พระเยซูคริสต์นี้เอง

พระธรรม 2 ทิโมธี เป็นจดหมายที่อาจารย์เปาโลเขียนให้กับผู้รับใช้ที่เป็นเด็กหนุ่มไฟแรงชื่อ ทิโมธี ซึ่งท่านมีความผูกพันกับอาจารย์เปาโลอย่างลึกซึ้ง มีความผูกพันกับอาจารย์เปาโล 3 ด้านด้วยกัน

  1. เป็นศิษย์ของอาจารย์เปาโล ซึ่งการเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์เปาโลไม่ง่ายนัก
  2. เป็นลูกบุญธรรม อาจารย์เปาโลรักทิโมธีมาก จนรับเป็นลูกบุญธรรม
  3. เป็นเพื่อนร่วมงานของอาจารย์เปาโล

ทิโมธีเป็นลูกครึ่ง พ่อเป็นกรีก แม่เป็นยิว เนื่องจากในสมัยนั้นชาวยิวมีการกระจัดกระจายไปยังที่ต่าง ๆ จึงได้มีการแต่งงานและมีลูกกับคนต่างชาติ

ก่อนที่ทั้งสองจะได้รู้จักกัน ทิโมธีได้เชื่อพระเจ้าอยู่แล้ว

"ข้าพเจ้าระลึกถึงความเชื่ออย่างจริงใจของท่านซึ่งเป็น ความเชื่อที่โลอิสยายของท่านมีเป็นคนแรก แล้วมีในยูนีสมารดาของท่าน และบัดนี้ข้าพเจ้าก็เชื่อว่ามีอยู่ในตัวท่านด้วย" (2ทิโมธี 1:5 ThaiTSV2002)

ความเชื่อของทิโมธีที่มีต่อพระเจ้า มิใช่เป็นความเชื่อจอมปลอม แต่เป็นความเชื่ออย่างจริงใจ และความเชื่อนี้มีมาตั้งแต่สมัยคุณยาย ที่ได้ถ่ายทอดมาสู่มารดาของทิโมธี และมาถึงทิโมธีในที่สุด ภาพเช่นนี้เป็นสิ่งที่ดีมากที่ความเชื่อมีการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ขอพระเจ้าอวยพรเราที่จะเป็นเช่นนี้

นอกจากนี้ ท่านทิโมธีมิได้เพียงแต่รับการถ่ายทอดความเชื่อมาเท่านั้น แต่ท่านได้ถ่ายทอดความเชื่อนี้ไปสู่ผู้อื่นด้วย

"จงมอบคำสอนเหล่านั้นซึ่งท่านได้ยินจากข้าพเจ้าต่อหน้าพยานหลายๆคน ไว้กับบรรดาคนซื่อสัตย์ที่สามารถสอนคนอื่นได้ด้วย" (2ทิโมธี 2:2 ThaiTSV2002)

อาจารย์เปาโลและทิโมธี ได้เจอกันที่เมืองลิสตรา จากการเดินทางครั้งแรกของอาจารย์เปาโล ซึ่งท่านประกาศข่าวประเสริฐ และรักษาคนง่อยให้ยืนได้ ชาวลิสตราจึงได้จับอาจารย์เปาโลและท่านบารนาบัส ให้เป็นเทพเจ้าของเขา โดยให้อาจารย์เปาโลเป็นพระเฮอร์เมส (ลักษณะของพระนี้คือพูดมาก) และบารนาบัสเป็นพระซุส (ใหญ่กว่าเฮอร์เมส แสดงว่าอาจจะมาดดีจึงได้เป็นพระซุส) แต่ต่อมาชาวยิวอิจฉา ได้พยายามฆ่าอาจารย์เปาโล จนอาจารย์เปาโลสลบ คนที่เห็นคิดว่าท่านตายแล้ว และพอท่านฟื้นจากสลบ ท่านลุกขึ้น และเข้าไปในเมือง ประกาศอีก ซึ่งสภาพท่านคงจะทุลักทุเลน่าดู แต่ท่านกลับไปเพื่อหนุนใจพี่น้องผู้เชื่อ ให้รักในพระศาสนา (กิจการบทที่ 14)

"8 ที่เมืองลิสตรามีชายคนหนึ่งนั่งอยู่ใช้เท้าไม่ได้ เขาเป็นง่อยตั้งแต่กำเนิด และยังไม่เคยเดินเลย
9
คนนั้นนั่งฟังเปาโลพูดอยู่ เปาโลจึงจ้องดูเขา เห็นว่ามีความเชื่อพอที่จะได้รับการรักษาโรค
10
จึงร้องสั่งด้วยเสียงดังว่า 'จงลุกขึ้นยืนตรง' คนง่อยนั้นก็กระโดดขึ้นและเดินไป
11
เมื่อฝูงชนเห็นสิ่งที่เปาโลทำ จึงพากันร้องเป็นภาษาลิคาโอเนียว่า 'พวกพระแปลงเป็นมนุษย์ลงมาหาเราแล้ว'
12
เขาทั้งหลายจึงเรียกบารนาบัสว่า พระซุส และเรียกเปาโลว่า พระเฮอร์เมส เพราะเปาโลเป็นคนพูด" (กิจการ 14:8-12 ThaiTSV2002)

"19 แต่มีพวกยิวบางคนมาจากเมืองอันทิโอกและเมืองอิโคนียูม เมื่อชักชวนฝูงชนได้แล้ว พวกเขาก็เอาหินขว้างเปาโลและลากท่านออกไปจากเมือง คิดว่าท่านตายแล้ว
20
แต่พวกสาวกล้อมท่านไว้ แล้วท่านก็ลุกขึ้นเข้าไปในเมือง วันรุ่งขึ้นท่านจึงไปยังเมืองเดอร์บีกับบารนาบัส" (กิจการ 14:19-20 ThaiTSV2002)

พออาจารย์เปาโลไปประกาศรอบที่สอง ก็ได้มีพระคัมภีร์เขียนว่า

"1 เปาโลไปยังเมืองเดอร์บีกับเมืองลิสตราด้วย และนี่แน่ะ ที่นั่นมีสาวกคนหนึ่งชื่อทิโมธี มีมารดาที่เป็นชาวยิวและเป็นผู้เชื่อ แต่บิดาเป็นชาวกรีก
2 ทิโมธีมีชื่อเสียงดีในหมู่พวกพี่น้อง ที่อยู่ในเมืองลิสตราและเมืองอิโคนียูม (กิจการ
16:1-2 ThaiTSV2002)

อาจารย์เปาโลไปที่ลิสตราอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งที่นั่นมีสาวกที่ชื่อทิโมธีที่ได้เชื่ออยู่แล้ว และทิโมธีก็เป็นคนที่มีชื่อเสียงที่ดี

พี่น้องครับ จำไว้ตลอดชีวิตเลยนะครับ พูดแทนใจของอาจารย์ที่สอนโรงเรียนพระคริสต์ธรรม เวลาจะส่งคนไปเรียนพระคัมภีร์ ให้ส่งพวกมี "ชื่อเสียง" ดีไปเรียนนะครับ อย่าเอาคนที่มี "ชื่อเสีย" ดี แต่ต้องชื่อเสียงดี ส่ง THE BEST ให้กับพระเจ้า แต่น่าเศร้า ผู้ปกครองบางคนเอาลูกมาฝากเรียนพระคัมภีร์ เพราะลูกนิสัยไม่ดี สอบที่อื่นไม่ติด

มารดาของทิโมธี มีลูกกี่คนก็ไม่ทราบ แต่มีลูกชายคนเดียว คือ ทิโมธี อยากให้ลองคิดดูนะครับ ว่าการที่บิดามารดาของเขาอนุญาตให้ลูกชายคนนี้ไปรับใช้กับพระเยซู จะต้องลำบากใจขนาดไหน เพราะการรับใช้กับอาจารย์เปาโลลำบากมาก มักต้องเจ็บตัวหัวแตกเสมอ แต่ในที่สุด บิดามารดาของเขาก็อนุญาต เพื่อพระนามของพระเยซูคริสต์ เป็นสุดยอดของคุณพ่อคุณแม่จริง ๆ และในที่สุด ทิโมธีก็ร่วมงานกับอาจารย์เปาโล

ทิโมธีคนนี้ไม่ธรรมดา เพราะมีจดหมายฝากถึงท่านถึง 2 เล่ม คือ 1 และ 2 ทิโมธี ซึ่งอาจารย์เปาโลได้เขียนขึ้น อาจารย์เปาโลท่านมิได้เพียงเขียนด้วยความรู้ที่มี แต่สอนจากชีวิตด้วย อาจารย์เปาโลถ่ายทอดชีวิตของท่านให้กับทิโมธี เพื่อที่ทิโมธีจะถ่ายทอดให้แก่ผู้อื่นด้วย

และที่ต้องยกความดีความชอบให้อย่างมาก ก็คือ อาจารย์เปาโล

 

ชีวิตของอาจารย์เปาโล

อาจารย์เปาโล ติดคุกเพื่อพระเยซูคริสต์ พระคัมภีร์ในพันธสัญญาใหม่หลายเล่มเขียนจากคุก และพระธรรม 2ทิโมธี เป็นจดหมายฉบับสุดท้ายของอาจารย์เปาโล

"เพราะว่าข้าพเจ้าถูกเทลงเหมือนดั่งเครื่องดื่มบูชาแล้ว และถึงเวลาที่ข้าพเจ้าจะต้องจากไป" (2ทิโมธี 4:6 ThaiTSV2002)

คำว่า "เครื่องดื่มบูชา" นี้ ภาษาจีนใช้คำว่า "จอกเหล้า" ซึ่งจะต้องถูกทิ้งลงทั่วทั้ง 4 ทิศ อาจารย์เปาโลกำลังจะตกเป็นเครื่องบูชา หมายความว่าชีวิตของท่านได้ถวายแก่พระเจ้า ไม่มีด้านใดเลยที่มิได้ถวายแด่พระเจ้า ท่านให้ทั้งหมด ให้ทั้งเวลา เงินทอง การงานแก่พระเจ้า เหลืออย่างเดียวที่ยังไม่ให้ คือ ชีวิต และตอนนี้ถึงเวลาแล้ว ที่อาจารย์เปาโลจะให้ชีวิตแก่พระเจ้า เพราะถึงเวลาที่อาจารย์เปาโลจะจากโลกนี้ไปแล้ว

"ข้าพเจ้าได้ต่อสู้อย่างเต็มกำลัง ข้าพเจ้าได้วิ่งแข่งจนครบถ้วน ข้าพเจ้าได้รักษาความเชื่อไว้แล้ว (2ทิโมธี 4:7 ThaiTSV2002)

คำว่าต่อสู้อย่างเต็มกำลัง ภาษาจีนใช้คำว่า "ทำสงครามอย่างงดงาม ถวายแด่พระเจ้า" สงครามนี้คืออะไร ก็คือสงครามแย่งชิงวิญญาณ ซึ่งท่านได้รับมอบหมายจากพระเจ้าให้สู้รบ ศัตรูของท่านมิใช่คน แต่ศัตรูของท่านคือมาร

เวลานี้มีการแตกแยกในสังคมเป็น 2 พวก ซึ่งอาจารย์เปาโลมีประสบการณ์เช่นนี้ แต่อาจารย์เปาโลแก้ไขสถานการณ์อย่างไร ท่านบอกไว้ชัดเจนว่าศัตรูของท่านคือมาร ไม่ใช่คน

"4 แต่ชาวเมืองนั้นแตกเป็นสองพวก พวกหนึ่งอยู่ฝ่ายพวกยิว และอีกพวกหนึ่งอยู่ฝ่ายพวกอัครทูต
5 เมื่อพวกต่างชาติและพวกยิวร่วมกับพวกผู้ปกครองบ้านเมืองคิดจะทำร้าย และเอาก้อนหินขว้างเปาโลกับบารนาบัส
6 ท่านทั้งสองทราบแล้วจึงหนีไปที่แคว้นลิคาโอเนียไปยังเมืองลิสตรา เมืองเดอร์บี และชนบทรอบๆ" (กิจการ
14:4-6 ThaiTSV2002)

ชาวเมืองแตกสองพวก ฝ่ายหนึ่งพวกอาจารย์เปาโล ฝ่ายหนึ่งพวกยิว และอาจารย์เปาโลทราบดี ว่าศัตรูที่แท้จริงของท่านคือมาร โลกนี้เป็นสนามรบ มิใช่สนามเด็กเล่น เราคริสเตียนเป็นทหารของพระคริสต์ จะต้องทำการสู้รบ

วิ่งแข่งจนครบถ้วน ในที่นี้ ภาษาจีนใช้คำว่า "หนทางที่พระเจ้าทรงกำหนดให้เดิน ข้าพเจ้าได้เดินจนถึงที่สุดแล้ว"  หนทางของเราแต่ละคนต่างกัน บางคนอาจจะยาว บางคนอาจจะสั้น อาจารย์เปาโลรับใช้พระเจ้ามา 30 กว่าปี และท่านกล่าวว่า ท่านได้เดินตามหนทางที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้อย่างเต็มที่แล้ว

ข้าพเจ้าได้รักษาความเชื่อไว้แล้ว ภาษาจีนใช้คำว่า "พระวจนะของพระเจ้าที่ข้าพเจ้าเชื่อ ข้าพเจ้าได้รักษาไว้จนถึงที่สุดแล้ว"

อาจารย์เปาโลได้ทำสงครามจนถึงที่สุด ได้เดินตามหนทางที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้จนถึงที่สุด และได้รักษาพระวจนะคำของพระเจ้าจนถึงที่สุดด้วยเช่นกัน

"ตั้งแต่นี้ไปมงกุฎแห่งความชอบธรรมก็จะเป็นของข้าพเจ้า ซึ่งองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้พิพากษาที่ชอบธรรมจะประทานเป็นรางวัลแก่ข้าพเจ้าในวันนั้น และไม่ใช่แก่ข้าพเจ้าผู้เดียวเท่านั้น แต่จะประทานแก่ทุกคนที่รักการเสด็จมาของพระองค์" (2ทิโมธี 4:8 ThaiTSV2002)

พี่น้องครับ ขอที่เมื่อเราอยู่ต่อหน้าพระพักตร์พระเจ้า เราจะมีมงกุฎสวมอยู่ที่ศีรษะ ขอที่เราจะสู้เต็มที่เพื่อพระเจ้า ดำเนินตามหนทางที่พระเจ้ากำหนดไว้อยางเต็มกำลัง และรักษาพระวจนะของพระองค์จนถึงที่สุด

ลักษณะของชีวิตอาจารย์เปาโล คือ "เสมอต้นเสมอปลายกับพระเจ้า"

 

ชีวิตของเดมาส

"9 จงพยายามมาพบข้าพเจ้าโดยเร็ว
10 เพราะว่าเดมาสหลงรักโลกนี้ และทิ้งข้าพเจ้าไปยังเมืองเธสะโลนิกาแล้ว ส่วนเครสเซนส์ไปที่แคว้นกาลาเทีย ทิตัสไปที่แคว้นดาลมาเทีย
11 มีเพียงลูกาคนเดียวที่อยู่กับข้าพเจ้า จงไปตามมาระโกและพาเขามาด้วย เพราะเขาเป็นประโยชน์ต่อข้าพเจ้าในพันธกิจ" (2ทิโมธี 4:9-11 ThaiTSV2002)

ที่แตกต่างกันกับอาจารย์เปาโล คือ ชีวิตของเดมาส อยากให้พี่น้องสังเกตว่า มีคนหลายคนที่ทิ้งอาจารย์เปาโลไป แสดงว่าคนเหล่านั้นไป "สวย" ยกเว้นเดมาส ที่ไป "ซวย"

เดมาสติดคุกกับอาจารย์เปาโล ร่วมทุกกับอาจารย์เปาโล ปรนนิบัติอาจารย์เปาโลในคุกด้วย

เวลาอาจารย์เปาโลเขียนจดหมาย จะเขียนตัวใหญ่ เพราะท่านสายตาไม่ดี และเดมาสก็อาจจะเห็นอาจารย์เปาโลเขียน จึงได้ฝากความคิดถึงผ่านทางจดหมายอาจารย์เปาโลด้วย

"ลูกาแพทย์ที่รัก กับเดมาส ก็ฝากคำทักทายมายังพวกท่าน" (โคโลสี 4:14 ThaiTSV2002)

"มาระโก อาริสทารคัส เดมาส และลูกา ซึ่งเป็นพวกเพื่อนร่วมงานของข้าพเจ้าก็ฝากคำทักทายมายังท่านด้วย" (ฟีเลโมน 1:24 ThaiTSV2002)

แต่ครั้งนี้ ครั้งสุดท้าย อาจารย์เปาโลกำลังจะถูกฆ่า เดมาสไม่ได้ฝากความคิดถึงแล้ว เพราะเดมาสได้จากไปแล้ว จากไปยังเธสะโลนิกา โดยอาจจะอ้างว่าไปรับใช้ เพราะอยู่กับอาจารย์เปาโลก็มิได้รับใช้โดยตรง และที่สำคัญคืออาจจะต้องเสียชีวิตด้วย เดมาสจึงได้หนีอาจารย์เปาโลไปเลย

ดังนั้น ชีวิตของเดมาสจึงต่างจากอาจารย์เปาโล เพราะชีวิตของเดมาส "เสมอต้น แต่ไม่เสมอปลาย"

เดมาสเคยเอาจริงเอาจังกับพระเจ้า เคยร้อนรนรับใช้พระเจ้า แต่เมื่อเจอปัญหา เจอความทุกข์ยาก ไม่ได้รับเกียรติ ท่านก็จึงได้ละทิ้งพระเจ้าไป

 

ชีวิตของมาระโก

11 มีเพียงลูกาคนเดียวที่อยู่กับข้าพเจ้า จงไปตามมาระโกและพาเขามาด้วย เพราะเขาเป็นประโยชน์ต่อข้าพเจ้าในพันธกิจ" (2ทิโมธี 4:9-11 ThaiTSV2002)

คนสุดท้ายที่อยากจะแบ่งปัน คือ "มาระโก"

พี่น้องครับ มาระโกคนนี้ไม่ธรรมดา ตอนที่พระเยซูคริสต์ทรงถูกจับ ท่านก็ได้เปลือยกายแก้ผ้าวิ่งหนี

"51 มีชายหนุ่มคนหนึ่งนุ่งห่มเพียงแค่ผ้าป่านผืนหนึ่งตามพระองค์ไป คนเหล่านั้นก็จับชายหนุ่มคนนั้น
52 แต่เขาสลัดผ้าป่านผืนนั้นทิ้งแล้วเปลือยกายหนีไป" (มาระโก
14:51-52 ThaiTSV2002)

และเมื่ออาจารย์เปาโลเดินทางไปประกาศครั้งแรก มาระโก (ยอห์น) ก็ได้ละทิ้งท่านไป

"แล้วเปาโลกับพวกของท่านแล่นเรือออกจากเมืองปาโฟสไปยังเมืองเปอร์กาในแคว้นปัมฟีเลีย และยอห์นผละจากพวกเขาและกลับไปยังกรุงเยรูซาเล็ม" (กิจการ 13:13 ThaiTSV2002)

ท่านมาระโกอาจจะมีท่าทางดี ตั้งใจรับใช้ จึงได้ไปร่วมกับอาจารย์เปาโล แต่เมื่อมาระโกได้เห็นว่าโดนข่มเหงเพียงไร ท้อใจ จึงได้หนีกลับเยรูซาเล็ม

ต่อมา ท่านมาระโกอยากจะร่วมรับใช้อีก จนทำให้เกิดความขัดแย้ง เพราะอาจารย์เปาโลไม่ยอมให้มาระโก แต่ท่านบารนาบัสอยากให้ท่านไปด้วย

ขอบคุณพระเจ้า ชีวิตของท่าน "บารนาบัส" ซึ่งแปลว่า "ลูกแห่งการหนุนน้ำใจ" มีชีวิตสอดคล้องกับชื่อ คือ มีชีวิตที่สำแดงการหนุนน้ำใจ ซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดี คริสตจักรใดที่มีคนที่มีของพระทานแบบอาจารย์บารนาบัส คือ การหนุนน้ำใจ คริสตจักรนั้นก็เจริญแน่นอน แต่ตรงกันข้าม ถ้าคริสตจักรใดที่มีแต่คนที่มีลักษณะของ "ลูกแห่งการทำร้ายน้ำใจ" ก็คงจะไม่ดีต่อคริสตจักรอย่างแน่นอน

ในที่สุด ท่านมาระโกก็ได้เปลี่ยนแปลง ได้เขียนพระกิตติคุณมาระโก ขึ้นมา จนในที่สุดอาจารย์เปาโลก็ยอมรับท่าน ถึงขนาดกล่าวว่า "เขาเป็นประโยชน์ต่อข้าพเจ้าในพันธกิจ"

ดังนั้น ชีวิตของท่านมาระโก จึงเป็นแบบ "ไม่เสมอต้น แต่เสมอปลาย"

 

ขอพระเจ้าอวยพรชขีวิตของเราให้เป็นแบบอาจารย์เปาโล คือ "เสมอต้นเสมอปลายกับพระเจ้า" ครับ แต่ขอให้ชีวิตของเดมาสห่างไกลจากชีวิตของเรา

 

อ. นิกร สิทธิจริยาภรณ์

สรุปคำเทศนาโบสถ์จีน คริสตจักรสะพานเหลือง

เมื่อวันที่ 30/11/2008

เรื่อง เสมอต้นเสมอปลายกับพระเจ้า

สรุปโดย ธีรยสถ์ นิมมานนท์

 

  • ถ้าท่านอ่านแล้ว มีความปรารถนาที่จะเปิดใจออก อธิษฐานทูลเชิญพระเยซูคริสต์เสด็จเข้ามาในชีวิตของท่าน และเป็นพระเจ้าของท่าน  กรุณาไปที่หน้า คำอธิษฐาน

  • ถ้าคุณอ่านแล้วสนใจ กรุณาติดต่อคริสตจักรใกล้บ้านท่านได้เลยครับ หรือถ้าหากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ก็ติดต่อโดยตรงได้ที่อีเมลของผมเลยครับ ton@followhissteps.com

FollowHisSteps.com

ได้รับการสนับสนุน Web Hosting จาก SPAComputer.com, ThaWang.com